ราวกับนางในวรรณคดี! ‘แพนเค้ก’จัดเต็มชุดไทยอลังการ สวยไร้ที่ติ

ราวกับนางในวรรณคดี! 'แพนเค้ก'จัดเต็มชุดไทยอลังการ สวยไร้ที่ติ

ราวกับนางในวรรณคดี! ‘แพนเค้ก’จัดเต็มชุดไทยอลังการ สวยไร้ที่ติ

วันอังคาร ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.08 น.

นางเอกขวัญใจแฟนๆ อย่าง “แพนเค้ก เขมนิจ” ที่ล่าสุด เจ้าตัวได้เผยภาพและคลิปในชุดไทยสุดวิจิตร ขณะร่วมแสดงโชว์ในบทเพลง “ศรีอยุธยา” ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว @khemanito พร้อมกับระบุแคปชั่นว่า

“#แพนแพนเรื่องราวดีดี เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วหนึ่งของโชว์ในวันนี้ค่ะ อนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมกันสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ร่วมมุฑิตาจิต คุณยายรวงทอง ทองลั่นธมค่ะ งานอบอุ่นมากๆค่ะ

ดีใจที่ได้รำเพลง ศรีอยุธยา ร้องเพลงเพราะมากโดย น้อง @rainbowvocal17 ทรงพลังสุดๆค่ะ คิดถึงเรื่องศรีอโยธยาเลยค่ะ ขอบพระคุณพี่อาร์ท พี่หยาและน้องน้ำฝน(พี่ๆนางรำงดงามนะคะ) @artpawat68 @phitchanon_makeup @powerthanat และ น้องๆมาเป็นกำลังใจกันค่ะ เขิลเลย555 @amie_marks @ameleinehounsome @pin.nyyy และ PANCAKE TEAM @mommy.pam.pam.pam @katoonzz @napatnostory ขอบคุณนะค้าา”

‘อิน’พาแบรนด์ทาร์ตไข่ YOLK รวมใจแบรนด์ไทยส่งพลัง Soft Power จากรสชาติไทย สู่ความภูมิใจบนเวทีโลก

'อิน'พาแบรนด์ทาร์ตไข่ YOLK รวมใจแบรนด์ไทยส่งพลัง Soft Power จากรสชาติไทย สู่ความภูมิใจบนเวทีโลก

‘อิน’พาแบรนด์ทาร์ตไข่ YOLK รวมใจแบรนด์ไทยส่งพลัง Soft Power จากรสชาติไทย สู่ความภูมิใจบนเวทีโลก

วันอังคาร ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.56 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่หันไปทำธุรกิจแล้วรุ่งแบบสุดๆ สำหรับ “อิน-สาริน รณเกียรติ” นักแสดงชื่อดังจากค่าย GMMTV ที่มุ่งมั่นกับการปลุกปั้นธุรกิจ F&B อย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ ตั้งแต่การแจ้งเกิดร้านขนมและ All day dining อย่างแบรนด์ Holiday Pastry ไปจนถึงการควบตำแหน่งผู้บริหารแบรนด์ทาร์ตไข่ชื่อดังของไทย “โยล์ค” (YOLK) ที่สร้างกระแสฮอตต่อเนื่องมาตั้งแต่เปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน  ล่าสุด ซีอีโออินทุ่มสุดตัว ภูมิใจนำเสนอพลังซอฟท์ พาวเวอร์ของขนมไทยสู่ระดับโลก นำทัพแบรนด์ไทยพันธมิตรชื่อดัง ร่วมกันยกระดับศักยภาพทาร์ตไข่สุดครีเอท สร้างรสชาติใหม่เพื่อคนไทยและคนทั้งโลก

เป็นปีทองของหนุ่มอินจริงๆ เพราะนอกจากจะมีผลงานซีรีส์พีเรียดเรื่อง “จาฤกรติชา” ที่กำลังออนแอร์  หนุ่มอินยังเดินหน้าทุ่มเวลาให้กับธุรกิจแบบเต็มตัว ลุยบริหารแบรนด์โยล์คแบบเต็มสูบ  เพื่อมุ่งมั่นแสดงให้เห็นถึงพลังของแบรนด์คนไทยว่า มีดีไม่แพ้ชาติใดในโลก งานนี้ หนุ่มอินเลยชวนแบรนด์ไทยชื่อดังอีก 4 แบรนด์ ทั้งแบรนด์โอ้กระจู๋ แก้ว Boutique Songwat Coffee Roaster  และเจี้ยนชา มาร่วมโปรเจ็กต์ใหญ่แห่งปี “Proudly, Made in Thailand” ของแบรนด์ “โยล์ค” เพื่อสร้างสรรค์ทาร์ตไข่รสชาติใหม่ ยกระดับแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก

ทั้งนี้ อิน-สาริน นักแสดงและผู้บริหารคนเก่งแห่งแบรนด์ทาร์ตไข่ขวัญใจคนไทย “โยล์ค” กล่าวว่า โปรเจ็กต์นี้ทางอินตั้งใจทำมากๆ ถือเป็นโปรเจ็ตก์แห่งปี ที่ถือเป็นการรวมจุดแข็งของแต่ละแบรนด์เข้าด้วยกันผ่านผลิตภัณฑ์เดียว เบื้องหลังความสำเร็จของโปรเจกต์นี้ คือความร่วมมือระหว่าง 5 แบรนด์ไทยที่มีแนวคิดชัดเจน มีจุดยืนเฉพาะ แต่รวมพลังกันภายใต้เป้าหมายเดียว การสร้างภาพจำใหม่ของคำว่า “Made in Thailand” ที่ทันสมัย มีคุณภาพ และส่งออกได้ในระดับโลก ทาร์ตไข่ทั้ง 4 รสชาติ ได้แก่ รสชาติซุปทรัฟเฟิลชีสน้ำผึ้ง กาแฟเดอร์ตี้โมจินมสด สังขยาใบเตยน้ำตาลโตนด และเจลลี่องุ่นเคียวโฮครีมชีส จะทยอยเปิดตัวทุกวันจันทร์ ตั้งแต่บัดนี้ถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้

“เมนูพิเศษจาก YOLK Proudly, Made in Thailand หาซื้อได้ที่ YOLK ทุกสาขาในกรุงเทพฯ ทั้ง 6 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิร์ล ชั้น 7 สยามพารากอนชั้น G เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น G บรรทัดทอง (ตรงข้ามจุฬาซอย 14) เจริญนคร 10 โครงการ OURS และสุขุมวิท 24 โครงการ Bambini หรือช่องทาง Grab เดลิเวอรี จนถึง 31 ตุลาคม 2568 (จำนวนจำกัด)”

‘สุนารี’ร้อนแรงเกินต้าน! จัดเต็มชุดหนังสุดแซ่บกลางเวที’สามตัวบน’

'สุนารี'ร้อนแรงเกินต้าน! จัดเต็มชุดหนังสุดแซ่บกลางเวที'สามตัวบน'

‘สุนารี’ร้อนแรงเกินต้าน! จัดเต็มชุดหนังสุดแซ่บกลางเวที’สามตัวบน’

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.21 น.

“สุนารี” ร้อนแรงเกินต้าน! จัดเต็มชุดหนังสุดแซ่บกลางเวที “สามตัวบน”

ต้องบอกว่าเจอดราม่าทันที หลังจากคอนเสิร์ตใหญ่ “สามตัวบน คอนเสิร์ต” ร้องสุดเสียง เถียงสุดซอย คอนเสิร์ตครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของ 3 ตัวแม่ ตั๊ก ศิริพร เอี่ยมสุข, สุ สุนารี ราชสีมา, ฮาย อาภาพร นครสวรรค์

เมื่อถึงช่วงโชว์สุดพิเศษแบบร้อนแรง สุนารี ที่มาในชุดหนังสีดำชาวร็อค ท่อนล่างเว้าสูงโชว์เพลงนางแมว ของหิน เหล็ก ไฟ เรียกเสียงฮือฮาไปทั้งฮอล์

หลังการแสดงชุดนี้ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ได้มีการแสดงความเห็นว่าชุดดังกล่าวดูไม่เหมาะสมกับวัยและภาพลักษณ์ของเธอ ในฐานะศิลปินรุ่นใหญ่และกรรมการรายการประกวดร้องเพลง โดยบางส่วนระบุว่า “หมดกันศิลปินขั้นบรมครู” หรือ “ด้วยวัยแล้วมองว่าไม่เหมาะ”

ขณะที่อีกหลายคอมเมนต์มองว่า การแต่งกายเป็นสิทธิส่วนบุคคล และ มองว่าชุดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงเพื่อความบันเทิง นอกจากนี้ยังชื่นชมในความกล้าและความมั่นใจของเธอที่ยังคงดูแลรูปร่างได้ดี รวมไปถึงยังบอกด้วยว่า เธอเซฟร่างกายอย่างดี ไม่ได้โป๊อย่างที่เห็น 

ขอบคุณคลิป : wavesakphan24

https://www.tiktok.com/embed/v2/7544642417920642312?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F911217

มหกรรมกีฬาความบันเทิงแห่งปี Girls Cup Presented by มาม่า

มหกรรมกีฬาความบันเทิงแห่งปี Girls Cup Presented by มาม่า

มหกรรมกีฬาความบันเทิงแห่งปี Girls Cup Presented by มาม่า

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.18 น.

เรียกได้ว่าเป็นมหกรรมกีฬาความบันเทิงแห่งปี “Girls Cup Presented by มาม่า” ระเบิดความมันส์เต็มรูปแบบ เมื่อ 23 สาวช่อง 3 แท็กทีมสร้างความสนุกสุดครบรส ทั้งโชว์ กีฬา เกม และเสียงหัวเราะ เรียกเสียงกรี๊ดลั่นฮอลล์จากแฟน ๆ ณ Island Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

เปิดเวทีด้วยการเชียร์อัพและโชว์สุดอลังการ ก่อนเข้าสู่ขบวนพาเหรดของ 2 ทีมสุดจี๊ด กับสีชมพู “Piggie Pink” นำทีมโดยกัปตัน ออม กรณ์นภัส และดรัมเมเยอร์ หมิว ณัชชา พร้อมด้วยสมาชิก พาย รินรดา, เดนิส เจลีลชา, แทน ดวงแก้ว, ญดา นริลญา, เก๋ไก๋ ณัฐธิชา, เอนจอย ธิดารัตน์, แบม สราลี, แคนดี้ สุภาภัสสร์ และ นีญ่า มากีลา ทางฝั่งสีฟ้า Spicy Blue” นำทีมโดยกัปตัน จีน่า ญีนา และดรัมเมเยอร์ ลีน่า ลลินา พร้อมด้วยสมาชิก หลิงหลิง คอง, อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม, พีพี ปุญญ์ปรีดี, มิ้นท์ รัญชน์รวี, อุ้ม อิษยา, ยิหวา ปรียากานต์, น้ำฟ้า ธัญญภัสร์, เคท มาริลิน, พริกขิง สุรีย์ญะเรศ และ ลิซ่า อลิซา หลังเดินขบวนพาเหรด สาว ๆ ต่อด้วยโชว์เพลงสุดปัง ก่อนเข้าช่วง Battle Dance ที่แฟน ๆ กรี๊ดลั่น เพราะแต่ละคู่ต่างปล่อยของแบบไม่มีใครยอมใคร ความสนุกยังพุ่งขึ้นไปอีกกับ Mini Games ที่จัดเต็มทั้งความฮาและเสียงหัวเราะ ไม่ว่าจะเป็น เกมเก้าอี้โดนใจ , เกมชักกะเย่อกะเธอ , เกมเหยียบลูกโป่งโป้งโป้ง , เกมวิบากนะหญิง , เกม SUMO สู้โว้ย ที่สาว ๆ ต้องใส่ชุดซูโม่ออกมาผลักสู้กันอย่างฮากระจาย และปิดท้ายด้วยเกมขี่หนอนยักษ์ชิงธง ซึ่งแต่ละทีมต่างวางแผนแย่งชัยชนะกันสุดพลัง งานนี้ยังมีเซอร์ไพรส์สุดตื่นเต้นไปอีกกับการโผล่มาของ “ผีชุดดำ” จากภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด 3” ที่ทำเอาสาว ๆ ถึงกับกรี๊ดลั่นเวทีนั่งกอดกันกลม ก่อนขอไปพักเบรกเพื่อหายใจหายคอ และส่งต่อความสนุกให้ 4 หนุ่มสุดฮอต กลัฟ–เก้า–ไมกี้–สมิธ ขึ้นมาโชว์สุดพิเศษให้กับแฟน ๆ  ก่อนมาสนุกกันต่อกับไฮไลท์สำคัญ คือการแข่งขันกีฬาแชร์บอลและฟุตซอล ที่ทั้งสองทีมแข่งกันอย่างดุเดือด จนสุดท้ายทีมสีฟ้า Spicy Blue ก็คว้าแชมป์ไปครองแบบขาดลอย

ปิดท้ายงานด้วยการมอบรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ให้กับสองทีม โดยได้รับเกียรติจาก คุณกิตติพงษ์ เพชรรัตน์ ผู้จัดการแผนกกิจกรรมมาม่า ตัวแทนจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่ามอบรางวัลให้กับนักกีฬา และผู้บริหารช่อง 3 คุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย และ คุณปิ่นกมล มาลีนนท์ ร่วมมอบเหรียญรางวัลให้กับความสามัคคีและการรวมพลังของนักแสดงทั้ง 23 คน นอกจากนี้ยังมีรางวัล Girl of the Match สำหรับทีมสีชมพูได้มอบให้ เก๋ไก๋ ณัฐธิชา และ เอนจอย ธิดารัตน์ ส่วนทีมสีฟ้ามอบให้กับ หลิงหลิง คอง และ พีพี ปุญญ์ปรีดี ก่อนปิดงานด้วยสาว ๆ ทั้ง 23 คน ร่วมกันร้องเพลง “กันและกัน” ทิ้งโมเมนต์อบอุ่นประทับใจให้แฟน ๆ กลับบ้านแบบใจฟู บอกเลยว่า “Girls Cup Presented by มาม่า” ครบทุกอารมณ์ ทั้งความสนุก ความมันส์ ความฮา และความเซอร์ไพรส์ ที่ทำให้แฟน ๆ จะจดจำไม่ลืม

‘Out of the Nest’คว้ารางวัล ‘Best Animated Content’จากงาน BIDC 2025

'Out of the Nest'คว้ารางวัล 'Best Animated Content'จากงาน BIDC 2025

‘Out of the Nest’คว้ารางวัล ‘Best Animated Content’จากงาน BIDC 2025

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.47 น.

ภาพยนตร์แอนิเมชัน “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ผลงานจากบริษัท T&B Media Global สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการแอนิเมชันไทยอีกครั้ง หลังคว้ารางวัล Best Animated Content จากงาน Bangkok International Digital Content Festival 2025 (BIDC 2025) งานเทศกาลด้านดิจิทัลคอนเทนต์ระดับนานาชาติที่รวบรวมผลงานชั้นนำจากทั่วโลก การได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานชัดเจนถึงศักยภาพและความสามารถของทีมผู้สร้างไทยที่สามารถผลิตผลงานในระดับสากลได้อย่างสมภาคภูมิ

นายกฤษณ์ เงาศรี ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต ภาพยนตร์ Out of the Nest เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผลงานได้รับการยอมรับจากเวที BIDC ซึ่งถือเป็นเทศกาลดิจิทัลคอนเทนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของทีมงานทุกคน และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราก้าวต่อไปในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพสู่ผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ”

โดย งาน BIDC 2025 จัดขึ้นเพื่อยกระดับและส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยในหลากหลายสาขา อาทิ เกม แอนิเมชัน คาแรคเตอร์ CG VFX และ e-Learning โดยมีกิจกรรมสำคัญทั้งการสัมมนา การเจรจาการค้า (Business Matching) การประกาศรางวัล (BIDC Awards) และการจัดแสดงผลงานต่าง ๆ การที่ Out of the Nest ได้รับรางวัลในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นความสำเร็จของทีมผู้สร้าง แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับแอนิเมชันไทยสู่การยอมรับบนเวทีโลก

สามารถติดตามอัพเดทความเคลื่อนไหว “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ได้ทาง  https://www.facebook.com/OutOfTheNestOfficialTH

‘ศิลปากร’จับมือผู้กำกับชาวอิตาลี เปิดตัวโครงการ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’

'ศิลปากร'จับมือผู้กำกับชาวอิตาลี เปิดตัวโครงการ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’

‘ศิลปากร’จับมือผู้กำกับชาวอิตาลี เปิดตัวโครงการ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.47 น.

สมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับกลุ่มศิลปินและผู้สร้างภาพยนตร์อิสระจากประเทศอิตาลี เปิดตัวโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ดอคคูดรามา ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ (The Empire of Harmony) ผลงานการกำกับฯ โดย มาร์โค แกตติ (Marco Gatti) ชาวอิตาเลียน ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ศิลปะอันลึกซึ้งระหว่างไทยและอิตาลี จากจุดเริ่มต้นของศิลปะสมัยใหม่ในสยามสู่ความหลากหลายของศิลปะร่วมสมัยของไทยในปัจจุบัน

 ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ ภาพยนตร์แนวสารคดีผสมดรามา (Docudrama) เล่าเรื่องราวผ่าน ‘ฝ้าย’ สาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี ที่เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อค้นหาความเชื่อมโยงของมรดกทางวัฒนธรรม ที่ถักทออย่างกลมเกลียวระหว่างสยามเก่า ไทยใหม่ และโลกตะวันตกเข้าด้วยกัน เรื่องราวการเดินทางของฝ้ายจะนำพาผู้ชมย้อนรอยสู่จุดเริ่มต้นของศิลปะสมัยใหม่ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งที่ ‘แกลิเลโอ คินี’ (Galileo Chini) จิตรกรชาวอิตาลี ได้รับเชิญมาสร้างสรรค์จิตรกรรมบนเพดานโดมพระที่นั่งอนันตสมาคม รวมถึงชักชวน ‘ศาสตราจารย์คอร์ราโด เฟโรชี’ (Corrado Feroci) ประติมากรผู้เดินทางมารับราชการในสยาม ผู้กลายเป็น “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย” ในเวลาต่อมา

ภาพยนตร์จะผสมผสานเรื่องราวในอดีตของบุคคลสำคัญอย่าง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ศิลปินเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เข้ากับเรื่องราวของศิลปินและแวดวงศิลปะร่วมสมัยไทยในปัจจุบัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการสืบสานและต่อยอดองค์ความรู้ทางศิลปะหลากหลายแขนง ตั้งแต่การสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ สร้างวัดและวังแนวใหม่ การก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกของไทย ตลอดจนผลักดันศิลปะร่วมสมัยไทยสู่ระดับนานาชาติในปัจจุบัน

แรงบันดาลใจจากบทเพลงสู่ ‘The Empire of Harmony’

ที่มาของชื่อภาพยนตร์ ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ ได้รับแรงบันดาลใจจากเนื้อร้องท่อนหนึ่งในเพลง Santa Lucia เพลงพื้นเมืองเมืองนาโปลี ที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โปรดปรานและมักจะขับร้องระหว่างทำงานศิลปะ ซึ่งต่อมาได้ดัดแปลงเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อรำลึกถึงคุณูปการอันใหญ่หลวงของท่าน ในเรื่องนี้ ธราธิป นัทธีศรี นายกสมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงที่มาและเป้าหมายของโครงการในครั้งนี้ว่า

“แรงบันดาลใจของโครงการนี้ เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทย ผ่านเรื่องราวความร่วมมืออันยิ่งใหญ่ระหว่างศิลปินไทยและอิตาลี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และ 6 นำเสนอในรูปแบบ Docudrama เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ให้มีชีวิตชีวา สอดแทรกมิติทางอารมณ์ที่ทำให้ผู้ชมโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ สามารถเข้าถึงและเชื่อมโยงกับเรื่องราวได้ง่ายขึ้น เราคาดหวังว่า ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ จะเป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่กับรากฐานทางศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นคุณค่าของการเปิดใจกว้าง การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และกล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เหมือนดังที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ทุ่มเทสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งไว้ให้กับประเทศไทย”

อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว: บทบาทของคนไทยในโปรเจกต์ระดับสากล

โครงการนี้กำกับและวางแนวความคิดโดย มาร์โค แกตติ ผู้กำกับชาวอิตาลี เป็นการต่อยอดเรื่องราวของตัวละคร ‘ฝ้าย’ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Me and the Magic Door’ (พ.ศ. 2565) ที่เล่าเรื่องราวการค้นพบสถาปัตยกรรมอิตาเลียนในแดนสยาม โดยในภาพยนตร์ ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ ฝ้ายได้เจาะลึกลงไปในรากของศิลปะและวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงสองแผ่นดินเข้าไว้ด้วยกัน อาจารย์ อมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติปี 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม-สื่อผสม) ในฐานะ Co-Executive Producer ของภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าถึงบทบาทของคนไทยในโปรเจกต์ระดับสากลนี้ว่า

“ภาพยนตร์ดอคคูดราม่าเรื่องนี้ เป็นผลงานที่สร้างโดยทีมงานชาวอิตาเลียนเป็นหลัก โดยมีเพื่อนคนไทยคอยให้ข้อมูลและหารือร่วมกันมาโดยตลอด แม้ส่วนหนึ่งจะถ่ายทำเสร็จไปแล้วในอิตาลี แต่ส่วนที่เหลือซึ่งต้องถ่ายทำในประเทศไทย ยังต้องการความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากทีมงานในไทย เราพยายามดึงคนที่มีประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ทั้งนักออกแบบเสื้อผ้า (Costume Designer) หรือฝ่ายศิลป์ (Art Director) เพื่อประสานการทำงานร่วมกับทีมงานอิตาเลียนอย่างใกล้ชิด โชคดีที่เรามีพี่ ๆ น้อง ๆ ที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงทีมงานชาวอิตาเลียนที่มีความใกล้ชิดกับสายตระกูลของศิลปิน ควบคู่กับการสืบค้นข้อมูลของศิลปินเมื่อครั้งอยู่ในอิตาลีได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง ซึ่งสามารถนำมาผสมผสานกันเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุดครับ”

โอกาสของภาพยนตร์ดอคคูดรามา ในยุคสตรีมมิงครองใจผู้ชม

 นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับฯ ชื่อดัง ในฐานะ Production Supervisor ของภาพยนตร์ดอคคูดราม่าเรื่อง ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ กล่าวถึงบทบาทของเขาในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในส่วนของสตูดิโอ ค่ายหนัง และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง เพื่อให้โปรเจกต์นี้ไปได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งยังเป็นการเชิดชูศิลปินและศิลปะไทยไปพร้อมกัน

“โปรเจกต์นี้ทั้งน่าสนใจและมีความสำคัญมากครับ เพราะเรื่องราวของศิลปะและศิลปินไทยไม่ค่อยได้รับการพูดถึงในวงกว้าง แม้ว่าศิลปินไทยหลายท่านจะได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมานานแล้ว ดังนั้น การสร้างภาพยนตร์ดอคคูดรามาจะช่วยเผยแพร่เรื่องราวเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สมาคมศิษย์เก่าคณะจิตรกรรมฯ พร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ บวกกับความน่าสนใจของเนื้อหา ผมจึงยินดีที่จะเข้ามาช่วยผลักดันโปรเจกต์นี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ไกลที่สุด เพราะสารคดีและภาพยนตร์นอกกระแสกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น คนดูเปิดใจยอมรับและเสพงานประเภทนี้มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ ที่จะเข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางสตรีมมิ่งและ OTT (Over-the-Top) ซึ่งเป็นช่องทางการเผยแพร่ที่สำคัญในยุคนี้ครับ”    

วรรณศักดิ์ ศิริหล้า: จากละครเวทีในอิตาลีสู่ภาพยนตร์แห่งความภูมิใจ

วรรณศักดิ์ ศิริหล้า หรือ ‘กั๊ก’ ชื่อนี้อาจคุ้นหูในฐานะนักแสดงละครเวทีมากฝีมือ ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับสากล เจ้าของรางวัลศิลปินศิลปาธรในสาขาศิลปะการแสดงปี 2563 เป็นหนึ่งในนักแสดงรับเชิญของภาพยนตร์เรื่องนี้ บทบาทของเขามีความพิเศษอย่างมาก นอกจากจะได้ร่วมแสดงในฐานะคนไทยในอิตาลี ภาพยนตร์ยังได้นำเอาส่วนหนึ่งของการแสดงละครเวทีเรื่อง “Chini and Turandot” ที่เขาแสดงในอิตาลีเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน มาสอดแทรก (insert) ไว้ในเนื้อหาของภาพยนตร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้ร่วมงานกับผู้กำกับฯ มาร์โค แกตติ

“รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจมากครับ ไม่คิดเลยว่า การแสดงละครเวทีครั้งนั้นจะทำให้เราได้รู้จักกับคุณมาร์โคและคุณเปาล่า คินี (ทายาทของกาลิเลโอ คินี) ตอนที่ทีมงานมาบอกว่าจะนำส่วนหนึ่งของการแสดงไปใช้ในภาพยนตร์ด้วย เรารู้สึกดีใจมากครับ เพราะการได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกาลิเลโอ คินี ซึ่งเป็นผู้ออกแบบฉากการแสดงโอเปร่าเรื่อง ‘Turandot’ ของจาโคโม ปุชชินี ทำให้เรารู้สึกอินเป็นทุนอยู่แล้ว บวกกับเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ทำให้เราซาบซึ้งมากขึ้น เหมือนเราได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่อยากให้คนไทยทุกคนได้ชม โดยเฉพาะน้อง ๆ คนรุ่นใหม่ที่กำลังเรียนด้านศิลปะทุกสาขา ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณเข้าใจถึงรากเหง้าของประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่ไทย โดยเฉพาะอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ท่านมีคุณูปการต่อวงการศิลปะไทยอย่างมาก ท่านเป็นมากกว่าผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยความที่ท่านรักเมืองไทย และท่านทำให้คนไทยได้พัฒนา ต่อยอด และแสดงศักยภาพที่เรามีให้คนทั่วโลกได้รับรู้มาจนถึงทุกวันนี้”

นอกจากนี้ สมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร ยังจัดแสดงและจำหน่ายผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินรับเชิญ 30 คน อาทิ อินสนธิ์ วงค์สาม, อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, สมวงศ์ ทัพพรัตน์, สมภพ บุตราช, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, จิตต์สิงห์ สมบุญ, เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล, ประสงค์ ลือเมือง, วิจิตร อภิชาติเกรียงไกร, ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ, วัชระ ประยูรคำ, ชลิต นาคพะวัน, ฉลอง บุญจันทึก, สิทธิชัย ปรัชญารัตติกุล, สุธี คุณาวิชยานนท์, นพพีระ โบศรี, พรชัย ใจมา, ไพโรจน์ วังบอน, ประสิทธิ์ วิชายะ, ศักชัย อุทธิโท ฯลฯ รายได้ทั้งหมดนำไปมอบให้กับการถ่ายทำภาพยนตร์ดอคคูดรามา ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ ให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อเป็นการคาราวะต่อศิลปินบรมครู และเฉลิมฉลองคุณค่าของงานศิลปวัฒนธรรมไทยที่มั่งคั่งและลุ่มลึก ผู้สนใจสามารถรับชมตัวอย่าง (Teaser) ดอคคูดรามา ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ (The Empire of Harmony)

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่: สมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

‘OWNDAYS’เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ยกทัพศิลปิน-ดาราแบรนด์แอมฯ’มาริโอ้ เมาเร่อ’สร้างสีสัน

'OWNDAYS'เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ยกทัพศิลปิน-ดาราแบรนด์แอมฯ'มาริโอ้ เมาเร่อ'สร้างสีสัน

‘OWNDAYS’เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ยกทัพศิลปิน-ดาราแบรนด์แอมฯ’มาริโอ้ เมาเร่อ’สร้างสีสัน

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.19 น.

OWNDAYS (โอนเดส์) แบรนด์ร้านแว่นตาชื่อดังจากญี่ปุ่น ชวนทุกคนแต่งเติมสีสัน ค้นหาตัวตนในแบบที่ใช่ กับ OWNDAYS Color Lens พร้อมจัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ด้วยแฟชั่นโชว์และมินิคอนเสิร์ตจากทัพศิลปินดารามากมาย นำโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่มหล่อ มาริโอ้ เมาเร่อร่วมด้วย “ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์” แบงค์ มณฑป และ อันดา อนันตา และโชว์สุดพิเศษจากศิลปิน
T-POP ที่กำลังมาแรงอย่าง PiXXiE และ Proxie ที่มาร่วมสร้างความบันเทิงและความฟินให้แฟนๆได้รับชมอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ 28-31 สิงหาคม ที่ Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้า สยามพารากอน

โดยนายวู เจีย เทียน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า งาน OWNDAYS : COLOR ‘YOUR’ DAYS ช่วยตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ ในการเป็นร้านแว่นตาระดับโลก ที่มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคมาโดยตลอด โดยคอลเลกชัน OWNDAYS Color Lens ล่าสุดนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้รังสรรค์เลนส์สีแฟชั่นมากถึง 36 สี ซึ่งไม่ใช่เพียงช่วยเสริมบุคลิกภาพ แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สนุกกับการค้นหาเฉดสีที่ใช่ เพื่อสะท้อนความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ และที่พิเศษไปกว่านั้น ยังมาพร้อมโปรโมชันสุดพิเศษเตรียมไว้สำหรับทุกคนอีกด้วย

“ในนามของ OWNDAYS ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “OWNDAYS Color Lens” ในวันนี้ ซึ่งเราหวังว่าทุกคนจะได้รับแรงบันดาลใจและสนุกสนานกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ๆ ไปกับเรา ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเลือกชมและทดลองสวมใส่เลนส์สีในเฉดที่ชอบ และหวังว่าแว่นตาจาก OWNDAYS จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้ชีวิตของทุกคนมีสีสันมากยิ่งขึ้น” นายวู เจีย เทียน กล่าว

ขณะที่มาริโอ้ เมาเร่อ แบรนด์แอมบาสเดอร์แบรนด์ OWNDAYS และเป็น 1 ในศิลปินที่มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดพิเศษในครั้งนี้ กล่าวว่า “ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และเป็นคนชอบสวมแว่นตาอยู่แล้ว ผมรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสเข้าร่วมการเปิดตัวสินค้าคอลเลกชันใหม่กับ OWNDAYSในครั้งนี้ เพราะ OWNDAYS ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ขายแว่นตา แต่ยังให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่สะท้อนบุคลิกของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคอลเลกชัน OWNDAYS Color Lens ที่มีเลนส์สีสันมากมายให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ซึ่งพอได้มาเห็นของจริงและได้สวมใส่เองแล้วก็ต้องบอกว่าประทับใจมากจริงๆ เพราะมีการออกแบบที่ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์และสีสันที่แตกต่างได้อย่างลงตัว ผมเชื่อว่าหลายๆ คนที่ได้เห็นและได้ลองใส่จะชื่นชอบคอลเลกชันนี้ไม่แพ้ผมแน่นอน”

สำหรับ OWNDAYS Color Lens นับได้ว่าเป็นเลนส์สีคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสีสันและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งมีให้เลือกกว่า 36 สี เพื่อให้คุณได้แต่งเติมสีสัน ค้นหาตัวตนในแบบที่ใช่ สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ที่ร้านแว่นตา OWNDAYS ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่ http://www.owndays.com ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : OWNDAYS Thailand และ Instagram: owndays_thailand

‘Campus Star 2025’เปิดเวทีค้นหานักแสดงรุ่นใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง

'Campus Star 2025'เปิดเวทีค้นหานักแสดงรุ่นใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง

‘Campus Star 2025’เปิดเวทีค้นหานักแสดงรุ่นใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.51 น.

MonoMax (โมโนแม็กซ์)  ร่วมกับ Mono29 (โมโนทเว็นตี้ไนน์)   เปิดโปรเจ็กต์ใหม่ “Campus Star 2025” ค้นหานักแสดงรุ่นใหม่ อายุ 16-21 ปี  ก้าวสู่การเป็นนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย   พร้อมร่วมงานกับ “คุณธัญญา วชิรบรรจง”  ประธานเจ้าหน้าที่ผ่ายผลิตรายการและผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ MONO29 ผู้สร้างผลงานซีรีส์และภาพยนตร์ไว้มากมาย  ด้วยการเปิดเวทีเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่จากนักศึกษาทั่วประเทศไทย เพื่อก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว  รับสมัครรอบคัดเลือกพร้อมออดิชั่นภาคเหนือกันไปแล้ว  ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ วันที่ 30-31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมาบรรยากาศภายในงานสุดคึกคัก นักศึกษาสนใจตบเท้าเข้ารับสมัครกันเป็นจำนวนมาก

 พร้อมงัดความสามารถพิเศษออกมาโชว์บนเวทีกันอย่างเนืองแน่นตลอด 2 วันเต็ม   งานนี้สาวๆ วง THX แบมแบมตาต้าเฟรชเชียร์ซินดี้เรย์  ได้บินไปร่วมให้กำลังใจผู้สมัครกันถึงจังหวัดเชียงใหม่   พร้อมจัดโชว์พิเศษสุดมันส์ต้อนรับน้องๆ ตัวแทนจากภาคเหนือเข้าสู่รอบแข่งขันระดับประเทศ นอกจากนี้ยังมีโชว์พิเศษจาก เจ้านาย จินเจษฏ์” ที่มาร่วมสร้างโมเมนต์ให้กับเวที Campus Star 2025 เรียกเสียงกรี๊ดลั่นเวที  สนุกครบรสตลอดงาน  สร้างพลังบวกให้บรรยากาศงานเต็มไปด้วยความสนุก  และแรงบันดาลใจสุดๆ

THX ให้สัมภาษณ์ถึงโปรเจ็กต์ Campus Star 2025 ครั้งนี้ว่า “วันนี้พวกเรา THX ดีใจมากที่ได้มาโชว์พิเศษและให้กำลังใจตัวแทนจากภาคเหนือในฐานะศิลปินจาก E29 Music Identities พวกเราอยากชวนทุกคนที่มีความฝันด้านการแสดง อยากเป็นนักแสดงมืออาชีพ มาสมัคร Campus Star  2025 กันเยอะๆ  เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่จะได้โชว์ความสามารถ ได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดโมโน  รวมทั้งได้ร่วมงานกับนักแสดงแถวหน้า ของประเทศไทย   มาสมัครกันเยอะๆ นะคะ

ตัวแทนภาคเหนือ Campus Star 2025   ทั้ง 6 คน  ที่ได้เป็นตัวแทนไปแข่งในระดับประเทศได้แก่ อาร์มมี่ ณัฐดนัย สุกใส  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ,ไวต้า วชิรวิทย์ แสงศรีจันทร์ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายซันเดย์ พงษ์พิพัฒน์ เพียงตา โรงเรียนอุตรดิตถ์แก้ม ธนภร เงินดิษฐ มหาวิทยาลัยแม่โจ้กีต้าร์ นิรดา แสนปัญญา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ ลูกแก้ว อัญชลีพร อ่อนกัน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

สำหรับผู้ชนะ Campus Star 2025  ชายและหญิงจะได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดโมโนทันที   ใครที่มีความฝันอยากเป็นนักแสดงหน้าใหม่ห้ามพลาด!!  ติดตามข่าวสารการรับสมัครได้ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Campus Star 

#CampusStar2025 #CampusStar #MONO29 #Monomax #E29 #CentralChiangmai #CentralPattana #ฮานามิ #TIPlife #E29MusicIdentities #THXOfficial  #BambamTHX #FreshTHX  #TataTHX  #CindyTHX  #CheerTHX  #RayTHX 

‘Hong Kong Film Gala Presentation เทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง 2025’ฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงฮ่องกงบินตรงร่วมงาน

'Hong Kong Film Gala Presentation เทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง 2025'ฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงฮ่องกงบินตรงร่วมงาน

‘Hong Kong Film Gala Presentation เทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง 2025’ฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงฮ่องกงบินตรงร่วมงาน

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.45 น.

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ Hong Kong Film Gala Presentation เทศกาลที่คอหนังหลายคนเฝ้ารอ ได้มีการ เปิดงานอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่โรงภาพยนตร์ “House สามย่าน” เบิดเทศกาล ภาพยนตร์ด้วย “Papa” ภาพยนตร์ดราม่า – อาชญากรรมที่สร้างจากคดีสะเทือนขวัญที่ดังไปทั่วฮ่องกง โดยทีมนักแสดง และผู้กำกับชื่อดังจากฮ่องกงและไทยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง สร้างความประทับใจ ให้กับผู้มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง 

ซึ่งงาน Hong Kong Film Gala Presentation จะจัดขึ้นที่ โรงภาพยนตร์ House สามย่าน ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 3 กันยายนนี้ โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “TOGETHER WE DARE TO CAPTURE” พร้อมแสดง ให้เห็นถึงความสามารถของวงการภาพยนตร์ฮ่องกงในการนำเสนอหลากหลายประเด็นได้อย่างรอบด้าน เตรียมพบกับภาพยนตร์ที่กลั่นมาจากความกล้าหาญที่จะนำเสนอประเด็นที่พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนในสังคม และถึงจะต่างรสชาติแต่เข้มข้นไม่แพ้กัน 

“ปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ฮ่องกงได้จัดงาน Hong Kong Film Gala Presentation ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นและเติบโตระหว่างฮ่องกงและไทย รวมถึงความรักที่เรามีต่อวงการภาพยนตร์ งานนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึง ความหลากหลายและความ คิดสร้างสรรค์ของวงการภาพยนตร์ฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำหรับการสนทนา ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนทางวิชาชีพระหว่างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกงและไทยอีกด้วย” คุณพาร์สัน แลม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง ประจำกรุงเทพฯ กล่าว

งานนี้ คุณเจสัน เจา” (Jason Chow) รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง ประจำกรุงเทพฯ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางสาวรานี อิฐรัตน์” ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยในงานมีแขกมาร่วมพบปะพูดคุยอย่างคับคั่งรวมทั้งฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงจากฮ่องกง  ได้แก่ โปรดิวเซอร์ เอมี่ ชิน และนักแสดงดาวรุ่ง ดิแลน โซ จากภาพยนตร์เรื่อง Papa ร่วมด้วยนักแสดงหนุ่ม “โลชุนยิป จากภาพยนตร์เรื่อง  Montages of a Modern Motherhood ที่แฟนภาพยนตร์คุ้นหน้าคุ้นตาเขาดีจากผลงาน Time Still Turns The Pages

และในงานนี้ยังได้พระเอกหนุ่ม มีน พีรวิชญ์” จากภาพยนตร์เรื่อง ท่าแร่ มาเป็นตัวแทนคนในวงการ ภาพยนตร์ไทย เช่นเดียวกับนักแสดงหนุ่ม “ท็อป ทศพล” จากภาพยนตร์เรื่อง เสือ และนักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง จั๊มพ์ พิสิฐพล” (เทอมสาม) ที่มาร่วมงานและแลกเปลี่ยนมุม มองกับฟิล์มเมคเกอร์และนักแสดงจากฮ่องกงด้วย

เทศกาลหนังฮ่องกง Hong Kong Film Gala Presentation จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ สถาบันรางวัลภาพยนตร์เอเชีย (Asian Film Awards Academy) สำนักงานพัฒนาวัฒนธรรมและ อุตสาหกรรม สร้างสรรค์ (Cultural and Creative Industries Development Agency), กองทุนพัฒนาภาพยนตร์ (Film Development Fund) และ สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (HKETO) ในกรุงเทพฯ (Hong Kong Economic and Trade Office (HKETO) in Bangkok) และโรงภาพยนตร์ House สามย่าน เพื่อมุ่งเผยแพร่และแลก เปลี่ยนวัฒนธรรม รวมถึงแนะนำภาพยนตร์ฮ่องกงให้ชาวไทยได้รู้จักกันมากขึ้นซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือ อันจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระหว่างสองประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ “EMERGING ASIAN ICONS: THE ACTORS’ FORUM” เฮ้าส์ สามย่าน ร่วมมือกับ Asian Film Awards Academy และ TOSAA : Thai On-Screen Actor Association พบ 4 นักแสดงที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ชีวิตในเส้นทางการแสดง และแลกเปลี่ยนเทคนิค วิธีคิดและการเตรียมตัวสู่การเป็น “นักแสดง” ส่งตรงจากฮ่องกงกับนักแสดง โลชุนยิป‘ จากภาพยนตร์เรื่อง Montages of a Modern Motherhood ผู้ที่เคยทำให้พวกเราใจสลายมาแล้วใน Time Still Turns The Pages เมื่อปีที่แล้ว และ ดิแลน โซ นักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองจากภาพยนตร์เรื่อง Papa สมทบด้วยสองนักแสดงไทย มีนพีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร และ ท็อปทศพล หมายสุข

โดยในเทศกาลครั้งนี้ มีภาพยนตร์ฮ่องกงคุณภาพหลากหลายรสชาติที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Cesium Fallout ภาพยนตร์ภัยพิบัติฟอร์มยักษ์ในรอบทศวรรษ Montages of a Modern Motherhood ภาพยนตร์ดราม่าที่จะพาไปสำรวจความเป็นแม่ การกลับมาบนจอหนังอีกครั้งกับ Shanghai Blues (4K Restoration) ภาพยนตร์แอ็กชันสุดมันสไตล์ฮ่องกงที่หลายคนคิดถึงอย่าง Fight for Tomorrow ภาพยนตร์โรแมนติกผ่านเสียงเพลงอย่าง Last Song for You หรือสารคดีอย่าง  Four Trails
ที่จะพาไปตามติด Hong Kong Four การแข่งขันวิ่งเทรลหฤโหด และ The Flower Princess (Part 1) ภาพยนตร์แอนิเมชัน-อุปรากรณ์งิ้วที่สร้างจากตำนานรักช่วงผลัดแผ่นดิน  

ห้ามพลาดเด็ดขาด 29 สิงหาคม – 3 กันยายนนี้ กับงาน Hong Kong Film Gala Presentation จองตั๋วและติดตามข่าวสาร เช็ครอบฉาย และซื้อตั๋วได้แล้ววันนี้ สามารถจองตั๋วได้แล้วทางแอปพลิเคชัน House Cinema, เว็บไซต์ housesamyan.com หรือหน้าเคาน์เตอร์โรงฯ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์

#HKFilmGalaPresentationTH

#AFA #AFAA

#HouseSamyan

#HongKongFilmGalaPresentation

#HongkongFilmGalaPresentation

#香港電影巡禮

ม้วนเดียวจบ! ‘วีนา ปวีนา’เคลียร์ทุกดราม่า เชื้อชาติ-รูปร่าง ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส2025 เพราะยอดขาย

ม้วนเดียวจบ! 'วีนา ปวีนา'เคลียร์ทุกดราม่า เชื้อชาติ-รูปร่าง ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส2025 เพราะยอดขาย

ม้วนเดียวจบ! ‘วีนา ปวีนา’เคลียร์ทุกดราม่า เชื้อชาติ-รูปร่าง ได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส2025 เพราะยอดขาย

วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.17 น.

วีนา ปวีนา กับเส้นทาง 8 ปีแห่งความฝัน จากวันที่เกือบแขวนส้นสูงบอกลาเวทีนางงาม กับการกลับมาอย่างสง่างาม และปิดตำนานนางรองคว้ามงกุฏมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ได้สำเร็จ พิสูจน์แล้วว่าความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne 31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

มันมีดราม่าเรื่องเชื้อชาติ เล่าให้ฟังหน่อยเป็นมายังไง?

วีนา : ครั้งแรกที่วีนาไปประกวด คำถามแรกที่ได้รับ คือ รู้สึกว่าเราเป็นคนไทยไหม จะบอกกับคนที่คิดว่าเราไม่ใช่คนไทยยังไงบ้าง วีนาตอบเลย เป็นคนไทย มีบัตรประชาชนนะคะ ดูมั้ยคะ เพราะว่ามันไม่มีอะไรจะบอกได้มากกว่านั้นแล้ว เกิดในไทย เติบโตในไทย ให้ทุกคนเห็นวีนาในฐานะคนไทย คลุกคลีมากับวัฒนธรรม อาหารต่างๆ ภายนอกบางครั้งอาจจะไม่เหมือน บางคนคิดว่าเป็นสาวใต้ เพราะฉะนั้นความเป็นไทยมันก็แล้วแต่ เพราะเราเป็นการหลอมรวมวัฒนธรรมอยู่แล้ว มีทั้งจีน อินเดีย เยอะแยะมากมาย ความเป็นไทยอยู่ในสายเลือดวีนานี่แหละ กินส้มตำ ข้าวเหนียวเหมือนกัน

ย้อนกลับไปปี 2020 วีนาก็โดนด่าเรื่องรูปร่าง?

วีนา : รูปร่างตอนนั้น บอกตรงๆ ก็พยายามออกกำลังกายเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เรามีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิต ตอนนั้นมาด้วยแบบเราก็มั่นใจในตัวเองนะ แต่หลายคนอาจจะมองว่ายังไม่เข้าที่ ยังไม่เฟิร์มพอ โดนบูลลี่ว่าเป็นสาวอินเดียที่รูปร่างใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราเจอมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เราตัวสูงแล้วก็อวบๆ ก็จะโดนล้อมาตลอด พอมาปี2020 บอกตามตรงก็นอยด์เหมือนกัน แต่สุดท้ายอยู่ที่จิตใจเรา เราโฟกัสว่าเรามาทำตรงนี้เพราะอะไร ซึ่งมันมีหลากหลายแบบมาก ซึ่งเวทีมิสยูนิเวิร์ส เค้าเปิดรับผู้หญิงทุกแบบ ทุกสไตล์

ปี2020 กับตอนนี้ น้ำหนักตัวห่างกัน?

วีนา : ห่างกันประมาณ 20 โลได้ ตอน 2020 หนัก 70 กว่าๆ เกือบ 80 แล้วเราพยายามลดมาเรื่อยๆ ตอนช่วงไฟนอลก็ห่างกันประมาณ 10 กว่าโลได้

ลดยังไง?

วีนา : ทานอาหารคลีน ทำ IF แล้วก็ออกกำลังกาย

น้ำหนักปัจจุบันเหลือเท่าไหร่?

วีนา : 60 โดยประมาณ

ดราม่ายังไม่จบ มีคนมาวิจารย์เรื่องหน้าตา หน้ายังไม่เข้าที่ตาไม่เท่ากันบ้าง?

วีนา : จะมีช่วงหนึ่งที่ไปเกาหลีมา อยากจะทำผิวให้สวยงามมากยิ่งขึ้น มันก็มีบ้างช่วง 1-2 อาทิตย์แรกที่ยังไม่เข้าที่ หน้ายังบวมอยู่ ปกติเป็นคนที่ไม่ทำอะไรแบบนี้เลย ครั้งแรกที่ไปทำ 1 เดือนก่อนที่จะเป็นวันเปิดตัว มันก็ยังมีอยู่บ้าง ยิ้มไม่สุดบ้าง แต่ตอนนี้สวยหรือยังคะ ก็ใช้เวลาบ้าง ไม่เป็นไรร่างกายเราพักฟื้นนิดนึง

เครียดไหมกับคอมเมนต์แบบนี้ ?

วีนา : เคยซีเรียส เคยนอยด์เหมือนกัน แต่เราได้มามาฟังหัวใจตัวเอง ไม่มีใครเข้าใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เค้าจะพูดแค่สิ่งที่เค้าเห็น สิ่งที่เราทำได้คืออธิบายให้เค้าฟัง สุดท้ายถ้าเค้ายังไม่ชอบอีกก็แล้วแต่แล้วกัน

ก็มีดราม่าว่าไม่สมมง ได้ตำแหน่งเพราะยอดขาย?

วีนา : ก็ยอดขายเยอะจริง แต่ว่าไม่ได้ได้ตำแหน่งเพราะยอดขายเยอะแน่นอน ตอนแรกบอสแจ้งมามี 3 B คือ Beauty คือภายนอก สวย ไม่สวย อันนี้แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน ซึ่งสิ่งที่ตระหนักมากคือรูปร่าง ต้องมีความเฮลตี้ มีวินัยกับตัวเอง ทานอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกาย, Brain  แข่งกันตอบคำถาม ใครไม่ได้ปัดตกเลย แล้ววีนาได้เข้ามาอยู่ top4 กว่าจะเข้ามาอยู่ top4 ได้ผ่านคำถามหินมาก และ Business วีนาเข้าใจทำไมหลายคนถึงคิดแบบนี้ เพราะอันนี้วีนาเด่นที่สุด ถ้าเต็ม 10 วีนาน่าจะได้ 100 เพราะว่าวีนาขายมาตั้งแต่แคมเปญ 10 ล้าน จนถึงปัจจุบันนี้ 32 ล้าน ก็เลยเข้าใจที่เค้าจะคิด เพราะ Business สูงมาก สุดท้ายก็ได้ Best Seller มา แต่สุดท้ายแล้วการเป็นนางงามไม่ใช่แค่เรื่องขายของอย่างเดียว มันจะต้องสามารถต่อยอดได้ในอนาคต อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ

ตอนที่มีดราม่าเยอะเราก็นอยด์เหมือนกัน แต่ที่ผ่านมาได้เพราะกำลังใจจากครอบครัว?

วีนา : ครอบครัวส่งกำลังใจให้ตลอด โดยเฉพาะคุณแม่เค้าจะบอกว่าไม่เป็นไร อะไรที่เจออยู่ เค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น สุดท้ายเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง ป้า คุณย่า ก็ส่งกำลังใจมาให้ตลอด เป็นห่วงว่าเรามาประกวดรอบนี้เราจะทำไม่ได้ แล้วเราจะเสียใจ เค้าก็จะบอกว่าให้เราทำให้เต็มที่ ถามว่าผลักดัน 100% ไหมก็ไม่ เพราะเค้ากลัวจะเห็นเราร้องไห้อีกรอบหนึ่ง

ชาวเน็ตพิมพ์คอมเม้นต์อะไรระวังนิดหนึ่ง  เพราะตอนนี้บอสเอาจริง ?

วีนา : เรื่องของการบูลลี่ มันไม่ใช่ผิดแค่ในเรื่องของความรู้สึกที่เราไปทำร้ายคนอื่น มันผิดในเรื่องของกฎหมายด้วย อยากให้ใช้คำพูดแบบระมัดระวังนิดนึง เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เสีย คือคนที่พิมพ์ เพราะว่ากฎหมายมันไม่ได้อ่อนข้อให้ใครเลย ทุกคนเท่าเทียมกัน เวลาที่ล้ำเส้นก็ตามนั้น

กระเช้าอะไรก็ไม่รับแล้ว ?

วีนา : คงจะไม่รับแล้ว ในอดีตมีขอโทษ 20 วัน ก็ยังรับบ้าง แต่ปัจจุบันให้บอสกับ mgi จัดการ เพราะรู้ตัวว่าเป็นคนใจอ่อนเหมือนกัน

เห็นว่าเรื่องการบูลลี่ ไม่ได้โดนแค่ตอนประกวด โดนมาตั้งแต่เด็ก?

วีนา : ด้วยความที่วีนาเป็นคนไทย เชื้อสายอินเดีย อยู่ในสังคมที่มีคนหน้าตาไม่เหมือนเรา เราก็จะไม่เหมือนคนอื่น ตอนเด็กยังไม่เข้าใจหรอกเรื่องของความแตกต่าง โดนบ่อยที่สุดคือ อินเดีย ปากห้อยบ้างแหละ ตัวสูงเรียกวีนาเป็นยักษ์ ใครจะไปรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันทำให้เรากลายเป็นนางงามได้ในวันนี้ ตอนเด็กก็เสียใจเหมือนกัน ยอมรับเลยว่ากลายเป็นคนไม่กล้าพูด แล้วก็ขี้อายไปเลย กลัวว่าเราจะโดนตัดสินจากสังคม แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่สามารถไปเปลี่ยนคนอื่นได้ เราเดินหน้าต่อไป เป็นเราที่ดีขึ้นได้

วีนาสู้มาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อเสียตั้งแต่อายุ 8 ขวบ?

วีนา : พอคุณพ่อเสียวีนาย้ายไปอยู่ยะลากับคุณป้า คุณป้าจะสอนในเรื่องการค้าขาย กลับมาจากโรงเรียน เพื่อนจะไปเที่ยว ไปกินข้าว แต่เรากลับมาช่วยคุณป้าขายของ เพราะเราเองก็รู้สึกว่าคุณป้าช่วยเลี้ยง ทำให้เรามีวันนี้ได้ อยากตอบแทนเค้า แล้วเราก็ไม่ใช่เด็กที่ออกไปเที่ยวอะไรมาก เพราะอยากตั้งใจเรียน อยากได้ทุนด้วย พอได้ทุนมาแล้ว ก็ไม่อยากจะขอเงินจากคุณป้าด้วย เค้าให้วีนามาเยอะมากๆ ก็เลยไปเป็นติวเตอร์ สอนภาษาอังกฤษบ้าง โอเน็ตบ้าง เพื่อที่จะหาเงินมาใช้ด้วยตัวเอง และในการประกวดครั้งแรก เงินที่วีนาได้ทุนก็มาจากตรงนี้

เรื่องขายของ ตอนนั้นคุณป้าให้ขายอะไร?

วีนา : ขายผ้า กระดุม ด้าย เข็ม มีของทั่วไปเลย ที่สามารถหาได้

อะไรที่ทำให้เรามาประกวดครั้งแรก ?

วีนา : วีนารู้สึกว่ามิสยูนิเวิร์สเค้าผลักดันให้ผู้หญิงเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น เป็นผู้นำให้กับคนในสังคม ตอนนั้นปี2015 คนที่ได้ เค้าประกวด 3 รอบกว่าเค้าจะได้ แล้วเค้ามาจากพื้นเพที่ไม่ได้ร่ำรวย แล้วก็ไม่ได้มีแรงสนับสนุนมาก วีนารู้สึกว่าเราคือผู้หญิงคนนั้น ไม่ได้มาจากพื้นเพที่มีอะไรมาก สู้เหมือนกัน แล้วเราอยากจะส่งต่อกำลังใจให้กับคนอื่นด้วย ให้กับคนที่ไม่ได้เหมือนกับคนในสังคม สุดท้ายแล้วสู้ แล้วปรับตัวเองมายืนอยู่ตรงจุดที่เค้าอยากจะเป็นได้

ความฝันของเรากับครอบครัวมันคนละทางกัน ตอนประกวดครั้งแรกครอบครัวว่ายังไงบ้าง?

วีนา : ไม่ให้ประกวดเลย อย่างแรกกลัวว่าจะไม่ยั่งยืน อย่างที่สองเค้าคิดว่าเราทำไม่ได้ กลัวเราจะเสียใจ เค้าเลยบอกว่าลองไปทำงานบริษัทดูไหม เป็นข้าราชการดูไหม จบมาแล้วจะได้งานเดียวแล้วยาวไปตลอดชีวิต อยากให้มีความมั่นคง แต่เราเป็นคนบ้าบิ่นมาตั้งตั้งแต่เด็ก เราก็จะไม่ค่อยยอมใครอยู่แล้ว ตรงนี้มันคือความฝันของเราจริงๆ เราเลยไปประกวดโดยที่ไม่ได้บอกเค้า เค้าจะมารู้วันที่เราไปแล้ว ก็โดนดุเหมือนกัน ก็จะเป็นคนแบบนี้แหละ ไม่ยอม ขอทำ ครั้งที่หนึ่งประกวดจบ เค้าบอกเลยว่าไม่ให้แล้วนะ ไม่ให้ประกวดแล้วนะ

ผิดหวังไหมกับการประกวดครั้งแรก ?

วีนา : ผิดหวัง ที่บ้านก็เสียใจมาก คุณป้าก็ร้องไห้ เรารู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่ทำให้เขาเสียใจ แต่สุดท้ายถ้าเราสู้ เราไม่มีวันแพ้แน่นอน เพราะแค่สู้มันก็ชนะแล้วจริงๆ ก็เลยมารอบที่2 ซึ่งมันก็ไม่ชนะ แต่เราก็พยายามใช้สิ่งที่เรามีทำให้มันดีที่สุด ซึ่งครั้งที่3 กับครั้งที่4 ไม่ต้องถามนะคะ เพราะไม่อยากคุยด้วยแล้วเรื่องนี้

ครั้งที่4 มงลง เป็นยังไงบ้าง?

วีนา : เค้าดีใจด้วย สิ่งที่เราฝันมันเกิดขึ้นจริงแล้ว

ก่อนที่เราจะประสบความสำเร็จ มันก็มีบางช่วงที่แว๊บขึ้นมาว่าไม่ประกวดแล้ว?

วีนา : ด้วยความท้อด้วย ประกวดแต่ละรอบเรารู้สึกว่ามันหนักเหมือนกัน หนักทั้งทางด้านร่างกายที่เรานอนน้อย ใจที่เราต้องต่อสู้อะไรอีกเยอะ เราอยากจะทำแต่ละครั้งให้เต็มที่ที่สุด ชนะได้แล้วเถอะ ทุกครั้งเราจะใส่เต็มตลอด ไม่มีการกั๊ก พอไม่ได้ เลยรู้สึกว่าบางทีสิ่งนี้อาจจะไม่เหมาะกับเรา ลองไปทำอย่างอื่นไหม ก็ลองไปทำอย่างอื่นไหม ไปทำธุรกิจตัวเอง ทำรายการออนไลน์ สุดท้ายสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราฝันจริงๆ ก็คือสิ่งนี้อยู่ ถ้าเราไม่ได้ทำ เราจะเสียดายมากๆ เลย จะทำให้เต็มที่รอบสุดท้าย

ช่วงที่บอกว่าจะแขวนส้นสูง มันคาบเกี่ยวกับช่วงที่คุณแม่ป่วยด้วยไหม?

วีนา : ใช่ค่ะ หลังจากปี 2023 แม่ไม่สบายหนักมาก แล้ววีนาก็ว่างพอดี โอเคงั้นไปอยู่ที่แคนาดากับแม่ เพราะคุณแม่ก็ต้องการคนดูแล อยู่กับเค้าประมาณ 1 ปี ตอนแรกจะไปอยู่ 6 เดือน แต่เค้าก็ไม่ดีขึ้นก็เลยอยู่ 1 ปี  เขาดีขึ้นละ ผ่าตัดอะไรเรียบร้อย ก็เลยกลับมาทำวีซ่าเพื่อไปเรียนต่อแคนนาดา ไปอยู่นู่น หางานที่นู้น แต่สุดท้ายบอสประกาศลิขสิทธิ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ก็เลย สักรอบดีกว่า ก็เลยรู้สึกว่าเราน่าจะตอบโจทย์บอส เขาพูดมาเลยว่าต้องการแบบไหน วีนารู้สึกว่ามันสะท้อนตัวตนของวีนา ก็เลยพัฒนาแต่ละด้านให้ดีที่สุด

ก็จะมีคุณแม่คุณทูนหัว ที่คอยให้กำลังใจน้อง ไม่ใช่ใครที่ไหน  ส้ม ณัชพร ชื่นชอบอะไรในตัวน้อง?

พี่ส้ม : ชอบตั้งแต่ปี 2018 แต่เขาไม่รู้ เราเห็นรูปถ่ายเขาทำไมสวยจัง ไม่เคยเห็นนางงามสวยขนาดนี้ ณ วันนั้นนะ ตามดูเขา 2020 นี่ปักธงเชียร์เลย แต่ไม่ได้แสดงออกนอกหน้า แล้วก็ไม่ได้ เสียดายจังเลย เพราะเราชอบหน้าแบบนี้ อยากให้เป็นตัวแทนประเทศไทย หน้าอย่างนี้ส่งออก เราก็เลยเชียร์ แล้วเค้าก็ไม่ได้ พอเขาไม่ได้ก็คิดว่าเขาจะกลับมาอีกไหม แต่ตอนนั้นวีนาไม่เหมือนตอนนี้นะลูก จะเงียบ ปี2020 วีนามากับอแมนด้า พี่พยายามเข้าไปคุยกับวีนา เชียร์วีนาสุดตัวเลยนะ วีนาก็จะเงียบๆ  พอปี 2023 เราคุยกัน ตอนนั้นแม่เปิดหน้าเต็มที่ หมดไปเยอะมาก นอกจากเสียใจแล้ว เสียเงินด้วย พอมาปีนี้ดีใจที่ลูกได้มง เป็น PD จะมาส่งเค้านะ แต่ไม่ทัน ไม่เป็นไร PD ทุกท่านก็ดีหมด จะส่งลูก วี ก็กลายเป็นส่งลูกพลอยแทน วันนี้เค้าสมมง จากไม่คุยอะไรเลย วันนี้มียอดขายได้ขนาดนี้

บทสัมภาษณ์ของพี่ส้มมีส่วนทำให้วีนาตัดสินใจมาประกวดใน mut อีกครั้งหนึ่ง?

พี่ส้ม : บทสัมภาษณ์ตรงไหน บทสัมภาษณ์ที่เป็น คุยแซ่บ วี วีไอพี หรือเปล่า เออบทบทสัมภาษณ์วีนา ใช่ไหม ปี 23 ที่ไม่ได้ ก็ปีที่ทุ่มเงินไปนั่นแหละ แล้วหนูไม่ได้ก็เลย บอกว่าเนี่ย ปีเนี้ย แล้วก็ นั่งคุยกันแล้ว เราก็รู้สึกว่าเค้า ไม่เคยร้องไห้ เค้าไม่เคยแสดงความรู้สึกอะไรเลย แล้ว วันนั้นส้มเป็นติ่ง ส้มก็อดทนไม่ไหวหรอก เพราะส้มเชียร์เค้ามากแล้วน้ําตามันก็ไหลออกมาทั้งคู่ เป็นครั้งแรกที่เห็นน้ําตาวีนานะ  วีนาลูกวันที่ประกวดล่าสุดไปอะก็มีติ่งหนูอ่ะเดินมาหาแม่เค้าก็มาขอบคุณแต่ไม่รู้จริงป่ะนะเดี๋ยวจะถามวีนาวันนี้

วีนา : จริง มีแต่คนบอกว่าดูเทปนั้นแล้วแบบร้องไห้ตามแล้วอยากให้วีนากลับมาอีกรอบหนึ่ง

แสดงว่า การสัมภาษณ์วันนั้นเลยทําให้เราตัดสินใจที่จะกลับมาประกวด?

วีนา : มีส่วนค่ะ เพราะว่าคําที่พี่ส้มพูดอะหนูจําได้เลยแม่บอกว่า สิ่งที่เราไม่ได้ในวันนี้มันจะทําให้เราไปเจอสิ่งที่ดีกว่าในวันหน้า ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง

พี่ส้ม : แล้วมันแปลกมีอยู่อันนึงที่พี่บอกวีนาพยายามจะบิ๊ววีนาบอกว่าวีนาไม่ได้มงวันเนี้ย วันนึงวีนาอาจจะเป็นผู้จัดเป็นคนทําเลยก็ได้แล้วกลายเป็นตัวฉันเอง งงมากมันเหมือนกับว่าเราบอกตัวเองว่าแบบเออเดี๋ยวฉันจะมาทําแล้วนะ

ซึ่งพี่ส้มก็เป็นผู้จัดแล้ว น้องวีนาหลังจากคุยกับพี่ส้มในวีวีไอพีปุ๊บก็มงลงเลย?

พี่ส้ม : ใช่มาถึงเวลามันถึงเวลาที่ต้องมงลงอ่ะ มันจําเป็นต้องเป็นเค้า

พี่ส้มวันนี้คือวีนาเค้ามาในรายการในตําแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส2025 แน่นอนว่าก็มีคนทั้งยินดีแล้วก็วันนี้ตั้งแต่ต้นรายการที่เราคุยกันมาถึงตอนนี้มันก็มีเรื่องดราม่าของน้องเยอะ ทั้งเรื่องรูปร่าง ไม่สมมง ได้เพราะยอดขาย อยากให้พี่ส้มส่งกําลังใจให้ลูกสาวของพี่ส้มนิดนึงให้ก้าวข้ามผ่านเรื่องราวต่างๆ?

พี่ส้ม : เชื่อไหมคุณผู้ชมเชื่อไหมแฟนวีนาที่ดูอยู่ทั่วโลกก็คือเค้าผ่านแล้ว ส้มมั่นใจนะ จากที่ส้มรู้จักน้องมาเค้าก้าวผ่านเรียบร้อยแล้ว ถ้าเค้าไม่ก้าวผ่านก็ไม่สามารถเป็นวีนาร่างนี้ได้ ส้มเห็นเค้าตั้งแต่ปี2018, 2020 เห็นชัดที่สุดจากวันนั้น จนถึงวันนี้มัน5ปีแล้วอ่ะเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้หญิงคนนึงจากจากคนนั้นมาถึงคนเนี้ย มันไม่ใช่การสู้ที่ง่ายนะ จากคนที่ไม่พูดมาเป็นคนที่พูดถูกไหม ถ้าไม่ใช่แฟนคลับจริงๆ ก็พูดไม่ได้ ไม่จําเป็นต้องให้กําลังใจอะไรเลย เพราะว่าชีสตรอง ถ้ามาถึงวันนี้ได้ล้มเค้าไม่ได้ค่ะ ดังนั้นแม่ขอให้หนูประสบความสําเร็จ ขอให้หนูสตรองแบบนี้ไม่มีอะไรทําร้ายตัวเราได้นอกจากตัวเราเอง ก็คือถ้าเราท้อไปเองใช่ไหม ดังนั้นไม่มีอะไรทําร้าย วีณา ได้ขอให้วีนาสู้ต่อไปและพัฒนา เวลาใครเขาติหรือ comment อะไรไม่ต้องต้านลูก โอเคเดี๋ยแก้ ปรับ ถ้าเธอว่าฉันตรงนี้ฉันจะต้องเป๊ะตรงนั้นเหมือนที่ที่หนูเป๊ะมาตลอดที่หนูปรับตัวเองมาตลอด แล้ววันนั้นน่ะ ขอให้หนูได้เป็นมิสยูนิเวิร์สให้ประเทศไทยเป็นมง3

พี่ส้มถามเล่นๆ ถ้ามองสามลงน้องจริงจริงๆ ?

พี่ส้ม : เป็นลม

มีอะไรให้เป็นของขวัญน้องมั้ย?

พี่ส้ม : เดี๋ยวเต้นให้ดูเลย ต้องฉลองมีรางวัลสิต้องมีรางวัลให้มีรางวัลนะ เดี๋ยวค่อยบอกว่าเป็นอะไร ต้องให้อยู่แล้ว ก็ต้องมารายการนี้สิ มารับอยู่ในรายการสิจ๊ะ

ปิดตำนานนางรอง คว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สได้สำเร็จ ไปเรียนอะไรมาเพิ่มมันถึงอัปสกิลได้ถึงขนาดนี้?

วีนา : คิดว่าการพูดมันต้องฝึกบ่อยๆ  ใช้ประจำ อันนี้ไม่ได้อวยอะไรเลยนะ ไลฟ์ขายของ การที่เราต้องพูดคนเดียวไปเรื่อยๆ  มันทำให้เราพูดไปเรื่อยไม่หยุด เราต้องหาคำใหม่ๆ ที่เราต้องนำมาใช้ นี่แหละ คือการฝึกที่แท้จริงเลย ไม่ว่าเราจะเรียนกี่ทฤษฎีมา ถ้าเราไม่ได้ปฎิบัติ เราจะทำได้ไม่ดีแน่นอน