ตอกย้ำความสำเร็จ !CHANGE2561 เข้าชิง 4 รางวัล ในงานประกาศรางวัล’Y Entertain Awards 2025′

ตอกย้ำความสำเร็จ !CHANGE2561 เข้าชิง 4 รางวัล ในงานประกาศรางวัล'Y Entertain Awards 2025'

ตอกย้ำความสำเร็จ !CHANGE2561 เข้าชิง 4 รางวัล ในงานประกาศรางวัล’Y Entertain Awards 2025′

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.06 น.

ยังคงประสบความสำเร็จในการสร้างผลงานจนเป็นที่ยอมรับได้อย่างต่อเนื่อง CHANGE2561  ผู้ผลิตคอนเทนต์บันเทิง แบบครบวงจรครองความนิยมด้านคอนเทนต์คุณภาพคว้าใจแฟนๆไปทั่วโลก หลังจากคว้ารางวัลจากหลายเวทีและหลากหลายสาขารางวัลมาการันตีความสำเร็จ  ล่าสุดผลงานคุณภาพของ CHANGE2561 ได้เข้าร่วมชิงรางวัล ในงานประกาศรางวัลยิ่งใหญ่ของวงการ “BL GL LGBTQ” เมืองไทย “Y Entertain Awards 2025” ที่ผลักดันทุกก้าวสู่สากล พร้อมการมิกซ์แอนด์แมตช์ทุกสมการ ทั้งการรวมทัพนักแสดงสายวายตัวท็อปของวงการบันเทิงเมืองไทย โดยบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

พูห์ กฤติน – พาเวล นเรศ และ ลูกหมี ปัญญาพัชร – ซอนญ่า ศรัณย์ภัทร์ ได้เข้าชิงรางวัล Y Couple of the Year (คู่จิ้นฟินเวอร์แห่งปี) รางวัลที่มอบให้แก่คู่นักแสดง Boys’ Love หรือ Girls’ Love ที่แสดงคู่กันได้อย่างประทับใจเป็นที่ชื่นชอบของมหาชน

พูห์ กฤติน กิจจารุวรรณกุล เข้าชิงรางวัล Prince of  Boys’ Love ( นักแสดงนำ Boys’ Love เจ้าเสน่ห์ ) รางวัลที่มอบให้แก่นักแสดงนำชาย    ซีรีส์ Boys’ Love ที่เป็นที่ชื่นชอบและได้รับการสนับสนุนจากมหาชน

ลูกหมี ปัญญาพัชร และ ซอนญ่า ศรัณย์ภัทร์  เข้าชิง Princess of Girls’ Love ( นักแสดงนำ Girls’ Love พราวเสน่ห์ ) รางวัลที่มอบให้แก่นักแสดงนำหญิงซีรีส์ Girls’ Love ที่เป็นที่ชื่นชอบและได้รับการสนับสนุนจากมหาชน

นอกจากนี้ สิงสาลาตาย และ “Harmony Secret” ดีลลับฉบับเล่นเล่ห์ ยังได้เข้าชิงรางวัล Most Popular Y Novel ( นิยายYยอดนิยม ) รางวัลที่มอบให้แก่นิยาย Boys’ Love หรือ Girls’ Love ที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์ และได้รับความนิยมจากมหาชน

โดยงานนี้ทาง CHANGE2561 ขอขอบคุณ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ให้เกียรติผลงานได้ร่วมเข้าชิงรางวัลและขอแสดงความยินดีกับทุกผลงานที่ได้ร่วมเข้าชิงมา ณ ที่นี้ มาร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับผลงานจาก CHANGE2561 ใน “Y Entertain Awards 2025” ได้ในวัน อังคาร ที่ 23 กันยายน 2568 ณ สถานที่จัดงาน TRUE ICON HALL, 7th FLOOR ICONSIAM

‘กลัฟ-คณาวุฒิ’คว้ารางวัลระดับเอเชีย’MostOutstandingYoungActor’

'กลัฟ-คณาวุฒิ'คว้ารางวัลระดับเอเชีย'MostOutstandingYoungActor'

‘กลัฟ-คณาวุฒิ’คว้ารางวัลระดับเอเชีย’MostOutstandingYoungActor’

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งปีทองสำหรับหนุ่ม “กลัฟ-คณาวุฒิ” กับการเดินสายรับรางวัล ที่ล่าสุดเพิ่งคว้ารางวัล Most Outstanding Young Actor” บนเวทีระดับเอเชีย ในงาน WEIBO CULTURAL EXCHANGE NIGHT 2025 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยรางวัล “Most Outstanding Young Actor“ นับว่าเป็นรางวัลที่ 3 ในปีนี้ของหนุ่มกลัฟ งานนี้ทำเอาเจ้าตัวภูมิใจและขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจมาโดยตลอด “ดีใจมาก ๆ ครับ กับรางวัลนี้ สำหรับผมทุกรางวัลที่ผมได้มา ผมไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นของผมคนเดียวเลย เพราะเบื้องหน้าที่ดีย่อมมาจากเบื้องหลังที่ดีด้วย โดยเฉพาะพี่ๆ แฟนคลับที่คอยสนับสนุนและเป็นแรงผลักดันที่ดีในทุก ๆ ก้าวของผมในวงการบันเทิงนี้มาตลอด ผมไม่มีคำไหนจะมอบให้นอกจากคำว่า ขอบคุณครับ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่คอยส่งให้กัน ผมรับรู้ได้ถึงความรัก ความหวังดีนั้นมาเสมอ และรางวัล Most Outstanding Young Actor นี้ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ผมภูมิใจ ผมสัญญาจะยังคงเดินหน้า ตั้งใจสร้างผลงานดี ๆ เพื่อทุกคนครับ”

หนังชนโรง : เมื่อเหล่าตัวแม่จากยุค 2000 กลับมาพร้อมสมาชิกใหม่วัยรุ่นสุดจี๊ด

หนังชนโรง : เมื่อเหล่าตัวแม่จากยุค 2000 กลับมาพร้อมสมาชิกใหม่วัยรุ่นสุดจี๊ด

หนังชนโรง : เมื่อเหล่าตัวแม่จากยุค 2000 กลับมาพร้อมสมาชิกใหม่วัยรุ่นสุดจี๊ด

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรียกว่าดูได้สนุกทุก Gen จริง ๆ สำหรับภาพยนตร์ภาคต่อที่รอคอยกันมานานอย่าง “Disney’s Freakier Friday ศุกร์สยองสี่ร่างสลับรุ่น” เพราะนอกจากจะเอาใจ Gen X และ Gen Y พาทีมนักแสดงชุดเดิมกลับมาแบบยกแพ็ก ยังเข้าถึง Gen Z ด้วยการเสริมทัพความป่วนด้วยสมาชิกใหม่วัยรุ่นจ๋าที่แสบซ่าไม่น้อยกว่ากัน เรื่องราวจึงชุลมุน วุ่น และฮา การันตีความสนุกด้วยคะแนนใน Rottentomatoes ที่สูงทั้งฝั่งนักวิจารณ์ซึ่งให้ Tomatometer มะเขือเทศสดด้วยคะแนน 72% และ Popcornmeter ฝั่งคนดูสูงถึง 93% (คะแนน ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2568)

หลังจากผ่านไปกว่า 20 ปี “Disney’s Freakier Friday ศุกร์สยองสี่ร่างสลับรุ่น” จะพาทุกคนไปสำรวจการขยายตัวของครอบครัว Coleman ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อ Anna คุณแม่ยังสาว กำลังจะแต่งงานกับหนุ่มหล่อคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ท่าวท่ามกลางความท้าทายมากมายในการรวมสองครอบครัวเข้าด้วยกัน เหตุการณ์สลับร่างสุดอลเวงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ใช่แค่ 2 แต่เป็นการสลับร่างพร้อมกันถึง 4 คน มาดูกันดีกว่าเรื่องราวความวุ่นวายครั้งนี้จะมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง

“Jamie Lee Curtis” รับบท “Tess Coleman”  ในเรื่องนี้ Tess ไม่เพียงอยู่ในฐานะภรรยาของ Ryan แม่ของ Anna และยายของ Harper เธอยังเป็นนักจิตวิทยาที่ประสบความสำเร็จ และกำลังเตรียมตัวออกทัวร์เปิดตัวหนังสือเล่มแรกด้วย ส่วนตัวแล้วเธอเป็นคนที่ทุ่มเทและอยู่เคียงข้างทุกคนในครอบครัวเสมอ แต่บางครั้งก็อาจจะเผลอก้าวก่ายชีวิตของคนอื่นไปบ้าง

“Lindsay Lohan” รับบท “Anna Coleman”  จากสาวน้อยวัยมัธยมที่รักในเสียงดนตรี Anna ในวัยทำงานยังคงวนเวียนอยู่ในแวดวงเพลงโดยรับหน้าที่เป็นผู้จัดการของป๊อปสตาร์ และอีกด้านยังเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวของ Harper ลูกสาววัยรุ่น ที่พยายามจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวของเธอเอง

“Julia Butters” รับบท “Harper Coleman” และ“Sophia Hammons” รับบท “Lily Davies” Harper คือลูกสาวของ Anna ตัวแทนของวัยรุ่นที่มีความเป็นตัวของตัวเอง และความสัมพันธ์ของเธอกับแม่ก็สะท้อนมุมมองของครอบครัวที่อาจมีความเข้าใจผิดกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็คือครอบครัว ส่วน Lily เป็นลูกสาวของ Eric Davies คนรักใหม่ของ Anna เธอใฝ่ฝันจะไปเรียนต่อด้านแฟชั่นที่ลอนดอน และในฐานะลูกสาวของพ่อเลี้ยงเดี่ยว Lily ต่อต้านความสัมพันธ์ที่กำลังพัฒนาระหว่างพ่อของเธอกับ Anna อย่างโจ่งแจ้ง 

“Manny Jacinto”  รับบท “Eric Davies”  เชฟชื่อดังเจ้าของร้านอาหาร คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวของลูกสาววัยรุ่น ที่บังเอิญเจอกับ Anna และถูกตาต้องใจกันทันที ซึ่งด้วยความที่ต่างคนต่างก็เป็นคุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเหมือนกัน ทั้งคู่จึงพยายามดูว่าความสัมพันธ์นี้จะสามารถพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน

นอกจากนี้ยังได้ Chad Michael Murray กลับมาขี่มอเตอร์ไซค์ในบท Jake หนุ่มในฝันสมัยมัธยมของ Anna อีกครั้ง, Rosalind Chao กลับมารับบท Mama P และ Mark Harmon ในบท Ryan คู่ชีวิตของ Tess รวมถึง Stephen Tobolowsky ซึ่งกลับมารับบท Mr. Elton Bates ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษที่แฟน ๆ ยังคงจดจำได้เสมอ อีกทั้งยังได้ Maitreyi Ramakrishnan มารับบท Ella ป๊อปสตาร์ผู้ผิดหวังในรักซึ่งมี Anna เป็นผู้จัดการ และที่ขาดไม่ได้คือ Vanessa Bayer ในบท Madame Jen หมอดูที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด 

‘เปิ้ล นาคร’มอบถังน้ำใหญ่ 100 ถัง ให้ทหารแนวชายแดนไทย

'เปิ้ล นาคร'มอบถังน้ำใหญ่ 100 ถัง ให้ทหารแนวชายแดนไทย

‘เปิ้ล นาคร’มอบถังน้ำใหญ่ 100 ถัง ให้ทหารแนวชายแดนไทย

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.41 น.

19 สิงหาคม 2568 นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง “เปิ้ล นาคร” ได้สร้างความประทับใจให้กับสังคมอีกครั้ง หลังโพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรม ขณะมอบถังน้ำความจุ 1,200 ลิตร จำนวน 100 ถัง ให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจและอำนวยความสะดวกในด้านการใช้น้ำสะอาดอย่างเพียงพอ

ดดยเขียนแคปชั่นว่า “ถังน้ำ 1,000 ลิตรสู่ชายแดนไทย….จากการได้พูดคุยกับพี่ทหาร รับทราบมาว่าน้ำสะอาดสำหรับใช้อุปโภค บริโภคสำหรับทหารที่อยู่ตามฐานรบทุกจุดตลอดแนวชายแดนไทย มีความจำเป็นอย่างมาก…..เราจึงขอเป็นผู้จัดการหาถังน้ำขนาด 1,000 ลิตรจำนวนมาก เพื่อลำเลียงไปไว้ให้พี่น้องทหารได้ใช้กันให้เพียงพอ โดยจะนำลำเลียงจากกทม ไปถึงหน้าฐาน โดยถังนึงสามารถบรรจุน้ำใช้อยู่ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ 2 ถังต่อ 1 ฐาน …นับเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพี่น้องทหารที่ประจำจุดแต่ละจุดที่เป็นรั้วของชาติ……..ทหารที่ต้องเคลื่อนกำลังไปหาน้ำใช้ในแต่ละครั้ง เสี่ยงกับการเหยียบกับระเบิดอีกต่างหาก”

และวันนี้ เปิ้ล นาคร ก็ได้ลงภาพที่นำถังน้ำความจุ 1,200 ลิตรไปมอบใทหาร จำนวน 100 ถัง พร้อมแคปชัน “อบอุ่น นุ่ม ลึก น่าเกรงขาม ………มอบถังน้ำ 1,200 ลิตรสู่ฐานรบชายแดนไทย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #แม่ทัพกุ้ง”

สมาคมนักศึกษาเก่าฯศิลปากรผนึกกำลัง 21ศิลปินชวนคนไทยร่วมสนับสนุนผลงานศิลปะ

สมาคมนักศึกษาเก่าฯศิลปากรผนึกกำลัง 21ศิลปินชวนคนไทยร่วมสนับสนุนผลงานศิลปะ

สมาคมนักศึกษาเก่าฯศิลปากรผนึกกำลัง 21ศิลปินชวนคนไทยร่วมสนับสนุนผลงานศิลปะ

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.24 น.

สมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ กลุ่มศิลปิน และนักสร้างภาพยนตร์อิสระจากอิตาลี จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินรับเชิญ พร้อมสนับสนุนผลงานศิลปะ เพื่อระดมทุนในการสร้างภาพยนตร์ดอคคูดรามา ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ (Docudrama Film Project: ‘The Empire of Harmony’) ให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อระลึกถึงบรมครูผู้วางรากฐานศิลปะสมัยใหม่ไทย

อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว สารคดีผสมดรามา (Docudrama) ความยาว 80 นาที ผลงานการกำกับฯ ของ มาร์โค แกตติ (Marco Gatti) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิตาลี นำเสนอเรื่องราวของ “ดินแดนแห่งศิลปะที่สยามเก่าและไทยใหม่ บรรจบเข้ากับโลกตะวันตก” ถ่ายทอดเรื่องราวของสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี ที่เดินทางจากทัสคานีสู่กรุงเทพฯ เพื่อตามหาสายสัมพันธ์อันกลมเกลียวของชีวิตกับศิลปะ ผ่านภาพวาดบนเพดานโดม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมของ แกลิเลโอ คินี  (Galileo Chini) สู่ผลงานบรมครูของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศฯ ‘นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม’ ศิลปิน 5 แผ่นดิน ถึงตำนานการวางรากฐานศิลปะสมัยใหม่ไทยของศิลป์ พีระศรี (ศาสตราจารย์คอร์ราโด เฟโรชี – Corrado Feroci) ประติมากรจากฟลอเรนซ์ และข้ามผ่านสู่จังหวะชีวิตของศิลปินร่วมสมัยในปัจจุบัน  ภายในงานจัดให้มีการรับชมตัวอย่างภาพยนตร์ (Teaser) พร้อมร่วมพูดคุยกับผู้กำกับฯ และผู้อำนวยการสร้างฯ ถึงแนวคิดเบื้องหลังโครงการภาพยนตร์ฯ แนะนำโครงการโดย อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ, นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์แนวหน้าของไทย และ ธราธิป นัทธีศรี นายกสมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรมฯ

 ไฮไลท์สำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ คือการจำหน่ายผลงานศิลปะจาก 21 ศิลปินชั้นนำของประเทศ เพื่อระดมทุนสมทบการสร้างภาพยนตร์สารคดีให้เสร็จสมบูรณ์ อาทิ อินสนธิ์ วงค์สาม, อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, สมวงศ์ ทัพพรัตน์, สมภพ บุตราช, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, จิตต์สิงห์ สมบุญ, เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล, ประสงค์ ลือเมือง, วิจิตร อภิชาติเกรียงไกร, ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ, วัชระ ประยูรคำ, ชลิต นาคพะวัน, ฉลอง บุญจันทึก, สิทธิชัย ปรัชญารัตติกุล, สุธี คุณาวิชยานนท์, นพพีระ โบศรี, พรชัย ใจมา, ไพโรจน์ วังบอน, ประสิทธิ์ วิชายะ, ศักชัย อุทธิโท ฯลฯ  ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมตัวอย่าง (Teaser) ดอคคูดรามาเรื่อง ‘อาณาจักรแห่งความกลมเกลียว’ แบ่งปันมุมมองความคิด ร่วมพูดคุยกับผู้กำกับฯ ศิลปิน พร้อมสนับสนุนผลงานศิลปะ เพื่อร่วมระดมทุนสร้าง Docudrama ชิ้นประวัติศาสตร์แห่งวงการศิลปะร่วมสมัยให้เสร็จสมบูรณ์ วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 15.00-19.00 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

ติดตามความเคลื่อนไหวที่: สมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร2568 พร้อมยกระดับวงการหนังไทย

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร2568 พร้อมยกระดับวงการหนังไทย

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร2568 พร้อมยกระดับวงการหนังไทย

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.08 น.

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2568 (Bangkok International Film Festival 2025 /BKKIFF 2025) คืนชีพอีกครั้งหลังจากปี 2551โดยทีมงานชุดใหม่ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ THACCA (Thailand Creative Culture Agency) จับมือโรงภาพยนตร์ทุกเครือในกรุงเทพมหานคร ฉายภาพยนตร์จากหลากหลายประเทศทั่วโลกกว่า 200 เรื่องระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 15 ตุลาคมนี้ ชูภาพยนตร์ไทย “ธี่หยด 3” เปิดม่านเทศกาล

นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้ กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์คือหนึ่งในหัวใจของซอฟต์พาวเวอร์ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต วัฒนธรรม ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์ของไทยสู่สายตาชาวโลกได้อย่างทรงพลัง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ THACCA จึงร่วมกันผลักดันให้เกิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2568 ภายใต้แนวคิด Power in Collaboration เพื่อสื่อถึงแนวทางการทำงาน ที่ต้องอาศัยพลังจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ และประชาชนทุกคน

“เรามุ่งมั่นยกระดับกรุงเทพมหานครสู่การเป็นศูนย์กลางภาพยนตร์และวัฒนธรรมร่วมสมัยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นพื้นที่สำคัญที่จะเชื่อมโยงบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลกทั้งผู้สร้างภาพยนตร์และนักลงทุนมาเจอกัน เพื่อสร้างเครือข่ายต่อยอดโอกาสทางธุรกิจสำหรับนักสร้างสรรค์ของไทย”      นพ. สุรพงษ์กล่าว

นพ. สุรพงษ์เปิดเผยว่า การจัดงาน BKKIFF 2025 ไม่เพียงตั้งเป้าหมายให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายของคนสร้างภาพยนตร์ระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างเวทีให้คนไทยได้พัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมงานกับผู้สร้างภาพยนตร์จากทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานการผลิตและขยายโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในระยะยาว เป็นการบูรณาการความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความรู้และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งส่งเสริมศิลปินและผู้ประกอบการภาพยนตร์ของไทยให้สามารถเข้าถึงตลาดและเวทีระดับนานาชาติได้มากขึ้น

“การสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตสู่ตลาดโลกเป็นการผลักดัน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยออกไปสู่สากล” นพ. สุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

นายดรสะรณ โกวิทวณิชชา อนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ สารคดี และแอนิเมชัน และผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2568  เปิดเผยว่า งาน BKKIFF 2025 ในครั้งนี้เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดฉายภาพยนตร์มากกว่า 200 เรื่อง ทั้งภาพยนตร์ขนาดยาว ขนาดสั้น สารคดี และแอนิเมชัน จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งมีการประกวดภาพยนตร์ขนาดยาวและขนาดสั้น พร้อมงานเสวนากับทีมงานของภาพยนตร์กว่า 70 เรื่อง

สำหรับไฮไลต์ของ BKKIFF 2025 คือ ตลาดหนัง ที่จะเปิดพื้นที่ให้ผู้สร้าง ผู้จัดจำหน่ายและนักลงทุน มาพบปะและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจภาพยนตร์และซีรีส์ระดับนานาชาติ โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการออกบูทจากผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยกว่า 50 บริษัท เวทีสัมมนาเชิงลึกจากผู้ซื้อภาพยนตร์นานาชาติ กิจกรรมมาสเตอ ร์คลาสจากผู้กำกับและนักแสดงระดับโลก กิจกรรมประกวดภาพยนตร์สั้น รวมถึงกิจกรรม Asian Project Pitching และ Thai Project Pitchingที่ให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ได้นำเสนอโปรเจกต์ต่อผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง

“เชื่อว่าเทศกาลในปีนี้ นอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในวงการแล้ว ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระดับนานาชาติให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย พร้อมเสริมพลังซอฟต์พาวเวอร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการที่เรามี ‘ธี่หยด 3’ ได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดม่านเทศกาล ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนศักยภาพของหนังไทยซึ่งสามารถยืนหยัดและเฉิดฉายบนเวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง” ดรสะรณกล่าว

BKKIFF 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 15 ตุลาคม 2568 ณ โรงภาพยนตร์ทั่วกรุงเทพมหานครทั้งในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์, เอส เอฟ ซีเนม่า, เฮ้าส์ สามย่าน และลิโด้ คอนเน็คท์ โดยพิธีเปิดเทศกาลจะมีขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2568 ณ พินาเคิล ฮอลล์ ไอคอนสยาม พร้อมจัดฉายรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ “ธี่หยด 3” ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดม่านเทศกาล ถ่ายทอดเรื่องราวบทใหม่ของ ลุงยักษ์ ยศ ยอด และจ่าประพันธ์ กับการเผชิญหน้าดงผีแห่งใหม่ “บ่องสะโหนดเบียง” ที่จะพาผู้ชมสัมผัสบรรยากาศสยองขวัญบทใหม่อย่างเข้มข้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKKIFFofficial ทั้ง FacebookInstagramTikTok และ X

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

'บุ๋ม ปนัดดา' เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.57 น.

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

19 ส.ค.68 บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ในฐานะโฆษกจิตอาสา ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)  เปิดเผยกับแนวหน้าออนไลน์ถึงภารกิจในหนึ่งวันที่ชายแดน ในแต่ละวันทำอะไรบ้าง บุ๋ม กล่าว่า จะเดินทางไปตามฐานจุดต่างๆ เพื่อสำรวจว่าแต่ละแห่งขาดเหลืออะไรบ้าง โดยเฉพาะหลังการปะทะครั้งล่าสุด บางจุดที่บังเกอร์เสียหายก็จะต้องมีการซ่อมแซมหรือเสริมความแข็งแรงให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ทีมของคุณบุ๋มจะจัดหาสิ่งของที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์ ของใช้ และอาหาร ไปมอบให้กับทหาร และในพื้นที่บางฐานที่ยังไม่มีไฟฟ้าหรือครัว ก็จะเข้าไปช่วยจัดตั้งให้ใหม่เพื่อให้ทหาร ชาวบ้านได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ

เมื่อถูกถามว่าเอาพลังมาจากไหนในการลงพื้นที่ ? บุ๋มตอบว่าเธอทำงานแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว และรู้สึกว่าชีวิตได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้วไม่ว่าจะในสถานการณ์น้ำท่วมหรือตึกถล่ม การได้ดูแลความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่เธอรักมากจนรู้สึกนอนไม่หลับหากไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ

บุ๋มยังเล่าติดตลกด้วยว่า ถ้าใครอยากเจอเธอ นั่นหมายความว่าคนคนนั้นกำลังเป็นผู้ประสบภัยค่ะ

เมื่อถามว่าความต่างระหว่างการช่วยน้ำท่วมกับการช่วยชายแดน ?

บุ๋ม บอกว่าความเดือดร้อนทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกัน แต่ก็คือความเดือดร้อนเหมือนกัน อย่างช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่เกิดน้ำท่วมในภาคเหนือพร้อมกับการปะทะที่ชายแดน บุ๋มต้องบริหารจัดการการช่วยเหลือถึง 5 จังหวัดพร้อมกัน ทำให้เธอต้องลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเองในทุกๆ ที่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม

https://www.tiktok.com/embed/v2/7540175049576172801?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F907990

‘สยามเซ็นเตอร์’ จับมือ ‘ไปรษณีย์ไทย’ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

'สยามเซ็นเตอร์' จับมือ 'ไปรษณีย์ไทย'ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

‘สยามเซ็นเตอร์’ จับมือ ‘ไปรษณีย์ไทย’ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์  จับมือ ไปรษณีย์ไทย และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านงาน รักเธอประเทศไทย ในรูปแบบ POP UP SHOWCASE สุดครีเอทีฟ ให้ได้อินไปกับพลัง Thai Spirit ผ่านแฟชั่น อาร์ต และไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของสยามเซ็นเตอร์ ด้วยการรวมผลงานและสินค้าสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยตัวจริงที่ร่วมส่งกำลังใจให้ชาวไทยผ่านพ้นสถานการณ์ไปด้วยกัน

เริ่มจากกิจกรรม DIY โปสการ์ด ‘รักเธอประเทศไทย’ โดยสยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ร่วมส่งต่อความรักและกำลังใจถึงทหารที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่และพี่น้องทั่วประเทศ ผ่านโปสการ์ดกับสติกเกอร์ลายเอ็กซ์คลูซีพมากมาย จากนักออกแบบสายเลือดครีเอทีฟ และแบรนด์ไทยชื่อดัง นำโดย 27 FRI, ลงนวมบอยส์, FLYNOW III, Greyhound Original, Kloset and Etcetera, Leisure Projects, Maison Wonder Anatomie, NNJT, PORIIN,  Sleeping Cloud, SmileyHound, Daddy and the muscle academy, Vinn Pattararin และ ฟอร์ด-ฐิติพงศ์ ที่พร้อมใจกันมาแสดงพลังสร้างสรรค์เฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์  เท่านั้น

ร่วมแชร์ความรักแบบไดเร็คเพียงถ่ายรูป DIY Postcard พร้อมติด #รักเธอประเทศไทย แชร์ลงบนช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย รับฟรี สติกเกอร์ #รักเธอประเทศไทย และพบกับโปสการ์ดดีไซน์ของคุณบนจอทั่วสยามเซ็นเตอร์ และยังสามารถร่วมกิจกรรม DIY Badge โดยนำใบเสร็จภายในศูนย์ฯ ครบ 200 บาท หรือ สมาชิก ONESIAM SuperApp ใช้เพียง 1 ONESIAM Coin เพื่อแลกสิทธิ์ ฟรี!  และลูกค้าทั่วไปสามารถบริจาค เพื่อร่วมกิจกรรม DIY Badge โดยเงินบริจาคทั้งหมดร่วมสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พลาดไม่ได้ กับ สยามเซ็นเตอร์ x Absolute Siam Store เปิดคอนเซ็ปต์ป๊อปอัพ ร่วมกับแบรนด์ไทยสุดฮอต ที่มาอวดไอเดียอาร์ท ดึงจิตวิญญาณไทยมาทวิสต์ใหม่ในมุมมองสุดคูล ยูนีค และแตกต่าง ทั้ง T-Shirt, Tote Bag, ผ้าพันคอ จัดมาเปิดตัวในงานนี้โดยเฉพาะ และสินค้าสุดครีเอทีฟมากมายจาก ไม่ว่าจะเป็น  Akkara, NNJT, Tai, Daroon, ArtSaveWorld, Windwear, Bangkok OK, Being A Bro Studio, Dawood, Choui, Ek Ka Nek, Anona และ Araya

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน สยามเซ็นเตอร์  ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวบรวมผลงานสุดครีเอทีฟจากเหล่านักออกแบบและยังก์ทาเลนท์ไทย ทั้งแฟชั่นและอาร์ททอย อาทิ Hayak Studio, Liko Loko, Motmo Studio, Sawasdee Cat, Yak Kiku Studio, Caliico, CocoSui, JapFac และ MaMad มาให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด

พบกับงาน รักเธอประเทศไทย พร้อมร่วมส่งความรักและกำลังใจให้กันได้แล้ววันนี้ที่เอเทรียม 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ – 28 สิงหาคม 2568

#SiamCenter  #TheIdeaopolis #BeInspired#BeTheFirst #รักเธอประเทศไทย

‘ช่อง 8 ปันน้ำใจ’สานต่อพลังแห่งการให้จาก ‘ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร’สู่มือชาวบ้าน และทหาร ‘ชายแดนไทย–กัมพูชา’

'ช่อง 8 ปันน้ำใจ'สานต่อพลังแห่งการให้จาก 'ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร'สู่มือชาวบ้าน และทหาร 'ชายแดนไทย–กัมพูชา'

‘ช่อง 8 ปันน้ำใจ’สานต่อพลังแห่งการให้จาก ‘ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร’สู่มือชาวบ้าน และทหาร ‘ชายแดนไทย–กัมพูชา’

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.03 น.

สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์แห่งการแบ่งปันจากพี่น้องประชาชน ภายใต้โครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” เพื่อประชาชนและทหารที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้รับการสนับสนุนจากธารน้ำใจของประชาชนทั่วประเทศ ที่ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ และ กลุ่มพันธมิตรธุรกิจที่เข้าร่วมสมทบสิ่งของจำเป็น เพื่อแบ่งปันจัดถุงยังชีพ และอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจทหารในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ บมจ.ยูโรเปี้ยนฟู้ด, บจก.แมสมาร์เกตติ้ง ,บจก.อ้วยอันโอสถ, บจก.โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย, บจก.โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์, บจก.ไลอ้อน (ประเทศไทย), บจก.โนโวไลฟ์, บจก.สมุนไพร หนุมาน, บจก.มัลติพลาย บาย เอท และ บจก.แลคตาซอย

โดยการดำเนินการภารกิจแบ่งปันเพื่อพี่น้องประชาชน และเหล่าทหารแนวหน้าในครั้งนี้ นำโดย คุณนงลักษณ์ งามโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายมัลติมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ พร้อมด้วยทีมผู้ประกาศข่าวช่อง 8 ได้แก่ คุณโจ ธีระ ธัญญอนันต์ผล, คุณเจี๊ยบ จิตดี ศรีดี, คุณเมย์ ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ และ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ปันชู พร้อม นักแสดงช่อง 8 ศิลปินอาร์สยาม และ คูลเจสถานีเพลง COOL fahrenheit ร่วมด้วยพนักงานจิตอาสาช่อง 8 ที่ร่วมแรงร่วมใจกันขนย้าย และจัดเตรียมสิ่งของ ก่อนกระจายสู่ 5 หน่วยทหารหลัก และจุดช่วยเหลือในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา , ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี, ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์/ศรีสะเกษ, ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.บุรีรัมย์, จุดส่งต่อน้ำใจให้ทหารชายแดน จังหวัดตราด โดยเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.ตราด อีกทั้งยังได้จัดส่ง รั้วลวดหนามหีบเพลง 100 ชุด, เครื่องปั่นไฟ 20 ชุด, Power Box 20 ชุด และ ของใช้จำเป็นอีกหลายรายการ ไปยัง หน่วยเฉพาะกิจที่สองกองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ อีกด้วย

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชน เมื่อวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ส่งมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ไปยังพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัดหลัก ได้แก่ จ.สุรินทร์ (อ.กาบเชิง) จำนวน 500 ชุด แจกจ่ายทั้งที่ว่าการอำเภอ, หมู่บ้านพื้นที่สีแดงติดชายแดน และกลุ่มเปราะบาง จ.ศรีสะเกษ (อ.กันทรลักษณ์) จำนวน 500 ชุด แจก 3 จุด โดยมีหน่วยทหารเข้ามารับเอาไปกระจายตามหน่วยต่าง ๆ เพื่อมอบให้กับชาวบ้าน 6 หมู่ ในพื้นที่ติดชายแดน นอกจาก คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ปันชู เป็นผู้นำส่ง ยังได้นำถุงยังชีพใส่รถช่อง 8 เพื่อตระเวนแจกกลุ่มเปาะบาง ตามบ้านติดชายแดน ที่ไม่สามารถออกมาด้านนอกได้

ภารกิจครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยพลังธารน้ำใจจากประชาชน และการสนับสนุนจากพันธมิตรของช่อง 8 ที่เข้ามาเติมเต็ม ทำให้ความช่วยเหลือเดินทางถึงมือประชาชนและทหารในพื้นที่ชายแดนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ติดตามความคืบหน้าของโครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ”  เพื่อประชาชนและทหารที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กดเลข 27 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของช่อง 8 ขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนที่ร่วมเป็นพลังความดีไปกับเรา

‘แอ็คมี่ วรวัฒน์’นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

'แอ็คมี่ วรวัฒน์'นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

‘แอ็คมี่ วรวัฒน์’นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

สร้างความสั่นสะเทือนไปทุกวงการอีกครั้งสำหรับแอ็คมี่ วรวัฒน์ นักร้องนำวง DoubleDeep ผู้ก่อตั้งเหรียญ ACT(ACET) ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวใหญ่รุนแรงสะเทือนไปทุกวงการเสมอ หลังจากเริ่มมีข่าวว่ากำลังซุ่มทำเพลงใหม่ของตัวเองได้ไม่นานซึ่งแว่ว ๆ ว่าจะส่งผลงานให้แฟนเพลงได้หายคิดถึงกันเร็ว ๆ นี้ ล่าสุด แอ็คมี่-DoubleDeep ก็ได้สร้างความฮือฮาครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการโพสต์ลงโซเชียลตัวเองประกาศโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการเพลงโดยตรง แต่เป็นภารกิจเพื่อชาติ เพื่อคืน “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กับพี่น้องคนไทย กับการซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดที่มีมูลค่ารวม 100 ล้านบาทมอบให้กองทัพไทย นี่ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ศิลปินผู้ไม่เคยนิ่งเฉยต่อปัญหาสังคม และพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อแผ่นดินเกิด

โปรเจกต์ดังกล่าว แอ็คมี่-DoubleDeep ประกาศร่วมกับแฟนคลับ ACT Warriors จัดซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดรุ่น DOK-ING MV-4 มูลค่ารวม 100 ล้านบาท ที่พร้อมสั่งตรงจากประเทศโครเอเชียมาเพื่อมอบให้กับกองทัพไทย นำไปใช้ในภารกิจเก็บกู้ระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่สถานการณ์กำลังคุกรุ่น ทั้งยังสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินแบบประเมินมูลค่าไม่ได้ และสร้างความหวาดผวาให้กับพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ที่สำคัญโครงการนี้จะไม่มีการเปิดระดมทุนเพื่อรับบริจาค กรุณาอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างทุกกรณีโดยหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิด DOK-ING MV-4 ดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูง สามารถควบคุมได้จากระยะไกลในรัศมี 1,500 เมตร ความเร็วในการกวาดทุ่น 3–5 กม./ชม. ทนทานต่อแรงระเบิดและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ มีอายุการใช้งานยาวนาน 10–15 ปี ทำให้สามารถเข้าปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้ชีวิตของเจ้าหน้าทหารหรือสุนัขกู้ภัยเข้าไปเสี่ยง จึงตรงใจและความต้องการของแอ็คมี่-DoubleDeep เป็นอย่างยิ่ง จึงได้โพสต์ประกาศเจตนารมณ์เอาไว้อย่างหนักแน่นผ่านโซเชียลส่วนตัว พร้อมแท็กถึงเพจ กองทัพบก Royal Thai Army ความว่าหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดควบคุมระยะไกลตัวนี้ควรค่าแก่ประเทศไทย เพราะทุกวันนี้ยังมีกับระเบิดฝังอยู่ในผืนแผ่นดินไทยซึ่งไม่ได้เลือกหรือแยะแยะเป้าหมาย และได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก DOK-ING MV-4 คือ เครื่องมือที่จะใช้ในการเก็บกู้ระเบิดเหล่านั้นโดยไม่ต้องเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ของเราอีกต่อไป เพื่อให้พื้นที่เหล่านั้นกลับมาเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ผู้คนได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข“ประเทศไทย…สมควรมีสิ่งนี้ ไม่ใช่เพื่อรบกับใคร แต่เพื่อหยุดการสูญเสีย และเพื่อยืนยันว่า ชีวิตของประชาชนไทยทุกคน มีค่ามากเกินกว่าจะปล่อยให้ถูกพรากไปเพราะกับระเบิด แม้ขั้นตอนจะยุ่งยากและซับซ้อนเพียงใด แต่ผม…และแฟนคลับชาว ACT Warriors คนธรรมดาตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา จะพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ได้มันมาเพื่อส่งมอบ และบริจาคให้แก่กองทัพไทยและในไม่ช้าผู้คนจะได้เห็นมันโลดแล่นบนแผ่นดินที่อันตรายเพื่อเก็บกู้ระเบิดและคืนผืนแผ่นดินให้แก่คนไทยทุกคนเพราะนี่ไม่ใช่การซื้อเครื่องจักร แต่มันคือการซื้อ “ชีวิต”…และการคืน “ชีวิต” ให้กับแผ่นดินและผู้คนของเรา”#SaveThailand #MV4 #StopLost #ACTWarrios #ACTisThePeople