โค้ชส้ม โต้ยั่ว นาวิน ต้าร์ แจงดราม่า’จับหน้าอก-คราง-พูดคำว่าผัว’ เตรียมพวงมาลัยขอขมา

โค้ชส้ม โต้ยั่ว นาวิน ต้าร์ แจงดราม่า'จับหน้าอก-คราง-พูดคำว่าผัว' เตรียมพวงมาลัยขอขมา

โค้ชส้ม โต้ยั่ว นาวิน ต้าร์ แจงดราม่า’จับหน้าอก-คราง-พูดคำว่าผัว’ เตรียมพวงมาลัยขอขมา

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.34 น.

กรณีดราม่าบานปลาย “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี” ไลฟ์ฉะนักไลฟ์รายหนึ่งยั่วยวนสามี มีกิริยาเอามือจับหน้าอกตลอดเวลา รวมถึงคำพูดที่ว่า”ผัวพี่คือผัวของทุกคน” ถึงขั้นจะทำให้ครอบครัวสั่นคลอน “นาวิน ต้าร์” งานงอก หวิดเลิกภรรยา น้ำหวานไลฟ์สดฉะต่อว่ามีคลิปเด็ดเป็นเสียงครวญคราง อึดอัดเพราะเปิดให้ดูไม่ได้ ฟากนาวิน ต้าร์ ประกาศเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุถูกละเมิด เสียใจที่ไม่ได้ไล่อีกฝ่ายออกนอกห้องประชุมตั้งแต่ตอนนั้น จนทำให้ภรรยาเสียใจ

รายการโหนกระแส วันที่ 10 มี.ค.69 “หมวย อริสรา” ดำเนินรายการแทน “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมาย เลข 33 สัมภาษณ์ โค้ชส้ม และ ฝน พี่สาวโค้ชส้ม มาพร้อม ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุรพงษ์ ให้ความรู้ทางกฎหมาย

ชุดนี้คือชุดที่ใส่พรีเซ็นต์งาน?

โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ

ปกติใส่ชุดแบบนี้อยู่แล้ว?

ฝน : ปกติยิ่งกว่านี้อีกค่ะ เขาเป็นสไตล์อย่างนี้ ฝนกับส้มเป็นสไตล์งี้อยู่แล้ว เพราะเราเป็นแม่ค้าไลฟ์สด ส่วนใหญ่ไม่ได้รับสอนไม่ได้อะไรนะ ให้ทุกคนช่วยกันดูว่าชุดนี้เป็นยังไง นี่คือชุดวันที่ไปสอน ไปเทรน ชุดนี้ยังไม่ได้ซักด้วย

ใส่ไปพรีเซ็นต์วันไหน?

โค้ชส้ม : วันที่ 3 มี.ค.ค่ะ  ชุดนี้เป็นชุดเก่า ใส่สมัยตอนที่ทำงาน

ก่อนโค้ชส้มเข้าสู่วงการขายของออนไลน์ โค้ชส้มทำอะไรมาก่อน?

โค้ชส้ม : เริ่มจากการเป็นแม่ค้าค่ะ หนูเป็นเด็กบ้านๆ ธรรมดาเลยค่ะ เรียกว่ายากจน จากขายของมีหน้าร้านเริ่มมาทำออนไลน์ ชอบขายของออไนลน์ ฝึกหัดไลฟ์ 1-2 ชม. ด้วยโทรศัพท์แค่ 3 เครื่อง จนไลฟ์ 50 จอ 24 ชม. จนกลายเป็นบริษัทที่รับไลฟ์ ตัวส้มเองไม่ได้มีต้นทุน มีเงินลงทุน ถ้าวันนี้มีส้ม 50 จอเป็นการตลาดขายของ แสดงว่าบางช่องได้ บางช่องไม่ได้ แต่ทำให้ส้มมียอดขายมากขึ้น

อยู่วงการกี่ปี?

โค้ชส้ม : ปีนี้เข้าปีที่สามค่ะ

คุณส้มมีฉายา เจ้าแม่ปิดการขาย?

ฝน : เป็นคนขายของได้ค่ะ ขายของเก่ง

โค้ชส้ม : เราจะสนุกสนาน เราต้องการให้ลูกค้าเข้ามาแล้วเราสร้างความสุขกลับไปให้ลูกค้า อยากให้เหมือนรายการ รายการนึง แต่ละวันที่จัดรายการก็ไม่เหมือนกัน เมื่อก่อนส้มเองนำสินค้าขายในทีวีช้อปปิ้ง เราเลยออกแบบช่องเราให้มีสีสัน ให้สนุกบ้าง แต่ด้วยเนเจอร์ส้มเองก็ตลกแหละ

ฝน : เป็นคนตลก ขี้เล่น แต่ดันไปเล่นผิดคนนิดหน่อย บางคนรู้สึกเล่นได้ บางคนรู้สึกเล่นไม่ได้ เหมือนฝนไปไลฟ์สดกับอ.เบียร์ ฝนยังหยอกอ.เบียร์เลย

การแต่งตัวตอนไลฟ์เป็นยังไง?

โค้ชส้ม : เป็นคนชอบแต่งตัวเซ็กซี่อยู่แล้ว แต่ก่อนส้มตัวใหญ่ พอเราตัวเล็ก เราก็อยากมีสรีระที่โชว์แหละ ตอนนี้ส้ม 40 แล้ว ถ้าให้ส้มแต่งตอน 50 ส้มก็ไม่อยากแต่ง ก็เลยเป็นลุคนี้

สไตล์จับอารมณ์คนดูได้ และบริหารอารมณ์คนดูในไลฟ์ได้เก่งมาก เป็นแบบนั้นมั้ย?

ฝน : ขนาดนั้นเลยเหรอ ก่อนหน้านั้นเป็นอย่างนั้นค่ะ แต่ตอนนี้เหมือนคนไม่ปกติ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว พอเกิดเหตุการณ์แพนิกเลย มาหาฝนที่โคราชคือมือสั่น ตั้งแต่วันนั้นยังไม่ปกติเลยค่ะ วันนี้ก็ไม่ปกติ เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาไม่เข้าใจเขาทำอะไรผิด ทำไมเกิดเรื่องถึงขั้นจะฟ้องจะอะไรกันขนาดนี้

คุณส้มเปิดบริษัทรับสอนการไลฟ์นานหรือยัง?

โค้ชส้ม : ส้มไม่ได้เปิดบริษัทรับสอนนะคะ ส้มขายสินค้า แต่เขารู้ว่าส้มเริ่มต้นจากโทรศัพท์ 3 เครื่อง เขาเห็นส้มขายของได้เยอะตลอด จากวิดีโอที่ส้มลง กลายเป็นว่าทุกคนอยากมาเรียนกับส้มเอง ส้มไม่ได้ตั้งตัวให้ตัวเองเป็นโค้ช ทุกคนอยากไลฟ์ได้หลายแพลตฟอร์มได้พร้อมกัน ส้มเลยต้องรับ จริงๆ ไม่ได้เปิดสอนทั่ว แต่คิวทั้งเดือนค่ะ

พอมีคนเริ่มติดต่อ ถ่ายทอดวิชา ทำมานานหรือยัง รับสอนนานหรือยัง?

โค้ชส้ม : ปีที่แล้ว เราทำสินค้าเราอยู่แล้ว เราต้องคุมทีมงานด้วย

ฝน : อาชีพรับสอนไม่ใช่อาชีพ แต่การค้าขายคืออาชีพเขา ใครอยากให้สอนเขาก็ไป ระดับดาราให้ไปสอนก็ดีใจมาก เราก็ไป ค่าจ้างไม่ได้มากมายก่ายกอง ซึ่งบอกตรงๆ มันเลี้ยงทีมงานไม่ได้อยู่แล้ว ที่มาวันนี้เพราะน้องตกใจ น้องบริสุทธิ์ใจมาก พอไปหาฝน ฝนพาไลฟ์สด ฝนก็บอกเลยไปโหนกระแสมั้ย ถ้าไปได้ก็ไป มีทีมงานติดต่อมา เราก็มาเลย เพราะเราบริสุทธิ์ใจ วันนั้นน้องไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว มีทีมงานเยอะมาก

เขาติดต่องานยังไง?

ฝน : มีคนนึงรู้จักกับส้ม และทีมนึงรู้จักฝั่งพี่ต้าร์ เขาประสานงานให้มาสอน เป็นคนกลาง ชื่อพี่เชน เขาติดต่องานให้ไปสอนงานทีมพี่นาวิน ต้าร์ เพราะพี่นาวิน ต้าร์ เขาทำการตลาดแต่ฝั่งบ้านสีดำ ตอนนี้เขาเริ่มอยากมาบ้านสีส้ม เพราะนี่ถนัดบ้านสีส้ม ก็อยากให้นี่ไปสอน ทีมงานฝั่งส้ม 2 คน รวมคุณเชนเป็น 3 ฝั่งพี่นาวิน ต้าร์เป็น 4 รวมเป็น 7 คน

เขาให้ไปสอนวิธีขายของออนไลน์ ดึงดูดลูกค้าฝั่งส้ม?

โค้ชส้ม :   เขาให้ดูระบบหลังบ้านในการเซ็ตเริ่มต้น สิ่งที่ทำออนไลน์มันยากคือการเข้าใจหน้าที่การทำงานของแพลตฟอร์มนั้น แต่ละแพลตฟอร์มการตั้งค่าทำแบบไหน บางทีตั้งค่าเพื่อจะขาย แต่มันมีกลยุทธ์ของเขา ทำยังไงให้สินค้ามันเห็น 1 ใน 10

ฝน :   พูดง่ายๆ ส้มไปบอกเคล็ดลับที่ส้มทำให้ จริงๆ สมัยนี้ความรู้มันอยู่ที่ปลายนิ้วแหละ แต่ว่าเขาเป็นผู้มีประสบการณ์ เขาทำเอง เขาก็เลยไปสอน พอสอนปุ๊บพี่นาวินต้าร์มาบ่ายสองกว่า ส้มก็สอนๆ จน 4 โมงเย็น ก็ลากลับกัน โดยไม่ได้ถ่ายรูปคู่อะไรเลย แต่ขณะนั้น ฟีลคนตกใจ

ทนายพัฒน์ : เงื่อนไขในการรับงานของส้ม ไม่ใช่เฉพาะเคสนี้ ปกติรับงานแบบไหน ทำอะไรบ้าง ปกติเขามาจ้างเราไป ผู้ว่าจ้างรายอื่น ให้ไปทำอะไร

โค้ชส้ม : แต่ละเคสไม่เหมือนกัน บางเคสเขาขาดทุน ส้มไปดูตั้งแต่ต้นทุน วางแผนการตลาด ต้องโตแบบไหน ต้องขยายในตัวไหน สมมติ 200 แคส ตัวไหนเป็นมาร์เก็ตติ้ง ตัวไหนเป็นตัวขยาย และเข้ามาเซ็ตในระบบ

ฝน : พูดง่ายๆ ลูกค้าแต่ละคน เราจะดูโจทย์เขาต้องการอะไร คุณบอกมา เราจะช่วยในเรื่องนั้น

อันนี้โจทย์ชัดๆ ที่เขาให้เรามา คืออะไร                ?

โค้ชส้ม : เริ่มลงการตลาดในบ้านส้ม

ได้ถามคุณเชนมั้ยว่าคนจะเข้าฟังมีใครบ้าง?

โค้ชส้ม : ทราบว่าเป็นทีมงานนะคะ

รู้มั้ยใครฟัง ฟังกี่คน?

โค้ชส้ม : ไม่ทราบค่ะ รู้แค่ว่าเป็นทีมงาน สอนตั้งแต่บ่ายโมงถึงสี่โมงเย็นค่ะ

ฝน :   ซึ่งตัวส้มเองเขาคิดว่าระดับเจ้าของบริษัทคงไม่ลงมาเองด้วยซ้ำ คิดว่าคงเป็นแค่ทีมงานของเขา ฝนก็ตั้งบริษัทเหมือนกัน เวลาเรียกทีมมาสอน ฝนก็ไม่ได้ลงไปเอง ฝนให้ลูกน้องลงไปเรียนรู้ แต่ละฝ่ายแต่ละทีมค่ะ พอเจอก็ตกใจ ดีใจ ยุคนั้นเป็นยุคของพวกเรา พี่ต้าร์โด่งดังมาก

โค้ชส้ม :   ครั้งแรกจะสอนโดยไม่รอด้วยซ้ำ

ฝน : พอทีมงานบอกพี่ต้าร์จะลงมานะ ก็เลยรอก่อน

เตรียมอุปกรณ์ไปเยอะมั้ย?

โค้ชส้ม : ไม่ได้เตรียมค่ะ มันอยู่ในหัวเลย สไตล์มี แต่ส้มสอนจากตัวที่เป็นหลังบ้านของเขา

3 มี.ค. นัดบ่ายโมง คุณส้มไปถึงกี่โมง?

โค้ชส้ม : ไปถึงก่อน 30 นาทีค่ะ ตอนนั้นเจอคุณเชนก่อน เรามีทีมงานไปด้วย 1 คนค่ะ ในห้องมีทั้งหมด 7 คนค่ะ

ฝน : พี่ต้าร์มาบ่ายสองกว่าค่ะ มีการพูดเกริ่นๆ ระหว่างรอไปก่อนค่ะ

พอเจอทีมงานนาวินต้าร์ ตื่นเต้นมั้ย?

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ พอคุณนาวิน ต้าร์มา หนูก็แนะนำตัวด้วยมารยาท ว่าชื่ออะไร ส้มเคยชื่นชมคุณต้าร์ สมัยที่ส้มเด็ก ก็รู้สึกดีใจที่วันนี้ได้เกียรติมานั่งอยู่ตรงนี้ค่ะ ก็พูดกลางที่ประชุม แล้วหันหน้าไปทางพี่ต้าร์ พอเห็นพี่ต้าร์ก็ตกใจ เอามือจับหน้าอก

จับตั้งแต่ช่วงแรกเขาเดินมาเลยเหรอ?

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ มันมาเป็นช่วงๆ ไม่ได้อารมณ์กระดี๊กระด๊านะคะ ตัวเองตื่นเต้น ตอนนี้ก็ยังรู้สึก

ตอนนาวิน ต้าร์ไม่มา ส้มทำอะไรบ้าง จังหวะคุณต้าร์เดินมาเป็นยังไง มันเกินเบอร์ แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมอย่างที่คุณน้ำหวานบอกหรือเปล่า?

โค้ชส้ม :    ก่อนคุณต้าร์จะมา ส้มเข้าระบบหลังบ้านแต่เข้าไม่ได้ ต้องรอคุณต้าร์มาคอนเฟิร์มพาสเวิร์ดถึงเข้าได้ และเริ่มการสอน

โค้ชส้มมีลักษณะประหม่า อาจมองว่าทำไมคุณส้มพูดติดขัด ไม่ค่อยมั่นใจ ไม่เหมือนไลฟ์โค้ช คุณส้มอยู่กับเราตอนนี้ก็ยังประหม่า ตื่นเต้นอยู่ อยากให้เล่าให้ละเอียด ตอนนาวิน ต้าร์ไม่มา ก็คุยกับทีมงาน ขอดูหลังบ้าน กิริยาเป็นยังไง เพราะน้ำหวานบอกว่ากิริยาโค้ชส้มไม่เหมาะสมเลย?

โค้ชส้ม : ครั้งแรกส้มก็เริ่มแนะนำตัวก่อน โดยไม่รอคุณต้าร์ เพราะบ่ายโมงตรงเราอยากสอนให้ตรงเวลา แต่ทีมงานบอกให้รอคุณต้าร์เข้ามาก่อน ส้มก็เลยเตรียมงานรอ ให้ทีมงานคุณต้าร์เข้าระบบหลังบ้าน เพื่อดูว่าตัวไหนบ้างที่ต้องแนะนำ แต่ส้มก็ยังไม่ได้เริ่ม จะเข้าก็เข้าไม่ได้ เพราะต้องรอเจ้าของแพลตฟอร์มยืนยันก่อน ซึ่งทีมงานบอกต้องเป็นคุณต้าร์ ส้มก็รอคุณต้าร์

พอเจอคุณต้าร์เป็นไง?

โค้ชส้ม : ก็แนะนำตัวค่ะ เป็นอดีตแฟนคลับคุณต้าร์ด้วย ขอบคุณที่วันนี้ให้ส้มมานั่งอยู่ตรงนี้ ถามว่าทำไมส้มเองถึงกล่าวแบบนั้น หนูเป็นเด็กธรรมดานะคะ ตั้งใจเดินในสายงานของตัวเอง สิ่งที่ทุกคนเห็นผลงานหนู หนูได้มานั่งกับอดีตซูเปอร์สตาร์ ศิลปินที่ชื่นชอบ ก็แค่นั้น จบ คุณต้าร์ยืนยันลิงก์หนูก็ดูระบบหลังบ้าน พูดถึงวิธีการการทำงาน ถามคุณต้าร์ว่าจะตั้งค่าตัวนี้ๆ มั้ยจะใช้งานมั้ย หน้าที่การทำงานที่เราจะใช้ตัวนี้มีอะไรบ้าง ส้มก็หันหน้าไปทางพี่ต้าร์ แล้วหันมาทางทีมงาน เพราะส้มไม่ได้เข้าไปสอนคุณต้าร์เนอะ เราสอนทีมงาน เราก็เลยนั่งหันข้าง พอยืนยันจากคุณต้าร์เสร็จแล้ว ส้มก็หันมาสอนปกติ

ตำแหน่งคุณต้าร์ เหมือนตำแหน่งทนายพัฒน์ตอนนี้?

โค้ชส้ม : นั่งตรงข้ามแบบนี้เลยค่ะ

โค้ชส้มจะเอียงเก้าอี้ไปหาทีมงาน ตอนแนะนำตัว คุณส้มไม่ได้เดินมาใกล้คุณต้าร์เลย?

โค้ชส้ม : ไม่เลยค่ะ วันนั้นไม่มีการใกล้ตัวคุณต้าร์ นั่งอย่างนี้ตลอด 3 ชม.ที่อยู่ตรงนั้น ไม่มีเข้าไปใกล้ๆ มีลุกตอนกลับบ้านอย่างเดียว

ตื่นเต้นจังหวะไหนบ้าง ตลอดการสอน ตื่นเต้นเป็นช่วงๆ หรือตื่นเต้นช่วงแรกแล้วจบ?

โค้ชส้ม : ตื่นเต้นเป็นช่วงๆ วันนั้นก็ไม่รู้ทำไมมีอาการแบบนี้ หนูก็ไม่ได้อยากให้ตัวเองเกิดเหตุการณ์ตื่นเต้น หนูตั้งใจไปสอนนี่แหละค่ะ แต่พอหนูหันหน้าไปทางคุณต้าร์ก็มีอาการ มีอาการเป็นระยะๆ

ตื่นเต้นแล้วจับหน้าอก?

โค้ชส้ม : หันมาดึงสติตัวเอง ก็แปลกว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ถึงมีอาการแบบนี้ จริงๆ ส้มควรลุกจากโต๊ะเพื่อจัดการตัวเองแล้วกลับมาสอน แต่เสียตรงที่ส้มไม่ได้ลุกไปข้างนอก เพื่อให้เรามีสมาธินะ

ตื่นเต้นจับหน้าอก จุดที่จับคือจุดที่คุณส้มแสดงให้ดู จับเพื่อบอกตัวเองอย่าตื่นเต้น?

โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ จับเพื่อดึงสติตัวเองค่ะ ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดค่ะ เราสอนต่อ ตั้งใจสอนจนเสร็จ จนจบ

มีบางช่วงไม่ไหว อยากขอออกนอกห้องมีมั้ย?

โค้ชส้ม : วันนั้นเหมือนคุยกันเรื่องนี้แล้วต่อเรื่องนี้ ด้วยเวลาหนูทำงาน หนูอะเลิศ เราก็ฟีลต่อ หนึ่งจบๆ เพื่อให้งานเราเสร็จในภาคสนามของ 3 ชม.นั้น ตัวส้มเองไม่เคยสอน 3 ชม. ปกติสอนนาน หลังบ้านไม่ง่ายค่ะ เราแก้ให้เขาด้วย เราพาเขาทำด้วย เวลา 3 ชม.มันจำกัด

มันก็กดดันผู้สอนนิดนึงว่าต้องรีบถ่ายทอดให้จบ?

โค้ชส้ม : เรากลัวทำหน้าที่ของเราไม่เสร็จ ส้มเลยรีบ

สายตาคนอื่นเขามองเราด้วยสายตายังไง?

โค้ชส้ม : ไม่ได้สังเกตเลย

รู้สึกมั้ยผู้ฟังอึดอัดจากการตื่นเต้นของเรา?

โค้ชส้ม : หนูไม่ได้สังเกตทางคุณเขาค่ะ เนื่องจากเราเป็นห่วงตัวเราเอง พยายามดึงตัวเอง พอหนูปกติแล้ว หนูก็ยังหันหน้าไปคุยกับแต่ละคน แต่ละคนก็ไม่ได้ตำหนิว่ากิริยาตรงนี้ไม่ดีนะ ไม่มีการท้วงติงกัน มีพี่ต้าร์ถามว่าส้มเป็นอะไร ส้มเลยบอกว่าแต่ก่อนหนูเห็นคุณต้าร์เป็นดาราที่ดังค่ะ มีแต่คนชื่นชมแก ก็เลยหลุดคำพูดคำนึงออกไป

คำที่เป็นประเด็น?

โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ ส้มไม่มั่นใจพูดคำว่าผัวของทุกคน หรือสามีแห่งชาติออกไป แต่คำที่ส้มสื่อออกไป เป็นคำชื่นชมคุณต้าร์ หนูไม่ได้มีจุดประสงค์ว่าจะผัวทุกคน หรือสามีแห่งชาติไปในทางชู้สาว

เจตนาคือชื่นชม ไฮโซน้ำหวานบอกว่าคุณพูดว่าพี่ต้าร์เป็นผัวของคนทั้งประเทศ?

โค้ชส้ม : หนูจำไม่ได้ว่าที่พูดบริบทตรงนั้นคือบริบทคำพูดไหน แต่คำพูดที่สื่อออกไปคือความหมายชื่นชมคุณเขา หนูไม่รู้ว่าเป็นคำไหน มันเหมือนเราคุยกัน ไม่มีการบันทึกวิดีโอเอาไว้ มีถ่ายมาเป็นช็อตๆ แต่ไม่ได้ถ่ายทั้งหมด

แต่พูดจริง?

โค้ชส้ม : ยอมรับว่าพูดจริงค่ะ

ตอนพูดปฏิกิริยาคุณต้าร์เป็นยังไง?

โค้ชส้ม : ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แกถามส้มว่าอายุเท่าไหร่ ส้มเลยบอกว่าอายุ 40 แกก็เข้าใจแหละว่า 40 ทำไมถึงอย่างนี้ หนูไม่ใช่อายุ 27 ด้วยวัยของส้ม 40 ที่เป็นเอฟซี แกก็เข้าใจว่าทำไมเราเป็นแฟนคลับ เพราะอายุได้

ไม่แน่ใจว่าพูดหรือเปล่า?

โค้ชส้ม : พูด แต่ไม่รู้ว่าพูดคำไหนออกไป

ทนายพัฒน์ : เจตนาที่พูดไม่ได้ชู้สาวอะไร

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ พูดแล้วก็จบ สอนต่อ

มีหยอกล้ออย่างอื่นอีกมั้ย ในเชิงชู้สาว?

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ

กิริยาท่าทาง?

โค้ชส้ม : มีอาการตื่นเต้นเป็นช่วงๆ ค่ะ

นอกจากจับหน้าอก มีเสียงบางอย่างหลุดออกมาด้วย?

โค้ชส้ม : เสียงแบบไหนคะ

อีกฝั่งให้ข้อมูลเหมือนเสียงคราง?

โค้ชส้ม : ถ้าอยู่สองคนคงมีฟีลนั้นเนอะ แต่ด้วยอยู่กัน 7 คน จะมีฟีลนั้นได้อย่างไร การที่เราจะมีอาการคราง เราต้องใกล้กันก่อนนะ ถอดเสื้อผ้ากันก่อน ฟีลที่จะคราง แต่วันนั้นหนูไม่ได้อยู่กันสองคน อยู่กัน 7 คนบนโต๊ะ

ยืนยันไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา นอกจากจับหน้าอกแล้วบอกใจเย็นๆ นะ?

โค้ชส้ม : ค่ะ

ทนายพัฒน์ : ยืนยันไม่มีการครางแน่นอน

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ จะครางทำไมคะ เราไปสอนค่ะ ไม่ได้ไปทำอย่างอื่น  

สายตาคนอื่นที่มอง เขาชื่นชมเขาทึ่งความสามารถ หรือเขามีเอ๊ะอะไรอย่างอื่น?

โค้ชส้ม : ทีมงานคุณต้าร์ก็ถามว่าแบบนี้ทำยังไงบ้าง ถ้าน้องในทีมงานคุณต้าร์เขาไม่เข้าใจ เขาก็ถามค่ะ

มีข้ามคุณต้าร์ไปสอนทีมงานมั้ย?

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ นั่งสอนอย่างเดียว ไม่มีจังหวะลุกขึ้นยืนค่ะ

ระหว่างการสอน คุณต้าร์มีคำถามนอกเหนือจากถามอายุมั้ย?

โค้ชส้ม :   ถามเรื่องงาน พอเรื่องนั้นจบก็คือจบแล้ว ในเรื่องระบบแพลตฟอร์มค่ะ

พอสอนเสร็จ จบ กลับบ้าน?

โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ หนูลาทีมงานคุณต้าร์กลับบ้าน

รู้สึกถึงความผิดปกติในการสอนมั้ย?

โค้ชส้ม : ไม่ค่ะ ทีมงานคุณต้าร์ก็ขอคอนแทคเพื่อสร้างตัวกลุ่ม จริงๆ มีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลการเซ็ตการสอนสรุปให้เขาอีกรอบนึง ยังไม่ทันได้สร้างกลุ่มก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อน

คิดมั้ยว่าการสอนของเราจะเป็นประเด็นดราม่าในสังคม?

โค้ชส้ม : ไม่คิดค่ะ รู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้มากๆ เพราะทุกครั้งที่หนูไปสอน เราหวังดี เราอยากไปแก้ให้เขาทำได้ หนูไม่ได้จะให้กระทบเรื่องครอบครัวหรืออะไร ไม่ได้มีจุดประสงค์ตรงนั้นเลย หนูเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดตรงนี้ มันรุนแรงกับหนูมาก เพราะหนูไม่ได้มีจุดประสงค์ในเรื่องอะไรต่างๆ อย่างนั้น (เสียงสั่นเครือ)

ตอนออกจากห้องสอน รู้สึกยังไง?

โค้ชส้ม : ตอนเดินออก มีทีมงานคุณต้าร์หนูจับแขนเขาลงไปข้างล่าง บอกว่าวันนี้พี่ตื่นเต้นไป ไม่อยากให้มันเกิดแบบนี้ ลงไปข้างล่างก็ยังคุยเรื่องงานอยู่เหมือนเดิม นั่งคุยกันปกติ

ถ้าการสอนครั้งนี้ไม่ตื่นเต้นมันจะดีกว่านี้?

โค้ชส้ม : ค่ะ

มันจะมีเสียงอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเป็นเสียงครางได้มั้ย?

โค้ชส้ม : มีค่ะ คืออื้อ เสียงแบบนี้

ยืนยันว่าเป็นเสียงระงับตัวเอง ไม่ใช่เสียงคราง?

โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ อาการคราง ส้มยืนยันว่าไม่ได้มีอาการแบบนั้นค่ะ

แต่อาจมีเสียงถอนหายใจ ที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดไปได้ วันนั้นออกจากห้องไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นดราม่า ปรากฏว่า 4 มี.คง น้ำหวานไลฟ์กับนาวิน ต้าร์ แล้วพูดเรื่องโค้ชส้มไปสอนงาน จะทำให้ครอบครัวแตกแยก มีการแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม แต่งตัวล่อแหลม พูดจาหยอกล้อในเชิงชู้สาว คุณน้ำหวานบอกว่าอยากให้รู้ว่าคนๆ นี้เป็นใคร ตอนคลิปออกมาโค้ชส้มรู้มั้ยว่าหมายถึงเรา?

โค้ชส้ม : ทราบค่ะ เพราะก่อนคุณหวานขึ้นไลฟ์ ส้มได้คุยกับโทรศัพท์กับพี่ต้าร์ และคุณน้ำหวาน คุยกับคุณต้าร์ก่อนค่ะ คุณต้าร์มีการตำหนิว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ส้มก็ขอโทษคุณต้าร์ อีกรอบนึงมีคุณต้าร์ มีคนที่สามที่พาส้มเข้าไปทำงาน และมีคุณน้ำหวาน คุณน้ำหวานก็พูดว่าส้มได้พูดจริงมั้ย ส้มบอกว่าส้มได้พูดจริงค่ะ แต่ความหมายคือชื่นชมคุณต้าร์ มีอาการจับหน้าอกจริงมั้ย เราก็ยอมรับ และขอโทษทางโทรศัพท์ไปแล้ว แต่ทางคุณหวานอยากให้ส้มไปขอโทษที่บ้าน ส้มบอกว่าส้มเองไม่ได้สะดวกที่จะไป ส้มกลับมาจากสอน มีงานที่จะไลฟ์ของลูกค้าอยู่ เราเลยไม่สะดวกที่จะไปค่ะ

แต่มีการขอโทษคุณต้าร์ คุณหวาน จากนั้นก็เป็นไปตามที่เขาไลฟ์และพูดถึงเรา พฤติกรรมเป็นเหมือนคุณน้ำหวานพูดมั้ย ระริกระรี้ระหว่างสอน?

โค้ชส้ม : หนูไม่ได้ระริกระรี้ หนูตื่นเต้น อันนี้หนูยอมรับ แต่ถ้าเรื่องคำพูดแบบอื่น หนูไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้นในการสอน สิ่งที่คุณบอกส้ม ส้มยอมรับกับคุณไปสองข้อ แต่เรื่องอื่นที่บุคคลที่สามไปเล่าให้คุณหวานฟัง หนูไม่รู้ว่าเขาไปเล่าแบบไหน

คิดว่าไม่ได้ระริกระรี้ตามที่เขาพูด?

โค้ชส้ม : ค่ะ

ทีมงานแกะมาแล้ว คุณส้มพูดว่าผัวของทุกคน ที่ทุกคนอยากได้ ประโยคนี้ “น้องบีม” ทีมงานที่อยู่ในห้องประชุมวันนั้น ทางโค้ชส้มแสดงกิริยาอย่างที่ไฮโซน้ำหวานกล่าวมั้ย ระริกระรี้พูดหยอกล้อในเชิงชู้สาว มีการจับหน้าอกและคราง?

บีม : มีการจับหน้าอกจริงค่ะ เพราะวันนั้นพี่ส้มใจสั่นมากๆ หนูนั่งข้างเขาตลอด เขาบอกว่าขอโทษนะคะ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ใจเต้นแรง แล้วเขาก็จะโน้มตัวมาทางหนู ไม่ได้โน้มตัวไปข้างหน้าหรืออะไรเลย โน้มตัวมาหาหนู มาฝั่งหนู

คุณนาวิน ต้าร์ไม่มีทางเห็นอะไรแน่นอน?

บีม : ยืนยันค่ะ เพราะตอนพี่ส้มสอนอยู่ เขาก็หันมาทางขวา เพื่อสอนทีมงาน

ตอนโค้ชส้มจับหน้าอก ได้สังเกตปฏิกิริยานาวิน ต้าร์มั้ย?

บีม : คุณนาวิน ต้าร์ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเลยค่ะ อยู่ในที่ประชุมก็คุยเรื่องงานปกติดี ซักถามเรื่องงาน ไม่มีเรื่องส่วนตัว

ประโยคผัวของทุกคน ที่ทุกคนอยากได้ บีมรู้สึกยังไงกับประโยคนี้?

บีม : ตอนนั้นเป็นเวลาใกล้ 4 โมงแล้ว ทุกอย่างสอนจบหมดแล้ว พี่ส้มถามทุกคนว่ามีคำถามอะไรจะถามเพิ่มเติมมั้ย มีรายละเอียดเพิ่มเติมมั้ย เป็นช่วงสุดท้ายแล้ว มีการแอดไลน์ หนูหยิบมือถือพี่ส้มให้สแกนกับทีมงาน สร้างกลุ่มกัน พอไม่มีอะไรจะสอนแล้ว พี่ส้มก็มีอาการยังตื่นเต้นอยู่ คุณนาวิน ต้าร์ก็เลยถามว่าทำไมเกิดอาการแบบนี้ พี่ส้มก็บอกว่าสมัยก่อนคุณนาวิน ต้าร์ ดังมาก ได้เกิดพูดคำนั้นออกไป แต่มุมพี่ส้มเขาเป็นคนเฮฮาอยู่แล้ว หนูไม่แน่ใจว่าเขาพูดว่าผัวของทุกคนมั้ย แต่ในมุมหนู ก็เหมือนแค่พาดหัวข่าวที่เขาพูดกัน สามีแห่งชาติ เขาคิดแค่นั้น ที่เขามีอาการแบบนั้นเพราะเขาได้เจอดาราที่เขาเคยชื่นชอบมาก่อน วันนี้ก็ได้เป็นเกียรติมากๆ ที่ได้สอนเขา หลังจากนั้นก็จบ ทางทีมงานคุณนาวินต้าร์ยังถามเลยว่าอายุเท่าไหร่ พอพี่ส้มบอกว่าอายุ 40 เขาก็บอกว่าอ๋อ เขาเข้าใจได้ เพราะยุคนั้นนาวิน ต้าร์ก็โด่งดัง เป็นยุคของเขา ถ้าเป็นหนู หนูอายุ 27 ก็ไม่ทัน ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร

ตอนจับหน้าอก โค้ชส้มมีเสียงยังไง?

บีม : เขาบอกโอ้ย ทำไมใจเต้นแรง เขาสอนใครไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะคะ อันนี้ครั้งแรกที่เขาใจเต้นแรงมาก พอใจเต้นพี่ส้มเขาก็ชอบจับหน้าอกอยู่แล้ว

มีเสียงอะไรทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดมั้ย?

บีม : คิดว่าน่าจะเป็นเสียงที่บอกว่าโอ้ย ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย หัวใจเต้นแรง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เสียงพี่ส้มจะเป็นเสียงเล็กๆ

ทนายพัฒน์ : ฟังแล้วไม่ใช่เสียงคราง

บีม : ใช่ค่ะ จบประชุมก็แยกย้าย ตอนสี่โมงครึ่งหนูยังอยู่ชั้นล่างอยู่เลย คุยกับทีมงานเขาเรื่องงานอยู่เลย แต่พอกลับมาสักชม. ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นเลย เราแลกไลน์กันแล้ว สร้างกลุ่มกันแล้ว ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ณ วันนั้นเลย

บีมตกใจมั้ย?

บีม :   ทีแรกหนูเข้าไป หนูถ่ายงานพี่ส้มอยู่แล้ว เวลาพี่ส้มทำงาน หนูกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดหรือเปล่า หนูจะถ่ายติดคุณนาวิน ต้าร์หรือเปล่า แต่หนูไม่ได้ถ่ายติดเขา หนูถ่ายแค่พี่ส้มตอนทำงาน ที่จะมีคลิปให้ดูกัน หนูถ่ายแค่นั้น ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นเรื่องนี้ที่เขาซีเรียสว่าถ่ายติดเขามั้ย พอ 5 โมงหนูมีงานไลฟ์สด เรากลับมาที่บริษัท ก็ไปขึ้นไลฟ์ แต่ตอน 5 โมงเป็นช่วงเวลาที่เกิดเรื่องแล้วค่ะ  

คุณน้ำหวานบอกว่าถ้าใช้คำว่าสามีแห่งชาติเขารับได้ แต่พอพูดว่าผัวที่ทุกคนอยากได้ อันนี้คือเกินเลย คุณฝนเห็นยังไง?

ฝน :   ฝนฝากถึงพี่น้ำหวานด้วย ต้องขอโทษแทนน้อง ถ้าคุณน้ำหวานรู้สึกว่ากิริยาของน้องไม่เหมาะสม แล้วถ้าพี่น้ำหวานรู้สึกว่าคำพูดน้องกระทบใจพี่น้ำหวาน จนทำให้พี่น้ำหวานรู้สึกแย่ถึงขั้นครอบครัวจะแตกแยก ฝนต้องขอโทษแทนน้องมากๆ จริงๆ ค่ะ (ยกมือไหว้) เจตนาน้องไม่มีเลย เจตนาน้องจะพูดคำว่าสามีแห่งชาติ เหมือนที่ฝนชอบพูด พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ แจ็คสัน หวัง นั่นคือสามีแห่งชาติ นั่นคือเจตนาน้องจริงๆ ค่ะ ส่วนน้องพูดคำว่าพี่นาวินต้าร์เป็นผัวของทุกคน ฝนมองบวก มองว่าเป็นคำชื่นชมที่สามีพี่หล่อ สามีพี่น่ารัก สามีพี่เป็นคนดัง รักภรรยา รักลูก ทำมาหากิน ค้าขาย คนมองเข้าไปแล้วครอบครัวพี่อบอุ่นมาก น้องชื่นชมมากกว่าค่ะ แต่การแสดงออกหรือบริบทของน้อง อาจทำให้พี่รู้สึกไม่สบายใจ ก็ต้องฝากคำนี้ถึงพี่น้ำหวานเลย ต้องขอโทษพี่น้ำหวานมากๆ ที่ทำให้พี่ถึงขั้นร้องไห้ ซึ่งฝนเข้าใจดี ถ้าเราเป็นภรรยาเขาแล้วพูดแบบนี้เราเองก็อาจรู้สึกแย่ หนูก็เข้าใจพี่น้ำหวาน แล้วก็เข้าใจน้อง ย้ำพี่น้ำหวานอีกครั้ง ว่าน้องไม่มีเจตนาแบบนั้นจริงๆ ค่ะ น้องไม่มีคอนแทคส่วนตัวอะไรเลย แล้วครั้งต่อไปที่น้องจะไปสอนใคร ฝนจะบรีฟน้อง บล็อกน้องเรื่องการแต่งตัวให้ดีกว่านี้ค่ะ ก็ต้องขอโทษอีกครั้ง ฝนเข้าใจพี่น้ำหวานมากๆ พี่น้ำหวานออกมา คงรู้สึกว่าพฤติกรรมนี้ไม่เหมาะสม ซึ่งเราน้อมรับและจะปรับปรุงแก้ไขค่ะ

โค้ชส้ม อยากพูดอะไร?

โค้ชส้ม : หนูก็ต้องกล่าวคำขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนูไม่ได้ตั้งใจ

ฝน : ที่จะทำให้พี่น้ำหวานเสียใจขนาดนี้ค่ะ

เราเองพยายามติดต่อพี่น้ำหวาน เผื่อว่าอยากโฟนอิน มีอะไรอยากถามโค้ชส้ม พี่น้ำหวานบอกว่าได้เสมอ ก็ติดต่อทีมงานมาได้ตลอด เหตุการณ์บานปลายถึงขั้นนาวินต้าร์ บอกว่าขอโทษภรรยา พูดถึงขนาดว่าจะมีการดำเนินคดำกับโค้ชส้มที่แสดงพฤติกรรมแบบนี้ คุณนาวินต้าร์ใช้คำว่าเหมือนตัวเองตกเป็นเหยื่อ รู้สึกว่าเราถูกละเมิด ไม่รู้จักกาลเทศะ พี่ต้าร์คือผู้เสียหาย นี่คือการทำของคนที่ไม่มีมารยาท เขาบอกไม่มีใครควรถูกทำแบบนี้อีก ทำไมพี่ฝนทำหน้าแบบนั้น?

ฝน : พี่ฝนรู้สึกว่าเราน่าจะคุยกันได้ แล้วถ้าเรามองให้มันเป็นบวก มันไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดต้องฟ้องร้องกัน ถ้าอยากให้ขอโทษ เราก็พร้อมเข้าไปขอขมาขอโทษด้วยซ้ำ ที่ทำให้ครอบครัวพี่รู้สึกว่ามันแตกแยก แต่อย่างฝน หรือส้ม หรือทีมงาน มีแต่เจตนาอยากให้พี่ดังในช่องที่พี่ต้องการ ไปช่วยทำให้บ้านส้มของพี่มันปังมากๆ เพราะตัวพี่เองเป็นศิลปินอยู่แล้ว มันยิ่งดังง่าย พวกหนูมีเจตนาไปช่วยทำให้ช่องมันดัง ช่องมันปัง แต่การแต่งกายวันนั้นของส้ม อาจไม่ถูกจริตกับน้อง ก็ต้องขอโทษแทนมากๆ จริงๆ อยากให้พี่น้ำหวานสบายใจได้เลย อยากให้พี่นาวินต้าร์สบายใจได้เลย เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดกับพี่น้ำหวานและพี่นาวินต้าร์อีกค่ะ

หลังได้คุยกับคุณนาวินต้าร์ และน้ำหวาน แล้วขอโทษ ตอนนั้นคิดว่าจบมั้ย?

ฝน :   ส่วนตัวน้อง วันนั้นที่เริ่มมีข่าว น้องกลัวมาก ฝนเลยทักให้มาหาที่โคราช มาถึงมือเขาสั่น ตกใจ กลัวมาก ข้าวก็ไม่ได้กิน นอนไม่หลับ ก็บอกให้ไลฟ์กับพี่ ไม่กินข้าวสักคำ ด้วยความกลัว เกิดมาจนอายุ 40 ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ คนมันกลัวจนแพนิก มือสั่น ไอ้เราก็สงสารบอกอยู่กับพี่ก่อน จนเป็นช่วงเวลาดีมากๆ เลย เมื่อวานหลวงตาม้ามาออฟฟิศฝน ก็เลยขอพรหลวงตา หลวงตาบอกมารายการเลย ถ้าจะให้ฝนพูดหรือย้ำอีกครั้งนึง เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดกับครอบครัวพี่น้ำหวานและพี่นาวินต้าร์จริงๆ ค่ะ เพราะว่าน้องคงไม่มีโอกาสไปสอนแล้ว ฝนก็จะไม่ให้น้องสอนใคร เราจะมาค้าขายกันให้มันปัง เพราะปกติเราก็ค้าขายกันอยู่แล้ว อีกอย่างอยากฝากบอกถ้าน้องมีเจตนา น้องผิดค่ะ แต่น้องไม่มีเจตนาจริงๆ ค่ะ เจตนาที่จะอยากได้พี่นาวินต้าร์เป็นสามี ไม่มีจริงๆ ค่ะ แต่เจตนาชื่นชมพี่ว่าพี่เหมือนสามีแห่งชาตินะ มันคือการชื่นชมแบบวัยรุ่น แบบสมัยใหม่ แต่ถ้าฝนพูดผิดประการใดก็ต้องขออภัย ณ ที่นี้ ถ้าน้องทำกิริยาใดให้เคืองใจไม่พอใจ ฝนก็ต้องขออภัยอีกครั้งนะคะ ไม่มีเจตนา และไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะขึ้นโรงขึ้นศาล มันบานปลาย มันไม่สนุก น้องเขาก็มีครอบครัว มีพ่อแม่ต้องดูแล มันเสียเวลาทำมาหากิน ต่างคนต่างไลฟ์สดทำมาหากิน หนูว่ามันน่าจะโอเคมากกว่า เพราะว่าฝั่งพี่เครียดแค่ไหน ฝั่งนี้ก็เครียดแค่นั้นค่ะ แล้วก็เครียดหนักมาก ที่น้องพยายามจับเพราะตื่นเต้น มันพูดวกไปวนมา หนูเป็นห่วงน้องมาก ที่มาวันนี้เพราะห่วงน้องพูดวกไปวนมา ฝนยืนยันว่าไม่มีเจตนา ถ้าเจตนาแปลว่าเราผิดค่ะ แต่เราไม่มีเจตนาจริงๆ ค่ะฝนขอยืนยัน ถ้าเห็นคลิปนี้แล้วอยากให้ฝนช่วยขายของมาค่ะ ฝนขายของเก่งมากพี่ ขายของได้วันเป็นหมื่นบ้านค่ะ

ไม่มีเจตนาคือไม่ผิด?

ทนายพัฒน์ : โดยหลักต้องแยกครับ ในส่วนคดีอาญาดูที่เจตนา

ฝน : อันนี้ฝนพูดในหลักพระพุทธศาสนา

ทนายพัฒน์ : คดีแพ่งน่าจะเข้าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 เรื่องละเมิด ซึ่งละเมิดจะไม่ใช้หลักของคำว่าเจตนา แต่ใช้คำว่าจงใจ ซึ่งความคาบเกี่ยวก็เหมือนกันว่าในใจเราคิดยังไงตั้งแต่ต้น พอบริบทที่ดูไม่มีบริบทอื่นประกอบ ยกตัวอย่างเช่นถ้าเจตนาจริงๆ อาจมีการแลกคอนแทค บรรยากาศในห้องนั้นสมมตินั่งห่างกัน มันดูไม่มีจังหวะแบบนั้น ปกติถ้าคนชอบกันทำนองชู้สาว อาจต้องคอนแทค เดินใกล้ ก็แล้วแต่ ถ้ามีจังหวะมากกว่านี้ เท่าที่มองนะ มุมมองของผมแค่นั้นเอง

คุณนาวินต้าร์ไลฟ์กับคุณน้ำหวาน บอกว่าให้กฎหมายดำเนินการ รอทีเดียวเหมือนแมลงวันให้บี้ไปเลย เขาน่าจะมีช่องทางในการฟ้องและทำให้ทางนี้แพ้ราบคาบ?

ทนายพัฒน์ : ต้องดูก่อนว่าหลักจริงๆ ในบ้านเรา กฎหมายใครมีสิทธิ์ฟ้องใครได้ปกติเพราะเป็นระบบกล่าวหา ใครจะกล่าวอ้างก็กล่าวอ้างได้ แต่สุดท้ายทางฝ่ายที่ตกเป็นจำเลย ก็มีสิทธิ์นำพยานหลักฐานเข้าสืบอยู่แล้ว อีกทั้งภาระการพิสูจน์ตกแก่ผู้ถูกกล่าวอ้าง ก็ต้องนำสืบว่าเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ ต้องมีพยานหลักฐานด้วย เท่าที่ฟัง มันมีแค่นี้ มีแค่สั้นๆ ไม่มีบริบทอื่นประกอบ เช่น คดีหมิ่นประมาท อาจมีการต่อในโซเชียล มีพฤติกรรมอื่นประกอบหลายครั้งหลายครา ศาลก็จะเอามาประกอบ แต่เท่าที่เห็นมันมีแค่นี้ มีแค่ในวง 7 คน ไม่มีอันอื่นเพิ่มเข้ามา ยิ่งคดีอาญา การดำเนินคดีกับคนอื่นต้องตีความโดยเคร่งครัด และพยานหลักฐานต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ โอเคคดีแพ่งชั่งน้ำหนักว่าใครมีน้ำหนักมากกว่า คนนั้นชนะไป 51-49 แต่เท่าที่ดูในความคิดของผม มองว่ามันไกลกว่าเหตุมาก

ประโยคผัวของทุกคน ที่ทุกคนอยากได้ คำพูดนี้ละเมิดมั้ย?

ทนายพัฒน์ : ต้องเข้าใจบรรยากาศก่อน ถ้าคำนี้ปรากฏบนโซเชียล ที่คนเห็นจำนวนมาก มันอาจมองอีกแบบเลย นี่คือเรื่องใหญ่ แต่ตอนที่เขาพูดมันเป็นแค่ 7 คนแล้วเป็นวงแคบ  ไม่ได้มีบริบทอะไรอื่นประกอบใน 7 คน ที่เป็นเรื่องราวใหญ่โตเพราะเอาออกมาจาก 7 คนนั้นมาโผล่ในโซเชียล แต่เราต้องไปดูว่าตอน 7 คนนั้นบริบทมันเป็นยังไง แต่พอมาอยู่ในโซเชียลคนเห็นเยอะ ต่างคนต่างคิดไปแล้ว ก็จะตีความคนละความหมาย แต่เท่าที่ดู ต้องไปดูบริบทที่ 7 คนนั้นจริงๆ ไม่ใช่มาดูบริบทที่อยู่บนโซเชียล ณ เวลานี้

แต่คุณน้ำหวานบอกเขาอึดอัด เขามีหลักฐานแต่เปิดไม่ได้ โดยเฉพาะเสียงครวญคราง กลัวมั้ยหลักฐานที่คุณน้ำหวานมี?

โค้ชส้ม : ไม่กลัวค่ะ

ฝน : พร้อมให้เปิดคลิปมั้ย

โค้ชส้ม : พร้อมค่ะ

คุณท้าให้เขาเปิดคลิปเลย?

ฝน : อย่าใช้คำว่าท้าค่ะ เดี๋ยวพี่เขาโกรธ ด้วยความพี่น้ำหวานบอกมีคลิปนะ ก่อนเราขึ้นไลฟ์กัน เราถาม เราซัดเลยนะว่าผิดจริงเปล่า พอเขาเล่าก็บอกว่าโอเค พร้อมให้เขาเปิดคลิปมั้ย เขาบอกว่าพร้อม งั้นก็ให้เขาเปิด เราก็ไลฟ์ขายของกัน ถ้าอยากเปิดก็เปิดได้เลย เพราะมันไม่มีอะไร

แต่คุณต้าร์ไลฟ์จะเอาทุบด้วยไม้กระบองทีเดียว เอาให้แบน ตีแมลงวันเอาให้บี้ทีเดียวเลย ใครจะพูดอะไรให้พูดไป เดี๋ยวรู้เอง ให้ระวังคำพูดตัวเองดีๆ แล้วกัน เก็บเป็นหลักฐานทั้งหมด คุณอาจสนุกตอนนี้ แต่จะไม่สนุกทีหลัง เวลามีปัญหาที่คุณสร้างเพิ่มอยู่ตอนนี้ เป็นคำเตือนว่าให้หยุด?

โค้ชส้ม : ส้มก็ยืนยันว่าให้เปิดคลิปได้เลย ยืนยันว่าหนูไม่ได้ไปทำอะไร หนูไปสอนแล้วก็จบตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม่มีขอคอนแทค ไม่ได้ขอถ่ายรูป ในใจไม่ได้อยากขอถ่ายด้วยค่ะ หนูยอมรับว่าหนูเป็นอดีตแฟนคลับ ปัจจุบันหนูไม่ได้ทำอะไร สามารถเปิดกล้องได้เลย หนูยินดี เพราะหนูไปสอนจริงๆ

ฝน : ฝนฟังพี่นาวินต้าร์ กลับมองอีกมุมนึง ว่าพี่นาวินต้าร์อาจพูดถึงโซเชียลหรือเปล่าว่าให้เมนต์กันดีๆ นะ เพราะฝนมองบวก อีกอย่างน้องก็ไม่ได้มีอะไรกับพี่นาวินต้าร์ถึงขั้นสัมพันธ์ชู้สาว พี่ต้าร์อาจหมายถึงคนคอมมเมนต์สนุกกันมั้ย เพราะคนเริ่มไลฟ์เริ่มออกโซเชียลไม่ใช่ส้มเลย แต่เป็นพี่น้ำหวานที่ไลฟ์สดแล้วร้องไห้ ทุกคนก็เลยรู้เรื่องขึ้นมา มีการเปิดหน้าผู้หญิงคนนี้ แล้วบอกว่าอย่าว่าจ้างผู้หญิงคนนี้นะ ผู้หญิงคนนี้คือตัวอันตราย อาจแย่งสามีคนอื่นด้วยซ้ำ น้องต่างหากที่รู้สึกว่าเสียหาย ไม่ให้จ้างงานน้องอะไรประมาณนี้เลย และจะเปิดเผยผู้หญิงคนนี้เลย เราเป็นคนทำมาหากินค้าขาย เราบริสุทธิ์ใจค่ะ ไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้มีความจงใจ ที่จะทำให้ครอบครัวพี่แตกแยก และไม่มีเจตนาทำให้พวกพี่เสียหาย มีแต่เจตนาทำให้พวกพี่ขายของดีขึ้นปังขึ้น จึงไปเทรนงานสอนงานทีมงานพี่ ที่สร้างกรุ๊ปขึ้นมามันเป็นหน้าที่โค้ชที่สอนเสร็จเรารู้ว่าวันแรกยังไม่เข้าใจหรอก มันต้องถามกัน ก็เลยต้องมีกรุ๊ปขึ้นมา แต่พอพี่โกรธ พี่ลบทุกอย่างในกรุ๊ปออกหมด แล้วพิมพ์มา คำพิมพ์ของพี่คือผัวและเมีย

ตอนนี้ 7 คนยังอยู่ในกรุ๊ป?

บีม : ออกตั้งแต่วันแรกเลยค่ะ

สร้างกรุ๊ปได้แป๊บเดียวเอง เขาดึงคุณน้ำหวานมาอยู่ในกรุ๊ปนี้ด้วย?

โค้ชส้ม : ใช่ค่ะ

ตั้งแต่เป็นประเด็นส่งผลต่องานเรายังไง?

ฝน : ไม่เป็นอันทำงานทำการ

โค้ชส้ม : หนูไม่มีสมาธิทำงาน มันทำงานไม่ได้ มันรุนแรง มันแพนิกค่ะ พอหนูฟังข่าว หรือเห็นข่าว พอหนูจะไปทำงานก็ไม่สามารถทำงานได้

ฝน : มันหยุดคิดไม่ได้ เพราะเขากลัวมาก คนเราความกลัวไม่เท่ากัน บางคนคิดแค่นี้ เขาคิดเป็นบวก แต่คนนี้ลบเลย เหมือนชีวิตกูพังแล้วเหรอ หรืออะไร ทำไมเกิดเหตุการณ์แบบนี้ บวกกับเจอคนโน้นคนนี้ด่า (เปิดให้อ่านแชต)

ทนายพัฒน์ : ไม่รู้ว่าใคร ก็สรุปดีกว่า

ไม่เรียนแล้วค่ะ เดี๋ยวจะทำข่าวแทน ถ้าอยากได้ผัวมาก ยุบกลุ่มนี้ไปให้หมด พรุ่งนี้เจอกัน พนักงานขายเราให้ออกหมดทุกคน อยากรู้ถ้าเมียไม่มาต่อไปใครจะกล้าให้สามีมาเรียน สุดยอดจริงๆ?

ฝน : แล้วเขาก็ออกจากกลุ่มหมดเลย

ส่งมาตอนเพิ่งเลิกเรียนเลย แสดงว่าต้องมีคนไปเล่าให้น้ำหวานฟัง และคิดว่าเขาคงไม่ได้นั่งดูการสอนถ่ายทอดทางออนไลน์?

โค้ชส้ม : ไม่มีค่ะ

บีม : ตอนนั้นคุณน้ำหวานไลฟ์สดขายของอยู่ค่ะ เพราะเรามีการตรวจเช็กราคาว่าแตกต่างกันมั้ย คุณน้ำหวานไลฟ์สดอยู่เลยค่ะ ขณะที่เราประชุมกัน

แสดงว่าคนไปเล่าก็น่าจะเป็นฝั่งนี้?

ฝน : น่าจะแปลงสาส์นผิด น่าเป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจผิดกันค่ะ

ช่วงเวลาแป๊บเดียวเอง 16.42 น. มีข้อความเข้ามา?

ฝน : ยังไม่ทันถึงบ้านเลยค่ะ อยู่ในรถ กำลังจะไปไลฟ์สดที่บ้านต่อเพราะรับงานลูกค้ามา

ได้คุยกับคุณน้ำหวานมั้ย?

โค้ชส้ม : มีคนติดต่องาน บอกว่ามีคนโทรหาส้มมั้ย แต่ส้มเองไม่ได้ให้เบอร์ใคร ถ้าเขาจะจ้างงานต่อ ก็ต้องผ่านคนประสานงานส้มมา แต่พอเห็นในกลุ่ม จะแคปไปถามคนประสานงานว่ามันเกิดอะไรเข้าใจผิดกันมั้ย ไม่ได้เกิดอะไรอย่างที่คุณเขากล่าว เขาเข้าใจผิดอะไรส้มมั้ย

คิดมั้ยว่าจะใหญ่โตขนาดนี้?

โค้ชส้ม : ไม่ได้คิดค่ะ เพราะเราไม่ได้มีจุดประสงค์

ฝน : ตอนแรกจะอยู่เฉยๆ ไม่เปิดเผย นิ่งเงียบไป เพราะเหมือนตัวคนเดียว เขาชอบคิดว่าชีวิตเขาตัวคนเดียว มีลูกน้องอยู่แค่นี้ ฝนก็ให้มาหาที่โคราช เขาอยู่กรุงเทพฯ ข้าวปลาก็ไม่กิน ก็บอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องแค่นี้เองไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย เราบอกน้อง มันอธิบายได้ ถ้าพี่น้ำหวานอยากให้เราเข้าไปอธิบายที่บ้านเราก็ไปได้ เดี๋ยวพาไป หนูก็พูดแนวๆ นี้ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็นข่าวจะเป็นประเด็น และไม่ได้คิดว่าพี่นาวินต้าร์จะฟ้องเราด้วยซ้ำ จะฟ้องเราเรื่องอะไร เรายังงงอยู่เลย ถ้าเรามีคอนแทคกัน แลกไลน์กัน แอบกินข้าวกัน ฝนเคยไลฟ์สด จ้างงานดาราเยอะ จ้างแน็ก ชาลี แซวกัน ฝนเล่นกับแน็ก ชาลี เล่นเชิงชู้สาวด้วยซ้ำ ลูกค้าชอบ หรือเล่นกับผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ แต่เขาไปสอน เขาไม่มีการเล่นเลย เขามีความรู้สึกตกใจแล้วหันหน้าไปทางน้องบีม แค่นั้นค่ะ

รู้ได้ยังไง น้ำหวานบอกอยากให้เข้าไปขอโทษที่บ้าน?

โค้ชส้ม : ส้มคุยสายและขอโทษทางโทรศัพท์ แต่คุณน้ำหวานอยากให้ส้มเข้าไปที่บ้าน ส่งพิกัด แมฟมาให้ส้มเรียบร้อย

ฝน : น้องเล่าให้หนูฟัง เขาไม่กล้าไปคนเดียว เขากลัวว่าพี่หวานจะอารมณ์ร้อนอยู่ ไม่กล้าไปคนเดียว

โค้ชส้ม :   ส้มเลยบอกว่าไม่สะดวกที่จะไปนะ

ฝน : ก็เลยอาจโกรธหรือเปล่า แต่วันนี้ฝนอยู่กรุงเทพฯ แล้วค่ะ ถ้าพี่น้ำหวานต้องการให้ส้มเข้าไปหา ฝนกับส้มพร้อมจริงๆ ค่ะ ให้น้องเข้าไปยืนยันความบริสุทธิ์ได้เลย ขอโทษครอบครัวพี่น้ำหวานพี่นาวินต้าร์ เราไม่ได้มีเจตนาทำให้เสียใจ เสียความรู้สึก ไม่ได้จงใจจริงๆ วันนี้เราอยู่กรุงเทพฯ แล้ว ถ้าอยากให้ไปหา หนูจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ หลังจบรายการหนูไปได้เลยค่ะ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แล้วเดี๋ยวจะช่วยไลฟ์ขายของด้วยค่ะ

โค้ชส้ม : ยินดีมากๆ ค่ะ

ฝน : วันนี้ให้ใส่ชุดวันนั้นมาเลย เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าความบริสุทธิ์ใจ ความเราเป็นอย่างไร ยังไม่ได้ซักด้วยซ้ำ

ถ้าน้ำหวานไม่ติดต่อมา?

ฝน : ก็เงียบไปเลย ก็แล้วไป ถือว่าได้พูดให้ประชาชนได้รับทราบแล้ว ถ้าพี่อยากให้หนูกับน้องเข้าไป หนูพร้อมจริงๆ ค่ะ หนูเตรียมพวงมาลัยมาด้วย เตรียมพวงมาลัยไปกราบขอขมาเลย เพราะเขาเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กว่า ถ้าเราทำนิสัยไม่ดีต่อเขา เตรียมพวงมาลัยมากราบขอโทษเลย พวงมาลัยหนูสวยมากๆ หนูรู้ว่าการเกิดเรื่องแบบนี้ ก็ทำให้พี่ไม่มีสมา
ธิไลฟ์ขายของ เราก็เหมือนกัน เราเตรียมขอขมาได้เลย แต่ถ้าพี่ไม่ให้เข้าบ้าน ก็ขอขมาตรงนี้เลย ผ่านหน้าจอเลย

โค้ชส้มอยากพูดอะไร?

โค้ชส้ม : (ยกมือไหว้พร้อมพวงมาลัย) ในสิ่งที่ส้มทำไปโดยไม่ระวังคำพูดของตัวเอง ก็ต้องขอโทษคุณหวาน คุณนาวินต้าร์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส้มขอกล่าวคำขอโทษคุณหวานคุณต้าร์ในเหตุการณ์ที่ส้มไม่ระวังคำพูดในที่ประชุม หนูไม่มีความตั้งใจอะไร ขอกล่าวจากใจจริงว่าหนูขอโทษค่ะ ด้วยพวงมาลัยที่หนูเตรียมให้พี่ค่ะ

เหตุการณ์วันนี้มีบทเรียนอะไรบ้าง?

ทนายพัฒน์ : เหตุการณ์เฉพาะหน้า ณ เวลานั้นไม่รู้ว่าคุณส้มเป็นยังไง แต่การควบคุมกิริยา เราไปทำงาน เข้าใจแหละว่าเราอาจไม่เหมาะสม แต่ก็เข้าใจแหละ อาจตื่นเต้น บางคนสั่น อันนี้สัมผัสได้เลยว่าสั่น บุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นขยายเป็นวงกว้าง ตอนแรกเริ่มแค่ 7 คน ในความที่เป็นคุณน้ำหวาน ภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นแม่ของลูก ความรู้สึกเขาก็อีกแบบนึง แต่อาจมองคนละมุมเท่านั้นเอง แต่เรื่องนี้เกิดมาในพื้นที่แค่ 7 คน คนทางบ้านทราบก็คงต้องคุยกับคนทางบ้าน แต่พอเรื่องแบบนี้ขยายในโซเชียล การวิพากษ์วิจารณ์มันเป็นเรื่องปกติมาก เพราะคนวิพากษ์วิจารณ์เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เราไม่ได้เห็นคนที่รู้ดีมากที่สุดคือคนอยู่ในเหตุการณ์ อยู่ที่คุณส้ม แค่นั้นเองครับ

‘BNK48’ปล่อยแก๊งเด็กป่วนตัวแสบ Gen Alpha ประจำรุ่น!

'BNK48'ปล่อยแก๊งเด็กป่วนตัวแสบ Gen Alpha ประจำรุ่น!

‘BNK48’ปล่อยแก๊งเด็กป่วนตัวแสบ Gen Alpha ประจำรุ่น!

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.12 น.

“ช็อต!!!!” ซิงเกิลพิเศษเพลงสุดปั่น OST. Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ชีรีส์แนวตั้งแนว แซฟฟิค โรแมนติก คอมเมดี้ จาก “อินดิเพนเด้นท์ ฟิล์ม (Independent Film)” ในสังกัด iAM โดยมีแก๊งเด็กตัวจี๊ดประจำรุ่นที่ 6 ของ BNK48” นำทีมโดย บลายธ์–ณัฏฐ์รัญศา ศิริลาภวิบูรณ์, เกรฟ–เอมิกา ยอดแสง, เมล–สิดาพร หลินถาวรดี, มิริน–รินณ์ลิสา บูรภากรณ์ ซึ่งเป็นสมาชิก Gen Alpha ที่มาร่วมแสดงในซีรีส์และมาขยี้ความสนุกสุดกวนในเพลงด้วย

โดยเพลง “ช็อต!!!!” เป็นเพลงสไตล์ Punk Rock ผสม Hip-Hop เนื้อเพลงกวน ๆ แสบ ๆ บ่น ๆ ปนตลก ที่มาพร้อมกับเรื่องราวของความรักที่ไม่ชัดเจน อย่ามาเล่นกับความรู้สึกถ้าไม่มีใจก็อย่ามาทำให้เราหลงรัก อย่ามาช๊อตฟีล เพราะสิ่งที่เธอทำอยู่มันจะทำให้เราเป็นบ้าได้เลยหล่ะ

สามารถฟังเพลง “ช็อต!!!!” เพลงประกอบซีรีส์เรื่อง “Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล” จาก “BNK48” ได้แล้วทุกสตรีมมิ่ง และสามารถติดตามชม PV ได้ทาง YOUTUBE BNK48 : https://www.youtube.com/watch?v=D4XqskuDyloติดตามรับชม ซีรีส์เรื่อง “Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล” พร้อมกัน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.00 น. ทาง tiktok.com/@shockmegirls.officialและสามารถติดตามความเคลื่อนไหว “Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล” ได้ทาง

FB : facebook.com/ShockMeGirls/

IG : instagram.com/shockmegirls.official/

X : x.com/shockmegirls?s=21

Tiktok : tiktok.com/@shockmegirls.official

#ShockMeGirlsTH
#รักช็อตใจยัยช็อตฟีล
#IndependentFilm
#BNK48 #CGM48

โซเชียลไม่เคยได้พัก เบียร์ ภัสรนันท์ เสิร์ฟรัวๆ ลุคเซ็กซี่กลางแดดจ้า

โซเชียลไม่เคยได้พัก เบียร์ ภัสรนันท์ เสิร์ฟรัวๆ ลุคเซ็กซี่กลางแดดจ้า

โซเชียลไม่เคยได้พัก เบียร์ ภัสรนันท์ เสิร์ฟรัวๆ ลุคเซ็กซี่กลางแดดจ้า

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

เป็นขวัญใจหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ และมักทำเอาโซเชียลฮือฮาเสมอๆ เมื่อ เบียร์ ภัสรนันท์ หรือ Beer The Voice ออกมาโพสต์ภาพในลุคเซ็กซี่เบา ๆ ท่ามกลางแสงแดดธรรมชาติ โชว์เสน่ห์หวานปนแซ่บจนแฟน ๆ แห่กดไลก์รัว งานนี้ทำเอาอินสตาแกรมร้อนแรงขึ้นมาทันที เมื่อ เบียร์ ภัสรนันท์ นักร้องและอินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดัง โพสต์คลิปใหม่ในลุคสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ โดยเจ้าตัวมาในชุดโทนพาสเทลสุดละมุน โชว์ความสดใสและความเซ็กซี่เบา ๆ รับกับแสงแดดช่วงเย็นที่ส่องกระทบผิว ทำให้ภาพออกมาดูอบอุ่นและมีเสน่ห์เป็นพิเศษ พร้อมท่าโพสหันไหล่ที่ช่วยขับลุคให้ดูโดดเด่นสะดุดตาหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟน ๆ เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความสวยและความน่ารักของเบียร์กันอย่างต่อเนื่อง หลายคนยังบอกอีกว่าลุคนี้ทั้งหวานและแซ่บในเวลาเดียวกัน จนกลายเป็นอีกหนึ่งโพสต์ที่ถูกพูดถึงบนโซเชียลทันที

แซ่บสะกดทุกสายตา! ‘เจนนี่’ ลุคซีทรูสุดเซ็กซี่ ร่วมชมโชว์ CHANEL Fall/Winter 2026

แซ่บสะกดทุกสายตา! ‘เจนนี่’ ลุคซีทรูสุดเซ็กซี่ ร่วมชมโชว์ CHANEL Fall/Winter 2026

แซ่บสะกดทุกสายตา! ‘เจนนี่’ ลุคซีทรูสุดเซ็กซี่ ร่วมชมโชว์ CHANEL Fall/Winter 2026

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อ Jennie ปรากฏตัวในฐานะแขกคนสำคัญของโชว์ Chanel คอลเลกชัน Fall/Winter 2026 ผลงานการออกแบบของ Matthieu Blazy พร้อมลุคสุดแซ่บ ซีทรูระยิบระยับสะกดทุกสายตา

สร้างกระแสในโลกแฟชั่นอีกครั้ง สำหรับ “Jennie Blackpink” ที่เดินทางไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ของแบรนด์หรู Chanel ในคอลเลกชัน Fall/Winter 2026 ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ Matthieu Blazy โดยเจนนี่ปรากฏตัวในฐานะแขกคนสำคัญของแบรนด์

สำหรับลุคในงานครั้งนี้ เจนนี่มาในสไตล์สุดโดดเด่น สวมบราท็อปสีดำแมตช์กับชุดซีทรูตาข่ายประดับคริสตัลที่ช่วยเพิ่มความระยิบระยับ เผยความเซ็กซี่อย่างมีระดับ ก่อนคอมพลีตลุคด้วยโค้ทหนังสีแดงยาวและกระเป๋าถือสีแดง เพิ่มความเท่และความหรูในเวลาเดียวกัน

ทันทีที่ภาพลุคดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ก็กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่แฟน ๆ และสื่อแฟชั่นทั่วโลกพูดถึง เพราะนอกจากจะสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นแฟชั่นไอคอนของเจนนี่แล้ว ยังตอกย้ำบทบาทของเธอในฐานะหนึ่งในคนดังที่ได้รับความสนใจทุกครั้งที่ปรากฏตัวในงานของแบรนด์ระดับโลกอย่าง CHANEL อีกด้วย

ยิ่งมองยิ่งหลง โอ๋ ภัคจีรา ยิ้มหวานสวยสะกด ทำหนุ่ม ๆ ใจบาง

ยิ่งมองยิ่งหลง โอ๋ ภัคจีรา ยิ้มหวานสวยสะกด ทำหนุ่ม ๆ ใจบาง

ยิ่งมองยิ่งหลง โอ๋ ภัคจีรา ยิ้มหวานสวยสะกด ทำหนุ่ม ๆ ใจบาง

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.24 น.

นาทีนี้ต้องยอมให้ความลักกี้อินเกมแอนด์ลักกี้อินเลิฟของตัวแม่วงการบันเทิงอย่าง โอ๋ ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ จริง ๆ จ้า หลังจากเปิดโหมดหัวใจสีชมพูเพราะถูกหวานใจรุ่นน้อง เบียร์ สรณัฐ เซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานไปแบบหวานฉ่ำ จนขึ้นแท่นเป็นว่าที่เจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดใน พ.ศ. นี้

ล่าสุดวันนี้ 10 มีนาคม 2569 แม่โอ๋ไม่ปล่อยให้แฟนคลับต้องรอนาน ลุกขึ้นมาตอกย้ำความปังด้วยการปล่อยเซตภาพที่ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ กับลุคชุดลูกไม้ซีทรูสีดำสุดเย้ายวน เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวที่เป๊ะปังแบบเอวสับขยี้ใจ โดยเฉพาะช็อตเด็ดนอนโพสท่าสุดโพเทนเชียลบนเตียงนอน บอกเลยว่าความเซ็กซี่ระดับสิบเต็มสิบ ร้อนฉ่าจนปรอทแตกกันไปเลยทีเดียว

โอ๋ ภัคจีรา

สิ่งที่ทำเอาหลายคนต้องขยี้ตาซ้ำ ไม่ใช่แค่ความแซ่บแต่คือพัฒนาการความสวยของแม่โอ๋ที่ดูเหมือนจะย้อนวัยกลับไปเป็นสาวแรกรุ่นอีกครั้ง หลังจากซุ่มดูแลตัวเองอย่างหนักจนน้ำหนักลดฮวบ โชว์หุ่นสลิมเพรียวบางที่มาพร้อมวินัยอันเข้มงวด จนเพื่อนพ้องในวงการต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ซูฮกในความเป๊ะปังครั้งนี้

โอ๋ ภัคจีรา

และแน่นอนว่าหลังจากภาพเซตนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างรุมกดไลก์และคอมเมนต์กันถล่มทลาย โดยส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าออร่าความสุขมันพุ่งกระจายออกมาจากแววตาจริง ๆ เช่น

“สวยน่ารักเซ็กซี่ขี้เล่นและเป็นกันเอง @ohpak “

“สวยจัด ๆๆๆๆๆ ค่าา”

“หืมมมมม แม่!!!!! “

“เริ่ดเลยอะ”

“สวย ละมุนมากกกก ความรัก เป็นยาวิเศษจริงๆเลย “

“เกินไปมาก”

โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา

บอกเลยว่าความรักครั้งนี้เปลี่ยน โอ๋ ภัคจีรา ให้กลายเป็นเวอร์ชันที่สดใสและเปล่งประกายที่สุด จนหลายคนตั้งตารอชมวันวิวาห์แทบไม่ไหว เพราะขนาดแค่ลุคอุ่นเครื่องยังแซ่บขนาดนี้ วันจริงจะอลังการขนาดไหน… ต้องรอติดตามจ้า

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม ohpak

‘ป๊อป อารียา’ เปิดเหตุผลที่กลัวน้ำตาลสุดชีวิต และการใช้โยคะช่วยเยียวยาใจ

'ป๊อป อารียา' เปิดเหตุผลที่กลัวน้ำตาลสุดชีวิต และการใช้โยคะช่วยเยียวยาใจ

‘ป๊อป อารียา’ เปิดเหตุผลที่กลัวน้ำตาลสุดชีวิต และการใช้โยคะช่วยเยียวยาใจ

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.50 น.

On The Way With CHOM ชวนเปิดมุมมองการดูแลตัวเองจากภายในของ “ป๊อป อารียา” เล่าภาพจำวัย 12 ที่เปลี่ยนชีวิต เป็นเหตุผลที่กลัวน้ำตาลสุดชีวิต หลังเห็นปู่เป็นเบาหวานจนต้องตัดขา จากซึมเศร้าหนักช่วงโควิดสู่การค้นพบตัวเองใหม่ โยคะช่วยเยียวยา ตั้งแต่การจัดการความเครียด การฝึกลมหายใจ ไปจนถึงบทบาทของโยคะที่ช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกายและจิตใจ

จุดเปลี่ยนที่หันมาดูแลสุขภาพคืออะไร ?

ป๊อป อารียา การที่เราสนใจเรื่องสุขภาพมันเพราะว่าตอนเด็ก ๆ ปู่เรา สูงประมาณเกือบ 2 เมตร กินเยอะ ที่บอกว่าคุณปู่ตัวใหญ่สูงเป็นเบาหวาน แล้วก็ต้องตัดขาทิ้ง 6 ปีที่คุณปู่อยู่แล้วไม่มีขา เราเองอายุ 12 ขวบตอนนั้น มาเมืองไทยก็ต้องทิ้งโถฉี่ โถอึ แล้วก็คือต้องดูแล แล้วก็เห็นชัดเจนว่าปัญหาทั้งหมดอยู่ที่น้ำตาล น้ำตาลทำให้ปู่ขาไม่มี น้ำตาลการที่กินเยอะเกินไป กินข้าวเยอะเกินไป กินแป้งเยอะเกินไป แล้วตอนนั้นคือทำให้เรากลัวขึ้นมาเลย แล้วด้วยความที่เราเห็นเยอะมากขึ้น คุณลุงเป็นโรคไต โรคหัวใจ เพราะว่าเบาหวาน มันทำให้อุดตัน ทำให้ไตมี เคยเห็นคนที่ไตแข็งไหม ตัวเหลืองไหม ถ้าเห็นกับตาคือจะหลีกเลี่ยง จับของที่มันเขาเรียกว่า Ultra process food หรือว่าของที่มันอยู่ในถุงในกล่องแล้วก็มีน้ำตาลปลอม น้ำมันปลอม

ตรงนี้คือทำให้เราเริ่มอยากให้หาคำตอบในเรื่องสุขภาพ ?

ป๊อป อารียา : ใช่

เข้ามาในวงการโยคะได้ยังไง ?

ป๊อป อารียา ขอบคุณความเจ็บปวด ความทุกข์ในชีวิตที่มีนะคะ เราตอนเด็ก ๆ อยากเล่นยิมนาสติก แล้วก็ไปเช็คหลังแล้วตอนโตขึ้นมาเป็นโรค Scoliosis คือกระดูกสันหลังคด หลังมันโค้งเหมือนต้นไม้ที่มันไม่ยอมโตตรง มันจะโค้งไปโค้งมา ไม่รู้ว่าเพราะเราเล่นเทนนิสหรือเปล่า เพราะเราเล่นคือกล้ามขึ้นแค่ข้างเดียว เสิร์ฟก็คือใช้แขนข้างเดียวคือจะแข็งแรงข้างเดียวจริง ๆ แล้ววิตกกังวลตลอดเวลาว่า ถ้าเมื่อไหร่เป็น Scoliosis ยิมนาสติกจะเข้าไม่ได้ ถ้ายิมนาสติกเข้าไม่ได้ก็คือเชียร์ลีดดิงก็เข้าไม่ได้หลายอย่างเลย ก็คือว่ามันเจ็บหลัง หลังมันโค้ง ถ้ามันตรงอาจจะสูงกว่านี้อีกก็ได้ แต่มันโค้งแล้วมันบิดนิดหนึ่งไปทางขวา ไหล่ของเราจะไม่ตรงกันเท่าไหร่ คือถ้าเราหิ้วกระเป๋าหนัก ๆ จะเจ็บหลัง ถ้านอนเอียงไปผิดข้างก็จะเจ็บหลังเจ็บสะโพก เพราะว่าร่างกายไม่สมดุล ไปนวดแผนโบราณ ฝังเข็ม ทำทุกอย่างแต่มันแค่ชั่วคราว สิ่งที่ช่วยเยอะที่สุดคือคือโยคะ

ใครเป็นคนแนะนำโยคะให้ ?

ป๊อป อารียา ครั้งแรกเล่นโยคะไม่ได้ชอบ ตอนนั้นกำลังจะเล่นเทนนิส สนามไม่ว่าง เหตุผลไม่ดีหรอก คือสนามไม่ว่าง แล้วก็คือไปเล่นค่าเวลาแล้วอากาศมันร้อนก็ไปเล่นโยคะ แต่คือตอนนั้นเข้าไปเสร็จแล้วทุกคนทำ Headstand เลย แล้วตอนนั้น 20 กว่า ทำยังไง ปลอดภัยยังไง ต้องรักษาไง เพราะว่าหลังเราคด คอเราคด ถ้าเราขึ้นผิด เดี๋ยวมันล้มแล้วก็จะเจ็บมากกว่าเดิม แรก ๆ พูดตรง ๆ ว่าเจอครูโยคะที่ไม่ถูกใจ คือจะให้ขึ้นเลยแล้วไม่สอนเรื่อง safety เลยทำให้เราไม่ชอบโยคะเกือบ 10 ปี ไม่เอาจริงเอาจังจนกระทั่งมีแฟนที่เขาอยู่โรงแรมดังแล้วคือเขามีเรื่องโยคะทั่วโลก ของโอเรียนเต็ล คือจะไปเล่นโยคะทุกที่ ไปญี่ปุ่น ไปแคลิฟอร์เนีย ไปเจอคนที่เก่งจริง แล้วยอมรับว่าอาจารย์หล่อด้วย มันก็เป็นแรงบันดาลใจ (หัวเราะ) มันเป็นแรงจูงใจที่ดีมากนะ เขาเป็นอายุมากแล้ว ภรรยาก็สอนโยคะด้วย แต่ไลฟ์สไตล์โยคะมันไม่ใช่แค่ทำท่าสวย เราเจอเยอะที่สุดก็คือคนเข้ามาหาเราว่าทำโยคะท่าที่ยากที่สุดทำให้ดูหน่อยซิ เราก็ทำท่านั่งสมาธิ อย่าลืมว่าพุทธเจ้าคือนั่งสมาธิกับพวกโยคี การที่นั่งสมาธิเป็นการที่เราจะบอกตัวเองว่าอะไรสูงกว่ากันจิตหรือกาย ก็คือโยคะทำให้เราเข้าใจจิตวิญญาณ มันมากกว่าทางกายภาพ มันมากกว่าที่จะทำให้หุ่นดี ทำให้ผอม ทำให้นอนหลับ อันนั้นเป็นสิ่งที่ได้ สิ่งที่ได้อีกก็ ภูมิแพ้หาย ประจำเดือนมาปกติ แต่คือความปวดเจ็บในกล้ามเนื้อในช่องคลอดนี้จะเจ็บมาก เพราะว่ากล้ามมันจะบีบ แต่คลายไม่เป็น คนเราคลายไม่เป็นเลย โยคะสอนให้เราคลายให้เป็น คลายแล้วปล่อยวางสิ่งที่เราปล่อยได้ Ujjayi Breath การที่อยู่กับลมหายใจ พวกอาสนะทั้งหลายทำไปเรารู้สึกนะ นั่งสมาธิได้นานขึ้น ยืดตัวแล้วมันไม่เหน็บชา อันสูงสุดคือการนั่งสมาธิ โยคะมันแข่งกันไม่ได้เพราะว่าเป้าหมายทุกคนก็คือปรัชญา ตื่น ตรัสรู้ ความเจ็บปวดศาสนาพุทธก็พูดว่า suffering Is life เข้าใจว่าเจ็บปวด บางอย่างอยู่ได้ บางอย่างถ้าเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน แต่จะเปลี่ยนได้คือต้องตกเหวก่อน ถ้าเจอใครที่ร่าเริงหรือว่าอารมณ์ดีแล้วนี่คือต้องผ่านอะไรมา จะบอกตรง ๆ ช่วงโควิดมีความสุขมากเพราะว่าน้ำหนักลดมากเลยนะ แล้วก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกเท่าไหร่ ตอนนั้นคือร้องไห้บ่อยมาก ๆ เพราะว่าแม่จากไป เหมือนไม่มีเป้าหมายในชีวิต ซึมเศร้า ทานข้าวไม่ได้ น้ำหนักลดไปถึง 51 กิโลกรัมเลย ถ้าแม่ไม่เสียตอนช่วงโควิดมาคือจะเห็นเราผอมกว่านี้ ดำแล้วก็อ้วนกว่านี้อีกเพราะว่าการที่อยู่บ้านคือแม่ไม่ให้ออกไปไหนเลย แล้วแม่จะต้องการให้เราอยู่บ้าน โยคะช่วยให้ชีวิตเราผ่านมาได้ เพราะว่าไม่มีโยคะ ไม่มีใครมาเยี่ยมเรา มีความรู้สึกว่าการเป็นครูเราคิดราคาถูกมากเพราะว่า 1 มันอยู่ที่บ้านเราไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ช่วงเวลาที่เราดูแลแม่แล้วก็อยู่กับโยคะแล้วก็อยู่กับบ้านก็คือไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปหาครูคนไหนเลย ก็ต้องทางอินเทอร์เน็ต แล้วก็ถือว่านักเรียนเราก็เป็นครูเราด้วย สอนเราด้วย

คุณแม่เป็นอะไรบ้างก่อนเสีย ?

ป๊อป อารียา คุณแม่เป็นสมองเล็กฝ่อลง  ซึ่งมันทำให้มันจะเป็นอาการเหมือนพาร์กินสัน คือผู้หญิงที่เป็นวิศวกรสร้างรถยนต์ได้ ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลย ป้อนข้าวเองไม่ได้ ล้างก้นตัวเองก็ไม่ได้ ต้องทำให้หมดเลย บางทีสอนโยคะอยู่แม่ท้องเสียต้องเลิกโยคะก่อน ต้องเอาชั้นในแม่ไปซัก แล้วก็คือต้องหยุดก่อนแล้วค่อยกลับมาสอนโยคะ ตอนนั้นไม่มีแม่บ้านด้วย ไม่มีใครเลย แล้วก็ร้องไห้ไปด้วยนะจำได้ว่าซักไปก็พูดไปว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้ ตอนนี้กลับไปดูบอกว่าอยากอยู่กับแม่มากกว่านี้อีก รู้สึกว่าเราไม่อยู่พอ ยังเสียใจถ้าแม่ไม่กลับมาเราก็ไม่ได้สร้างบ้านใหม่ ถ้าแม่ไม่กลับมาเราก็ไม่ได้สนใจโยคะขนาดนี้ จะไปทำหนังจะทำอย่างอื่นแล้วล่ะ จริง ๆ แล้วเราว่าเป็นบุญความเจ็บปวดที่เราผ่านมา เปลี่ยนเราไปเป็นอีกคนหนึ่งเลย เหมือนเกิดใหม่ อันที่ 1 คือเราเห็นค่าของเวลามากขึ้นแล้ว

ผ่านมาได้ยังไง ?

ป๊อป อารียา บอกตรง ๆ มันเป็นช่วงที่เราตกเหวที่สุดอันหนึ่งในชีวิต แต่ผ่านมาได้ด้วยความภูมิใจว่าเรามีกำลังที่จะเลี้ยงแม่เองได้ มีกำลังที่ต้องอยู่บ้านได้ ตั้งแต่เด็ก ๆ มาคุณแม่จะพยายามบอกว่า สัญญานะจะไม่ส่งแม่ไปบ้านพักคนชรา แล้วเราก็ตอนเด็ก ๆ ก็บอกว่าทำตัวให้ดี ๆ แล้วกัน จะไม่ส่งไปบ้านคนชรา ถึงเวลาแล้วแม่น้ำตาไหลว่าแม่ขอโทษแม่ท้องเสีย แล้วลูกอยู่คนเดียวแม่ขอโทษนะลูกนะ คือน้ำตาเราจะไหลอยู่แล้วแค่คิดว่าแม่ขอโทษเรา เด็ก ๆ ก็เป็นเด็กดื้อ แล้วแม่ก็เคยแช่งมาว่าให้เธอมีลูกเหมือนเธอเลย เป๊ะเลย สังเกตว่าเราไม่มีลูก กลัวกรรมตามสนอง แล้วบางทีก็คุยเล่นกับแม่ไปว่าเอากรรมชาตินี้ให้เสร็จแล้วกัน ไม่ต้องเอาชาติหน้า เอาเต็มที่เลย อึมาฉี่มาเต็มที่เลย

แล้วโยคะช่วยยังไง ?

ป๊อป อารียา community ค่ะอันที่ 1 นะที่เห็นชัดเจน ตอนคุณแม่เสียชีวิตไปเราไม่เอาแม่ไป ไม่ฉีดฟอร์มาลีนไม่เอาเด็ดขาด ฉันรักษาดูแลแม่ด้วยความที่ฉันเกลียดโรงพยาบาล เราเห็นว่ายาทั้งหลายมันมีผลข้างเคียงคืออยากจะให้แม่อยู่บ้าน พยายามกินคลีนที่สุดที่คลีนได้ ตอนนั้นยังไม่รู้เลยถึงตอนนี้ ตอนนี้รู้ขึ้นมาแล้วว่าที่แม่เสียชีวิตไปที่สุขภาพเล็บดำ กล้ามเนื้อหายเพราะว่าเขากิน low fat คอเลสเตอรอลอย่าไปสนใจมัน กินไขมันดี ๆ น้ำมันมะพร้าวก็ยังได้ น้ำมันหมู น้ำมันวัว น้ำมันอะไรก็ได้ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่น้ำมันพืชเพราะโอเมก้า 3 มันเยอะกว่าโอเมก้า 6 เราต้องการโอเมก้า 3 เพราะว่าเซลล์ของเราต้องการ ถ้าให้แข็งแรงก็คือว่ากิน fish oil ก็ยังดีกว่า

ทำไมไม่ฉีดฟอร์มาลีนให้คุณแม่ ?

ป๊อป อารียา ฉีดฟอร์มารีนมันไม่ใช่มนุษย์แล้ว เป็นสิ่งอะไรที่มันไม่ใช่ธรรมชาติแล้ว อันที่ดีที่สุดคือไปเช่าโลงศพที่มันเป็นแบบตู้เย็นแล้วมีกระจกให้ด้วย เพื่อไม่ให้เน่าเหมือนในตู้เย็น ผ่านอาทิตย์หนึ่งก็ไม่ไม่เป็นไร หน้ายังใสอยู่ มีความรู้สึกว่าอยากจะเอาศพไว้ที่บ้าน บางทีญาติบางคนมาจากศรีสะเกษมาจากต่างจังหวัดไกล ๆ ขับรถมาอยากจะเจอเลย อยากจะอยู่ด้วย อยากคุยด้วย อยากจะอยู่ที่บ้านไม่ใช่ไปที่วัด อันนี้สำคัญนะถ้าซื้อประกันชีวิตมาก็ต้องไปพิสูจน์มาว่าตายเพราะอะไร เพื่อจะให้ Insurance ศพนั้นก็ไม่เป็นของเราแล้ว ก็คือต้องให้เขาไป แล้วก็ต้องฉีดฟอร์มาลีนไปเช็คมา ขอให้พระมาที่บ้าน ขอจัดงานที่บ้าน สวดในบ้าน แล้วถามว่าโยคะช่วยยังไง กลุ่มนักเรียนโยคะก็มีนักเรียนเป็น 10 กว่าคน มีพี่คนหนึ่ง พี่ยุ้ยทำอาหารอร่อยมากก็ทำอาหารทุกอย่างที่แม่ชอบกิน 1 อาทิตย์ทุกวันที่บ้านเรา คือเราไม่มีใคร เกิดที่อเมริกาอยู่ที่อเมริกามาตั้งนาน โยคะก็เลยเป็นครอบครัวของเรา อยู่ประเทศไทยมาคือทุกคนรู้จักเรา การที่เราเป็นครูตอนนั้นสอนจุฬาฯ สอน ม.กรุงเทพฯ สอนโรงเรียนนายร้อย มีความรู้สึกว่าเป็นครู มันมีความใกล้ชิดกับคน มันมีชุมชน มี connection เราขาดตั้งแต่อยู่อเมริกา อยู่อเมริกาเขาก็ถามตลอดเวลาเมื่อไหร่จะกลับบ้าน แต่กลุ่มโยคะไลฟ์สไตล์มันอิ่มกับเรา เพื่อนเป็นครูโยคะ ไปเที่ยวด้วยกัน ดูแลเลี้ยงลูกเขามา มันถึงเป็นกลุ่ม แล้วสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ตอนเศร้า ๆ ก็นั่งสมาธิ ทุกคลาสก่อนเล่นโยคะเราจะพาทุกคนมา ทุกคนเล่นมือถืออยู่ก็ไม่พูดอะไร ก็เริ่มนั่งสมาธิ 5-10 นาที จิตเขาก็จะนิ่งและสมาธิก็จะมา เป้าหมายของโยคะคือมีสติ มีสติทำได้ทุกอย่าง จริง ๆ โยคะก็คือยืดตัวเองเพื่อจะได้นั่งสมาธิ อยู่กับสมาธิ แล้วก็เข้าใจความเจ็บปวด ถ้าเข้าไปที่การเจ็บปวดมากขึ้นมันจะหายเจ็บปวด ถ้าเราเจ็บหลัง ไปยืดตัว เราไปยืดมันแรก ๆ มันจะเจ็บแต่สักพักหนึ่งมันจะหาย ส่วนใหญ่ถ้าเราเจ็บสะโพกเราจะเดินเอียงจะหลีกเลี่ยง โยคะสอนให้ชนเลย กลัวอะไรชนเข้าไปเลย

เอาลมหายใจไปไว้ตรงนั้น ?

ป๊อป อารียา ใช่ ลมหายใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะว่าตอนวัยทองมา ตอนช่วง 02:00 น. นอนไม่หลับ นอกจากนอนไม่หลับฮอร์โมนก็เปลี่ยนไป แล้วก็สมองเราจะคิดปัญหาเยอะมาก ๆ ตอนนั้นจะแก้ปัญหาแล้วจะตื่นทันที แล้วจะไม่ยอมหลับ ทำยังไงได้ เหงื่อแตกด้วย เสื้อผ้าต้องเปลี่ยน แล้วนอนเหงื่อโชก ทำสมาธิทำท่าศพแล้วหายใจลึกแล้วยาว อยู่กับลมหายใจให้ได้จนกระทั่งตัวเองไป ต้องฝึกตัวเองให้ร้อนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงทุกคืน มนุษย์เราคนเราสนใจเรื่องชาร์จมือถือมากกว่าชาร์จสมอง แล้วเราก็นอนไม่พอ ถ่ายไม่ออก แล้วก็ปัญหา 108 ที่มาก็คือกินตอนหิวไม่ใช่กินมักง่าย ไม่ใช่กินง่าย ๆ กินง่ายกินเป็นนะแต่ต้องเลือกให้เป็น

เวลาสอนนักเรียนจะแนะนำอะไรบ้าง ?

ป๊อป อารียา ที่สังเกตมาปัญหาที่ 1 ตอนนี้ที่เจอเยอะที่สุดคือว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาอายุ 60 กว่าบอกว่าครูคะวันนี้เล่นโยคะไม่ได้ ฉันเจ็บคอ เจ็บตา รู้สึกเป็นไข้ปวดหัวมากเลย เรามองหน้าแล้วถามว่าเล่นมือถือเมื่อวานกี่ชั่วโมง เขาก็นับมือ 5 ชั่วโมง เล่นมือถือได้ตอนนี้ปวดหัว เจ็บตาแล้วถามว่าเล่นโยคะอะไรที่ทำให้หาย เพื่อจะไปเล่นต่อ จะแนะนำยังไงดี หรือคนที่เจอเล่นเกมเยอะ บอกว่าเล่นวีดีโอเกมเยอะตอนนี้เจ็บหลัง ทำท่าโยคะท่าไหนที่ทำให้หายเจ็บหลัง เราถามว่าทำท่าอะไรไปที่ทำให้เจ็บหลัง เขาก็บอกว่าก็เล่นวีดีโอเกมไปหลายชั่วโมง ทั้งคืนด้วย เราบอกเลิกเล่นได้ไหม เขาก็ยังถามว่ามีท่าโยคะไหม ปัญหาคือคนเราไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยและต้องการยาเพื่อจะให้มันหาย ต้องการทางลัด แต่มันไม่มีทางลัด ต้นเหตุของปัญหาคืออะไร เลิกใส่พิษเข้าไปในร่างกาย เลิกที่จะทำสิ่งเดิม ๆ ที่ทำร้ายตัวเองแล้วไม่รู้ตัว คนเราไม่รู้ตัวว่าปวดหัว ทำไมปวดหัว ทำไมไมเกรนขึ้น ให้เอาสิ่งนี้ออกไป คือตอนนี้คนเรามันขาดสติเยอะมากเลย

ส่วนมากคนที่มาเรียนอะไรคือสิ่งที่ทำให้เข้าหาโยคะ ?

ป๊อป อารียา มีอะไรเสียต้องซ่อม มันก็คล้าย ๆ คาร์แคร์ มันต้องมีอะไรต้องซ่อมสักอย่าง เพิ่งเจอมามีคนหนึ่งเข้ามาเพราะว่าอยากท้อง เพราะว่าเคยเล่าให้ฟังนะมีคนหนึ่งบอกว่าเขาไม่อยากมีผู้ชายเป็นแฟน ไม่ต้องการแฟน แต่ต้องการท้อง แต่การทำกิฟต์ (GIFT: Gamete Intrafallopian Transfer) ทีหนึ่งแพงมาก ครูโยคะที่สมุยเล่าให้ฟังว่าฉีดเชื้อเข้าไปเสร็จทำ Headstand เพื่อให้มันติด ให้มันว่ายเข้าไปติด แต่จริง ๆ แล้วความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้มีโรคเยอะเพราะว่าความคิดเยอะมาก ผู้หญิงมักจะกลัว

จาก vegetarian มาเป็น meat eater ได้ยังไง ?

ป๊อป อารียา ประจำเดือนหาย รู้สึกว่าเวียนหัว รู้สึกว่าไม่ได้รับธาตุเหล็กพอ เช็คร่างกายแล้วเราขาดหลายอย่างที่มันต้องการเนื้อ อีกอย่างหนึ่งเนื้อปัจจุบันตอนนี้มันป้อนด้วยข้าวโพด Wheatgrass ก็ยังมียังมีประโยชน์กับร่างกายคนเรา วัวต้องกินหญ้าเหมือนกัน แล้ววัวที่กินหญ้ามันหายากมาก อาร์เจนตินาก็จะกินหญ้า ออสเตรียจะกินธัญพืช ที่ประเทศไทยจะกินข้าวโพด ทั้งหมูทั้งไก่แต่รู้ไหมว่าวิธีมนุษย์เก็บสัตว์ก่อนฆ่าทำอะไรบ้าง โรควัวบ้าเพราะว่าเอาเศษวัวตัวก่อนที่ตายไปแล้วให้วัวตัวใหม่กินถึงมีโรควัวบ้าเกิดขึ้น แล้วถ้ามนุษย์กินพวกนี้ไปมันอยู่ในสมองเรา 10 ปีก่อนผลออกมา เรามาเป็น Vegan เพราะว่าอ่านหนังสือเยอะแล้วก็รู้เยอะเกินไป อ่านมาว่าวิธีเขาฉีดฮอร์โมนเข้าไปในไก่ แล้วก็รู้กับเพื่อนที่เลี้ยงลูกที่กินไก่ทอดทุกวัน กิน fast food ทุกวัน ลูกสาวอายุ 8 ขวบประจำเดือนมาแล้ว อกใหญ่และก็เตี้ยเหมือนไก่เลย เพราะภายในไม่กี่อาทิตย์ไก่ต้องโดนฆ่าตาย เพราะฉะนั้นจะหาเนื้อสัตว์ที่มันกินหญ้าอยู่บนภูเขา หายาก

โปรตีนจากพืชต่าง ๆ ก็เต็มไปด้วยสารเคมีเหมือนกัน ?

ป๊อป อารียา เราสังเกตว่าปู่ย่าตายายของเราทำไมเขาอายุยืน เขาอายุยืนเพราะคือว่าทำอาหารเอง แล้วช่วงโควิดสังเกตไหมคนจะกลับไปทำอาหารเอง พยายามทำ พยายามปลูกต้นไม้เยอะ ทำอาหารดูแลตัวเอง มันเป็นช่วงรีสตาร์ท รีบูทใหม่กับหลายอย่าง เราว่าดีนะ ส่วนตัวเราตอนนี้เราก็กินเนื้อ แต่แต่จะยังเน้นกินผักกินอะไรไปนะคะแต่ว่าทุก ๆ วันก็ตื่นเช้ามาชงกาแฟ อาจจะใส่เนยเข้าไปในกาแฟด้วย

ควรจะเปลี่ยนอะไรเป็นอย่างแรกเพื่อที่จะมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ?

ป๊อป อารียา เคยเล่นหนังกับพี่เบิร์ดแล้วพี่เขาแนะนำมา 20 ปีที่แล้ว บอกว่า “จำไว้อย่างหนึ่งนะลูก ห้ามปล่อยตัว” เพราะยิ่งปล่อยอายุยิ่งมากมันจะกู้คืนกลับคืนมายาก ปล่อยได้แต่อย่าปล่อยนาน ดูแลตัวเองให้มากขึ้น นอนหลับ อะไรที่ทำให้เราเจ็บปวดที่สุดเริ่มจากตรงนั้น ความเจ็บปวดเป็นครูที่ดี ถ้าเราเจ็บหลังหรือเจ็บตาเพราะว่าเราดูซีรีย์นานเกินไป ควรจะออกไปข้างนอกไปเดินบ้าง คือทุกคนรู้หมดแต่ไม่ไปทำเพราะมันมีความขี้เกียจ เราเชื่อเรื่องหยินหยางคือมันมีความสมดุล ถ้าต้องการพลังพรุ่งนี้ตอนเช้าต้องนอนให้เต็มคืนนี้ ต้องเตรียมตัว Mental Health นะคำพูดของ Robin Williamsนักตลกที่เรารักมากคนหนึ่งเลย เขาก็บอกว่าการที่อยู่กับคนหลายคนแล้วรู้สึกเหงามันแย่กว่าที่อยู่คนเดียวแล้วรู้สึกเหงา อยู่กับคนหลายคนอยู่ในปาร์ตี้แล้วรู้สึกไม่สนุกกับใครเลย รู้สึกเหนื่อย รู้สึกเจ็บเท้า เจ็บตัว อึดอัดแล้วก็คืออยากจะกลับไปบ้าน ชีวิตกลางคืนมันไม่มีแล้ว แต่คือตอนนี้ที่กลับคืนมาได้คือได้ชีวิตตื่นนอนตอนเช้า ตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ยืดตัวตอนเช้า นั่งสมาธิป้อนอาหารหมา รดน้ำต้นไม้ ทำอะไรที่ปกติเมื่อก่อนไม่ได้ทำ มันทำให้เราสบายใจ มันยิ่งใหญ่มากเลยนะ แล้วโยคะมันก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราอยู่กับตัวเองเป็น แล้วสิ่งที่สำคัญมาก ๆ กับโยคะสิ่งที่เราจะพูดกับนักเรียนและกับเราด้วยว่าอย่าเปรียบเทียบกับคนใกล้ตัว เพราะเราไม่รู้ว่าเขาเรียนมาหลายปีแล้ว แล้วเพิ่งเข้ามา แล้วสิ่งที่เราพูดกับตัวเราเองว่าไม่ดีพอ เขาเก่งกว่าเรา ฉันไม่ไหว ฉันอ้วน คือสิ่งที่เราพูดมาจักรวาลเทวดาฟังอยู่ แล้วจะให้สิ่งที่เราพูดมาด้วย ระวังคำพูดกับตัวเราเอง ให้อภัยตัวเองให้ได้แล้วชีวิตจะดีขึ้น

‘แอนชิลี’เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

'แอนชิลี'เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

‘แอนชิลี’เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.

Kim’s Mirror เปิดหมดเปลือก มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ผู้ปลุกกระแส Real size beauty “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” เล่าชีวิตหลังเวทีนางงาม เจอแรงกดดันจนต้องบำบัด เผยประสบการณ์ถูกกดดันจากบรรทัดฐานความงามในสังคมไทย ทำให้เคยหลงทางไปกับการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี ก่อนจะค่อย ๆ ปรับสมดุลใหม่ ดูแลสุขภาพจิต พร้อมนิยาม Beauty Longevity ในแบบของตัวเองว่าไม่ใช่การตามกระแส แต่คือความสม่ำเสมอและการยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น 

เตรียมตัวไปแข่ง HYROX ยังไงบ้าง ?

แอนชิลี : เทรนหนักมาก ทุกวันแต่จะพัก 2 วัน แต่ว่าคือเทรนในด้าน performance ด้านที่เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร แล้วก็ทำทุกอย่างให้มั่นใจว่าการฝึกนั้นจะช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น เราก็จะทำมัน คิดว่าอยากท้าทายตัวเอง อยากพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นมาก ๆ ว่าเราทำเรื่องที่ยาก ๆ ได้ ครั้งแรกคือไม่ได้เทรน ทำไปเลย ครั้งแรกนะ จบมันใน 2 ชั่วโมง คือ 2 ชั่วโมงมันก็นานแต่ว่าเราทำเสร็จ แล้วมันก็รู้สึกดีมาก ๆ ที่ทำมันได้ ถ้าอย่างนั้นลองใหม่ดีกว่าว่าครั้งต่อไปจะเร็วขึ้นไหม ก็ไม่ได้เร็วขึ้นมากแต่มันเริ่มเห็นผล ก็เลยมาดูว่าจะเป็นไปต่อยังไง แล้วเทรน HYROX ก็มากรุงเทพฯ เราก็ลองดู คิดว่ามันทำให้ตัวเราดีขึ้น ความสม่ำเสมอที่ต้องทำ ความมีวินัย การเชื่อตัวเองมากขึ้น มันคือจุดเริ่มต้นในการที่อยากทำให้มันดียิ่งขึ้น

เคยเป็นนักกีฬามาก่อน ?

แอนชิลี : ใช่ค่ะ ก็คือความจริงโตมากับการเล่นวอลเลย์บอล เล่นมาตั้งแต่อายุ 12 แอนหยุดเล่นตอนกลับประเทศไทย ช่วงโควิดก็เล่นมา 10 กว่าปี ความฝันคือการเล่นวอลเลย์บอล แล้วความจริงได้รับทุนเพื่อที่จะไปเล่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ถูกพ่อส่งไปออสเตรเลียแทน พื้นฐานของแอนก็คือกีฬา ซึ่งมันก็เข้าใจได้นะว่าทำไมทุกวันนี้ถึงกำลังซ้อม HYROX ก็เพราะว่ามันทำให้แอนนึกถึงเวลานั้นที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าเราทำเรื่องที่ยาก ๆ ได้

การซ้อมกับการแข่งต่างกันยังไง ?

แอนชิลี : คิดว่าซ้อมมันต้องหนักกว่า เพื่อจะได้ไปแข่งแล้วมันรอด เราซ้อมก็คือจะซ้อมแบบเน้น performance จริง ๆ ไม่ได้เน้นแบบอยากปั้นตรงนี้อยากปั้นตรงนู้น คือการเคลื่อนไหวที่เราจะทำให้เรารู้ เหมือน hyrox หรือ box jumps ก็รู้ว่าเราจะกระโดดได้สูงขึ้น หรือว่า thrusters ที่รู้ว่ามันจะทำให้แขนเรามันไป ร่างกายมันไป คือมันโฟกัสตรงนี้มากขึ้น

มีบางอย่างที่ทำมาก่อนจะเป็นเทรนด์ก็คือวิ่ง ?

แอนชิลี : คือมันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อทุกคนจากประสบการณ์ของแอน แม้ว่าเราจะเล่นกีฬาอะไรหรือว่าเราแค่อยากดูแลสุขภาพ คือหนูทำความเข้าใจมานานมากแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญ ก็เลยเวลาเห็นมันมาเป็นกระแสมีความสุขนะ รู้สึกว่าคนหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นจริง ๆ ถึงจะเป็นกระแสก็ตามแต่อย่างน้อยคนมาทำ แล้วมันเป็น beauty trend ที่รู้สึกว่าคนอาจจะทำเพื่อมันดูดีหรืออะไรก็ตาม แต่ในที่สุดแล้วมันมีประโยชน์ต่อเขามาก ๆ เลย มีความสุขที่ได้เห็นอะไรอย่างนี้

เส้นทางของการเป็นนางงามเป็นความฝันตั้งแต่เด็ก ๆ เลยหรือเปล่า ?

แอนชิลี : ความฝันที่เป็นนางงามมาจากคุณยายตั้งแต่เด็ก ๆ เขาจะเดินเอาหนูไปในหมู่บ้านตำบลที่ฉะเชิงเทราแล้วก็บอกว่าตอนโตหลานจะเป็นนางงามนะ แล้วหนูคิดว่าเป็นลูกครึ่งด้วย คนก็จะบอกว่าไปประกวดสิ หรือว่าเป็นดาราสิ หรือเป็นนางแบบสิ มันก็เลยถูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า โอเค อาจจะไปประกวดนะ แต่ว่าหุ่นหนูไม่เคยได้ เพราะว่าโครงสร้างใหญ่ โครงสร้างฝรั่ง มันก็เลยเป็นสิ่งที่ยากกว่าสำหรับตัวหนูเอง แล้วหนูก็เข้าใจผู้หญิงหลายคนที่ได้โครงฝรั่งมา ก็เลยไปลองเล่นกีฬาดู แล้วพอไปเล่นกีฬา โครงหนูกลายเป็นได้เปรียบกว่าคนอื่นแล้วความสูงมันก็ได้เปรียบไปหมดเลย ถ้าอย่างนั้นโฟกัสไปตรงนี้คุณกลายเป็นแบบ นี่แหละคือสิ่งที่เราอยากทำ นี่คือทางของเรา มันก็เลยมาโฟกัสตรงกีฬาจนกว่าไปเรียนที่ออสเตรเลีย ไม่มีใครมาพูดถึงรูปร่างเลย ฝรั่งเขาไม่มอง เขาไม่แคร์ แล้วรู้สึกว่าหายใจได้ ไม่ต้องมาถูกวิจารณ์ แล้วก็กลับมาไทยช่วงโควิด แล้วก็โดนใหม่ คุณสวยนะแต่คุณก็อ้วนนิดหนึ่งนะ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วย แล้วกลับมาคิดถึงคุณยายด้วย ก็เลยลองประกวด Miss Universe Thailand ดู มาดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าจะไปจะไปด้วยจุดประสงค์ เพราะว่าไม่อยากให้เด็กผู้หญิงหรือไม่อยากให้ใครมองทีวีแล้วไม่เห็นตัวเองในคนนั้น พวกเขามีตัวตนให้เห็นน้อยมาก ก็เลยบอกว่าถ้าจะไปจะไปเรื่องแคมเปญนี้ เรื่อง Real Size Beauty ที่หนูสร้างมา มันมาเพราะว่าเราอยากเป็นกระบอกเสียงให้เรื่องนี้ แล้วเวทีนางงามมันคือเวทีที่สามารถเป็นกระบอกเสียงนั้นได้ บวกกับความฝันคุณยายที่อยากให้หลานสาวได้ทำก็เลยลองไปดู

ที่ไทยมีมาตรฐานที่ไม่เหมือนกัน ?

แอนชิลี : แต่หนูเข้าใจนะเพราะว่าคนไทยโดยธรรมชาติโครงจะเล็กกว่าอยู่แล้ว เราเองก็ต้องปรับต้องเข้าใจว่ามันแค่ไม่ใช่เรื่องปกติ ผู้หญิงทุกคนแค่ต้องการได้การยอมรับ

ตอนที่ตัดสินใจประกวดต้องดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมไหม ?

แอนชิลี : ดูค่ะแต่ว่าดูแลแบบผิด มันกลายเป็นว่าเรารู้ว่าเราตัวใหญ่กว่า แต่เราต้องเป็นตัวใหญ่กว่าที่คนยังสามารถยอมรับได้ ก็แปลว่ายังไงมันก็ต้องลด แล้วมันไปในทางที่ไม่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ คือออกกำลังกายแต่ออกกำลังกายเพื่อทำโทษตัวเอง เพราะว่าเรากินเยอะไป หรือว่าจะเลือกที่จะไม่กินเลย ยิ่งโตมายิ่งเข้าใจว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นนะ มันไม่ควรเป็นอย่างนั้นนะ โดยเฉพาะผู้หญิง ถ้าคุณตัวเล็กไปหรือว่าไม่ได้มีไขมันสะสมอยู่ในบางจุด มันมีผลกระทบต่อร่างกายเราจริง ๆ การเตรียมตัวมันก็ต้องออกกำลังกายแล้วทำความเข้าใจกับสิ่งนี้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็สะสมไขมันคนละจุด เวลาเรามองทีวีแล้วเราเห็นคนนี้สวยมากเลย ทำไมเขาไม่มีตรงนี้ ๆ แล้วเรามี ทำไมมันไม่ไป มันก็ต้องเรียนรู้ใหม่ และต้องเลิกความเคยชินเดิม ๆ อีกเยอะ

ชีวิตเปลี่ยนไปหลังจากที่แบบประกวดเสร็จ ?

แอนชิลี : เปลี่ยนนะ มันทำให้เข้มแข็งขึ้น บางทีก็จะดูเพี้ยน ๆ หน่อย มันทำให้เราโต เวลาเราเข้ามาในจุดสาธารณะแล้วมันต้องเจออะไรที่เราไม่เคยเจอมาก่อน มันไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากเราต้องโตขึ้น เราต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น เราต้องเก่งขึ้น เมื่อคุณไม่มีทางเลือกคุณก็ต้องทำมัน

ชอบชีวิตตัวเองในเวอร์ชันไหนมากที่สุด ?

แอนชิลี : แอนอายุ 27 ปีนี้ โตพอแล้วที่จะพอเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น พอรู้ว่าเราชอบอะไรเราไม่ชอบอะไร เราผ่านอะไรมาเยอะมากสำหรับคนในวัยนี้ มันประเมินค่าไม่ได้เลย คุณมีวุฒิภาวะเหมือนคนที่โตกว่านิดหนึ่งเลยนะ ตอนนี้คุณก็พอรู้ตัวตนคุณแล้ว แล้วก็ยิ่งเทรนด์ฟิตเนสเข้ามาสุขภาพเข้ามา แต่ทุกคนดูแลตัวเองมากขึ้น รวมถึงสุขภาพจิตด้วย ภูมิใจมากกับสิ่งที่เป็นทุกวันนี้ ตลอดเรื่องราวที่ผ่านมา

แอนมีเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าไม่กล้าที่จะปฏิเสธไหม ?

แอนชิลี : ปัญหาที่แอนมีมาตลอดคือความเห็นอกเห็นใจที่มากเกินไป จนมันทำร้ายตัวเอง สมมติมีคนเจออะไรแย่ ๆ แล้วมาบอกหนู หนูจะรู้สึกความรู้สึกนั้นเลย อันนี้กำลังฝึกอยู่เพราะว่าเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่คนที่เรารักสุขภาพจิตแย่ แล้วแอนดึงตัวเองเข้าไปในจุดนั้น แล้วมันยังหาเส้นแบ่งไม่ค่อยเก่ง

เราควรจะตามกระแสหรือว่าเราควรจะมีความเป็นตัวเอง ?

แอนชิลี : แอนเลือกความเป็นเอกลักษณ์ หนูคิดว่าเทรนด์มันก็สนุก มันก็ต้องยอมรับว่าบางทีเราก็อยากลองเล่น เราอยากลองทำ เข้าใจ แต่ในที่สุดจากทุกอย่างที่หนูได้ผ่านมารู้สึกว่าถ้าเราหาอะไรที่มันเป็นของเราและเหมาะกับเรา ยึดสิ่งนั้นไว้ เพราะความต่อเนื่องจะชนะทุกอย่าง มันไม่มีทางลัด โลกนี้หนูรู้สึกไม่มีทางลัดจริง ๆ ถ้าเราพูดถึงความยั่งยืน นั่นคือความเห็นของแอนค่ะ

ช่วงที่รู้สึกว่าผิวพังที่สุดเลยคือช่วงไหน ?

แอนชิลี : ช่วงประกวดเหมือนที่หนูเล่าให้ฟังว่านอนน้อย ไม่มีกิจวัตรประจำวันเลย แต่งหน้านางงามแบบเต็มที่ บล็อกตาคือตา ปากคือปาก จมูกคือจมูก ชัดหมดเลย เราเลือกกินไม่ได้ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าผิวมันพังเพราะว่าทุกอย่างในร่างกายเรามันไม่ได้พักผ่อน มันไม่สมดุล ผิวคือไปเลย ทุกอย่างมันมีผลกระทบต่อผิว

ดูแลตัวเองยังไงตอนนั้น ?

แอนชิลี : ดูแลสภาพจิตใจก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยมาที่ร่างกาย แล้วก็บำบัด แอนไปเข้ารับการบำบัดมา 3 รอบแล้ว มันต้องกลับมารักตัวเองเวลาทุกอย่างมันพัง แล้วเวลาผิวเราไม่ดีความมั่นใจเราหายไปหมดเลย คือทุกอย่างมันต้องกลับมาจุดที่เรารู้สึกไม่ไหวแล้ว เราต้องมารักตัวเองแล้ว การบำบัดเป็นสิ่งที่ช่วยได้จริง ๆ การห้อมล้อมไปด้วยครอบครัวที่เข้าใจกัน ช่วยได้จริง ๆ นะ แล้วมันค่อย ๆ ดีไปเรื่อย ๆ ทีละก้าวเล็ก ๆ ในทุกวัน ก็รู้สึกว่ามันช่วยเยอะ

มีเทคนิคอะไรที่อยากจะแชร์ไหม เรื่องการออกกำลังกาย การกิน แล้วก็การนอน ?

แอนชิลี : นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง คนที่ชอบกินโปรตีนเสริมแบบนี้ กินไปเถอะมันดี แต่ไม่มีดีกว่าการนอน เพราะว่าร่างกายเราต้องซ่อมแซมแล้วมันซ่อมแซมตอนเรานอน แต่โชคดีว่าเป็นคนที่ชอบกินอะไรที่มีประโยชน์อยู่แล้ว แม่ฝังไว้ตั้งแต่เด็ก แล้วถ้าเราเริ่มกินดีขึ้นมันก็จะมีผลกระทบ จะเห็นได้เลยว่ามือแอนสีเหลือง นี่คือหลักฐานเลยว่าเรากินอะไรมันก็จะออกมา (หัวเราะ)

เทคนิคการดูแลผิวมีเคล็ดลับอะไรไหม ?

แอนชิลี : ต้องหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเราจริง ๆ และแอนเป็นคนที่จะเรื่องมากนิดหนึ่ง เรื่องสิ่งที่จะต้องใช้บนผิว เพราะมันเคยผ่านไปจุดที่ผิวมันพังและไม่อยากจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว แอนจะเลือกสิ่งที่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ ดูที่ส่วนผสม และอะไรที่น่าเชื่อถือ แต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ก็ต้องมาโฟกัสนิดหนึ่งเรื่องริ้วรอย

ไม่ค่อยแต่งหน้าและส่วนใหญ่จะเห็นหน้าสด เวลาเจอแฟนคลับแล้วเขาทักอะไรไหม ?

แอนชิลี : ไม่ค่อยนะเพราะว่ามันคือสิ่งที่เราทำอยู่แล้วจนเขาชิน เวลาเรามั่นใจในผิวของเรา ว่าผิวสุขภาพดี มันได้มันชุ่มชื้นหรืออะไรก็ตาม มันก็แค่นั้น แล้วอยากให้เขาเห็นด้วยนะ อยากให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเห็นโลกของความจริงว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ต่อให้มีริ้วรอยบนใบหน้า มันก็ยังสวยมากอยู่ดีในแบบของคุณ มันไม่ผิดเลยถ้าอยากจะแก้สิ่งนี้ ทำไปเลย แต่แอนว่ามันสำคัญมากที่จะทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะถ้าคุณมีคนติดตามเยอะ เมื่อเด็ก ๆ มาดูคุณ คุณอยากให้พวกเขามาเห็นบางสิ่งมากกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอก และนั่นเป็นเหตุผลที่สำคัญมากที่แอนทำไป จะลงวีดีโอหน้าเห่ออะไรอย่างนี้ เพราะว่าแอนคิดว่ามันมีผลต่อเด็กที่ดู

Beauty Longevity มีความหมายยังไงกับแอนบ้าง ?

แอนชิลี : การดูแลตัวเอง ภายนอกแล้วกันที่ยั่งยืน ที่สม่ำเสมอและที่มันจะอยู่กับเราได้ตลอด มันไม่ได้ตามเทรนด์ คือหาอะไรที่เวิร์คกับเราจริง ๆ แล้ว แล้วก็ยึดสิ่งนั้นเอาไว้ เพราะอย่างที่แอนบอก ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ

มีอะไรอยากจะฝากถึงน้อง ๆ หรือใครที่อยู่ในวัยนี้ไหม ?

แอนชิลี : ตัวตนของคุณและสิ่งที่คุณมอบให้ มันมากกว่าแค่หน้าตา มากกว่าแค่รูปร่าง และแอนรู้ว่ามันยากแต่เพื่อไม่ให้เราติดกับดักของ Beauty Standards สิ่งที่ทำให้คุณมีเอกลักษณ์จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดที่อยู่ในตัวคุณ เรียนรู้ที่จะเชื่อในตัวเอง เรียนรู้ที่จะเชื่อในความรู้สึกข้างใน เพราะว่าเวลาทั้งหมดมันจะคอยบอกอะไรบางอย่างกับคุณ และดูแลสุขภาพ มั่นใจในสิ่งที่คุณเป็น ไม่ว่าจะรูปร่างแบบไหน แต่สุขภาพมันคือเรื่องที่คุณต้องดูแล อย่าไปฟังเสียงวิจารณ์

สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง

สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง

สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.44 น.

9 มีนาคม 2569 สร้างความฮือฮาให้กับวงการแฟชั่นอีกครั้ง เมื่อ “ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก” นักแสดงสาวระดับอินเตอร์ ปรากฏตัวอย่างสง่างามในงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ดัง Vivienne Westwood โดยนั่งฟรอนต์โรว์ติดขอบรันเวย์ เคียงข้างเหล่าคนดังและแขกคนสำคัญของวงการแฟชั่นระดับโลก

การปรากฏตัวของปู ไปรยา ในครั้งนี้มาในลุคเดรสซีทรูสีขาวลายดอกไม้ที่เผยความหรูหราและความเซ็กซี่อย่างมีระดับ ดีไซน์สะท้อนกลิ่นอายแฟชั่นยุโรปได้อย่างลงตัว เสริมให้ลุคของเธอโดดเด่นและสะกดทุกสายตาของสื่อแฟชั่นและผู้ร่วมงาน

นอกจากนี้ นักแสดงสาวยังได้มีโอกาสถ่ายภาพร่วมกับหนึ่งในดีไซเนอร์คนสำคัญของแบรนด์ Vivienne Westwood ผู้สืบทอดจิตวิญญาณของแบรนด์แฟชั่นระดับตำนาน ทำให้โมเมนต์ดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งภาพที่ได้รับความสนใจจากแฟนแฟชั่นทั่วโลก

ขอบคุณภาพจาก : @prayalundberg

เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.04 น.

9 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรงบนโลกออนไลน์ หลังชื่อของ นนนี่ ณัฐชา ชูมักเคอร์ นักแสดงสาวช่อง 8 พุ่งติดคำค้นยอดนิยมใน Google Trends ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเริ่มค้นหาประวัติและชีวิตส่วนตัวของเธออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องราวของสามีอย่าง แอ็คมี่ วรวัฒน์ นาคแนวดี ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงเวลาเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน

สำหรับ แอ็คมี่ วรวัฒน์ เป็นนักธุรกิจและนักลงทุนชื่อดังในวงการคริปโทเคอร์เรนซีของไทย มีฉายาในวงการว่า Acme Traderist โดยเขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการฟินเทค คริปโทเคอร์เรนซี และบล็อกเชนยุคแรก ๆ ของไทย ตั้งแต่ปี 2555 อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งเหรียญดิจิทัล ACT (ACET) รวมถึงองค์กร Traderist ที่มุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านการลงทุนแก่ผู้ที่สนใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ แอ็คมี่ยังเป็นนักร้องนำของวง DoubleDeep และเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ CEO ของบริษัท Bitnance โดยในช่วงหนึ่งเขาเคยสร้างกระแสฮือฮาในวงการคริปโท หลังประกาศแจก Bitcoin ให้กับนักลงทุนและผู้ติดตามทั่วโลกจำนวนมาก จนทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงการเทรดเดอร์ทั้งในและต่างประเทศ

ด้านการศึกษา แอ็คมี่ วรวัฒน์ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาการเงิน ประจำปี 2566 จาก European International University ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษานานาชาติในกรุงปารีส โดยมอบให้ในฐานะบุคคลที่มีบทบาทสำคัญด้านการเงิน การลงทุน และการสร้างเครือข่ายธุรกิจระดับโลก

ในด้านธุรกิจ แอ็คมี่ได้ร่วมลงทุนกับ TransEuro Group มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ในหลายอุตสาหกรรมของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะในเมือง ดูไบ ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ธุรกิจบริการ และฟินเทค อีกทั้งยังดำเนินธุรกิจบริษัทตัวแทนและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจใน UAE มานานกว่า 20 ปี โดยมีมูลค่าบริษัทสูงถึงประมาณ 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 735,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ แอ็คมี่ วรวัฒน์ เคยตกเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ หลังมีการเผยภาพถ่ายคู่กับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อปี 2567 ซึ่งสร้างความฮือฮาให้ทั้งในแวดวงการเมืองและธุรกิจ

ด้านชีวิตส่วนตัว แอ็คมี่ วรวัฒน์ เข้าพิธีแต่งงานกับ นนนี่ ณัฐชา อย่างยิ่งใหญ่ในเดือนธันวาคม 2566 หลังจากก่อนหน้านั้นได้ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท เนรมิตฉากเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางทะเลทรายที่ดูไบในธีมสวนดอกกุหลาบสีขาวสุดโรแมนติก

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2567 นนนี่ได้ให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิง โดยแอ็คมี่ได้ฉลองการต้อนรับลูกด้วยการโอนเหรียญดิจิทัล ACT ให้ลูกคนละ 7,777,777 ACT ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 15 ล้านบาท

ทั้งนี้ บนอินสตาแกรมส่วนตัวของแอ็คมี่ ซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 29,000 คน โพสต์ล่าสุดถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นภาพเช็กอินที่ Dubai Polo & Equestrian Club ในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ท่ามกลางความสนใจของชาวเน็ตที่ยังคงติดตามเรื่องราวของทั้งคู่ต่อเนื่องในขณะนี้

ภาพจาก : @acmetraderist

ดราม่าสนั่นโซเซียล ความหล่อขัดใจ Mister Universe Thailand ไม่สมมง

ดราม่าสนั่นโซเซียล ความหล่อขัดใจ Mister Universe Thailand  ไม่สมมง

ดราม่าสนั่นโซเซียล ความหล่อขัดใจ Mister Universe Thailand ไม่สมมง

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

กลายเป็นกระแสดราม่าสนั่นโซเซียล เนื่องด้วยความหล่อเป็นเหตุไม่สมมง เมื่อ อเล็กซ์ ณัติรุจณ์ ผู้ชนะเลิศ  Mister Universe Thailand  2025  ซึ่งจัดโดยบริษัท คาม(ไทยแลนด์) จำกัด กับผลการตัดสินที่เกิดไม่ถูกใจชาวเน็ต โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับหน้าตา ที่ถูกเผยแพร่ออกมาหลังได้รับตำแหน่งว่าไม่ตรงปก มีการล๊อคมงกันเกิดขึ้น  บ้างก็ถูกล้อเลียนในเชิงลบ  นำรูปมาเปรียบเทียบด้อยค่าให้เสื่อมเสีย

งานนี้ ‘ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า’ ได้สอบถามไปยังผู้บริหาร’บอสคะมะ ‘CEO บริษัท คาม (ไทยแลนด์) จำกัด เกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเจ้าตัวเล่าว่า ไม่มีการล๊อคมงแต่อย่างไร ผู้ได้รับตำแหน่ง อเล็กซ์ ณัติรุจณ์ มีคุณสมบัติครบถ้วน มีการเก็บคะแนนหลังบ้าน  มีกิจกรรมชาเลนจ์ยอดขายสูงสุด ตัวเค้าก็มาเป็นอันดับ 1  และได้รางวัลพิเศษ  เค้าจึงเหมาะสมทุกประการ  สำหรับรูปที่หลุดออกมาก็เป็นเพียงแค่มุมๆ เดียวเท่านั้น เพราะองค์รวมถือว่าดีเลยทีเดียว  ตอนนี้ทางด้าน ‘อเล็กซ์’ก็มีความรู้สึกนอยบ้างกับกระแสที่เกิดขึ้น แต่เค้าก็ต้องโฟกัส หน้าที่และภารกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น นั่นคือการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดในระดับนานาชาติ ก็มีการให้กำลังใจกันเค้าก็โอเคขึ้นเยอะ

สำหรับบรรดารองต่างๆ จะได้มีโอกาส ส่งออกไปประกวด ในเวที นานาชาติ พร้อมกับ โอกาส ร่วมทางด้าน แฟชั่น ใน ปารัส นิวยอร์ก มิลาน แฟชั่นวีตต่างๆ ร่วมถึงเป็น ทูตของสมาคมทูตของสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทย ในการผลักดัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เสื้อผ้า อาหารไทย สู่นานาประเทศ และ ยังเป็นร่วมในการช่วยเหลือสังคม ชาวบ้านใน เครือข่ายวิสหกิจชุมชน ตามศาสตร์พระราชา  เราได้นำสินค้าชุมชนมาจำหน่ายทำให้ พี่ๆน้องๆ ได้มีรายได้ ตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9  และเรายังร่วมงานกับ โครงการ 9 เสาหลักพิทักษ์แผ่นดิน ในการทำงานช่วยเหลือประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่คือ Mission ของ Mister Universe Thailand ครับ