ผิวเรียบเนียนหลังแว็กซ์ ดูแลอย่างไรดี

ผิวเรียบเนียนหลังแว็กซ์ ดูแลอย่างไรดี

ผิวเรียบเนียนหลังแว็กซ์ ดูแลอย่างไรดี

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.57 น.

การแว็กซ์ขนเป็นวิธีดูแลผิวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองที่ต้องการผิวเรียบเนียน ดูสะอาด และมั่นใจในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม หลังการแว็กซ์ ผิวจะอยู่ในสภาวะที่ค่อนข้าง บอบบาง การดูแลอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจาก Wax & Co แนะนำให้ศึกษาข้อมูลการดูแลผิวหลังแว็กซ์อย่างถูกต้อง และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการได้ที่ Wax&Co กรุงเทพฯ

หลังทำแว็กซ์ ผิวหนังชั้นบนจะเปิดรับสิ่งกระตุ้นได้ง่ายกว่าปกติ เนื่องจากขนถูกดึงออกจากรากโดยตรง จึงอาจเกิดอาการแดง แสบ หรือคันเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติในช่วงแรก การดูแลผิวอย่างถูกวิธีตั้งแต่ 24–48 ชั่วโมงแรก จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาผิวในระยะยาวได้อย่างมาก

หลีกเลี่ยงความร้อนและการเสียดสี

ภายหลังการแว็กซ์ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวสัมผัสกับความร้อน เช่น การอาบน้ำอุ่นจัด ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือการตากแดดโดยตรง ความร้อนอาจกระตุ้นให้ผิวเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ควรเลือกสวมเสื้อผ้าที่หลวม ระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการเสียดสีกับผิวบริเวณที่เพิ่งผ่านการแว็กซ์

ดูแลผิวให้สะอาดอย่างอ่อนโยน

การทำความสะอาดผิวหลังแว็กซ์ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารเคมีรุนแรง เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง ควรล้างผิวด้วยน้ำอุณหภูมิปกติและซับให้แห้งเบา ๆ แทนการถูแรง ๆ ซึ่งอาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบหรือเกิดรอยแดงมากขึ้น

เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

การทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นขั้นตอนสำคัญหลังการแว็กซ์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปลอบประโลมผิว เช่น เจลว่านหางจระเข้ หรือครีมบำรุงที่ออกแบบมาสำหรับผิวแพ้ง่าย การเพิ่มความชุ่มชื้นจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็ว ลดอาการแห้งตึง และช่วยคงความเรียบเนียนของผิวไว้ได้นานขึ้น

หลีกเลี่ยงการสครับผิวในช่วงแรก

แม้ว่าการสครับผิวจะช่วยลดปัญหาขนคุดในระยะยาว แต่ในช่วง 2–3 วันแรกหลังการแว็กซ์ ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวโดยเด็ดขาด เพราะผิวยังอ่อนแอและอาจเกิดการอักเสบได้ง่าย หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มสครับผิวอย่างอ่อนโยนสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและป้องกันขนคุด

ระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่

หลังการแว็กซ์ ผิวจะไวต่อสารเคมีมากกว่าปกติ การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ครีม น้ำหอม หรือโลชั่นที่ไม่คุ้นเคย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้หรือระคายเคืองได้ ควรเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้แล้วไม่มีปัญหา หรือผ่านการทดสอบสำหรับผิวแพ้ง่าย

สังเกตอาการผิดปกติของผิว

หากหลังการแว็กซ์มีอาการแดงหรือระคายเคืองเล็กน้อย มักจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่หากมีอาการอักเสบ บวม แสบ หรือเกิดผื่นที่ไม่ทุเลาลง ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผิวหนัง เพื่อป้องกันปัญหาผิวที่อาจรุนแรงขึ้น

การเลือกร้านแว็กซ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน

นอกจากการดูแลผิวหลังแว็กซ์แล้ว การเลือกร้านแว็กซ์ที่ได้มาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ และมีผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพผิวในระยะยาว ร้านที่ให้ความสำคัญกับความสะอาดและขั้นตอนการดูแลหลังบริการ จะช่วยลดความเสี่ยงของการระคายเคืองและทำให้ผลลัพธ์ของการแว็กซ์ออกมาดียิ่งขึ้น

โดยสรุป ผิวเรียบเนียนหลังแว็กซ์จะคงอยู่ได้ยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ดูแลความสะอาด และเติมความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อให้ความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ การแว็กซ์ก็จะไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังเป็นการดูแลผิวอย่างปลอดภัยและมั่นใจในทุกวัน

ช.การช่าง มอบเงินให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ช่วยเหลือภัยน้ำท่วม

ช.การช่าง มอบเงินให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ช่วยเหลือภัยน้ำท่วม

ช.การช่าง มอบเงินให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ช่วยเหลือภัยน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.56 น.

บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) โดย ดร. อนุกูล ตันติมาสน์ กรรมการบริหาร และกรรมการกิจการสังคมและความยั่งยืน เข้ามอบเงิน จำนวน 5,000,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

ไอคอนสยาม – B.Duck เนรมิตอาณาจักรแห่งความสนุก ชวนเด็กๆ ผจญภัยใน ‘The Iconic Children’s Playground 2026’

ไอคอนสยาม - B.Duck เนรมิตอาณาจักรแห่งความสนุก ชวนเด็กๆ ผจญภัยใน 'The Iconic Children’s Playground 2026'

ไอคอนสยาม – B.Duck เนรมิตอาณาจักรแห่งความสนุก ชวนเด็กๆ ผจญภัยใน ‘The Iconic Children’s Playground 2026’

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.54 น.

ไอคอนสยาม และ B.Duck เนรมิตอาณาจักรแห่งความสนุก ชวนเด็ก ๆ ผจญภัยใน “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” ยกทัพแก๊งเป็ดน้อยมามอบความสดใส พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมความสนุกมากมาย ระหว่างวันที่ 7–11 มกราคมนี้

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา จับมือ B.Duck คาแรกเตอร์เป็ดน้อยสุด ไอคอนิกจากฮ่องกง และ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) พร้อมด้วยพันธมิตร ชวนทุกครอบครัวร่วมเปิดประสบการณ์ความสนุกครั้งใหญ่ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ในงาน “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” เนรมิตพื้นที่ทั่วไอคอนสยามและไอซีเอส ให้กลายเป็นเพลย์แลนด์แห่งการเรียนรู้และจินตนาการ เปิดประตูให้เด็กๆ ได้ก้าวสู่โลกแห่งความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจอย่างไร้ขอบเขต ระหว่างวันที่ 7-11 มกราคม 2569 จัดเต็มไฮไลต์มากมาย โดยมี น้องเกล – แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์ และ คุณแม่ชมพู่ – อารยา เอฮาร์เก็ต มาร่วมเปิดโลกแห่งความสนุก ในวันที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 9.30 – 11.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม ร่วมกับ B.Duck คาแรกเตอร์เป็ดน้อยที่โด่งดังไปทั่วโลก ด้วยความขี้เล่น สดใส และเต็มไปด้วยพลังบวก แปลงโฉม ริเวอร์ พาร์ค ให้กลายเป็นอาณาจักร B.Duck ที่แสนสดใส ยกเอาเครื่องเล่นเป่าลมขนาดยักษ์สุดอลังการมาให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลัง ปีน ป่าย และผจญภัยอย่างเต็มที่ ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อม B.Duck Pop-up Shop โซนของที่ระลึกสุดน่ารักที่ยกขบวนมาให้แฟน ๆ ได้เลือกช้อปอย่างจุใจ และยังเพิ่มสีสันด้วยเหล่า B.Duck Mascot ทั้ง 5 คาแรกเตอร์ ที่จะออกมาเดินทักทายสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน วันละ 3 รอบ เวลา 15.00-15.30 น., 17.00–17.30 น. และ 19.00 –19.30 น. ตลอดช่วงวันเด็ก 

พิเศษ! รับบัตรเข้า B.Duck Bouncy Adventure ฟรี! เพียงสแกนรับสิทธิ์ผ่าน ONESIAM SuperApp โดยอาณาจักร B.Duck จะเปิดให้สนุกยาว ๆ ระหว่างวันที่ 7-19 มกราคม 2569 และ 27 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

มาเรียนรู้ควบคู่กับความสนุกไปกับ “SCIENCE FOR FUN” หลากหลายกิจกรรมเชิงวิทยาศาสตร์ที่สร้างสรรค์โดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ทั้ง “Bozo Science Show” เวทีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ร่วมทดลองทางวิทยาศาสตร์ไปกับตัวตลกโบโซ่ จัดเต็มทั้งสาระและเสียงหัวเราะไปพร้อมกันทุกวันตลอดงาน วันละ 3 รอบ เวลา 11.00 น., 14.00 น. และ 17.00 น. นอกจากนี้ยังมี Workshop “SCIENCE FOR FUN” กิจกรรมแสนสนุกที่ให้น้อง ๆ ได้ลงมือสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง พร้อมเรียนรู้หลักวิทยาศาสตร์แบบเข้าใจง่าย แถมได้ของน่ารัก ๆ กลับบ้าน จัดวันละ 2 รอบ เวลา 12.00-13.30 น. และ 15.00-16.30 น. และที่พลาดไม่ได้คือ “AI Photo Booth จุดประกายอาชีพในฝัน” ที่เด็ก ๆ เลือกอาชีพในฝัน ไม่ว่าจะเป็น นักบินอวกาศ นักวิทยาศาสตร์ คุณหมอ ศิลปิน นักบิน คุณครู ฯลฯ แล้วให้ AI ช่วยสร้างภาพของน้อง ๆ ในบทบาทนั้น ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกและสร้างแรงบันดาลใจให้เดินตามฝันในอนาคต โดยทุกกิจกรรมเปิดให้ร่วมสนุกระหว่างวันที่ 7-11 มกราคม 2569 ณ EVENT SPACE ชั้น M, ICS

ฉลองวันเด็กสุดสนุก! “HAPPY KIDS 2026” ที่สยาม ทาคาชิมายะ

สยาม ทาคาชิมายะ ได้จัดแคมเปญพิเศษ “HAPPY KIDS 2026” ระหว่างวันที่ 3 –11 มกราคม 2569 สินค้าแบรนด์ดัง จากแผนกเด็กและของเล่น ชั้น 4 ลดสูงสุด 50% อาทิ Hasbro, Tomica, Lego, Paul Frank และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมวันเด็กมากมาย ทั้งมินิคอนเสิร์ตจาก Mercy Emmalee, พบปะถ่ายรูปกับ Mell Chan และสนุกสนานกับฐานกิจกรรมแบรนด์ดังจาก Pacific Point อาทิ Carrera Slot Car Racing, GUI GUI, Creative Slime Workshop, Micro Scooters Challenge และ Gabriel Dress Design Studio พร้อมสะสมแสตมป์รับของที่ระลึกสุดพิเศษ และไฮไลต์พิเศษ! ร่วมชมและประลองการแข่งขัน Beyblade X G3 ทั้งประเภทเดี่ยวและทีม พร้อมพบสินค้าใหม่จาก Beyblade ในวันที่ 10-11 มกราคม 2569 ที่บริเวณชั้น G ห้างฯ สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนแห่งความสุขของเด็ก ๆ ทั่วไอคอนสยาม เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาของพวกเขาอย่างเต็มที่ ทั้ง โปรโมชั่นพิเศษจาก HARBORLAND สนามเด็กเล่นสุดมันส์ เสริมพัฒนาการและความสนุกสำหรับทุกวัย บนชั้น 6 ไอคอนสยาม, กิจกรรม “PLAY & RACE” มันไปกับรถแข่งรางไฟฟ้า Carrera กับสองสนามแข่งสุดท้าทาย พร้อมรับสติกเกอร์ฟรี! ที่ สยาม ทาคาชิมายะ ชั้น 4 ไอคอนสยาม, กิจกรรม “คิดส์สนุก สุขสยาม” สนามเด็กเล่นแห่งจินตนาการเรียนรู้ สนุก และสร้างสรรค์แบบไทย ๆ ที่ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม เปิดให้ร่วมสนุก ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2569 และกิจกรรมพิเศษจาก LEGO ที่ ICONSIAM PARK ชั้น 2 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2569

พิเศษ! ชวนร่วมสนุกกับ Funtastic Playland Passport สะสมสแตมป์จากการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ครบทุกจุดกิจกรรม รับทันที ของที่ระลึกจากไอคอนสยาม

วันเด็ก 2569 ชวนทั้งครอบครัวมาสร้างรอยยิ้ม เก็บเกี่ยวความทรงจำสุดประทับใจ และเติมแรงบันดาลใจดี ๆ ไปด้วยกันในงาน“The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” ที่ไอคอนสยาม จุดหมายแห่งความสุขของทุกเจเนอเรชัน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Facebook: ICONSIAM หรือ www.iconsiam.com

CNN เลือกไอคอนสยาม เป็นฐานถ่ายทอดสด ‘New Year’s Eve 2025’ ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

CNN เลือกไอคอนสยาม เป็นฐานถ่ายทอดสด 'New Year’s Eve 2025' ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

CNN เลือกไอคอนสยาม เป็นฐานถ่ายทอดสด ‘New Year’s Eve 2025’ ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.49 น.

CNN เลือกกรุงเทพมหานคร ที่ไอคอนสยาม เป็นฐานถ่ายทอดสด New Year’s Eve 2025ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ Global Countdown Destination

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – สำนักข่าวระดับโลก CNN เตรียมปักหมุดถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ New Year’s Eve 2025 จากกรุงเทพมหานคร โดยในปีนี้ CNN ได้เลือก ‘ไอคอนสยาม’ แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี เป็นที่ตั้งของ CNN Asia-Pacific Live Studio พร้อมดึงผู้ประกาศข่าวและผู้สื่อข่าวชื่อดังอย่าง คริสตี้ ลู สเตาท์ (Kristie Lu Stout) และ วิลล์ ริปลีย์ (Will Ripley) ร่วมดำเนินรายการ เพื่อส่งสัญญาณภาพและเสียงแห่งความสุขจากประเทศไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกผ่านเครือข่ายข่าว CNN ทั้งในแพลตฟอร์มทีวีและดิจิทัล

การประกาศเลือกกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการจัดงานและการถ่ายทอดสดอีเวนต์ระดับนานาชาติ อีกทั้งยังนับเป็นครั้งแรกที่ CNN จัดตั้งสตูดิโอถ่ายทอดสดเต็มรูปแบบในประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ของช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีจากศูนย์กลางเอเชียแปซิฟิกสู่สายตาชาวโลก 

สำหรับการจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2026” ในปีนี้ ‘ไอคอนสยาม’ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรอบ 30 ปี จาก MAPIC AWARDS 2025 ได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมถึงพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นภายใต้แนวคิด “A Global Phenomenal Celebration at the Icon Unrivaled” เพื่อสะท้อนถึงบทบาทของไทยที่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการเคานต์ดาวน์ที่คนทั่วโลกต้องมาเยือน โดยงานนี้มุ่งนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผสานความบันเทิงร่วมสมัยและการแสดงพลุรักษ์โลกสุดอลังการ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 5 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

ความยิ่งใหญ่ของการจัดงานและถ่ายทอดสดระดับนานาชาติในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยและการจัดการระดับสากลของงานเคานต์ดาวน์ในไทย แต่ยังเป็นการประกาศก้องถึงศักยภาพของพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา และความพร้อมของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่โดดเด่นของภูมิภาค ส่งผลให้กรุงเทพมหานคร ได้รับการคัดเลือกจาก CNN ให้เป็นหนึ่งในเมืองหลักของโลกสำหรับการถ่ายทอดสดบรรยากาศคืนส่งท้ายปี 2025 ร่วมกับมหานครชั้นนำอย่าง นิวยอร์ก, อาบูดาบี, ลอนดอน, โตเกียว และซิดนีย์ การถ่ายทอดสดจากประเทศไทยผ่านเครือข่ายของ CNN ในครั้งนี้ จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยในฐานะ Global Countdown Destination ที่มีความพร้อมและความโดดเด่นบนเวทีโลกอย่างแท้จริง

ไฮไลต์สำคัญของงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ประกอบด้วย การแสดงเหนือท้องฟ้า 4D Sky “In Eternity Reverence” to Honor Her Majesty The Queen Mother เพื่อน้อมถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญ สร้างสรรค์โชว์สุดยิ่งใหญ่ 4 มิติเหนือท้องฟ้า ด้วยการแสดงพลุรักษ์โลก ผสานโดรน และไพโรเทคนิคสุดอลังการเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา จาก โครสตาร์ส (Crostars) ผู้นำด้านโชว์โดรนระดับโลกจากจีน และ โอคุจิ โยชิมาสะ (Okuchi Yoshimasa) ผู้กำกับการแสดงพลุรักษ์โลกมือรางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น และ The Global Performance พบกับเซอร์ไพรส์จากศิลปินไอคอนิกระดับโลก Mark Tuan (มาร์ค ต้วน) ที่จะมาสร้างสรรค์โชว์ร่วมกับศิลปินไอคอนิกของไทยครั้งแรกในคืนส่งท้ายปี  พร้อมเนรมิตริเวอร์ พาร์ค ให้เป็นฟลอร์เต้นรำที่ใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา The Largest Riverfront Dance Arena กับความสนุกแบบไร้ขีดจำกัดจากดีเจและศิลปินแถวหน้าของไทยกว่า 200 คน เพื่อสร้างบรรยากาศการนับถอยหลังที่มีความคึกคักและสะท้อนพลังความสร้างสรรค์ของประเทศไทยอย่างครบทุกมิติ 

ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่านหลากหลายช่องทาง โดย CNN Live Studio จะเริ่มถ่ายทอดสดบรรยากาศการเฉลิมฉลองจากประเทศต่างๆ ระหว่าง เวลา 19.00 – 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เพื่อส่งสัญญาณออกอากาศสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและผู้ชมทั่วโลก 

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของไทย อาทิ ไทยรัฐทีวี, ช่อง one31, ช่อง GMM25, ช่อง TNN16 และช่อง NBT พร้อมด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ของสื่อชั้นนำหลายสำนัก ได้แก่ Facebook ไทยรัฐออนไลน์, ช่อง one31, TNN, NBT, The Standard, ข่าวสด, มติชน, Feed จะเริ่มถ่ายทอดสดบรรยากาศการเฉลิมฉลองตั้งแต่เวลา 23.00 – 00.15 น. รวมถึงช่องทางออนไลน์ของไอคอนสยาม Facebook และ YouTube ซึ่งเริ่มออกอากาศตั้งแต่เวลา 16.15 น. เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1338

#CNN #ICONSIAM #AmazingThailandCountdown2026 

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงบาตร เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงบาตร เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงบาตร เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.42 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ณ บริเวณด้านหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

30 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังด้านหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงบาตรพระสงฆ์จำนวน 16 รูป เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

โดยมี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สภากาชาดไทย, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประชาชนทั่วไป เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ และร่วมใส่บาตรแด่พระสงฆ์จำนวน 100 รูป จาก วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร, วัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร, วัดหัวลำโพง พระอารามหลวง, วัดพระยายัง, วัดบรมนิวาส ราชวรวิหาร ในบริเวณพิธี 

การนี้ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของขวัญ และ รศ.ดร.นพ.จิรุตม์  ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปฏิทินประจำปี 2569 และการ์ดอวยพรปีใหม่ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย และ พว.อรทัย ธนาวินิจเจริญ หัวหน้าพยาบาล เฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพวงมาลัย 

จากนั้น พระราชทานพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 แก่บุคลากรสภากาชาดไทย ตลอดจนประชาชนที่เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี 

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินกลับ 

คุณแหน : 30 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 30 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 30 ธันวาคม 2568

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.27 น.

●● บันทึกไว้ ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 เหลืออีกเพียง 1 วัน ปี 2568 ก็จะเซย์กู๊ดบายชาวโลก กลายร่างเป็น “ปีเก่า” ไปแล้ว…และขอเซย์ไฮ ปี 2569 ที่กำลังจะเป็น “ปีใหม่” ที่สดใสของทุกๆ คน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ได้โปรดดลบันดาลให้ คุณผู้อ่านทุกๆ ท่านมีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง ขอให้สมหวังดังความปรารถนาทุกประการ ขอให้เงินทองไหลมาเทมา กิจการงานก้าวหน้า การค้าขายเจริญรุ่งเรือง ชีวิตมีแต่มิตรไร้ศัตรู ตลอดไป…ลาทีปีเก่า 2568 และ สวัสดีปีใหม่ 2569 ค่ะ…

●● เพจ “กองทัพบก ทันกระแส” เผยแพร่ข่าวว่า “ขอบคุณคนไทยที่ไม่ลืมพี่น้องทหารเรา แคมเปญ “ปีใหม่ไม่ลืมกัน” เวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2569 เชิญชวนคนไทย เปิดเพลงแรกของปี “เพลงชาติไทย” ร้องให้กึกก้อง และร่วมไว้อาลัยให้ทหารกล้าก่อนเริ่มปี 2569 ด้วยรอยยิ้ม และความสุข อิ่มเอมในแผ่นดินไทย”…

●● อีกแล้วค่ะท่าน… เป็นที่รู้กันดีว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ นิยมชมชอบกับการจารึกชื่อ “TRUMP” ลงบนอาคารสถานที่ยิ่งใหญ่ เช่น ปูชนียสถานสำคัญ ศูนย์วัฒนธรรมที่ “JOHN F. KENNEDY CENTER” ซึ่งโด่งดังที่สุดของสหรัฐฯ รัฐบาลจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ ท่านอดีตประธานาธิบดีฯ ประชาชนสหรัฐฯถือว่านอกจากเป็นศูนย์กลางสำหรับศิลปะการแสดงแห่งชาติแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพของมวลมนุษยชาติด้วย ประธานาธิบดีทรัมป์กลับตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง เพื่อปรับปรุงสถาบันดังกล่าวโดยอ้างว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลเดโมแครตปล่อยปละละเลยให้พวก “ฝ่ายซ้าย” เข้ามาครอบงำการบริหารจัดการ คณะกรรมการชุดใหม่ได้มีมติหลายประการ แต่ที่ฮือฮาที่สุดคือ การมีมติให้เปลี่ยนแปลงชื่อเซ็นเตอร์โดยเพิ่มชื่อทรัมป์ อยู่หน้าชื่อ เคเนดี้ จึงปรากฏชื่อเป็นทางการใหม่ดังนี้ “THE DONALD J. TRUMP AND THE JOHN F. KENNEDY MEMORIAL CENTER FOR THE PERFORMING ARTS.” ล่าสุดสมาชิกตระกูลเคเนดี้ได้แสดงความประหลาดใจอย่าง “เหนือความคาดคิด” และกล่าวเน้นว่าตามกฎหมายแล้ว การมุ่งหมายนี้ต้องผ่านเป็นกฎหมายจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ (AN ACT OF CONGRESS) ก่อนสามารถดำเนินการได้…

●● ยุคปัจจุบันผู้บริหารกิจการธนาคารคัดสรรคนมีความรู้ไฟแรง หญิงเก่ง ชาลิตา ไชยศร “แอน” ผลงานดีต่อเนื่องต้นสังกัดธนาคาร UOB เลยโปรโมทให้เป็นผู้จัดการสาขาสำคัญของธนาคารประจำศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ราชประสงค์ ธนาคาร UOB เป็นธนาคารใหญ่หมายเลขหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ มีสาขาดำเนินการทั่วทั้งภูมิภาค เฉพาะในประเทศไทยได้ลงทุนแบบถาวรให้บริการครอบคลุมทุกแอสเปคธุรกิจการค้าและปัจเจกบุคคลด้วย…

●● อุบัติเหตุส่งท้ายปีเก่า วาสินี ศุขะวณิช พลาดหกล้ม ต้องนอนพักอยู่บ้าน ไม่ได้ไปเข้าโบสถ์ในวันคริสต์มาสที่ผ่านมา…

●● ดวงใจ ตั้งสง่า สะดุดหกล้มระหว่างชุลมุนจัดระเบียบให้หลานๆ ฟันน้ำนมในงานปาร์ตี้ครอบครัว.. ลงเบาๆ แต่ไหล่หัก ส่งท้ายปีเก่า 2568 ที่ได้มีเรื่องให้จำตลอดไป…

●● พิมลพรรณ กาญจนกุญชร จัดงานส่งท้ายปีเก่า รับปีใหม่ที่บ้าน แล้วบินไปฮานอย ต่อไปที่โฮจิมินห์ กำหนดกลับบ้านกลางม.ค.ปีหน้า…

●● เสาร์สุดท้ายส่งท้ายปีเก่า ชาวมธ.2513 จัดงาน “Thank you Party &Piggy 72” ที่อาคารมหาวิเศษศิลป์ ฉลองวันเกิด 6 รอบของ อารีย์ กังวานเนาวรัตน์ ชื่นมื่นสดใสเป็นที่สุด…

●● ทาสแมวที่น่ารักอย่าง ดร.ญาดา อารัมภีร เลี้ยงเหมียวไว้ 10 ตัว ดูแลอย่างดีทั้งอาหารและความเป็นอยู่…ความรักไม่เป็นความลับ รู้เฉพาะคนรู้ใจ(แมว)เท่านั้น…

●● นี่ก็เรื่องของคนรู้ใจ สีฟ้า จุลกันต์ บอกกับเพื่อนๆว่า ถูกอกถูกใจศรีสะใภ้ ที่ลูกชายหามาให้เป็นหนักหนา…ถือว่าเป็น “แม่ย่า” ที่น่ารักคนหนึ่งทีเดียว

…●● ข่าวของลูกกตัญญูอีกผู้หนึ่ง ธนวันต์ ชุมแสง หัวหน้าประชาสัมพันธ์ จ.ลำปาง มีคุณแม่เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ในการทำงานมาโดยตลอด…สุดยอดลูกชายค่ะ…

●● ปุ่มศักดิ์-อัมพร จักกะพาก ฉลองสมรสครบ 41 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมจัดฉลองวันเกิดให้ คุณแม่กมลา ตัณฑุวณิชย์ จะมีอายุครบ 106 ปี ในปีหน้าด้วย…Happy Anniversary & Happy Birthday ค่ะ !!..

เส้นทางแห่งปัญญา : ประสบการณ์วิจัยและบทเรียน จาก “นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ” สู่ “คนรุ่นใหม่”

เส้นทางแห่งปัญญา : ประสบการณ์วิจัยและบทเรียน  จาก “นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ” สู่ “คนรุ่นใหม่”

เส้นทางแห่งปัญญา : ประสบการณ์วิจัยและบทเรียน จาก “นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ” สู่ “คนรุ่นใหม่”

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.39 น.

“นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ” เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการยกย่องเชิดชูเกียรติ นักวิจัยไทยที่อุทิศตน ทุ่มเททำงานวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งด้านวิชาการ เศรษฐกิจและสังคม และยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ ได้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของการทำงานวิจัย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 เส้นทางของผู้ที่ได้รับรางวัล “นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ” ไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ ต้องใช้ทั้งเวลาและแรงกายแรงใจในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากร กว่าผลงานจะประสบความสำเร็จ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ต้องผ่านอุปสรรคและความท้าทายต่าง ๆ  มากมาย ซึ่งประสบการณ์วิจัยรวมถึงบทเรียนต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อนักวิจัยรุ่นใหม่  

ล่าสุด … สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดเสวนา “เส้นทางแห่งปัญญา: ประสบการณ์วิจัยและบทเรียนที่อยากส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่” ขึ้น ภายในงานแถลงข่าวการจัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในเส้นทางการวิจัยของนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่มีบทบาทและความสำคัญ ในการขับเคลื่อนทั้งด้านการศึกษา สังคม และการพัฒนาประเทศ แต่ละท่านให้ทัศนะผ่านงานเสวนาได้อย่างน่าสนใจ

ศ.วิจัย ดร.เจตสุมน ประจำศรี  จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน  มหาวิทยาลัยมหิดล  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไข้มาลาเรีย บอกว่า ทำงานวิจัยนี้มากว่า 40 ปัจจุบันทีมวิจัย ได้พัฒนาวัคซีน mRNA สำหรับต้านเชื้อไข้มาลาเรียพีวี ที่พบมากในภูมิภาคเอเชีย โดยอยู่ในช่วงการทดลองก่อนที่จะนำไปทดสอบในมนุษย์จริง หากประสบความสำเร็จตามแผน ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะสามารถทดลองในมนุษย์ได้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า “ความท้าทายของงานวิจัยนี้ จะเป็นเรื่องความเข้าใจชีววิทยาของเชื้อมาลาเรีย ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำได้ยาก และต้องทำจากเชื้อที่ได้จากคนไข้โดยตรง การมีองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยพัฒนาวัคซีนได้เร็วขึ้น ความโชคดี ก็คือประเทศไทยยังมีเชื้อไข้มาลาเรียพีวี ทำให้สามารถทำวิจัยได้เองในประเทศ การได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจทั้งของตนเองและทีมงาน ซึ่งงานวิจัยกว่า 40 ปีนี้ ไม่สามารถทำคนเดียวได้ สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ อยากจะบอกว่า ให้เลือกทำเรื่องที่ชอบแล้วจะสนุกในสิ่งที่ทำ เนื่องจากงานวิจัยเป็นอะไรที่ไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ และเมื่อทำกับเรื่องโรค จะมีอะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา ดังนั้นการทำงานวิจัยทางการแพทย์ ต้องชอบจริง ๆ จะทำให้เราสนุกที่จะค้นหา เรียนรู้ และไม่ท้อกับสิ่งที่ทำอยู่ ซึ่งต้องมีการตั้งเป้าก่อนกับสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่ชอบ  ความยากไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นความท้าทายที่ทำให้เราหาทางแก้”

ศ.วิจัย ดร.เจตสุมน ประจำศรี 

ศ.ดร.วิไล รังสาดทอง จากคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ซึ่งเชี่ยวชาญการวิจัยด้าน Bio-Circular-Green โดยบูรณาการงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร มีผลงานวิจัยที่โดดเด่น อาทิ การปรับปรุงคุณภาพและผลผลิตของกุ้งแช่เยือกแข็ง เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง การสกัดและเพิ่มมูลค่าเห็ดออกฤทธิ์เชิงยา ฯลฯ กล่าวว่า ในฐานะอาจารย์ที่มีหน้าที่สอนเป็นหลัก  การสอนจากตำราอย่างเดียวไม่พอและไม่ทันสมัย งานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ  เพราะจะช่วยพัฒนาตนเอง สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ และยังสร้างเครือข่ายให้กับลูกศิษย์  ทั้งนี้ย้ำว่า งานวิจัยที่ทำ ไม่ควรได้เพียงแค่ Paper  หรือการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเท่านั้น แต่ต้องสามารถนำไปใช้ได้จริง และต่อยอดในเชิงธุรกิจได้

ศ.ดร.วิไล รังสาดทอง 

ศ.เภสัชกร ดร.ปิติ  จันทร์วรโชติ  จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช   ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการค้นคว้าสารต้านมะเร็งจากสมุนไพรและสารสังเคราะห์ โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและฤทธิ์ทางยา เพื่อสร้างองค์ความรู้สำคัญในการพัฒนาโมเลกุลยาใหม่ ตลอดจนการศึกษาชีววิทยาของเซลล์มะเร็งเพื่อค้นหาและยืนยันโมเลกุลเป้าหมายการออกฤทธิ์ของยามะเร็ง ฯลฯ  กล่าวว่า ความเชี่ยวชาญของนักวิจัยจะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบได้  และหากต้องการให้เกิดความยั่งยืนความเชี่ยวชาญของนักวิจัยจะต้องอยู่ในระดับมาตรฐานที่นานาชาติยอมรับด้วย     ขณะเดียวกันการพัฒนาบุคลากรภายในประเทศ ก็อาจจะถึงจุดที่ประเทศไทยจะต้องผลิตนักวิจัยและเทคโนโลยีเองภายในประเทศ แทนที่จะพึ่งพาการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือการเรียนจบจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว

ศ.เภสัชกร ดร.ปิติ  จันทร์วรโชติ 

ศ.ดร.อภิรัฐ  ศิริธราธิวัตร  คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย    เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมวิจัยทางวิศวกรรมไฟฟ้า  โดยงานวิจัยที่โดดเด่น คือ การช่วยอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ของประเทศไทย ในยุคที่มีการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา  ซึ่งทีมวิจัยสามารถทำวิจัยจนพิสูจน์ได้และตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ ทำให้อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์เชื่อมั่น และลงทุนในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน กล่าวว่า“ สำหรับนักวิจัย และน้อง ๆ  ที่จะเข้าสู่การทำงานวิจัยนั้น อยากให้มองประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก  ซึ่งเชื่อว่านักวิจัยทุกคนจะรู้สึกดีใจที่งานวิจัยได้ถูกตีพิมพ์   แต่ความสุขที่แท้จริง คือ เมื่องานวิจัยของเราได้เอาไปใช้จริง และได้เห็นผลของมัน ความสุขครั้งแรกที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดความ “ติดใจ” และต้องการทำวิจัยต่อไป ”

ศ.ดร.อภิรัฐ  ศิริธราธิวัตร

รศ.ดร.ศกร  คุณวุฒิฤทธิรณ  คณะเกษตร  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา มีความเชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์และการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ในเขตร้อนชื้น  โดยเน้นการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ เทคโนโลยีจีโนม และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพพันธุกรรมของสัตว์เศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาโครงการปรับปรุงพันธุ์ระดับชาติ ฯลฯ กล่าวว่า“นโคน็น สิ่งที่อยากจะฝากถึงนักวิจัยรุ่นใหม่ ก็คือ  เราสามารถทำโจทย์วิจัยที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับภาคอุตสาหกรรมและประเทศได้ก่อน แล้วค่อยเอาผลของการตอบโจทย์ปัญหานั้น ๆ ไปขยายผลให้คนอื่นได้เรียนรู้  ถ้าสามารถทำอย่างนี้ได้ ผมมั่นใจว่าการสร้างผลกระทบจากงานวิจัยจะเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน  ”

 รศ.ดร.ศกร  คุณวุฒิฤทธิรณ

ศ.ดร.ศิริมล ตรีพงษ์กรุณา  สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์    นักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยทางการเงิน  ที่มุ่งมั่นทำให้เกิดระบบการเงินและตลาดทุนที่มีเสถียรภาพ โปร่งใส และยั่งยืน  โดยมีการวิจัยหลัก ๆ  อาทิ การส่งเสริมความยั่งยืนของตลาดเงินและตลาดทุน  มุ่งเน้นการบริหารจัดการความรับผิดชอบต่อสังคม   การกำกับดูแลกิจการที่ดี  ฯลฯ กล่าวว่า“ความท้าทาย ของนักวิจัยทางการเงิน คือ การขาดแคลนทุนวิจัย  เพราะรายได้ของคณะมักถูกส่งไปสนับสนุนงานด้านวิทยาศาสตร์  ขณะเดียวกันการตีพิมพ์ผลงานวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ก็ทำได้ยากมาก  มีงานวิจัยบางผลงานที่ใช้เวลาถึง 10 ปี กว่าจะได้ตีพิมพ์  การทำงานวิจัยด้านนี้จึงต้องอาศัยความอดทนอย่างมาก ทั้งนี้สิ่งที่จะบอกกับนักวิจัยรุ่นใหม่ คือ อย่ากลัวที่จะตั้งคำถาม คำถามเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถสร้างงานวิจัยที่ยิ่งใหญ่ได้  และสิ่งที่ฝากไว้ คือ “ความรู้เพื่อความพอเพียง  วิจัยเพื่อยั่งยืน”

ศ.ดร.ศิริมล ตรีพงษ์กรุณา

นอกจากนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติที่ร่วมเสวนาทั้ง  6 ท่านแล้ว  ยังมีนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่ วช.ประกาศรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติ อีก 9 ท่าน รวม 15 ท่านใน 9 สาขา ประกอบด้วย ศ.ดร.สุปรีดิ์ พินิจสุนทร จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ศ.ดร.จักรพงษ์ แก้วขาว  จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ในสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ ศ.ดร.ธีระพล ศรีชนะ จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติใน สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ศ.ดร.กาญจนา  เศรษฐนันท์   จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย

รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ และ ศ.ดร.ชนินทร์ทิรา ณ ถลาง จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติในสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ศ.ดร.ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติในสาขาเศรษฐศาสตร์ ศ.ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ในสาขาสังคมวิทยา และ ศ.ดร.นิพนธ์ ธีรอำพน จากสถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์

นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ทั้ง 15 ท่าน จะเข้าเฝ้ารับพระราชทานเกียรติบัตรรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 ที่ วช. จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพด้านการประดิษฐ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย”  โดยงานดังกล่าวจะเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมพร้อมใช้ ตลอดจนความก้าวหน้าด้านการประดิษฐ์คิดค้นของประเทศ เพื่อขยายผลและนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการขับเคลื่อนประเทศด้วยการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

งาน วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 9 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100 – 104ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้สนใจติดตามรายละเอียด และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.inventorsdayregis.com/

หมดยุค AI แบบทั่วไป! Manao Software วางกลยุทธ์สร้าง AI ชูพลัง RAG และ Workflow Automation ช่วยองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smarter Operations

หมดยุค AI แบบทั่วไป! Manao Software วางกลยุทธ์สร้าง AI ชูพลัง RAG และ Workflow Automation ช่วยองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smarter Operations

หมดยุค AI แบบทั่วไป! Manao Software วางกลยุทธ์สร้าง AI ชูพลัง RAG และ Workflow Automation ช่วยองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smarter Operations

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.55 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นกระแสหลัก หลายองค์กรกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยน AI จากการเป็นเพียงเครื่องมือทดลอง ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างมูลค่าได้จริง Manao Software บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติเดนมาร์กที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ระดับแถวหน้า ได้วางยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้าง AI ที่ “เข้าใจธุรกิจอย่างแท้ จริง” โดยชูเทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) และ Workflow Automation เป็นกุญแจสำคัญ ตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจให้องค์กรมีความแตกต่าง และสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ยุค Smarter Operations ได้อย่างมั่นคง

Manao Software ไม่ใช่แค่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่วางตำแหน่งตัวเองเป็น “ที่ปรึกษาที่ไว้วางใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจ” มุ่งช่วยองค์กรเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และระบบอัตโนมัติ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง แต่ AI ที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจก็ไม่ใช่ AI แบบทั่วไป เพราะไม่สามารถเข้าใจบริบทธุรกิจได้มากเพียงพอ จุดแข็งของ Manao Software จึงการวางกลยุทธ์ด้วยการนำ AI ที่เข้าใจกระบวนการทำงานของธุรกิจมาช่วยองค์กรให้ทำงานและวางแผนต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ

คริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Manao Software กล่าวว่า “ที่ Manao Software เรามองว่า AI ทั่วไป (General AI) เปรียบเสมือนเครื่องมือแบบ One-size-fits-all แม้ว่ามันจะมีประสิทธิภาพสูง แต่บ่อยครั้งมันยังขาดความเข้าใจที่ละเอียดอ่อนในบริบทเฉพาะของแต่ละธุรกิจ เมื่อเราพูดถึง “AI ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง” เราหมายถึง AI ที่ถูกออกแบบมาให้รู้จักกระบวนการทำงานเฉพาะทาง คำศัพท์เฉพาะในองค์กร รวมถึงลักษณะการดำเนินงานที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทนั้นๆ มันคือการฝังความเข้าใจในตัวธุรกิจจริง ๆ ลงไปในตัวโมเดล จะต้องมีองค์ประกอบทั้ง ชุดข้อมูลเฉพาะทาง (Domain-specific datasets), การฝึกฝนตามบริบท (Contextual training), การปรับจูนด้วยความรู้ภายใน (Fine-tuning with internal knowledge) และการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลของบริษัท”

Manao Software ชูเทคโนโลยี RAG และ Workflow Automation เป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญ ทำให้ AI มีความเข้าใจธุรกิจ ไม่ใช่เป็นแค่ AI ทั่วไป แต่เป็นผู้ช่วยทางธุรกิจตัวจริง

สำหรับองค์กรที่มีข้อมูลมหาศาล เทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) คือทางออกที่ดีที่สุด RAG จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา AI ที่ให้ข้อมูลทั่วไปเกินไป โดยระบบจะทำหน้าที่ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและทันสมัยที่สุดจากคลังข้อมูลภายในมาใช้ประกอบการตอบคำถามแบบเรียลไทม์ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความแม่นยำ และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะหน้าขององค์กรได้อย่างตรงจุด

“จากประสบการณ์ของเรา เมื่อองค์กรมีฐานข้อมูลที่สะอาด เป็นระบบ และเชื่อมโยงกันอย่างดี การนำ RAG และ AI อื่น ๆ มาใช้งานจะมีประ สิทธิภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน เปรียบเสมือนการสร้างบ้านบนฐานรากที่มั่นคง” คริสโตเฟอร์ กล่าวเสริม

รวมไปถึงการจัดการเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ (Workflow Automation) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการนำ AI ไปใช้งานจริง คือสะพานที่เปลี่ยน AI จากแนวคิดที่น่าสนใจ ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ในทุก ๆ วัน ยกตัวอย่างเช่น ที่ Manao Software ใช้ AI ในเวิร์กโฟลว์จริง เช่น ระบบจัดการ Lead Management ที่ AI สามารถคัดกรอง ประเมินคุณภาพและบันทึกข้อมูลลง CRM ได้ทันที ช่วยให้ทีมขายโฟกัสไปที่โอกาสทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูงสุดได้ทันที การทำเช่นนี้ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานตามสัดส่วน ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนในระยะยาว ทำให้องค์กรก้าวล้ำหน้าไปหนึ่งก้าวเสมอ และมั่นใจได้ว่าทุกโอกาสจะถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญที่สุดในการนำ RAG มาใช้งานนั้น สิ่งที่ต้องระวังคือความปลอดภัยของข้อมูล Manao Software เน้นย้ำเรื่องการวางสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล (Role-based permissions) ภายในระบบ AI เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลที่ตนไม่มีสิทธิ์มองเห็น AI จึงต้องถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ช่วยที่ชาญฉลาดและผู้รักษาความปลอดภัยข้อมูลไปพร้อมๆ กัน จึงมั่นใจได้ว่าช่วยลดความเสี่ยงด้านข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อองค์กรต่างๆ ผสาน AI เข้ากับระบบอัตโนมัติ แน่นอนว่าสามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในหลายมิติ ประการแรกคือ AI ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายสเกลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม สามารถคุมต้นทุนได้ อีกทั้งยังได้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท้วงที

ทั้งนี้องค์กรควรเตรียมความพร้อม 2 ด้านหลัก 1) โครงสร้างข้อมูลที่แข็งแรง ปลอดภัย และเข้าถึงได้ 2) ทีมงานที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและบริบทธุรกิจ เพื่อให้ AI ถูกนำไปใช้ได้อย่างสอดคล้องและยั่งยืน

คริสโตเฟอร์ มอสซ์ สรุปทิ้งท้ายว่า “ในการออกแบบโซลูชัน AI ให้สามารถ Scale ได้ หัวใจสำคัญคือการมุ่งเน้นไปที่ความเป็นโมดูล (Modularity) และ ความยืดหยุ่น (Flexibility) ตั้งแต่เริ่มต้น ควรสร้าง AI ในลักษณะที่สามารถเชื่อมต่อส่วนประกอบใหม่ๆ สลับเปลี่ยนโมเดล หรือรวมแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไว้ด้วยกันได้โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด ให้ลองจินตนาการว่ามันเหมือนกับการต่อเลโก้แทนที่จะเป็นการเทคอนกรีต แนวทางแบบโมดูลนี้จะช่วยให้การปรับตัวตามการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นมาก

ในเชิงหลักการ ควรให้ความสำคัญกับการใช้ Open Standards และ API เพื่อให้ส่วนต่างๆ ของระบบสามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น นอก จากนี้ควรลงทุนกับการทำคู่มือ (Documentation) และการฝึกอบรมที่ดี เพื่อให้ทีมงานสามารถพัฒนาระบบต่อยอดไปได้เรื่อยๆ การสร้างเทค โนโลยีที่ยืดหยุ่น และมีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างชัดเจน จะช่วยรับประกันว่าโซลูชัน AI ของคุณจะเติบโตไปพร้อมกับคุณ และสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจในระยะยาวโดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

สามารถติดตามเรื่องราวและบริการของ Manao Software เพิ่มเติมได้ที่ http://www.manaosoftware.co.th และ http://www.manaosoftware.com

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 29 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 29 ธันวาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร จำนวน 10 ไตร ในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์บดินทรเชษฐภคินี เนื่องในโอกาสวันสิ้นพระชนม์ครบ 18 ปี ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น….

●● สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตชุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จฯ เสวยพระกระยาหารค่ำเป็นการส่วนพระองค์ ณ บ้านพัก ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย และดร.สันติธาร เสถียรไทย ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ…

●● อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม พร้อม อรรถวุฒิ-ศิริลักษณ์ พึ่งเนียม ลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) รุ่นที่ 17 ปีงบประมาณ 2568 เพื่อติดตามและให้การสนับสนุนช่วยเหลือสภาพความเป็นอยู่ พร้อมชื่นชมผลการเรียนเด่น มอบกำลังใจสู้เพื่ออนาคต…

●● เพื่อนๆ ชาว CDA#1 ร่วมชื่นชม เฉลิม โกกนุทาภรณ์ ที่มีทั้งความแข็งแรงและอดทนไปร่วมแข่งขันวิ่งวิบาก “สปาร์ตันเรซ ไทยแลนด์” สำเร็จแบบชิวๆ ณ วิสดอมวัลเลย์ เขาไม้แก้ว เมืองพัทยา…

●● ปีใหม่นี้แจ้งข่าวล่วงหน้ามายังท่านสมาชิกและแฟนคลับ หนังสือพิมพ์รายวันแนวหน้าว่า จะวางแผงถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 โดยจะไม่มีวางจำหน่ายวันที่ 1-2 ม.ค. 2569 นะคะ เพื่อให้ผู้สื่อข่าว พนักงานได้พักผ่อนกับครอบครัว พบกันอีกครั้ง 3 ม.ค. ค่ะ…

●● โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ชวนผู้ปกครองพาลูกหลานไปชมโขน “เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานชาญกำแหง” ในวันเด็กแห่งชาติ 10 ม.ค.13.30 น. บัตรราคา 300 บาท เด็กต่ำกว่า 12 ปี ชมฟรี..ร่วมเล่นเกมส์ตอบคำถาม สนุกๆ ลุ้นรับของรางวัลมากมาย สอบถาม ศาลาเฉลิมกรุง 02-2258757…

●● พล.อ.เฉลิมชัยสิทธิสาท องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนพระราชทาน โครงการ “ปันน้ำใจให้การศึกษา” ช่วยเหลือการศึกษาเด็กพิการ บุตรของคนพิการ และเด็ก เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ 29 ธ.ค.10.00 น. ที่ตึกนวมหาราช สภาสังคมฯ สนับสนุนโดย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯและคณะ กก. ต้อนรับ…

รู้ทันโรคหัวใจก่อนสายเกินไปทำความเข้าใจ 4 ประเภทโรคแนวทางรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางครบสหสาขา

รู้ทันโรคหัวใจก่อนสายเกินไปทำความเข้าใจ 4 ประเภทโรคแนวทางรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางครบสหสาขา

รู้ทันโรคหัวใจก่อนสายเกินไปทำความเข้าใจ 4 ประเภทโรคแนวทางรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางครบสหสาขา

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.00 น.

โรคหัวใจยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะโรคหัวใจที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การรู้ทันประเภทของโรคหัวใจการเข้ารับการรักษาโรคหัวใจการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

โรคหัวใจไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิดตามตำแหน่งและกลไกการเกิดโรค ซึ่งแต่ละประเภทมีความรุนแรง อาการ และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยหลักทางการแพทย์สามารถแบ่งโรคหัวใจออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1) โรคของหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease)

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคหัวใจที่พบบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุหลักของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เกิดจากการตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดหัวใจจากการสะสมของไขมันและคราบพลัค ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

อาการที่พบบ่อย

  • เจ็บแน่นหน้าอก หรือจุกเสียดบริเวณกลางอก
     
  • เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม
     
  • ใจสั่น เหงื่อแตก หน้ามืด

ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเบาหวานบางราย อาจไม่มีอาการเตือนชัดเจนมาก่อน และเกิดภาวะรุนแรงขึ้นทันที

แนวทางการรักษา
 การรักษาขึ้นกับระดับความรุนแรง ตั้งแต่การใช้ยา การปรับพฤติกรรม ไปจนถึงการตรวจสวนหัวใจและใส่ขดลวด (Stent) เพื่อเปิดทางไหลเวียนเลือดในกรณีฉุกเฉิน

2) โรคของกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy)

โรคกล้ามเนื้อหัวใจคือภาวะที่โครงสร้างหรือการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวในระยะยาว

อาการสำคัญ

  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
     
  • หายใจลำบาก โดยเฉพาะขณะนอนราบ
     
  • ขาบวม เท้าบวม ใจสั่น หรือเป็นลม

การวินิจฉัย
 อาศัยการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echo) และ MRI หัวใจ เพื่อประเมินโครงสร้างและการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างละเอียด

3) โรคของลิ้นหัวใจ (Heart Valve Disease)

หัวใจมีลิ้นหัวใจทั้งหมด 4 ลิ้น ทำหน้าที่ควบคุมทิศทางการไหลของเลือด หากเกิดภาวะลิ้นตีบหรือรั่ว จะทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจโต หัวใจล้มเหลว หรือภาวะน้ำท่วมปอดได้

อาการเตือน

  • เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก
     
  • ใจสั่น หัวใจเต้นแรง
     
  • ขาบวม นอนราบไม่ได้

แนวทางรักษา
 แพทย์จะประเมินความรุนแรงด้วยการตรวจ Echo และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อวางแผนการรักษา ตั้งแต่การใช้ยา การติดตามอาการ ไปจนถึงการผ่าตัดซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจในรายที่จำเป็น

4) โรคของระบบไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac Arrhythmia)

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งบางชนิดอาจนำไปสู่ภาวะฉุกเฉินรุนแรงได้

อาการที่ไม่ควรมองข้าม

  • ใจสั่น หน้ามืด วิงเวียน
     
  • เป็นลมหมดสติ
     
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ

หนึ่งในชนิดที่พบบ่อยคือ Atrial Fibrillation (AF) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันและโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

การตรวจวินิจฉัย
 ใช้การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และ Holter Monitor เพื่อติดตามจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างละเอียด

สัญญาณเตือนโรคหัวใจที่ไม่ควรละเลย

  • เจ็บแน่นหน้าอก หรือร้าวไปแขน กราม หลัง
     
  • เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก
     
  • ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม
     
  • ขาบวม หรือนอนราบไม่ได้

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางหัวใจทันที เพราะการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีช่วยลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ

การรักษาโรคหัวใจในปัจจุบัน

การรักษาโรคหัวใจครอบคลุมตั้งแต่การปรับลดปัจจัยเสี่ยง การใช้ยา การรักษาเฉพาะทาง เช่น การสวนหัวใจ การจี้หัวใจผิดจังหวะ ไปจนถึงการผ่าตัดหัวใจในรายที่มีความรุนแรง โดยต้องอาศัยการดูแลจากทีมแพทย์สหสาขาอย่างใกล้ชิด

ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลวิภาวดี: One-Stop Cardiac Center

ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลวิภาวดี ให้บริการดูแลโรคหัวใจแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจ วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมหัวใจ ทีมสวนหัวใจ และทีมศัลยแพทย์หัวใจ พร้อมเทคโนโลยีมาตรฐานสากล เช่น Echo, EKG และ Holter Monitor เพื่อการรักษาที่แม่นยำ ปลอดภัย และต่อเนื่อง

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

นายแพทย์วรงค์ ลาภานันต์
 แพทย์ชำนาญการด้านหัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด (Interventional Cardiology)

โรคหัวใจหลายชนิดสามารถควบคุมและรักษาได้ดี หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การเข้ารับการตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติเล็กน้อย จะช่วยลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและลดความเสี่ยงของภาวะฉุกเฉินได้อย่างมาก”

นายแพทย์ชัชชัย เต็มยอด

 ศัลยแพทย์ทรวงอก

ผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีความรุนแรงควรได้รับการดูแลแบบทีมสหสาขา เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว”

สรุป

โรคหัวใจอาจดูน่ากลัว แต่หากรู้ทัน สังเกตอาการได้เร็ว และเข้ารับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเหมาะสม โอกาสในการรักษาและการกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพย่อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมดูแลคุณและคนที่คุณรักในทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ