เฟ้นหาเชฟตัวจิ๋วสู่อาณาจักร ‘SauceTopia’ ปลุกจินตนาการ Gen Alpha สร้างสรรค์เมนูสุดครีเอทีฟเสิร์ฟความอร่อย

เฟ้นหาเชฟตัวจิ๋วสู่อาณาจักร ‘SauceTopia’ ปลุกจินตนาการ Gen Alpha สร้างสรรค์เมนูสุดครีเอทีฟเสิร์ฟความอร่อย

เฟ้นหาเชฟตัวจิ๋วสู่อาณาจักร ‘SauceTopia’ ปลุกจินตนาการ Gen Alpha สร้างสรรค์เมนูสุดครีเอทีฟเสิร์ฟความอร่อย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.55 น.

แบรนด์ “ซอสภูเขาทอง” ซอสคู่ใจเชฟตัวน้อย ชวนตกหลุมรักและสนุกไปกับการทำอาหาร เปิดโลกจินตนาการสู่ดินแดน “SauceTopia” by ซอสภูเขาทอง พร้อมค้นหาสุดยอดเชฟ “SauceTopia Junior Contest” เวทีให้เยาวชนอายุ 6-12 ปีทั่วประเทศ ร่วมสร้างสรรค์เมนูอาหารสุดครีเอทีฟโดยใช้ซอสภูเขาทองฝาเหลืองเป็นส่วนประกอบหลัก ชิงของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) และโอกาสเข้าร่วมเวิร์คชอปพิเศษกับเชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล

วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “SauceTopia คือ ดินแดนแห่งจินตนาการที่ซอสภูเขาทองตั้งใจให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนแก่เด็กๆ ที่รักการทำอาหารได้ทดลอง คิดค้น และสนุกไปกับการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง โดยเราเชื่อว่ารอยยิ้มหลังได้ชิมอาหารจานพิเศษจากฝีมือเชฟตัวน้อยทุกคนล้วนเป็นรางวัลที่มีคุณค่ากว่ารางวัลไหนๆ”

“ทุกวันนี้ผู้คนใช้ชีวิตเร่งรีบ เวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวจึงมีค่ามาก การทำอาหารเป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกทักษะ กระบวนการคิด ไม่ใช่เพียงการรับรู้ถึงรสชาติแต่เป็นการเปิดโสตสัมผัสทั้ง 5 ไปจนถึงการเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว SauceTopia จึงเป็นพื้นที่ที่เราอยากมอบให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า” คุณวรัญญา กล่าว

วิธีร่วมสนุก “SauceTopia Junior Contest” ซอสเด็ด เปลี่ยนเด็กเป็นเชฟ

1.            เยาวชนอายุระหว่าง 6-12 ปี คิดค้นเมนูสุดครีเอทีฟโดยใช้ซอสภูเขาทองเป็นส่วนประกอบหลักในการปรุงหรือเพิ่มรสชาติอาหาร

2.            ถ่ายคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 1 นาที โชว์ไอเดีย ขั้นตอนและความสนุกในการทำอาหาร

3.            โพสต์คลิปลงบน Facebook (ตั้งค่าเป็นสาธารณะ) พร้อมใส่แฮชแท็ก #SauceTopiaJuniorByซอสภูเขาทอง #ซอสเด็ดเปลี่ยนเด็กเป็นเชฟ

4.            ส่งหลักฐานการโพสต์ พร้อมแนบใบเสร็จการซื้อผลิตภัณฑ์ตราภูเขาทอง สูตรใดขนาดใดก็ได้ (ต้องมีซอสปรุงรสฝาเหลือง ตราภูเขาทอง อย่างน้อย 1 ขวด) มาที่ LINE Official Account @GoldenMountain1954

คุณวรัญญา กล่าวอีกว่า “น้องๆ เยาวชนที่ร่วมกิจกรรมนอกจากได้ภูมิใจกับเมนูที่รังสรรค์ขึ้น คลิปวิดีโอบอกเล่าการทำอาหารยังส่งต่อแรงบันดาลใจแก่เยาวชนคนอื่นให้กล้าแสดงความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งปลูกฝังให้เยาวชนเรียนรู้การเลือกวัตถุดิบที่ดีตั้งแต่ต้น อย่างเช่นซอสภูเขาทองฝาเหลือง โดดเด่นด้วยส่วนประกอบถั่วเหลืองสูงถึง 88% ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่เติมผงชูรส ไม่เจือสี และปราศจากกลูเตน เด็กและผู้ใหญ่รับประทานได้ นับเป็นเคล็ดลับคู่หูรสชาติกลมกล่อมในทุกเมนู”

โดยผู้เข้ารอบ 25 คนสุดท้ายจะได้รับสิทธิ์ร่วมเวิร์คชอปสุดพิเศษกับเชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์      เทวกุล เพื่อเสริมทักษะและมอบแรงบันดาลใจด้านการทำอาหาร

กิจกรรมประกวดครั้งนี้มอบรางวัลให้กับ 3 สุดยอดเชฟรุ่นจิ๋ว ได้แก่

–              รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษา 20,000 บาท

–              รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษา 10,000 บาท

–              รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษา 5,000 บาท

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด*

ใครจะเป็นสุดยอดเชฟตัวจิ๋วคนแรกในดินแดน SauceTopia แห่งนี้ มาร่วมเปลี่ยนจินตนาการให้เป็นเมนูแสนอร่อยกับซอสภูเขาทองฝาเหลือง ตัวช่วยให้เด็กๆ สนุกกับการทำอาหาร รับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ – 21 กันยายน 2568 สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ซอสภูเขาทอง by Thaitheparos

หมายเหตุ: ผู้เข้าร่วมประกวด 1 ท่าน สามารถส่งผลงานได้ไม่เกินคนละ 1 คลิป และผลงานที่ได้รับรางวัลรวมถึงผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) โดยสามารถนำไปเผยแพร่และใช้งานได้

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และสิ่งของสนับสนุนภารกิจทหารกองทัพภาคที่ 2

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และสิ่งของสนับสนุนภารกิจทหารกองทัพภาคที่ 2

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และสิ่งของสนับสนุนภารกิจทหารกองทัพภาคที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.01 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และเสบียงช่วยเหลือทหารในพื้นที่ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสริมศักยภาพภารกิจและความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการ

28 สิงหาคม 2568 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้นำทีมร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด, รายการข่าวสามมิติ และสำนักข่าวออนไลน์ The Reporters ลงพื้นที่ส่งมอบสิ่งของเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 โดยมีพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ค่ายสุรนารี ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือด้านการประสานงานจากนางสาวปภิญญา ทองสมจิตร แรงงานจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับสิ่งของที่นำไปมอบ ได้แก่ ขนมเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า 100 ลัง เมล็ดแตงโม 100 ลัง และข้าวโอ๊ต 50 ลัง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด นอกจากนี้ยังมียางรถยนต์จำนวน 100 เส้น จากบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด โดยได้รับความร่วมมือด้านการขนส่งจากบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สิ่งของทั้งหมดนี้จัดเตรียมไว้เพื่อเป็นเสบียงและของว่างสำหรับเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

สำหรับยางรถยนต์ที่มอบในครั้งนี้ บางส่วนจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ปฏิบัติการของ หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสร้างเกราะป้องกัน และเสริมความปลอดภัยในภารกิจสร้างหลุมหลบภัยและเส้นทางยุทธวิธีสำคัญ

นางเธียรรัตน์ เปิดเผยว่า การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจในการเสริมสร้างความพร้อมและขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สำคัญ เพื่อให้สามารถดำเนินภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราได้ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทกองทัพในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งเล็งเห็นถึงความทุ่มเทและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกคน จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยืนยันว่าจะเดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคมและสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนและประชาชน

-(016)

BIDH จัดงานยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี ‘e.max Veneer’ พร้อมโชว์เคส Smile Transform จากทันตแพทย์เฉพาะทาง

BIDH จัดงานยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี ‘e.max Veneer’ พร้อมโชว์เคส Smile Transform จากทันตแพทย์เฉพาะทาง

BIDH จัดงานยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี ‘e.max Veneer’ พร้อมโชว์เคส Smile Transform จากทันตแพทย์เฉพาะทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

โรงพยาบาลฟัน BIDH (Bangkok International Dental Hospital) Sukhumvit Soi 2 ผู้นำด้านทันตกรรมระดับสากล ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานครบรอบ 20 ปี e.max Veneer จาก ivoclar Vivadent โดยการจัดงานครั้งนี้ยังได้รวบรวมทีมทันตแพทย์เฉพาะทางด้านวีเนียร์และ Smile Transform เพื่อแสดงนวัตกรรมการออกแบบรอยยิ้มที่ทันสมัย ณ โรงพยาบาลฟัน BIDH สุขุมวิท ซอย 2 ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา

e.max Veneer เป็นเทคโนโลยีวีเนียร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งด้านความแข็งแรง ความสวยงาม และความใสเป็นธรรมชาติ มอบรอยยิ้มที่สวยสมบูรณ์แบบโดยไม่กระทบต่อสุขภาพฟัน ที่ BIDH ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทำงานร่วมกับ ห้องแลปทันตกรรมภายในโรงพยาบาล (in-house lab) ออกแบบรอยยิ้มจากเทคโนโลยีสู่ผลงานศิลป์ที่พิถีพิถันครบทุกขั้นตอน

ภายในงาน ครบรอบ 20 ปี e.max Veneer ยังได้จัดให้มีการเสวนาเจาะลึกในศาสตร์และศิลป์ของการทำวีเนียร์ โดยแพทย์เฉพาะทางด้าน Smile Makeover อีกทั้งพาชมนวัตกรรมภายในโรงพยาบาล ห้องแลป และห้องปฏิบัติการ สัมผัสศักยภาพความพร้อมของเทคโนโลยีทันตกรรมที่รองรับการทำวีเนียร์แบบครบวงจร โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร  เหล่าเซเลบริตี้ อาทิ แฟรงค์ ธนัตถ์ศรันย์, เด่นคุณ งามเนตร และ อ๋อ ญาดา เทพนม มาร่วมแบ่งปันเบื้องหลังรอยยิ้มในงานอีกด้วย 

ลูซินดา เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด โรงพยาบาลฟัน BIDH กล่าวว่า “การได้เป็นเจ้าภาพจัดงานครบรอบ20ปี e.max Veneer จาก ivoclar Vivadent นับเป็นโอกาสสำคัญของ BIDH ที่จะได้แสดงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญด้าน Smile Transform และยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวีเนียร์ ในไทย”

โรงพยาบาล BIDH ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกใจกลางกรุงเทพฯ ใกล้ BTS เพลินจิต และ นานา ผู้เข้ารับบริการสามารถเข้าถึงบริการ วีเนียร์และ Smile Makeover ได้ง่าย พร้อมบริการทันตกรรมครบวงจร ทั้งการดมยาคลายกังวลสำหรับผู้ที่กลัวการทำฟัน การผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน รากฟันเทียม ไปจนถึงการรักษาทันตกรรมทั่วไป

-(016)

ปลุกผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติ ‘Ambiente – Christmasworld – Creativeworld 2026’ เปิดประตูสู่ตลาดโลก

ปลุกผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติ ‘Ambiente – Christmasworld – Creativeworld 2026’ เปิดประตูสู่ตลาดโลก

ปลุกผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติ ‘Ambiente – Christmasworld – Creativeworld 2026’ เปิดประตูสู่ตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.24 น.

เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน (Messse Frankfurt)   บริษัทสัญชาติเยอรมัน ผู้จัดงานแสดงสินค้านานาชาติชั้นนำระดับโลก เชิญผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติยักษ์ใหญ่ “Ambiente – Cristmasworld – Creativeworld” เปิดประตู่สู่ตลาดโลก ระหว่างวันที่ 6-10 กุมภาพันธ์ 2569  ณ Messe Frankfurt เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

นายสเตฟาน คัวร์ซอว์สกี (Mr. Stephan Kurzawski)  ผู้อำนวยการ รองประธานอาวุโส Messe Frankfurt เปิดเผยว่า เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน  พร้อมแล้วในการจัดงาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็น ศูนย์รวมแรงบันดาลใจ เทรนด์ใหม่ระดับโลกและโอกาสทางธุรกิจ ด้านสินค้าไลฟ์สไตล์ ของตกแต่งเทศกาล  และงานสร้างสรรค์  ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต แบรนด์ ดีไซเนอร์ และผู้ค้าปลีกจาก 170 ประเทศทั่วโลก ผู้ประกอบการทั่วโลกเข้าร่วมงานแสดงสินค้า จำนวนประมาณ 4,700 ราย และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 1.5 แสนคน   เรามุ่งหวังที่จะเห็นผู้ประกอบการไทยเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลกผ่านงานในครั้งนี้ 

ไฮไลต์งาน

•             Ambiente – Lifestyle 2026

เป็นงานสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุม Dining, Living, Giving และ Working ชูแนวคิด Sustainability & Future Retail และเปิดตัว Ambiente Trends 2026 โดยงานนี้จะมี แคตตี้ ชีเบ็ค ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Katty Schiebeck Studio มาร่วมงานด้วย

•             Christmasworld 2026

เป็นงานแสดงสินค้าและตกแต่งเทศกาลระดับโลก นำเสนอเทรนด์การออกแบบล่าสุด กิจกรรม Decoration Unlimited, Christmasworld Trends และ Conzoom Solutions Academy สำหรับผู้ค้าปลีก  ซึ่งในงานครั้งต่อไปมาในธีม “Tropical Bounty”

•             Creativeworld 2026

เวทีระดับโลกสำหรับงานศิลป์ งานฝีมือ และอุปกรณ์สร้างสรรค์ พบกับ Creativeworld Trends เวิร์กชอปทดลองผลิตภัณฑ์จริง และนวัตกรรมวัสดุใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดงาน DIY และครีเอทีฟ

“งาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld ของ เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน  ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ พบปะคู่ค้าระดับนานาชาติ และ  อัปเดตเทรนด์แห่งอนาคต  ถือเป็นศูนย์รวมแรงบันดาลใจ เทรนด์ และโอกาสทางธุรกิจ ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต แบรนด์ ดีไซเนอร์ จำนวน 170 รายจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน งานนี้จึง เปรียบเสมือนผู้นำที่สร้างกระแสความนิยม สไตล์ ใหม่ๆ ระดับโลก ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะสามารถมาดูว่าอะไรกำลังเป็นเทรนด์และอะไรจะมาในอนาคต และนำแนวคิดเหล่านี้กลับไปปรับใช้ยังประเทศของตนเอง” นายสเตฟาน กล่าว

ด้าน นายนิคม เลิศมัลลิกาพร  ประธานบริหาร บริษัท เวิล์ดเด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด   ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจของ เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน (Messse Frankfurt)  เปิดเผยว่า  Messse Frankfurt จัดมาต่อเนื่อง 30 ปีแล้ว  เป็นงานที่มีรูปแบบธุรกิจแบบ B2B สำหรับปี 2026 นี้มี  ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมแสดงสินค้ามีจำนวนประมาณ 60 ราย งานนี้จะช่วยเปิดโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสามารถเจาะตลาดใหม่ทั้งในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง พร้อมสร้างโอกาสต่อยอดธุรกิจสู่สากลอย่างยั่งยืน

งาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld จัดโดย เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน (Messse Frankfurt) เป็นงานแฟร์ระดับโลกที่มีผู้ประกอบการ นักธุรกิจมาจัดแสดง นวัตกรรม สินค้า บริการ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศของคู่ค้า   เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นงานที่เปิดโอกาสขยายเครือข่ายการค้าระหว่างคู่ค้าด้วยกัน

-(016)

“แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568 : Tech for Life Challenge” ทีม BLOODATHON คว้าชนะเลิศออกแบบแอปฯ บริจาคโลหิต

“แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568 : Tech for Life Challenge”  ทีม BLOODATHON คว้าชนะเลิศออกแบบแอปฯ บริจาคโลหิต

“แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568 : Tech for Life Challenge” ทีม BLOODATHON คว้าชนะเลิศออกแบบแอปฯ บริจาคโลหิต

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.08 น.

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ แบรนด์ (BRAND’S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์ซุปไก่สกัด ประกาศผลการแข่งขัน “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568: Tech for Life Challenge” เวทีให้นิสิตนักศึกษาประกวดไอเดียสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลเพื่อกระตุ้นการบริจาคโลหิต เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของโครงการ ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ (BRAND’S Young Blood) ภายใต้โจทย์ “เทคโนโลยีจะช่วยดึงดูด และ/หรือ อำนวยความสะดวกให้เยาวชนไทยมาบริจาคโลหิตมากขึ้นได้อย่างไร” โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ‘BLOODATHON Marathon for life’ จากทีม BLOODATHON ซึ่งจะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยเกียรติบัตรและทุนการศึกษา 50,000 บาท นอกจากนี้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จะนำผลงานไปต่อยอดพัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อให้บริการประชาชนในการบริจาคโลหิตต่อไปในอนาคต

มธุวลี สถิตยุทธการ รองประธานบริหารฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย)  จำกัด กล่าวว่า “’โครงการ ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ ภายใต้ความร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคมไทย ตามค่านิยม ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม’ (Giving Back to Society) ของซันโทรี่ โดยในปีนี้ เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของการดำเนินโครงการฯ เราได้ยกระดับกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการบริจาคโลหิตอย่างยั่งยืน และหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ กิจกรรม ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต : Tech for Life Challenge’ การแข่งขันประกวดไอเดียสร้างสรรค์สื่อดิจิทัล ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายความเป็นผู้นำของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความรู้ ความสามารถ และจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านการบริจาคโลหิต พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ทักษะดิจิทัลในการพัฒนาแบบจำลองนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริง ภายใต้โจทย์ ‘เทคโนโลยีจะช่วยดึงดูด และ/หรือ อำนวยความสะดวกให้เยาวชนไทยมาบริจาคโลหิตมากขึ้นได้อย่างไร’ โดยกิจกรรมนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าของประเทศ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ซึ่งส่งผู้แทนเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการพิจารณาผลงาน ร่วมกับบริษัทฯ และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ทั้งนี้  ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จะพิจารณานำผลงานที่ส่งเข้าประกวดไปต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ เพื่อกระตุ้นการบริจาคโลหิตในวงกว้าง และอำนวยความสะดวกด้านการบริจาคโลหิตให้แก่ประชาชนต่อไปในอนาคต”

ภายหลังจากการเปิดรับการส่งผลงานเข้าประกวด ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา โครงการฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากนิสิตนักศึกษากว่า 220 คนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ส่งผลงานไอเดียสุดสร้างสรรค์เข้าประกวด รวมทั้งสิ้น 57 ผลงาน โดยทุกทีมที่ส่งผลงานเข้าประกวดได้มีโอกาสเข้าร่วม Workshop เพื่อรับความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับสถานการณ์การบริจาคโลหิตในประเทศไทย การยกระดับทักษะดิจิทัล และการพัฒนาผลงานดิจิทัลให้ตอบโจทย์ประเด็นทางสังคมโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสภากาชาดไทย ดีป้า และ เนคเทค หลังจากนั้น ผลงานต่าง ๆ จะถูกประเมินด้วยเกณฑ์การตัดสินที่ประกอบด้วย รูปแบบการนำเสนอของทีม การตอบโจทย์ข้อจำกัดด้านการบริจาคโลหิต ความคิดสร้างสรรค์ การใช้งานได้จริงของเทคโนโลยี และความยั่งยืนของโครงการ โดยคณะกรรมการจะทำการประเมิน 2  รอบ เพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 5 ผลงานที่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ หรือ “Final Pitching Day” โดยทีมที่สามารถคว้ารางวัลจากการแข่งขันในเวทีนี้ ได้แก่

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ‘BLOODATHON Marathon for life’ จากทีม BLOODATHON ได้รับรางวัล โล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเกียรติบัตรและทุนการศึกษา 50,000 บาท โดยสมาชิกในทีมประกอบด้วย ธนาวินด์ ดอกตาลยงค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สุมิตรา ศิลาโรจน์ นิสิตชั้นปีที่ 2 และ พิมพ์นารา เกศรา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ผลงาน ‘BLOOD DONATION’ จากทีม Five Flow Pony ได้รับเกียรติบัตรและทุนการศึกษา 30,000 บาท โดยสมาชิกในทีมประกอบด้วย สิดาพร สร้อยสม, สุภิชยา หอยแก้ว และ สุชญา โกวิทยากร นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะเศรษฐศาสตร์ วรัชญา ราญมีชัย และ เกศรินทร์ เลิศวิลัย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี โดยทั้งหมดมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ผลงาน ‘GIVE+’ จากทีม Aquila ได้รับเกียรติบัตรและทุนการศึกษา 20,000 บาท โดยสมาชิกในทีมประกอบด้วย ภัทรหทัย ยศปัญญา ณัฐกมล มาลีหวล นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณัฐชา ปิ่นวัฒนากุล และ ธีธัช ถิรเดชสกุล นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ วรณัฐ วรเศรษฐศักดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สุมิตรา ศิลาโรจน์ นิสิตชั้นปีที่  2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนจากทีม BLOODATHON ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เล่าถึงแนวคิดของผลงานที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “จากโจทย์ที่ต้องนำเสนอไอเดียในการใช้เทคโนโลยีมาช่วยกระตุ้น ดึงดูด รวมถึงอำนวยความสะดวกให้เยาวชนไทยมาบริจาคโลหิตมากขึ้น เพื่อบรรเทา Pain Point เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตของคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนมุมมองหรือการรับรู้ของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อการบริจาคโลหิตจากเรื่องเฉพาะกิจให้กลายเป็นกิจกรรมที่มีความหมายและสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน คือ จุดมุ่งหมายที่เราอยากให้เกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการออกแบบแอปพลิเคชัน ‘BLOODATHON Marathon for life’ โดยนำการ ‘วิ่งมาราธอน’ มาผสานเข้ากับประสบการณ์การบริจาคโลหิต ซึ่งเป็นแกนหลักในการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ในแอปฯ เช่น ฟีเจอร์ Blood Kilometers ระบบสะสมระยะทางจากการบริจาคโลหิตเพื่อปลดล็อกรางวัลต่าง ๆ ทำให้การบริจาคโลหิตมีเป้าหมาย ช่วยเพิ่มแรงจูงใจและดึงดูดให้เยาวชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักมาบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการมาบริจาคโลหิต เช่น ฟีเจอร์ Ready to Run ระบบ Check-list เตรียมความพร้อมเบื้องต้นก่อนบริจาคโลหิต เพื่อให้ผู้ที่ต้องการจะบริจาคโลหิตสามารถประเมินความพร้อมของร่างกายได้ด้วยตนเองก่อนไปบริจาค และแจ้งเตือนให้กลับมาบริจาคอย่างต่อเนื่องทุก ๆ  90 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สภากาชาด ไทยกำหนดไว้ เป็นต้น

การเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้พวกเราได้ก้าวข้ามขีดจำกัด รวมทั้งได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย ทั้งความรู้เรื่อง
การบริจาคโลหิต การออกแบบแอปพลิเคชัน ได้รับฟังถึงแนวคิดที่สร้างสรรค์ของทีมอื่น ๆ ที่เข้าร่วมแข่งขัน ทำให้พวกเรามีแรงผลักดันที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเอง รวมถึงพัฒนาผลงานของทีมให้น่าสนใจยิ่งขึ้นในทุก ๆ รอบการแข่งขัน พวกเราขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่ให้คำแนะนำมาตลอดการแข่งขัน ส่งผลให้ทีมเราประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ นอกจากนี้ ขอขอบคุณโครงการ ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568: Tech for Life Challenge’ ที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ขึ้นมา สุดท้ายอยากชวนเพื่อน ๆ มาร่วมกันบริจาคโลหิต เพราะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอย่างที่คิด เช่นเดียวกับแนวคิดของแอปฯ BLOODATHON ทุกครั้งที่เราบริจาคนั้นเปรียบเสมือนเราได้ก้าวไปข้างหน้า และได้ส่งต่อชีวิตให้กับผู้อื่น”

เปิดแอปฯ ‘PANNANA’ ช่วยคนพิการทางสายตา ให้เข้าโรงหนัง ดูได้แบบไร้อุปสรรค

เปิดแอปฯ ‘PANNANA’ ช่วยคนพิการทางสายตา ให้เข้าโรงหนัง ดูได้แบบไร้อุปสรรค

เปิดแอปฯ ‘PANNANA’ ช่วยคนพิการทางสายตา ให้เข้าโรงหนัง ดูได้แบบไร้อุปสรรค

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.54 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานแถลงข่าวเปิด “โครงการส่งเสริมคนพิการทางการเห็นชมภาพยนตร์ผ่านแอปพลิเคชันพรรณนา (PANNANA)” โดยมี ธเนศพล  ธนบุณยวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ,คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , มูลนิธิด้วยกันเพื่อคนพิการและสังคม , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ผู้แทนองค์กรด้านคนพิการ คนพิการทางการเห็น และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานที่ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

วราวุธ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนภารกิจการส่งเสริมคนพิการให้มีความมั่นคงในชีวิตและสวัสดิการที่เหมาะสม ด้วยการเข้าถึงโอกาสและได้รับการคุ้ม ครองทางสังคม โดยยึดหลักการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในทุกมิติ ภายใต้ 3 แนวคิด คือ 1) การเสริมพลังคนพิการ (Empowerment) เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้คนพิการเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของตนเองในการกำหนดแนวทางการดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ 2) เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human Dignity) ทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ มีอิสระทางความคิด และมีความเท่าเทียม 3) สร้างสังคมที่ปราศจากอุปสรรคต่อคนพิการ (Barrier – Free) เพื่อให้คนพิการสามารถมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างเต็มที่  ทั้งนี้ ปี 2568 กระ ทรวง พม. ยังได้ขับเคลื่อนพันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีความเข้มแข็ง ข้ามพ้นความเปราะบาง สามารถอยู่ร่วมในสังคมอย่างยั่งยืน โดยมีการขับเคลื่อน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1 โครงการ “Top 10” สร้างภาวะผู้นำคนพิการที่สร้างแรงบันดาลใจ 2 โครงการสร้างอาชีพเพิ่มรายได้สำหรับคนพิการ 3 โครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อคนพิการและความพิการ

วราวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับ “โครงการส่งเสริมคนพิการทางการเห็นชมภาพยนตร์ผ่านแอปพลิเคชันพรรณนา (PANNANA)” สามารถช่วยให้คนพิการทางการเห็นในการเข้าถึงสื่อภาพเคลื่อนไหวแบบมีส่วนร่วม (Inclusive) โดยมูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม ได้รับทุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกระทรวง พม. ให้จัดงานชมภาพยนตร์ (เล่นเสียงบรรยายภาพ) ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ (SF Cinema) สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อทดลองใช้งานแอปพลิเคชันพรรณนาผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” อีกทั้งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้ต่อยอดพัฒนาความปลอดภัยของแอปพลิเคชันรองรับการใช้งานของคนพิการ รวมถึงผู้ผลิตภาพ ยนตร์เพื่อเพิ่มทางเลือกและขยายผลการใช้งานแอปพลิเคชันร่วมกับโรงภาพยนตร์ชั้นนำ ด้วยการทดลองใช้ประโยชน์แอปพลิเคชันเพื่อส่งเสริมให้คนพิการที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางร่างกายผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการเข้าถึงภาพยนตร์ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากอุปสรรค สร้างความเสมอภาคให้ทุกคนในสังคมเท่าเทียม ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อย่างไรก็ตามต้องขอแสดงชื่นชมมูล นิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) , บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ที่ได้บรรจุแอป พลิเคชันพรรณนา (PANNANA) ทำให้การรับชมภาพยนตร์และสื่อวีดิทัศน์ต่างๆ ของคนพิการทางการเห็นได้ง่ายขึ้น มีอรรถรสไม่ต่างจากคนที่สามารถเห็นภาพได้ โดยใช้ Smartphone Application ผ่านหูฟังเชื่อมการเล่นเสียงบรรยายภาพของคนพิการทางการเห็น นับเป็นการพัฒนายกระดับมาตรฐานการชมภาพยนตร์ของคนพิการทางการเห็นให้สามารถชมภาพยนตร์ทั้งในประเทศและสากลจาก Blockbuster ได้

3 เด็กไทย สุดเจ๋ง! โชว์ศักยภาพ ‘ผู้นำ’ จัดแข่งปาเป้าเยาวชน ‘Upstart Darts Youth Open 2025’

3 เด็กไทย สุดเจ๋ง! โชว์ศักยภาพ 'ผู้นำ' จัดแข่งปาเป้าเยาวชน 'Upstart Darts Youth Open 2025'

3 เด็กไทย สุดเจ๋ง! โชว์ศักยภาพ ‘ผู้นำ’ จัดแข่งปาเป้าเยาวชน ‘Upstart Darts Youth Open 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.29 น.

เรียกว่า เป็นการประสบความสำเร็จ อย่างงดงามกับการแข่งขันกีฬาปาเป้า เยาวชนนานาชาติ “Upstart Darts Youth Open 2025” เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ปิดฉากการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นอีกเวทีเยาวชนระดับโลกครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ “ความเป็นผู้นำ” ของ 3 เด็กไทย ในฐานะผู้จัดการแข่งขันกีฬาปาเป้าเยาวชน ที่แม้จะเป็นการจัดการแข่งขันครั้งแรก ในสหราชอาณาจักร แต่ก็สามารถดึงเยาวชนนานาชาติเข้าร่วมการแข่งขันเกือบ 100 คน พร้อมกันนี้ 3 เด็กไทยยังเตรียมต่อยอดการแข่งขันกีฬาปาเป้าเยาวชนนานาชาติ ในปี 2026 ด้วยการจัดงานให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ตลอดจน การดึงสปอนเซอร์รายใหญ่ทั้งในประเทศไทย และสหราชอาณาจักร มาเป็นผู้สนับสนุนในรายการแข่งขันในปีหน้า

ลักษณ์มาอร บุญประสพธนโชติ การ์เดี้ยน หรือ ผู้ดูแลนักเรียนไทยในประเทศอังกฤษ เปิดเผยล่าสุด เกี่ยวกับการจัดการแข่งขันกีฬาปาเป้าเยาวชน “Upstart Darts Youth Open 2025” ที่จัดขึ้นภายในสนาม Bet 365 Stadium สโมสรฟุตบอลสโต๊คซิตี้ (Stoke City Football Club) เมืองสโต๊ค-ออน- เทรนท์ มณฑล สเตฟฟอร์ตเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งจัดโดย 3 เยาวชนไทย ว่า การแข่งขันถือได้ว่า ประสบความสำเร็จด้วยดี “สำหรับผู้ชนะเลิศในการแข่งขันปาเป้าเยาวชนครั้งนี้ คือ Harrison Leigh เยาวชนอังกฤษ โดยได้รับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 1500 ปอนด์ (GBP) หรือประมาณ 65,000 บาท ขณะที่รองชนะเลิศตกเป็นของ Oscar Saxton (อังกฤษ) ได้รับเงินรางวัล 750 ปอนด์ (GBP) หรือราว 32,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลสำหรับผู้เข้ารอบรองชนะเลิศด้วย คือ Kyle Gilding (อังกฤษ) และ Jakub Krzysko (โปแลนด์) โดยได้รับเงินรางวัลคนละ 375 ปอนด์ (GBP)หรือราว 16,400 บาท ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีรางวัลชนะเลิศสำหรับเยาวชนอายุต่างๆ กันดังนี้ เยาวชนอายุต่ำกว่า 12 ปี ได้แก่ Bobby Haste (อังกฤษ) เยาวชนอายุต่ำกว่า 14 ปี ได้แก่ Tom Phillips (อังกฤษ) เยาวขนอายุต่ำกว่า 16 ปี ได้แก่  Oscar Saxton (อังกฤษ) และเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้แก่ Jakub Krzysko (โปแลนด์) โดยทั้งหมดได้รับเงินรางวัลคนละ 200 ปอนด์ (GBP) หรือประมาณ 8,700 บาท Jakub Krzysko ยังได้รับรางวัล International โดยได้รับเงินรางวัลอีก 500 ปอนด์ หรือประมาณ 21,750 บาท ถือเป็นการจัดการแข่งขัน ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และยังได้รับการตอบรับการเข้าร่วมการแข่งขันของเยาวชนนานาชาติที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง”

“การจัดการแข่งขันรายการนี้ เป็นฝึมือของเยาวชนไทยทั้ง 3 คน ประกอบด้วย เรย์มอณ์ด-รักษ์ภบุณณ์ ลีส(Ramond-Rakphabhune Leese) อายุ 15 ปี พูม-ภูริต จงจิระวงศา (Poom-Purit Jongjeerawongsa) อายุ 16 ปี และ ตินติน-ทัศน์พล เหนี่ยวพึ่ง (Tin Tin-Tassapon Neawphaung) อายุ 14 ปี ซึ่งการแข่งขันดังกล่าว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Youth for Youth” หรือ เยาวชนเพื่อเยาวชน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับ และชื่นชม จากเยาวชน และ ผู้ปกครองนักเรียน ว่า เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ที่จะมาช่วยยกระดับวงการปาเป้าเยาวชนสู่มาตรฐานระดับโลก” คุณลักษณ์มาอร กล่าวด้วยว่า การจัดการแข่งขันประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี เพราะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี รวมถึงผู้สนับสนุนแบรนด์สินค้าในอังกฤษ และ ประเทศไทย อาทิ Target Darts ผู้สนับสนุนอุปกรณ์ในการแข่งขัน รวมถึง DBS International School Bangkok โดย ผศ.ดร. ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ เครื่องดื่มคาราบาว (Carabao) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Mama , ThaiStoneShop (CDC เอกมัย–รามอินทรา), Olive Garden Thailand – สวนโอลีฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Yaowarat.MCR ร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร และผู้สนับสนุนอื่น ๆ”

ด้าน เรย์มอณด์ -รักษ์ภบุณณ์ ลีส เยาวชนไทย-อังกฤษ ในฐานะผู้จัดการแข่งขันกีฬาปาเป้าครั้งแรกในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เขาภูมิใจ อย่างมากที่สามารถจัดการแข่งขันครั้งนี้ ได้สำเร็จด้วยดี “ผมคิดว่า นี่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า เยาวชนก็สามารถรวมพลังกันเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ขึ้นมาได้ และยังได้เห็นบรรยากาศและผู้เล่นที่สนุกสนาน ทำให้พวกเราได้รับพลังใจอย่างมาก ซึ่งอาจบอกว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่เป็นไปตามคาดหวังเท่านั้น แต่เรียกว่า เกินความคาดหวังไปมาก ตอนแรกเราไม่แน่ใจเลยว่า ผู้คนจะจริงจังกับพวกเราหรือไม่เพราะพวกเรายังเป็นวัยรุ่น แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือเราได้รับการสนับสนุนอย่างมาก และหลายคนให้การตอบรับที่ดีมากสำหรับงานนี้ และบอกว่าพวกเขาสนุกมาก ส่วนการต่อยอด การแข่งขัน ผมและเพื่อน มองว่าจะต้องมีการจัดการแข่งขันอีกแน่นอน เพราะตั้งแต่แรก เราก็ไม่เคยคิดว่า นี่จะเป็นงานครั้งเดียวจบอยู่แล้ว และเรากำลังคิดกันอยู่ว่า จะทำให้ Upstart Darts Youth Open ปีหน้า มีขนาดใหญ่ขึ้นและน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมแน่นอน”

เช่นเดียวกับ พูม-ภูริต จงจิระวงศา ที่แสดงความรู้สึกเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้น “ผมคิดว่าการแข่งขันที่จัดขึ้นนี้ เป็นไปตามความคาดหวังของผม เพราะนอกจากทุกอย่างจะดำเนินงานไปอย่างราบรื่น ผู้เข้าร่วมงาน ยังบอกถึงความพึงพอใจของเขากับการแข่งขันด้วย แม้ผู้เข้าแข่งขันบางคนจะทำได้ไม่ดีอย่างที่คาดหวังไว้ก็ตาม นอกจากนี้ ผมยังภูมิใจกับความพยายามของทุกๆ คน ที่มีส่วนร่วมและทำให้กิจกรรมครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยรวมแล้วผมพอใจอย่างมาก กับการแข่งขันที่พวกเราจัดขึ้นมา ส่วนปีหน้า พวกเราก็มีแผนที่จะจัดงานแข่งแบบเดียวกันนี้อีกแน่นอน รวมถึง อยากจัดการแข่งขันให้ใหญ่กว่าเดิม และมีผู้เข้าร่วมแข่งขันมากขึ้นกว่าปีนี้ ซึ่งผมจะพยายามทำให้การแข่งขันปีหน้าให้ดีที่สุดสำหรับทุกคน”

สำหรับ ติน ติน-ทัศน์พล เหนี่ยวพึ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเยาวชนไทยผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า หลังจากที่จบการแข่งขัน เขารู้สึกภูมิใจอย่างมาก “การจัดการแข่งขันดังกล่าว ถือว่า ประสบความสำเร็จ และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะจำนวนของเยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันอย่างคับคั่ง รวมถึงเรายังได้รับความชื่นชม และชื่นชอบจากกลุ่มผู้ปกครองนักเรียน รวมถึงผู้เข้าร่วมการแข่งขันหลายๆ คน ซึ่งผมและเพื่อนๆ ในทีม ยังเตรียมต่อยอดความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาปาเป้าเยาวชนในปีหน้า โดยจะจัดให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น รวมถึงมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้นด้วย”

กระนั้นก็ตาม คุณลักษณ์มาอร กล่าวเสริมด้วยว่า การจัดการแข่งขันดังกล่าว ถือเป็นการแข่งขันแบบ one day open competition ที่ถูกขนานนามว่า เป็นเวทีเยาวชนดาร์ท(ปาเป้า) ที่ใหญ่และเงินรางวัลสูงที่สุด ซึ่งปิดฉากลงไปได้อย่างสวยงาม โดยมีเยาวชนจากหลายประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน “อาจเรียกได้ว่า ความสำเร็จของเยาวชนไทยทั้ง 3 คน ที่ได้จับมือกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ให้กับวงการดาร์ทเยาวชนระดับโลก ด้วยความมุ่งมั่น และ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึง การแสดงออกถึงความเป็นผู้นำในตัวของเด็กๆ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถในการแข่งขันเท่านั้น”

“ทว่า ยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังของเยาวชน ที่บ่งบอกว่า เยาวชนยังสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมระดับนานาชาติได้จริง รวมถึง ยังสามารถบริหารจัดการในด้านต่างๆ ได้ดี ตลอดจน สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดี และยังใช้ความสามารถของพวกเขา เชื้อเชิญผู้สนับสนุนแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนในรายการนี้ หรือแม้แต่การสร้างเวทีการแข่งขันที่มีมาตรฐานระดับโลก “เราภูมิใจมากที่ได้เห็นเยาวชนไทยก้าวออกมาทำสิ่งยิ่งใหญ่ในต่างประเทศ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ทั่วโลก ได้นำไปสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมต่อไป และที่สำคัญ การปิดฉากการแข่งขันของ Upstart Youth Open 2025 จึงไม่ใช่เพียงการจบงานแข่งขัน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ การยกระดับการแข่งขันในวงการดาร์ทเยาวชน ที่จะได้รับการสืบทอดต่อไปในอนาคตอีกด้วย” คุณลักษณ์มาอร กล่าวทิ้งท้ายพร้อมชวนให้คนไทยเป็นกำลังใจให้กับ 3 เยาวชนไทยกับการเป็นผู้จัดการแข่งขันกีฬาปาเป้าเยาวชนนานาชาติ ครั้งต่อๆ ไปด้วย

-(016)

SDLG จัดพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนและเปิดตัวบริษัทในไทยอย่างเป็นทางการ

SDLG จัดพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนและเปิดตัวบริษัทในไทยอย่างเป็นทางการ

SDLG จัดพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนและเปิดตัวบริษัทในไทยอย่างเป็นทางการ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

SDLG ในฐานะผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้าง และยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด จัดพิธีลงนามสัญญาร่วมทุน พร้อมเปิดตัว  บริษัท เอสดีแอลจี (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอสดีแอลจี ลิสซิ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี  ในวันที่ 5 กันยายน  2568  เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลก่อสร้างในประเทศไทยให้ก้าวหน้าด้วยนวัตกรรมที่ยั่งยืน อีกทั้ง เป็นการค้นหาโอกาสใหม่ๆ เสริมสร้างความร่วมมือและสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน

MAEWKHOO เปิดตัว‘Earth Is Not My Home’ คอลเลคชั่นแฟชั่นผ้าไทยสายดื้อ ที่กล้าคิดต่าง ออกนอกกรอบเดิม

MAEWKHOO เปิดตัว‘Earth Is Not My Home’ คอลเลคชั่นแฟชั่นผ้าไทยสายดื้อ ที่กล้าคิดต่าง ออกนอกกรอบเดิม

MAEWKHOO เปิดตัว‘Earth Is Not My Home’ คอลเลคชั่นแฟชั่นผ้าไทยสายดื้อ ที่กล้าคิดต่าง ออกนอกกรอบเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นับเป็นการเปิดตัวเสื้อผ้าผู้หญิงครั้งแรกของแบรนด์ พร้อมเป้าหมายสำคัญในการฉีกกรอบภาพลักษณ์ดั้งเดิมของ “ผ้าไหมไทย”  ผ่านแนวคิดและข้อสงสัย สภาพแวดล้อมจะเป็นอย่างไร “เมื่อมนุษย์ต้องย้ายถิ่นฐานไปยังดาวดวงอื่น”  พร้อมการตั้งคำถามสำคัญ เราจะนำอะไรติดตัวไปพร้อมกับการเดินทางสู่จักรวาลใหม่ในครั้งนี้? สำหรับ MAEWKHOO คำตอบคือ ความเป็นตัวเอง ศิลปะ และวัฒนธรรม

คอลเลกชัน Earth Is Not My Home ได้นำเสนอทั้งสามคำตอบ ผ่านการเลือกใช้ผ้าไหมไทยที่ผสมผสานเข้ากับโครงชุดแนว Futuristic สะท้อนให้เห็นถึงความเซ็กซี่ตามฉบับของแบรนด์
ไม่ว่าจะเป็นลุคจัดจ้านที่หยิบเอาบอดี้สูทมาจับคู่กับ Sheer Dress ผ้าไหมไทย ไปจนถึงไอเท็มซิกเนเจอร์ Thaiwaiian shirt ลายใหม่ ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรม ในแนวคิดของ MAEWKHOO

คอนเซ็ปต์และงานออกแบบทั้งหมดในคอลเลกชันนี้รังสรรค์โดยทีม MAEWKHOO นำโดย เดนนิส คาร์ลสัน ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และ CEO ของแบรนด์ ผู้ผลักดันแฟชั่นไทยสายดื้อให้ออกนอกกรอบเดิม และแสดงให้เห็นว่าผ้าไทยสามารถ “สุด” และ “ไปได้ไกล” หากอยู่ในมือของคนที่กล้าคิดต่าง

งานเปิดตัวคอลเลกชัน จัดขึ้นที่ร้าน Tahona ชั้น 33 โรงแรม Intercontinental ซึ่งโดดเด่นด้วยงาน interior สุดล้ำ ราวกับอยู่นอกโลก เสริมภาพลักษณ์ของคอลเลกชันให้ทรงพลังยิ่งขึ้น

ตามไปอัพเดทคอบเลคชั่น Earth Is Not My Home  ได้ที่ Instagram: @maewkhooWebsite: www.maewkhoo.com และ Line: @maewkhoo

กรมวิทย์ฯ จัดงาน ‘มหกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สู่ชุมชน ครั้งที่ 2’ ตั้งเป้าคนไทยห่างไกล NCDs ‘กินเป็น ไม่ป่วย สวยหล่อ อายุยืน 100 ปี’

กรมวิทย์ฯ จัดงาน ‘มหกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สู่ชุมชน ครั้งที่ 2’   ตั้งเป้าคนไทยห่างไกล NCDs ‘กินเป็น ไม่ป่วย สวยหล่อ อายุยืน 100 ปี’

กรมวิทย์ฯ จัดงาน ‘มหกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สู่ชุมชน ครั้งที่ 2’ ตั้งเป้าคนไทยห่างไกล NCDs ‘กินเป็น ไม่ป่วย สวยหล่อ อายุยืน 100 ปี’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สู่ชุมชน ครั้งที่ 2” ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยสู่สากล คนไทยห่างไกล NCDs กินเป็นไม่ป่วย สวยหล่ออายุยืน 100 ปี แสดงนิทรรศการและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนด้านอาหาร เครื่องสำอางผสมสมุนไพร ที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมมอบประกาศนียบัตรผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาและผ่านเกณฑ์ผลิตภัณฑ์คุณภาพของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 98 ผลิตภัณฑ์ โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน  นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์พงศธร พอกเพิ่มดี นายแพทย์มณเทียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ ประชาชนร่วมงาน ณ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะเพิ่มศักยภาพ อสม. ในการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกในชุมชน รวมถึงการยกระดับภูมิปัญญาไทยสมุนไพรไทย  เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพ ซึ่งนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับ กิจกรรมหลักในการพัฒนางานวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนทั้ง 2 ด้าน  คือ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค  ผ่าน อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน กว่า 35,000 คน และด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และสมุนไพร เชื่อว่างานครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความรู้สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน หรือ SMEs  ให้สามารถพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และขอขอบคุณกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีความปลอดภัย และดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์เป้าหมายสำคัญที่อยากเห็นคนไทย “กินเป็น ไม่ป่วย สวยหล่อ อายุยืน 100 ปี”

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีภารกิจศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนาความรู้และเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่นำไปใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันการเกิดโรคและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพ รวมถึงพัฒนาคุณภาพและกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP/SMEs โดยใช้ข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ในการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้ได้มาตรฐาน และสร้างโอกาสการต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสากล ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (DMSc Product) รวมทั้งสิ้น 829 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. ประเภท Safety Product รวม 441 ผลิตภัณฑ์ 2. ประเภท Smart Product รวม 309 ผลิตภัณฑ์ 3. ประเภท Sustainable Smart Product รวม 37 ผลิตภัณฑ์ และ 4. ประเภท DMSc Initiative Product รวม 42 ผลิตภัณฑ์

สำหรับการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สู่ชุมชน ครั้งที่ 2 มีการแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้รับ  การพัฒนากับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากห้องปฏิบัติการ จากทุกภาครวมกว่า 100 ร้านค้า ทั้งอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสมุนไพร ภายใต้แนวคิด “กินเป็น ไม่ป่วย สวยหล่อ อายุยืน 100 ปี”รวมทั้งมีการเสวนาให้ความรู้เส้นทางสร้างแบรนด์พัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ ถ่ายทอดประสบการณ์ เทคนิคการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ มีการเสวนา เรื่อง “กินเป็น เลือกได้ ห่างไกล NCDs” ซึ่งจะสอนนับคาร์บ หรือการคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันให้กับผู้ร่วมงานเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องสุขภาพแก่ประชาชน ควบคู่กับการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ