แหวกฟ้าหาฝัน : เที่ยวชม Aegina กรีซ

แหวกฟ้าหาฝัน : เที่ยวชม Aegina  กรีซ

แหวกฟ้าหาฝัน : เที่ยวชม Aegina กรีซ

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนกรีซ ร้อยทั้งร้อยไม่ได้ต้องการเที่ยวแค่เอเธนส์ เป้าหมายใหญ่มักอยู่ตามเกาะต่าง ๆ หากมีเวลาน้อย นักท่องเที่ยวอาจเลือกเกาะใกล้ ๆ กับเอเธนส์ โดยอาจเลือกซื้อทัวร์เพื่อไปเที่ยว 3 เกาะใกล้ ๆ กับเอเธนส์ในคราวเดียว หรือเลือกเที่ยวเกาะเดียวที่เดินทางง่าย อาทิ Aegina เพื่อให้ได้บรรยากาศหรือประสบการณ์การนั่งเรือไปเกาะ แล้วแต่จริตของแต่ละคน ข้อเสียของการเลือก 3 เกาะคือ นักท่องเที่ยวจะเสียเวลากับการขึ้นลงเรือ และได้มีโอกาสเดินเล่นรอบเกาะน้อยมาก เพียงแค่ที่ละ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น แต่หากเลือกเดินทางเพียงแค่เกาะเดียว เกาะที่ควรเลือกคือ Aegina ทั้งนี้เพราะเกาะนี้ใช้เวลาเดินทางจากเอเธนส์ไม่นานมากเพียงชั่วโมงกว่า ๆ แล้วแต่เรือที่นั่งท่องเที่ยวเลือก มีเรือออกแต่เช้าและกลับในเวลาค่อนข้างเย็น นักท่องเที่ยวสามารถที่จะใช้เวลาในเกาะได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเกาะนี้ค่อนข้างเล็ก สถานที่ท่องเที่ยวจึงมิได้มีมากมาย แต่มีทั้งสถาปัตยกรรมเก่าแก่โบราณ ชายหาด ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากระดับหนึ่ง

Aegina เกาะที่ห่างจากเอเธนส์เพียงแค่ 27 กิโลเมตรนี้มีเรือออกจากท่า Piraeus หลายแบบจากหลายบริษัทแทบทุกครึ่งถึง 1 ชั่วโมงโดยเริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้าเรื่อยไป ระยะเวลาเดินทางก็แล้วแต่ความสะดวกของนักท่องเที่ยว ชนิดของเรือโดยมีตั้งแต่ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง 25 นาที ราคาก็แตกต่างกันตามแต่นักท่องเที่ยวจะเลือกว่าจะเดินทางเวลาไหน เรือแบบไหน ชั้นเรือแบบไหนโดยราคาต่ำสุดอยู่ที่ 10 ยูโร การเดินทางไปยังเกาะนี้ก็เหมือนกับการเดินทางด้วยรถไฟในยุโรป เพียงแต่นักท่องเที่ยวต้องเผื่อเวลาค่อนข้างมาก เพราะการเช็คอินขึ้นเรือใช้เวลานานกว่าการเดินทางด้วยรถไฟ และต้องดูว่าเรือที่ซื้อขึ้นที่ประตูไหนของท่า Piraues หากนักท่องเที่ยวซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้ก่อนก็อาจไม่ต้องเผื่อเวลามากนัก แต่หากจะไปซื้อที่ท่าเรือเลยในวันเดินทางซึ่งก็สามารถทำได้อาจยิ่งต้องเผื่อเวลา เพราะไม่เพียงจะต้องหาห้องขายตั๋ว ยังต้องหาประตูที่จะลงด้วย  เนื่องจากการเดินทางเรืออาจไม่สะดวกสบายเท่ารถโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เมาเรือ คำแนะนำของการเดินเรือที่ปลอดภัยก็คือ นั่งเรือที่ลำใหญ่ ๆ ไว้ก่อน และอาจต้องเตรียมยาแก้เมาเรือที่ชื่อว่า Dramamine เผื่อไว้ด้วย  หากนักท่องเที่ยวเมาเรือเสียก่อนจะไปถึง พอลงจากเรือจะมึนงงถึงขั้นอาเจียนเลยไม่ต้องเที่ยวกันพอดี

Aegina หนึ่งในหมู่เกาะ Saronic ในอ่าว Saronic อยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ 27 กิโลเมตร ชื่อของเกาะมาจากชื่อของมารดาของ Aeacus วีรบุรุษในตำนานของกรีซ เกาะนี้มีมาตั้งแต่สมัยยุคทองแดงตอนต้นโดยเป็นถิ่นที่อยู่ของชาว Kolonna ซึ่งมีสถาปัตยกรรมหลงเหลืออยู่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะในปัจจุบัน ที่นี่เป็นถิ่นที่อยู่เรื่อยมาจนถึงยุคทองแดงตอนกลางซึ่งทราบได้จากการขุดพบเซรามิคในช่วงปี 1700-1500 ปีก่อนคริสต์กาลที่ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่ British Museum กรุงลอนดอน เกาะที่มีพื้นที่ 87 ตารางกิโลเมตรนี้มีพื้นที่ของภูเขาไฟระเบิดที่สงบแล้วมากถึง 2/3 พื้นที่ส่วนหนึ่งของเกาะมีความอุดมสมบูรณ์สามารถเพาะปลูกพืชได้หลายชนิด อาทิ ฝ้าย มะกอก องุ่น มะเดื่อ แต่พืชที่มีชื่อเสียงที่สุดและเป็นพืชเศรษฐกิจของเกาะคือ ถั่วพิทาชิโอ

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะนี้อาจเลือกทำกิจกรรมได้หลากหลายขึ้นอยู่กับเวลาและจริต นักท่องเที่ยวที่พอมีเวลาอาจเลือกไปถึง Temple of Aphaia การเดินทางไป Temple นี้ด้วยรถสาธารณะค่อนข้างใช้เวลาและต้องรอเป็นรอบ หากนักท่องเที่ยวไม่มีเวลา อาจเลือกทำแค่เข้าโบสถ์ Saint Nicholas the Thalassinos ริมท่าเรือ แล้วเดินเล่นในเมืองตามตรอกซอกซอยเพื่อชมร้านค้าที่ขายของพื้นเมือง และถั่วพิทาชิโออันเลื่องชื่อ ก่อนเดินไปทางทิศตะวันตกเพื่อเยือน Klima Beach แล้วย้อนกลับมากินอาหารพื้นเมืองหรืออาหารทะเลหน้าเกาะก่อนเดินทางกลับ

DMT ส่งต่อความห่วงใย ส่งของให้แก่เหล่าทหารชายแดนไทย

DMT ส่งต่อความห่วงใย ส่งของให้แก่เหล่าทหารชายแดนไทย

DMT ส่งต่อความห่วงใย ส่งของให้แก่เหล่าทหารชายแดนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พลาดิสัย ใจทัศน์กุล  ผจก.แผนกสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง  หรือ DMT เป็นตัวแทนบริษัทส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ อาทิ น้ำดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคและหน้ากากกันกลิ่นให้กับทหารที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังทหาร พร้อมทั้งส่งกำลังใจในฐานะพลังภาคีจากภาคเอกชนที่พร้อมยืนเคียงข้างและร่วมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ โดยมี พล.ร.ต. ปิยะศักดิ์ นิลนิมิตร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร เป็นตัวแทนรับ ณ สำนักงานจเรทหาร กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

คุณแหน : 24 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 24 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 24 สิงหาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงหกล้มขณะพระดำเนินในตำหนักอรุณ   มีพระโลหิตออก  บุรุษพยาบาลประจำพระองค์ได้ถวายการห้ามพระโลหิต  ทรงพักรักษาพระองค์ที่รพ.ศิริราช  ชั้น6  ห้อง602  ตึก 84ปี จนถึงวันที่ 19 สค. ที่ผ่านพระองค์มีรับสั่งทรงอนุโมทนาในความห่วงใยที่สาธุชนมีต่อพระองค์  และโปรดประทานพรสนองไมตรีจิตร แก่ทุกท่าน ……
  • ขอให้  เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงหายจาก พระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต โดยไว ประชาชนคนไทยร่วมส่งใจ แก่พระองค์ท่าน  ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด …… 
  • พล.อ.พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล แถลงข่าวชี้แจง กรณีกัมพูชาปล่อยข่าวบิดเบือนว่าไทย ใช้อาวุธเคมีในสถานะการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา    ในฐานะที่ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี ชีวะ รังสี และนิวเคลียร์  ให้ชาวโลกได้รับรู้ …..
  • เมื่อรัฐบาลไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน กองทัพ ก็กำหนดยุทธศาสตร์สวนทางกับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กับรักษาการนายกฯ ภูมิธรรม   เวชยชัย ก็แทบจะไม่มีความหมายในการบริหารชาติ บ้านเมือง  รัฐบาลจึงเหมือนเป็ดง่อย  เอาแต่ดิ้นรนไปให้ตำเองรอด  ใช่ไหมคะ??? …… 
  • ที่สุดศาลอาญายกฟ้องคดีหมิ่นประมาทของ ทักษิณ ชินวัตร เนื่องด้วยเพราะไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นต้นฉบับของคลิปวีดีโอ  ไม่สามารถสืบหาบุคคลที่นำคลิปมาลงเผยแพร่ในคอมพิวเตอร์  ….. 
  • ส่วนคดีของ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร  ชินวัตร  ศาลรัฐธรรมนูญ ไต่สวนนายกฯ และเลขา สมช. คดีคลิปเสียงฮุนเซ็น  ยื่นคำแถลงปิดคดี เป็น 25 สค.นี้ ….
  • ส่วน นายสมชาย แสวงการ   อดีต สว. แนะนำ “ท่านก็โชคดี ถ้าท่านลาออกก่อน ศาลก็จะจำหน่ายคดี ท่านก็จะปลอดภัย  ถ้าท่านไม่ลาออกในวันเกิด ยังมีเวลาอีก 7 วัน ก่อนถึง 29 สค.  มีเวลาตัดสินใจ แต่แนะนำในฐานะคนมาศาลรัฐธรรมนูญ  ทั้งผู้ร้อง  ผู้ถูกร้อง  และผู้แก้ต่าง  เชื่อว่าศาลท่านให้ความยุติธรรมแน่ เพราะฉะนั้นถ้าแพทองธารเชื่อมั่นในข้อมูลก็อยู่ต่อ  รอศาลวินิจฉัย  แต่ผมเชื่อว่าจะออกมาแบบคดีนายกฯ ที่ผ่านมา ”  …..
  • ปาท่องโก๋  เขียนถามคุณอัตถ์  พรรคประชาชน หาเสียงกับคนรุ่นใหม่ว่า ทหารมีไว้ทำไม วันนี้เขมรแสดงเห็นแล้วว่าทหารมีไว้ทำไม นางยกแพ  ประกาศตัวเป็นพวกเดียวกับฮุนเซ็น  ต้องการอะไรให้บอก   นี่หรือพรรคการเมืองที่อาสามาพัฒนาชาติ   วันนี้ยังลอยหน้าลอยตา  รอโอกาสทำลายชาติอีก  ก็ต้องย้อนกลับมาถามคนไทย ว่า ทำไมยังเลือก 2 พรรค นี้ ?? ( น่าจะมีพรรคในอุดมการณ์ มาแทน ใช่ไหมคะ ? ) …… 
  • เมื่อพระอลงกต ลาออกจากเจ้าอาวาส วัดพระบาทน้ำพุ มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายให้ชาวพุทธได้รับทราบ  ชวนตกตะลึง ….. 
  • หวังว่า ผอ.พศ. คนใหม่  อุดมพร  เอกเอี่ยม   มาแทน อินทรพร จั่นเอี่ยม  ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568  หวังว่าองค์กรพุทธศาสนาในไทย คงจะดีขึ้น  สงบ ขึ้น ??? …… 

 น้องนิ่ง…นิ่ง…..    

DECO ยกทัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 8 รุ่น อวดโฉมในงาน ‘Big Motor Sale 2025’

DECO ยกทัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 8 รุ่น อวดโฉมในงาน 'Big Motor Sale 2025'

DECO ยกทัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 8 รุ่น อวดโฉมในงาน ‘Big Motor Sale 2025’

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.49 น.

เดโก้ ยกทัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 8 รุ่น โชว์ในงาน Big Motor Sale 2025 โปรโมชั่นพิเศษ ดาวน์น้อย ผ่อนสบาย ของแถมเพียบแบรนด์ไทย มั่นใจคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

เดโก้ (DECO) แบรนด์ไทยผู้ผลิตและจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศ ยกทัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 8 รุ่น เข้าร่วมงาน Big Motor Sale 2025 ระหว่างวันที่ 22–31 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา มาพร้อมสิทธิประโยชน์จากโครงการรัฐฯ EV 3.0 ส่วนลดทันที 18,000 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ ดาวน์น้อย ผ่อนสบาย พร้อมของแถมมากมาย

8 รุ่นยอดนิยมที่นำมาโชว์ ได้แก่ HANNAH, SOFIA, LUCIANO, SUSU, SUPER ACE, DOUBLE ACE, G-FIVE และ TAITAN โดยมี HANNAH และ SUPER ACE เป็นรุ่นเรือธงที่ได้รับความนิยมสูงสุด เดโก้ตั้งเป้าทำยอดขายภายในงานไม่ต่ำกว่า 500 คัน

นายกฤตเมธ ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า เดโก้ คือ แบรนด์ไทยแท้ ที่สร้างขึ้นเพื่อคนไทยและตลาดไทยโดยเฉพาะ เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยเรียนที่ต้องการความคล่องตัว คนทำงานที่เน้นความสะดวกสบาย ไปจนถึงผู้ประกอบการที่ต้องการความคุ้มค่าและการใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยแต่ละรุ่นได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

สิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยและคุณภาพ เดโก้ลงทุนในโรงงานผลิตครบวงจร ทั้งแบตเตอรี่ โครงสร้าง และตัวรถ รองรับการผลิตได้ถึง 200,000 คันต่อปี โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ผ่านการพัฒนาให้มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ทนทาน และใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ทุกคน

ปีนี้ โรงงานแห่งใหม่ของเดโก้ ที่ย้ายฐานการผลิตมา ได้ดำเนินงานครบรอบ 2 ปีเต็ม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมั่นคงและความพร้อมของเรา ในการรองรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่อีกกว่า 5 รุ่น ในไตรมาส 4 และยกระดับรุ่นปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ และการเชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัล

นอกจากสินค้าแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับ บริการหลังการขาย โดยขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และศูนย์บริการไปยังทุกจังหวัด เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวกและมั่นใจ รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันการเงินในการสนับสนุนสินเชื่อ ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น

และในวันนี้ ผมอยากเชิญชวนให้ผู้บริโภคหันมาลองใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพราะนอกจากจะช่วย ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับรถใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม    การเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าคือก้าวเล็ก ๆ ของผู้ใช้ แต่เป็นก้าวใหญ่ของสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

ติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก DECO เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.decogreenenergy.com และ Facebook Fanpage “Deco มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” https://www.facebook.com/decoev.official/ หรือ Line: @decogreenenergy

-(016)

88TH มอบทุนการศึกษา พร้อมเปิดห้องเรียน ‘CP ALL Academy’ เพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้

88TH มอบทุนการศึกษา พร้อมเปิดห้องเรียน ‘CP ALL Academy’ เพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้

88TH มอบทุนการศึกษา พร้อมเปิดห้องเรียน ‘CP ALL Academy’ เพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.44 น.

“ไลโอ (LYO)” ภายใต้การบริหารของ “นพรัตน์ มาลัยวงค์” ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เจ้าของแบรนด์ ไลโอ (LYO) พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางไปยังสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เพื่อมอบทุนการศึกษาเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท แก่นักศึกษากองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้

นอกจากการสนับสนุนทุนการศึกษาแล้ว บริษัทฯ ยังได้มอบและเปิดใช้งาน ห้องเรียน CP ALL Academy อย่างเป็นทางการ โดยมี ณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด รักษาการรองอธิการบดีอาวุโส สายบริหาร เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารทั้งสองฝ่าย

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ อาคาร CP ALL Academy ชั้น 5 สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาอย่างยั่งยืน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม

-(016)

สสว. ชูธง ‘ทางลัดอัจฉริยะ’ 7 Key ลัด 7 Service ในงาน DSME Conference Thailand 2025

สสว. ชูธง ‘ทางลัดอัจฉริยะ’ 7 Key ลัด 7 Service ในงาน DSME Conference Thailand 2025

สสว. ชูธง ‘ทางลัดอัจฉริยะ’ 7 Key ลัด 7 Service ในงาน DSME Conference Thailand 2025

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.28 น.

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยโครงการ SME ONE ID เดินหน้านำ “ทางลัดอัจฉริยะ” 7 Key ลัด 7 Service เสริมแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยในงาน “DSME Conference Thailand 2025” ภายใต้แนวคิด “SMEs Short Cut – 7 Key ลัด ฉบับคนทำธุรกิจ” เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ พร้อมผลักดันการเข้าถึงบริการสำคัญ 7 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งความรู้ การจับคู่ธุรกิจ เงินทุน การเรียนรู้ การตลาด ที่ปรึกษา ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและเทคโนโลยี AI อย่างครบวงจร โดยงานจัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ

นายวรพจน์ ประสานพานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสหากิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) เปิดเผยว่า การจัดงาน DSME Conference Thailand 2025 มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ได้ปรับตัวและเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคเทคโนโลยี ทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่บริการ 7 Key ลัดของโครงการ SME ONE ID ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบสนับสนุนจากภาครัฐแบบครบวงจร โดยการเสริมศักยภาพผ่านเทคโนโลยี AI จะทำให้บริการทั้ง 7 ด้านกลายเป็น “ทางลัดอัจฉริยะ” ที่สามารถเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับ SME ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียน SME ONE ID จะสามารถเข้าถึงบริการ 7 Key ลัดได้ฟรี โดยประกอบด้วย 

Key ลัดที่ 1: SME ONE ID = Key ลัด ปลดล็อคให้ธุรกิจ เป็นทางเข้าแรกที่ทำให้ท่านเข้าถึงทุกบริการของ สสว.ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ สมัครครั้งเดียว ใช้ได้กับทุกระบบของ สสว.

Key ลัดที่ 2: SME CONNEXT = Key ลัด สิทธิประโยชน์ SME CONNEXT แอปพลิเคชันที่รวมสิทธิประโยชน์ ส่วนลด โปรโมชั่น โครงการอบรม งานแสดงสินค้า ให้ SME ได้ใช้สิทธิ์ทันที เพื่อประหยัดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายในธุรกิจของผู้ประกอบการ

Key ลัดที่ 3: SME ONE = Key ลัด หลอดความรู้ธุรกิจ คือคลังความรู้ บทความ คลิปวิดีโอ Workshop ฟรี ที่ช่วย SME อัพเดทแนวโน้มตลาด กลยุทธ์ธุรกิจ การตลาด และการจัดการสมัยใหม่

Key ลัดที่ 4: Thai SME GP = Key ลัด หาคู่(ค้า) คือ Platform Marketplace จับคู่ธุรกิจ ให้ SME ได้เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและเอกชน ช่วยให้ธุรกิจของท่านขยายตลาดได้อย่างมีคุณภาพ

Key ลัดที่ 5: SME Academy 365 = Key ลัด เรียนได้ไม่จำกัด เป็นระบบเรียนออนไลน์สำหรับ SME เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา มีทั้งการตลาด การเงิน กลยุทธ์ แผนธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์

Key ลัดที่ 6: BDS Market = Key ลัด เพิ่มเงิน (สูตรปั๊มเงิน) ระบบสนับสนุนเงินทุนและเงินอุดหนุนสำหรับ SME ที่พร้อมช่วยเหลือให้ท่านเข้าถึงทุนได้ง่ายขึ้น เพื่อใช้ในการพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการ

Key ลัดที่ 7: SME Coach = Key ลัด ใส่เกราะ (ให้ธุรกิจ) คือโครงการที่ปรึกษาธุรกิจโดยมืออาชีพจาก สสว. พร้อมให้คำแนะนำแบบตัวต่อตัว ทั้งด้านบัญชี การเงิน กลยุทธ์ การตลาด เพื่อให้ SME แข็งแรง

ภายในงานยังมีกิจกรรมเสวนาและการแบ่งปันประสบการณ์จากนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศ อาทิ คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี หรือ “TorPenguin” นักสร้างแบรนด์ร้านอาหารชื่อดัง, ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, คุณกฤษฎิ์กุล ชุมแก้ว เจ้าของแบรนด์ After Yum และคุณเพชร อารยะการ จากบริษัท Bluebik Group PLC พร้อมแขกรับเชิญอีกมากมายที่จะมาร่วมถ่ายทอดแนวคิด กลยุทธ์ และมุมมองใหม่ในการทำธุรกิจให้ผู้ประกอบการยุคใหม่ได้นำไปต่อยอด

“เรามุ่งหวังให้การจัดงานครั้งนี้เป็นมากกว่ากิจกรรมหรือเวทีความรู้ แต่เป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตอย่างมั่นคง มีเครื่องมือที่ทันสมัย และเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไกล เพราะบริการจาก สสว. สามารถเข้าถึงได้เพียงปลายนิ้ว” นายวรพจน์ กล่าวทิ้งท้าย            

-(016)

30 ปี ‘12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2025’ วิ่งเพื่อแม่ อบอุ่นหัวใจ สร้างสุขภาพดีทั่วกรุง

30 ปี  ‘12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2025’ วิ่งเพื่อแม่ อบอุ่นหัวใจ สร้างสุขภาพดีทั่วกรุง

30 ปี ‘12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2025’ วิ่งเพื่อแม่ อบอุ่นหัวใจ สร้างสุขภาพดีทั่วกรุง

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ท้องฟ้ายามเช้าของกรุงเทพฯ ในวันแม่แห่งชาติปีนี้ ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของเสื้อวิ่ง เสียงเชียร์ และรอยยิ้มของนักวิ่งทั้งไทยเทศกว่า 7,000 คน ที่มารวมตัวกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ในงาน “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2025” ครั้งที่ 30 งานวิ่งเพื่อแม่ ที่จัดต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการรวมพลังเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ตลอด 3 ทศวรรษ งานวิ่งเพื่อแม่นี้ไม่เพียงแต่เป็นสนามวิ่งที่ท้าทาย แต่ยังเป็นเวทีแห่งการแสดงความรักความผูกพันในครอบครัว โดยใช้โอกาสพิเศษของวันแม่ ในการทำกิจกรรม “วิ่งเพื่อแม่” ร่วมกัน ในครอบครัว ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นในครอบครัว ตลอดจนส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่คนกรุง โดยรายได้ หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด มอบให้ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ (เพื่อมะเร็งเต้านม) และ สภากาชาดไทยในทุก ๆ ปี

บรรยากาศงานวิ่งเริ่มด้วยพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามด้วยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ และปล่อยตัววิ่งในระยะต่า ๆ ทั้งหมด 4 ระยะ ได้แก่ ระยะ 21.1 กม., 10 กม., 6 กม. และสำหรับระยะ 1.8 กม. มีศิลปินจาก GMMTV ได้ร่วมเดิน-วิ่งการกุศล โดยในทุกๆ รอบของการวิ่ง ผู้จัดงานจะบริจาค 10,000 บาท ให้แก่ “ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ” สภากาชาดไทย

แต่สิ่งพิเศษที่มากกว่าการวิ่งคือทุกคนที่เข้าเส้นชัยได้รับเหรียญที่ระลึกออกแบบเฉพาะปี 2025 เป็นรูปพวงมาลัยดอกมะลิ และดอกมะลิสด  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความกตัญญูต่อแม่ สำหรับนักวิ่งที่ทำเวลาสุดยอดในแต่ละรุ่นยังได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุด และพิเศษในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปี ทางคณะผู้จัดงานยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมในสถานที่จริงวิ่งผ่าน Virtual Run สะสมระยะจากที่ใดก็ได้ และบริการถ่ายภาพอัตโนมัติ Fotobots X Fast Upload ที่ใช้เทคโนโลยี AI อัปโหลด  ภาพทันที  ทำให้ทุกความประทับใจถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

สุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่พิเศษ อย่างมากที่เราได้ฉลองครบรอบ 30 ปี ของงาน 12 สิงหา ฮาล์ฟมาราธอน กรุงเทพฯ หรือ ‘Run For Mom’  ซึ่งถือเป็นงานวิ่งเพื่อแม่ที่จัดต่อเนื่องและยาวนานที่สุดในประเทศไทย เราจึงตั้งใจมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้เข้าร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้ง Mom Run Club การเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้วิ่งผ่าน Virtual Run รวมถึงการนำระบบ AI มาใช้ในการถ่ายภาพให้นักวิ่งทันที ปีนี้เรามีนักวิ่งกว่า 7,000 คน ซึ่งเกินความคาดหมายอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของผู้คนที่มีต่องานนี้ สำหรับผม ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้วัดแค่ตัวเลขนักวิ่ง แต่คือการได้เห็นคนทุกเพศทุกวัยมาร่วมวิ่ง สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความอบอุ่นอย่างแท้จริง ทำให้งานนี้ไม่เพียงเป็นงานวิ่งในตำนาน แต่ยังเป็นเวทีรวมพลังรักในครอบครัวที่นักวิ่งมืออาชีพ มือใหม่ เซเลป และคนดัง ต่างตั้งตารอคอย และไม่พลาดทุกปี”

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “งานวิ่งเพื่อแม่ถือเป็นงานวิ่งประจำปีที่นักวิ่งต้องมาทุกปี และถือเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ท่านทรงพระราชกรณียกิจมาอย่างยาวนาน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะทำให้ได้มาออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี และเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ กทม. ที่พยายามจัดพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพให้ดีที่สุด และมีกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ เพื่อให้คนได้มีกิจกรรมร่วมกัน”

พบกันอีกครั้งปีหน้ากับ “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2026” ครั้งที่ 31  ในบรรยากาศแห่งความรักและความอบอุ่นเช่นเคย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สธ.จัดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Service Plan Sharing’ ยกระดับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอัจฉริยะ เพื่อการดูแลสุขภาพองค์รวม

สธ.จัดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Service Plan Sharing’ ยกระดับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอัจฉริยะ เพื่อการดูแลสุขภาพองค์รวม

สธ.จัดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Service Plan Sharing’ ยกระดับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอัจฉริยะ เพื่อการดูแลสุขภาพองค์รวม

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Service Plan Sharing ครั้งที่ 11 ภายใต้แนวคิด “ยกระดับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอัจฉริยะ เพื่อการดูแลสุขภาพองค์รวม” หรือ Advancing Smart Service Plan for the Next Generation of Holistic Healthcare”ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายการพัฒนาระบบบริหารจัดการในรูปแบบ “เขตสุขภาพ” และ “ระบบบริการสุขภาพ (Service Plan)” เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพที่สำคัญ และเพิ่มการเข้าถึงบริการของประชาชน ครอบคลุม 26 สาขา โดยมีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ ระดับเขตสุขภาพ และระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนา “Service Plan Sharing” ครั้งที่ 11 พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “กระบวนทัศน์ใหม่ของระบบสาธารณสุขในทศวรรษถัดไป” ภายใต้แนวคิด ยกระดับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอัจฉริยะ เพื่อการดูแลสุขภาพองค์รวม “Advancing Smart Service Plan for the Next Generation of Holistic Healthcare” การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,500 คน ประกอบด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและภูมิภาค วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่าย มหาวิทยาลัย ราชวิทยาลัย สมาคมวิชาชีพ และบุคลากรสาธารณสุขจากทั่วประเทศ โดยมีการนำเสนอผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมจากทุกสาขา รวมถึงการมอบรางวัลผลงานวิชาการและนวัตกรรมดีเด่น จำนวน 51 รางวัล  และรางวัลต้นแบบการยกระดับบริการสุขภาพของหน่วยบริการในรูปแบบ SAP “SAP AWARD” ครอบคลุมทั้ง 6 ระดับ ได้แก่ ระดับ Premium Plus , Premium ,  Academy Plus ,  Academy, Standard Plus และ Standard โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ หน่วยบริการต้นแบบที่มีการดำเนินการตามรูปแบบ SAP โดดเด่น ระดับละ 3 รางวัล รวม 18 รางวัล

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นโยบาย Service Plan มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระบบบริการทุกระดับอย่างครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราป่วย อัตราตาย ลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย และสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุขไทยให้มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมี 25 สาขา และในปีนี้ได้เพิ่มอีก 1 สาขา คือสาขาวิสัญญี นอกจากนี้ยังได้เน้นแนวทางการยกระดับบริการสุขภาพให้ทันสมัยและยั่งยืน ผ่านการสร้างระบบสุขภาพเชิงรุก เพิ่มการเข้าถึงบริการแบบมีส่วนร่วม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพ และพลิกโฉมระบบสาธารณสุขให้ตอบสนองประชาชนได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ โดยใช้หลักการ “ท ท ท – ทำทันที ทำต่อเนื่อง ทำและพัฒนา”                                                                                        

การสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญ ที่ผู้บริหารและบุคลากรสาธารณสุขทุกสาขาวิชาชีพ ได้มาร่วมกันกำหนดทิศทาง วางแผนบูรณาการการให้บริการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความสำเร็จจากแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามบริบทของแต่ละเขตสุขภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนต่อไป

คุณแหน : 23 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 23 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 23 สิงหาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ จัดกิจกรรม Health Fair ระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. ที่ชั้น2 ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยในวันที่ 23 ส.ค. ครูต้อย-อุมาพร บัวพึ่ง จะมาร่วมให้ความรู้ในเรื่องดนตรีบำบัด “เพลงวัยเก๋า” เวลา 15.00-17.00น. เชิญลูกศิษย์ลูกหามากันให้ครบ…
  • ชาววัฒนาวิทยาลัยร่วมรำลึกถึง ต้นสกุล “เศวตศิลา” ผู้วางรากฐานการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านราชการและวิชาการ มาตั้งแต่รัชกาลที่ 5…
  • ขอแสดงความยินดีกับคู่สมรสที่ครองรักยืนนานอยู่ยั้งยืนยง เห็นตัวเลขแล้วต้องยกนิ้วโป้งให้ ได้แก่ ครบรอบงานสมรส ดร.อาทิตย์ – บุญนำ อุไรรัตน์ ที่ครองคู่กันมา 59 ปี…อีกคู่ โชคดี – จำนง ศรัณย์พิพัฒน์ ร่วมชีวิตกันมา 46 ปีแล้ว…ชีวิตน่านิยมแท้เทียว…
  • แม้วัยล่วง70 ตอนปลายแต่ ศิริพงษ์ ทิณรัตน์ ยังขยันขันแข็งในหน้าที่ที่ โรงเรียนอนุบาลมณียา ท่าอิฐ นนทบุรี จนทุกวันนี้…เชื่อแล้วว่าขยันจริง…
  • มิวสิคัล อมตะ ”Phantom of The Opera” หลายคนจองบัตรล่วงหน้ามานาน เพิ่งได้ชมกัน อาทิ มธุรส โอสถานนท์ ,รัตนาภรณ์ เกษมอมรลักษณ์ จับคู่เพื่อนเลิฟ ดวงพร ศรีตุลานนท์ ส่วน เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ ไปกับเพื่อนๆราชินี จัดที่เมืองไทยรัชดาลัย…
  • ช่วงนี้ เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ มีทริปที่รัสเซีย มีเพื่อนรักราชินี 62 อดีต ออท.สเปน อัจฉรา เสรีบุตร พร้อมเพื่อนๆจากกระทรวงการต่างประเทศร่วมทริปสนุกสนาน…
  • ดำเนินชีวิตเป็นคนน่ารักเสมอต้นเสมอปลายกับทุกๆคน ทำให้ได้รับการชื่นชมอยู่เสมอ เธอคือ บุญลาภ ภูสุวรรณ แม้ว่าทุกเย็นจะต้องทำน้ำเต้าหู้ทานเอง แต่มากด้วยนำ้ใจ เนื่องจากมี ส.ว.วัย 80up อยู่แถวบ้าน เลยทำเผื่อเพื่อนบ้านด้วย ดังนั้น หากมีนัดช่วงเย็น เธอจะตอบรับด้วยความยินดีไปร่วมทุกงาน แต่มีข้อแม้ขอไปเลทหน่อยเท่านั้น…ช่างน่ารักและน้ำใจงามโดยแท้…
  • เพื่อนร่วมรุ่นสุทธิวราราม ที่อยู่หาดใหญ่ ทราบว่า อดีตผู้ว่าฯ ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย และ อดีตผู้ว่าฯ วันชัย สุทิน จะเดินทางไปนราธิวาส เพื่อร่วม เวิร์คชอป โครงการพระราชดำริ 21-23 สค.นี้ แม้อยากพบเจอตัวเป็นๆ แต่ด้วยเหตุที่ว่า เพื่อนทั้งสองมีภารกิจรออยู่อีกที่ กทม. และต้องเดินทางจากนราธิวาส 3 ชั่วโมง เพื่อมาขึ้นเครื่อง จึงนัดเพื่อนๆเจ้าถิ่นมาพบกัน ที่สนามบินหาดใหญ่ แทนนัดกันตามร้านอาหารทั่วไป…ไว้วันหน้าฟ้าใหม่ โอกาสอำนวยค่อยพบกัน…
  • ชื่นชมมากๆกับ ”มาดามรถถัง” นพรัตน์ กุลหิรัญ ผู้บริหารบริษัทไทยเสรีฯ จัดผลิตรถเกราะสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก มอบให้แก่กองทัพบกใช้ในราชการชายแดน พร้อมจัดช่างไปประจำ คอยแก้ไข หากรถที่มอบไป ขัดข้อง…มาดามรถถัง สมญานามที่ได้รับบอกว่า เราเป็นคนไทย รักชาติไทย ช่วยอะไรชาติได้ต้องช่วยกันๆไป…นี่แหละผู้ที่รักชาติอย่างจริงใจ…
  • ข่าวจริงที่น่าขนลุก…จากเพจสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมแจ้งข่าวว่า ชุดลาดตระเวนพบกับดักหลุมพรางเสียบไม้แหลม ริมชายแดนไทย-กัมพูชา ชุดลาดตระเวนของกองกำลังทหารไทยที่ออกปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบบริเวณแนวชายแดน ได้ตรวจพบ “กับดักไม้พันจี” ซึ่งเป็นอาวุธดัดแปลงจากยุทธวิธีในสมัยสงครามเวียดนาม ลักษณะของกับดักดังกล่าวเป็น “หลุมพรางลึก” ภายในปักทิ่มด้วยไม้ไผ่เหลาปลายแหลมชุบสารป้องกันการเน่า หรือบางส่วนอาจชุบยาพิษ เมื่อมีผู้เหยียบหรือพลัดตกลงไป ปลายแหลมจะพุ่งเสียบร่างกาย สร้างบาดแผลรุนแรงทันที อาจถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้…โลกแห่งสงคราม ทำให้มนุษย์เพิกเฉยจากการเป็นสัตว์ประเสริฐ คิด – ทำสิ่งที่โหดร้ายต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ถึงเพียงนี้ !!…

บารอนเนส

วุฒิสภา จับมือภาคีเครือข่าย จัดเวิร์คช้อป ‘พลังแห่งศิลป์’ สร้างโมเดลขับเคลื่อนศักยภาพเยาวชนและผู้ด้อยโอกาสผ่านงานศิลป์

วุฒิสภา จับมือภาคีเครือข่าย จัดเวิร์คช้อป ‘พลังแห่งศิลป์’ สร้างโมเดลขับเคลื่อนศักยภาพเยาวชนและผู้ด้อยโอกาสผ่านงานศิลป์

วุฒิสภา จับมือภาคีเครือข่าย จัดเวิร์คช้อป ‘พลังแห่งศิลป์’ สร้างโมเดลขับเคลื่อนศักยภาพเยาวชนและผู้ด้อยโอกาสผ่านงานศิลป์

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศิลปะสร้างโลก! วุฒิสภา จับมือภาคีเครือข่าย เปิดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลังแห่งศิลป์” สร้างโมเดลขับเคลื่อนศักยภาพเยาวชนและผู้ด้อยโอกาสผ่านการเรียนรู้ศิลปะเชิงสร้างสรรค์

ท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบันที่รายล้อมด้วยความไม่แน่นอน แม้อาจสร้างความกังวลและความหนักใจให้แก่ผู้คน ยังมีสิ่งหนึ่งที่คอยเป็นแสงสว่าง โอบอุ้มหัวใจด้วยความสุข และมอบพลังแห่งความบันเทิงใจ นั่นคือ “ศิลปะ” เพราะศิลปะไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสรรค์ที่งดงาม แต่ยังเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจ สะท้อนอารมณ์ความรู้สึก และมอบมุมมองที่หลากหลายให้แก่ชีวิต ทั้งเสียงดนตรี งานเขียน ภาพวาด หรือการแสดงที่ล้วนสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงจุดประกายสิ่งใหม่ ๆ ให้แก่ผู้คนอย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะอายุ เพศ เชื้อชาติ หรือแม้แต่ผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย ศิลปะยังคงเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้เสมอ

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์

เช่นเดียวกับโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลังแห่งศิลป์” (The Power of Art) กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้เกิดความสามารถหลากหลายมิติด้วยทักษะด้านศิลปะ อันเป็นการสร้างรากฐานสำคัญในการพัฒนาจิตใจ และสามารถพัฒนาไปสู่การยกระดับด้านอาชีพได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของคนพิการและผู้ด้อยโอกาสแต่ละบุคคลได้อย่างหลากหลายและยั่งยืน โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือของคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม และคณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All)

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) กล่าวว่า มูลนิธิฯ ดำเนินงานมา 30 ปี หรือ 3 ทศวรรษ ในการพัฒนาผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสแบบองค์รวม โดยมีแนวคิดให้คนตาบอดเป็นปาก คนหูหนวกเป็นตา ผู้ขาดแขนขาแต่มีสติปัญญาเป็นสมอง และคนปัญญาอ่อนที่ร่างกายสมบูรณ์เป็นแรงกาย ผ่านการประสานงานโดยคนไม่พิการที่มีจิตใจงดงาม โดยเชื่อว่า 5 คนรวมกันเป็น 1 อัจฉริยะ ทั้งนี้ ศ.ดร.ชาญณรงค์ ยังเน้นย้ำว่า การเรียนรู้ศิลปะจะทำให้เกิดความเอื้ออาทร ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจมนุษย์มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาตนเองและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สำหรับโครงการดังกล่าวมีการจัดกิจกรรม ณ สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา และนิทรรศการด้านศิลปะ รวมถึงจัดค่ายศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ ณ มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ และนางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ รวมถึงมีเยาวชนเข้าร่วม 160 คน ตลอดจนอาสาสมัคร ครูอาจารย์ ผู้ปกครองและชาวอาเซียน เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ ค่ายศิลปะดังกล่าวมีทั้งหมด 13 ฐานกิจกรรม เช่น การวาดภาพสีน้ำ การประดิษฐ์เดโคพาร์ท การสร้างสรรค์ภาพพิมพ์ รวมถึงดนตรีและนาฏศิลป์ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ศิลปกรรมทุกชนิดและทุกแขนง รวมถึงได้ทราบว่าตนเองมีศักยภาพใดเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดตนเองต่อไป

นอกจากนี้ ภายในค่ายฯ ยังเปิด “ตลาดมอญ” หรือ “มอญ Market” โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธานในพิธี กิจกรรมนี้ยังมีเพื่อธำรงรักษาประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นการส่งเสริมพื้นที่คลองสามวาที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตของชาวไทยมอญไว้ ซึ่งผู้เยี่ยมชมจะได้ลิ้มรสอาหารพื้นบ้านหายากที่สืบทอดตำรับมาจากรุ่นสู่รุ่น เช่น ข้าวตอกตั้ง ขนมเหนียว แกงมะตาด และหมี่กรอบชาวมอญ ตลอดจนสัมผัสเสน่ห์ของงานหัตถกรรมที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น ธงตะขาบ สไบและผ้าถุงแบบชาวมอญ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของวิถีวัฒนธรรมมอญที่ยังคงมีชีวิตอยู่

ศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) เกิดขึ้นจากการริเริ่มบุกเบิกและทุ่มเทของ ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ โดยมีแนวคิดว่ามนุษย์ประกอบด้วยกาย ปัญญา และจิตใจ หากกีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาร่างกายและการศึกษาช่วยพัฒนาสติปัญญา “ศิลปะ” จึงเป็นสิ่งจรรโลงใจที่เปี่ยมด้วยความสุขและศานติ โครงการนี้ใช้ศิลปะกล่อมเกลาจิตใจและปลูกฝังคุณธรรมผ่านการเรียนรู้ร่วมกันโดยรวมบุคคลที่มีประสบการณ์ทางร่างกายที่แตกต่างกันให้เป็นเงาสะท้อนความคิดและจิตวิญญาณ จนเกิดแนวคิด “ห้าคนรวมเป็นหนึ่งอัจฉริยะ” ที่เป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการ

ผลงานของ Art for All ได้พัฒนาขยายจากศิลปะเพื่อเยาวชนสู่ศิลปะเพื่อผู้ต้องขังในเรือนจำ ตามพระราชดำริ และกลายเป็นแหล่งความรู้ที่ส่งเสริมให้เกิดการร่วมเรียนรู้ พัฒนาคุณธรรมและทักษะชีวิต ภายใต้ปรัชญา “ก้าวข้ามขีดจำกัด” ซึ่งช่วยให้เกิดเครือข่ายด้านศิลปะเพื่อพัฒนามนุษย์ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐในการดูแลกลุ่มเปราะบาง ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ Art for All ได้ที่ https://www.artforallfoundation.com/

สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) ได้ที่ https://www.artforallfoundation.com/