สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดวัย 65 ปี’ครูอ้วน มณีนุช’เผยเคล็ดลับความอ่อนเยาว์

สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดวัย 65 ปี'ครูอ้วน มณีนุช'เผยเคล็ดลับความอ่อนเยาว์

สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดวัย 65 ปี’ครูอ้วน มณีนุช’เผยเคล็ดลับความอ่อนเยาว์

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.51 น.

กลายเป็นโพสต์ที่สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนคลับอย่างมาก เมื่อนักร้องและคอมเมนเตเตอร์รุ่นใหญ่ระดับตำนานอย่าง “ครูอ้วน มณีนุช เสมรสุต” ได้ออกมาโพสต์ภาพบรรยากาศวันเกิดสุดอบอุ่นผ่านทาง Facebook ส่วนตัว

เรียกได้ว่าวัยเลข 6 ที่ทำอะไรไม่ได้ครูอ้วนได้เขียนข้อความระบุว่า ปีนี้ตนเองมีอายุครบ 65 ปีเต็ม และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 66 อย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนต้องตะลึงคือความสวยสะพรั่งและพลังงานที่ยังคงดูสดใสเหมือนสมัยเข้าวงการใหม่ๆ จนแทบไม่เชื่อว่าเข้าสู่วัยเกษียณมาหลายปีแล้วสำหรับวันเกิดในปีนี้ ครูอ้วนเลือกที่จะใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัว โดยมีพี่สาวคอยดูแลและร่วมทำกิจกรรมมงคลตลอดทั้งวัน นอกจากภาพการเป่าเค้กดีไซน์ดอกไม้สีขาวสะอาดตาแล้ว ครูอ้วนยังได้ทิ้งท้ายข้อความขอบคุณทุกคำอวยพรจากแฟนคลับและคนในวงการที่ส่งเข้ามาในทุกช่องทาง พร้อมอวยพรกลับให้ทุกคนมี “พลังใจที่สดใสและสุขภาพที่แข็งแรง” เช่นกัน

ดูแลสุขภาพดีจัด’แพต ชญานิษฐ์’เคยกินวันละมื้อจนผมร่วงก่อนกลับสู่การใช้ชีวิตแบบสุดโต่ง

ดูแลสุขภาพดีจัด'แพต ชญานิษฐ์'เคยกินวันละมื้อจนผมร่วงก่อนกลับสู่การใช้ชีวิตแบบสุดโต่ง

ดูแลสุขภาพดีจัด’แพต ชญานิษฐ์’เคยกินวันละมื้อจนผมร่วงก่อนกลับสู่การใช้ชีวิตแบบสุดโต่ง

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.36 น.

Prime Cast เปิดใจ “แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช” จากเด็กหอบหนักสู่สายปาร์ตี้ตัวจริง! เล่าเรียลทุกมุม เคยอินเทรนด์ดูแลสุขภาพขั้นสุด ถึงขั้นกินวันละมื้อเพื่อหวังอายุยืนแต่ผลลัพธ์กลับตรงข้าม ผอมโทรม หงุดหงิด ผมร่วง ออกกำลังกายยังไงก็ไม่เห็นผล ยอมรับตรง ๆ ชีวิตจริงไม่ได้เพอร์เฟกต์

สมัยก่อนเป็นเด็กที่ต้องพกถังออกซิเจนไปโรงเรียนเพราะว่าหอบ ?

แพต ชญานิษฐ์ : เป็นหอบ รู้จักหญ้ามาเลย์ไหม คือหญ้าที่มันแบน ๆ แล้วมีขนอยู่ในหญ้า อันนั้นแพ้หนักมาก แล้วที่โรงเรียนปลูกทั้งโรงเรียน เท่ากับว่าเวลาเขาพักเบรก ที่มันจะวิ่งเล่นกัน หมดสิทธิ์ ไม่ได้เล่น ถ้าวิ่งลงไปอีกนิดเดียว คือมี 2 ช้อยส์ ให้เลือก คือ 1.เลือกกำเดาไหล กับ 2.หอบ ฉันก็ต้องเอาถังออกซิเจนไปโรงเรียน แล้วอยากเล่น พอหอบมาแล้ว พี่เลี้ยงเขย่า ๆ ตอนนี้หายแล้ว เพราะว่าเริ่มมีนวัตกรรมในการฉีดสิ่งที่เราแพ้เข้าไปในร่างกายตอนที่อายุประมาณแบบ 10 ขวบ ก็รักษาอยู่ประมาณตั้งแต่ 10 ขวบ จนถึง ม.1

ทุกวันนี้ยังมีอะไรที่แพ้อยู่ไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : ทุกวันนี้กลายเป็นแพ้ถั่ว นม เนย ไข่ อะไรอย่างงี้แทน เป็นอาหารแทน ฝุ่นก็ยังแพ้อยู่ PM 2.5 เข้าใจคำว่าโรคกรรมไหม โรคกรรมมันอยู่ที่ไหนก็ไม่หาย มันก็ยังเป็นอยู่ ก็ต้องรับไป กินยาแก้แพ้ไป

พวกอาหารที่แพ้อาการเกิดอะไรขึ้น ?

แพต ชญานิษฐ์ : มันก็ Common เลย สิวขึ้น ตอนนี้ยังเดาไม่ได้ว่าอะไรที่ทำให้ลมพิษขึ้นเวลากิน ซึ่งมันก็อยู่ในอาหารทั่วไป นม เนย ถั่ว ไข่ โอ๊ต กินไม่ได้เยอะมากเลย แต่ว่าเราเป็นคนแบบไม่ได้เป็น OCD ไม่ได้เป็นคนเป๊ะอะไรขนาดนั้น หรือว่าก็ช่างมัน วันนี้ขอกิน สมมติวันจันทร์กิน อังคาร ถึง อาทิตย์ ฉันอาจจะต้องกินอาหารคลีน (Clean Food) จริง ๆ จะมีให้ตัวเองสักอาทิตย์ละวันถึงสองวันพอ ไม่เกินนี้

เป็นคนที่กินอาหารคลีนตลอดเลยไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : กินตลอด เพราะว่าแพ้อาหารเยอะมาก ถ้าพกได้พก แต่ถ้าพกไม่ได้ก็กินอาหารกองได้ เพราะเราไม่ได้อยากให้กองมาวุ่นวายเพราะเรา ไม่อยากให้เขามาวุ่นวายเพราะอาหารของฉัน ฉันเอาไปเองได้ ทำเองตลอด

เพราะเราเป็นคนขี้แพ้ เป็นคนป่วยง่าย ทำให้เราต้องหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : ไม่นะ ไม่ดู เป็นคนแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ชีวิตฉันเป็นคนแก้ปัญหาด้วยปลายเหตุแทบจะทุกเรื่องเลย Longevity แบบนี้ แต่ปล่อยใจ สุขภาพจิตคุณดีไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวอะไรก็ดีเอง อันนี้คือเป็นคนแบบอย่างนี้เลย กินอาหารคลีนเพราะว่าพื้นเพไม่ได้เป็นคนชอบกินทอด ไม่กินทอด ไม่กินมัน ไม่กินเลี่ยน ไม่กินครีม แล้วพอแพ้ก็รู้สึกว่าไม่ได้เดือดร้อนที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ กินอาหารแบบนี้ แล้วก็ออกกำลังกาย ไม่ได้โฟกัสด้วยว่าจะต้องผอม จะต้องออกกำลังกายเพราะมันจำเป็นต้องออก แต่ออกเพราะว่าเราชอบใช้พลัง

ออกกำลังกายอะไรบ้าง ?

แพต ชญานิษฐ์ : ชอบปั่นจักรยานอินดอร์ (Indoor Cycling) ชอบเข้าฮิตคลาส (HIIT Class) แล้วก็เพื่อนก็เริ่มบังคับให้แบบว่า เวท (Weight Training) นะ ซึ่งไม่ชอบเลย เป็นอะไรที่แบบมาทำอะไรที่นี่

แล้วเคยมีเรื่องอะไรที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพบ้างไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : เข้าใจผิดเยอะมากเลย เช่น สมัยก่อนเข้าใจว่ามันมีทุกยุคเลยนะ ไล่ตั้งแต่ยุคมัธยมก่อน มัธยมรู้สึกการนอนเป็นเรื่องไร้สาระมาก เสียเวลา สักพักขึ้นมหาลัยมาเริ่มชอบนอน แต่ว่ามี Mindset ว่าถ้าเลือกระหว่างปาร์ตี้กับนอน เลือกปาร์ตี้ตอนมหาลัย แล้วก็พอเริ่มเข้าวงการ เริ่มรู้สึกว่าเวลาในการปาร์ตี้มันไม่มี เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องออกกองเช้ามากเลย ก็เริ่มใช้ชีวิตที่ Balance ที่สุด เริ่มมีอาชีพการงานเข้ามาในชีวิตบาลานซ์ที่สุด เริ่มช่วงก่อนหน้านี้ที่ไม่นานมานี้ แล้วก็ไปอินการกินข้าวมื้อเดียว เพราะว่าไปฟังมาว่าอายุจะยืน เหมือนแบบที่ไปฟังคนญี่ปุ่นพูดว่าอายุ 70 แล้วกินมื้อเดียวแล้วเขาสุขภาพทุกอย่างเขาดีมาก ไปตรวจสุขภาพก็เหมือนเดิม สิ่งที่ไม่ดีคือกล้ามเนื้อ ผอมมาก ไม่สวยเลย รู้สึกมองตัวเองแล้วรู้สึกว่า ทำไมทุกข์จัง ทำแล้วแบบกลายเป็นคนขี้โมโห เพราะหิว เหวี่ยงไปหมด อะไรก็ด่าไปหมดเลย ทั้งวันไม่กินอะไรเลย กินแต่กาแฟดำกับน้ำเปล่า กลายเป็นโรคประสาทแทน แล้วเทรนเนอร์ก็เริ่มท้อแล้ว ไม่เห็นผลเลย มันไม่เหลืออะไรเลย แล้วเราเป็นคนใช้กำลัง ชอบใช้พลัง เราชอบออกกำลังกายใช้แรงเยอะ ๆ เราทำทุกอย่างเหมือนเดิม แต่เราลดอาหารไปกินมื้อเดียว ทุกอย่างผิดหมด ผมร่วง ออกกำลังกายไม่เห็นผล หุ่นไม่เลิศ ผอมไม่สวย แล้วก็เลยกลายเป็นว่าขี้หงุดหงิดด้วย เกือบปีหนึ่ง

แล้ววันที่หยุดคือเกิดอะไรขึ้น ?

แพต ชญานิษฐ์ : เบื่อ แค่นั้นเลย คือชีวิตไม่มีหลักการ ไม่มีสูตร มีแต่ความคิดเพ้อฝันว่าอยากทำ อยากลอง อยากเอาชนะ แล้วก็ลุยไปข้างหน้าโดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ไม่มีหลักการ ไม่มีรีเสิร์ช (Research)

ถ้าเกิดว่าให้เลือกไปปาร์ตี้ ไปนอน ไปออกกำลังกาย ไปเจอแฟน เลือกอะไร ?

แพต ชญานิษฐ์ : เลือกทั้งหมด ใน 1 วัน จะทำให้หมดทุกอย่าง ต้องทำงานด้วย ทำทั้งหมด เคยทำมาแล้ว

ใน 1 อาทิตย์ มีการจิบอาทิตย์ละกี่วัน ?

แพต ชญานิษฐ์ : เขาไม่นับกันหรอก อาจจะมากกว่า 2 วัน เราอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า เพราะว่าถ้าพูด เคยได้ยินคำนี้ไหม มันจะเป็นคำอาถรรพ์ ถ้าพูดวันนี้ฉันจะเบา ๆ มันจะเป็นตรงข้าม ถ้าพูดวันนี้ฉันจะหนัก ๆ มันก็จะเป็นตรงข้ามเหมือนกัน ไม่พูดเลย ปล่อยให้เป็นตามเรื่องของมัน วันนี้ชิล ๆ วันนี้แบบว่าจอย ๆ ไหลไป อย่าพูดเลย ไม่พูดดีกว่า average 2-4 ประมาณนี้ และจะมีเละกระจายแบบเลยป้ายสักวันหนึ่ง ใน 1 อาทิตย์

มีเคล็ดลับการแก้แฮงค์ของสาวปาร์ตี้ยังไงบ้าง ให้ยังดูดีอยู่ ?

แพต ชญานิษฐ์ : ไม่มี

แล้ววันต่อไปสมมติว่าเราไปดื่มมาเมื่อคืน วันต่อไปเราสามารถออกกำลังกายได้ไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : ดูสภาพก่อน ถ้ามันหนักมาก แบบหัวมันเอาไม่ขึ้นเลย อย่าออก เพราะว่าเหมือนมีคนพูดกับเราว่า มันตายได้เลยนะ เหมือนแฟนฉันพูดตลอด อย่าไปออกนะ มันตายได้เลยนะ เพราะว่าเวลาเรากินเหล้าเข้าไป เลือดกับน้ำมันจะแตกตัวออกจากกัน มันจะทำให้เราเวียนหัว เลือดกับน้ำในร่างกายเรามันแตกตัวออกจากกัน ให้เห็นภาพเฉย ๆ นะ มันจะทำให้เราเวียนหัว มันไม่บาลานซ์

แล้วแฟนดื่มด้วยไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : ไม่ แฟนไม่ดื่มเลย สำหรับเขาก็คือแก้วสองแก้ว แต่ฉันก็คือแพริ่ง (Pairing) เลย เราเป็นคนไหล ๆ เป็นคนชิล ๆ เป็นคนดื่มแล้วไม่โมโหด้วยนะ บางคนดื่มแล้วไม่น่ารักนะ แต่ว่าเราเป็นคนดื่มแล้วเราเทิร์น เป็นคนมีความสุข เจอใครก็ยิ้ม มีความสุข ยืนไม่ค่อยตรงแล้ว มันไม่เครียด แล้วเราก็จะชิล

อัปเดตชีวิตความรัก คนนี้เป็นมายังไง กี่ปีแล้ว แล้วเขามาจีบยังไง หรือว่าจีบเอง ?

แพต ชญานิษฐ์ : 2 ปี คือเขามาจีบฉันเลย แบบว่าตั้งใจมาจีบเลย คือเหมือนว่าเป็นเพื่อนของพี่แอริน พี่แอรินเป็นเพื่อนกัน เขาก็ทักมาคุย แต่ว่าก็คุยนานอยู่ประมาณหนึ่ง Average ปกติ 4-6 เดือน

เดทแรกเราหัวทิ่มใส่เขาเลยไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : เดทแรกยังไม่หัวทิ่ม แต่เดท 2 บาร์ฮอปปิ้ง (Bar Hopping) เลย เขาพยายามจะดื่ม เราบอกเขาแล้วว่าเราโอเคเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราไม่ใช่ผู้หญิงคออ่อนนะ แจ้ง Information ให้เขาทราบตั้งแต่ต้นเลยว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงคออ่อน เรา Enjoy กับสิ่งนี้ เราไม่ได้ชอบเพราะเข้าสังคม เราชอบเพราะเราชอบจริง ๆ แจ้งให้ทราบ เรารู้สึกว่าการที่เขาเป็นตัวของตัวเอง 100% แล้วเราเป็นตัวเอง 100% ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ คืออันนี้พูดได้เลยว่า เรามีกำแพงเพราะเราไม่ได้สนิท แต่เราไม่ได้เก๊ก ไม่ต้องมีฟอร์มแล้ว ไม่ได้อยากให้เขาเห็นว่าเราเป็นใครแล้ว เราเป็นเราจริง ๆ ที่เป็นแบบนี้ ไม่กลัวที่จะทำอะไรแล้ว ไม่ได้กลัวว่าเขาจะมองว่าน่าเกลียด ไม่มีคำว่าคิดแทนแล้ว

เวลาเราไปเที่ยว เขาไม่ตามเลยเหรอ ?

แพต ชญานิษฐ์ : ไม่เลย เพราะเราคุยกันชัดเจนมากว่านี่คือโลกของฉัน คือไลฟ์สไตล์ของฉัน คือเพื่อนของฉัน อีกอย่างฉันไม่ได้ไปกินเหล้าแล้วทำตัวมีเรื่องกับใคร หรือเรื่องผู้ชาย ไปเต้นล้วน ๆ กลุ่มเพื่อนเดิม ๆ ที่เขารู้จักทุกคน เป็นคนชอบกินเหล้าจริง แต่ก็เลือกคนที่จะไปด้วย ไม่ใช่ว่าชอบกินแล้วจะไปกับใครก็ได้ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วถ้าเรื่องผู้ชายจะมามอมนะ มาเลย จะสู้สุดหัวใจเลย เคยมีผู้ชายคนหนึ่งนานมากแล้วก่อนจะมีแฟนคนปัจจุบัน เขาโอเคเลยนะ น่ารักเลย ใช้คำว่าเราชอบเขาได้เลย เขาบอกว่า “เธอ น่ารักจังนะ แต่เธอดื่มแล้วน่ากลัว” ขอโทษนะ รู้จักกันวันนั้นวันแรกวันเดียว

คิดว่านี่คือเหตุผลที่ทำให้โสดสนิทมาปีหนึ่งไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : ฉันว่ามีสิทธิ์ เพราะไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะรับอะไรอย่างนี้ได้ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะชอบผู้หญิงที่มีคาแรคเตอร์แบบพูดตรงไปตรงมา ห้าว หรือไม่เรียบร้อย ผู้หญิงมีสเปค ผู้ชายก็มีสเปคเหมือนกัน อย่าไปคิดว่าตัวเองเลิศเลอที่สุด ใครทุกคนไม่ใช่คนที่ดีที่สุด อย่าไปคิดอะไรมาก

เวลาอยู่กับแฟนเป็นคนแบบนี้ไหม ?

แพต ชญานิษฐ์ : เป็นอย่างงี้เลย

เคยทะเลาะกันหนักสุดเรื่องอะไรบ้าง ?

แพต ชญานิษฐ์ : ตั้งแต่คบกันมา 2 ปี ทะเลาะกันหนักสุดคือเรื่องเลือกร้านอาหารว่าจะกินไทยหรือจีน แทบจะไม่เคยทะเลาะกันเลยจนเคยพูดกับเขาว่า “อยากทะเลาะ ช่วยชวนทะเลาะหน่อยได้ไหม สักเรื่องหนึ่ง อะไรก็ได้” เขาก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุดในโลก

Longevity ในฉบับของแพทคือเรื่องชาวบ้าน ?

แพต ชญานิษฐ์ : I love เรื่องชาวบ้านมาก ฉันรักเรื่องการเมาท์มาก รู้เอาไว้ให้เป็น Entertainment สนุกจังเลย กลับบ้านก็ลืมแล้ว คนนั้นเธอรู้อยู่หรือยัง ถามว่าใช่เรื่องของตัวเองไหม บางทีไม่มีเรื่องของตัวเองเลย เรื่องชาวบ้านเท่ากับ Longevity สุขภาพจิตเราสำคัญที่สุด ทุกวันนี้ฉันให้เรื่องสุขภาพจิตเป็นอันดับ 1 สุขภาพจิตดี อะไรที่เราชอบ อะไรที่ทำให้เรามีความสุข เสพเข้ามาแล้วทำให้ใจเรา Rise up นั่นคือ Longevity

ปกติแล้วคนที่สุขภาพจิตดีบางคนเขาจะบอกว่าเขาบาลานซ์ชีวิต ทั้งการนอน การกิน mental health, physical health การงาน financial everything

แพต ชญานิษฐ์ : mental health ก็แบบดีมาก ๆ จนอะไรที่มันแย่ ดีหมด ต่อให้นอนไม่ดี ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เริ่มใหม่ สมมติทีมงานหลังบ้านวุ่นวาย ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เอาใหม่ แต่คนที่ทำงานด้วยอาจจะเครียดนิดหนึ่ง

มีอะไรอีกบ้างที่ทำให้สุขภาพจิตเราดีได้อีก ?

แพต ชญานิษฐ์ : ฉันเป็นคนสุดโต่งมาก ปาร์ตี้สุดโต่ง อยากทำอะไรก็ทำสุดโต่ง แล้วเวลาฉันอยากสงบ ก็สงบสุดโต่ง

ส่องความน่ารักเจ๊สายลุย’น้องเจเพิร์ล’ลูกสาว’พ่อพุฒ-แม่จุ๋ย’ร่าเริงเบอร์สุด

ส่องความน่ารักเจ๊สายลุย'น้องเจเพิร์ล'ลูกสาว'พ่อพุฒ-แม่จุ๋ย'ร่าเริงเบอร์สุด

ส่องความน่ารักเจ๊สายลุย’น้องเจเพิร์ล’ลูกสาว’พ่อพุฒ-แม่จุ๋ย’ร่าเริงเบอร์สุด

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.28 น.

นาทีนี้ถ้าพูดถึงหนูน้อยมหาชนต้องยกให้ “น้องเจเพิร์ล” ลูกสาวคนเก่งของ “พ่อพุฒ พุฒิชัย” และ “แม่จุ๋ย วรัทยา”  เพราะนอกจากจะพกความสดใสมาในกองถ่ายโฆษณาตัวใหม่ของ ไครโอวิวา เต็มพิกัดแล้ว เบื้องหลังการถ่ายนั้นก็สตรองก็ไม่เป็นรองใคร วิ่งสู้ฟัด จนแม่จุ๋ยขอตั้งฉายา “เจ๊สายลุย”

และแอบเม้าท์ว่า สไตล์การเลี้ยงลูกสาวคนนี้ต่างจากตอนเลี้ยงพี่ชายอย่าง “เฮียพีเจ” อยู่ไม่น้อย เพราะตอนคนแรกแม่ยอมรับว่า “ประคบประหงม” สุดๆ ตามสไตล์คุณแม่มือใหม่ แต่พอมาถึงน้องเจเพิร์ลแม่จุ๋ยบอกเลยว่า “แม่รู้ระบบแล้ว” ขอเลี้ยงแบบปล่อยอิสระให้ลูกได้เรียนรู้โลกกว้างเต็มที่ ผลที่ได้คือเราได้เห็นภาพน้องเจเพิร์ลยิ้มแป้น แข็งแรง และร่าเริงสุดๆ จนใครเห็นเป็นต้องโดนตกไปตาม ๆ กันแต่เห็นคุณแม่สายชิลแบบนี้ บอกเลยว่าเรื่อง “ความปลอดภัย” ของลูกๆ แม่จุ๋ยเนี้ยบระดับสิบ เพราะเจ้าตัววางแผนไกลเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือไว้ให้เด็กๆ ทั้งสองคนเพื่อเป็นประกันชีวิตด้านสุขภาพในอนาคต ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กๆ ถึงเติบโตมาได้น่ารักสมวัยขนาดนี้

‘นาเดีย โสณกุล’โพสต์ซึ้งส่งลูกชาย ‘น้องนพ’กลับไปเรียนต่อ หลังฉลองสงกรานต์

'นาเดีย โสณกุล'โพสต์ซึ้งส่งลูกชาย 'น้องนพ'กลับไปเรียนต่อ หลังฉลองสงกรานต์

‘นาเดีย โสณกุล’โพสต์ซึ้งส่งลูกชาย ‘น้องนพ’กลับไปเรียนต่อ หลังฉลองสงกรานต์

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.19 น.

กลายเป็นโมเมนต์น่ารักแกมหยิกแกมหยอก เมื่ออดีตพิธีกรสาวชื่อดัง “นาเดีย โสณกุล” ได้โพสต์ภาพผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะเดินทางไปส่งลูกชายคนโต “น้องนพ-นพมงคล โสณกุล” ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางกลับไปศึกษาต่อต่างประเทศ หลังจากกลับมาใช้เวลาช่วงปิดเทอมในประเทศไทยนานกว่า 20 วัน

โดยนาเดียระบุว่า กว่าจะได้ถ่ายรูปคู่กับลูกชายแบบชัดๆ ก็คือวันที่จะต้องส่งขึ้นเครื่อง เพราะช่วงที่อยูไทยลูกชายคิวแน่นมาก มีทั้งเพื่อนเช้า เพื่อนกลางวัน และเพื่อนกลางคืน จนคุณแม่ถึงขั้นต้องยอมเป็นสปอนเซอร์เลี้ยงกลุ่มเพื่อนลูกเพื่อให้ได้เจอหน้าลูกชายบ้าง

นอกจากนี้ นาเดียยังได้เขียนข้อความให้กำลังใจลูกชายไว้อย่างน่าเอ็นดูว่า “ปิดเทอมนี้กลับมาเที่ยวสงกรานต์สนุกสนานและไหม้เกรียมอย่างที่สุด กลับไปก็ตั้งใจเรียนให้สุดกว่าตอนเที่ยวนะลูก Play hard, work harder ได้ไหม เดินทางปลอดภัย และ enjoy summer term ครับ”ทั้งนี้ในภาพยังปรากฏ “ม.ล.อภิมงคล โสณกุล” คุณพ่อที่มาร่วมส่งลูกชายด้วยบรรยากาศสุดอบอุ่น ทำเอาแฟนคลับเข้ามากดไลก์และชื่นชมในความหล่อของ “น้องนพ” ที่เริ่มโตเป็นหนุ่มและถอดแบบคุณพ่อคุณแม่มาแบบเป๊ะๆ

#นาเดียโสณกุล #น้องนพ #ครอบครัวโสณกุล

จาก ‘หาดหัวหิน’ ถึง ‘หาดเตยงาม’ ประวัติศาสตร์ข้ามอ่าวไทยที่ต้องไม่ถูกหลงลืม

จาก ‘หาดหัวหิน’ ถึง ‘หาดเตยงาม’ ประวัติศาสตร์ข้ามอ่าวไทยที่ต้องไม่ถูกหลงลืม

จาก ‘หาดหัวหิน’ ถึง ‘หาดเตยงาม’ ประวัติศาสตร์ข้ามอ่าวไทยที่ต้องไม่ถูกหลงลืม

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 หากมองจากแผนที่ประเทศไทย  คุณสามารถขีดเส้นตรงข้ามทะเลอ่าวไทย จากอ่าวหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  ไปถึง “หาดเตยงาม” อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ แบบที่แทบจะเป็นเส้นตรง ตรงกันพอดี  รู้หรือไม่ว่า เส้นทางดังกล่าวนี้ เป็นเส้นทางที่สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยทรงแล่นเรือไปตามลำพัง ข้ามจากหัวหินถึงหาดเตยงามมาแล้ว

หาดเตยงาม…เป็นหาดที่ตั้งอยู่ภายในที่ตั้งของ “หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน” พื้นที่ของกองทัพเรือของสัตหีบ เป็นหาดที่เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อน เพราะเงียบสงบและปลอดภัย นักท่องเที่ยวมักน้อยกว่าหาดอื่นๆ ในสัตหีบ

หาดเตยงามนี้มีความงดงาม สะอาดตา และได้รับการดูแลเป็นระเบียบเรียบร้อย เนื่องจากอยู่ในการดูแลรักษาอย่างดีของกองบัญชาการนาวิกโยธิน
ตัวหาดเตยงาม เป็นหาดทรายสีขาวค่อนข้างยาว ตรงข้ามกับหาดคือ “เกาะไก่เตี้ย” เมื่อยามน้ำลง  จะพบปรากฏการร์ “ทะเลแหวก” คือปรารถแนวทรายที่สามารถเดินจากหาดเตยงามไปยังเกาะไก่เตี้ยนี้  ได้แต่ในปัจจุบันได้มีการห้ามขึ้นไปบนเกาะแล้ว เพราะต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติและแนวปะการังรอบๆเกาะไว้ โดยไม่ให้ผู้ใดไปรบกวน

หาดเตยงามแห่งนี้ ยังเป็นหาดที่อยู่ในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์สำคัญด้วยกล่าวคือ เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรทรงเรือใบฝีพระหัตถ์ประเภทโอเค ขนาด 13 ฟุตชื่อ “เวคา” เพียงลำพังพระองค์เดียว  ทรงจำกัดเรือตามสเด็จฯ เพียง 3 ลำ คือ เรือของ หม่อมเจ้าภีศเดชรัชนี เรือของ พระองค์เจ้าพีระพงศ์ภาณุเดช และเรือของ พลเรือโทสนองนิสาลักษณ์ โดยเรือใบทั้ง 4 ลำออกจากหาดหน้าพระตำหนักตั้งแต่เวลาประมาณ 04.28 น.ของวันที่ 19 เม.ย.2509 ไปถึงฐานทัพนาวิกโยธินอ.สัตหีบจ.ชลบุรีในเวลา 21.28 น.

เมื่อขึ้นฝั่ง ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงนำ “ธงราชนาวิกโยธิน” ที่ทรงนำข้ามอ่าวไทยมาด้วย ปักเหนือก้อนหินใหญ่ที่ชายหาดของอ่าวนาวิกโยธินและทรงลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลาจารึก เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พี่น้องราชนาวีไทยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในฐานะจอมทัพไทย  “ณ ที่นี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จอมทัพไทย ได้ทรงเรือใบขนาด 13 ฟุต ด้วยพระองค์เองพระองค์เดียว จากหัวหินมาถึงสัตหีบ เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2509 เริ่มเวลา 0428 ถึงเวลา 2128 ทั้งนี้เป็นพระปรีชาสามารถอย่างยอดเยี่ยม เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กองทัพเรือได้ขอพระราชทานพระมหากรุณาให้ทรงลงพระปรมาภิไธยไว้เป็นสิริมงคลและเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่กองทัพเรือสืบไป”

ข้อความอันปรากฏอยู่บนแท่นหินประวัติศาสตร์ ณ อ่าวนาวิกโยธิน  และที่ข้างกองหินจุดปักธง  มีแผ่นป้ายจารึกกระแสพระราชดำรัสในเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า

“การแล่นเรือ สอนให้คนคิดเองทำเอง เพราะเมื่อเราลงไปแล่นเรือแล้ว เรือไม่วิ่งจะไม่มีใครมาคอยสอน ต้องคิดเองทำเองว่าลมมาทางไหน ลมแรงขนาดนี้ เราสู้ไหวไหม ถ้าไหวเราก็สู้  แต่ถ้าไม่ไหวแล้วเรายังสู้ เรือก็จะคว่ำ ถ้าลมเบาเราก็จะต้องทำอย่างไรจึงจะวิ่ง แล้วถ้าไม่มีลมเราจะทำอย่างไร เราก็ควรจะนั่งลงสักครู่ให้ลมมา ถ้าเราแล่นเรือเป็น ดูทิศทางลมเป็น ถ้าเราเป็นตัวนี้ เด็กไทยเป็นตัวนี้ แล้วนำมาใช้ชีวิต นำมาใช้ในกิจกรรมได้ ไม่มีขาดทุน เพราะรู้เทคนิคการใช้ชีวิต”  

ถือเป็นพระราชดำรัสที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนได้เป็นอย่างดี   “ปีเตอร์ คัมมินส์” นักแล่นใบชาวออสเตรเลีย เป็นพระสหายของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เคยทรงเรือใบด้วย ทั้งในรูปแบบแข่งขัน ฝึกซ้อม และพักผ่อน เล่าว่า ในปี พ.ศ.2514 ตนได้เป็นเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ และได้มารับตำแหน่งเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ประเทศไทย รวมถึงทำงานเป็นนักข่าวฟรีแลนซ์ กระทั่งได้รู้จักกับ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ที่ทรงสนใจในกีฬาเรือใบอยู่แล้ว จนกระทั่ง พ.ศ.2528 ปีเตอร์ได้ไปทำข่าวเรือใบที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในคืนวันหนึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานจัดเลี้ยงต้อนรับนักกีฬารวม 300 คน

ปีเตอร์ที่ทั้งมาทำข่าวและมาร่วมแข่งขันก็ได้อยู่ในงานนั้น โดยเป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวในงาน ที่หม่อมเจ้าภีศเดชทรงแนะนำ  “วันนั้นดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้เข้าเฝ้าฯ จำได้ว่าได้สนทนากับพระองค์ท่านถึง 20 นาที แล้วหลังจากนั้นก็มีโอกาสได้เล่นเรือใบกับพระองค์ท่านอย่างสม่ำเสมอที่สโมสรเรือใบราชวรุณฯ ที่พัทยา” ปีเตอร์ กล่าว

 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงแข่งเรือใบกับปีเตอร์ คัมมินส์ อยู่หลายครั้ง  ปีเตอร์ย้อนความจำถึงเหตุผลในการที่ในพระองค์ท่านทรงประดิษฐ์เรือใบขึ้นด้วยพระองค์เองว่า หม่อมเจ้าภีศเดชเคยตรัสให้ฟังว่า ตอนนั้นหม่อมเจ้าภีศเดชทรงเรือใบที่ชายหาดใกล้วังไกลกังวล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทอดพระเนตรเรือใบของหม่อมเจ้าภีศเดชเคลื่อนที่ช้ามาก จึงมีรับสั่งว่า จะทรงต่อเรือที่แล่นได้ไวกว่านี้ จนเกิดมาเป็นเรือใบประเภทโอเค และต่อตามมาอีกหลายๆ ลำ

“พระองค์ท่านทรงมีความละเอียดรอบคอบ เข้าใจในเรื่องกระแสลม กระแสน้ำ คลื่น ไม่สนใจเรือใบลำอื่น มีสมาธิกับเรือของตัวเอง พระองค์มีความคุ้นเคยกับสภาพอากาศจนสามารถดมกลิ่นของลมเลยก็ว่าได้ และเข้าใจในเรื่องของเรือใบได้ดีกว่านักแข่งอีกมาก เนื่องจากประดิษฐ์เรือใช้เองได้ด้วย”

 ปีเตอร์ยังบอกอีกว่า ประเทศไทยมีนักเรือใบที่เก่งอยู่มาก สามารถก้าวไปคว้าแชมป์โลกประเภทออพติมิสต์ได้แล้วทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นคนไทยไม่ชอบเล่นเรือใบเลยด้วยซ้ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงสร้างความยิ่งใหญ่ของกีฬาประเภทนี้ในประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อทรงเป็นนักกีฬา จะทรงยึดถือว่า “ชัยชนะไม่สำคัญแต่ต้องเคารพกติกาอยู่เสมอ”

“ผมเคยถามพระองค์ว่าทำไมถึงทรงเรือใบ พระองค์ท่านตอบว่า เพราะเรือใบทำให้สบายใจ ทำให้มีเวลาคิดและได้พักผ่อน การที่พระองค์มีพระปรีชาสามารถในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องเรือใบมาจากความรัก ซึ่งเป็นจุดเด่นของพระองค์”เขาจำถึงพระราชดำรัสเกี่ยวกับกีฬาเรือใบของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะประโยคที่ว่า

“ทุกคนควรเรียนรู้วิธีอยู่กับธรรมชาติ เพราะธรรมชาติก็อยู่ของมันแบบนั้น เราต้องเข้าใจธรรมชาติเพื่ออยู่กับมันให้ได้”
แม้เหตุการณ์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงบังคับเรือ “เวคา” ข้ามทะเลอ่าวไทยจะผ่านมานานแล้ว แต่ทหารนาวิกโยธินและครอบครัวที่เฝ้าฯรับเสด็จ หน้าชายหาดในคืนวันที่ 19 เมษายน 2509ยังคงจดจำภาพเหตุการณ์นั้นได้ไม่ลืม         

พลเรือเอก ยุธยา เชิดบุญเมือง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ในยุคนั้นใช้ชื่อกรมนาวิกโยธิน) ลำดับที่ 8 เล่าไว้ว่า “ตอนที่เรือยังมาไม่ถึง  พวกเรากังวลกันมาก เพราะค่ำมืดแล้ว สภาพอากาศก็ไม่ดี แต่แล้วทุกคนก็โล่งใจเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารนาวิกโยธินแห่งราชนาวีไทย ทรงเรือใบมาถึงหน้าหาดในราวสามทุ่ม  พวกเราลุยน้ำออกไปรับเสด็จด้วยความปีติยินดี  ชื่นชมในพระอัจฉริยะภาพและความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของพระองค์ เป็นเราคงไม่กล้า เพราะเรือใบลำเล็ก ต้องแล่นข้ามอ่าวมาเป็นระยะทางไกล แต่พระองค์ท่านกล้าและทรงทำสำเร็จ

“อาหารที่ทรงนำไปบนเรือในวันนั้นคือ แซนด์วิชและโปรดเกล้าฯ ให้นำน้ำชาจีนไปด้วย โดยทรงรับสั่งว่าทำให้คล่องคอดี”

หม่อมเจ้าภัคเดช รัชนี ซึ่งเป็นนักกีฬาเรือใบที่เคยแข่งขันใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเหตุการณ์ครั้งนั้น บันทึกความทรงจำว่า

“เหตุที่อาหารต้องเป็นแซนด์วิชก็เพื่อความสะดวก สามารถเสวยด้วยพระหัตถ์ข้างเดียว เพราะอีกข้างหนึ่งพระองค์จะต้องใช้ควบคุมหางเสือเรือใบตลอดเวลา

“การที่พระองค์ทรงแล่นใบด้วยพระองค์เพียงลำพังเป็นเวลานานถึง 17 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าทรงมีพระวรกายและพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงมาก”

ทุกวันนี้ หาดหัวหินยังคงอยู่ หาดเตยงามก็ยังคงอยู่ แต่เรื่องราวเหล่านี้ หากไม่มีผู้ใดเล่าสู่กันฟัง  หาดทั้งสองที่มีประวัติศาสตร์เชื่อมถึงกัน ก็จะเหลือเพียงเม็ดกรวดเม็ดทรายชายทะเล  ที่ไม่มีความทรงจำใดๆให้ปวงชนชาวไทยและเหล่าทหารหาญได้ร่วมรำลึกและภาคภูมิใจ
คงมีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งเท่านั้น ที่คนรุ่นหลังจะได้ยิน

‘หรั่ง กฤษฎากร’ดับร้อนกลางทุ่งบัว! ขึ้นแท่นพระเอกซีรีส์แฟนตาซี ‘เมื่อฉันทะลุมิติ มาในโลกนิยาย ไกรทอง’

'หรั่ง กฤษฎากร'ดับร้อนกลางทุ่งบัว! ขึ้นแท่นพระเอกซีรีส์แฟนตาซี 'เมื่อฉันทะลุมิติ มาในโลกนิยาย ไกรทอง'

‘หรั่ง กฤษฎากร’ดับร้อนกลางทุ่งบัว! ขึ้นแท่นพระเอกซีรีส์แฟนตาซี ‘เมื่อฉันทะลุมิติ มาในโลกนิยาย ไกรทอง’

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรียกว่ากำลังมาแรงแบบน่าจับตาสุด ๆ สำหรับดาวรุ่งหน้าใหม่ “หรั่ง–กฤษฎากร พิลาชัย” วัย 23 ปี ส่วนสูง 187 เซนติเมตร ที่ล่าสุดปล่อยภาพเซ็ตสุดปัง “ลงนาบัวคลายร้อน” เผยลุคหนุ่มไทยร่วมสมัย ผสานความละมุนและความแข็งแรงได้อย่างลงตัว จนแฟน ๆ ต่างเทใจให้แบบรัว ๆ

หรั่ง กฤษฎากร เจ้าของตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 4 Mister Landscapes International Thailand 2026 และผู้คว้ารางวัล New Generation Idol Star Award 2026 กำลังเดินหน้าสู่เส้นทางบันเทิงอย่างเต็มตัว พร้อมขึ้นแท่นพระเอกครั้งสำคัญในซีรีส์แฟนตาซีเรื่องใหม่“เมื่อฉันทะลุมิติ มาในโลกนิยาย ไกรทอง”

โดยเจ้าตัวรับบทเป็น “ไกรทอง” ตัวละครสำคัญที่ต้องถ่ายทอดทั้งความเข้มแข็ง กล้าหาญ และเสน่ห์แบบชายไทยในมุมใหม่ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งบทบาทท้าทายที่หลายคนกำลังจับตามองซีรีส์เรื่องนี้กำกับการแสดงโดย แพรทอง โคชะดา (มาแตร์) ผู้จัดโดย เกตน์ศิรณี บุญมา (ฮ นกเอี้ยง) เตรียมออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ MVTV ที่พร้อมผลักดันดาวรุ่งดวงใหม่ให้เฉิดฉายในวงการจากเวทีประกวดสู่บทบาทพระเอกเต็มตัว “หรั่ง กฤษฎากร” กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่ใช่แค่หนุ่มหล่อ แต่คือ “New Face” ที่มีศักยภาพพร้อมเติบโตเป็นดาวเด่นในวงการบันเทิงไทย

ภาพโดย:พี่แจ๊ค F. Chitchon (Jacky Chitchon)

พี่นิค F. Nick Naphatthakhun

#langkitsadakorn #หรั่งกฤษฎากร #ไกรทองMVTV #NewGenStar

โซเชียลแตก! อี๊ด โปงลาง โพสต์คลิปรวมศิษย์RS ใบเตย-ฟิล์ม แย่งซีนเต็มๆ

โซเชียลแตก! อี๊ด โปงลาง โพสต์คลิปรวมศิษย์RS ใบเตย-ฟิล์ม แย่งซีนเต็มๆ

โซเชียลแตก! อี๊ด โปงลาง โพสต์คลิปรวมศิษย์RS ใบเตย-ฟิล์ม แย่งซีนเต็มๆ

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.11 น.

21 เมษายน 2569 กลายเป็นกระแสไวรัลบน TikTok อย่างรวดเร็ว สำหรับเพลง “เรอธัก (รักเธอ)” ของวง โปงลางสะออน ที่ถูกนำกลับมาร้องใหม่โดย อี๊ด โปงลางสะออน จนฮิตติดหูและถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์

ล่าสุด อี๊ด โปงลางสะออน ได้ปล่อยคลิปรวมตัวศิลปินยุคทองจากค่าย RS มาร่วมร้องเพลงอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น ลูลู่ อาร์สยาม, ลาล่า อาร์สยาม, ใบเตย อาร์สยาม และ ฟิล์ม รัฐภูมิ พร้อมแคปชั่นว่า “รวมศิษย์ RS #เรอธักรักเธอ #โปงลางสะออน #ใบเตยอาร์สยาม #ฟิล์มรัฐภูมิ”

อย่างไรก็ตาม นอกจากความสนุกของคลิปแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำเอาโซเชียลจับตามอง คือช่วงจังหวะที่กล้องแพลนไปยัง ลูลู่ อาร์สยาม และ ลาล่า อาร์สยาม ซึ่งกำลังเป็นลูกคู่ร้องเพลงอยู่ แต่ด้านหลังกลับเห็น ใบเตย อาร์สยาม นั่งทานอาหารอยู่ข้างๆ ฟิล์ม รัฐภูมิ และเป็นจังหวะพอดีที่ฝ่ายชายหันไปมองหน้าใบเตย

ช็อตสั้นๆ นี้เอง กลายเป็นประเด็นร้อนทันที ทำเอาคอมเมนต์ในโซเชียลแทบแตก หลายคนแซวกันสนั่นว่า “จะให้โฟกัสอะไรดี”, “ใบเตยกับฟิล์มคบกันเหรอ”, “หรือข่าวลือจะเป็นจริง” เป็นต้น

ขอบคุณคลิปจาก : สะแตกแดกตับ

สวยใจบุญ! เอมมี่ มรกต ลงพื้นที่มอบเสบียงให้ทหารชายแดนคลายร้อน

สวยใจบุญ! เอมมี่ มรกต ลงพื้นที่มอบเสบียงให้ทหารชายแดนคลายร้อน

สวยใจบุญ! เอมมี่ มรกต ลงพื้นที่มอบเสบียงให้ทหารชายแดนคลายร้อน

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.49 น.

นับเป็นอีกหนึ่งนางงามสายบุญของวงการ สำหรับ “เอมมี่ มรกต แสงทวีป” ที่มักยื่นมือช่วยเหลือสังคมในทุกวิกฤตอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เอมมี่ มรกต ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยโมเมนต์ลงพื้นที่นำสิ่งของจำเป็น ทั้งอาหารแห้ง เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็น ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ชายแดน ที่ ช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัด บุรีรัมย์

โดยเจ้าตัวได้เขียนข้อความสุดอบอุ่น ระบุว่า 

ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ที่ขอบชายแดนศึกจะสงบลง แต่พี่ๆทหารยังทำหน้าที่ปกปักรักษาประเทศชาติอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนพวกเราทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย ยิ่งตอนนี้อากาศร้อนมากมาก เห็นใจพี่พี่สุดหัวใจ มี่เลยนำข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับหน้าร้อนนี้ พร้อมเครื่องดื่มอาหารแห้ง ไปให้พี่ทหารที่ ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เป็นกำลังใจเล็กๆจากมี่ที่อยากทำให้นะคะ

ขอขอบพระคุณ พี่มืด พล.อ.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย พี่ตุ๊กตา ที่พาเราไปให้ของถึงมือพี่ทหารเลยค่ะ ขอบคุณพ.อ.ธานินทร์ ดมหอม ผบ.ฉก.2 นำทหารหลัก ทหารพรานและตชด. มารับของจากพวกเราค่ะ

ขอบคุณพี่แอม พี่จิ๊บ แม่นมเบะ สำหรับทุกอย่าง together we can make a difference

ภาพจาก : aimeemorakot

สุดอาลัย! ลิฟท์ สุพจน์ สูญเสียคุณพ่อ จากไปอย่างสงบหลังป่วยสโตรก

สุดอาลัย! ลิฟท์ สุพจน์ สูญเสียคุณพ่อ จากไปอย่างสงบหลังป่วยสโตรก

สุดอาลัย! ลิฟท์ สุพจน์ สูญเสียคุณพ่อ จากไปอย่างสงบหลังป่วยสโตรก

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.00 น.

21 เมษายน 2569 วงการบันเทิงร่วมแสดงความเสียใจ หลังครอบครัวของ ลิฟท์ สุพจน์ จันทร์เจริญ ต้องพบกับความสูญเสียครั้งสำคัญ เมื่อคุณพ่อ “สุพรรณ จันทร์เจริญ” ได้จากไปอย่างสงบ เมื่อช่วงเช้าวันนี้

โดยภรรยาของ สุพจน์ จันทร์เจริญ ได้ออกมาแจ้งข่าวเศร้าระบุว่า “ขอแจังเพื่อนๆ และญาติๆ ทุกท่านเรื่องการจากไปอย่างสงบของ คุณพ่อสุพรรณ จันทร์เจริญ (พ่อของลิฟท์)
เชื่อว่าจะมีคำถามมากมายถึงสาเหตุการจากไปของพ่อ ขอเล่าคร่าวๆ ตามนี้นะคะ

คุณพ่อมีอาการความดันสูงและหมดสติไปตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย 69 โดยคุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นสโตรค สาเหตุหลักคือลิ่มเลือดอุดตันที่ก้านสมอง ทำให้สมองส่วนใหญ่เสียหายอย่างหนัก ร่างกายพ่อแข็งแรงและสู้มาก แต่สมองไปต่อไม่ไหว
จนวันนี้ 21 เม.ย 69 พ่อจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเช้าค่ะ”

ต่าย ชุติมา บินหาลูกสาวถึงบอสตัน เผยโมเมนต์แม่ลูกสุดอบอุ่น

ต่าย ชุติมา บินหาลูกสาวถึงบอสตัน เผยโมเมนต์แม่ลูกสุดอบอุ่น

ต่าย ชุติมา บินหาลูกสาวถึงบอสตัน เผยโมเมนต์แม่ลูกสุดอบอุ่น

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.41 น.

21 เมษายน 2569 ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตามกันทั้งโซเชียล เมื่อ “ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ” ออกมาเผยโมเมนต์สุดน่ารักกับลูกสาว น้องพิพิม หลังทนความคิดถึงไม่ไหว บินลัดฟ้าไปหาถึงเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งลูกสาวกำลังศึกษาอยู่

โดยเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ต่าย ชุติมา ได้โพสต์คลิปผ่าน TikTok ส่วนตัว เป็นภาพขณะเดินเที่ยวในเมืองกับน้องพิพิม อย่างสดใสท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและรอยยิ้มของทั้งคู่

ไฮไลต์อยู่ที่ลุคของแม่ลูกที่แต่งตัวคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออก เจ้าตัวจึงแซวผ่านแคปชั่นว่า “แฝดโดยมิได้นัดหมาย” ทำเอาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความน่ารักกันอย่างล้นหลาม