“จุฬาฯ” ตอกย้ำขึ้น Top 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/469834

“จุฬาฯ” ตอกย้ำขึ้น Top 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก

9 มิถุนายน 2564 – 20:25 น.

“จุฬาฯ” ตอกย้ำขึ้น Top 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก ด้านชื่อเสียงทางวิชาการติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จาก QS World University Rankings 2022

ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก QS World University Rankings 2022 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับยกย่องเป็น1 ใน 100 มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิชาการ (Academic Reputation) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยอยู่ในอันดับที่ 96 ของโลกเช่นเดียวกับปีที่แล้ว 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จุฬาฯติดอันดับ 1 ของเอเชีย อันดับ 23 ของโลก 

ซึ่งถือว่าเป็นอันดับที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง นับเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งนี้จุฬาฯ ยังครองอันดับ 1มหาวิทยาลัยไทยเป็นปีที่13ติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี 2009) และติดอันดับ 215 มหาวิทยาลัยระดับโลก

QS World University Rankings 2022 จัดโดย QS Quacquarelli Symonds สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งรายงานผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 ในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษาร่วมการจัดอันดับ 1,751 แห่งจากทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 147 แห่ง

ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในปีนี้ จุฬาฯ ยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศไทยในด้านความมีชื่อเสียงด้านวิชาการ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่มีค่าน้ำหนักการให้คะแนนมากที่สุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่านการแสดงความคิดเห็นจากตัวแทนนักวิชาการ ผู้ประกอบการ และสถาบันการศึกษากว่า 100,000 คนทั่วโลก

นอกจากนี้ ในด้านการเป็นที่ยอมรับจากนายจ้าง (Employer Reputation) จุฬาฯ อยู่ในอันดับ 101 ของโลก ซึ่งดีขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับ 125 เช่นเดียวกับในด้านสัดส่วนของอาจารย์ต่อนิสิต (Faculty Student) และสัดส่วนของนิสิตชาวต่างชาติ (International Student) จุฬาฯ ได้คะแนนในปีนี้สูงขึ้นเช่นกัน

ผลการจัดอันดับครั้งนี้สะท้อนภาพความสำเร็จของการพัฒนานวัตกรรมกรรมที่หลากหลายเพื่อดูแลสังคมของจุฬาฯ หรือ Innovations for Society ทำให้ได้รับการยอมรับอย่างยิ่งทั้งในแวดวงวิชาการและอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ

การจัดอันดับ QS World University Rankings 2022 พิจารณาจากตัวชี้วัด 6 ด้านที่มีการคำนวณค่าน้ำหนักที่แตกต่างกัน ประกอบด้วยความมีชื่อเสียงด้านวิชาการ (40%) การเป็นที่ยอมรับจากนายจ้าง (10%) สัดส่วนของอาจารย์ต่อนิสิต (20%) ผลงานวิชาการต่ออาจารย์ (20%) สัดส่วนของอาจารย์ชาวต่างชาติ (5%) และสัดส่วนของนิสิตชาวต่างชาติ (5%)

ส่งเสริมการอ่าน ‘ทีเคพาร์ค’ จัดเต็มกว่าเดิม เปิดอ่านฟรีจุใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/469696

ส่งเสริมการอ่าน ‘ ทีเคพาร์ค ‘ จัดเต็มกว่าเดิม เปิดอ่านฟรีจุใจ

8 มิถุนายน 2564 – 18:35 น.

ส่งเสริมให้ทุกคนอ่านและเรียนรู้แบบต่อเนื่อง ‘ ทีเคพาร์ค ‘ จัดเต็มกว่าเดิม เปิดอ่านฟรีจุใจกับอีบุ๊ก ในช่วงกักตัวอยู่บ้านกันยาวๆ

ในช่วงที่สถานการณ์แพร่ระบาดของเจ้าวายร้ายไวรัสโคโรนา-19 หรือโควิด-19 กลับมาอีกเป็นระลอกใหม่ ทำให้หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้านกันยาวๆ อุทยานการเรียนรู้ TK Park  (ทีเคพาร์ค)ขอร่วมส่งเสริมให้ทุกคนอ่านและเรียนรู้กันต่อไปไม่หยุดนิ่ง ด้วยบริการอีบุ๊กกว่า 30,000 เล่ม คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ห้องสมุดคือโลกอีกใบ

ห้องสมุดบนมือถือ

ใครๆ ก็สามารถใช้บริการห้องสมุดออนไลน์ของทีเคพาร์ค ที่เข้าถึงง่ายผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ มีให้บริการทั้งหนังสือ นิตยสาร หนังสือเสียง และคอร์สเรียนออนไลน์คุณภาพให้เลือกอ่านกันแบบเต็มอิ่มจุใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพิ่มหนังสือใหม่ทุกเดือน ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ มีทั้งหนังสือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

โดยสามารถเลือกดาวน์โหลดได้ถึง 4 แอปพลิเคชัน ประกอบด้วย TK park Online Library ที่มีให้บริการอีบุ๊ก นิตยสาร หนังสือเสียงภาษาไทยกว่า 16,000 เล่มจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ Libby, by Overdrive เน้นอีบุ๊กภาษาอังกฤษและคอร์สออนไลน์ให้บริการกว่า 5,000 เล่ม 2ebook คู่มือการเรียนรู้หลากหลายแขนงกว่า 3,000 เล่ม และ PressReader หนังสือพิมพ์และนิตยสารจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 6,000 เล่ม

นักอ่านที่เป็นสมาชิกของ ทีเคพาร์ค หากเคยลงทะเบียนกับเราผ่านการยืนยันเลขบัตรประชาชนกับเจ้าหน้าที่ และตั้งค่ารหัสสมาชิก (Username และ Password) ในระบบไว้แล้ว ทั้งสมาชิกเก่าและใหม่ สามารถนำรหัสที่มีอยู่เข้าใช้บริการในแอปพลิเคชั่นเพื่ออ่านออนไลน์ได้ทันที

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยสมาชิกของทีเคพาร์ค และต้องการใช้บริการห้องสมุดออนไลน์ สมัครได้ฟรีที่ http://www.tkpark.or.th/tha/register

หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.tkpark.or.th/tha/library หรือมีคำถามเกี่ยวกับการใช้งาน กรุณาติดต่อทาง Inbox ของ เพจ Facebook: TKpark อุทยานการเรียนรู้

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของอุทยานการเรียนรู้ทีเคพาร์ค  เปิดเผยกับ “คมชัดลึกออนไลน์” ว่า  เนื่องจากบริเวณที่ทำการของทีเคพาร์ค อยู่ชั้น 8 ของห้างสรรพสินค้าเซ็ลทรัลเวิลด์ และเกิดเหตุไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ พื้นที่เขตปทุมวัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกหลายรายเมื่อปี 2562 

จำเป็นต้องปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ ประกอบกับเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ทำให้ปิดทำการเป็นเวลายาวนาน จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพมหานคร(กทม.)ในเบื้องต้นทีเคพาร์ค ยังปิดทำการไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2564 

ว่ากันว่า อุทยานการเรียนรู้ TK Park  หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลง จะปรับโฉมเข้าสู่เวอร์ชั่นใหม่ มีความทันสมัยกว่าเดิม แต่ยังส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้แบบไม่มีที่สิ้นสุด

ล่าสุด อุทยานการเรียนรู้ทีเคพาร์ค  เตรียมจัดกิจกรรมเพื่อเอาใจน้องๆวัยมัธยม เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต  ผ่านกิจกรรมหลากหลายในเร็วๆ นี้

“ทรูวิชั่นส์” ส่ง “รักข้ามคาน” มาช่วยรักษาบาดแผลในใจ จากความทรงจำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/468090

“ทรูวิชั่นส์” ส่ง “รักข้ามคาน” มาช่วยรักษาบาดแผลในใจ จากความทรงจำ

26 พฤษภาคม 2564 – 18:00 น.

“ทรูวิชั่นส์” ส่ง “รักข้ามคาน” มาช่วยรักษาบาดแผลในใจ จากความทรงจำ

กลับมาทำให้หัวใจได้ชุ่มชื้นกันอีกครั้ง สำหรับหนังโรแมนติกคอมมาดี้อย่าง “รักข้ามคาน” ที่ได้ มิสแกรนด์พะเยา 2019 “แมงปอ – เพ็ญพิชชา นาคแดง” เจ้าของตำแหน่ง Miss Grand Actress 2019 มารับบทนางเอก ประกบพระเอกสุดหล่อ ควบตำแหน่งนักยิงธนูทีมชาติไทยอย่าง “ป่าน – คมกฤษณ์ ดวงสุวรรณ” รวมถึงนักแสดงรุ่นเก๋าไม่ว่าจะเป็น “เต๋า – สมชาย เข็มกลัด”, “อรอนงค์ ปัญญาวงศ์”

เรื่องราวความรักของ 2 พ่อลูก ที่ผูกพันกันมา โดยมีเวสป้าคันเก่ง เป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์รัก แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อต้องแยกจากกันไป ความรัก ความทรงจำเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ ลูกสาวจึงออกเดินทางตามหาสิ่งของสำคัญ ที่เป็นสัญญาระหว่างความรัก ความผูกพันนั้น แต่ในระหว่างทาง ก็พบชายหนุ่มผู้ซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับสิ่งของสำคัญ มาติดตามกันว่า ความรักของพวกเขา กับสิ่งของที่เป็นสื่อกลางระหว่างความรัก จะจบลงเช่นไร ใน “รักข้ามคาน” วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้ เวลา 20.00 น. ทาง ทรูวิชั่นส์ ช่อง True Thai Film HD (236)

สมัคร Happy Family Package วันนี้ เพิ่มอีกเพียง 100 บาท จากแพ็คเกจ Enjoy รับสิทธิ์อัพเกรดแพ็กเกจขึ้นเป็น Smart Family HD มูลค่า 490 บาท นาน 3 รอบบิล (หลังติดตั้ง) ตั้งแต่ 1 – 31 พฤษภาคม 2564 โทร 02-700-8000 / http://www.truevisions.co.th

แถลงการณ์ชมรมครูฯ คัดค้านร่าง พ.ร.บ. การศึกษาฯลดทอนคุณค่าครู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/467038

แถลงการณ์ชมรมครูฯ คัดค้านร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯลดทอนคุณค่าครู

16 พฤษภาคม 2564 – 18:48 น.

ครูไม่สบายใจ..ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติลดทอนคุณค่าของครูลงจากเดิมในหลัก 3 ประการ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 ชมรมครูสังกัดกรุงเทพมหานคร ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1/2564 เรื่อง คัดค้าน “ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….”
(ฉบับผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 488/2564) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0906/68   ลงวันที่ 19 เมษายน 2564 เรื่อง ผลการพิจารณาความสอดคล้องของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ.ศ… รวม 2 ฉบับ กับนโยบายของคณะรัฐมนตรี อันมีสาระสำคัญของหนังสือว่า หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกับผลการพิจารณา จะเป็นเอกสารที่ต้องจัดส่งให้สภาผู้แทนราษฎรต่อไป นั้น

ชมรมครูสังกัดกรุงเทพมหานครออนไลน์ ได้ร่วมเครือข่ายกับเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย (ค.อ.ท.) เกิดความรู้สึกไม่สบายใจและไม่ไว้วางใจ เนื่องจาก ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ได้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในทางที่ ลดทอนคุณค่าของครูลงจากเดิม ในหลัก 3 ประการ กล่าวคือ

1) ไม่มีการบัญญัติว่า “วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง”

2) ไม่มีการบัญญัติว่า “ครูฯ ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” และ

3) ไม่มีการบัญญัติคำว่า “ผู้บริหารสถานศึกษา” แต่บัญญัติคำว่า “หัวหน้าสถานศึกษา”  

การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของกฎหมายเช่นนี้เอง จึงก่อให้เกิดความไม่สบายใจและไม่ไว้วางใจ โดยครูผู้เป็นบุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐ

ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ประกอบมาตรา 38 – 44 หมวด 3 ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่ง วิทยฐานะ และการให้ได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ซึ่งการกำหนดตำแหน่งฯ

นี้เองถือได้ว่า เป็นจุดแข็งเพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพครู สามารถที่จะทำให้ผู้ที่รักและมีจิตวิญญาณของความเป็นครูได้เกิดความมั่นคงและเกิดความก้าวหน้าในวิชาชีพอันเป็นความต้องการของมนุษย์ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้คนดีและคนเก่งมาเรียนในสาขาวิชาชีพครู ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการหล่อหลอมจากสถาบันผลิตครู และเมื่อสำเร็จการศึกษามาแล้ว จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จึงจะเป็นบุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักตามมาตรา 4 ดังกล่าวได้ 

การไปลดทอนคุณค่าของครูลงจากเดิม เช่นนี้ อาจกระทบต่อมาตรฐานวิชาชีพครู ส่งผลให้สังคมเกิดความไม่มั่นใจต่อจิตวิญญาณของความเป็นครู จรรยาบรรณ ความรักความเอาใจใส่ การเสียสละทุ่มเท และคุณภาพของครู โดยอาจกระทบต่อเนื่องไปยังคุณภาพของผู้เรียน ในทางตรงกันข้าม หากจะคาดหวังคุณภาพของผู้เรียนที่ดีขึ้น จึงควรที่จะพัฒนาวิชาชีพครูจากรากฐานเดิมที่เป็นอยู่

ซึ่งชมรมฯ เชื่อว่า วิชาชีพครูเมื่อพัฒนาได้ถูกทาง จักสามารถที่จะสร้างคุณภาพของการศึกษาชาติได้ ซึ่งการไปลดทอนคุณค่าของครูลงจากฐานเดิมด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญ จึงมิใช่เหตุผลที่ยอมรับได้ชมรมครูสังกัดกรุงเทพมหานครออนไลน์ จึงขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว และเห็นควรสนับสนุนข้อเสนอของหนังสือเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย

ที่ ค.อ.ท. 03/2564 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 เรื่อง ข้อเสนอประกอบการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…กราบเรียน นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) อีกทั้งขณะนี้ เครือข่าย 300 องค์กรที่ร่วมกับ ค.อ.ท.ได้ดำเนินการยื่นหนังสือในหลักการเดียวกันกับหนังสือฉบับดังกล่าว ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้โปรดช่วยดำเนินการตามข้อเสนอ

ชมรมครูสังกัดกรุงเทพมหานครออนไลน์ จึงขอแถลงการณ์คัดค้านร่างพระราชบัญญัติฯ และขอได้โปรดให้มีการแก้ไขตามข้อเสนอของ ค.อ.ท.ก่อนที่จะนำ   ร่างฯ เข้าสู่การพิจารณาของสภาในลำดับถัดไป หากมีการแก้ไขร่างฯ ก่อนนำเข้าสู่สภา    ก็จักเป็นผลงานของรัฐบาลและรัฐสภาไทย ที่มีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่พร้อมจะร่วมการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้ให้ประสบผลสำเร็จไปได้ โดยมีความมั่นว่าจะได้ครูที่มีคุณภาพ และจะส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนได้จริง

 ไกรทอง กล้าแข็ง

ประธานชมรมครูสังกัดกรุงเทพมหานครออนไลน์

นศ. ICT ม.มหิดล คิดค้น AI ชี้วัดสังคมออนไลน์ เพื่อผลักดันสู่นโยบายสุขภาวะทางจิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/466994

นศ. ICT ม.มหิดล คิดค้น AI  ชี้วัดสังคมออนไลน์ เพื่อผลักดันสู่นโยบายสุขภาวะทางจิต

16 พฤษภาคม 2564 – 11:58 น.

นศ. ICT ม.มหิดล คิดค้น AI  ชี้วัดสังคมออนไลน์ เพื่อผลักดันสู่นโยบายสุขภาวะทางจิต

(วันที่ 28 พฤษภาคม) ของทุกปี กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็นวันสุขบัญญัติแห่งชาติ ซึ่ง 1 ในสุขบัญญัติ 10 ประการ คือ การทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ เมื่อเกิดวิกฤติเกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 หรือวิกฤติใดๆ ในปัจจุบันเราจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าผู้คนในสังคมมีความเครียด หรือวิตกกังวลมากเพียงใด ในทันทีที่ได้เข้าไปในสังคมออนไลน์ เพียงพิมพ์คำที่ต้องการลงในช่องค้นหา 

ด้วยหลักการเดียวกันนี้ ทีมนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วย “น้องเต้” นายกฤติน ชาตรีนันท์ “น้องนนต์” นายอนนต์ กังพานิช และ “น้องพู” นายธนวินท์ วิจิตร ซึ่งมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภวงศ์ ทั่วรอบ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้นำมาประยุกต์ใช้พัฒนาโปรแกรม “สิมิลัน (PSIMILAN) : ระบบประมวลผลและแสดงข้อมูลผลกระทบทางจิตวิทยาและสุขภาพจิตระดับประชากร โดยใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่” ซึ่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 23 (NSC 2021) หมวดโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Application) จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อเร็วๆ นี้

อาจารย์ ดร.พัฒนศักดิ์ มงคลวัฒน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICTมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะฯ ได้มีนโยบายมุ่งส่งเสริมให้นักศึกษาได้นำความรู้ทางด้าน ICT ที่เรียนมาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งการใช้ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ สามารถใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ครอบคลุมสูงกว่าการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป โดยจะมีอัลกอริทึมแบบจำลองเชิงลึกที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงบางอย่างคล้ายสมองของมนุษย์ในการช่วยวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ตอบโจทย์สังคม หรือผลักดันสู่การวางแผนจัดทำนโยบาย (policy maker) ต่อไป โดยคณะ ICT มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมมุ่งมั่นเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” เพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้ และผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติต่อไป

“น้องเต้” นายกฤติน ชาตรีนันท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าทีมนักศึกษาผู้พัฒนาโปรแกรม “สิมิลัน” กล่าวว่า ชื่อของโปรแกรมมาจาก PSIMILAN ซึ่งเป็นตัวย่อของชื่อผลงาน “A data processing and visualization system for PSychological IMpact In mental health using LArge-scale social Networks” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ AI เพื่อประมวลผลสื่อสังคมออนไลน์ภาษาไทยและแสดงข้อมูลผลกระทบทางจิตวิทยาและสุขภาพจิตระดับประชากรในประเทศไทย

สามารถใช้งานโดยการเพิ่มนโยบายที่ต้องการศึกษาเข้าไปในระบบ แล้วโปรแกรมจะประมวลผลด้วย BERT และ LaBERT ซึ่งเป็น AI ประเภทการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ที่ล้ำสมัยสำหรับประมวลผลภาษา โดยใช้ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยโปรแกรมจะตรวจจับภาษาไทยซึ่งเป็นคำที่แสดงถึงภาวะซึมเศร้า หรือความคิดฆ่าตัวตาย อาทิ เครียด เศร้า หดหู่ อยากตาย ฯลฯ 

จากนั้นโปรแกรม “สิมิลัน” จะแสดงผลออกมาเป็นกราฟแสดงความถี่ของข้อความที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับนโยบายสู่การวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงสุขภาวะทางจิต สรุปผลแยกแยะในเชิงลึก 4 ด้าน ได้แก่ อารมณ์ ภาวะซึมเศร้า ความรู้สึก และความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งสามารถดูได้ทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายปี นอกจากนี้ยังสามารถดูสรุปผลที่เป็นความรู้สึกในทางบวกและลบ ผ่านทางเว็บแอปพลิเคชันได้อีกด้วย

“น้องนนต์” นายอนนต์ กังพานิช นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมในฐานะสมาชิกทีมนักศึกษาผู้พัฒนาโปรแกรม “สิมิลัน” ว่า ข้อดีของการใช้ระบบประมวลผลสุขภาวะทางจิตโดยใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ คือ สามารถดึงข้อมูลออกมาใช้ได้แบบเรียลไทม์ หรือในทันที แทนที่จะต้องรอการสรุปผลรายงานประจำปีอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบบสามารถแสดง trend หรือแนวโน้มความสนใจของผู้คนในช่วงเวลาต่างๆ ได้ตามจริง 

ในขณะที่ “น้องพู” นายธนวินท์ วิจิตร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล อีกหนึ่งสมาชิกของทีมนักศึกษาผู้พัฒนาโปรแกรม “สิมิลัน” ได้กล่าวเพิ่มเติมถึง Target Users หรือ กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย นอกจากจะได้แก่ ผู้วางแผนจัดทำนโยบาย (policy makers) แล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการรักษาสุขภาวะทางจิต และนักวิจัยทางการแพทย์ และสาธารณสุขโดยทั่วไปที่จะใช้เป็นแพลทฟอร์มต่อยอดเพื่อการทำนายพยากรณ์ผู้ป่วยโรคอื่นๆ ได้ต่อไปอีกด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภวงศ์ ทั่วรอบ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และการวิเคราะห์สื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่เพื่อประโยชน์ด้านการแพทย์และสังคม กล่าวว่า ข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์นั้นถือเป็น Big Data ที่สามารถสกัดข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณประโยชน์ได้มาก แต่ยังมีการนำไปใช้งานน้อยในประเทศไทย โดยโปรแกรม “สิมิลัน” ที่ทีมนักศึกษาของคณะ ICT มหาวิทยาลัยมหิดล ได้พัฒนาขึ้นนี้ อาจประยุกต์ใช้กับช่วงวิกฤติ COVID-19 เพื่อดูแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในระดับชุมชนได้อย่างเรียลไทม์ เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวังต่อไปได้อีกด้วย ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาทีม “สิมิลัน”  ผู้ทำหน้าที่ Inspire &
Facilitate หรือสร้างแรงบันดาลใจ และสนับสนุนให้นักศึกษาได้สร้างสรรค์พัฒนาโปรแกรม AI เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสุขภาวะทางจิตของประชาชนนี้ รู้สึกภาคภูมิใจที่นักศึกษาได้ยึดผลประโยชน์ของสังคมไทยเป็นหลัก และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนชาวไทยได้อย่างสร้างสรรค์ต่อไป

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ https://mahidol.ac.th/

ม.รามฯ เลื่อนสอบไล่ภาค 2/63 (ส่วนกลาง) เป็นวันที่ 14 – 27 มิ.ย.64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/465142

ม.รามฯ เลื่อนสอบไล่ภาค 2/63 (ส่วนกลาง) เป็นวันที่ 14 – 27 มิ.ย.64

28 เมษายน 2564 – 15:09 น.

ม.รามฯ เลื่อนสอบไล่ภาค 2/63 (ส่วนกลาง) เป็นวันที่ 14 – 27 มิ.ย.64

ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ยังมีอย่างต่อเนื่อง และแพร่ระบาดกระจายออกไปในหลายพื้นที่ ประกอบกับศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)และกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเข้มงวด นั้น   

มหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงมีความจำเป็นต้องประกาศเลื่อนการสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2563 (ส่วนกลาง) อีกครั้งหนึ่ง จากเดิมวันที่ 11 – 24 พฤษภาคม 2564 เลื่อนเป็นวันที่ 14 – 27 มิถุนายน 2564 โดยวิชาที่สอบ คาบเวลาสอบ และสถานที่สอบเป็นไปตามกำหนดเดิม    

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังได้ปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษา ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2563 ดังนี้ วันลงทะเบียน จากเดิมวันที่ 24 – 28 พฤษภาคม 2564 เป็นวันที่ 14 – 18 มิถุนายน 2564 วันบรรยาย (ออนไลน์) จากเดิมวันที่ 9 – 22 มิถุนายน 2564 เป็นวันที่ 5 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2564 และวันสอบไล่ จากเดิมวันที่23 – 30 มิถุนายน 2564 เป็นวันที่ 4 – 11 สิงหาคม 2564

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายลงทะเบียนเรียนและจัดสอบ โทร. 0-2310-861

‘ครูอาชีวะ’ คว้ารางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯคนที่ 4 ของไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/465039

‘ครูอาชีวะ’คว้ารางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯคนที่4ของไทย

27 เมษายน 2564 – 16:18 น.

คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พิจารณาเห็นชอบการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่4 ปี 2564 ‘ประทิน เลี่ยนจำรูญ’ ครูอาชีวะหญิง ผู้บุกเบิกนวัตกรรมการเรียนรู้ฐานวิทย์ ผู้อุทิศการทำงานเพื่อสร้างโอกาสแก่ลูกศิษ

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีการประชุมออนไลน์คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญคือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ซึ่งเป็นรางวัลนานาชาติ ที่จัดมอบทุกๆ 2 ปี ในประเทศอาเซียนและติมอร์-เลสเต ประเทศละ 1 คน สำหรับ ครั้งที่ 4 ปี 2564 นี้ มีครูที่ได้รับการคัดเลือกจาก 11 ประเทศ โดยมีคุณสมบัติสำคัญคือ เป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์และมีคุณูปการต่อวงการศึกษา และมีกำหนดพิธีพระราชทานรางวัล ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

'ครูอาชีวะ'คว้ารางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯคนที่4ของไทย

                                         ครูประทิน เลี่ยนจำรูญ

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี คนที่ 4 ของประเทศไทย มาจากการเสนอชื่อของศิษย์เก่าคือ น.ส.ประทิน เลี่ยนจำรูญ ครูอาชีวศึกษาผู้บุกเบิกนวัตกรรมการเรียนรู้ฐานวิทย์ ผู้อุทิศการทำงานเพื่อสร้างโอกาสแก่ลูกศิษย์และชุมชน เป็นครูผู้สอนวิชาการตลาดและเศรษฐศาสตร์ ระดับ ปวช. วิทยาลัยเทคนิคพังงา ผู้ร่วมบุกเบิกการเรียนรู้อาชีวศึกษาแนวใหม่ด้วยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ เป็นผู้สร้างหลักสูตรนวัตกรรมบูรณาการการเรียนสายวิทยาศาสตร์ สายศิลป์ และสายอาชีพ 

โดยใช้ Project based Learning เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญ นำนวัตกรรมที่ได้ไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ หรือการเป็นเจ้าของกิจการ และนำองค์ความรู้ลงสู่ชุมชนเพื่อจัดทำแผน “ชุมชนบางพัฒน์โฮมสเตย์” ทำให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิสามารถพลิกฟื้นความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน และเป็นโมเดลขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ 

'ครูอาชีวะ'คว้ารางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯคนที่4ของไทย

รวมถึงแสวงหาโอกาสให้กับลูกศิษย์อยู่เสมอ เช่น เมื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการทุนการศึกษา ก็ได้ลงพื้นที่เพื่อค้นหาเด็กที่ขาดโอกาสให้ได้เรียนต่อสายอาชีพทั้งใน จ.พังงาและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ตลอดระยะเวลา 31 ปีของความเป็นครูผู้ทุ่มเททุกลมหายใจเพื่อลูกศิษย์ จึงมีลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพมารุ่นแล้วรุ่นเล่า

สำหรับครูที่ได้รับรางวัลคุณากร ปี 2564 จำนวน 3 ราย คือ น.ส.กล่อมจิต ดอนภิรมย์ ร.ร.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ครูผู้เติมเต็มศักยภาพให้แก่ลูกศิษย์ที่หลากหลายวิธี โดยเชื่อว่าทุกคนเป็นดาวเด่นในตัวเอง นายสิทธิชัย จันทร์คลาย ร.ร.บ้านไทยสามัคคี จ.สระแก้ว ครูผู้ใช้ศิลปะเพื่อปลุกความคิดสร้างสรรค์สู่การพัฒนาความถนัดของผู้เรียน และ นางสุมิตรา กลิ่นบุปผา ร.ร.บ้านหนองแดน สาขาบ้านโละโคะ จ.กำแพงเพชร แม่ครูที่ทำให้เด็กกลุ่มชาติพันธุ์อ่านออกเขียนได้ และไม่เคยทอดทิ้งนักเรียนและชุมชน

'ครูอาชีวะ'คว้ารางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯคนที่4ของไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการนำเสนอโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการพูดอ่านเขียนไทย โรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ นำร่องในพื้นที่ จ.น่าน และราชบุรี โดยการประสานของสภากาชาดไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้ความสำคัญแก่นักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการนำร่องในพื้นที่ จ.น่าน และราชบุรี เพื่อสนับสนุนให้ครูในโรงเรียนสามารถสอนภาษาไทยได้ดีขึ้น

โดยมีเครือข่ายครูมููลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีและครูอาสาสมัครในพื้นที่ให้การหนุนเสริมผ่านสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบท ควบคู่กับการพัฒนาสื่อการเรียนรู้และวิธีการสอนใหม่ๆ เพิ่มเติมร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา มุ่งช่วยให้นักเรียนที่ใช้ภาษาถิ่นเรียนรู้ภาษาไทยได้ดี นักเรียนที่เรียนรู้ช้า ได้รับการพัฒนาโปรแกรมการเรียนภาษาไทยได้ดีขึ้นทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อดิจิตัลมีเดียอีกด้วย

ม.มหิดล ปั้นนวัตกรอาหารโลกโครงการ SPACE-F #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/464967

ม.มหิดล ปั้นนวัตกรอาหารโลกโครงการ SPACE-F

27 เมษายน 2564 – 10:21 น.

1ใน100มหาวิทยาลัยโลกคือเป้าหมายของการก้าวสู่ระดับนานาชาติของสถาบันอุดมศึกษาด้วยการพัฒนานวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติในฐานะที่ไทยเป็นแหล่งทรัพยากรทางอาหารที่สำคัญอุดมสมบูรณ์จะดีแค่ไหนหากไทยสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวโลกได้ด้วยนวัตกรรมอาหาร

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะหนึ่งในประธาน Co – Founder ของโครงการ SPACE-F ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งแรกในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่ระดับโลก ว่า จากที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีความร่วมมือกับ สถาบันนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2562 ในฐานะที่มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นฝ่ายสนับสนุนด้านองค์ความรู้ โดยในระยะแรกเริ่มจากในระดับคณะ ซึ่งมีคณะวิทยาศาสตร์เป็นคณะทำงานหลัก ต่อมาได้มีการขยายผลสู่ระดับมหาวิทยาลัย โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม  (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้ามามีบทบาทหลักในการบริหารจัดการ เนื่องจากโครงการ SPACE-F ได้มีการขยายเป้าหมายจากการมุ่งสู่การเป็นครัวโลก หรือ “Kitchen of the World” สู่การเป็น “Silicon Valley Food Tech” เพื่อการบ่มเพาะนวัตกรอาหารโลก อีกทั้งในปีที่สองของโครงการฯ ได้มีภาคเอกชนให้ความสนใจร่วมมือเพิ่มขึ้น คือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็น Corporate Partner และในส่วนของ Supporting Partners ได้แก่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ จำกัด 

ม.มหิดล ปั้นนวัตกรอาหารโลกโครงการ SPACE-F

“ด้วยความพร้อมด้านบุคลากรและองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมอาหาร เชื่อมั่นว่ามหาวิทยาลัยมหิดลจะสามารถต่อยอดสู่การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นที่พึ่งของชาวโลกด้านการผลิตอาหารคุณภาพจากนวัตกรรมอาหาร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ บนพื้นฐานความเชี่ยวชาญทางวิชาการในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าการมุ่งสู่ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยโลก” ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

รองศาสตราจารย์ ดร.กัณยารัตน์ สุไพบูลย์วัฒน ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมในฐานะ Project Manager ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งเสริม Entrepreneurial & Innovation Ecosystem ร่วมกับภาคเอกชนแบบ Public-Private Partnership ตั้งแต่การก่อตั้ง Global Innovation Incubator ในปี 2558 จนมาถึงโครงการ SPACE-F รุ่นแรกเมื่อปี 2562 ว่า คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่การเป็นทรัพย์สินทางปัญญา จากที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้ง Venture Club เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยได้พัฒนาผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีจุดแข็งด้านงานวิจัย deep tech ซึ่งสามารถผลักดันสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งผลกระทบในระดับชาติและนานาชาติได้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านนวัตกรรมอาหาร  ซึ่งที่ผ่านมา ได้ร่วมผลักดันให้นักศึกษา และนักวิจัยของคณะฯ ได้ก้าวสู้การเป็นสตาร์ทอัพของโครงการ SPACE-F เพื่อร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารคุณภาพสู่ระดับโลกได้ต่อไป

ม.มหิดล ปั้นนวัตกรอาหารโลกโครงการ SPACE-F

“เป็นที่น่ายินดีที่ในปีนี้ที่นอกจาก สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) ได้เข้ามามีบทบาทหลักในการบริหารจัดการแลัว ยังได้ทัพเสริมจาก วิทยาลัยนานาชาติ มาร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ ในการผลักดันโครงการ SPACE-F ในนามมหาวิทยาลัยมหิดล ให้คงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในการนำองค์ความรู้มาสร้างสรรค์เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ และเพื่อประโยชน์แห่งมวลมนุษยชาติตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยมหิดล” รองศาสตราจารย์ ดร.กัณยารัตน์ สุไพบูลย์วัฒน กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะรองประธาน Co-Founder ของโครงการ SPACE-F ว่า ด้วยประสบการณ์ที่คร่ำหวอดด้านการบ่มเพาะสู่การเป็นสตาร์ทอัพ เพื่อผลักดันนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ของโครงการ SPACE-F ร่วมกับ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล เชื่อมั่นได้ว่าจะสามารถผลักดันให้โครงการ SPACE-F พัฒนานวัตกรรมอาหารสู่ระดับโลกเพื่อประโยชน์แห่งมวลมนุษยชาติ โดยที่ผ่านมา สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดลได้มีบทบาทในการปั้นงานวิจัยและผลงานนวัตกรรมด้านอาหาร ตั้งแต่การบ่มเพาะในระยะเริ่มต้น สู่การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ และมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรให้ตอบโจทย์กลุ่มสตาร์ทอัพต่อไปให้ได้มากที่สุด

ม.มหิดล ปั้นนวัตกรอาหารโลกโครงการ SPACE-F

ซึ่งในอาหารแต่ละอย่างมีองค์ประกอบมากมาย วัตถุดิบอาหารหนึ่งอย่าง (ingredient) สามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารได้อีกหลายอย่าง แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้วัตถุดิบแต่ละอย่างสามารถประกอบกันเป็นอาหารคุณภาพ ที่มีรสเลิศ และมากด้วยคุณค่าทางอาหาร ในทรัพยากรที่มีความจำกัดมากขึ้น หรือในบริบทที่แตกต่างกันไป ด้วยบทบาทของการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยมหิดล จะสามารถทำให้งานวิจัยด้านอาหารจากในห้องปฏิบัติการได้รับการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ให้เกิดคุณค่าและคุ้มค่าได้ต่อไป

นอกจากนี้ ในการสร้างสรรค์สตาร์ทอัพนั้นต้องเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ซึ่งนวัตกรที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการต่างมีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว บทบาทของโครงการ SPACE-F คือ วางหลักสูตรบ่มเพาะสู่การเป็นผู้ประกอบการโดยปรับตามผู้เรียน หรือ “One-On-One Coaching” เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปของนวัตกรโครงการ SPACE-F ในแต่ละราย ด้วยการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ ตลอดจนปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

“สตาร์ทอัพเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่เหมือน SME ที่จะโตไปอย่างช้าๆ ดังนั้นนวัตกรรมอาหารในโครงการ SPACE-F จึงต้องมีการวางแผนทางการตลาดที่กว้างกว่าในระดับประเทศ แต่จะต้องไปถึงในระดับนานาชาติ จึงเป็นความท้าทายที่ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล มีความภาคภูมิใจในฐานะที่ได้เป็นกำลังสำคัญในการร่วมผลักดันให้โครงการ SPACE-F ได้มีบทบาทในการกระตุ้นสตาร์ทอัพสู่ระดับโลกเพื่อการสร้างสรรค์อาหารคุณภาพสู่มวลมนุษยชาติต่อไป” ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th

สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210

จุฬาฯติดอันดับ 1 ของเอเชีย อันดับ 23 ของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/464867

จุฬาฯติดอันดับ 1 ของเอเชีย อันดับ 23 ของโลก 

26 เมษายน 2564 – 13:16 น.

จุฬาฯ ภูมิใจตัวแทนไทยผงาดมหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน อันดับ 1 ในเอเชีย อันดับ 23 ของโลก

ผลงาน “นวัตกรรมเพื่อสังคม” ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างชื่อให้มหาวิทยาลัยไทย    ครองอันดับที่ 1 ของเอเชีย และอันดับที่ 23 ของโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย THE Impact Ranking ปี  2021 ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบต่อสังคมสูง จากมหาวิทยาลัยทั่วโลก 1,115 แห่ง ซึ่งถือเป็นอันดับที่สูงที่สุดที่มหาวิทยาลัยไทยเคยได้รับ โดยคะแนนรวมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ติด Top 4 SDG  ในปีนี้ ได้แก่ SDG 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี)  SDG 9 (โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม) SDG 15 (ระบบนิเวศบนบก) และ SDG 17 (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน)

จุฬาฯติดอันดับ 1 ของเอเชีย อันดับ 23 ของโลก 

สำหรับผลงานที่โดดเด่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามเป้าหมายของ SDG ที่จุฬาฯ เข้าร่วมมีดังนี้
– SDG 8 (การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ) จุฬาฯ ติด Top 1 in ASEAN
    อันดับ 92 Chulalongkorn University (68.8 )
    อันดับ 96 Universitas Gadjah Mada (68.7)
    อันดับ 98 Prince of Songkla University (68.5)

– SDG 9 (โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม) จุฬาฯ ติด Top 1 in ASEAN
    อันดับ 60 Chulalongkorn University (92.1)
    อันดับ 66 UniversitiTeknologi Malaysia (90.3)
    อันดับ 78 Universiti Putra Malaysia (87.9)

– SDG 14 (ทรัพยากรทางทะเล) จุฬาฯ ติด Top 2 in ASEAN
    อันดับ 8 Hasanuddin University (89.1)
    อันดับ 9 Chulalongkorn University (88.8 )
    อันดับ 22 Universitas Gadjah Mada (81.1)

จุฬาฯติดอันดับ 1 ของเอเชีย อันดับ 23 ของโลก 

– SDG 15 (ระบบนิเวศบนบก) จุฬาฯ ติด Top 1 in ASEAN
    อันดับ 10 Chulalongkorn University (88.1)
    อันดับ 42 Universitas Gadjah Mada (77.0)
    อันดับ 52 University of Brawijaya (73.2)

– SDG 17 (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) จุฬาฯ ติด Top 1 in ASEAN
    อันดับ 44 Chulalongkorn University (90.5)
    อันดับ 44 Universitas Gadjah Mada (90.5)
    อันดับ 47 KMUTT (89.7)

ความสำเร็จของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยของไทย  ได้ขึ้นสู่อันดับ Top 23 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชีย  ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงดังกล่าว

ม.รามคำแหง ประกาศเลื่อนการสอบไล่ภาค 2/2563 (ส่วนกลาง) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/463419

ม.รามคำแหง ประกาศเลื่อนการสอบไล่ภาค 2/2563 (ส่วนกลาง)

9 เมษายน 2564 – 16:05 น.

ม.รามคำแหง ประกาศเลื่อนการสอบไล่ภาค 2/2563 (ส่วนกลาง) หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.รามคำแหง) จึงประกาศ เลื่อนการสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2563 (ส่วนกลาง) จากเดิมวันที่ 19 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2564 #เป็นวันที่ 11 – 24 พฤษภาคม 2564 โดยวิชาที่สอบ คาบเวลาสอบ และสถานที่สอบเป็นไปตามกำหนดเดิม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด19พุ่งสูงอีก วันนี้พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม1ราย

สำหรับ กำหนดการสอบไล่ ภาค 2 ปีการศึกษา 2563 #ส่วนภูมิภาค เป็นไปตามกำหนดเดิม คือ

ช่วงที่ 1: วันที่ 8-9 พฤษภาคม 2564

ช่วงที่ 2: วันที่ 15-16 พฤษภาคม 2564

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายลงทะเบียนเรียนและจัดสอบ โทร. 0-2310-8611