“ครูกัลยา” ห่วงนักเรียนถูกราดซีม่า สั่งเร่งสอบข้อเท็จจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/462194

“ครูกัลยา” ห่วงนักเรียนถูกราดซีม่า สั่งเร่งสอบข้อเท็จจริง

26 มีนาคม 2564 – 19:20 น.

“ครูกัลยา” ห่วงนักเรียนถูกราดซีม่า สั่งเร่งสอบข้อเท็จจริง ย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เตรียมส่งคณะทำงานลงพื้นที่เยี่ยมเด็กพร้อมให้กำลังใจครอบครัว

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อมูลปรากฏเป็นข่าวกรณีที่นักเรียนพี่เลี้ยงชั้น ป.5 และชั้น ม.4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เขาพนม จังหวัดกระบี่

ได้ใช้ยาซีม่าราดตามตัวเด็กชายภูผา บุตรชายนางจินตนา มาชะอุ้ม วัย 9 ขวบ ชั้น ป.2 ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยผิวหนังเกิดรอยไหม้ และมารดาของเด็กได้มารับตัวไปรักษาตัวที่ รพ.เขาพนม ในวันที่ 23 มี.ค. 2564 หลังจากเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบเรื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้แสดงความห่วงใยมายังเด็กชายภูผาและครอบครัว และสั่งให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และรายงานผลการสอบสวนมายังหน่วยงานต้นสังกัดโดยเร็ว

พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปยังจังหวัดกระบี่ เพื่อไปเยี่ยมนักเรียนคนดังกล่าวพร้อมให้กำลังใจกับครอบครัวที่ประสบเหตุ

นางดรุณวรรณ กล่าวต่อว่าตนเองได้มีโอกาสพูดคุยกับนายศักดิ์ชัย สุวรรณคต ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 เพื่อสอบถามเบื้องต้นถึงเหตุการณ์ดังกล่าวทราบว่าโรงเรียนอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และจะมีบทลงโทษไปตามกฎระเบียบของโรงเรียนต่อไป

ทั้งนี้คุณหญิงกัลยาได้กำชับให้โรงเรียนทุกโรงเรียนเพิ่มมาตรการในการดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงเพิ่มความรัดกุมในการตรวจตรา ตรวจสอบ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีลักษณะเป็นโรงเรียนกินอยู่ประจำที่มีนักเรียนพักค้างในโรงเรียนอยู่ร่วมกันทุกชั้นปี ที่สำคัญคือต้องไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

“ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่งขอส่งกำลังใจให้น้องภูผาและครอบครัวและขอให้น้องหายป่วยโดยเร็ว และอยากเรียนทุกท่านให้ทราบว่าคุณหญิงกัลยา ในฐานะที่กำกับดูแลโรงเรียนราชประชานุเคราะห์มีความห่วงใยในปัญหาที่เกิดขึ้น และกำชับผู้เกี่ยวข้องให้เร่งสอบสวนข้อเท็จจริง

โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงต้องไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นอีกในสถานศึกษาทุกแห่งภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้หากผลการสอบข้อเท็จจริงพบว่าคุณครู หรือนักเรียนพี่เลี้ยงมีข้อบกพร่องหรือมีความผิดพลาดในการดูแล ก็ให้โรงเรียนใช้มาตรการในการตักเตือนหรือลงโทษตามระเบียบ ข้อบังคับของทางโรงเรียนหรือทางราชการต่อไป ส่วนในกรณีของคดีความหากผู้ปกครองต้องการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องก็ถือเป็นสิทธิ และสามารถดำเนินการได้ภายใต้กระบวนการทางกฎหมาย” นางดรุณวรรณ กล่าว

โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ จับมือฟินแลนด์ ยกระดับการเรียนการสอนปฐมวัยเทียบเท่าสากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/462023

โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ จับมือฟินแลนด์ ยกระดับการเรียนการสอนปฐมวัยเทียบเท่าสากล

25 มีนาคม 2564 – 07:45 น.

โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ จับมือฟินแลนด์ ยกระดับการเรียนการสอนปฐมวัยเทียบเท่าสากล

นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ประธานกรรมการอำนวยการ โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ ซึ่งเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอนุบาลไปจนถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในฐานะ “โรงเรียนทางเลือก” ดำเนินการตามแนวทางการจัดการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ เน้นแนวทางจัดการเรียนการสอนที่ยึดธรรมชาติของผู้เรียนเป็นแนวทางในการบ่มเพาะจินตนาการและความสุขเพื่อให้เกิดการเรียนรู้สู่การพัฒนาศักยภาพตัวเอง โดยจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือปฏิบัติจริง การสนับสนุนนักเรียนรายบุคคล เพื่อเสริมสร้างจินตนาการบนรากฐานแห่งความสุข ล่าสุดได้จัดกิจกรรม  “Hello Finland” และต้อนรับ ฯพณฯ ยูวริ แยร์วิอะโฮ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือใช้หลักสูตร HEI Schools Teacher Toolkit (เฮย์สคูล ทีชเชอร์ ทูลคิท) ระหว่าง     บุญเอนก มณีธรรม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ กับ มิลลา ก๊กโก ประธานกรรมการบริหาร  บริษัท เฮลซิงกิ อินเตอร์เนชั่นนอล สคูล กรุ๊ป และ เฮกกิ วาร์เตีย บริษัท เฮลซิงกิ อินเตอร์เนชั่นนอล สคูล กรุ๊ป ผู้จัดการฝ่ายขายและดูแลคู่ค้า ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Zoom 

โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ จับมือฟินแลนด์ ยกระดับการเรียนการสอนปฐมวัยเทียบเท่าสากล

นางสาวกุลธิดา เปิดเผยว่า ตลอดเวลาตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ ในปี 2552 จนถึงปัจจุบัน เรายังคงมุ่งจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพตามพัฒนาการของนักเรียน โดยพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีคุณค่าและมีความสุข  โรงเรียนต้นกล้าจึงได้ยกระดับต่อยอดโดยนำหลักสูตรจากประเทศฟินแลนด์ซึ่งผ่านสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยที่ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการเล่นที่สร้างเสริมทักษะต่างๆ โดยสอดแทรกวิชาการอย่างแนบเนียน มาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามร่วมมือกับ บริษัท เฮลซิงกิ อินเตอร์เนชั่นนอล สคูล กรุ๊ป ในรูปแบบของหลักสูตร HEI Schools Teacher Toolkit เข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเรียนการสอนเทียบเท่าระดับสากล

“สำหรับรูปแบบของ HEI Schools Teacher Toolkit นี้ เป็นหลักสูตรปฐมวัยจากประเทศฟินแลนด์ที่โรงเรียน    ต้นกล้า จ.เชียงใหม่ นำมาเพิ่มศักยภาพให้คุณครูในการจัดการศึกษาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน กิจกรรมต่างๆ ทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรนี้ยังมาพร้อมกับ Teacher’s Corner  ที่จะช่วยให้ครูต้นกล้าเข้าถึงสื่อการสอนและการพัฒนาวิชาชีพ ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคลากรจากประเทศฟินแลนด์  นอกจากนี้ต้นกล้ายังริเริ่มการพัฒนาครูต้นแบบ จำนวน  3 คน ที่จะได้พัฒนาทักษะและกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบฟินแลนด์ออนไลน์ตลอดระยะเวลา 12 เดือนผ่าน HEI Schools Teacher Certificate เพื่อทักษะวิชาชีพของครู และความเข้มแข็งในการออกแบบการเล่นที่เปี่ยมไปด้วยความรู้และทักษะที่จำเป็นตามช่วงวัยของเด็กๆ อย่างมีความสุข” นางสาวกุลธิดา เล่าถึงความสำคัญของ HEI Schools Teacher Toolkit

โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ จับมือฟินแลนด์ ยกระดับการเรียนการสอนปฐมวัยเทียบเท่าสากล

ทั้งนี้ประธานกรรมการอำนวยการ โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้นำหลักสูตรและแนวทางจัดการเรียนการสอนจากฟินแลนด์หลายแขนง อาทิ การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Learn through play) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการเรียนรู้ในระดับอนุบาลที่เปี่ยมไปด้วยการพัฒนาเด็กๆ ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ภาษา อารมณ์และสังคม สร้างโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ รวมทั้งยังสร้างมีจินตนาการใหม่ๆ ให้เด็กๆ ได้ไม่รู้จบ ซึ่งต้นกล้าได้ริเริ่มจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่นมาเป็นระยะเวลา 12 ปีแล้ว การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์   (Learn through experience) ถือเป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบองค์รวมที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ของเด็กๆ จากประสบการณ์รอบตัวพวกเขา (Phenomenon-Based Learning) เช่น ฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นมาจากไหน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และจะแก้ไขด้วยวิธีใดได้บ้างเหล่านี้สามารถนำมาจัดกระบวนการเรียนการสอนได้หลากหลายวิชา อาทิ คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคม, สิ่งแวดล้อม, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ และงานช่าง ฯลฯ 

โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ จับมือฟินแลนด์ ยกระดับการเรียนการสอนปฐมวัยเทียบเท่าสากล

“อีกหนึ่งความร่วมมือที่โรงเรียนต้นกล้า จ.เชียงใหม่ ร่วมกับ Positive Finland (โพสิทีฟ ฟินแลนด์) คือโปรแกรม See the Good from Positive Finland เน้นการรู้จักตัวเองและจุดแข็งด้านทักษะทางอารมณ์และสังคมของตัวเอง ผ่านการให้ข้อเสนอแนะ (Feedback) เชิงบวกของคุณครูอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากการจัดกิจกรรมในชั้นเรียนและนอกห้องเรียนผ่านการสังเกตพฤติกรรมเชิงบวกของนักเรียน เพื่อให้เด็กๆ ได้ภาคภูมิใจในจุดเด่นของตัวเอง และสร้างการมองเห็นคุณค่าของตัวเอง (self-esteem) ที่ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการเติบโตของเด็ก” นางสาวกุลธิดา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารโรงเรียนต้นกล้า เชียงใหม่ ย้ำถึงเป้าหมายของการบริหารโรงเรียนว่า มุ่งพัฒนาให้มีขีดความสามารถสอดคล้องกับมาตรฐานสากลทั้งในระบบปฏิบัติงาน มาตรฐานการปฏิบัติงาน และบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิชาการที่จะมุ่งให้เป็นไปตามบริบทสากลและเท่าทันอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านการสร้างความร่วมมือทั้งกับองค์กรระดับชาติ และนานาชาติ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนบนเวทีวิชาการทั้งในและนอกประเทศ

ปีแรกกยศ. ให้กู้เรียนป.โท-.เตรียมงบ 38,000 ล้านบาท ให้กู้ผ่านมือถือ ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/461789

ปีแรกกยศ. ให้กู้เรียนป.โท-.เตรียมงบ 38,000 ล้านบาท ให้กู้ผ่านมือถือ ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้

22 มีนาคม 2564 – 18:49 น.

กยศ.เตรียมเงินงบประมาณ 38,000 ล้านบาท สำหรับให้กู้ยืมปีการศึกษา 2564 ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายถึงระดับ ป.โท สามารถยื่นขอกู้ยืมผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน ด้วยแอป “กยศ. Connect” ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.64 เป็นต้นไป

พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาการศึกษาไทย ที่ขาดสภาพคล่องในการดำรงชีพ แต่สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ ผ่านกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

 กยศ.เตรียม 34,000 ล้าน เพื่อ นร.-นศ.กู้ปี63 ปรับเกณฑ์รายได้เป็น 3.6 แสนต่อปี

‘อนุทิน’ เสนอกู้เงิน กยศ. ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ‘ก.คลัง’ รับไปพิจารณา

ล่าสุด นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) เปิดเผยผ่านสื่อว่า ในปีการศึกษา 2564 กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้เตรียมเงินงบประมาณให้กู้ยืมจำนวน 38,000 ล้านบาท เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษาจำนวนกว่า 624,000 ราย สามารถกู้ยืมได้สูงสุดถึง 200,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรสาขาวิชาหรือประเภทวิชาที่เลือกเรียน และในปีนี้เป็นปีแรกที่กองทุนให้กู้ยืมเงินแก่นักศึกษาระดับปริญญาโท(ป.โท)

สำหรับเงื่อนไขการกู้ยืม กยศ. แบ่งเป็น 4 ลักษณะ ดังนี้

ลักษณะที่ 1 นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ลักษณะที่ 2 นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก ซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคนและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

ลักษณะที่ 3 นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาขาดแคลน หรือที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ

ลักษณะที่ 4 นักเรียนหรือนักศึกษาที่เรียนดี เพื่อสร้างความเป็นเลิศ โดยให้กู้ในระดับปริญญาโท

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายละเอียดสาขาวิชาและเงื่อนไขการให้กู้ยืมทั้ง 4 ลักษณะได้ที่เว็บไซต์กองทุน www.studentloan.or.thโดยนักเรียน นักศึกษาสามารถยื่นกู้ผ่านแอปพลิเคชัน “กยศ. Connect” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป

SEAMEO STEM-ED และเชฟรอน ผนึกเครือข่ายนักวิจัยทั่วอาเซียน ถกแนวทางยกระดับคุณภาพการศึกษา แก้ปมเยาวชนคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์โลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/460997

SEAMEO STEM-ED และเชฟรอน ผนึกเครือข่ายนักวิจัยทั่วอาเซียน ถกแนวทางยกระดับคุณภาพการศึกษา แก้ปมเยาวชนคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์โลก

SEAMEO STEM-ED และเชฟรอน ผนึกเครือข่ายนักวิจัยทั่วอาเซียน ถกแนวทางยกระดับคุณภาพการศึกษา แก้ปมเยาวชนคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์โลก

13 มีนาคม 2564 – 14:09 น.

SEAMEO STEM-ED และเชฟรอน ผนึกกำลังเครือข่ายนักวิจัย 11 ชาติอาเซียน ประชุมหาแนวทางพัฒนาสะเต็มศึกษา เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์โลก มุ่งพัฒนาคนเพื่อการพัฒนาอาเซียนอย่างยั่งยืน

SEAMEO STEM-ED หรือ ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และ เชฟรอน คอร์ปอเรชั่น จัดประชุมนักวิจัยระดับนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสะเต็มศึกษา กระตุ้นให้เกิดงานวิจัยที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายสะเต็มศึกษาในอาเซียน หลังพบปัญหาเยาวชนอาเซียนคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานโลก ประกอบกับ 3 ปัจจัยที่การศึกษาแบบเดิมไม่ตอบโจทย์ คือ ดิจิทัล ดิสรัปชั่น ความเหลื่อมล้ำของเด็กในเมืองและชนบท และผลกระทบจากโควิด-19 การประชุมมี 3 วิทยากรหลักนำเสนอภาพรวม ได้แก่ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการ และ Ms.Dee Bourbon ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการลงทุนเพื่อสังคม เชฟรอน คอร์ปอเรชั่น

ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของงานวิจัยที่ช่วยยกระดับการศึกษาของอาเซียน เนื่องจากสภาพปัญหาที่มีความคล้ายกัน 3 เรื่องคือ เยาวชนอาเซียนมีผลประเมินด้านการศึกษาต่ำ (PISA)  การขาดแคลนกำลังคนที่มีทักษะสะเต็มศึกษา โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเป็นกลไกที่จะช่วยดึงประเทศให้หลุดจากกับดับรายได้ปานกลาง และการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงต้องเร่งส่งเสริมงานวิจัยด้านการศึกษาที่ตอบโจทย์อนาคต นำผลการวิจัยไปขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อยกระดับศักยภาพของอาเซียนอย่างยั่งยืน

ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการศูนย์ SEAMEO STEM-ED กล่าวถึงบทบาทของสถาบันการศึกษากับ    การพัฒนาอาชีพครู และการสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน โดยระบุว่าการหารือครั้งนี้ครอบคลุม  3 ประเด็นหลักคือ กระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) การบูรณาการสะเต็มศึกษาตั้งแต่ระบบเรียนฟรี หรือ K-12 และการสร้างโมเดลวิทยาลัยอาชีวะสะเต็มศึกษาที่ได้มาตรฐานโลก เวทีนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดงานวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา หลังผลกระทบจากดิจิทัล ดิสรัปชั่น ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของเด็กในเมืองและชนบท และสภาพเศรษฐกิจจากโควิด-19     

Ms.Dee Bourbon ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการลงทุนเพื่อสังคม เชฟรอน คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างเชฟรอนกับ SEAMEO STEM-ED เพื่อพัฒนาสะเต็มศึกษาในภูมิภาคอาเซียน โดยเชฟรอนเริ่มมีส่วนร่วมพัฒนา  ‘พลังคน’ ในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง 6 ปีแล้วภายใต้โครงการ ‘Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต’ ซึ่งปัจจุบันเข้าสู่ระยะที่สอง กลายเป็นโมเดลต้นแบบงาน CSR ด้านการศึกษาระดับภูมิภาค โดยนำเสนองานวิจัยที่ถอดบทเรียนในโครงการให้กับนักวิจัยทั้งอาเซียน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะการสอนในห้องเรียน ประโยชน์ของกระบวนการสร้างชุมชoแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) รวมถึงการประเมินครูผู้สอน ซึ่งมีความสำคัญต่อเด็กและการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในอาเซียน

บทสรุปและแนวทางที่ได้จากงานประชุมครั้งนี้ จะถูกนำไปพัฒนาและบรรจุเป็นวาระนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ 11 ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ SEAMEO Congress 2021 ที่จะมีขึ้นปลายเดือนเมษายน ศกนี้

ม.มหิดล จัดคอนเสิร์ตแสดงดนตรีคลาสสิกรูปแบบใหม่ “Exotic Journeys” 13 มี.ค.นี้ที่ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร ม.มหิดล ศาลายา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/460405

ม.มหิดล จัดคอนเสิร์ตแสดงดนตรีคลาสสิกรูปแบบใหม่ “Exotic Journeys” 13 มี.ค.นี้ที่ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร ม.มหิดล ศาลายา

ม.มหิดล จัดคอนเสิร์ตแสดงดนตรีคลาสสิกรูปแบบใหม่ "Exotic Journeys" 13 มี.ค.นี้ที่ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร ม.มหิดล ศาลายา

7 มีนาคม 2564 – 14:58 น.

ม.มหิดล จัดคอนเสิร์ตแสดงดนตรีคลาสสิกรูปแบบใหม่ “Exotic Journeys” 13 มี.ค.นี้ที่ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร ม.มหิดล ศาลายา

ด้วยบทเรียนจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้น ได้สอนให้ทุกคนบนโลกได้รู้จักการปรับตัวไปตามความเปลี่ยนแปลงของโลก เช่นเดียวกับดนตรีและศิลปะการแสดง (Performing Arts) ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อทำหน้าที่จรรโลงโลกให้กับผู้คนได้มีแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตต่อไปแม้ในยามวิกฤติ

นับเป็นเวลา 7 ปีแล้วที่ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร อยู่คู่มหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่เป็นสถานที่จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งจัดการแสดงดนตรีระดับโลกมาแล้วมากมาย ตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหอแสดงดนตรีที่ดีที่สุดในประเทศไทย

ม.มหิดล จัดคอนเสิร์ตแสดงดนตรีคลาสสิกรูปแบบใหม่ "Exotic Journeys" 13 มี.ค.นี้ที่ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร ม.มหิดล ศาลายา

จนเมื่อถึงยามวิกฤติ COVID-19 ที่ต้องเว้นช่วงให้บริการ มหาวิทยาลัยมหิดลก็ยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อสังคมเพื่อให้ทุกคนมั่นใจโดยกลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้เข้าชมคอนเสิร์ตอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2564 ในรูปแบบใหม่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกับการแสดงดนตรีคลาสสิกที่น่าตื่นตาตื่นใจ ภายใต้ชื่อการแสดง “Exotic Journeys”

อาจารย์ ดร.ธนพล เศตะพราหมณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการวง Thailand Philaharmonic Orchestra หัวหน้าสาขาการอำนวยเพลง ประธานหลักสูตรดุริยางคศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เดิมทางวง Thailand Philaharmonic Orchestra ได้มีการจัดการแสดงคอนเสิร์ตโดยจัดให้มี Pre – Concert เพื่อเล่าเรื่องบทเพลงก่อนการแสดงประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการดำเนินรายการระหว่างเพลง โดยมีการกล่าวนำสั้นๆ ก่อนเข้าสู่เพลง ซึ่งจากการทดลองจัดคอนเสิร์ตในรูปใหม่ดังกล่าว  ได้มีการเก็บข้อมูลการประเมินจากผู้เข้าชม พบว่าผู้ชมได้รับอรรถรสในการฟังเพลงคลาสสิกมากขึ้น แม้จะไม่มีความคุ้นเคยกับดนตรีคลาสสิกมาก่อนเลยก็ตาม

ม.มหิดล จัดคอนเสิร์ตแสดงดนตรีคลาสสิกรูปแบบใหม่ "Exotic Journeys" 13 มี.ค.นี้ที่ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร ม.มหิดล ศาลายา

                             อาจารย์ ดร.ธนพล เศตะพราหมณ์

สำหรับคอนเสิร์ต “Exotic Journeys” ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2564 เวลา 16.00 น. ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นี้ เป็นการรวบรวมบทเพลงที่ผู้ประพันธ์ได้ไปเยือนต่างดินแดน หรือมีส่วนผสมจากศิลปะต่างวัฒนธรรม โดยในคอนเสิร์ตจะมีการแสดงเพลง Symphony No.4 ของ Felix Mendelssohn นักประพันธ์ดนตรีระดับโลกชาวเยอรมัน ชื่อว่า Italy Symphony นอกจากนี้ยังมีการบรรเลงเพลงของ Wolfgang Amadeus Mozart นักประพันธ์ดนตรีระดับโลกชาวออสเตรีย ชื่อว่า Magic Flute และเพลงเดี่ยวเปียโนผลงานของ Camille Saint-Seans นักประพันธ์ดนตรีระดับโลกชาวฝรั่งเศส ชื่อว่า Egyptian Concerto ซึ่งจะบรรเลงโดย รองศาสตราจารย์ ดร.เอริ นาคากาวา อาจารย์สอนดนตรีเปียโนชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอาจารย์รุ่นบุกเบิกของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

ม.มหิดล จัดคอนเสิร์ตแสดงดนตรีคลาสสิกรูปแบบใหม่ "Exotic Journeys" 13 มี.ค.นี้ที่ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร ม.มหิดล ศาลายา

คอนเสิร์ตครั้งนี้อำนวยเพลงโดย อาจารย์ ดร.ภมรพรรณ โกมลภมร วาทยกรรุ่นใหม่ซึ่งนับเป็นสายเลือดของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปีพ.ศ.2547 จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาการอำนวยเพลง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำสาขาการอำนวยเพลง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

อาจารย์ ดร.ภมรพรรณ โกมลภมร เคยคว้ารางวัลชนะเลิศ The American Prize ในสาขาการควบคุมวง (Conducting) ได้รับรางวัล Career Encouragement Citation ในรายการเดียวกัน และยังเข้ารอบ Finalist ในการชิงชัย Ernst Bacon Memorial Award For The Performance Of American Music อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นผู้นำสีสันใหม่ๆ มาสู่วงการดนตรีคลาสสิกไทย เป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล 

ในการเป็นต้นแบบของวาทยกรรุ่นใหม่ที่ทุ่มเททำหน้าที่ทั้งการเป็นศิลปินผู้อำนวยเพลง และการเป็นครูสอนดนตรีในขณะเดียวกัน โดยมุ่งหวังผลักดันให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้ก้าวสู่ความสำเร็จทางวิชาชีพของวาทยกรในระดับโลกได้ต่อไป

ติดตามรายละเอียดการเข้าชมคอนเสิร์ตได้ที่ FB: Thailand Philaharmonic Orchestra และข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th

 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 

ม.มหิดล ติดอันดับ 1 ของไทย ใน 7 สาขาวิชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/460269

ม.มหิดล ติดอันดับ 1 ของไทย ใน 7 สาขาวิชา

ม.มหิดล ติดอันดับ 1 ของไทย ใน 7 สาขาวิชา

5 มีนาคม 2564 – 19:28 น.

ม.มหิดล ติดอันดับ 1 ของไทย ใน 7 สาขาวิชา จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings by Subject 2021

เมื่อเร็วๆ นี้ Quacquarelli Symonds (QS) ประกาศผลการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject 2021 ซึ่ง มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.หรือ ม.มหิดล) ได้รับการจัดอันดับจำนวน 17 สาขาวิชา จากทั้งหมด 51 สาขาวิชา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ม.มหิดล สุดเจ๋ง ค้นพบสารต้าน “โควิด19”

โดยเป็นอันดับ 1 ในไทย ใน 7 สาขาวิชา (1 สาขาวิชาหลัก และ6 สาขาวิชาเฉพาะ) ได้แก่ Performing Arts อันดับที่ 51 – 100, Life Science & Medicine อันดับ 142, Anatomy & Physiology อันดับที่ 101 – 120, Biological Sciences อันดับที่ 201 – 250, Medicine อันดับที่ 116, Nursing อันดับที่ 101 -150 และ Pharmacy & Pharmacology อันดับที่ 101 – 150

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าว ได้แสดงให้เห็นอันดับที่ดีขึ้นของมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาวิชา Life Sciences & Medicine (จากเดิม อันดับที่ 143) และอีกหลายสาขาที่ยังคงอันดับคงที่

นอกจากนี้ ได้มีสาขาวิชาที่เข้าสู่อันดับ Top 100 ครั้งแรก คือ Performing Arts ซึ่งคิดคะแนนจากความมีชื่อเสียงด้านดนตรีเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นสาขาที่เพิ่มเข้ามาในการจัดอันดับของ QS World University Rankings by Subject ที่ในปีนี้มีการขยายขอบเขตไปจนถึง 51 สาขาวิชา

โดยจะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกไม่ได้เป็นที่ 1 ในทุกเรื่อง แต่จะมีความถนัดที่แตกต่างกันไปในแต่ละสาขา ซึ่งการที่ QS World University Rankings by Subject คิดคะแนนแบบแยกสาขา ทำให้มหาวิทยาลัยได้รู้ว่าศาสตร์ใดที่มีความเข้มแข็ง และศาสตร์ใดที่ยังคงต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

อพวช.เปิด “NSM Science Square @ The Street Ratchada” แหล่งเรียนรู้สุด “SCREAM” แห่งใหม่ใจกลางกรุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/460041

อพวช.เปิด “NSM Science Square @ The Street Ratchada” แหล่งเรียนรู้สุด “SCREAM” แห่งใหม่ใจกลางกรุง

อพวช.เปิด "NSM Science Square @ The Street Ratchada" แหล่งเรียนรู้สุด "SCREAM" แห่งใหม่ใจกลางกรุง

3 มีนาคม 2564 – 18:42 น.

อพวช. เปิดพื้นที่การเรียนรู้แบบสร้างสรรค์แห่งใหม่ใจกลางกรุง  “NSM Science Square @ The Street Ratchada” ชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ผลักดันแหล่งเรียนรู้ ปลดปล่อยจินตนาการ สร้างประสบการณ์เล่น เรียนรู้ รองรับคนทุกเพศทุกวัย 

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า “อพวช. มีภารกิจในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แก่สังคมไทย และเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่ผู้เข้าชมสามารถมาเรียนรู้และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง โดยปัจจุบันเราเปิดให้บริการ 4 พิพิธภัณฑ์ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ และพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ที่ คลองห้า ปทุมธานี

ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่ทาง อพวช. ได้เปิดตัวพื้นที่การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ในชื่อ “NSM Science Square @ The Street Ratchada” หรือ “จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา” ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่เสริมสร้างประสบการณ์ และแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการและกิจกรรมเสริมศึกษาให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไปอย่างหลากหลาย ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 ที่มีความพร้อมในทุกด้าน

อพวช.เปิด "NSM Science Square @ The Street Ratchada" แหล่งเรียนรู้สุด "SCREAM" แห่งใหม่ใจกลางกรุง

ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดย NSM Science Square @ The Street Ratchada จะเน้นรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ ที่เรียกว่า “SCREAM” ย่อมาจาก S = SCIENCE : วิทยาศาสตร์  C = Coding : การเขียนโค้ด R = Robotics : การพัฒนาและสร้างหุ่นยนต์ E = Engineering : วิศวกรรมศาสตร์ A = ART : ศิลปศึกษา และ M = Mathematic : คณิตศาสตร์ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมมากมายในคอนเซ็ปต์ที่จะให้ทุกคนได้ลองสำรวจ (Explore) ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน (Enjoy)  และสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ (Inspire) ไปกับกิจกรรมที่คุณได้ลองลงมือทำด้วยตัวเอง”

สำหรับไฮไลท์ในส่วนของนิทรรศการ เราได้นำ นิทรรศการ “สวนปริศนา” LOGICAL PARK ที่จะชวนไปค้นพบเรื่องราวการไขปริศนาที่สนุกสนาน และท้าทายความคิด ด้วยชิ้นงานสื่อสัมผัส ในรูปแบบเกม ที่จะทำให้การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และตรรกศาสตร์ เป็นเรื่องที่ง่ายและไม่น่าเบื่ออีกต่อไป โดยภายในนิทรรศการจะประกอบไปด้วยทั้งหมด 5 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซนอัลกอริทึม โซนความน่าจะเป็น โซนตรรกศาสตร์ โซนการเขียนโปรแกรม และโซนเกมปริศนา ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมเสริมศึกษาที่น่าสนใจและห้ามพลาด อาทิ

อพวช.เปิด "NSM Science Square @ The Street Ratchada" แหล่งเรียนรู้สุด "SCREAM" แห่งใหม่ใจกลางกรุง

● กิจกรรม Imaginarium (Blue Box) : สนามเด็กเล่นแห่งจินตนาการ สนุกสนาน สร้างสรรค์ เสริมสร้างจินตนาการจากของเล่นรูปทรงตัวต่อขนาดต่าง ๆ ที่สามารถต่อรูปทรงได้ตามจินตนาการแบบไร้ขีดจำกัด
● กิจกรรม Inspire Lab : กิจกรรมห้องทดลองวิทยาศาสตร์ พัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับเยาวชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผ่านกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์
● กิจกรรม Innovation Space : กิจกรรมเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะด้านการเป็นนักประดิษฐ์สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ด้วยตนเอง โดยการแก้ไขปัญหาตามโจทย์ที่กำหนด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สร้างผลงาน ลงมือปฏิบัติตามกระบวนการทาง STEM Education
● กิจกรรม I-SCREAM : พื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ฝึกฝนทักษะ และเรียนรู้สิ่งรอบตัว เพื่อถ่ายทอดเรื่องราววิทยาศาสตร์ โดยใช้ศิลปะในการสื่อสาร เพื่อให้เกิดความสนุกสนานและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ อาทิ Theatre for story-telling,โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย, Science painting เป็นต้น
● กิจกรรม Explorium : กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ธรรมชาติ สวมบทบาทเป็นนักธรรมชาติวิทยา สืบค้นไขความลับของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ฝึกจำแนกสิ่งมีชีวิตตามหมวดหมู่ และตื่นตาตื่นใจกับตัวอย่างสัตว์สตัฟฟ์
ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กล่าวร่วมแสดงความยินดีในการเปิดแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ในครั้งนี้ว่า

“สำหรับศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา มีแนวคิดในการเป็นพื้นที่สำหรับกลุ่มครอบครัวและกลุ่มวัยรุ่น ให้มีพื้นที่ในการพักผ่อน ทำกิจกรรมร่วมกัน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยเน้นการสร้างชุมชนของกลุ่มคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน ให้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และใช้เวลาว่างร่วมกัน ซึ่งรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ อพวช. ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ของเรา ซึ่งการเปิดแหล่งเรียนรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ ในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ถือเป็นสิ่งใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็มให้เป็นศูนย์การค้าที่ครบถ้วนในทุกด้าน รวมทั้งจะทำให้เกิดกลุ่มผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่ ๆ ที่สนใจด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งถือเป็นช่องทางสร้างความสุขให้ทุกคนในสังคม และพัฒนาสังคมไทยให้เด็กและเยาวชนไทยได้รักและสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น  และถ้าพูดถึงความพร้อมด้านพื้นที่ ทางเดอะ สตรีท ฯ มีความพร้อมทุกด้าน เพราะสามารถเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน และมีที่จอดรถเพียงพอสำหรับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้เรายังมีความพร้อมด้านร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ  ที่พิเศษไปกว่านั้นคือสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง อีกด้วย ในครั้งนี้ทางศูนย์การค้า เดอะ สตรีท ฯ ถือเป็นก้าวแรกแห่งความร่วมมือครั้งสำคัญและยินดีอย่างเต็มที่ในการที่จะสนับสนุนการดำเนินงานต่าง ๆ ของ อพวช. ต่อไปในอนาคต ”

ผศ.ดร.รวินฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “อพวช. หวังว่า “NSM Science Square @ The Street Ratchada” แห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าให้กับสังคมไทยในการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต รวมทั้งได้สร้างความสุขให้กับทุก ๆ คนในครอบครัว ซึ่งในอนาคตเราจะมีการหมุนเวียนในการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจ รวมทั้งกิจกรรมใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน”

อพวช.เปิด "NSM Science Square @ The Street Ratchada" แหล่งเรียนรู้สุด "SCREAM" แห่งใหม่ใจกลางกรุง

พิเศษ! ในช่วงเปิดตัวเดือนแรก มีนาคม 2564  เมื่อซื้อกิจกรรมภายในจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ทุก 300 บาท จะได้รับบัตรอภินันทนาการส่วนลดมูลค่า 100 บาท ทันที! สำหรับ “NSM Science Square @ The Street Ratchada” เด็ก ,นักเรียน-นักศึกษา , สูงอายุ เข้าชมนิทรรศการ ฟรี!  ผู้ใหญ่เสียค่าเข้าชม ราคา 20 บาท ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันเวลา 10.00 – 19.00 น. ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0 2577 9970 หรือ FACEBOOK : NSMScienceSquare

วิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ มทร. พระนคร เปิดรับสมัคร ปริญญาเอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/458399

วิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ มทร.พระนคร เปิดรับสมัคร ปริญญาเอก

วิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ มทร.พระนคร เปิดรับสมัคร ปริญญาเอก

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:25 น.

วิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ มทร.พระนคร เปิดรับสมัคร ปริญญาเอก หลักสูตรการบริหารแห่งรัฐ มุ่งปั้นผู้นำประเทศ

วิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร( มทร.พระนคร ) เปิดรับสมัครนักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารแห่งรัฐ Ph.D. (State Administration)

ครั้งแรกของหลักสูตรการบริหารแห่งรัฐในประเทศไทย ที่มทร.พระนคร มั่นใจว่าจะตอบโจทย์ภาวะขาดแคลนผู้นำพร้อมใช้งาน เหมาะสำหรับผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูง ให้มีทักษะในการทำงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ

สามารถประกอบอาชีพผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานรัฐและเอกชน หรือเป็นที่ปรึกษาระดับสูงในการแก้ปัญหาให้หน่วยงาน ตลอดจนเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา

คุณสมบัติผู้สมัคร เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโททุกสาขาวิชา เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เปิดภาคเรียนในเดือนมิถุนายน 2564 (เปิดสอนวิชาพื้นฐานสำหรับผู้ไม่มีพื้นฐานในเดือนเมษายน) เรียนนอกเวลาราชการ

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ อาจารย์อิทธิศักดิ์ พลอยศิริชล โทรศัพท์ 061 994 9266 หรือคุณจีรวัสส์ แสนสุภาพ โทรศัพท์ 062 429 1394 ในเวลาราชการ หรือติดต่อสำนักชั่วคราว วิทยาลัยบริหารแห่งรัฐ อาคารกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ มทร.พระนคร (ศูนย์เทเวศร์)

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตันฯจัดงาน Open House #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/458397

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตันฯจัดงานOpen House

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตันฯจัดงานOpen House

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:10 น.

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ จัดงาน Open HouseและA Level Scholarship Day

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ขอเชิญผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน อายุ2-18ปี เข้าร่วมงานOpen House วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 8.45-11.15น. 

ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและบุตรหลานได้พบและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่การสอนและหัวหน้าแผนกวิชาต่าง ๆ รวมทั้งสัมผัสบรรยากาศการเรียนการสอนในแบบฉบับของโรงเรียนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นThe best version of yourselfโดยการจัดงานครั้งนี้ จะเป็นไปตามตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม

กรุณาลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานOpen Houseได้ที่นี่https://forms.gle/9qdwA8CPHRxwGQra9

นอกจากนี้ โรงเรียนฯ จะจัดงานA Level Scholarship Dayในวันเสาร์ที่27กุมภาพันธ์2564สำหรับนักเรียนอายุ15-16ปี เพื่อเข้าเรียนระดับSixth Formในปีการศึกษาที่2021-2022

นักเรียนในระดับSixth Formจะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษในการเรียนการสอนแบบฉบับของโรงเรียนไบรท์ตัน ประเทศอังกฤษ ที่เป็นโรงเรียนอันดับหนึ่ง ในกลุ่มCo-educatinal Schoolมาตลอด5ปี โดยนักเรียนของโรงเรียนยังสามารถเข้าศึกษาต่อได้ในมหาวิทยาลัยชื่อดังในกลุ่มOxbridgeเป็นจำนวนมาก

ที่ผ่านมา นักเรียนของโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ได้ยื่นสมัครสอบมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก และได้รับการตอบรับแล้วมากกว่า35มหาวิทยาลัย รวมถึงได้ทุนการศึกษาจำนวน5ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ

ขอเชิญนักเรียนและผู้ปกครองมาร่วมสัมผัสประสบการณ์อันแสนพิเศษนี้ ในวันScholarship Dayโดยลงทะเบียนได้ที่https://forms.gle/T8o9R4a4nJBXdPDv5

ครม.เคาะแล้ว เด็กป.1-ป.6 ได้ค่า ‘อาหารกลางวัน’ เพิ่มอีก 1 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/457881

ครม.เคาะแล้ว เด็กป.1-ป.6 ได้ค่า ‘อาหารกลางวัน’ เพิ่มอีก1บาท 

ครม.เคาะแล้ว เด็กป.1-ป.6 ได้ค่า 'อาหารกลางวัน' เพิ่มอีก1บาท 

9 กุมภาพันธ์ 2564 – 19:50 น.

ครม.เคาะแล้ว เด็กป.1-ป.6 ได้ค่า ‘อาหารกลางวัน’ เพิ่มอีก1บาท จากเดิม 20บาท/คน/วัน ปรับเพิ่มเป็น 21บาท/คน/วันรองรับเกือบเด็กกว่า5.8ล้านคน ในกว่า4.9 หมื่นโรงเรียน สำหรับปีงบประมาณ2565

วันที่ 9 ก.พ. 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการของการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนเพิ่มอีก 5% เป็นอัตรา 21 บาท/คน/วัน ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

สำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีจำนวนโรงเรียน จำนวน 49,861 โรงเรียน และจำนวนนักเรียน 5,894,420 คน งบประมาณทั้งสิ้น จำนวน  25,436,304,000 ล้านบาท ซึ่งจะแบ่งอุดหนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 23,561,921,200 ล้านบาท และจัดสรรให้สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) สำหรับนักเรียนเอกชนอีก จำนวน1,874,382,800 บาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ค่าอาหารกลางวันของนักเรียนครั้งนี้ ปรับเพิ่มเฉลี่ย 5% เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย และค่าวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่มีราคาสูงขึ้น และคำนึงถึงปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการในการประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนอัตราใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม นี้ และจะทันต่อการเปิดเทอมครั้งที่ 2 ในปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ด้วย

ทั้งนี้ครม.เคยมีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 เห็นชอบในหลักการการปรับอัตราค่าอาหารกลางวันของนักเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการขอปรับเพิ่มการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน จาก อัตรา 20 บาท/คน/วัน เป็น อัตราที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในอัตราตั้งแต่ 24-36 บาท/คน/วัน