‘อาชีวะอาสา’ มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เตรียมตั้ง 259 จุดบริการตจรวจเช็คสภาพรถฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/452979

‘อาชีวะอาสา’ มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เตรียมตั้ง 259 จุดบริการตจรวจเช็คสภาพรถฟรี

'อาชีวะอาสา' มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน  เตรียมตั้ง 259 จุดบริการตจรวจเช็คสภาพรถฟรี

23 ธันวาคม 2563 – 18:55 น.

ศธ. ชู “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน” มอบของขวัญ​ปีใหม่​ให้ประชาชน ตั้ง 259 จุด ระหว่าง 29 ธ.ค.-4 ม.ค. 2564 ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์-จักรยานยนต์ฟรี ตามถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุขณะเดินทาง

วันที่ 23 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ ปี พ.ศ. 2564” โดยมี นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ นายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษา​รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ (คุณหญิง​กัลยา​ โสภณ​พ​นิช)

อ่านข่าว : เลื่อนงาน จัดงาน’วันเด็กแห่งชาติ’ปี64 หวั่นโควิด-19 ระลอกใหม่

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ผู้บริหารสถาบันการอาชีวศึกษา ผู้แทนสถานประกอบการ ครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมงาน ณ บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งร่วมกันทำประโยชน์ให้ประชาชน โดยมีเด็กอาชีวะเป็นแกนหลักในการให้บริการ ด้วยการเสียสละเวลาในช่วงวันหยุดเพื่อช่วยเหลือสังคม ในเรื่องที่ตรงกับสาขาวิชาชีพของตนเอง

“ถือเป็นการแสดงออก ถึงการมีส่วนร่วมในการป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ที่ได้ย้ำเตือนและรณรงค์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” “ นายณัฏฐพล กล่าว 

สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ขอให้ทุกท่านตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน หากเมื่อยล้าหรือขับรถไม่ไหว สามารถแวะพักที่จุดบริการ “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน” ซึ่งจะมีครูและนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา​ คอยให้บริการตลอดเส้นทาง

จึงขอเป็นกำลังใจให้นักเรียนนักศึกษา​อาชีวะทุกคน และขอขอบคุณสถานประกอบการที่ให้การสนับสนุนการอาชีวศึกษา​มาโดยตลอด ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ​หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะยกระดับความร่วมมือ และร่วมกันสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ตลอดจนสานต่อโครงการดี ๆ เช่นนี้ ในทุกเทศกาลต่อไป 

ด้าน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ครู นักเรียน และนักศึกษา ได้นำวิชาชีพมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และมีจิตสาธารณะ​ พร้อมทั้งมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยสถาบันอาชีวศึกษาจะจัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสาฯ จำนวน 259 จุดบริการ ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม-4 มกราคม 2564 เพื่อให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และจักรยานยนต์ฟรี

รวมทั้งบริการเครื่องดื่มและผ้าเย็นให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามเส้นทางถนนสายหลั กและสายรองทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการให้บริการและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ อันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะขณะเดินทาง โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

“ทั้งนี้ ผม ได้เน้นย้ำให้สถานศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมให้บริการประชาชน ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วย” นายสุเทพ กล่าว

'อาชีวะอาสา' มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน  เตรียมตั้ง 259 จุดบริการตจรวจเช็คสภาพรถฟรี
'อาชีวะอาสา' มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน  เตรียมตั้ง 259 จุดบริการตจรวจเช็คสภาพรถฟรี
'อาชีวะอาสา' มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน  เตรียมตั้ง 259 จุดบริการตจรวจเช็คสภาพรถฟรี
'อาชีวะอาสา' มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน  เตรียมตั้ง 259 จุดบริการตจรวจเช็คสภาพรถฟรี
'อาชีวะอาสา' มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน  เตรียมตั้ง 259 จุดบริการตจรวจเช็คสภาพรถฟรี

เลื่อนงาน จัดงาน ‘วันเด็กแห่งชาติ’ ปี64 หวั่นโควิด-19 ระลอกใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/452919

เลื่อนงาน จัดงาน’วันเด็กแห่งชาติ’ปี64 หวั่นโควิด-19 ระลอกใหม่

เลื่อนงาน จัดงาน'วันเด็กแห่งชาติ'ปี64 หวั่นโควิด-19 ระลอกใหม่

23 ธันวาคม 2563 – 14:50 น.

“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รมว.ศึกษาฯ เผยเลื่อนจัดงาน “วันเด็กแห่งชาติ” ปี 2564 เหตุกังวลสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่จะกระทบเด็ก ส่วน “วันครูแห่งชาติ” รอพิจารณาอีกครั้ง

วันที่ 23 ธ.ค.2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ จากเคสตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2564 ซึ่งมีการจัดขึ้นทุกวันที่สองของเดือนมกราคมนั้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาว่า

อ่านข่าว : ด่วน ‘ณัฏฐพล’ รมว.ศธ. ร่อนหนังสือถึง สทศ.ยกเลิกสอบโอเน็ต ป.6,ม.3

“ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จำนวนหลายพื้นที่ จึงเลื่อนการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 ในวันที่ 9 ม.ค.นี้ออกไปก่อน เพราะมีความกังวลว่าเมื่อมีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และมาจากหลากหลายพื้นที่จะกระทบเด็ก เพราะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ได้ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเลื่อนออกไป 1 สัปดาห์”นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวอีกว่า ส่วนของงานวันครู ซึ่งตรงวันที่ 16 ม.ค. ของทุกปี ก็จะต้องมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะเช่นเดียวกันเบื้องต้นอาจมีการเลื่อนออกไปบ้างเพื่อความปลอดภัยของครูและผู้ร่วมงานทุกคน

อย่างไรก็ตาม นายณัฏฐพล ระบุว่า ขอดูสถานการณ์อีก 7 วัน ว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนการจัดวันครู ปี 2564 จะพิจารณาการจัดอีกครั้งหนึ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับการรวมตัวของคนจำนวนมากและมาจากทั่วประเทศ ศธ.กังวลว่าอาจจะมีการแพร่ระบาดโควิด-19

“ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะเราทุกคนเข้าใจว่าขณะนี้สถานการณ์ไม่ได้ปกติเหมือนทุกปีที่่ผ่านมา” นายณัฐพล กล่าว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ส่งหนังสือถึงสทศ. ให้ยกเลิกการสอบโอเน็ตระดับชั้นป.6 และม.3 ประจำปีการศึกษา 2563 ออกไป อันเนื่องมาจากพิษโควิด-19  ระลอกใหม่ 

ด่วน ‘ณัฏฐพล’ รมว.ศธ. ร่อนหนังสือถึง สทศ.ยกเลิกสอบโอเน็ต ป.6, ม.3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/452826

ด่วน ‘ณัฏฐพล’ รมว.ศธ. ร่อนหนังสือถึง สทศ.ยกเลิกสอบโอเน็ต ป.6,ม.3

ด่วน 'ณัฏฐพล' รมว.ศธ. ร่อนหนังสือถึง สทศ.ยกเลิกสอบโอเน็ต ป.6,ม.3

22 ธันวาคม 2563 – 18:05 น.

ด่วน  ‘ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ’ รมว.ศธ. ลงนามในหนังสือถึง สทศ. แจ้งให้ยกเลิกการสอบโอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2563 ของนักเรียนระดับชั้น ป.6 และ ม.3

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงนามในหนังสือ เรื่อง การยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ปีการศึกษา 2563 ถึงผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือสทศ.

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายลดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ หรือสอบโอเน็ต ในปีการศึกษา 2563 เนื่องจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ทำให้สถานศึกษาไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเครียดจากการทดสอบของผู้เรียน

ประกอบกับศธ.กำลังดำเนินโครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งให้ชุมชนทุกแห่งมีโรงเรียนที่ดีมีคุณภาพ แหล่งการเรียนรู้ที่ดี มีครูผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถ สอนครบทุกชั้น

มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่สอดคล้องกับความนัดหรือความสนใจของผู้เรียนเป็นรายบุคคลและบริบทของโรงเรียน รวมทั้งการวัดและประเมินผลที่ต้องแตกต่างกันตามบริบทของโรงเรียน

ดังนั้น ด้วยความแตกต่างของรูปแบบการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล และศักยภาพของผู้เรียนของโรงเรียนแต่ละแห่ง จึงจำเป็นต้องมีการปรับระบบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ

ดังนั้น ศธ.จึงเห็นควรให้มีการยกเลิกการสอบโอเน็ต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา2563 เป็นต้นไป

ด่วน 'ณัฏฐพล' รมว.ศธ. ร่อนหนังสือถึง สทศ.ยกเลิกสอบโอเน็ต ป.6,ม.3
ด่วน 'ณัฏฐพล' รมว.ศธ. ร่อนหนังสือถึง สทศ.ยกเลิกสอบโอเน็ต ป.6,ม.3

ม.รามคำแหง ประกาศแนวทางในการปฏิบัติของนศ.-บุคลากร รับมือโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.รามคำแหง ประกาศแนวทางในการปฏิบัติของนศ.-บุคลากร รับมือโควิด (komchadluek.net)

ม.รามคำแหง ประกาศแนวทางในการปฏิบัติของนศ.-บุคลากร รับมือโควิด

ม.รามคำแหง ประกาศแนวทางในการปฏิบัติของนศ.-บุคลากร รับมือโควิด

20 ธันวาคม 2563 – 17:20 น.

ม.รามคำแหง ประกาศแนวทางในการปฏิบัติของนักศึกษาและบุคลากร เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร ระบุ นศ.เรียนออนไลน์ ส่วนบุคลากรให้ปฏิบัติงานที่บ้าน

ตามที่ เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2563 และทางจังหวัดได้ขอความร่วมมือให้ผู้พักอาศัยในจังหวัด งดเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 นั้น

อ่านข่าว : ด่วน รองผู้ว่าฯแถลง สมุทรสาครเจอผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 146 รวม 694 ราย

มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงมีมาตรการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนี้

1) ให้บุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน ที่มีภูมิลำเนาหรือที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from home) ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการทำงานเป็นสำคัญ ทั้งนี้ให้ประสานงานกับผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นด้วย

2) นักศึกษาปริญญาตรี (ภาคปกติ) ที่มีภูมิลำเนาหรือที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ขอให้เรียนผ่านสื่อออนไลน์ ใน 2 ระบบ ได้แก่ รับชมการถ่ายทอดสดการบรรยายผ่านระบบ RU Cyber Classroom และการรับชมการบรรยายย้อนหลังผ่านระบบ Course on-demand ทาง http://www.ru.ac.th

3) นักศึกษาปริญญาตรีโครงการพิเศษ ปริญญาโท และปริญญาเอก ที่มีภูมิลำเนาหรือที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ให้เรียนผ่านสื่อออนไลน์เช่นกัน หากมีการสอบในช่วงเวลาดังกล่าว ขอให้นักศึกษา ติดต่อประสานกับโครงการฯที่สังกัดโดยตรง เพื่อผ่อนผันการสอบต่อไป

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ใคร่ขอความรร่วมมือบุคลากรและนักศึกษา ให้ระมัดระวังและปฏิบัติตนตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และรักษาระยะห่างทางสังคม รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ชุมนุมชน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต (komchadluek.net)

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต

16 ธันวาคม 2563 – 14:55 น.

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต ระบุ ทั้ง “ชาญ” และ “Micky” จะมาร่วมพูดคุยกับน้องๆ นักเรียนม.ปลาย ระหว่าง 19-20ธ.ค.นี้ที่มหิดล ศาลายา นครปฐม

นักวิจัยในโลกยุคดิสรัปชันเช่นปัจจุบัน สร้างสรรค์นวัตกรรมโดยมองถึงผลกระทบ (impact) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่ง “นวัตกรรม” คือ “การสร้างสรรค์สู่สิ่งใหม่” โดยจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากไม่ “ลงมือทำ” เสียตั้งแต่วันนี้

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) ได้กล่าวไว้ว่า “นักวิจัยที่ดี” ต้องรู้จัก “มองอนาคตให้เป็น” และ “กล้าคิดนอกกรอบ” เพื่อการสร้างสรรค์สู่สิ่งใหม่ “ถ้าเรายังทำวิจัยเหมือน 5 ปีที่แล้ว ก็จะไม่เกิดสิ่งใหม่ แต่ถ้าเรามองโลกในอนาคตอีก 5 ปีว่าต้องการอะไร ซึ่งสิ่งที่คนต้องการในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า หมายถึงว่า เราต้องเริ่มทำวิจัยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในวันนี้”

“จมูกอิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Nose) ซึ่งใช้ดมกลิ่นแทนจมูกของมนุษย์ ถือเป็นผลงานนวัตกรรมเด่นของมหาวิทยาลัยมหิดล ริเริ่มโดยอาจารย์ประจำ 2 ท่านจากคณะวิทยาศาสตร์ คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนากร โอสถจันทร์ โดยมีความแตกต่างจากเซนเซอร์วัดความเข้มข้นของแก๊ส ตรงที่จมูกอิเล็กทรอนิกส์นั้นนอกจากใช้วัดกลิ่นแล้ว ยังสามารถประมวลผลได้เช่นเดียวกับสมองของมนุษย์ ซึ่งจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้พัฒนามาใช้เซนเซอร์วัดแก๊สด้วยการนำไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงเมื่อมีโมเลกุลมาใกล้ ต้องเผาให้ร้อนเพื่อให้เกิดการนำพาโมเลกุลออกจากตัวเซนเซอร์ และต้องใช้พลังงานไฟฟ้าที่สูงมาก

งานวิจัยในปัจจุบันได้ประยุกต์ใช้ Electrochemical sensor ซึ่งใช้ปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าของแก๊สที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีการให้ความร้อนแก่เซนเซอร์ ทำให้ได้นวัตกรรมใหม่ที่ไม่เปลืองกระแสไฟฟ้ามาก และสามารถทำในอุปกรณ์ทดสอบแบบเคลื่อนที่ได้

“ชาญ” นายชาญ ศรีเจริญ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวัสดุศาสตร์และนวัตกรรมวัสดุ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล (SCME) เจ้าของโครงงานนวัตกรรม “จมูกอิเล็กทรอนิกส์วัดความสุกของกล้วย” (Electronic Nose for Banana) ซึ่งมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนากร โอสถจันทร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ถือเป็นความเจริญงอกงามจากผลงานนวัตกรรมต้นแบบจากเมื่อวันก่อนที่น่าจับตา

โดยชาญได้ต่อยอดความสำเร็จจากผลงานนวัตกรรมจมูกอิเล็กทรอนิกส์รุ่นแรกๆ ที่มีขนาดใหญ่ และต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาสูง มาพัฒนาเป็นเครื่องมือขนาดพกพาที่มีราคาย่อมเยา จากการจัดหาอุปกรณ์เพื่อใช้ในโครงงานนวัตกรรม “จมูกอิเล็กทรอนิกส์วัดความสุกของกล้วย” ด้วยตนเองทางออนไลน์

ซึ่งประกอบด้วยตัวปั๊มดูดอากาศ จอมอนิเตอร์แบบสัมผัส และแผงวงจรไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีขึ้นรูปชิ้นงานแบบ 3 มิติด้วย 3D Printer มาประกอบด้วยตัวเอง จากความรู้ และความถนัดทางไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากความสนใจ และค้นคว้าทดลองด้วยตนเอง

แรกทีเดียว ชาญมีความสนใจในเรื่อง Personal Healthcare หรือการแพทย์ส่วนบุคคล ที่ใช้จมูกอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพยากรณ์การเกิดโรคต่างๆ มากกว่า แต่การพัฒนาอุปกรณ์เพื่อใช้กับคนนั้น จะต้องมีการศึกษาในระยะยาว เพื่อสร้างประสบการณ์ในการวิเคราะห์

ชาญจึงเริ่มต้นทดลองใช้จมูกอิเล็กทรอนิกส์ทดสอบการสุกของ “กล้วย” ซึ่งเป็นพืชที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจการส่งออก และมีจำหน่ายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อมาศึกษาก่อน โดยได้ตั้งกลุ่มเป้าหมายของการประดิษฐ์ไว้สำหรับใช้ในครัวเรือนหรือร้านค้าขนาดเล็ก

เครื่องมือวัดความสุกของกล้วยด้วยจมูกอิเล็กทรอนิกส์ มีการทำงานโดยใช้ตัวเซนเซอร์วัดแก๊ส ซึ่งเป็นกลิ่นของกล้วยแต่ละผล ซึ่งในการวัดตัวอย่างกลิ่นจากกล้วยแต่ละครั้งจะใช้ปั๊มดูดลมผ่านกล่องที่กล้วย สลับกับผ่านท่อที่ไม่มีกลิ่น

เพื่อประมวลผลความแตกต่างของกลิ่นในแต่ละช่วงระยะเวลาความแก่และความสุกต่างๆ ของกล้วย ให้ระบบความเฉลียวฉลาดเทียมได้มีการเรียนรู้จดจำลักษณะต่างๆ ได้อย่างไม่คลาดเคลื่อน โดยชาญได้ออกแบบเครื่องมือให้ใช้จอมอนิเตอร์แบบสัมผัส เพื่อให้สามารถดูค่าความสุกของกล้วยได้โดยไม่ต้องติดตั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์

ในส่วนของโครงงานวิจัยของ “Micky” Mr. Suk Hyun Suh นักศึกษาเชื้อสายเกาหลีชั้นปีเดียวกัน และอาจารย์ที่ปรึกษาท่านเดียวกัน ได้ทำการทดลองโดยใช้ลิ้นอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic tongue) ด้วยหลักการของ Electrochemical เช่นเดียวกัน ซึ่งจริงๆ แล้ว Micky สนใจที่จะใช้ลิ้นอิเล็กทรอนิกส์ทดสอบรสชาติของ “กิมจิ” ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของชาวเกาหลี แต่เนื่องจากโครงงานในส่วนนี้เป็นการทดลองในเบื้องต้น จึงใช้ลิ้นอิเล็กทรอนิกส์กับการทดสอบความแตกต่างของน้ำดื่ม (Water Detection) ในแต่ละประเภทก่อน โดยได้ทดสอบกับตัวอย่างของน้ำทั้งหมด 16 ชนิด

ได้แก่ น้ำ RO หรือน้ำกรองบริสุทธิ์ น้ำดื่มและน้ำแร่ยี่ห้อต่างๆ รวมทั้งน้ำก๊อกหรือน้ำประปา ด้วยหลักการวัดค่ากระแสไฟฟ้าที่ผ่านหัววัด (probe) เพื่อสแกนค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าขึ้นลง โดยได้ประดิษฐ์หัววัดต่างๆ ขึ้นเอง และเลือกใช้กับตัวอย่างแต่ละประเภท แล้วนำค่าที่ได้ไปประมวลผล ให้ระบบมีการเรียนรู้ และจดจำเปรียบเทียบความแตกต่างของน้ำดื่มแต่ละประเภท

ซึ่งลิ้นอิเล็กทรอนิกส์นอกจากจะสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่นการทำกิมจิแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่คงความเป็นมาตรฐาน รวมทั้งทางการแพทย์และเภสัชกรรม เช่น การปรับปรุงรสขมของยาได้ ซึ่งทั้ง 2 โครงงานยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง และพัฒนา เพื่อให้ได้ผลที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในอนาคตต่อไป

ทั้ง “ชาญ” และ “Micky” จะมาร่วมพูดคุยกับน้องๆ นักเรียนม.ปลายที่มาร่วมงาน Young Materials Innovator Camp ครั้งที่ 20 จัดโดย กลุ่มสาขาวิชาวัสดุศาสตร์และนวัตกรรมวัสดุ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (SCME) ระหว่างวันที่ 19 – 20 ธันวาคม 2563 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ซึ่งสามารถชม Facebook Live ได้ที่ http://www.facebook.com/scmemahidol

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’ (komchadluek.net)

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ 'อักษร เอ็ดดูเคชั่น'

15 ธันวาคม 2563 – 13:55 น.

“อักษร เอ็ดดูเคชั่น” จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทยเขียนโปรแกรม กับโครงการ “Hour of code: ชั่วโมงโค้ดสนุก”

เร็ว ๆ นี้ นายมนตรี เพิ่มพูนธนาลาภ รองกรรมการผู้อำนวยการสนับสนุนองค์กร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) (แถวบน – คนที่ 3 จากซ้ายมือ) ผู้นำด้านนวัตกรรมทางการศึกษา และกระบวนการเรียนการสอนแบบครบวงจร จัดกิจกรรม “Hour of code: ชั่วโมงโค้ดสนุก”

จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทยเขียนโปรแกรม หนึ่งในกิจกรรมดี ๆ จาก Code.org เว็บไซต์ระดับโลกด้านการออกแบบและสร้างหลักสูตร Computing Science หรือ วิทยาการคำนวณจากสหรัฐอเมริกาให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดคฤหบดี

และเด็กในศูนย์สร้างโอกาสเด็กสะพานพระราม 8 โดยได้รับเกียรติจาก นางจิตรลดา ถนอมศักดิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาสังคม (แถวบน – คนที่ 4 จากซ้ายมือ) และ คุณเชาวลิต สาดสมัย (ครูเชาวน์) ครูอาสาประจำศูนย์สร้างโอกาสเด็กสะพานพระราม 8 (แถวบน คนที่ 8 จากซ้ายมือ) เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนวัดคฤหบดี (จันทรสถิตย์) เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ 'อักษร เอ็ดดูเคชั่น'

นศ. มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร (komchadluek.net)

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

15 ธันวาคม 2563 – 08:20 น.

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร

ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี อีกหนึ่งเมนูแนะนำจากนักศึกษารายวิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เลอลักษณ์ เสถียรรัตน์ อาจารย์ประจำวิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน

“ฟาง” นางสาวธนิสร ทองแบบ “ตุ๊กตา” นางสาวภัทราพร ชัชวาล “เตย” นางสาวปราณปรียา แก่กล้า “วรรณ” นางสาวเบญจวรรณ คำเหลือ และ “เชียร์” นางสาวจิรัชญา สุทธกิจ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ถ่ายทอดให้กับชุมชน นำต่อยอดสร้างรายได้

ผศ.ดร.เลอลักษณ์ เล่าว่า สืบเนื่องจากที่นักศึกษาลงพื้นที่เก็บข้อมูลในชุมชน พบว่าในพื้นที่มีหัวปลี และวัตถุดิบที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เดิมนักศึกษาจะทำน้ำพริกกากหมูจากหัวปลี“น้ำพริกกากหมูต้องใช้ส่วนผสมที่แห้งความชื้นต่ำเพื่อให้สามารถเก็บได้นาน

โดยต้องนำหัวปลีไปทำให้แห้งด้วยวิธีการอบแห้ง ทำให้หัวปลีเหนียวและแข็ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่เหมาะสมในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในน้ำพริกกากหมู” จึงให้คำปรึกษากับนักศึกษาว่ามีสูตรการทำไส้อั่วจากงานวิจัยอยู่แล้ว สามารถนำมาปรับสูตรใช้ได้ ซึ่งคนไทยเป็นชาติเดียวที่นิยมรับประทานหัวปลี (ส่วนดอกของกล้วย)

สรรพคุณของหัวปลีมีมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด และลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร อุดมไปด้วยแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก และธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ทางยาแพทย์แผนไทยหรือยาพื้นบ้าน ถือว่าหัวปลีเป็นอาหารบำรุงน้ำนมชั้นเลิศของสตรีที่ให้นมบุตร  

จึงแนะนำให้คุณแม่หลังคลอดรับประทานหัวปลีเพื่อกระตุ้น การหลั่งน้ำนมและช่วยบำรุงเลือด เมนูส่วนใหญ่ที่นำหัวปลีมาประกอบอาหาร เช่น ต้มกะทิหัวปลี แกงเลียงหัวปลี ยําหัวปลีกุ้งสด ทอดมันหัวปลี เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับหัวปลี ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีจึงเป็นอีกเมนูทางเลือกที่สามารถทำได้ง่าย

โดยนำหัวปลีมาเป็นส่วนผสมช่วยลดปริมาณเนื้อสัตว์ซึ่งมักมีราคาแพง ส่วนผสมประกอบด้วย เนื้อหมูบด500กรัม หัวปลีสับละเอียด500กรัม ใบมะกรูดหั่นฝอย 10 ใบ ผักชีซอย2ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย2ช้อนโต๊ะ และไส้หมู ส่วนผสมเครื่องแกง พริกแห้ง 10 เม็ด ข่าหั่น1ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดง10หัว กระเทียม 20 กลีบ กะปิ2ช้อนโต๊ะ เกลือ1ช้อนชา จากสูตรดังกล่าวได้ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี 1 กิโลกรัม

โดย“เตย”นางสาวปราณปรียา แก่กล้า เพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการทำไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีว่า เริ่มจากการโขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด นำเนื้อหมูบด หัวปลีสับลงคลุกเคล้ากับเครื่องแกงที่โขลกไว้ ให้เข้ากัน ใส่ผักชี/ต้นหอม/ใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน

จากนั้นนำไส้หมูมาล้างให้สะอาด วิธีการล้าง ไส้หมูคือใส่น้ำลงในไส้ แล้วกลับด้านในออกมาด้านนอก จากนั้นนำไปแช่น้ำใส่เกลือ ประมาณ 10 นาที แล้วกลับด้านนอกออกเหมือนเดิม เมื่อได้ไส้หมูแล้วนำส่วนผสมที่คลุกเคล้าไว้เรียบร้อยแล้ว มากรอกใส่ไส้หมู

โดยใช้กรวยช่วยในการกรอกใส่ไส้ เมื่อกรอกไส้จนเต็มแล้ว มัดปากไส้ นำไส้อั่วที่ได้ มาย่างไฟอ่อน ๆ จนสุกเหลืองทั่ว ประมาณ 45 นาที ขณะที่นำไส้อั่วย่างไฟ ให้ใช้ไม้จิ้มเพื่อระบายอากาศไม่ให้ไส้แตก การย่างกับ ถ่านไม้ ไส้อั่วจะมีกลิ่นหอม“โจทย์ของเราคือการหาวัตถุดิบ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมากในชุมชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากประสบปัญหาวัตถุดิบผลผลิตมีราคาถูกมาก โดยหัวปลีจำหน่ายได้เพียงหัวละ3 – 5บาท จึงอยากนำผลผลิตในชุมชนมาใช้ให้ได้มากที่สุด”

ผศ.ดร.เลอลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับมุสลิมอาจจะดัดแปลงใช้เนื้อสัตว์ชนิดอื่น เช่น ไก่ โดยเลือกส่วนหน้าอก ซึ่งมีราคาจะถูกมากนำมาผสมมันไก่หรือหนังไก่ลงไป ส่วนไส้หมูก็ใช้ไส้เทียมทดแทน หรือถ้ากลุ่มแม่บ้านทำขายจำนวนมากๆ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แนะนำให้ใช้ไส้เทียมแทนไส้หมู เพราะหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง

โดยราคาขายไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีกิโลกรัมละ 300 บาท ทำง่าย สร้างกำไร และสร้างอาชีพให้กับชุมชนได้ ผู้สนใจสามารถนำสูตรไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีไปทำขายเพื่อสร้างรายได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 087-5181144

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

ส่วนผสม

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร


เรื่องและภาพโดย ชลธิชา ศรีอุบล

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น (komchadluek.net)

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

15 ธันวาคม 2563 – 07:50 น.

ภาพเป็นข่าว..”รศ.ดร.ศิโรจน์” ร่วมยินดี “นายศรุต เจริญรัตน์” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เข้ารับ “รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น”

เมื่อเร็วๆ นี้  รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) แสดงความยินดี กับ นายศรุต เจริญรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เนื่องในโอกาสเข้ารับรางวัลพระราชทาน “รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น” โครงการคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ขนาด กลาง ประจำปีการศึกษา 2562

พร้อมด้วย รศ.พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ เมื่อเร็วๆนี้ ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ (komchadluek.net)

ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

14 ธันวาคม 2563 – 18:24 น.

นิวนอมัล Open House ม.กรุงเทพ สุดปัง ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion สร้างเส้นทางเรียนที่ใช่กับหลักสูตรทันสมัยที่ชอบตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

สมฉายามหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ งาน BU Open House สุดปังครั้งแรกที่จัดรูปแบบงานตอบรับวิถีนิวนอมัล ต้อนรับน้องๆ มัธยมปลายอย่างคึกคัก เพราะระยะห่างไม่ใช่ข้อจำกัด จัดเต็มกิจกรรมสร้างสรรค์แรงบันดาลใจแบบอินเทอร์แอคทีฟทั้ง Event Online และ Onsite พร้อมโชว์เคสเด็ดฝีมือนักศึกษา อาทิ  ผลงานหุ่นยนต์เอไอ คณะวิศวกรรมศาสตร์ งานออกแบบและจัดแฟชั่นโชว์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ และโปรเจ็คการเรียนรู้อีกหลากหลายคณะวิชา

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

BU open House 2020 ยังคงเป็นการทำงานของนักศึกษารุ่นพี่จากทุกคณะภายใต้การให้คำชี้แนะจากคณาจารย์ที่เปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นโค้ช ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และจากการมุ่งเน้นวิธีเรียนรู้จากการปฏิบัติ งานนี้จึงเป็นโชว์เคสสำคัญของนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์สาขาวิชาการผลิตอีเว้นท์และไมซ์ ที่ได้แสดงฝีมือการจัดงานทั้งหมด ทั้งการออกแบบธีม เนื้อหา รูปแบบงาน และการเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่องานสร้างสรรค์ได้เหมาะกับยุคสมัย        

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

มากกว่าสีสันและความสนุกสนาน ยังมีสาระดีๆ ทางวิชาการอีกมากที่ดึงดูดความสนใจนักเรียนมัธยมปลายกับบูธนิทรรศการของคณะวิชาที่ตอบโจทย์อนาคตทั้ง 14 คณะครอบคลุมสายการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปศาสตร์ สายสร้างสรรค์ สายธุรกิจ และวิทยาลัยนานาชาติ  รวมถึงหลักสูตรการเรียน Pre Degree โดยชี้จุดเด่นของแต่ละหลักสูตรแต่ละคณะวิชา การแสดงโครงงานที่สะท้อนทักษะการเรียนรู้และการทำงานในศตวรรษที่ 21 ความแข็งแกร่งของ ECOSYSTEM ด้านการศึกษาที่ช่วยส่งเสริมทักษะอาชีพและต่อยอดการเรียนรู้         

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

สำหรับกิจกรรมปิดท้ายงานเป็นการค้นหา passion เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต เวทีนี้ได้รวบรวมเรื่องราวของจริงจากศิษย์เก่าที่เป็นเจ้าของกิจการ  เป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กร และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ต่างมี passion ในการทำงานและใช้เป็นพลังผลักดันตนเองให้ก้าวหน้าในเส้นทางที่ชอบและใช่  รวมทั้งมีนักศึกษาปัจุบันอีกหลายคนที่มาแชร์ข้อมูลการค้นพบแรงผลักดันของตัวเอง การกำหนดเส้นทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำงานจริง ซึ่งมีทั้งการสร้างธุรกิจของตัวเอง  การทำงานร่วมกับธุรกิจมืออาชีพ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายของชีวิตและการทำงาน  โดยทุกองคาพยพของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมให้การสนับสนุนนักศึกษาทุกคนไม่ว่าจะเคยมี passion เป็นอะไร  หรือ passion นั้นได้หล่นหายไประหว่างทาง ทุกคนสามารถมาค้นพบและเติมเต็มสิ่งที่มุ่งหวังได้ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพเพื่อสร้างอนาคตและความสำเร็จในแบบที่ต้องการ

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

’60ปี สจล.’ ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

’60ปี สจล.’ ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย (komchadluek.net)

’60ปี สจล.’ ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย

'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย

13 ธันวาคม 2563 – 20:05 น.

’60ปี สจล.’ ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย เพื่อพัฒนาต่อยอด “แพทย์นวัตกร” จากคณะแพทยศาสตร์  ลดการนำเข้าอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ปีละร่วม 1 แสนล้านบาท

วันที่13 ธันวาคม 2563 ณ สำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ (บริเวณอาคารวิศวกรรมอวกาศและระบบโลกเดิม) ภายในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ถนนกรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

อ่านข่าว : ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด ผู้บริหารสจล.เสียสละเงินเดือนช่วยนศ.6ล้าน

มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ สจล. ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์และยกเสาเอก อาคารโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภา สจล. เป็นประธานในพิธีและนิมนต์สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช)กรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าคณะใหญ่หนกลางผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และประกอบพิธียกเสาเข็ม

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. ในฐานะประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ กล่าวรายงานความเป็นมาของการก่อสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ว่าในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ60ปี สจล.ในปี2563นี้

“สจล.ยังตั้งมั่นในนโยบาย พัฒนาสถาบันให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้านให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป จึงมีแนวความคิดจัดสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร”ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าว
 

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า  โรงพยาบาลแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยทางการแพทย์ โดยคนไทยเพื่อคนไทยทุกคน เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังขาดการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ จึงยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ต้องนำเข้าอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ปีละร่วม1แสนล้านบาท

“นับเป็นโจทย์พันธกิจสำคัญของสถาบันการศึกษายุคใหม่ ที่จะพัฒนาสรรค์สร้างกำลังคนเพื่อตอบสนองและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนทางการแพทย์และลดการพึ่งพาต่างประเทศ”ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

อธิการบดี สจล.  กล่าวด้วยว่า สจล.จึงมีเป้าประสงค์สร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร บนเนื้อที่ 8.25ไร่ ใช้งบประมาณก่อสร้าง 900 ล้านบาท เพื่อเป็นทั้งโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วย และวิจัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาต่อยอดแพทย์นวัตกรจากคณะแพทยศาสตร์ ให้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีทักษะด้านสุขภาพที่ครบถ้วน

ทั้งความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรค ควบคู่ไปกับทักษะด้านการวิจัย มีความรู้และเข้าใจในเทคโนโลยี สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการรักษาโรค รวมทั้งช่วยลดอัตราการนำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์จากต่างประเทศ สามารถสนองตอบความต้องการด้านสุขภาพของคนไทยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ดังนั้น โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร จะเป็นโรงพยาบาลศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์แห่งแรกของไทย” ศ.ดร.สุชัชวีร์  กล่าวในที่สุด

'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย