“จุติ” ปิ๊งไอเดียใหม่ “ไนท์แคร์-ดูแลเด็กเล็ก”ให้พ่อแม่ทำงานกะกลางคืนได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จุติ” ปิ๊งไอเดียใหม่ “ไนท์แคร์-ดูแลเด็กเล็ก”ให้พ่อแม่ทำงานกะกลางคืนได้

"จุติ" ปิ๊งไอเดียใหม่ "ไนท์แคร์-ดูแลเด็กเล็ก"ให้พ่อแม่ทำงานกะกลางคืนได้

31 กรกฎาคม 2563 – 19:25 น.

“จุติ ไกรฤกษ์” รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ปิ๊งไอเดียใหม่ “ไนท์แคร์-ดูแลเด็กเล็ก” ให้พ่อแม่ทำงานกะกลางคืน เริ่มเชียงใหม่ที่แรก ต่อด้วยพัทยา ภูเก็ต กรุงเทพฯ ย้ำอยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของ การพัฒนา”ทุนมนุษย์” ตั้งเด็ก

เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2563 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวง พม. ได้เตรียมการสร้างศูนย์เด็กเล็ก หรือไนท์แคร์  สำหรับผู้ที่ทำงานกลางคืน งานโรงแรม และงานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มศูนย์นำร่องที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะต่อยอดไปที่เมืองพัทยา จังหวัดภูเก็ต และกรุงเทพฯ ต่อไป

นายจุติ กล่าวอีกว่า โดยในวันที่ 15-16 สิงหาคม 2563 นี้ ตนจะลงพื้นที่ไปติดตามการดำเนินการของศูนย์ดังกล่าว เนื่องจากศูนย์เด็กเล็กในรูปแบบนี้ที่ราชการทำอยู่มีจำนวนน้อย จึงพยายามกระตุ้นให้เอกชนจัดตั้งศูนย์ดูแลเด็กเล็ก

“ทั้งนี้ อยากให้ทุกคนเห็นถึงการพัฒนา “ทุนมนุษย์” ตั้งแต่เด็ก เป็นที่มาของนโยบาย “เด็กแรกเกิด” ซึ่งต้องทำให้ครบทุกมิติ เพื่อให้ทุนมนุษย์มีความแข็งแรง สมบูรณ์ นำพาประเทศต่อยอดไปได้ในอนาคต “รมว.พม. กล่าว

"จุติ" ปิ๊งไอเดียใหม่ "ไนท์แคร์-ดูแลเด็กเล็ก"ให้พ่อแม่ทำงานกะกลางคืนได้

คณะ ICT ม.มหิดล จัดอบรมความมั่นคงทางไซเบอร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คณะ ICT ม.มหิดล จัดอบรมความมั่นคงทางไซเบอร์

คณะ ICT ม.มหิดล จัดอบรมความมั่นคงทางไซเบอร์

31 กรกฎาคม 2563 – 16:50 น.

คณะ ICT ม.มหิดล จัดอบรมความมั่นคงทางไซเบอร์ เตรียมพร้อมธุรกิจ SMEs สู้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลังวิกฤต Covid-19

วิกฤต Covid-19 ที่ผ่านมาทำให้ประชาคมโลกเกิดความผันผวนทั้งทางด้านระบบสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ จากการที่ผู้คนจะต้องหันมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่แบบไร้สัมผัสบนโลกออนไลน์กันอย่างกระทันหัน ทำให้จำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่ เช่นเดียวกับธุรกิจ SMEs หรือผู้ประกอบการรายย่อย ที่จะต้องปรับตัวสู่สังคมดิจิทัลเพื่อความอยู่รอด และพร้อมรับมือต่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)

รองศาสตราจารย์ ดร.สุดสงวน งามสุริยโรจน์ หัวหน้าหลักสูตรการพัฒนาทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Skill Development in Cybersecurity) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล (ICT) เปิดเผยว่า ด้วยประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มานานนับ 6 ปี ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จัดอบรมหลักสูตร CYBERSECURITY “พัฒนาศักยภาพบุคลากร รองรับธุรกิจ SMEs สู่ยุคดิจิทัล” เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการรายย่อยให้มีความรู้ความเข้าใจในการวางแผนและจัดการด้าน Cybersecurity หรือ ความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจรายย่อยออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นมากมายหลังวิกฤต Covid-19

การอบรมหลักสูตร CYBERSECURITY “พัฒนาศักยภาพบุคลากร รองรับธุรกิจ SMEs สู่ยุคดิจิทัล” จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 21 พฤศจิกายน 2563 โดยมีทั้งหมด 5 รุ่น ๆ ละ 3 วัน ซึ่ง 2 วันแรกจะเป็นการเรียน Online และ 1 วันสุดท้ายจะเป็นการเรียนแบบ On-site ที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ซึ่งมีความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนการสอน และมาตรการรักษาระยะห่างที่เข้มงวดปลอดภัย

หัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ “หลักการพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” “ลักษณะการโจมตีทางไซเบอร์ประเภทต่างๆ” “แนวทางการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์และการรับมือ” “ผลกระทบต่อการความปลอดภัยของบุคคลและองค์กร” “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพรบ. ข้อมูลคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและพรบ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์”

“ระบบเครือข่ายและการตรวจสอบความปลอดภัยบนระบบเครือข่าย” “การยืนยันตัวตนและการปกป้องข้อมูลจากการโจรกรรม” “การตรวจสอบความปลอดภัยบนเว็บแอปพลิเคชัน” และ “การทดสอบความปลอดภัยของระบบ” ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากโครงการฯ

รับสมัครจำนวนจำกัดตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป ทาง https://www.ict.mahidol.ac.th/th/?event=cybersecurity ซึ่งการอบรมครั้งนี้จัดขึ้นสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานทางด้าน IT ส่วนผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางด้าน IT สามารถติดตามข่าวสารการอบรมที่จะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้ต่อไปได้ทางเพจของคณะฯ https://www.facebook.com/ict.mahidol.university

“ข้าวเป็นยา”ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ สู่ตลาดออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ข้าวเป็นยา”ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ สู่ตลาดออนไลน์

"ข้าวเป็นยา"ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ สู่ตลาดออนไลน์

25 กรกฎาคม 2563 – 17:55 น.

ม.มหิดล เดินหน้าโครงการ”ข้าวเป็นยา”ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์เพิ่มรายได้ชุมชน ก้าวสู่ตลาดออนไลน์

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการ “ข้าวเป็นยา” โดยริเริ่มวิจัยทดลองปลูกข้าวสินเหล็กอินทรีย์ และข้าวกล้อง กข.43 อินทรีย์ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลในร่างกาย ควบคุมการผลิตโดย หลักสูตร วท.บ.(เกษตรศาสตร์)

ซึ่งนอกจากเป็นประโยชน์ในการเรียนการสอนของหลักสูตรแล้ว ยังเป็นการส่งเสริม Entrepreneurial Mindset ซึ่งเป็นการเสริมสร้างทักษะให้นักศึกษามีจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ

เพื่อสนองรับนโยบาย 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยโลกของมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาสู่การเป็น “Entrepreneurial University” หรือ “มหาวิทยาลัยผู้ประกอบการ” ต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิทยา แก้วศรี หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า ข้าวสินเหล็ก และข้าวพันธุ์ กข.43 มีน้ำตาลต่ำ ดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ที่รักสุขภาพทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวสินเหล็กมีธาตุเหล็กสูง ดีต่อสตรีมีครรภ์ และเด็กที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต

โดยหลักสูตร วท.บ.(เกษตรศาสตร์) มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ ได้ทดลองปลูก และปรับปรุงข้าวทั้ง 2 สายพันธุ์ จนได้ผลผลิตดี เป็นข้าวที่ทานอร่อย มีกลิ่นหอม เหนียวนุ่ม หุงขึ้นหม้อ และได้รับการตราเครื่องหมาย Q หรือตรารับรองมาตราฐานเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) จาก กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมาตราฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) ซึ่งเป็นการประกันความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

ผศ.ดร.วิทยา กล่าวอีกว่า มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันอุดมศึกษาอันดับ 1 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับโดยสถาบันชั้นนำด้านการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกต่างๆ โดยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เราจึงมีความใส่ใจอย่างยิ่งต่อสุขภาพของผู้บริโภค จึงได้ดำเนินโครงการ “ข้าวเป็นยา” ปลูกข้าวสินเหล็ก และข้าวพันธุ์ กข.43 ด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ ที่ดีต่อสุขภาพของทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และระบบนิเวศ

“โดยเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวที่มีคุณภาพสูง และปลอดภัยจากสารพิษ รวมทั้งเป็นการอนุร้กษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้นแบบในการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งก้าวต่อไปนอกจากจะส่งข้าวเพื่อผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาลที่อยู่ในชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญแล้ว จะขยายผลสู่ตลาดออนไลน์อีกด้วย” ผศ.ดร.วิทยา กล่าวทิ้งท้าย

"ข้าวเป็นยา"ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ สู่ตลาดออนไลน์
"ข้าวเป็นยา"ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ สู่ตลาดออนไลน์
"ข้าวเป็นยา"ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ สู่ตลาดออนไลน์

คุรุสภาเปิดรับสมัคร…”เลขาธิการคุรุสภา” คนใหม่แล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คุรุสภาเปิดรับสมัคร…”เลขาธิการคุรุสภา” คนใหม่แล้ว

คุรุสภาเปิดรับสมัคร..."เลขาธิการคุรุสภา" คนใหม่แล้ว

24 กรกฎาคม 2563 – 17:54 น.

คุรุสภา เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการคุรุสภา” ระหว่างวันที่5 – 14 ส.ค.2563 ระบุคุณสมบัติต้องมีวิสัยทัศน์ ประสพการณ์สูง อายุไม่เกิน 65 ปี

ว่าที่ร้อยตรี ดร. ธนุ วงษ์จินดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่านายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 จึงขอเชิญบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถสมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการคุรุสภา” จำนวน 1 ตำแหน่ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และเป็นผู้สามารถทำงานให้แก่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้เต็มเวลา

คุณสมบัติทั่วไป ดังนี้ 1) มีสัญชาติไทย 2) อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 65 ปี และ 3) มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับกิจการของคุรุสภา ตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศกำหนด

หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย

1) ใบสมัครตามแบบแนบท้ายประกาศรับสมัคร พร้อมรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป

2) แบบแสดงประวัติตามที่กำหนด

3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

4) สำเนาทะเบียนบ้าน

5) สำเนาหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษ

6) สำเนาเอกสารการฝึกอบรมที่สำคัญ

7) ประวัติ เพิ่มเติม (ถ้ามี) (Curriculum Vitae/Resume)

8) ผลงานการปฏิบัติงานที่ผ่านมา

และ 9) เอกสารแสดงแนวคิดการบริหารจัดการสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาและวิสัยทัศน์ด้านวิชาชีพทางการศึกาของประเทศ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา นโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา (ความยาวไม่เกิน 5 หน้ากระดาษA4และใช้ตัวอักษรTh SarabanPSKขนาด 16 พอยท์)

 โดยนำเอกสารทั้งหมดจัดทำเป็นรูปเล่ม เป็นต้นฉบับ จำนวน 1 เล่ม และสำเนา จำนวน 14 เล่ม รวมทั้งหมด 15 เล่ม และผู้สมัครต้องลงนามรับรองความถูกต้องของเอกสารที่เป็นสำเนาทุกหน้า หากจัดส่งเอกสารประกอบการสมัครไม่ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดจะไม่รับไว้พิจารณา

 การพิจารณาคัดเลือกให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือผู้ที่ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า เป็นประธาน ทำหน้าที่ดำเนินการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติจากใบสมัครของผู้สมัครและเอกสารหลักฐาน ประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน และดำเนินการสัมภาษณ์ พร้อมแสดงแนวคิดและวิสัยทัศน์ ตามวันและเวลาที่กำหนด

  เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก ประกอบด้วย

1) ความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน 30 คะแนน

2) ความประพฤติและประวัติการทำงาน 20 คะแนน

และ 3) แนวคิดและวิสัยทัศน์ 50 คะแนน ให้คณะกรรมการสรรหาฯดำเนินการสรรหารายชื่อที่เหมาะสมให้ได้ตามจำนวนไม่เกิน 2 คน เพื่อเสนอคณะกรรมการคุรุสภาเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา ทั้งนี้ กรณีผู้ได้รับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคุรุสภาเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องลาออกจากราชการก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสงวนสิทธิยกเลิกการสรรหา เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาได้ตามที่เห็นสมควร และคณะกรรมการคุรุสภาสงวนสิทธิที่จะพิจารณายกเลิกการสรรหา ในกรณีที่มีปัญหาในกระบวนการคัดเลือก มีจำนวนน้อยราย หรือในกรณีที่มีการคัดกรองแล้วแต่ไม่มีผู้สมัครรายใดมีคุณสมบัติที่เหมาะสม และดำเนินการสรรหาใหม่ หากยกเลิกการสรรหาหรือการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาตามที่กำหนดไว้ ผู้สมัครจะฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ไม่ได้

 ผู้ประสงค์สมัครสามารถติดต่อขอใบสมัคร หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์คุรุสภาwww.ksp.or.th และยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐานได้ด้วยตนเอง ที่ กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักอำนวยการ ชั้น 2 อาคารหอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภารับสมัครระหว่างวันที่ 5 – 14 สิงหาคม 2563 เวลา 08.30 – 16.30 น. ในวันและเวลาราชการ 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภาwww.ksp.or.thหรือ โทร 0 2280 6676 หรือ 0 2280 1729

“จุดเทียนชัยถวายพระพร ในหลวง ร.10” ที่ วิทยาลัยดุสิตธานี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จุดเทียนชัยถวายพระพร ในหลวง ร.10” ที่ วิทยาลัยดุสิตธานี

"จุดเทียนชัยถวายพระพร ในหลวง ร.10" ที่ วิทยาลัยดุสิตธานี

24 กรกฎาคม 2563 – 17:30 น.

“ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร” รักษาการอธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี นำทีมผู้บริหาร คณาจารย์ พร้อมนักศึกษา จุดเทียนชัยถวายพระพร ในหลวง รัชกาลที่10 ที่วิทยาลัยดุสิตธานี กรุงเทพฯ

วิทยาลัยดุสิตธานี นำโดย ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร (แถวสอง ที่ 8 จากซ้าย) รักษาการอธิการบดี นำทีมผู้บริหาร คณาจารย์ พร้อมทั้งนักศึกษาของวิทยาลัย“จุดเทียนชัยถวายพระพร ในหลวง ร.10”

 พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและลงนามถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติเพื่อแสดงความจงรักภักดีเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 68 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 ณ วิทยาลัยดุสิตธานี  กรุงเทพมหานคร 

ม.มหิดล พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100% #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.มหิดล พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100%

ม.มหิดล พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100%

24 กรกฎาคม 2563 – 17:15 น.

เปิดเทอม 10 ส.ค. นี้ “ม.มหิดล” พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100% ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 2 – 6 จะมีการเรียนแบบผสมผสาน ทั้งผ่านระบบออนไลน์ และแบ่งกลุ่มเข้าชั้นเรียน พร้อมแจกสารพัดทุนอุ้มผู้เรียน

ในวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนสู่ นิวนอร์มอล (New Normal) โดยทุ่มเททุกทรัพยากรที่มีเพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้ และประสบการณ์ที่ดีจากมหาวิทยาลัยมหิดล

ม.มหิดล พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100%

รศ.ดร. เภสัชกรเนติ สุขสมบูรณ์

รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรเนติ สุขสมบูรณ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา เปิดเผยว่า “ในภาคการศึกษานี้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เรียนผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด 100% ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 2 – 6 จะมีการเรียนแบบผสมผสาน ทั้งผ่านระบบออนไลน์ และแบ่งกลุ่มเข้าชั้นเรียนเพื่อรักษาระยะห่าง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้เรียน ผู้สอน และบุคลากร”

ม.มหิดล พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100%

“ก่อนเปิดภาคเรียน มหาวิทยาลัยมหิดลได้เตรียมความพร้อมอบรมพัฒนาผู้สอนออนไลน์ในรูปแบบ ”Train the Trainer“ เพื่อเพิ่มคุณภาพของการเรียนให้ได้มาตรฐาน จัดการสอนในรูปแบบ Blended Learning หรือการเรียนแบบผสมผสานจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์กับการเรียนการสอนในชั้นเรียน ตลอดจน Flipped Classroom ที่ปรับเปลี่ยนการบรรยายสู่รูปแบบออนไลน์ และเน้นการฝึกแก้โจทย์ปัญหา การประยุกต์ใช้จริงในห้องเรียน และมหาวิทยาลัยมหิดลกำลังดำเนินการจัดการศึกษาในรูปแบบ Flexible Education และจัดทำระบบ Credit Bank หรือระบบธนาคารหน่วยกิตเพื่อตอบสนองและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรเนติ สุขสมบูรณ์ กล่าว

ม.มหิดล พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100%

อาคารเรียนรวมคณะวิทย์ศาลายา

ผศ.เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเพิ่มเติมว่า “มหาวิทยาลัยมหิดลได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ”We Mahidol“ เพื่ออำนวยความสะดวกนักศึกษาอย่างครบวงจร โดยสามารถใช้เป็น Virtual Student ID แทนบัตรนักศึกษา มีการเชื่อมต่อลงทะเบียน ตารางสอน ตารางสอบ ใช้เช็คอิน-เช็คเอาท์ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหิดล

โดยสามารถออกจากระบบอัตโนมัติได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมง ตลอดจนมีบริการออนไลน์ สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ นอกจากนี้ได้มีการให้ทุนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือนักศึกษา ได้แก่ ทุน Covid – 19 ทุนละ 5,000 บาท ให้ไปแล้วในภาคการศึกษาที่ผ่านมาเกือบ 800 ทุน และได้มีการจัดสรรเพิ่มเติมอีก 1,000 ทุนในภาคการศึกษานี้

“นอกจากนี้ ยังมีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาผู้ขาดแคลนในวงเงิน 10 ล้านบาท เงินยืมปลอดดอกเบี้ยอีกรายละ 5,000 บาท ตลอดจนได้มีประกาศลดค่าธรรมเนียมการศึกษา และยกเว้นค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต พร้อมทั้งมอบอินเตอร์เน็ตแพคเกจเพื่อการเรียนการสอนออนไลน์ฟรีทุกเครือข่าย ส่วนลดค่า device และคอมพิวเตอร์บริจาคจากศิษย์เก่าอีกด้วย”

“ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยไม่ได้ให้แต่ ”Knowledge“ แต่จะสร้าง ”Learning Experience“ ที่น่าจดจำให้นักศึกษาด้วย ซึ่งถึงแม้ในภาคการศึกษาแรกจะไม่มีการจัดกิจกรรมรับน้องและประชุมเชียร์เหมือนทุกปี เนื่องจากอยู่ในช่วงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 แต่ได้มีการส่งมอบ Welcome Package ซึ่งประกอบด้วยโบว์ไท/เนคไท เข็มกลัด และเข็มขัดให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 พร้อมอินเตอร์เน็ตแพคเกจทางไปรษณีย์ พร้อมทั้งจะจัดปฐมนิเทศออนไลน์ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ที่จะถึงนี้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต กล่าว

รองศาสตราจารย์ ดร.พลังพล คงเสรี

ในส่วนของคณะ/สถาบันได้มีการสนองรับนโยบายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดลอย่างเต็มที่ ซึ่งในส่วนของคณะวิทยาศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.พลังพล คงเสรี คณบดีฯ เปิดเผยว่า “คณะฯ ได้มีการปรับเปลี่ยน infrastructure ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ และแบบผสมผสาน ทั้งในด้านระบบคอมพิวเตอร์ ระบบอินเตอร์เน็ต ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่วิทยาเขตศาลายา และพญาไท รวมทั้งสิ้น 77 ห้องเรียน และจะมีการพัฒนาระบบตามแนวคิด ”UI-US“ User Interface – User Experience โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและประสบการณ์ผู้ใช้”

“สำหรับการทำ Lab ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ บางส่วนทำออนไลน์ได้ บางส่วนจำเป็นต้องใช้การปฏิบัติการจริง โดยจะมีการแบ่งรอบการปฏิบัติเพื่อเว้นระยะห่าง ทั้งนี้เชื่อว่าคณะฯ จะสามารถคงคุณภาพและมาตรฐานการเรียนการสอนเพื่อเป็นต้นแบบทางการศึกษาในรูปแบบใหม่ได้ต่อไป” รองศาสตราจารย์ ดร.พลังพล คงเสรี กล่าว

ม.มหิดล พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100%

ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์บวรฤทธิ์ จักรไพวงศ์ คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ชื่อของวิทยาลัยฯ มีคำว่า ”เทคโนโลยี“ เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ดังนั้น New Normal จึงเป็นโอกาสสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนผ่านดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนการออนไลน์ กับการทำเวิร์คช็อปที่แบ่งเป็นรอบๆ เพื่อเว้นระยะห่าง โดยมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ให้นักศึกษาปลอดภัย และได้ความรู้จากสื่อที่เราพยายามสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”

“เช่นเดียวกับการให้บริการทางด้าน Healthy Recreation หรือการบริการด้านกีฬาและการออกกำลังกาย ซึ่งได้มีการเปิดให้บริการกีฬาที่มีการสัมผัสน้อย ก่อน เช่น เทนนิส และแบดมินตัน และเริ่มให้บริการสระว่ายน้ำที่เปิดใช้บริการแบบลู่เว้นลู่ จำกัดจำนวนผู้ว่าย และให้ใช้เฉพาะช่วงกลางวัน รวมถึงการให้บริการฟิตเนสที่ต้องผ่านระบบการจองล่วงหน้า สแกนบาร์โค้ดเช็คอิน-เช็คเอาท์ การคัดกรอง และจำกัดจำนวนผู้เล่นและเวลาเล่น และในส่วนของลู่วิ่งและสนามกรีฑาสงวนสิทธิ์ใช้สนามสำหรับนักศึกษาและบุคลากรเท่านั้น จำกัดการให้บริการ 50 คน (1 คน/ชม.) เปิดให้บริการวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 16.30 – 18.30 น. (จันทร์ – ศุกร์)” รองศาสตราจารย์ นายแพทย์บวรฤทธิ์ จักรไพวงศ์ กล่าว

ม.มหิดล พร้อมปรับตัวสู่นิวนอร์มอล นศ.ชั้นปีที่ 1 เรียนออนไลน์ 100%

ขณะที่่ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจุฬธิดา โฉมฉาย คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) กล่าวว่า “ในช่วงวิกฤต Covid-19 MUIC จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เพื่อการเข้าถึงกันระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ ซึ่งในการนี้ เรามี Facebook เพื่อแบ่งปันแลกเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนออนไลน์แบบใหม่ๆ ระหว่างเจ้าหน้าที่กับอาจารย์ รวมทั้งมีการเปิด Official Line Account @myMUIC ให้นักศึกษาสามารถที่จะสอบถามข้อข้องใจต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนมีการใช้แอปพลิเคชันต่างๆ อาทิ Webex, Zoom หรือ Google Hangouts เพื่อใช้ในการเรียนการสอนแบบทางไกลตามความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่กำหนดในแต่ละชั้นเรียน ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยน mindset ให้เปิดรับสู่การเรียนการสอนแบบออนไลน์ในระยะยาว โดยไม่ได้ทำเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงวิกฤต Covid-19 เท่านั้น”

“New Normal จริงๆ ก็คือ วิถีใหม่ที่กลายเป็นเรื่องปกติ หลังจากการเกิดวิกฤต ที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้กันแล้วว่าจะต้องปรับตัวอย่างไรจึงจะผ่านวิกฤตนั้นได้ แต่หลังจากที่เรากลับมาใช้ชีวิตปกติ เราจะต้องมีการพัฒนาตัวเองเพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ต่อไปด้วย” รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจุฬธิดา โฉมฉาย กล่าวทิ้งท้าย

ครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ นวัตกรรมกระตุ้นสมองรักษาโรคพาร์กินสันได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ นวัตกรรมกระตุ้นสมองรักษาโรคพาร์กินสันได้

ครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ นวัตกรรมกระตุ้นสมองรักษาโรคพาร์กินสันได้

24 กรกฎาคม 2563 – 14:45 น.

ครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ ม.มหิดล เปิดการศึกษา การรักษา และศูนย์วิจัยกระตุ้นสมองร่วมกับฝึกกายภาพบำบัดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และโรคพาร์กินสัน เพียง 20 นาทีได้ผลดี เตรียมขยายผลบำบัดเด็กออทิสติก

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และพาร์กินสัน (Parkinson) เป็นโรคที่ทำให้เกิดความพิการและสูญเสียงบประมาณของประเทศจำนวนมหาศาล จากค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจากตัวผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล (Caregiver) ซึ่งคาดว่าต้องใช้งบประมาณสูงถึงล้านบาทต่อราย ตั้งแต่เริ่มเกิดโรคจนถึงเสียชีวิต

จากการศึกษาวิจัยที่คร่ำหวอดในเรื่องการใช้เครื่องกระตุ้นสมองร่วมกับการฝึกกายภาพบำบัดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และพาร์กินสัน มานานกว่า 10 ปี รองศาสตราจารย์ ดร.กภ.จารุกูล ตรีไตรลักษณะ คณบดีคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า การฝึกกายภาพบำบัดแบบเฉพาะเจาะจงเป็นเวลา 1 – 1.30 ชม.หลังจากการใช้เครื่องกระตุ้นสมองเป็นเวลา 20 นาที จะสามารถทำให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และพาร์กินสันสามารถช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน เช่น รับประทานอาหาร ดื่มน้ำ หยิบของ ติดกระดุม หรือผูกเชือกรองเท้าได้

ปัญหาที่พบก่อนทำการรักษาด้วยการกระตุ้นสมองร่วมกับการทำกายภาพบำบัด พบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีการเดินที่ผิดปกติ และใช้มือได้ใกล้เคียงปกติเพียงไม่เกินร้อยละ 20 จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ในขณะที่ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันหากมาพบนักกายภาพบำบัดในระยะแรกที่มีอาการ จะสามารถป้องกันอาการติดแข็ง ชะลอความเสื่อม และกลับมาเคลื่อนไหวได้มากขึ้น

รองศาสตราจารย์ ดร.กภ.จารุกูล ตรีไตรลักษณะ กล่าวต่อไปว่า นวัตกรรมดังกล่าวได้นำมาใช้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และพาร์กินสันที่ศูนย์กายภาพบำบัด และการเรียนการสอนนักศึกษาในระดับปริญญาโท-เอกของคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล

“โดยเราเป็นศูนย์วิจัยแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และพาร์กินสันด้วยการกระตุ้นสมองร่วมกับการทำกายภาพบำบัด และจะได้ขยายผลสร้างเป็น Innovation Platform เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังประเทศต่างๆ ได้แก่ ประเทศเนปาล กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมาร์ ตลอดจนได้มีการวางแผนจะเปิดศูนย์บริการร่วม (Excellence Center) ที่ประเทศอินโดนีเซียต่อไปในเร็วๆ นี้ ” รองศาสตราจารย์ ดร.กภ.จารุกูล  กล่าว

นอกจากนี้ ในอนาคตจะต่อยอดนวัตกรรมดังกล่าวไปใช้บำบัดเด็กออทิสติกที่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว และการร่วมรู้สึก เช่น ยิ้มให้กันเพราะมีความสุข ร้องไห้เพราะเสียใจ จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนของระบบเซลล์กระจกเงา (Mirror Neuron System) ที่มักพบว่ามีความบกพร่องในเด็กออทิสติก แล้วฝึก Social Interaction เพื่อให้เด็กออทิสติกมีการเคลื่อนไหว และแปลผลการร่วมความรู้สึกได้ดีขึ้น

“นักกายภาพบำบัดต่างจากบุคลากรทางการแพทย์ในวิชาชีพอื่น ตรงที่เรามีเชี่ยวชาญทางด้านการเคลื่อนไหว และเป็นนวัตกรโดยสายเลือด หัวใจของเรา คือ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้สามารถมีการเคลื่อนไหว และกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม และที่สำคัญ คือ สามารถช่วยลดงบประมาณของประเทศที่ต้องสูญเสียในการดูแลผู้ป่วยในระยะยาวได้” รองศาสตราจารย์ ดร.กภ.จารุกูล ตรีไตรลักษณะ กล่าวทิ้งท้าย

ครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ นวัตกรรมกระตุ้นสมองรักษาโรคพาร์กินสันได้

รองศาสตราจารย์ ดร.กภ.จารุกูล ตรีไตรลักษณะ

ครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ นวัตกรรมกระตุ้นสมองรักษาโรคพาร์กินสันได้

สาธิตการใช้เครื่องกระตุ้นสมอง (ไม่ใช่ผู้ป่วยจริง)

ครั้งแรกในเอเชียอาคเนย์ นวัตกรรมกระตุ้นสมองรักษาโรคพาร์กินสันได้

“ศธ.”เปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือ”นร.นศ.”ถูกล่วงละเมิดทางเพศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศธ.”เปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือ”นร.นศ.”ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 

"ศธ."เปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือ"นร.นศ."ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 

20 กรกฎาคม 2563 – 13:04 น.

ศธ. เดินหน้าเปิด”ศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ ก.ศึกษาธิการ” (ศคพ.)  ยึดนโยบายเชิงรุก ป้องกันและปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษา พร้อมคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาผู้ถูกกระทำจากผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ

20 ก.ค.2563 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มุ่งแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม เปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศคพ. เพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงปราบปราม ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดที่กระทำความผิด พร้อมสะสางปัญหาเก่าและยุติปัญหาใหม่ด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ เด็ดขาด โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกระทำหรือผู้พบเห็นการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาร้องเรียนและร้องทุกข์ได้ทางสายด่วน ศคพ. โทร.๐๒-๐๐๗-๐๐๐๑

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ในการเดินหน้าแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาในสังกัดหรือกำกับกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศคพ. ขึ้น เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ 

"ศธ."เปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือ"นร.นศ."ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “โรงเรียนนอกจากจะเป็นสถานศึกษาที่ให้ความรู้และพัฒนาคนแล้ว ยังเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองที่ให้ทั้งความรู้ ความอบอุ่น และความปลอดภัย ซึ่งปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศขัดต่อหลักการนี้โดยสิ้นเชิง ที่ผ่านมาหลายคดีเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศของครูหรือบุคลากรทางการศึกษาอาจจะหายเงียบไปด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง โดยที่ผู้กระทำผิดยังคงลอยนวลและกระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้โรงเรียนและสถานศึกษากลายเป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการไม่อยากให้บ้านที่เด็กทุกคนให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจกลายเป็นพื้นที่น่าหวาดกลัวสำหรับเด็กๆ จึงจัดตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศขึ้น เพื่อช่วยทวงความถูกต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมและนำพื้นที่อบอุ่น ปลอดภัย กลับมาให้นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนอีกครั้ง”

ทั้งนี้ ศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศคพ.) ได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ สำนักงาน ศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) ชั้น ๑ อาคารรัชมังคลาภิเษก ๒ กระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับเกียรติจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการเปิดศูนย์ฯ ร่วมด้วย นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธานกรรมการ ศคพ. ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และสื่อมวลชนคับคั่ง 

พร้อมกันนี้กระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดการประชุมมอบนโยบายขับเคลื่อนการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อสร้างความเข้าใจในการดำเนินนโยบายให้ไปในทิศทางเดียวกัน ณ หอประชุมคุรุสภา โดยมี 5 ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ได้แก่ องค์กรยูนิเซฟแห่งประเทศไทย มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก มูลนิธิศานติวัฒนธรรม และ องค์กรทำดี ได้มอบข้อเสนอเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการ ศคพ. และสื่อมวลชน ร่วมรับทราบนโยบาย โดยการประชุมครั้งนี้มีระบบ Video Conference ให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกแห่งร่วมประชุมและรับนโยบายพร้อมกันทั่วประเทศด้วย

สำหรับ ศคพ. จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นหน่วยงานกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาในสังกัดหรือในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และบุคคลซึ่งปฏิบัติงานอื่นในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งที่จะปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ เด็ดขาด ภายใต้มาตรการใหญ่ 3 ด้าน คือ 
     

มาตรการด้านการป้องกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับนักเรียนนักศึกษา โดยเน้นให้สถานศึกษาดูแลนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในรับผิดชอบ ตลอดจนสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ไม่เอื้อต่อการล่วงละเมิดทางเพศและการกระทำผิดอื่น ๆ

มาตรการด้านการปราบปราม เพื่อแก้ไขปัญหา สะสางปัญหาเก่า ยุติปัญหาใหม่ โดยหากสถานศึกษาหรือหน่วยงานทางการศึกษาพบว่ามีข้อร้องเรียนเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ หรือมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะในวงกว้าง ผู้มีอำนาจคือเขตพื้นที่ ต้องสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาย้ายไปประจำเป็นการชั่วคราว จากนั้นจึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงทันที และหากผลการตรวจสอบพบว่าข้อร้องเรียนนั้นมีมูลความจริง ให้ผู้มีอำนาจสั่งตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงและให้ผู้กระทำผิดออกจากราชการไว้ก่อน ขั้นตอนทั้งหมดมีเป้าหมายให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง แล้วรายงานหน่วยงานต้นสังกัดส่วนกลางและแจ้งข้อมูลมายัง ศคพ. เมื่อ ศคพ.ได้รับเรื่องแล้วจะรีบเสนอไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเพื่อขอให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้กระทำผิดเป็นการชั่วคราว โดยศคพ. จะเร่งรัดให้มีการดำเนินการทางวินัยควบคู่กับการดำเนินการด้านคดีอาญาด้วย

มาตรการด้านการคุ้มครองและช่วยเหลือ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยานักเรียนนักศึกษาอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดให้สถานศึกษาต้องประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลเยียวยานักเรียนนักศึกษาผู้ถูกล่วงละเมิดอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที นอกจากนี้ยังต้องคุ้มครองผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศทุกคนให้ได้รับการบำบัดฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ ไม่ละทิ้งให้เขาต้องอยู่ในสภาพยากลำบากโดยลำพัง และต้องประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนยุติธรรม เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยานักเรียนนักศึกษาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างรวดเร็ว

นักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมินทางเพศจากข้าราชการครูและบุคลากรในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ หรือผู้พบปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียน สามารถติดต่อร้องเรียนและร้องทุกข์ได้ทาง โทร. ๐๒-๐๐๗-๐๐๐๑ หรือสายด่วนการศึกษา ๑๕๗๙  E-mail : skp200200@gmail.com และ
เฟซบุ๊กเพจ : ศคพ.กระทรวงศึกษาธิการ หรือเดินทางมาติดต่อได้ด้วยตัวเองที่ศูนย์ ศคพ. อาคารรัชมังคลาภิเษก ๒ ชั้น ๑ กระทรวงศึกษาธิการ ศคพ.พร้อมรับฟังและจัดการทุกปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาอย่างรวดเร็ว รอบคอบ และเด็ดขาด

ได้บ้านคืนแล้ว…สาวเเพร่ลูกหนี้กยศ.หลังโดนยึดบ้านทรงไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ได้บ้านคืนแล้ว…สาวเเพร่ลูกหนี้กยศ.หลังโดนยึดบ้านทรงไทย

ได้บ้านคืนแล้ว...สาวเเพร่ลูกหนี้กยศ.หลังโดนยึดบ้านทรงไทย

17 กรกฎาคม 2563 – 20:52 น.

ได้บ้านคืนแล้ว…สาวเเพร่ลูกหนี้กยศ.หลังโดนยึดบ้านทรงไทยในราคากว่า2ล้านบาท   หลังหลายฝ่ายให้ความช่วยเหลือ เคลียร์กันได้ลงตัว

จากกรณีการติดหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) จนโดนยึดบ้านไม้ทรงไทยมูลค่ากว่า2ล้านบาท โดยพี่สาวของผู้กู้ยืมเงินกองทุน ได้ร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ ว่าถูกสำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ประกาศขายทอด ตลาดทรัพย์

อ่านข่าว: “กยศ.” แจงด่วน สาวแพร่ ร้องติดหนี้ 17,000 โดนยึดบ้าน 2 ล้าน ขายทอดตลาด

โดยเป็นหนี้ กยศ. เพียง 17,000 กว่าบาท แต่กลับถูกบังคับคดียึดบ้านในราคากว่า 2 ล้านบาท ไปขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ ล่าสุดได้มีข่าวดีออกมาเเล้ว เมื่อหลายฝ่ายยื่นมือช่วยเหลือ จนผู้ร้องทุกข์ได้รับบ้านทรงไทยคืน

ก่อนหน้านี้ทาง นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มี พี่สาวของผู้กู้ยืมเงินกองทุน ได้ร้องเรียนผ่านสื่อว่าถูกสำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ประกาศขายทอด ตลาดทรัพย์ โดยเป็นหนี้ กยศ. เพียง 17,000 กว่าบาท แต่กลับถูกบังคับคดียึดบ้านในราคา 2 ล้านกว่าบาท ไปขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ นั้น

ได้บ้านคืนแล้ว...สาวเเพร่ลูกหนี้กยศ.หลังโดนยึดบ้านทรงไทย

กองทุนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าผู้กู้ยืมถูกดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2551 และศาลได้มีคำพิพากษาให้ชำระหนี้เงินต้น จำนวน 17,868 บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่ผู้กู้ยืมไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา กองทุนจึงจำเป็นต้องดำเนินการสืบทรัพย์บังคับคดี จากการสืบทรัพย์พบทรัพย์สินของผู้กู้แต่ไม่สามารถยึดได้ เนื่องจากถูกเจ้าหนี้รายอื่นยึดไว้แล้ว กองทุนจึงจำเป็นต้องดำเนินการยึดทรัพย์ของผู้ค้ำประกันเมื่อปลายปี 2561

ซึ่งที่ดินดังกล่าวติดจำนองเจ้าหนี้รายอื่นอยู่ ต่อมาในช่วงต้นปี 2562 ผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้เพียงบางส่วน และไม่ได้ติดต่อกองทุนเพื่อทำบันทึกข้อตกลงงดการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้

ทั้งนี้ หากผู้กู้ยืมหรือ ผู้ค้ำประกันมาติดต่อก็สามารถของดการขายทรัพย์และผ่อนชำระหนี้ได้อีก 6 ปี ต่อมาสำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ได้ดำเนินการประกาศขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยขายแบบติดจำนอง เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และมีบุคคลภายนอกซื้อได้ในราคา 30,000 บาท โดยการขายครั้งนี้เป็นการขายครั้งที่ 11 ซึ่งในการขายทุกครั้งที่ผ่านมาไม่มีผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันมาดูแลการขาย

กองทุนขอชี้แจงว่า ก่อนที่จะมีการบังคับคดี กองทุนพยายามที่จะติดต่อกับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันทั้งทางจดหมายและทางโทรศัพท์ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนการติดตามหนี้มาโดยตลอด จนในที่สุด กองทุนมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยยึดทรัพย์ของผู้ค้ำประกันก่อนที่คดีจะขาดอายุความ

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเนื่องจากเงินกู้ยืมเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้รายนี้ กองทุนก็ได้ประสานงานกับผู้ซื้อทรัพย์เพื่อให้ความช่วยเหลือ ซึ่งในเบื้องต้นผู้ซื้อทรัพย์ยินดีขายทรัพย์คืนให้แก่ผู้ค้ำประกันในราคาซื้อ

ได้บ้านคืนแล้ว...สาวเเพร่ลูกหนี้กยศ.หลังโดนยึดบ้านทรงไทย

ทั้งนี้ กองทุนขอฝากถึงผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันที่ถูกบังคับคดี ขอให้มาติดต่อที่กองทุน เพื่อจะได้โอกาสในการผ่อนชำระได้อีกไม่เกิน 6 ปี และขอฝากเรื่องการค้ำประกันการกู้ยืมใดๆ ขอให้ผู้ค้ำประกันตระหนักว่า จะเป็นภาระผูกพันทางกฎหมาย

“โดยขอให้ผู้กู้ยืมชำระหนี้เป็นปกติเพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้อง จนเดือดร้อนถึงผู้ค้ำประกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบิดามารดาและญาติๆ และกองทุนขอให้ผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุกท่านตระหนักถึงการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องต่อไป” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด

ล่าสุดนั้นทางเพจ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้โพสต์ความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว…

ผู้กู้ กยศ. ยิ้มออก

ได้บ้านทรงไทยคืน

หลังหลายฝ่ายให้ความช่วยเหลือ

และตกลงกันได้ด้วยดี

พร้อมทั้งฝากเตือนน้องๆ ที่กู้ กยศ.

“อย่าประมาท อย่าคิดว่าไม่จ่ายก็ได้

และหากค้างชำระ

ควรติดตามสอบถามทาง กยศ.อย่างต่อเนื่อง

ไม่อย่างนั้นจะเกิดเรื่องแบบที่เกิดขึ้นนี้ได้”

ซึ่งฝั่งของสาวชาวเเพร่ผู้กู้ยืมเงินกยศ.คือ น.ส.สมหมาย วงศ์ตะวัน ได้มายังสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดแพร่ เพื่อเจรจราไกล่เกลี่ยกับทางคู่กรณี ซึ่งเป็นตัวแทนจากบริษัทผู้ประมูลทรัพย์ได้ รับมอบอำนาจมาเจรจา จำนวน 2 คน โดยมี นายภาณุ ขวัญยืน อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดแพร่ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ผลการไกล่เกลี่ยเป็นผลสำเร็จ โดยน.ส.สมหมาย ยินยอมจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 20,000 บาท และต้องชดใช้เงินกู้ กยศ. พร้อมกับค่าธรรมเนียมต่างๆ เเละไปดำเนินการต่อยังกรมบังคับคดีจังหวัดแพร่ เพื่อไปเขียนคำแถลงยกเลิกการประมูลทรัพย์ ต่อไป

ได้บ้านคืนแล้ว...สาวเเพร่ลูกหนี้กยศ.หลังโดนยึดบ้านทรงไทย

CR: กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“ครูพี่โอ๊ะ” เดียวไมโครโฟน โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ครูพี่โอ๊ะ” เดียวไมโครโฟน โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี

"ครูพี่โอ๊ะ" เดียวไมโครโฟน  โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี

17 กรกฎาคม 2563 – 16:30 น.

“ครูพี่โอ๊ะ” เดียวไมโครโฟน โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี ชูแผนเดินหน้าสร้างการเรียนรู้ออนไลน์-สร้างงานสร้างอาชีพ-ก้าวสู่สังคมสุขภาวะอย่างมีคุณภาพ .

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.30 น. ครูพี่โอ๊ะ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. และ นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทํางาน รมช.ศธ. แถลงข่าวผลงานการทํางาน “1 ปี ณ วังจันทรเกษม สะท้อนงาน สะท้อนคน กับ กนกวรรณ วิลาวัลย์”

อ่านข่าว:  รู้ยัง”ครูพี่โอ๊ะ”ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

พร้อมจัดแสดงนิทรรศการผลการดําเนินงานของสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สํานักงาน กศน.) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สํานักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

โดยมีนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. ผู้บริหารและบุคลากรสํานักงาน กศน. สถานศึกษาเอกชน และ สลช.จากทั่วประเทศ ตลอดจนสื่อมวลชนทุกแขนง เข้าร่วมอย่างล้นหลาม

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า “กระทรวงศึกษาธิการให้ความสําคัญกับการจัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยเน้นการสร้าง โอกาสทางการศึกษา แก่ผู้ด้อย พลาดและขาดโอกาสทางการศึกษา ได้แก่ คนชายขอบ กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ผู้พิการ จนพูดได้เต็มปากว่า “การศึกษาของเราเข้าถึงคนทุกช่วงวัย” โดยเน้น คุณภาพและประสิทธิภาพของผู้เรียน พร้อมทั้งร่วมมือกับทุกภาคส่วนในกระทรวงศึกษาธิการเอง การทํางานระหว่าง กระทรวง และเครือข่ายการทํางานในระดับพื้นที่อย่างเข้มแข็ง

อย่างเช่นในปีที่ผ่านมา ได้รับฟังความคิดเห็นของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานในกํากับ ทั้ง กศน. สช. และลูกเสือ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทํางาน พร้อมทั้งลงพื้นที่ครบทั้ง 77 จังหวัด เพื่อติดตามการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพราะไม่ต้องการให้ เกิดการแปลงนโยบาย และช่วยเสริมเติมเต็ม อะไรที่ช่วยได้ก็ยินดีสนับสนุน พร้อมร่วมกันแก้ไขข้อติดขัด อุปสรรค และปัญหา เพื่อจับมือเดินหน้าไปด้วยกัน

โดยมีผลการดําเนินงานเด่นของหน่วยงานในการกํากับดูแล ดังนี้ ได้ผลักดันการเพิ่มอัตราข้าราชการครู กศน. คูณ 3 แบ่งเป็น ครูผู้ช่วยพื้นที่สูง ครูผู้ช่วยชายแดนใต้ ครูผู้ช่วยพื้นที่ทั่วไป และครูผู้ช่วยแบบสอบแข่งขัน รวม 1,590 อัตรา และสรรหาเป็น ผู้บริหาร กศน. 140 อัตรา ทําให้สามารถขยับลูกจ้างขึ้นมาเป็นพนักงานราชการ และรับสมัครบุคคลภายนอกมาทดแทนอัตรา จ้างที่ว่างลงให้ครบถ้วน

ในส่วนของ สช. ได้ผลักดันการเพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลครูเอกชน จาก 100,000 บาท/คน/ปี เป็น 150,000 บาท/คน/ปี โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 กองทุนสงเคราะห์ได้อนุมัติค่ารักษาพยาบาลแก่ครู 5,106 คน วงเงินกว่า 77 ล้านบาท และได้น้อมนําหลักสูตรจิตอาสา 904 มาใช้ในกระบวนการอบรมลูกเสือ เพื่อช่วยสร้างศักยภาพ ระเบียบวินัย และปลูกจิตอาสาให้แก่เยาวชน พร้อมพัฒนาหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ ให้มีความโดดเด่นด้านภาษา และองค์ ความรู้ในเชิงการท่องเที่ยว โดยจัดอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์รุ่นแรก ใน 8 จังหวัด 480 คนเรียบร้อยแล้ว และในเดือนสิงหาคม จัดอบรมในรุ่นที่ 2 รวม 4,140 คนในทุกจังหวัดทั่วไปประเทศ

ในส่วนของการดําเนินงานในระยะต่อไป ได้วางแผนและกําหนดเป้าหมาย ที่จะสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องของการศึกษาต้องมีความต่อเนื่องและต้องอาศัยเวลา จึงจะเกิดมรรคเกิดผล ภายใต้แนวคิด เรียนรู้ออนไลน์- สร้างงานสร้างอาชีพ-ก้าวสู่สังคมสุขภาวะอย่างมีคุณภาพ”

 เรียนรู้ออนไลน์ โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุนเป็นเครื่องมือในการจัดการศึกษา เรียนรู้ และสร้างอาชีพแก่ กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ผ่านแอปพลิเคชัน “ONIE Online” ส่งเสริมให้ใช้ Google Classroom และพัฒนาหลักสูตรพื้นฐาน ของ กศน.ให้มีความทันสมัยครบถ้วน หลักสูตรอาชีพที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ความต้องการและ บริบทของแต่ละพื้นที่ และนําเทคโนโลยีมาขยายผลกับแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ของ กศน.

ทั้งห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราช กุมารี” 103 แห่ง และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ส่วนการจัดการศึกษาของเอกชน จะขยายความร่วมมือ กับภาคีเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล “ศูนย์ Digital Learning Center ของ สช.” ที่หลากหลายมากขึ้น เข้าถึงนักเรียน นักศึกษา กศน. และประชาชนมากขึ้น

โดยเน้นให้ครูใช้ระบบออนไลน์ได้อย่างชํานาญ เช่นการใช้ Zoom, Google Classroom, Facebook Live, Microsoft Team เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ของทุกกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาระบบสวัสดิการกองทุนสงเคราะห์ออนไลน์ ให้สมาชิกได้รู้ข้อมูล ความเคลื่อนไหว และข่าวสารของกองทุน สงเคราะห์อย่างทันท่วงที

พร้อม ๆ กับพัฒนาค่ายลูกเสือ 66 แห่งทั่วประเทศ ให้มีความทันสมัย นําเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วย ผลิตสื่อการเรียนรู้ การจัดแสดงนิทรรศการ แหล่งเรียนรู้ และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย รองรับการจัด กิจกรรมตามหลักสูตรจิตอาสา 904 สําหรับกระบวนการอบรมลูกเสือ และการอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยได้รับจัดสรร งบประมาณปี 2563 แล้ว จํานวน 118 ล้านบาท ซึ่งจะขับเคลื่อนในค่ายลูกเสือจังหวัด 62 ค่าย และค่ายลูกเสือในกํากับ 4 ค่าย รวมทั้งพัฒนาให้มีความพร้อมสําหรับการใช้ประโยชน์ของคนทุกช่วงวัยในพื้นที่นั้นด้วย

 สร้างงานสร้างอาชีพ ในส่วนนี้จะเน้นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ กศน.พรีเมียม ทั้ง 231 รายการ ที่จําหน่ายผ่านช่องทาง ออนไลน์ OOCC สามารถสร้างรายได้แก่ประชาชนทุกชุมชน และพัฒนาไปสู่การจดอนุสิทธิบัตร เพื่อรักษาสมบัติของคนไทย ตลอดไป ดังเช่น ผ้าทอมือผักตบชวา กศน. ต.หนองน้ําใส อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา และผ้าทอมือกล้วยไข่ชากังราว อ. ขาณุวรลักษบุรี จ.กําแพงเพชร

ก้าวสู่สังคมสุขภาวะอย่างมีคุณภาพ โดยจะพัฒนาระบบการทํางานร่วมกันสําหรับกลุ่มบุคลากรนักวิชาชีพ ภาคประชา สังคม กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการ ครอบครัว ตลอดจนผู้ดูแล ภายใต้ “การจัดการความรู้สนับสนุนเครือข่ายบูรณาการด้าน ผู้สูงอายุและคนพิการ และการบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการและขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากร กศน. ให้มี ศักยภาพในการจัดกิจกรรม กศน. เพื่อร่วมสร้างสังคมสูงอายุที่มีสุขภาวะ” รองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย ในเร็ว ๆ นี้

โดยมีงานในหลายส่วนที่ต้องดําเนินการต่อเนื่อง ทั้งระบบการบริหารจัดการ, พัฒนาบุคลากรของ กศน. ให้มี ศักยภาพในการจัดกิจกรรม กศน. รองรับ “สังคมสูงอายุ” มิติสุขภาพสําหรับคนทุกกลุ่มวัย , ระบบการทํางานบนฐานของ ความรู้ การสร้างสรรค์ด้วยคลังปัญญาและภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยในการดําเนินชีวิตที่พอเหมาะ พอเพียง และตื่นรู้ในการ จัดการท่ามกลางภาวะภัยพิบัติ, ระบบสารสนเทศ “เว็บไซต์รวมพลัง” รองรับการจัดการเรียนรู้และข้อมูลสนับสนุนเครือข่าย บูรณาการด้านผู้สูงอายุและคนพิการ แบบ One stop service 

"ครูพี่โอ๊ะ" เดียวไมโครโฟน  โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี
"ครูพี่โอ๊ะ" เดียวไมโครโฟน  โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี
"ครูพี่โอ๊ะ" เดียวไมโครโฟน  โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี
"ครูพี่โอ๊ะ" เดียวไมโครโฟน  โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี
"ครูพี่โอ๊ะ" เดียวไมโครโฟน  โชว์ผลงานโบว์แดง 3 ขุมพลังศธ.ตลอด1ปี