นิสิตเฮ จุฬาฯประกาศลดค่าเทอม มอบทุนกว่า 500ล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นิสิตเฮ จุฬาฯประกาศลดค่าเทอม มอบทุนกว่า 500ล้าน

นิสิตเฮ จุฬาฯประกาศลดค่าเทอม มอบทุนกว่า 500ล้าน

23 มิถุนายน 2563 – 14:00 น.

นิสิตเฮ จุฬาฯประกาศลดค่าเทอมผ่านนโยบาย “10 Plus” ระบุมีลดค่าเล่าเรียนนิสิตร้อยละ 10 ทุกระดับการศึกษา ทุกสาขาวิชา พร้อมมอบทุนทุกประเภทกว่า 5,000 ทุน รวมกว่า 500 ล้านบาทและความช่วยเหลืออื่น ๆ แก่นิสิตและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดีด้านการพัฒนานิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวว่า หลักการที่จุฬาฯ ยึดถือมาตลอด คือ “จะต้องไม่มีนิสิตจุฬาฯ คนใดที่ต้องออกจากจุฬาฯ เพราะไม่มีเงินเรียน” เฉพาะปีการศึกษา 2562 จุฬาฯ ได้พิจารณามอบทุนอุดหนุนการศึกษา และทุนสงเคราะห์สวัสดิภาพนิสิตไปแล้วกว่า 4,022 ทุน มูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท

อ่านข่าว : “จุฬาฯ” ครองอันดับหนึ่งของไทย

ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความเห็นใจและเข้าใจความเดือดร้อนของนิสิตและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทางจุฬาฯ จึงได้พิจารณาการช่วยเหลือแก่นิสิตทุกระดับการศึกษา และทุกสาขาวิชาด้วยการดำเนินนโยบาย “10 Plus” คือ ลดค่าเล่าเรียนการศึกษาร้อยละ 10 โดยคณะและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถพิจารณาลดค่าธรรมเนียมการศึกษาที่นอกเหนือจากค่าเล่าเรียนได้อีก พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษา และการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แก่นิสิต” โดยมีรายละเอียดในแต่ละด้าน ดังนี้ 

การลดค่าเล่าเรียน

จุฬาฯ มีนโยบายลดค่าเล่าเรียนร้อยละ 10 แก่นิสิตในทุกระดับการศึกษาในปีการศึกษา 2563 ในทุกสาขาวิชา ทั้งนี้ในแต่ละคณะ /หน่วยงานมีสิทธิพิจารณาลดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับหลักสูตรพิเศษ และหลักสูตรที่มีการเก็บค่าธรรมเนียมที่นอกเหนือจากค่าเล่าเรียนปกติได้อีก

การสนับสนุนทุนการศึกษา

แบ่งเป็นทุนประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. ทุนอุดหนุนการศึกษาสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี โดยยกเว้นค่าเล่าเรียนและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตและค่าใช้จ่ายในการศึกษาในปีการศึกษาหน้า โดยเพิ่มทุนอุดหนุนการศึกษาจากเดิม ปีละประมาณ 3,000 ทุน เพิ่มเป็น 4,500 ทุน เป็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ประมาณ 120 ล้านบาท

2. ทุนยกเว้นค่าเล่าเรียนสำหรับนิสิตปริญญาโท/เอก จัดสรรเพิ่มเติมจากเดิม 142 ทุน รวมเป็นเงินประมาณ 6 ล้านบาท

การช่วยเหลือค่าใช้จ่าย

แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. ทุนสงเคราะห์สวัสดิภาพนิสิต วงเงิน 30 ล้านบาท เป็นการให้ทุนช่วยเหลือนิสิตทุกระดับการศึกษาทั้งปริญญาตรี โท เอก และครอบครัวของนิสิตที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เช่น ถูกเลิกจ้าง ถูกลดเงินเดือน มีรายได้สุทธิต่อครัวเรือนไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยจะสนับสนุนให้นิสิตคนละไม่เกิน 10,000 บาท ในขั้นแรกมีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือนิสิต 4,000 คน และอาจขยายจำนวนและวงเงินได้อีกตามความเดือดร้อนจำเป็น

2. ทุนนิสิตช่วยงาน เพิ่มจากเดิมที่ใช้อยู่อีก 1.6 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการจ้างนิสิตให้มีงานทำในมหาวิทยาลัย โดนเน้นงานที่ทำออนไลน์ ได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 100 บาท ไม่เกิน 500 บาทต่อวัน เริ่มตั้งแต่ 20 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

3. สวัสดิการนิสิตหอพัก ในปีการศึกษา 2562 ได้ดำเนินการเยียวยานิสิตหอพักกว่า 750 คนที่กลับบ้านเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 โดยจ่ายเงินค่าหอพักคืน 50% สำหรับนิสิตหอพักประเภทรายเทอม และยกเว้นเก็บค่าหอพัก 2 เดือน (เมษายน – พฤษภาคม) สำหรับนิสิตหอพักที่จ่ายแบบรายเดือน รวมเป็นเงินประมาณ 3.5 ล้านบาท และสำหรับค่าหอพัก ในปีการศึกษา 2563 ได้พิจารณาลดค่าหอพัก ร้อยละ 50-100 สำหรับนิสิตหอพักประเภทรายเทอม และลดค่าหอพัก ร้อยละ 25-50 สำหรับนิสิตหอพักประเภทรายเดือน โดยให้นิสิตที่มีความเดือดร้อนจำเป็นสมัครขอรับการช่วยเหลือมาได้

4. การสนับสนุน SIM Card สำหรับการเรียนออนไลน์ให้นิสิต เพื่อให้นิสิตสามารถเรียนออนไลน์จากที่พักอาศัยได้อย่างสะดวก ตามประกาศจุฬาฯ เรื่องสนับสนุนการเรียนการสอนออนไลน์ตั้งแต่ 23 มีนาคม – ธันวาคม 2563 รวมจำนวน SIM Card ที่มอบให้นิสิตประมาณ 5,000 ซิม ตามความเดือดร้อนจำเป็นและการร้องขอของนิสิต

ผศ.ดร.ชัยพร กล่าวอีกว่า จุฬาฯ มีเกณฑ์พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่นิสิตที่มีจำเป็นความเดือดร้อนเป็นอันดับแรก ขอให้นิสิตแจ้งความประสงค์เข้ามาผ่านระบบ CU NEX เรามีทุนการศึกษา พร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่นิสิต และเร็วๆ นี้มหาวิทยาลัยจะมีการพิจารณาจัดสรรเงินและมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก เช่น การยืดเวลาการชำระค่าเล่าเรียน การให้การสนับสนุนอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ เป็นต้น เพื่อช่วยเหลือนิสิตให้ครอบคลุมทุกด้าน ขอให้นิสิตติดตามข่าวของจุฬาฯ ที่จะมีการประกาศต่อไป

นิสิตเฮ จุฬาฯประกาศลดค่าเทอม มอบทุนกว่า 500ล้าน

CR: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เปิดเทอมใหม่ หากพบนักเรียนติดโควิดสั่งปิดรร.ทันที #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดเทอมใหม่ หากพบนักเรียนติดโควิดสั่งปิดรร.ทันที

เปิดเทอมใหม่ หากพบนักเรียนติดโควิดสั่งปิดรร.ทันที

23 มิถุนายน 2563 – 11:59 น.

เลขาฯกพฐ. ลั่นเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม 1 ก.ค.นี้ เผยเปิดเทอมใหม่ หากพบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19ให้สั่งปิดรร.ทันที

ดร.อำนาจ วิชายานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงมาตรการรับมือเปิดเทอมปีการศึกษา 2563 ว่า ตนได้สั่งการให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จำนวนกว่า 39,000 โรงเรียน ให้ใช้มาตรการคุมเข้มตรวจคัดกรองนักเรียน ครู เจ้าหน้าที่ อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไว้รัสโคโรนา 20191 หรือ โควิด-19 ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และคู่มือที่จัดทำร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและสธ.ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย มีจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ และเจลล้างมือ หลังพบในหลายประเทศ เมื่อเปิดภาคเรียนใหม่ 1 กรกฏาคม นี้แล้วมีเด็กนักเรียนติดเชื้อโควิด​-19 กันเป็นจำนวนมาก

“หากพบว่าในโรงเรียนมีเด็ก หรือครู หรือบุคลากรทางการศึกษา ติดเชื้อโควิด-19 ให้รีบแจ้งเขตพื้นที่การศึกษา ในแต่ละจังหวัด และให้อำนาจผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถปิดการเรียนการสอนแบบเปิดที่โรงเรียนได้ทันที แต่การเรียนการสอนออนไลน์จะมาทดแทนนักเรียน ซึ่งครูต้องเตรียมความพร้อม หลังมีการอบรมเข้มมาแล้วหลายครั้ง หากขาดแคลนอุปกรณ์ให้รีบแจ้งต้นสังกัดเพื่อช่วยเหลือต่อไป” ดร.อำนาจกล่าว

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่าแม้โรงเรียนปิด แต่การเรียนรู้ของนักเรียนยังเดินหน้าต่อไป แต่รูปแบบการเรียนการสอนจะถูกปรับเปลี่ยนใหม่ ไม่จำเป็นต้องมาเรียนที่โรงเรียนหากพบคนติดเชื้อโคตวิด-19

ทั้งนี้  สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย จากข้อมูลเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน  3,156 คน หายป่วยกลับบ้านได้ 3,023 คน และยังมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอีกจำนวน 75 คน เสียชีวิตจำนวน 58 และครบ 29 วันที่ไม่พบการติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเป็นศูนย์

เปิดตัว ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดตัว ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำ

เปิดตัว ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำ

23 มิถุนายน 2563 – 11:30 น.

เปิดตัวประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำใช้งบฯเพียง 30,000 บาท ผลงานอาจารย์และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี สามารถคัดกรองบุคคลหรือผู้ป่วยที่มีไข้สูง ทดแทนบุคลากรประจำจุดคัดกรอง ลดความเสี่ยงให้บุคลากรทำงานได้ตลอด 24 ชม.

ทั้งนี้ ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ผลงานของ ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และนักศึกษาอีก 3 คนประกอบด้วยนางสาวสิริวดี กิจจา นายชัยศิริ โพธิ์คำ และ นายชาณุวัฒน์ สัตยาคุณ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการการผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร์  มทร.ธัญบุรี 

ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ  อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ   มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า จากนโยบายของคณะวิศวกรรมศาสตร์  มทร.ธัญบุรี  ได้จัดโครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยแก้ปัญหาและลดผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 มอบหมายนักศึกษาได้สร้างนวัตกรรมและงานวิจัยที่สอดคล้องกับกรอบวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและลดผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งนักศึกษาสามารถใช้นวัตกรรมนี้เป็นโครงงานโปรเจคของตนเอง เพื่อจบการศึกษาและใช้ตอบโจทย์นวัตกรรมที่สามารถนำมาแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 “ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ” ออกแบบและติดตั้ง เพื่อเฝ้าระวังและคัดกรองบุคคลหรือผู้ป่วยที่มีไข้สูง ทดแทนบุคลากรประจำจุดคัดกรอง ลดความเสี่ยงให้บุคลากร ซึ่งสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยใช้หลักการทำงาน ประตูเปิด-ปิด แบบสวิงเกต เหมือนรถไฟฟ้าที่ใช้กันเป็นประจำ โดยมีเซนเซอร์ 2 ตัว คือ เซนเซอร์อุณหภูมิ และเซนเซอร์ระยะห่างของบุคคล ติดตั้งเพิ่มขึ้นมา ตัวเซนเซอร์อุณหภูมิสามารถสแกนอุณหภูมิร่างกายของผู้ใช้ในช่วง 30 – 50 องศาเซลเซียส

โดยผู้ใช้นำใบหน้าเข้ามาใกล้เซนเซอร์ช่วงประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อความแม่นยำในการวัดอุณหภูมิ มีสัญญาณสีที่ประตูและสัญญาณเสียงบอกอุณหภูมิตรวจ เมื่อไม่มีบุคลากรประจำจุดคัดกรอง แน่นอนว่าอาจจะมีคนลักลอบอบเข้าไปโดยที่สแกนไม่ผ่าน พยายามลักลอบเข้าไปได้

ดังนั้นจึงออกแบบประตู ทำเป็นสีไฟ และมีการควบคุมผ่านกล้องวงจรปิด คอยสอดส่องที่จุดคัดกรอง สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นการใช้นวัตกรรมมาเสริมสร้าง บัณฑิตนักปฏิบัติ ของบัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติ ทำการออกแบบ คิดค้นด้วยตนเอง ทำเองทั้งหมด

นางสาวสิริวดี กิจจา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการการผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพิ่มเติมว่า ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ เป็นการตรวจแบบไร้สาย โดยหลักการทำงานของอินฟาเรด เทอร์โมมิเตอร์เป็นตัววัดอุณหภูมิ และอัลตร้าโซนิควัดระยะด้วยคลื่นเสียง ส่งสัญญาณยังเซนเซอร์ ประตูทำการแจ้งอุณหภูมิ ไฟแสดงสถานะมี 3 สี ไฟสแตนบายเป็นสีน้ำเงิน ไฟสแตนอุณหภูมิผ่านเป็นสีเขียว และสแตนบายอุณหภูมิไม่ผ่านเป็นสีแดง

ขณะทำงานเมื่อเครื่องมีปัญหาระบบรีเซตตัวเองโดยอัตโนมัติภายใน 8 วินาที เบื้องต้น ผู้ใช้อาจไม่คุ้นเคยกับการใช้ประตูแบบนี้ ซึ่งถ้าใช้งานระยะหนึ่ง ผู้ใช้จะรู้ว่าต้องทำงานและวางท่าทางตังเองอย่างไรถึงจะผ่านประตูนี้เข้าไปได้

 ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ เป็น 1 ใน 5 โครงการ โดยภายในโครงการยังมีอีก 4 ผลงาน ประกอบด้วย การผลิตหน้ากากแบบเปลี่ยนไส้กรองจากพอลิเมอร์ย่อยสลายได้ นวัตกรรมหน้ากากผ้าป้องกันไวรัส โควิด-19 โดยแสดงผลผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิสูงด้วยการเปลี่ยนสีของสารเทอร์โมโครมิก หุ่นยนต์ตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 การออกแบบและสร้างเครื่องฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยรังสียูวีซี

โดยปัจจุบันประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ติดตั้งอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งใช้งบประมาณในการออกแบบและพัฒนาเพียง 30,000 บาท ซึ่งเหมาะกับหน่วยงานที่ต้องติดตั้งจำนวนมาก ด้วยต้นทุนไม่สูง

หน่วยงานหรือองค์กรสนใจ ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี พร้อมให้ความร่วมมือในการพัฒนาด้านวิชาการและด้านพาณิชย์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ โทร.0 2549 3400 หรือทางเว็บไซต์ http://www.rmutt.ac.th 

เปิดตัว ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำ
เปิดตัว ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำ
เปิดตัว ประตูตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองบุคคลอัตโนมัติ ต้นทุนต่ำ

0 ชลธิชา ศรีอุบล 0 รายงาน

ม.มหิดล จัด “MUSS Virtual Run”ครั้งแรกช่วยนศ.สู้โควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.มหิดล จัด “MUSS Virtual Run”ครั้งแรกช่วยนศ.สู้โควิด-19

ม.มหิดล จัด "MUSS Virtual Run"ครั้งแรกช่วยนศ.สู้โควิด-19

19 มิถุนายน 2563 – 15:40 น.

ม.มหิดล จัด “MUSS Virtual Run”ครั้งแรก ระดมทุนช่วยนศ.ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 และสนับสนุนการเรียนการสอนสำหรับผู้มีความพิการ

ชีวิตปกติวิถีใหม่ (New Normal) หลังวิกฤติโควิด-19 จำเป็นต้องใช้ “Agile Mindset” ซึ่งเป็นทักษะแห่งอนาคตเพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างรวดเร็ว และคล่องแคล่วตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

การออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ โควิด-19  ได้ เพราะทำให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิคุ้มกันโรค เนื่องด้วยข้อจำกัดตามมาตรการรักษาระยะห่าง “เทคโนโลยี” จึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยปรับรูปแบบชีวิตให้เข้ากับสถานการณ์ ซึ่งปัจจุบันการออกกำลังกายแบบเสมือนจริง (Virtual Excercise) กำลังเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ “Future Skill x New Career Thailand”

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์บวรฤทธิ์ จักรไพวงศ์ คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าภารกิจของวิทยาลัยฯ คือ การสร้างบุคลากรกีฬาคุณภาพ เพื่อสร้างสรรค์สุขภาวะที่ดีของประชาชน ด้วยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาในระดับแนวหน้าของประเทศ และมุ่งสู่ระดับนานาชาติ

เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19  ในไตรมาสที่ผ่านมา เราได้จัดให้มี “Cofit Excercise” ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ออกแบบเพื่อต่อสู้กับโรค โควิด-19  ผ่านทาง “MUSS Channel” ใน YouTube ที่สร้างสรรค์โดยบุคลากรคุณภาพของวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ที่ปลอดภัยไร้สัมผัส สามารถทำได้จากที่บ้าน

นอกจากนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “การวิ่ง” ปัจจุบันกำลังเป็นกีฬายอดนิยม แต่การวิ่งในที่แออัด มีคนพลุกพล่านจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19  มากขึ้น เนื่องจากระหว่างวิ่งหากมีการไอ จาม ที่ทำให้มีการฟุ้งกระจายของฝอยน้ำลาย จะทำให้ผู้ที่วิ่งตามมาได้รับเชื้อไปด้วย

“Virtual Run” เป็นเทรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์โลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมางานวิ่งระดับโลกจะมีการจัด Virtual Run คู่ขนานไปด้วย เพื่อเก็บตกนักวิ่งที่พลาดโอกาสไปร่วมงาน ทำให้เสมือนได้วิ่งอยู่ในงานจริงๆ

ในการเปิดสนามกีฬา วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้คำนึงถึงสุขภาพเป็นอันดับแรก โดยผู้ใช้บริการต้องได้รับความปลอดภัย และเสี่ยงน้อยที่สุดต่อการติดเชื้อโควิด-19

ดังนั้น ระหว่างรอให้พ้นช่วงวิกฤติ เราจึงได้จัด Virtual Run ที่สามารถวิ่งเก็บระยะทางได้จากทุกที่ทุกเวลาจนครบตามที่กำหนด พร้อมส่งรายงานผลการจับเวลาและระยะทางผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ support การวิ่ง

ทุกปัญหาก่อให้เกิดการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือ การเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองด้วย “Agile Mindset” จากวิถีชีวิตที่เนือยนิ่งในช่วงวิกฤติโควิด-19 สู่ชีวิตปกติวิถีใหม่

“วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ปรับรูปแบบการวิ่งที่เอาใจคนรักสุขภาพโดยรักษาระยะห่าง จัดมหกรรมงานวิ่ง “MUSS Virtual Run ครั้งที่ 1 by Reparil” ร่วมกับ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โควิด-19 และสนับสนุนการเรียนการสอนสำหรับผู้มีความพิการ”

“ผู้สนใจสามารถเลือกโปรแกรมวิ่งได้ 2 โปรแกรม โปรแกรม A ระยะทาง 5 กม. วิ่งพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 เวลา 05.00 – 16.00 น. และโปรแกรม B ระยะทาง 42 กม. วิ่งเก็บสะสมระยะทางตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน – 26 กรกฎาคม 2563 โดยนักวิ่งทุกคนจะได้รับ E-Bib, E-Cer, เสื้อแข่ง และเหรียญที่ระลึก”

“พิเศษวิ่งครบ 42 กม.จะได้รับเสื้อ ”Finisher“ เพื่อประกาศความแข็งแกร่งทรหด และหากร่วมวิ่งครบทั้ง 2 ครั้งจะสามารถนำเหรียญมาประกอบกันเป็น ”ดอกกันภัย“ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดลได้อย่างสวยงามสมบูรณ์แบบ ..วิ่งที่ไหนก็ได้ แต่เราจะเข้าเส้นชัยด้วยกัน!” รองศาสตราจารย์ นายแพทย์บวรฤทธิ์ จักรไพวงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ – 28 มิถุนายน 2563 ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.ss.mahidol.ac.th หรือ https://www.facebook.com/ReparilGelN สอบถามข้อมูลทั่วไปได้ทาง E-Mail : ssitpr.Mahidol@gmail.com

ม.มหิดล จัด "MUSS Virtual Run"ครั้งแรกช่วยนศ.สู้โควิด-19
ม.มหิดล จัด "MUSS Virtual Run"ครั้งแรกช่วยนศ.สู้โควิด-19

อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ “Future Skill x New Career Thailand” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ “Future Skill x New Career Thailand”

อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ "Future Skill x New Career Thailand"

19 มิถุนายน 2563 – 15:10 น.

อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ “Future Skill x New Career Thailand ปิดช่องว่างการเรียนรู้ในทุกมิติ รับมือโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 ให้มีการเตรียมความพร้อมในทุกมิติมุ่งเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยล่าสุดได้ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา 19 แห่ง เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ “Future Skill x New Career Thailand” อย่างเป็นทางการ นำร่อง 30 หลักสูตร

ซี่งส่วนมากเป็นรูปแบบเรียนฟรีที่รัฐให้การสนับสนุน มีเพียงบางหลักสูตรที่อาจจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อให้ผู้ว่างงาน แรงงานคืนถิ่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ บัณฑิตที่กำลังจบการศึกษาได้สร้างงาน สร้างอาชีพด้วยตนเอง รวมทั้งเพิ่มทักษะชั้นสูงและการทำงานสมัยใหม่ให้กับกำลังคนในภาค SMEs และภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้มีศักยภาพพร้อมทำงานหลังวิกฤต COVID-19 ขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินต่อ ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศและรับมือโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การอยู่ในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่รับมือเทคโนโลยีที่จะมาดิสรัปชั่น (Disruption) แต่ยังมีเรื่องของภัยคุกคามต่าง ๆ มากมายและที่ได้รับผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคธุรกิจอย่างรุนแรง สถานประกอบการหลายแห่งต้องหยุดประกอบการ แรงงานได้รับผลกระทบทางตรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) โดยถูกเลิกจ้าง

“ซึ่งกระทรวง อว. เล็งเห็นถึงปัญหานี้ และจะต้องเร่งพัฒนาทักษะให้กลุ่มผู้ว่างงาน แรงงานคืนถิ่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระให้ที่มีศักยภาพพร้อมทำงานหลังวิกฤต COVID-19 เพื่อเพิ่มผลิตภาพให้กับธุรกิจและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ”ดร.สุวิทย์ กล่าว

โดยขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมในทุกมิติ มีการระดมสรรพกำลังของสถาบันอุดมศึกษาทั้งรัฐ และเอกชนในสังกัดของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะกำลังคนของประเทศ (Reskill/ Upskill/ Newskill) เพื่อการมีงานทำและการเตรียมความพร้อมรองรับการทำงานในอนาคตหลังวิกฤต COVID-19 ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้มีงานทำอย่างเร่งด่วน มุ่งพัฒนาวิชาชีพตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อการมีงานทำ

ประกอบด้วย กลุ่มทักษะสำหรับอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ทักษะการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ (Care Giver) ทักษะสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ทักษะสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล ด้านการจัดการข้อมูลดิจิทัล (Data Science) ทักษะสำหรับอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future) ทักษะสำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม (Robotic and AI) ทักษะเพื่อการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม (Smart Innovative Entrepreneur) ทักษะการผลิตเนื้อหาสร้างสรรค์ (Creative Content) และอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ

รศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า สำนักงานปลัดฯ (สป.อว.) ได้สนับสนุนงบประมาณรวมทั้งสิ้น 14,000,000 บาท ให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาหลักสูตรเสริมทักษะที่เป็นหลักสูตรฝึกอบรม (Non Degree) เพื่อเป็นการลงทุนในมนุษย์และให้ปัญญามนุษย์ในการต่อสู้กับ COVID-19 อย่างแท้จริง และรับมือการอยู่ในโลกศตวรรษที่ 21 ที่เทคโนโลยีมาดิสรัปชั่น

ดังนั้น ทักษะต่าง ๆ แรงงานจะต้องขยับไปข้างหน้าตาม Future Skill Set ได้แก่ สาขาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ สาขาอุตสาหกรรมดิจิทัล สาขาอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ สาขาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร สาขาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ สาขาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สาขาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ สาขาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ สาขาอุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยี สาขาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร สาขาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสาขาอุตสาหกรรมพัฒนาทักษะและกำลังคน

ดร.อรสา ภาววิมล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า โครงการนี้มีสถาบันอุดมศึกษานำร่องที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการบริหารโครงการของ อว. จำนวน 19 แห่ง ในหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non degree) มีมหาวิทยาลัยของรัฐ 17 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และมีมหาวิทยาลัยเอกชนนำร่อง 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารโครงการฯ ได้พิจารณาคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ประกอบด้วย 1) หลักสูตรที่เสนอต้องตรงกับความเชี่ยวของสถาบันอุดมศึกษา 2) สามารถระบุความต้องการและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและผูกโยงกับการได้งานทำ และการทำงานที่มีคุณภาพ 3) หลักสูตรสามารถระบุทักษะที่มีมาตรฐานพร้อมวิธีวัดและประเมินผล

4) แต่ละหลักสูตรต้องมีผู้เข้ารับการอบรม ไม่น้อยกว่า 30 คน 5) วิทยากร มีคุณวุฒิและประสบการณ์เพียงพอในการถ่ายทอดความรู้ 6) มีอุปกรณ์ เครื่องมือพื้นฐานเพียงพอต่อการจัดอบรวม และ 7) มีการประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานทั้งก่อนและหลังการอบรม

นอกจากนี้ จะจัดให้มีกระบวนการ POST AUDIT เพื่อการรับรองหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจะได้รับการส่งเสริมให้สามารถสะสมหน่วยกิตเพื่อรับปริญญา (Degree) ได้ต่อไปเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานกรรมการบริหารการส่งเสริมและพัฒนากำลังคนให้มีทักษะชั้นสูงตามความต้องการของประเทศ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 นอกจากจะสร้างผลกระทบทางสุขภาพ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นตัวเร่งที่ทำให้อาชีพหลาย ๆ อาชีพในสังคมหายไป

และเชื่อว่าหลังจากสถานการณ์นี้จบลงแล้ว อาชีพจำนวนไม่น้อยก็ยังยากที่จะกลับมาได้เหมือนปกติ บางอาชีพอาจจะไม่ฟื้นตัวอีกเลยก็เป็นไปได้ หรือที่กลับมาก็จะเป็นแบบเดิม ๆ ทำให้สังคมไทยเราเผชิญกับวิกฤติซ้ำซาก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจำเป็นต้อง Reskill Upskill แพลตฟอร์ม Future Skill x New Career Thailand ของกระทรวง อว. จะเป็นการยกระดับศักยภาพคนไทยให้มีทักษะพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ช่วยเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพจากหลักสูตรที่หลากหลาย มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาทักษะในผู้เรียนได้อย่างแท้จริงและมีคุณภาพ โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ทาง http://www.futureskill-newcareer.in.th

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/FutureSkillNewCareerThailand/

LINE: @fsncth

อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ "Future Skill x New Career Thailand"
อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ "Future Skill x New Career Thailand"

  รศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดอว.

อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ "Future Skill x New Career Thailand"

ดร.อรสา ภาววิมล

อว. เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ "Future Skill x New Career Thailand"

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ

บัณฑิตนักปฏิบัติ ร่วมพลิกฟื้นชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บัณฑิตนักปฏิบัติ ร่วมพลิกฟื้นชุมชน

บัณฑิตนักปฏิบัติ ร่วมพลิกฟื้นชุมชน

17 มิถุนายน 2563 – 19:05 น.

มทรส.ส่งบัณฑิตนักปฏิบัติร่วมพลิกฟื้นชุมชน เสนอโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ภายใต้แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด 137 ตำบล 

นายธีรพล ขุนเมือง กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทรส.)อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า โควิด-19(Covid-19) ก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจที่รุนแรงทั่วโลก ส่งผลต่อกำลังการใช้จ่ายของประชากรในทุกภูมิภาค ทำให้ประเทศไทยที่พึ่งพารายได้จาการส่งออก การท่องเที่ยว มีผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ดังนั้นกระบวนการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศยามนี้ จึงมีความจำเป็นและสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ “เศรษฐกิจฐานราก” แต่ที่ผ่านมากลับพบว่า ประชากรในกลุ่มนี้ทั้ง เกษตรกร แรงงานทั่วไป เป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อยและไม่มั่นคง โดยในปี 2560 มีประชากรที่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรมและแรงงานทั่วไปคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 55.5 และอาชีพอิสระร้อยละ 35 ของกลุ่มประชากรร้อยละ 40 ที่มีรายได้น้อยที่สุด

ปัญหาที่พบคือขาดการเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ อาทิ ที่ดินทำกิน การเข้าถึงแหล่งทุน และประการสำคัญคือ การขาดองค์ความรู้ต่างๆ ในการต่อยอดการผลิต

ดังนั้นการทำงานในพื้นที่จะต้องทำให้รูปแบบโครงข่ายทำงานระหว่างภาครัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชน โดยเฉพาะ “มหาวิทยาลัย” ซึ่งมีอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จะต้องเข้ามามีสวนร่วมอย่างเป็นระบบ

นอกจากองค์ความรู้ที่หลากหลายแล้ว นักศึกษา ซึ่งเป็นคนในชุมชนจะได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ได้อย่างมั่นคงเมื่อจบจากรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งยังมีส่วนช่วยพัฒนาชุมชน สร้างความภาคภูมิใจแก่ตนเองด้วย 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทรส.) ซึ่งเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลมีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ได้ให้ความสำคัญการสร้างระบบพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เป็นพิเศษ โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงสาธารณะประโยชน์แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 ได้รับงบประมาณเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเศรษฐกิจชุมชน รวมทั้ง โครงการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP หลายโครงการครอบคลุมหลายพื้นที่

โดยเฉพาะพื้นที่ มทรส. ที่จัดการศึกษาใน 4 ศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา ศูนย์พระนครศรีอยุธยา วาสุกรี ศูนย์นนทบุรี และศูนย์สุพรรณบุรี รวมทั้งกระจายโครงการลงในจังหวัดใกล้เคียง อาทิ อ่างทอง กาญจนบุรี ราชบุรี เป็นต้น 

นอกเหนือจากโครงการข้างต้นแล้ว มทรส. ยังได้เสนอโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ ภายใต้แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด 137 ตำบล เพื่อนำองค์ความรู้/นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน ให้มีคุณภาพก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะในการเสริมสร้างอาชีพใหม่ในชุมชนด้วย

โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วม อย่างจริงจัง เปลี่ยนการเรียนรู้แบบทฤษฏีในห้องเรียน มาเป็นการฝึกฝนประสบการณ์ ผสมผสานการทำงานจริง แก้ปัญหาจริง มีความพร้อมในการก้าวสู่การทำงานที่มั่นคง ดังอัตลักษณ์นักศึกษาของ มทรส. ที่กำหนดไว้ว่า “บัณฑิตนักปฏิบัติที่เป็นคนดี มีความรู้ รักสู้งาน”

 เชื่อมั่นเหลือเกินว่า “มหาวิทยาลัย” จะมีส่วนสำคัญยิ่งในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งจะช่วยก่อให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้น และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และความไม่เสมอภาคตามเป้าหมายการพัฒนาของยุทธศาสตร์ชาติ

บัณฑิตนักปฏิบัติ ร่วมพลิกฟื้นชุมชน
บัณฑิตนักปฏิบัติ ร่วมพลิกฟื้นชุมชน
บัณฑิตนักปฏิบัติ ร่วมพลิกฟื้นชุมชน
บัณฑิตนักปฏิบัติ ร่วมพลิกฟื้นชุมชน

เริ่มแล้ว!! “อว.สร้างงาน ระยะที่ 2” อัตราจ้าง 32,718 อัตราทั่วประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เริ่มแล้ว!! “อว.สร้างงาน ระยะที่ 2” อัตราจ้าง 32,718 อัตราทั่วประเทศ

เริ่มแล้ว!! "อว.สร้างงาน ระยะที่ 2" อัตราจ้าง 32,718 อัตราทั่วประเทศ

16 มิถุนายน 2563 – 02:15 น.

เริ่มแล้ว!! “อว.สร้างงาน ระยะที่ 2” อัตราจ้าง 32,718 อัตราทั่วประเทศ  ระยะเวลาทำงาน 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ ก.ค.- ก.ย.2563

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)เปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานในสังกัด จำนวน 70 แห่ง

ดำเนินการโครงการ อว.สร้างงาน ระยะที่ 2 ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด – 19 จำนวนรวม 32,718 อัตรา ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ อัตราค่าจ้างเดือนละ 9,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ ก.ค.- ก.ย.2563 

“เพื่อสร้างงานรองรับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตและเสริมศักยภาพให้กับกำลังแรงงานสมัยใหม่ และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการทำงานในด้านต่างๆ ให้แก่แรงงานตามภารกิจเฉพาะของหน่วยดำเนินการภายใต้ อว. ที่จะดำเนินการในลักษณะการช่วยงานและการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของหน่วยงานใน อว.ที่ดำเนินการตามชุมชน ทั้งชุมชนเมืองและชุมชนชนบท”

โครงการนี้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ช่วยให้ประชาชนที่ว่างงาน จำนวน 32,718 คน มีงานทำ และได้รับการพัฒนาทักษะในการทำงานในด้านต่างๆ ทางด้านวิชาการเพื่อต่อยอดเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพต่อไปได้

เช่น ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหาชุมชน การพัฒนานวัตกรรมทางสังคม ทักษะทางวิทยาศาสตร์ และสังคมเฉพาะด้าน ทักษะการวิเคราะห์และจัดทำฐานข้อมูล เช่น ข้อมูลพื้นฐานของประชากร ด้านการเกษตร เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของแต่ละชุมชน และทักษะในการทำงานร่วมกับผู้ประการเอสเอ็มอี

ขณะนี้หน่วยจ้างงานทั้ง 70 แห่ง อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครงาน ผู้ที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากลิงก์นี้เลยครับ
https://drive.google.com/…/1C6pznu31wyscThPPXryibiWzqdt_aJC…
หรือติดต่อได้ที่สำนักงานบริหารโครงการตามนโยบาย โทร 02 610 5330-31 และเว็บไซต์ของหน่วยจ้างแต่ละแห่งซึ่งกำลังทยอยลงประกาศนะครับ

   อ่านข่าวต้นฉบับ

CR: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

“จันทรเกษม” จับมือเอกชน เปิด 2 สาขาวิชาใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จันทรเกษม” จับมือเอกชน เปิด 2 สาขาวิชาใหม่

16 มิถุนายน 2563 – 01:05 น.

“จันทรเกษม” จับมือเอกชน เปิด 2 สาขาวิชาใหม่ เพื่อรองรับตลาดแรงงานในอนาคต  พร้อมปรับลดค่าธรรมเนียมการศึกษาร้อยละ10 ในภาคเรียนที่1และ 2 ปีการศึกษา 2563 เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบโควิด-19

มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม (มจษ.) จับมือภาคเอกชนผลิตบัณฑิต เพื่อรองรับตลาดแรงงานในอนาคต เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ภาคปกติ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2563 หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริการการบิน

โดยความร่วมมือกับ บริษัท แบ๊กสบริการภาคพื้น จำกัด และ บริษัท เอวิเอชั่นบิซ จำกัด เน้นผลิตบัณฑิตที่มีทั้งความรู้อย่างเข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติกับเครือข่ายการบินอย่างครบถ้วน ให้มีทักษะพร้อมสำหรับการทำงานแบบมืออาชีพ ใช้เวลาเรียน 3 ปี 

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชามัลติมีเดียและอีสปอร์ต ผู้สนใจสมัครได้ตั้งแต่ วันนี้ – 27 ก.ค. 63 ที่ http://eadmission.chandra.ac.th/ สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook : งานประชาสัมพันธ์ จันทรเกษม PR.CRU

ทั้งนี้ มจษ. ยังออกมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาจากผลกระทบโควิด-19 (COVID-19)  ปรับลดค่าธรรมเนียมการศึกษา ร้อยละ 10 ในภาคเรียนที่ 1 และในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 นอกจากนี้ ยังสามารถผ่อนชำระเป็นรายเดือนได้อีกด้วย

"จันทรเกษม" จับมือเอกชน เปิด 2 สาขาวิชาใหม่
"จันทรเกษม" จับมือเอกชน เปิด 2 สาขาวิชาใหม่
"จันทรเกษม" จับมือเอกชน เปิด 2 สาขาวิชาใหม่

ประกาศอว.ให้สถาบันอุดมฯเปิดเทอม1/2563 วันที่1ก.ค.นี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ประกาศอว.ให้สถาบันอุดมฯเปิดเทอม1/2563 วันที่1ก.ค.นี้

ประกาศอว.ให้สถาบันอุดมฯเปิดเทอม1/2563 วันที่1ก.ค.นี้

14 มิถุนายน 2563 – 22:25 น.

ประกาศอว.ให้สถาบันอุดมฯเปิดเทอม1/2563 วันที่1ก.ค.นี้ “รัฐกรณ์” มึนคำสั่งอว.สวนทางกับศบค.ที่ผ่อนปรนไม่บังคับให้เปิดเรียนพร้อมศธ.ระบุมหาวิทยาลัยส่วนมากมีอิสระกำหนดวันเปิดเรียน ระบุกลุ่มมรภ.มีเปิดเทอมตั้งแต่15 มิ.ย. บางแห่งเปิดเรียนเดือน ส.ค.

วันที่ 14 มิถุนายน 2563 สืบเนื่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด หรือ ศบค. มีมติยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน หรือ ยกเลิกเคอร์ฟิว โดยให้มีผลวันที่ 15 มิ.ย. 2563 และราชกิจจาฯ ได้เผยแพร่ข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่10)แล้วนั้น

ล่าสุด นายสุวิทย์  เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(รมว.อว.)ได้ประกาศกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่องมาตรการผ่อนผันและผ่อนคลายการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ฉบับที่ 6: การปฏิบัติของสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานอื่นภายในกระทรวง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

 มีใจความตอนหนึ่งระบุสาระสำคัญว่า การเปิดการเรียนการสอนสำหรับภาคเรียนที่1/1563  ของสถาบันอุดมศึกษาให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2563 โดยผู้มีหน้าที่ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด การจัดระเบียบและระบบต่างๆ รวมทั้งคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัดฯลฯ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผศ.ดร.รัฐกรณ์  คิดการ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราสีมา และประธานที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ (สครภ.) เปิดเผย “คมชัดลึกออนไลน์” ว่า ตามคำสั่ง ศบค.ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น เป็นการผ่อนปรน แต่ประกาศของอว.สวนทางกับศบค.ที่ผ่อนปรนไม่บังคับให้เปิดเทอมภาคเรียนที่ 1/2563 ในวันที่ 1 กรกฏาคม นี้พร้อมกันนักเรียนชั้นประถมศึกษาและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) 

“ผมงงมาก ตลกไม่ออก เนื่องจากมหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่ม ส่วนมากมีอิสระกำหนดวันเปิดเรียนเอง บางสถาบันมีการแจ้งวันเปิดเทอมให้กับนิสิต นักศึกษา และบุคลากรของแต่ละสถาบันกันเรียบร้อยแล้ว บางสถาบันเปิดเทอมวันที่ 15 มิ.ย.นี้ บางสถาบันเปิดเทอม 29 มิ.ย. และบางสถาบันเปิดเทอมเดือนสิงหาคม (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ) ส่วนใหญ่เรียนออนไลน์ ” ประธานสครภ.ระบุ

ประกาศอว.ให้สถาบันอุดมฯเปิดเทอม1/2563 วันที่1ก.ค.นี้
ประกาศอว.ให้สถาบันอุดมฯเปิดเทอม1/2563 วันที่1ก.ค.นี้
ประกาศอว.ให้สถาบันอุดมฯเปิดเทอม1/2563 วันที่1ก.ค.นี้

ม.มหิดล ร่วมกับ จ.นครปฐม เตรียมผลักดันสู่การเป็น”เมืองดนตรี”ของโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.มหิดล ร่วมกับ จ.นครปฐม เตรียมผลักดันสู่การเป็น”เมืองดนตรี”ของโลก

ม.มหิดล ร่วมกับ จ.นครปฐม เตรียมผลักดันสู่การเป็น"เมืองดนตรี"ของโลก

14 มิถุนายน 2563 – 11:05 น.

ม.มหิดล ร่วมกับ จ.นครปฐม ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหลังโควิด-19 เตรียมผลักดันสู่การเป็น”City of music” ของโลก

สถานการณ์ Covid-19 ก่อให้เกิดทั้งวิกฤติและโอกาส ที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศที่รอการเยียวยาอย่างเร่งด่วน

จากตัวเลขความเสียหายจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ที่เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ โดย องค์การท่องเที่ยวโลก ของ องค์การสหประชาชาติ ว่าส่งผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกลดลงมากถึงร้อยละ 80 ในปี 2563 ซึ่งสอดคล้องกับสถิติจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในเดือนมีนาคม 2563 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2562 พบตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทยลดลงกว่าร้อยละ 76 ทำให้ต้องสูญเสียรายได้ประมาณกว่า 137,000 ล้านบาท

การฟื้นฟูและพัฒนาประเทศให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์” ตามแนวคิดขององค์การยูเนสโก จึงกลายเป็นความหวังของการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของโลกในช่วงหลังสถานการณ์ Covid-19 โดยปัจจุบันนี้มีเมืองต่างๆ ทั่วโลกเป็นสมาชิก “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์” ขององค์การยูเนสโกแล้วทั้งสิ้น 180 เมือง จาก 72 ประเทศทั่วโลก

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันดนตรีชั้นนำแห่งหนึ่งของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความฝันอย่างแรงกล้าที่จะได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “เมืองดนตรี” (City of music) ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สาขา “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์” โดยการผลักดันร่วมกับจังหวัดนครปฐม

อาจารย์ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จังหวัดนครปฐม มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งตั้งอยู่ ณ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล เป็นสถานศึกษาดนตรีชั้นสูง ที่มีหอประชุมมหิดลสิทธาคาร เป็นหอแสดงดนตรีที่ดีที่สุดในประเทศไทย ด้วยระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ และทันสมัยที่สุด

โดยเราพร้อมที่จะร่วมจัดทำแผนบูรณาการผลักดันให้จังหวัดนครปฐมเป็น “เครือข่ายสร้างสรรค์ด้านดนตรี” ซึ่งหากได้รับการคัดเลือกในระดับประเทศ จะเสนอต่อองค์การยูเนสโกให้เป็น “เมืองดนตรี” (City of music) ภายในปีหน้า(2564) ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสทางด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กับประเทศจากการเป็น “ศูนย์กลางดนตรีอุษาคเนย์” อีกด้วย

“หาก ”City of music“ ได้ปักหมุดอยู่ที่ประเทศไทย ต่อไป ”ดนตรีไทย“ จะเป็น ”ดนตรีโลก“ ที่ได้รับการยอมรับและรับรองโดยองค์กรระดับนานาชาติ สร้างองค์ความรู้สำหรับใครก็ตามบนโลกใบนี้ที่สนใจ สามารถมาเรียนได้ที่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านวิชา ”Ethnomusicology“ ทางออนไลน์ และที่มหาวิทยาลัย ซึ่งการได้รับการรับรองเป็น ”City of Music“ จะเป็นบันไดให้เราก้าวสู่ระดับนานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

“จากสถานการณ์ Covid-19 ที่ผ่านมา ทำให้เราทุกคนรู้ดีว่า ”เงิน“ ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสิ่ง ”คุณค่าของชีวิต“ ต่างหากเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกระตุ้นให้เกิด ”จิตสำนึกของความเป็นคนไทย“ เพื่อร่วมมือกันฟื้นฟูให้เศรษฐกิจของประเทศกลับคืนมา ด้วยการทำให้วัฒนธรรมของเราสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยพลังที่สอดประสานระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและจังหวัดนครปฐมจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศชาติมีความก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป” อาจารย์ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมติดตามข่าวสารและเป็นกำลังใจให้ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และจังหวัดนครปฐม เป็น “City of music” ของโลกต่อไปได้ที่ http://www.music.mahidol.ac.th เฟสบุ๊ค : College of Music, Mahidol University

ม.มหิดล ร่วมกับ จ.นครปฐม เตรียมผลักดันสู่การเป็น"เมืองดนตรี"ของโลก
ม.มหิดล ร่วมกับ จ.นครปฐม เตรียมผลักดันสู่การเป็น"เมืองดนตรี"ของโลก
ม.มหิดล ร่วมกับ จ.นครปฐม เตรียมผลักดันสู่การเป็น"เมืองดนตรี"ของโลก
ม.มหิดล ร่วมกับ จ.นครปฐม เตรียมผลักดันสู่การเป็น"เมืองดนตรี"ของโลก