เติมกำลังใจให้กัน NT มอบซิม my และระบบ Cloud PBX สนับสนุนโครงการ ‘อว.พารอด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477164

เติมกำลังใจให้กันNTมอบซิมmyและระบบ Cloud PBX สนับสนุนโครงการ’อว.พารอด’

3 สิงหาคม 2564 – 21:05 น.

เติมกำลังใจ NTมอบซิมmyและระบบCloud PBXสนับสนุนโครงการ’อว.พารอด’ ระบุ ศูนย์รวมจิตอาสาและอาสาสมัคร รวมถึงผู้ป่วยโควิดที่หายดีแล้ว มาร่วมโทรศัพท์ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่ กักตัวอยู่บ้าน-ในชุมชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นางสุวรรณา หรรษาจารุพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มขายและบริการลูกค้าองค์กร 1 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือNTมอบซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่myและระบบCloud PBX

ให้แก่ศาสตราจารย์พิเศษดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 

เพื่อสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติงาน‘อว.พารอด’ให้สามารถรองรับการปฏิบัติงาน การรายงานข้อมูลการติดต่อของผู้ป่วยและระบบCall Center (Cloud PBX)สำหรับใช้เป็นศูนย์กลางการติดต่อสื่อสาร

รวมถึงให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยที่อยู่ใน Home Isolation และ Community Isolation ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยเสริมจากการติดต่อตามปกติ เพื่อสอบถามอาการประจำวันของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยระบบCall Centerที่NTมอบให้ในครั้งนี้ประกอบด้วย ระบบCloud PBXเบอร์ติดต่อผ่านระบบCall Centerเลขหมายโทรศัพท์ และซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบmy

ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติงาน‘อว.พารอด’อยู่ภายใต้โครงการ “อว.พารอด” โดย อว.และเครือข่ายพันธมิตรได้ระดมจิตอาสาและอาสาสมัคร รวมถึงผู้ป่วยโควิดที่หายดีแล้ว มาร่วมโทรศัพท์ให้กำลังใจและให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่กักตัวอยู่บ้านหรือในชุมชน

พร้อมกันนี้ได้ดำเนินการจัดส่ง“กล่องอว.พารอด”ซึ่งมียาสมุนไพรและอุปกรณ์จำเป็นเพิ่มเติมจากที่โรงพยาบาลมีให้แก่ผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลในเครือข่ายกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet)โดยเริ่มนำร่องตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม2564ที่ผ่านมา

“รมว.ศธ.” ตื่นรู้ สั่งสำรวจชีวิตครู-นักเรียน “เรียนออนไลน์” ช่วงโควิด19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477139

“รมว.ศธ.” ตื่นรู้ สั่งสำรวจชีวิตครู-นักเรียน “เรียนออนไลน์”ช่วงโควิด19

3 สิงหาคม 2564 – 17:58 น.

“รมว.ศธ.” ตื่นรู้ สั่งสำรวจชีวิต ครู-นักเรียน “เรียนออนไลน์” ช่วงโควิด19 หวังนำมาแก้ปัญหา เผยรับอาสาสมัครครูนักประเมิน 250 คน1วันเต็ม ระบุ 5 ส.ค.นี้ประชุมทางไกล กำหนดแนวทางสำรวจ รวมถึงผลกระทบผู้ปกครอง

คืบหน้าหลังกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้อำนาจแต่ละพื้นที่ใช้ดุลพิจในการจัดการเรียนการสอน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ศธ.ได้มอบนโยบายและวางแผนกับทุกส่วนราชการในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด19

ใน 5 รูปแบบ (Online/On Air/On Demand/On Hand/On Site) นั้น ตนเห็นว่าเด็กนักเรียน และครูได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนรูปแบบดังกล่าวมาสักระยะแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลจากบริบทของแต่ละพื้นที่ว่า เกิดปัญหาและอุปสรรคที่ชัดเจนอะไรหรือไม่ 

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ตนจึงมีความกังวลและมีความห่วงใยในการดำเนินการดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะมีสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ที่มีบริบทที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก จึงต้องการรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน ครู และผู้ปกครองในแต่ละพื้นที่เพื่อสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนมายังศธ.เพื่อที่กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับทราบ แก้ไขปัญหา และปรับนโยบายได้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น

” จึงได้มีการประชุมหารือกันถึงแนวทางในการได้มาถึงข้อมูลที่จะนำมาสู่การแก้ไขปัญหา และได้มอบหมายให้ นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้หาแนวทางและวิธีการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและการประเมินแบบเร่งด่วนภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้” รมว.ศธ. กล่าว

“ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลว่าได้วางแผนและวางระบบวิธีการเก็บข้อมูลจากนักเรียน ครู และผู้ปกครองจากพื้นที่ต่าง ๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ ผ่านกลไกใหม่ที่เรียกว่าการประเมินแบบเร่งด่วน ซึ่งเป็นวิธีการที่นานาชาติใช้กัน และเป็นวิธีการที่จะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วจากสภาพความเป็นจริงและเชื่อถือได้” รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 4 แห่ง คือ คณะวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา, ภาควิชาวิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรและคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และข้าราชการครูที่มีความรู้ความสามารถด้านวิชาการ 

“ซึ่งจะกระจายพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “อาสาสมัครครูนักประเมิน”(Rapid Appraisal Volunteer : RAV) ซึ่งผู้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมเป็น RAV Team ในครั้งนี้คือ ครู ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ ที่มีพื้นฐานการวิจัยและประเมิน (จบ ป.โท – ป.เอก) จะเป็นผู้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากโรงเรียน หรือพื้นที่ต่าง ๆ และประเมินผลแบบเร่งด่วน ส่งผลกลับมายังส่วนกลาง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้อย่างรวดเร็ว”รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้โครงการนี้ได้เปิดรับผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการประมาณ 250 คน ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเต็มจำนวนแล้วภายในระยะเวลา 1 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีและก็รู้สึกดีใจที่มีผู้ที่เห็นความสำคัญและได้อาสามาช่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ

ซึ่งหลังจากนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนดให้มีการจัดการประชุมชี้แจงแนวทางและวิธีการดำเนินงานให้กับอาสาสมัครดังกล่าว ในวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่จะถึงนี้ ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งตนเองก็จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

รมว.ศธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้หลังจากได้รับข้อมูลดังกล่าวมาแล้ว ก็จะเร่งดำเนินการวางแนวทางปรับปรุงนโยบายในการพัฒนา การบริหารจัดการการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคของการจัดการเรียนการสอน

” เพื่อให้นักเรียน ครู รวมถึงผู้ปกครองได้คลายความกังวลและคลายความเครียดที่ต้องเผชิญกับสภาวะการณ์เช่นนี้ และพร้อมที่จะช่วยเหลือ ดูแล และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดีที่สุด”รมว.ศธ. กล่าว

ประกาศแล้ว QS จัดอันดับ “เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2565 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477067

ประกาศแล้ว QS จัดอันดับ “เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2565

3 สิงหาคม 2564 – 10:30 น.

ประกาศแล้ว QS จัดอันดับ “เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2565 เปรียบเทียบมหาวิทยาลัยระดับชั้นนำของโลก เมืองนี้ยังมีมหาวิทยาลัยที่ติด10 อันดับแรกของโลก ถึง 2 สถาบันทำให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาโลก

QS หรือ QS Quacquarelli Symonds บริษัทวิเคราะห์ด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วโลก ได้เปิดเผยการจัดอันดับ“เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก”(QS Best Student Cities Ranking)ครั้งที่ 9 ท่ามกลางกระแสการกลับมาวางแผนศึกษาต่อต่างประเทศของนักศึกษาทั่วโลก

ผลลัพธ์จากการจัดอันดับซึ่งช่วยให้นักศึกษาสามารถเปรียบเทียบ จุดหมายสถานที่ศึกษาชั้นนำ 115 แห่ง แสดงให้เห็นว่า ลอนดอน ยังคงสถานะเป็นเมืองสำหรับนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ตามมาด้วยมิวนิกซึ่งขยับขึ้นจากที่ 4 มาสู่ที่ 2 และกรุงโซล ซึ่งขยับจากอันดับที่ 10 มาเป็นอันดับที่ 3 ร่วมตำแหน่งกับโตเกียว เจ้าภาพโอลิมปิก

เหตุผลที่ “ลอนดอน” ติดอันดับหนึ่งมาจาก มีมหาวิทยาลัยระดับโลกจำนวนมาก โดยทำคะแนนดีเป็นอันดับสองของโลกจากตัวบ่งชี้การจัดอันดับ

ได้รับคำชมเชยอย่างมากจากนักศึกษาที่เคยศึกษาในเมือง โดยได้คะแนน 98.4/100 สำหรับมุมมองของนักศึกษา โดยตามหลังเพียงแค่กรุงเบอร์ลินเท่านั้น

โอกาสทางอาชีพที่โดดเด่นสำหรับผู้สำเร็จการศึกษา โดยอยู่ในอันดับที่ 4 ในตัวชี้วัดกิจกรรมนายจ้าง ได้คะแนน 92.9/100

เปิดรับนักศึกษาต่างชาติในระดับสูง ซึ่งได้คะแนนดีที่สุดเป็นอันดับห้าของโลก (95.9/100) สำหรับความหลากหลายของนักศึกษา

ไฮไลท์อื่น ๆ จากการจัดอันดับประจำปีนี้ได้แก่

บอสตันเป็นเมืองใหม่ที่ติดสิบอันดับแรกเพียงเมืองเดียว โดยขยับขึ้นจากอันดับที่ 13 สู่อันดับที่ 9 ครองตำแหน่งร่วมกับปารีส (ขยับลงสองอันดับ) และมอนทรีออล (ขยับลงสามอันดับ)

เยอรมนีและออสเตรเลียเป็นสองประเทศที่มีเมืองสำหรับนักศึกษาที่ดีที่สุดติด 10 อันดับแรกประเทศละ 2 เมือง

เมือง 15 แห่งของสหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดอันดับ ทำผลงานลดลงอย่างมีระบบในด้านตัวบ่งชี้ความปรารถนา

จุดหมายปลายทางสำหรับนักศึกษาอันดับหนึ่งของภูมิภาคลาตินอเมริกาคือบัวโนสไอเรส (อันดับที่ 22 ขยับขึ้นเก้าอันดับเมื่อเทียบรายปี)

เมืองโลซานของสวิตเซอร์แลนด์ติดอันดับนี้ครั้งแรก โดยอยู่ในอันดับที่ 19

กรุงมอสโกและกรุงปักกิ่งติด 30 อันดับแรกร่วมกันในอันดับที่ 25

แรงผลักดันจากกิจกรรมนายจ้างที่ลดลง ทำให้ 5 ใน 7 เมืองที่ติดอันดับของออสเตรเลียมีอันดับลดลง

เมืองที่ได้รับการจัดอันดับทั้งสามแห่งของสเปนมีอันดับร่วงลงในเลขหลักสิบ

Ben Sowter ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของQSกล่าวว่า การตอบแบบสำรวจจากเหล่านักศึกษาที่ศึกษาจริงในลอนดอนทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า เมืองนี้ยังคงนำเสนอโอกาสโดดเด่นด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการศึกษา การที่มีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 10 อันดับแรกของโลกถึง 2 แห่งนั้น

“ยังทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการศึกษาชั้นนำของโลกด้วย อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และผลกระทบจากBrexitที่ยืดเยื้อ อาจส่งผลเสียต่อตำแหน่งชั้นนำของลอนดอน” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของQSกล่าว

QSจัดอันดับเมืองที่มีประชากรอย่างน้อย 250,000 คน และมีมหาวิทยาลัยอย่างน้อยสองแห่งที่อยู่ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดยQS การจัดอันดับนำเสนอมุมมองอันทรงพลังด้านความรู้สึกของทั้งอดีตและว่าที่นักศึกษา โดยมีการตอบแบบสำรวจมากกว่า 95,000 รายการซึ่งถูกนำไปใช้จัดทำดัชนีความพึงปรารถนา (นักศึกษาที่คาดหวังจะเดินทางไปเรียน) และมุมมองนักศึกษา (เคยไปเรียนมาแล้ว)

ระเบียบวิธี:https://www.topuniversities.com/best-student-cities/methodology

 QS จัดอันดับ “เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2565

ขอบคุณที่มา : QS Quacquarelli Symonds 2004-2021

เปิดวาร์ป “แพร พิมพ์อารยา” ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477028

เปิดวาร์ป “แพร พิมพ์อารยา” ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

2 สิงหาคม 2564 – 22:05 น.

“แพร พิมพ์อารยา” ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ แชร์ประสบการณ์การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมเธอถึงสามารถพิชิตฝันได้เป็นเฟรชชี่ CU105 สมความตั้งใจ

หนึ่งในนิสิตใหม่จุฬาฯ ที่ก้าวสู่รั้วจามจุรีด้วยความภาคภูมิใจมีชื่อของ “พิมพ์อารยา อรรถวิภัชน์” หรือน้องแพร นักแสดงรุ่นใหม่ผู้ใฝ่ฝันอยากเข้าเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในวันนี้เธอสามารถพิชิตฝันได้เป็นเฟรชชี่ CU105 สมความตั้งใจ

“บรรยากาศอบอุ่นมาก อาจารย์และรุ่นพี่ที่คณะให้การต้อนรับพวกเราอย่างเต็มที่” น้องแพรเล่าถึงบรรยากาศงานปฐมนิเทศนิสิตใหม่ในรูปแบบออนไลน์ซึ่งเป็นกิจกรรมแรกที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดขึ้นสำหรับนิสิตน้องใหม่ แม้ความรู้สึกจะไม่เท่ากับการได้ไปที่มหาวิทยาลัย แต่ก็รับรู้ได้ถึงความตั้งใจของอาจารย์และรุ่นพี่ที่จัดงานต้อนรับนิสิตใหม่ทุกคน

การเรียนในคณะสัตวแพทย์เป็นความใฝ่ฝันของน้องแพรตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน ที่บ้านของเธอเลี้ยงสุนัข ทำให้เธอมีความรักและเอ็นดูสัตว์มาก

ยิ่งในเวลาที่สัตว์เลี้ยงป่วยต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ถ้ามีความรู้ในการดูแลสัตว์เลี้ยงมากพอก็น่าจะช่วยชีวิตสัตว์ได้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เธอสอบเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

เปิดวาร์ป "แพร พิมพ์อารยา"  ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

แพร พิมพ์อารยา นิสิตน้องใหม่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 

“รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้เข้ามาเรียนในคณะนี้ เหมือนเราทำเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้สำเร็จแล้ว” น้องแพรยังเผยอีกว่า หลักที่สำคัญที่สุดในการเรียนให้ประสบความสำเร็จต้องไม่เครียดและไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ควรหากิจกรรมผ่อนคลาย โดยน้องแพรจะใช้เวลาอยู่กับสัตว์เลี้ยงที่เธอรักคือสุนัข ซึ่งช่วยลดความเครียดจากการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบได้เป็นอย่างดี

น้องแพร มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักจากการประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ 2018 และได้ร่วมแสดงภาพยนตร์โฆษณาเครื่องดื่มเกลือแร่ร่วมกับเวอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังทีมฟุตบอล Liverpool

รวมถึงมีผลงานการแสดงซีรี่ย์ เรื่อง “แอบมองแอบจองรัก” ที่จะออกอากาศในเร็ว ๆ นี้ น้องแพรเล่าว่าการทำงานในวงการบันเทิงได้ให้ประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญคือได้เรียนรู้ตนเองในอีกด้านที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งท้าทายความสามารถเป็นอย่างมาก

แม้จะเรียนและทำงานไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย อยู่บ้าง แต่น้องแพร มีเทคนิคในการเตรียมตัวสอบ ให้ประสบความสำเร็จ มาเล่าสู่กันฟังการเตรียมตัวสอบที่ผ่านมามีการวางแผนจัดตารางการอ่านหนังสือในแต่ละวันอย่างรอบคอบ แบ่งเวลาให้กับการเรียน การอ่านทบทวนตำรา การทำงาน และการพักผ่อนในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน

เปิดวาร์ป "แพร พิมพ์อารยา"  ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

เธอได้ทำคลิปแชร์เคล็ดลับและเทคนิคการอ่านหนังสือเตรียมสอบของตัวเองทาง YouTube Chanel: YAHsis เปรียบเสมือนบันทึกไดอารี่ส่วนตัวซึ่งเป็นประโยชน์กับรุ่นน้องที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก

“Be the best as you can be” คือคติประจำใจของนิสิตเก่งคนนี้ที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จ ในทุกสิ่งที่เธอทำ เธอเชื่อว่าถ้าพยายามเต็มที่และทำดีที่สุดในทุกสิ่งที่ลงมือทำแล้ว เราจะไม่รู้สึกเสียใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา

เช่นเดียวกับเวลานี้ที่น้องแพรตั้งใจเต็มที่กับบทบาทใหม่ในฐานะนิสิตจุฬาฯ ที่เธอจะใช้ชีวิตตลอด 6 ปีที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ไปด้วย

ครั้งแรกในไทยม.มหิดล นำทีม RUN วิจัย “โรคติดเชื้อดื้อยา” ในระดับโมเลกุล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/476871

ครั้งแรกในไทยม.มหิดล นำทีม RUN วิจัย “โรคติดเชื้อดื้อยา”ในระดับโมเลกุล

1 สิงหาคม 2564 – 19:50 น.

ครั้งแรกในประเทศไทย “ม.มหิดล” นำทีมเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ หรือ RUN ทำการศึกษาวิจัยอุบัติการณ์แพร่ระบาด”โรคติดเชื้อดื้อยา”เชิงลึกระดับโมเลกุล เตรียมขยายผลสู่นโยบายระดับชาติ รับมือในอีก 30 ปี

ปัญหาโรคติดเชื้อดื้อยานับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใดๆ ที่สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยา องค์การสหประชาชาติ (UN) คาดว่าในปีพ.ศ.2593 ซึ่งไม่ถึง30ปีข้างหน้า จะมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาทั่วโลกปีละกว่า 10 ล้านคน และเกือบครึ่งหนึ่งของอัตราผู้เสียชีวิตจะเป็นประชากรในทวีปเอเชีย

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครงการวิจัยการศึกษาอุบัติการณ์เชื้อดื้อยา เครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (Research University Network – RUN) คลัสเตอร์สุขภาพ กล่าวว่า เชื้อแบคทีเรีย เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งของโรคติดเชื้อดื้อยาในปัจจุบัน

ครั้งแรกในไทยม.มหิดล นำทีม RUN วิจัย "โรคติดเชื้อดื้อยา"ในระดับโมเลกุล

โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.แบคทีเรียแกรมบวก และ 2.แบคทีเรียแกรมลบ ซึ่งอาจแบ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ

1.ตั้งแต่ระดับต้น ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดื้อยา หรือดื้อยาระดับต่ำที่สามารถรักษาด้วยยาที่มีใช้ทั่วไป

2.ระดับกลาง ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียดื้อยาระดับสูงที่ต้องใช้ยารักษาเฉพาะโรคซึ่งมีราคาแพงและอาจหาไม่ได้โดยทั่วไป

3.และระดับสูง ซึ่งเป็นเชื้อที่ดื้อยาเกือบทุกชนิด หรือทุกชนิด ทำให้อาจไม่มียาใดรักษาได้ โดยปัจจุบันพบว่ามีการกลายพันธุ์ที่ทำให้เชื้อดื้อยารุนแรงในระดับสูงขึ้น และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก จนเรียกได้ว่าเป็น “Pandemic” หรือ การระบาดของโรคติดเชื้อดื้อยาไปแล้ว

ในปัจจุบัน ปัญหาเชื้อดื้อยาได้รับความสนใจมากขึ้น แต่อาจยังไม่มีแนวทางการป้องกันแก้ไขที่ชัดเจน ทำให้ควบคุมปัญหาได้ยาก มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะแกนนำคลัสเตอร์สุขภาพ ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (Research University Network) หรือ RUN ได้ร่วมกับอีก 6 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ทำการศึกษาอุบัติการณ์ของเชื้อดื้อยา ร่วมกับโรงพยาบาลจากทั่วประเทศรวม 43 แห่ง โดยหวังผลให้มีการขยายผลสู่นโยบายระดับชาติต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ภัทรชัย กล่าวต่อไปว่า การศึกษาวิจัยนี้ได้สำรวจอุบัติการณ์เชื้อดื้อยาอย่างจริงจังและลึกซึ้งถึงในระดับโมเลกุลเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการศึกษาข้อมูลจากแบคทีเรียเกือบสองแสนชนิด

จนได้ข้อมูลที่ทำให้ทราบถึงอุบัติการณ์เชื้อดื้อยาในประเทศไทยว่า แบคทีเรียที่พบแต่ละชนิดมียีนดื้อยาอะไรที่จะนำไปสู่การศึกษาต่อยอดเพื่อหาแนวทางยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดื้อยาที่สามารถลดระดับความรุนแรง

รวมทั้งจะสามารถขยายผลสู่การวางแผนการใช้ยาต้านจุลชีพภายในโรงพยาบาล ตลอดจนจัดสรรงบประมาณทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อเยียวยาปัญหาโรคติดเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนของชาติได้อย่างเหมาะสมต่อไป โดยผลวิจัยนี้ได้รับการตอบรับตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำระดับนานาชาติอีกด้วย

“อุปสรรคสำคัญของปัญหาโรคติดเชื้อดื้อยาในประเทศไทย คือ ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้ยาต้านจุลชีพ หรือ ยาฆ่าเชื้อ ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถใช้รักษาได้ทุกโรค ต้องใช้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และหากใช้โดยไม่มีความจำเป็น อาจเสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เชื้อมีการกลายพันธุ์ เป็นเชื้อดื้อยาระดับสูง

ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ถึงแม้จะมีข้อมูลและแนวทางอย่างจริงจังเพียงใด อาจสูญเปล่าหากทุกคนยังไม่มีความตระหนักถึงเรื่องปัญหาโรคติดเชื้อดื้อยาเท่าที่ควร” ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กล่าวทิ้งท้าย

เช็กที่นี่ www.sa.chula.ac.th “ลดค่าเทอม” ให้นิสิตจุฬาฯ ออกแนวทาง 50++ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/476736

เช็กที่นี่ http://www.sa.chula.ac.th “ลดค่าเทอม” ให้นิสิตจุฬาฯ ออกแนวทาง 50++

31 กรกฎาคม 2564 – 15:40 น.

เช็กที่นี่ http://www.sa.chula.ac.th จุฬาฯ ร่วม อว. ออกแนวทาง 50++ “ลดค่าเทอม” ให้นิสิต 50% สำหรับ 50,000 บาทแรก และลดเป็นขั้นบันไดสำหรับส่วนเกิน 50,000 บาท ทุกคณะทุกหลักสูตร เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจากโควิด -19

​จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลดค่าเล่าเรียน(ลดค่าเทอม)ให้นิสิตตามมาตรการของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ในการให้ความช่วยเหลือนิสิตนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564​

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดีด้านการพัฒนานิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จุฬาฯ จะลดค่าเล่าเรียน(ลดค่าเทอม)และค่าธรรมเนียมการศึกษาให้นิสิตไทยทุกคณะทุกระดับการศึกษาตามแนวทาง 50++

โดยลดค่าเล่าเรียนให้นิสิต 50% สำหรับ ค่าเล่าเรียน 50,000 บาทแรก ส่วนที่เกิน 50,000 บาทจะให้ส่วนลดเป็นขั้นบันไดคือ 30% สำหรับค่าเล่าเรียนตั้งแต่ 50,001-100,000 บาท และลด 10% สำหรับค่าเล่าเรียนตั้งแต่ 100,001 บาทขึ้นไป

​นอกจากนี้ จุฬาฯ ยังมีมาตรการให้ความช่วยเหลือนิสิตเพิ่มเติมตามแนวทาง 50 ++ ประกอบด้วย

​- ให้ทุนสนับสนุนการศึกษา ทั้งทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวนกว่า 2,000 ทุน ทุนนิสิตช่วยงาน โดยเน้นงานที่ทำออนไลน์ ค่าตอบแทนชั่วโมงละ 100 บาท ไม่เกิน 500 บาทต่อวัน

เช็กที่นี่ www.sa.chula.ac.th "ลดค่าเทอม" ให้นิสิตจุฬาฯ ออกแนวทาง 50++

​- ให้ทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ประกอบด้วย ทุนสงเคราะห์สวัสดิภาพนิสิต หรือทุน COVID-19 เพื่อลดภาระด้านการเงินของนิสิตทั้งที่เคยได้รับแล้วและรายใหม่ เริ่มต้นให้การช่วยเหลือนิสิตรายละ 5,000 – 10,000 บาท

รวมทั้งสวัสดิการนิสิตหอพัก เปิดให้ขอทุนยกเว้นหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมหอพักให้กับนิสิตหอพักในช่วงมหาวิทยาลัยปิดทำการหรือนิสิตเรียนออนไลน์ที่บ้าน

​- ซิมอินเทอร์เน็ตฟรี 3,000 ซิม เพื่อให้นิสิตสามารถเรียนออนไลน์จากที่พักอาศัยได้อย่างสะดวก

​- ให้บริการนิสิตยืม Laptop หรือ Tablet กลับไปใช้ที่บ้านได้

​- ทำประกัน COVID-19 สำหรับนิสิตทุกคน ทุกระดับการศึกษามากกว่า 37,000 คน

​“นิสิตจุฬาฯ สามารถแจ้งความประสงค์ในการขอรับความช่วยเหลือเข้ามาได้ที่ฝ่ายกิจการนิสิตของแต่คณะ หรือผ่านระบบ CU NEX รวมถึงแจ้งผ่านเว็บไซต์ของสำนักบริหารกิจการนิสิต จุฬาฯ http://www.sa.chula.ac.th” ผศ.ดร.ชัยพร กล่าวในที่สุด

เพิ่มโอกาสนักศึกษา กศน.”รมช.ศธ.” ชู “จัดสรรโควตา-ระบบเครดิตแบงก์” มาใช้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/476574

เพิ่มโอกาสนักศึกษา กศน.”รมช.ศธ.” ชู “จัดสรรโควตา-ระบบเครดิตแบงก์”มาใช้

30 กรกฎาคม 2564 – 13:42 น.

เพิ่มโอกาสนักศึกษา กศน.”รมช.ศธ.” ถก มรภ.สวนสุนันทา ชู “จัดสรรโควตา-ระบบเครดิตแบงก์” ตอบโจทย์ผู้เรียน เพียงนำพอร์ดโพดิโอเชื่อมโอนหน่วยกิต ม.ปลายมายื่นเรียนต่อระดับอุดมฯ เล็ง ผุดหลักสูตรออนไลน์ปริญญาตรี

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)  เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือในการจัดสรรโควตาสนับสนุนการศึกษาต่อของนักศึกษา กศน. และยกระดับการจัดการศึกษาของสำนักงาน กศน. ในระบบปกติและระบบทางไกล ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom meeting)

โดยมี ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ ตลอดจน พล.ต.ท.ผศ.(พิเศษ) ดร.สัณฐาน ชยนนท์ คณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครอง และ ผศ.(พิเศษ) ดร.วิจิตรา ศรีสอน รองคณบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มรภ.สวนสุนันทา)  ณ ห้องพระขรรค์เพชร กระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้มี ดร.ปรเมศวร์ ศิริรัตน์ ผอ.สำนักงาน กศน.กทม. นางพรพรรณ มนตรีพิศุทธิ์ ผอ.กลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช. ดร.ณัฐพงษ์ รงคะวิรุจน์ชัย ผอ.สถาบันทางไกล กศน. ตลอดจนผู้บริหารวิทยาลัยการเมืองการปกครอง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์

รมช.ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า การหารือในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความร่วมมือจากการจัดทำ MOU ระหว่างสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตลอดจน มรภ.สวนสุนันทา เพื่อสนับสนุนการศึกษาต่อของผู้เรียนนอกระบบให้ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาเพิ่มมากขึ้น การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การจัดกิจกรรม CSR ตลอดจนการพัฒนาครูและบุคลากรร่วมกัน

ซึ่งจากการหารือได้ข้อสรุปร่วมกัน ที่จะมีการจัดสรรโควตาเรียนใน มรภ.สวนสุนันทา แก่นักศึกษา กศน. นักเรียนเอกชน และผู้เรียนในสังกัดอื่น ๆ โดยในอนาคตจะมีการผลักดันโอกาสในการเข้าสู่ระบบการศึกษามากขึ้น อาทิ การยื่นพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio), การสัมภาษณ์เพื่อเข้าศึกษาต่อ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ โดยจะเริ่มดำเนินการจัดสรรโควตาในบางคณะหรือบางสาขา หลังจากนั้นจะต้องมีการประเมินผลความสำเร็จ เพื่อขยายต่อไปยังคณะอื่น ๆ ต่อไป 

รวมทั้งได้หารือร่วมกันถึงข้อเสนอการทดลองจัดทำระบบเครดิตแบงก์ เพื่อเชื่อมโยงหรือถ่ายโอนหน่วยกิต บางวิชาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไปใช้ในระดับอุดมศึกษา หรือในทางกลับกัน หากจะลงเรียนบางวิชาในระดับอุดมศึกษา (บางแห่ง) ก่อนจบมัธยมศึกษาตอนปลายก็ทำได้

หรือจะนำวิชานั้นมาใช้ในการจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยก็ได้ หมายความว่า เด็กมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถเชื่อมโยงหรือถ่ายโอนหน่วยกิตในระดับอุดมศึกษาได้ นอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว ยังช่วยลดเวลาเรียน และผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจได้

“นอกจากนี้ ทาง มรภ.สวนสุนันทา ยังมีแนวคิดที่จะจัดทำหลักสูตรระดับปริญญาตรีออนไลน์ เช่นเดียวกับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาทางไกล กศน. และในอนาคตจะต่อยอดการฝึกงานหรือฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาวิทยาลัยการเมืองการปกครองและคณะครุศาสตร์ ในสถานศึกษาหรือหน่วยงานของ กศน.ที่มีความพร้อม เพื่อกระจายโอกาสให้นักศึกษาคณะอื่น ๆ มากขึ้น อาทิ ศูนย์ กศน.กทม. 50 เขต ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” เป็นต้น 

รวมทั้งการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) ร่วมกันของนักเรียนนักศึกษา อาทิ การปลูกฟ้าทะลายโจร เป็นต้น และในอนาคตเตรียมที่จะพัฒนาความร่วมมือร่วมกันในหลายมิติ อาทิ การพัฒนาหลักสูตร สื่อการศึกษา การวิจัย การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการ เป็นต้น

“ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ขอแสดงความขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมสร้างโอกาสและสนับสนุนการเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อที่สูงขึ้นของผู้เรียนทุกคน ให้ได้เลือกเรียนในวิชาที่ชอบ พร้อมนำไปใช้ต่อยอดในระดับมหาวิทยาลัย ที่จะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตร่วมกัน” รมช.ศธ.กล่าว

“จุฬาฯ” เปิดให้บริการปรึกษา เชิงจิตวิทยาแบบออนไลน์ ในสถานการณ์โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/476510

“จุฬาฯ” เปิดให้บริการปรึกษา เชิงจิตวิทยาแบบออนไลน์ ในสถานการณ์โควิด-19

29 กรกฎาคม 2564 – 21:53 น.

“จุฬาฯ” เปิดให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบออนไลน์ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด -19 ระบุ กลุ่ม ผู้ป่วยHome Isolation บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ รีบสแกนคิวอาร์โค้ดด่วน

“ล็อกดาวน์” แต่ไม่สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด19 ได้  เชื่อว่าคนไทยค่อนประเทศในขณะนี้ตกอยู่ในภาวะเศร้า เหงา เครียดสะสม บางคนถึงขั้นจิตตก ยิ่งต้องแยกตัวออกจากครอบครัว ยิ่งน่าเป็นห่วง

ก่อนที่คิดมากไปไกลจนถึงขั้นเกิดภาวะซึมเศร้า หรืออาการป่วยอื่นร่วมด้วย ควรจะเข้ารับคำปรึกษาจากผู้รู้ทางด้านจิตวิทยาดีไหม โดยเฉพาะผู้ป่วย Home Isolation บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปท ฯลฯ

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

ขอเชิญผู้ป่วยที่ทำ Home Isolation บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากสถานการณ์โควิด-19 รับบริการปรึกษาทางจิตวิทยาออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างโครงการพัฒนาระบบบริการปรึกษาด้านสุขภาพจิตออนไลน์ และเครือข่ายส่งต่อบริการสุขภาพจิต โดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. (Here to Heal) ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา จุฬาฯ Home Isolation COVID และสมาคมจิตวิทยาการปรึกษา

ให้บริการในเวลา 10.00 – 21.00 น. ตั้งแต่บัดนี้ – 26 กันยายน 2564 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

"จุฬาฯ" เปิดให้บริการปรึกษา เชิงจิตวิทยาแบบออนไลน์ ในสถานการณ์โควิด-19

ติดต่อขอรายละเอียดและเลือกช่องทางการปรึกษาเชิงจิตวิทยาได้โดยสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือ https://lin.ee/P77s2bW

“ม.รามฯ” ให้ทุนเรียนฟรี แก่นักศึกษาที่สูญเสียบิดา-มารดา จากโรคโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/476328

“ม.รามฯ” ให้ทุนเรียนฟรี แก่นักศึกษาที่สูญเสียบิดา-มารดา จากโรคโควิด-19

28 กรกฎาคม 2564 – 17:00 น.

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกาศให้ทุนการศึกษา จำนวน 100 ทุน แก่นักศึกษาปัจจุบัน และผู้สมัครนักศึกษาใหม่ ที่บิดา-มารดา เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยให้เรียนฟรี 1 ปีการศึกษา เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาในเบื้องต้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีนักเรียนนักศึกษาจากหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียบิดามารดาจากโรคดังกล่าว จนมีผลกระทบต่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวิทยาลัยรามคำแหง จึงขอมีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยเหลือในเบื้องต้น

แก่นักศึกษาที่สูญเสียบิดามารดาจากโรคโควิด-19 โดยมหาวิทยาลัยจะให้ทุนการศึกษา เรียนฟรี 1 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2564) แก่นักศึกษาปัจจุบันและผู้สมัครเป็นนักศึกษาใหม่ เป็นจำนวน 100 ทุนการศึกษา

“ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษาเหล่านี้มีโอกาสได้เรียนต่อโดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งการให้ทุนการศึกษาครั้งนี้ เป็นมาตรการที่เพิ่มเติมจากการลดค่าเล่าเรียน 50% ของมหาวิทยาลัย ตามนโยบายของรัฐบาลและของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และหากมีผู้ได้รับความเดือนร้อนมากเกินกว่าจำนวนทุนการศึกษาที่กำหนดในข้างต้น มหาวิทยาลัยก็จะพิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป”รักษาราชการแทนอธิการบดีม.รามฯ กล่าว

สำหรับนักศึกษาที่ได้รับความเดือนร้อนในกรณีดังกล่าว สามารถยื่นความจำนงขอรับทุนการศึกษาได้ที่ งานแนะแนวจัดหางานและทุนการศึกษา กองกิจการนักศึกษา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2310-8080

“เด็ก10ขวบ” เอาตัวรอด หนีโควิดเข้าป่าหาเห็ดช่วยพ่อ-แม่หาเลี้ยงครอบครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/476334

“เด็ก10ขวบ” เอาตัวรอด หนีโควิดเข้าป่าหาเห็ดช่วยพ่อ-แม่หาเลี้ยงครอบครัว

28 กรกฎาคม 2564 – 15:55 น.

สุรินทร์ “เด็ก10 ขวบ” เอาตัวรอดหนีโควิด เข้าป่าหาเห็ดช่วยพ่อแม่ เพียง 2 ชั่วโมง ได้เต็มตะกร้า นำไปประกอบอาหารเลี้ยงครอบครัว แทนการนำไปขายที่ตลาด ในยุคยุคข้าวยากหมากแพง อีกรูปแบบของการเรียนรู้วิชาชีวิต

ไม่มีใครตอบเด็กๆ นักเรียนได้ว่า อีกนานแค่ไหนจะไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้เหมือนเดิม แต่การอยู่นอกโรงเรียนก็ไม่เลวร้าย เมื่อการเรียนรู้วิชาชีวิตผ่านครอบครัวมีคุณค่า

เช่นเดียวกันไม่มีใครช่วยได้ว่าแต่ละวันจะเอาตัวรอดให้มีลมหายใจเพียงแค่มีกินอิ่มในแต่ละมื้อได้อย่างไร

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปสำหรับเด็กนักเรียนในต่างจังหวัด การหวนคืนกลับสู่วิถีชุมชน หาเลี้ยงตัวเอง และช่วยเหลือครอบครัวในภาวะโรคโควิด-19 ระบาดหนักเป็นสิ่งที่พึงมี และลงมือทำทันที เพื่อความอยู่รอดของตัวเองและครอบครัว เช่นเดียวกับ เด็กวัย 10 ขวบ รายนี้

ย้อนกลับไปที่ป่าสนสองใบ ริมถนนหมายเลข 2077 สังขะ-สุรินทร์ บ้านกระทม ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านใช้หาของป่ามาดำรงชีวิต ชาวบ้านที่ว่างเว้นจากงาน ต่างพาครอบครัวเข้าหาเห็ดป่าเพื่อนำไปประกอบอาหารเลี้ยงครอบครัว

โดยหนึ่งในชาวบ้านที่เข้าหาเห็ดชื่อนางสาวรัตติยา สุขดี อายุ 30 ปีที่ว่างเว้นจากงานประจำ ได้ชักชวนสามีและลูกชายวัย 10 ขวบ เข้าป่ามาหาเห็ดป่า โดยพึ่งเดินทางมาในช่วงบ่าย ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง สามารถหาเก็บเห็ดได้เกือบเต็มตะกร้า

"เด็ก10ขวบ" เอาตัวรอด หนีโควิดเข้าป่าหาเห็ดช่วยพ่อ-แม่หาเลี้ยงครอบครัว

เด็ก10ขวบเรียนรู้วิชาชีวิตกับพ่อแม่

นางสาวรัตติยา เล่าวิธีเก็บเห็ดป่าว่า จะใช้วิธีเดินสุ่มวนไปมาทั่วบริเวณป่า โดยมีวิธีสังเกตุหาจากที่ๆมีเศษใบไม้ปกคลุมอยู่ และจะมีเห็ดโผล่ขึ้นมาให้เก็บ ซึ่งเห็ดจะขึ้นตลอดทั้งวัน สามารถเข้ามาเก็บเห็ดได้เรื่อยๆ

ขณะที่เด็กชายคำใส อุสุภราช อายุ 10 ขวบ ลูกชายของนางสาวรัตติยา สุขดี เล่าว่า ช่วงนี้โรงเรียนยังไม่เปิดเรียน เพราะโควิด ตนจึงเดินทางมามากับแม่และพ่อ เพื่อช่วยหาเห็ดไปประกอบอาหารกินในครอบครัว

“ผมจะเก็บเฉพาะเห็ดที่รู้จักเท่านั้น นอกนั้นไม่กล้าเก็บเพราะกลัวว่าจะเป็นเห็ดพิษ สำหรับเมนูที่ตนชอบจะเป็นแกงเห็ดหน่อใส่ไม้ แต่ที่หาได้วันนี้ผมไม่ขาย จะเอาไว้ทำกับข้าวกิน”เด็กชายคำใส กล่าว

ทางด้าน นางสาวรัตติยา สุขดี อายุ 30 ปี ชาวบ้านท่าพระ ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ เล่าว่า ตนมีอาชีพกรีดยางพารา โดยหลังจากกรีดยางเสร็จราว 10.00 น. ของวัน ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้มีฝนตกติดต่อกันกว่า 3 วัน ทำให้มีเห็ดขึ้นในป่านี้ตลอดทั้งวัน ตนเองจึงได้ชักชวนครอบครัวมาเข้าป่าเพื่อหาเห็ด 

"เด็ก10ขวบ" เอาตัวรอด หนีโควิดเข้าป่าหาเห็ดช่วยพ่อ-แม่หาเลี้ยงครอบครัว

ป่าชุมชนแหล่งอาหารตามธรรมชาติ

โดยตนจะเก็บเฉพาะเห็ดที่รู้จักเท่านั้น ซึ่งก็รู้จักหลายชนิดพอสมควร ชนิดไหนที่ไม่รู้จักก็จะไม่เก็บ ในวันนี้ตนเองพึ่งมาได้ราว 2 ชั่วโมง ได้เห็ดเกือบเต็มตะกร้า แต่ตนไม่ขาย ตนจะเอาไว้ทำกินภายในครอบครัว

"เด็ก10ขวบ" เอาตัวรอด หนีโควิดเข้าป่าหาเห็ดช่วยพ่อ-แม่หาเลี้ยงครอบครัว

โรงเรียนชีวิต เก็บเห็ดได้เต็มตะกร้า

ส่วนใหญ่แล้วตนจะนำไปแกงใส่หน่อไม้ โดยในป่าแห่งนี้มีเห็ดขึ้นตลอดทั้งวัน หายังไงก็ไม่หมด ซึ่งที่ตนเก็บได้ในวันนี้ มีเห็ดแป้ง เห็ดหน้างัว เห็ดถ่าน เห็ดน้ำหมาก โดยเห็ดที่อร่อยที่สุดคือเห็ดกระมูลเหลือง โดยจะมีรสชาติออกหวานๆ ช่วงนี้เห็ดแพงหากตนนำไปขายคงได้หลายร้อยบาทเลย

ทีมข่าวคมชัดลึกอีสาน รายงาน