ภูมิธรรม ย้ำจุดยืน ‘นิรโทษกรรม’ ไม่เพิ่ม ‘ความขัดแย้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564701

04 ธ.ค. 2566

ภูมิธรรม ย้ำจุดยืน 'นิรโทษกรรม' ไม่เพิ่ม 'ความขัดแย้ง'

‘นิรโทษกรรม’ ต้องไม่เพิ่ม ‘ความขัดแย้ง’ จุดยืนเพื่อไทย เตรียมส่งร่างกฎหมายประกบก้าวไกล ตามฉันทามติของหลายภาคส่วน

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มองว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย ประกบคู่กับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกลว่า เป็นฉันทามติของหลายส่วนงาน ที่ต้องการเห็นการนิรโทษกรรม และการแก้ปัญหา

แต่ประเด็นการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นข้อขัดแย้งที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ซึ่งหลายพรรคการเมือง ก็ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคก้าวไกล และความเห็นในสังคม ก็ยังไม่มีข้อยุติ ฉะนั้น จึงต้องหาข้อยุติให้ได้ก่อน ส่วนจะเสนอร่างประกบกันอย่างไรก็ต้องพิจารณาอีกที

พรรคเพื่อไทย ยืนยันชัดเจนแล้วว่า เรื่องใดที่เป็นความขัดแย้งในสังคม ต้องมีข้อยุติก่อน ซึ่งถ้าทุกภาคส่วนมีความชัดเจนว่า ทุกคนเห็นด้วย และเข้าใจ ก็พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว เพราะพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการเห็นการสร้างความขัดแย้งขึ้นมาใหม่

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติยังติดใจเรื่องคดีทุจริต และการชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือนเมษายน 2553  พรรคเพื่อไทยยัง ต้องรอดูในรายละเอียดว่า มีเหตุมีผลที่สมควรหรือไม่

นายกฯมั่นใจ ‘สาธารณสุข’ แก้ ‘ปัญหายาเสพติด’ ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564685

03 ธ.ค. 2566

นายกฯมั่นใจ 'สาธารณสุข' แก้ 'ปัญหายาเสพติด' ได้

ชื่นชม หนองบัวลำภู โมเดล แก้ ‘ปัญหายาเสพติด’ ได้ผล นายกรัฐมนตรี มั่นใจ กระทรวง ‘สาธารณสุข’ บำบัดผู้ติดยา คืนคนดีสูสังคม

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่การตรวจราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งแรก ระหว่างวันที่ 3 – 4 ธันวาคมนี้

ก่อนการประชุมได้ลงพื้นที่ติดตามมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด หนองบัวลำภูโมเดล และการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพยาเสพติด และรับฟังผลการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยกลไกการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน หรือ Community Based Treatment: CBTx ที่บ้านภูดินทอง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู และได้พบกับกลุ่มผู้ที่ได้รับการบำบัดจนหลุดพ้นจากยาเสพติดเรียบร้อยแล้ว

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับอดีตผู้ที่เสพยาเสพติด และได้รับการบำบัดรักษา จนสามารถหลุดพ้นจากยาเสพติดได้ พร้อมให้กำลังใจว่า แม้จะเคยมีความผิดพลาด แต่ชุมชน ก็สามารถมีส่วนในการนำผู้ติดยากลับเข้าสู่สังคม เพื่อเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคม สามารถช่วยเหลือสังคม และครอบครัวได้ โดยขอให้ทุกคนมีความภูมิใจ และอย่าหวนกับไปติดยาเสพติด

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามมาตรการกระบวนการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชจากปัญหายาเสพติด ที่โรงพยาบาลสุวรรณคูหา หรือ Mini – ธัญญารักษ์ และได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการรถเก็บตัวอย่างชีวะนิรภัยพระราชทาน, รถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลพระราชทาน, รถโมบายคลายเครียด โรงพยาบาลสวนปรุง และรถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ระบบดิจิทัล และอัลตร้าซาวด์อัตโนมัติ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรี  มั่นใจว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำงานได้เป็นอย่างดีโดยดูแลประชาชนผู้ติดยาเสพติดจนหาย และคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคมต่อไป

โพลเชียร์ ‘มาดามเดียร์’ นั่ง ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564676

03 ธ.ค. 2566

โพลเชียร์ 'มาดามเดียร์' นั่ง 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์'

นิด้าโพล สำรวจความเห็นประชาชน เรื่องวุ่นๆในปชป. พบกลุ่มตัวอย่าง อยากให้ ‘มาดามเดียร์’ นั่ง ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์’ คนใหม่

นิด้าโพลสำรวจความเห็น เรื่องวุ่นๆพรรคประชาธิปัตย์ภาคสอง ในหัวข้อ บุคคลที่เหมาะสมจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 28.32 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
  • อันดับ 2 ร้อยละ 27.10 ระบุว่าเป็น น.ส.วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์)
  • อันดับ 3 ร้อยละ 20.46 ระบุว่าเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
  • อันดับ 4 ร้อยละ 9.39 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 7.94 ระบุว่าเป็น นายนราพัฒน์ แก้วทอง


    ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องวุ่นๆในพรรคประชาธิปัตย?ภาค 2ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องวุ่นๆในพรรคประชาธิปัตย?ภาค 2

สำหรับสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรทำเพื่อที่จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง พบว่า 

  • ร้อยละ 45.50 ระบุว่า ปฏิรูปพรรคฯ ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางการเมืองไทยในปัจจุบัน 
  • ร้อยละ 35.65 ระบุว่า เลือกหัวหน้าพรรคที่มีศักยภาพในการนำพรรคฯ
  • ร้อยละ 17.94 ระบุว่า คัดสรรตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคฯ ที่มีคุณภาพทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น
  • ร้อยละ 17.79 ระบุว่า แสดงบทบาทการเป็นฝ่ายค้านที่มีศักยภาพ
  • ร้อยละ 15.34 ระบุว่า เชิญอดีตแกนนำพรรคฯ ที่ออกจากพรรคไปแล้วให้กลับเข้ามาช่วยฟื้นฟูพรรคฯ

ส่วนสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดในการเมืองไทยได้จนถึงปัจจุบันนั้น

  • ร้อยละ 39.62 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์มีแฟนคลับ/ฐานทางการเมืองที่มั่นคง เช่น ฐานในภาคใต้ รองลงมา
  • ร้อยละ 30.92 ระบุว่า ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีศักยภาพในการนำพรรคฯ
  • ร้อยละ 26.41 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นสถาบันทางการเมืองที่มั่นคง
  • ร้อยละ 22.60 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์มีอุดมการณ์ชัดเจนในการต่อสู้กับระบบเผด็จการ และการคอร์รัปชัน
  • ร้อยละ 20.08 ระบุว่า สส. หรือแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญทางการเมือง

‘โรงรับจำนำ’ ปลอดดอกเบี้ย ‘แก้หนี้’ ภาครัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564672

03 ธ.ค. 2566

'โรงรับจำนำ' ปลอดดอกเบี้ย 'แก้หนี้' ภาครัฐ

กระทรวงพัฒนาสังคม ผุดนโยบาย ‘โรงรับจำนำ’ ปลอดดอกเบี้ย ห้าพันบาทแรก ตามมาตรการ ‘แก้หนี้’ ภาครัฐ และเตรียมมอบของขวัญปีใหม่ประชาชน

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมจะงดดอกเบี้ยในช่วย 5,000 บาทแรกให้ประชาชนสามารถตั้งตัวได้ง่ายขึ้น ตามมาตรการแก้หนี้ภาครัฐและยังมีอีกหลายมาตรการในการสนับสนุนสวัสดิการต่างๆ เช่น การซ่อมบ้าน การดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น

โดยในการประชุม ครม.วันที่4 ธ.ค. นี้ กระทรวงฯ จะเสนอสนับสนุนสวัสดิการศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ ใน 20 จังหวัดภาคอีสาน และยังจะมีนโยบายของขวัญปีใหม่จากกระทรวง ทั้งหมด 8 ด้าน ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีการเปิดเผยรายละเอียดอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การแก้หนี้ยังไม่ต่างกับรูปแบบเดิมนั้น นายวราวุธ เห็นว่า ควรรอดูผลงานรัฐบาลก่อน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับนโยบายรัฐบาลมา และจะเร่งทำงานให้ดีที่สุด จึงขอให้รอดูว่า นโยบานที่รัฐบาลออกมา จะช่วยลดภาระประชาชนอย่างไรบ้าง

‘ยาเสพติด’ กลัวความรัก จาก ‘ชุมชน’ และครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564669

03 ธ.ค. 2566

'ยาเสพติด' กลัวความรัก จาก 'ชุมชน' และครอบครัว

กระทรวงยุติธรรม ลุยแก้ปัญหา ‘ยาเสพติด’ เน้นให้ ‘ชุมชน’ และครอบครัว มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้มี ความเข้มแข็ง

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชื่นชมและขอบคุณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เห็นถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาเสพติด โดยเห็นว่าการแก้ปัญหายาเสพติดปัจจัยสำคัญคือ ชุมชนและครอบครัว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ค้นหาผู้ติดยาเสพติดทั่วประเทศมีประมาณ 5 แสนกว่าราย และใน 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับเพราะยาเสพติดกว่า 3 แสนคน ที่อยู่ในระบบของกรมคุมประพฤติ ในเรือนจำมีผู้ต้องขังประมาณ 2.7 แสนคน กว่า 2 แสนคน เป็นคดียาเสพติด คนจำนวนกว่า 1 ล้านคนเหล่านี้ที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงของคนไทย เยาวชนไทย

ปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าในประเทศ ซึ่งได้เริ่มปฏิบัติการไปในวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา 1 ปีที่เราจะสกัดกั้นยาเสพติดจะเข้าประเทศน้อยลง แต่ถ้าเราไม่แก้ปัญหาผู้เสพกว่า 1 ล้านราย ที่ได้รายงานไป ความต้องการยาเสพติดจะยังคงอยู่ ปัญหาคลั่งยาจะยังมีอยู่

จึงต้องเร่งรักษา พร้อมไปกับสร้างชุมชนให้ลุกขึ้นมา สร้างคนที่เข้มแข็งเพื่อลดความต้องการยาเสพติด ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจ ซึ่งต้องขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่เห็นความสำคัญของปัญหายาเสพติด และลุกขึ้นมาร่วมมือกันในการต่อสู้กับยาเสพติด

ก่อนเริ่มการประชุมบูรณาการ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดเลย   มีการสาธิตการควบคุมตัวผู้ป่วยจากยาเสพติดที่มีอาการทางจิต โดยใช้สถานการณ์สมมุติการอาละวาดในชุมชน และใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อาทิ ปืนเลเซอร์ ไม้ง่าม ไม้ขอ เป็นเครื่องมือควบคุมด้วย

13 ธันวาคม ลุ้นศาลอ่าน ‘คำพิพากษา’ ‘ไอซ์ รัชนก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564659

03 ธ.ค. 2566

13 ธันวาคม ลุ้นศาลอ่าน 'คำพิพากษา' 'ไอซ์ รัชนก'

‘ไอซ์ รักชนก’ ลุ้นพ้นเก้าอี้ สส. เตรียมขอศาลเลื่อนอ่าน ‘คำพิพากษา’ คดีอาญามาตรา 112 จากวันที่ 13 ธันวาคม ออกไปก่อน เพราะติดประชุมสภา

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคก้าวไกล โพสเฟซบุ๊ก ถึงความคืบหน้าคดีหน้าการดำเนินคดีอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คดีหมายเลขดำที่ อ 683/2565 ซึ่งศาลนัดอ่านคำพิพากษา วันที่ 13 ธันวาคมนี้ว่า ได้ทำหนังสือขอเลื่อน
ฟังคำพิพากษา เนื่องจากติดประชุมสภาซึ่งต้องแล้วแต่ดุลยพินิจของศาล ว่าจะให้เลื่อนหรือไม่

ไอซ์ รักชนก บอกว่าคดีนี้สามารถมีคำพิพากษาออกได้ 2 แนวทาง คือ


1.หากศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด ทุกอย่างก็จะจบลง ถ้าอัยการไม่อุทธรณ์
2.หากศาลตัดสินว่ามีความผิด ซึ่งก็แบ่งออกเป็น 2 แนวทางย่อย คือ
2.1 ศาลตัดสินว่ามีความผิด โดยให้รอลงอาญา (คดีนี้ก็จะสิ้นสุดเหมือนกันถ้าไม่มีการอุทธรณ์)
2.2 ศาลตัดสินว่ามีความผิด โดยตัดสินจำคุกระหว่าง 3-15 ปี

หลังจากศาลตัดสินแล้วตามหลักการ จำเลยสามารถประกันตัวได้ในศาลชั้นต้น เพื่ออุทธรณ์คดีและสู้คดีต่อได้ในชั้นอุทธรณ์  ถ้าศาลให้ประกันตัวตามสิทธิ์ที่ถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด

ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวและส่งตัวเข้าเรือนจำ แม้แต่นาทีเดียว ก็หมายความว่าสถานะ สส.ที่ได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 จะสิ้นสุดลง และ กกต. จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง

ภาพจากเฟซบุ๊ก ไอซ์ รักชนก ภาพจากเฟซบุ๊ก ไอซ์ รักชนก

ในฐานะประชาชน ไอซ์ รักชนก ยืนยันว่ายินดีที่จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาคดี 112 ถึงแม้ว่าจะเห็นว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้นมีปัญหาทั้งข้อกฎหมายและการบังคับใช้ก็ตาม และ เป็นหนึ่งเสียงที่สนับสนุนนโยบายของพรรคก้าวไกลในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย

โฆษก ปชป. การันตี 9 ธ.ค. มหากาพย์เลือก ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์’ จบบริบูรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564641

02 ธ.ค. 2566

โฆษก ปชป.  การันตี 9 ธ.ค. มหากาพย์เลือก 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์' จบบริบูรณ์

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกหน้าให้ความมั่นใจ เสาร์ที่ 9 ธ.ค. สิ้นสุดการรอคอย ต่อการสรรหา “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนใหม่ เชื่อผู้นำพาพรรคต่อจากนี้ จะนำพาฟื้นฟูพัฒนาพรรคให้เข้ากับสภาพสังคม เศรษฐกิจ ที่สำคัญที่สุดคือการทำงานรับใช้ประชาชน ประเทศชาติ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  เปิดเผยว่า  การเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมใหญ่วิสามัญ ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ วันเสาร์ที่ 9  ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 8.30 น.  ขณะนี้ทางสำนักงานเลขาธิการพรรค และรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และกำหนดองค์ประชุมตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ข้อที่ 81 และที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมืองว่าจะต้องมีไม่น้อยกว่า 250 ท่าน แต่ในส่วนของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเตรียมองค์ประชุมไว้เบื้องต้น 346 คน และมีมติของรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคที่ให้มีการกำหนดองค์ประชุมสำรองอีก 150 ท่าน ซึ่งจะเป็นบุคคลที่จะไปร่วมประชุมเป็นองค์ประชุมในการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อที่จะเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์


โดยขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรค จะไปยุติในวันที่ 9  ธ.ค.   อย่างไรก็ดีแม้ว่าขณะนี้จะมีความเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรคที่ได้เปิดตัวไปบ้างแล้ว และอาจจะมีสมาชิกพรรคท่านอื่นที่ยังไม่เปิดตัวต่อสาธารณะ ซึ่งสมาชิกพรรคทั้งที่มีการเปิดตัว และยังไม่ได้เปิดตัวต่อสาธารณะขณะนี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้แสดงเจตจำนงในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังไม่เรียกว่าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตามข้อบังคับพรรคก่อน ซึ่งในวันที่ 9 ธ.ค. เมื่อมีการเปิดประชุมแล้ว

จะมีการเข้าสู่ระเบียบวาระของการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่  ก็จะมีสมาชิกซึ่งเป็นองค์ประชุมเสนอชื่อของผู้แสดงเจตจำนง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งต่อที่ประชุม พร้อมกับจะต้องมีผู้รับรอง และเมื่อมีการตรวจสอบคุณสมบัติถูกต้อง ก็จะหมายความว่า ผู้แสดงเจตจำนงเหล่านั้น ก็จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรค อย่างเป็นทางการ

“ผมมีความมั่นใจว่าในวันที่ 9 ธันวาคม พรรคจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ และเชื่อมั่นว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะนำพาพรรคก้าวเดินต่อไปในอนาคต และก็เชื่อมั่นด้วยความเป็นสถาบันทางการเมือง บุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยึดหลักการของพรรคมุ่งมั่นฟื้นฟูพัฒนาพรรคให้เข้ากับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญที่สุดก็จะมาเป็นผู้นำในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและประเทศ เป็นผู้นำพาพรรคให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาพรรค ให้มีความยั่งยืนในอนาคตต่อไป”

เขา  กล่าวว่า   เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้หัวหน้าพรรคแล้ว ก็ยังทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศ พร้อมกับจัดการบริหารพรรคควบคู่กันไป ตั้งแต่เรื่องการปรับปรุงฟื้นฟูพัฒนาพรรคในเรื่องต่างๆ โดยเชื่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะนำพาพรรคไปเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้าได้

‘มาดามเดียร์’ ชวนชาว ‘ประชาธิปัตย์’ ทั่วประเทศ ร่วมฟื้นศรัทธา-อุดมการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564614

02 ธ.ค. 2566

'มาดามเดียร์' ชวนชาว 'ประชาธิปัตย์' ทั่วประเทศ ร่วมฟื้นศรัทธา-อุดมการณ์

“มาดามเดียร์ วทันยา” โพสต์คลิปชวนชาว “ประชาธิปัตย์” ทั่วประเทศ ร่วมฟื้นฟูศรัทธา-อุดมการณ์ สร้างการเมืองที่เป็นธรรมและเท่าเทียม กลับมาเป็นสถาบันการเมืองที่ยั่งยืนด้วยกันอีกครั้ง ย้ำ 9 ธ.ค. จะได้พิสูจน์ว่าความเข้มแข็งที่แท้จริงของพรรค

2 ธ.ค. 2566 น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 4.59 นาที ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว “เดียร์ วทันยา บุนนาค” เพื่อสื่อสารไปยังสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และประชาชนทั่วประเทศ หลังการแถลงเปิดตัวอาสาสมัครลงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 โดยระบุว่า 

ท่ามกลางความสงสัยของผู้คนว่าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนไว้วางใจได้หรือไม่ สงสัยในพลังประชาธิปไตยและจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และความฝันของประชาธิปัตย์ที่มีต่อประเทศนี้ในวันข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งกว่า 77 ปีที่พรรคประชาธิปัตย์ผ่านร้อนหนาววิกฤตมากมาย มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่จุดหัวใจความเป็นประชาธิปไตยที่อยู่ในสมาชิกพรรคทุกคนไม่เคยเปลี่ยน
 

มาดามเดียร์ ชวนชาว ปชป.ร่วมฟื้นศรัทธา อุดมการณ์  สร้างการเมืองที่เป็นธรรมและเท่าเทียมมาดามเดียร์ ชวนชาว ปชป.ร่วมฟื้นศรัทธา อุดมการณ์ สร้างการเมืองที่เป็นธรรมและเท่าเทียม

แม้พรรคประชาธิปัตย์จะก้าวมาไกลแล้วจนถึงในวันที่เราต้องตั้งคำถามใหม่กับตัวเองว่า อนาคตของลูกหลานที่จะต้องอยู่ไปถึงศตวรรษหน้า อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในของพรรคประชาธิปัตย์ไปในลักษณะใด 

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า วันนี้คือห้วงเวลาที่สำคัญที่สุดและเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เดินก้าวต่อไป จึงขออาสาเสนอตัวลงสมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอยากเชิญชวนทุกคนกลับเข้ามาร่วมฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ให้แข็งแรง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง ร่วมสร้างวัฒนธรรมการเมืองใหม่ เป็นธรรม รักษาคำพูด ไม่ใช่การเมืองแสวงหาอำนาจและประโยชน์ของตัวเอง เพื่อให้กลับมาเป็นความหวังของประเทศ และเป็นทางเลือกของผู้คนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งได้อีกครั้ง

ตนพร้อมที่จะยืนเคียงข้างกับทุกคนในทุกๆ ในความท้าทาย จะรับฟังทุกเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เราไม่เห็นพ้องต้องกัน เพราะต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและทำให้พรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นพรรคของประชาชนทุกคน เป็นพรรคที่เปิดกว้างพร้อมรับฟังและเคารพในเสียงของผู้คนที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในสังคมได้อย่างตรงจุด มีการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเท่าเทียม และมีคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

พร้อมทั้งจะเปิดโอกาสให้คนทุกรุ่นที่มีไฟ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถสูง หลากหลายสาขาอาชีพโดยไม่ยึดติดกับระบบอุปถัมภ์ ได้เข้ามาช่วยกันนำประเทศชาติ สถาบันการเมืองต่างๆ และสถาบันสำคัญของชาติ ไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต 

‘มาดามเดียร์’ เปิดหน้าชิง หัวหน้า ‘พรรคประชาธิปัตย์’


ถือฤกษ์ 09.09 น. ‘มาดามเดียร์’ เปิดตัว ลงชิง ‘หัวหน้าพรรค ปชป.’คนที่ 9
 

มาดามเดียร์ ชวนชาว ปชป.ร่วมฟื้นศรัทธา อุดมการณ์  สร้างการเมืองที่เป็นธรรมและเท่าเทียมมาดามเดียร์ ชวนชาว ปชป.ร่วมฟื้นศรัทธา อุดมการณ์ สร้างการเมืองที่เป็นธรรมและเท่าเทียม

ชัยชนะครั้งนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงที่เรามองหา และการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ไม่ว่าเดียร์จะแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ แต่มันควรจะเป็นชัยชนะของทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ ในการนำพาให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เติบโตงอกงามท่ามกลางใจของประชาชนอีกครั้ง นำพาความหวังของพี่น้องประชาชนที่เลือกเราไปสู่ความเป็นจริงและพบกับอรุณรุ่งวันใหม่ที่สดใสของประเทศไทย

และในวันที่ 9 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ เป็นอีกครั้งที่จะได้พิสูจน์ว่าความเข้มแข็งที่แท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ที่มาจากความคงมั่นของอุดมการณ์ ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความหวัง โอกาส และ ความหวังอันแข็งแกร่ง จะยังมีหลงเหลืออยู่ในหัวใจของเราหรือไม่ เพราะนี่คือหลักการเริ่มต้นของพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นเหตุผลที่เราจะต้องร่วมกันฟื้นศรัทธาของประชาชนในวันที่ก่อตั้งพรรคกลับมาเหมือนวันก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์

ตนเชื่อมั่นในตัวพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะพาเราจะไปถึงจุดนั้น และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตนถึงมายืนในจุดนี้ และอยากจะขอให้ทุกคนมองไปยังเป้าหมายและเดินไปสู่อนาคตด้วยกัน เพราะเราจะไม่ใช่แค่พรรค แต่เราจะเป็นความหวัง และความศรัทธาของประชาชนเพราะประชาธิปัตย์เท่ากับประชาชน เพราะประชาชนคือประชาธิปัตย์

‘นฤมล’ เผยผลงาน ‘นายกฯ’ ดึงภาคเอกชนสหรัฐร่วมลงทุนในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564608

02 ธ.ค. 2566

'นฤมล' เผยผลงาน 'นายกฯ' ดึงภาคเอกชนสหรัฐร่วมลงทุนในไทย

‘นฤมล’ เผย ‘นายกฯ’ ประชุมเอเปค สร้างความเชื่อมั่นภาคเอกชนสหรัฐฯ จนนักลงทุนสนใจร่วมลงทุนในไทย โดยเฉพาะสาขาเทคโนโลยีและดิจิทัลฯ รวมถึงการค้าระหว่าง 2 ประเทศ

ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย ให้การต้อนรับ นายรอเบิร์ต เอฟ โกเด็ก (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมหารือถึงประเด็นความร่วมมือด้านการลงทุนร่วมกัน

ศาสตราจารย์นฤมล เปิดเผยว่า ทูตสหรัฐ ฯ ได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของการเยือนสหรัฐฯ ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอปเค ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 12-19 พ.ย. 2566 ณ นครซานฟรานวิสโก สหรัฐฯ ที่ผ่านมา 

'นฤมล' เผยผลงาน 'นายกฯ' ดึงภาคเอกชนสหรัฐร่วมลงทุนในไทย

โดยนายกรัฐมนตรีหารือกับภาคเอกชนสหรัฐฯ สร้างความเชื่อมั่นเชิญชวนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยกว่า 10 ราย ซึ่งภาคเอกชนฝากให้ความสนใจและสนับสนุนนโยบายด้านการค้าและการลงทุนของรัฐบาล โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีและดิจิทัล นวัตกรรม และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยสัปดาห์ที่แล้วนักธุรกิจของ USABC ได้เข้าพบรัฐบาลไทยแล้ว และทูตสหรัฐฯ ย้ำความสำคัญต่อประเทศไทยในฐานะพันธมิตรที่แน่นแฟ้น และเป็นหนึ่งในประเทศที่เอกชนสหรัฐฯ ให้ความสนใจมาลงทุน 

ศาสตราจารย์นฤมล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การส่งเสริมภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการลงทุน หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) ได้เสนอแนวคิด Five to Thrive เพื่อส่งเสริมและเพิ่มมูลค่าการลงทุนของภาคเอกชนสหรัฐฯ ในไทยในอนาคต รวมถึงสนใจลงทุนด้าน Data center ของ AWS (Amazon Web Service) เพื่อสนับสนุนการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไทยไปยังตลาดสหรัฐเพิ่มเติมด้วย

สำหรับแนวทางความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-สหรัฐเพิ่มเติม ได้แก่ 1) ด้านตลาดทุนในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนา Green investment fund เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสนับสนุนโครงการภายใต้นโยบาย Green Economy 2) ด้านสาธารณสุขในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาร่วมสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศไทยให้เป็น Medical Hub ของอาเซียน 3) ด้านเกษตรกรรม ในการร่วมลงทุนพัฒนาเกษตรอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมการเพิ่มผลิตผลให้กับภาคการเกษตร และเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรตามเป้าหมายของรัฐบาลปัจจุบัน

'นฤมล' เผยผลงาน 'นายกฯ' ดึงภาคเอกชนสหรัฐร่วมลงทุนในไทย

‘สมศักดิ์’ เผยข่าวดี ‘มาเลเซีย’ อยากลงทุนพื้นที่ชายแดนใต้ เสนอของดเก็บภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564550

01 ธ.ค. 2566

'สมศักดิ์' เผยข่าวดี 'มาเลเซีย' อยากลงทุนพื้นที่ชายแดนใต้ เสนอของดเก็บภาษี

‘สมศักดิ์’ เยือน ‘มาเลเซีย’ หาแนวทางพัฒนาชายแดนใต้ รับทราบคำแนะนำ ให้ความสำคัญสอนศาสนา เตรียมดึงเอกชนลงทุนด้านอุตสาหกรรมเพิ่ม หลังมีสัญญาณที่ดี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชานแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมด้วย นายกิตติกร โล่ห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าพบคณะภายใต้การนำของ ดาโต๊ะ ซะรี ฟาลิดา ยูโซฟ (DATO’SRI HAJI FADILLAH BIN HAJI YUSOF) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเพาะปลูกและสินค้า ประเทศมาเลเซีย  DATUK CHAN FOONG HIN รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร และ YB DATUK MOHAMAD BIN ALAMIN รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้ง คณะภายใต้การนำของ ดาโต๊ะ สิรี ดร. อาหมัด ซาฮิด ฮามีดี (YAB Dato Seri Dr. Ahmad Zahid Hamidi) รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อขอรับคำแนะนำ แนวทางและประสบการณ์ที่นำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทย-มาเลเซีย 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากการหารือกับรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ให้คำแนะนำด้านการศึกษา ที่ไทยควรให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษากับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เพราะเป็นโรงเรียนที่มีบทบาทสำคัญต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงมีผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปโดยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการมีโปรแกรมการฝึกอบรมระยะสั้น เพื่อป้อนคนเข้าสู่การทำงานในทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ด้านการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุน ทางมาเลเซียมีข้อเสนอต้องการให้ ผู้ประกอบการภาคเอกชนของประเทศมาเลเซียไปลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ในลักษณะของพื้นที่อุตสาหกรรมมากขึ้น โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรม ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของพื้นที่ทั้งสองประเทศ เพราะการมีธุรกิจและอุตสาหกรรมที่พัฒนาร่วมกัน จะทำให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างหลากหลาย รวมถึงจะนำไปสู่การเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานของประชาชนในพื้นที่มากขึ้น 

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ส่วนการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ทางมาเลเซีย แนะนำการส่งเสริมการค้าขายที่เป็นไปโดยถูกต้อง และลดเงื่อนไขข้อจำกัดทางกฎหมายให้มากขึ้น เช่น การกำหนดเขตสินค้าปลอดภาษี หรือ สินค้านำเข้าต่างๆ ที่ประชาชนของทั้งสองประเทศ มีความต้องการร่วมกัน จึงมีข้อแนะนำให้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาเขตเศรษฐกิจ และการกำหนดสำนักงานเขตพัฒนาร่วมไทยมาเลย์ เพื่อผลักดันกระบวนการทำงานต่างๆให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นกลไกสำคัญผลักดันการทำงานให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนเรื่องความมั่นคง มีความร่วมมือที่จะเกิดขึ้น อาทิ การให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้เห็นต่างจากรัฐ ในกรณีของการเข้าเมือง เพื่อหลบหนีข้อกฎหมายจากการกระทำผิดกฎหมายในประเทศนั้น ความร่วมมือการแก้ไขปัญหายาเสพติด และความมั่นคงอื่นๆซึ่งจะมีการแต่งตั้งคณะทำงาน หรือ มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือและวางแผนร่วมกันต่อไป โดยการพูดคุยหารือในครั้งนี้ เป็นไปในทิศทางที่ดี หลังท่านเศรษฐา ได้เดินทางไปหารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ทำให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นอกจากนี้นายสมศักดิ์นยังได้หารือการแก้ปัญหาอุทกภัยว่า เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้รับการมอบหมายให้เป็นประธานในส่วนของการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ดังนั้นจึงมีข้อเสนอสำคัญในส่วนของการวางแผนการจัดการภัยพิบัติพื้นที่ร่วมชายแดนไทยมาเลเซีย โดยเฉพาะการทำแผนการจัดการป้องกันระบบน้ำท่วม การทำแผนอพยพย้ายประชาชนของทั้งสองประเทศ ในกรณีเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมกระทันหัน หรือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ โดยจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมและกระบวนการทำงานร่วมกันของทั้งสองประเทศ ผ่านแผนปฏิบัติการที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนทั้งสองประเทศ ประสบปัญหาและต้องได้รับการแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเร่งด่วน ซึ่งตนในฐานะกำกับดูแล สทนช. ก็สนับสนุนที่จะดำเนินการส่วนของการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติแห่งชาติร่วมกัน โดยถือว่า เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทั้งสองประเทศ จะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

“จากคำมั่นของรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ท่าน ที่จะดำเนินการทำทุกสิ่งเพื่อให้จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยมีความเจริญรุ่งเรือง และมาเลเซียพร้อมจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยในทุกประเด็นตามที่นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้มีการศึกษาหารือและเห็นชอบร่วมกันในการทำงาน 4 ประเด็นได้แก่ ด้านความมั่นคง ด้านการค้าชายแดน ด้านการท่องเที่ยว และด้านการเกษตร ผมจึงมั่นใจว่า จะทำให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ดีขึ้นอย่างแน่นอน” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว 

นายสมศักดิ์หารือมาเลเซียแนวทางพัฒนาชายแดนใต้นายสมศักดิ์หารือมาเลเซียแนวทางพัฒนาชายแดนใต้

นายสมศักดิ์หเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของมาเลเซียนายสมศักดิ์หเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของมาเลเซีย