‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564896

06 ธ.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

‘อุ๊งอิ๊ง’ แจง งบซอฟต์พาวเวอร์ 5,100 ล้านบาท ไม่ได้ขอเพิ่ม เป็นของแต่ละกระทรวงอยู่แล้ว บอกอีเวนต์สงกรานต์ไล่จัดกิจกรรม ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน ขอมูฟออนคำนิยามซอฟต์พาวเวอร์ ยินดี ‘มาดามเดียร์-มาดามแป้ง’ ชิงตำแหน่งสำคัญ สะท้อนความเท่าเทียมทางเพศ

วันที่ 6 ธ.ค. 2566 เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ รร.เดอะ กรีนเนอร์รี รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสัมมนา สส.พรรคเพื่อไทย ว่า เกินความคาดหมาย เพราะทางทีมงานจัดกิจกรรมได้สนุกสนาน และทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นการละลายพฤติกรรม และทุกคนจะได้พุดคุยกันง่ายขึ้น ซึ่งพาร์ทต่อไปจะเริ่มซีเรียสขึ้นแล้ว 

ประชุมสส.เพื่อไทยประชุมสส.เพื่อไทย

‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน
‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

แจง งบซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ได้ขอเพิ่ม

เมื่อถามถึงกรณีงบประมาณในการจัดทำซอฟต์พาวเวอร์กว่า 5,100 ล้านบาทว่า ชุดขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ที่ตนเป็นประธาน ขั้นตอนต่อไปคือเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ชุดใหญ่ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนจะพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่างบจะเสร็จสิ้นในเดือน พ.ค.2567 สำหรับงบประมาณ 5,100 ล้านบาท  เป็นงบประมาณที่ใช้ใน 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ โดยไม่ได้ของบประมาณเพิ่ม

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เนื่องจากเป็นงบที่อยู่ในแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นตัวเลขที่รัฐบาลคิดขึ้นมา แต่เป็นงบประมาณที่มาจากผู้รู้จริงในแต่ละสาขานั่นคือภาคเอกชน และรัฐบาลเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก อีกทั้งภาคเอกชนก็มีความตั้งใจทำ และระมัดระวังเรื่องการใช้งบประมาณอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์จะมีโอกาสปรับลดงบประมาณลงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ต้องรอดูคณะกรรมการชุดใหญ่จะเห็นควรอย่างไร แน่นอนว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรารับฟัง และดีใจที่ทุกคนให้ความสนใจกับ 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ เพราะมีความหลากหลาย และเมื่อมีคนสนใจเชื่อว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องแข็งแรงและดีขึ้นอย่างแน่นอน 

‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน


โดยงบประมาณที่จะดึงมาจากกระทรวงหลักๆ คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวัฒนธรรม ย้ำว่าเป็นงบที่อยู่ในแต่ละกระทรวงอยู่แล้ว และนำมาจัดแจงว่าจะนำไปดำเนินการอย่างไรบ้าง

อีเวนต์สงกรานต์ ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ แนวคิดในการจัดงานสงกรานต์ตลอดเดือน เม.ย. น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตนได้สื่อสารไปในช่องทางเฟซบุ๊ก และเห็นการตีความมาว่าสาดน้ำกันทั้งเดือน ซึ่งส่วนตัวมองว่าก็คงจะหนาวเหมือนกัน หากสาดน้ำทั้งเดือน แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น จะเป็นการจัดกิจกรรม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยวันที่ 13-15 เม.ย. ที่เป็นวันสงกรานต์จะมีกิจกรรมเหมือนเช่นที่จัดขึ้นทุกปี เพียงแต่การจัดกิจกรรมที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งเดือน เป็นการดึงนักท่องเที่ยวให้มีจุดเที่ยวในประเทศไทยยาวนานขึ้น อยู่นานขึ้น นั่นคือจุดมุ่งหมาย พร้อมย้ำด้วยว่าการสาดน้ำ 30 วันคงจะเป็นไปไม่ได้ มันไม่ใช่อย่างนั้น ขอให้ทุกคนไปอ่านให้ดี

อุ๊งอิ๊ง ขอบคุณ มาดามเดียร์

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่า ซอฟต์พาวเวอร์ที่จริงแล้ว คือ น.ส.แพทองธาร ไม่ใช่สิ่งอื่นใด โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า นี่เป็นการให้เกียรติกัน ก็ต้องขอขอบคุณมาก และอย่างที่ตนพูดไปทุกเวทีว่าซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่สินค้า แต่เราจะทำให้สินค้าของไทยสร้างซอฟต์พาวเวอร์ ตนอาจจะพูดไปพูดมาหลายครั้ง ทำให้เกิดการงงกันบ้าง 

แต่ถ้าตามดูการให้สัมภาษณ์ของตนที่ไม่ได้ฟังเพียงแค่ท่อนเดียว จะเข้าใจว่าตนสื่อแบบนี้มาตลอดว่าซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ใช่สินค้า หรือไม่ใช่ชี้อะไรก็เป็นซอฟต์พาวเวอร์ไปหมด และเมื่อเกิดพลังอำนาจที่ทำให้คนคล้อยตามโดยไม่ต้องบีบบังคับนั่นแหละคือซอฟต์พาวเวอร์ และอยากให้ทุกคนมูฟออนคำนิยามของซอฟต์พาวเวอร์ได้แล้ว เพราะเรากำลังทำเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น เพื่อพัฒนาประเทศ เรามองไปที่จุดข้างหน้า แล้วปักหมุดแล้วว่าจะดันซอฟต์พาวเวอร์ให้คนทั่วโลกรู้จักเรา เข้าใจและชอบวัฒนธรรมของไทย นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เราไม่ได้พยายามนิยามคำว่าซอฟต์พาวเวอร์

ยินดี ‘มาดามเดียร์-มาดามแป้ง’ ชิงตำแหน่งสำคัญ

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.วทันยา บุนนาค ลงสมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนางนวลพรรณ ล่ำซำ ลงสมัครนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ว่าการที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทเป็นเรื่องที่ดี เพราะภาพจำของคนไทยในอดีตมองว่าอาชีพนั้นหรืออาชีพนี้เหมาะกับเพศชายเท่านั้น แต่เธอมองว่านิยามเหล่านั้นไม่สามารถใช้ได้ในปัจจุบันแล้ว ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิ์ในทุกๆ อาชีพเมื่อมีใจรักมีความสามารถ และได้รับโอกาส เพราะฉะนั้นจะผู้หญิง หรือผู้ชาย ก็สามารถทำได้หมด ส่วนตัวรู้สึกยินดีที่มีผู้หญิงเข้ามาเสนอตัวทำงานในตำแหน่งสำคัญๆ ทางด้านการเมือง และด้านอื่นๆ มากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องหมายว่าผู้หญิง และผู้ชาย ทำได้เท่ากัน แต่ไม่ได้แปลว่าผู้หญิงทำทั้งหมด เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน

เมื่อถามว่าหากมาดามเดียร์ได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะถือว่ากลายมาเป็นคู่แข่งทางการเมืองกันหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ส่วนตัวไม่คิดอย่างนั้น เพราะมองว่าหากใครได้เป็นหัวหน้าพรรคก็ถือว่าเป็นงานสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์ และจะไม่ใช่ภาพลักษณ์ของการแข่งขันกันระหว่างผู้หญิง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เข้าร่วมกิจกรรมประชุมสส.พรรคเพื่อไทยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เข้าร่วมกิจกรรมประชุมสส.พรรคเพื่อไทย

‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน
‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

ไพฑูรย์ ชี้ ‘หัวหน้า ปชป.คนที่ 9’ ต้องเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ ผู้แพ้ไม่ทิ้งพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564890

06 ธ.ค. 2566

ไพฑูรย์ ชี้ 'หัวหน้า ปชป.คนที่ 9' ต้องเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ ผู้แพ้ไม่ทิ้งพรรค

ไพฑูรย์ บิดา ‘นราพัฒน์ แก้วทอง’ คู่ชิงผู้นำประชาธิปัตย์ ชี้ ‘หัวหน้า ปชป.คนที่ 9’ ต้องเป็น คนรุ่นใหม่ แนะผู้แพ้ต้องไม่ทิ้งพรรค ผู้ชนะต้องใจกว้างเชิญมาร่วมงานด้วย ไม่ทำให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีต ทำให้พรรคอ่อนแอ

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2566 นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ บิดานายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งหัวน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 ให้สัมภาษณ์ ถึงการเลือก หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 ในวันที่ 9 ธันวาคม นี้ว่า เป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ ซึ่งทุกคนก็อยากให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จึงขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค 

นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

“เพราะตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ ต้องนำคนรุ่นใหม่มาทำงาน เพื่อให้ถึงลูกถึงคน และอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะต้องรับฟังได้ทุกอย่าง ไม่ใช่เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน ก็ถอดใจไม่ได้ ดังนั้น จึงจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์ และต้องใช้คนรุ่นใหม่ ผมก็มีหน้าที่สนับสนุน และทุกคนนับถือผมเป็นเสมือนพ่ออยู่แล้ว”

ไพฑูรย์ ชี้ 'หัวหน้า ปชป.คนที่ 9' ต้องเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ ผู้แพ้ไม่ทิ้งพรรค

นายไพฑูรย์ ยังกล่าวถึงนิสัยใจคอของนายนราพัฒน์ว่า นายนราพัฒน์ มีความนิ่งกว่าตน และถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ แม้จะอายุ 54 ปี แต่ผ่านประสบการณ์มามากทั้ง สส.4 สมัย และผู้ช่วยรัฐมนตรี 2 สมัย และยังมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นโครงการยุวประชาธิปัตย์ ที่ทำให้พรรคฯ เข้มแข็งด้วย ซึ่งหากนายนราพัฒน์ ไม่ได้เป็น หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 ก็ไม่เป็นไร เพราะอยู่ตำแหน่งใดก็สามารถทำงานได้ แต่นิสัยใจคอของนายนราพัฒน์ สามารถอยู่กับใครก็ได้ สามารถทำงานได้ไม่มีปัญหา

นายนราพัฒน์ แก้วทอง  ลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9นายนราพัฒน์ แก้วทอง ลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9

ส่วนหากนายนราพัฒน์ แพ้การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯ แล้ว ก็จะยังคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อใช่หรือไม่นั้น นายไพฑูรย์ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะอย่างตนเอง ก็ยังเคยทำงานกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทุกคนสามารถทำงานกันได้หมด 

นายไพฑูรย์ ปฏิเสธที่จะคาดการณ์ว่า การเลือกตั้ง หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 จะทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต แต่นายนราพัฒน์ ยืนยันแล้วว่า หากชนะก็จะเชิญ น.ส.วทันยา บุนนาค มาร่วมทำงานด้วย หรือหากไม่มีสิทธิ์ชนะก็พร้อมช่วยงานผู้ชนะ

มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9

นายไพฑูรย์ ยังยืนยันด้วยว่า นายนราพัฒน์ ไม่ได้มาหารือกับตนอย่างเฉพาะเจาะจง เพียงแต่มีการพูดคุยทั่วไป และตนไม่ได้เข้าข้างใคร แต่การช่วยหาเสียงเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ใช่การหาเสียงว่า ลูกตนเองดีอย่างไร แต่ให้สมาชิกพรรค ได้พิจารณาตัดสินใจเอาเอง

นายไพฑูรย์ ยังย้ำว่า ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ก็จะต้องยอมรับ ไม่ใช่แพ้แล้วหนีออกจากพรรค เหมือนที่ผ่าน ๆ มา เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ ดังนั้น ผู้แพ้ก็ควรอยู่กับพรรค และผู้ชนะจะต้องใจกว้างเชิญมาร่วมงานด้วย ไม่ทำให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนายนราพัฒน์ เพียงคนเดียว แต่จะต้องใช้คนหลาย ๆ ฝ่ายทำงานร่วมกัน และจะต้องใจเย็น ไม่ทะเลาะกัน 

“เพราะที่ผ่านมา ผู้แพ้ก็จะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชนะก็ไม่ได้ชักชวนผู้แพ้มาร่วมงานด้วย กลายเป็นคนละพวก จึงไปไม่รอด และหวังว่า การสื่อสารของผมจะเป็นแนวทางให้ทุกคน และผู้ใหญ่ในพรรคฯ ได้พิจารณาด้วยครับ”นายไพฑูรย์ กล่าวย้ำ

‘ผู้แทนการค้าไทย’ เพิ่มประสิทธิภาพส่งสินค้าไทยไปจีน จัดอบรมผู้ประกอบการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564789

05 ธ.ค. 2566

'ผู้แทนการค้าไทย' เพิ่มประสิทธิภาพส่งสินค้าไทยไปจีน จัดอบรมผู้ประกอบการ

‘ศาสตราจารย์นฤมล’ พบผู้แทนการค้าจีน เตรียมจัดอบรมผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เข้าหารือกับนาย Kevin Chen ผู้จัดการภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท Shanghai East Best Foreign Trade ตัวแทนรัฐวิสาหกิจจากจีน และผู้แทนจาก WeChat pay พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และผู้แทนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เพื่อร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการขายสินค้าของไทยไปยังจีน และการจัดทำโครงการ/หลักสูตรอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการภายใต้หัวข้อ Zero to Hero

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ศาสตราจารย์ นฤมล เปิดเผยว่า การจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อทราบถึงแนวโน้มตลาด การออกแบบดีไซน์ผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับตลาดจีน รวมถึงข้อกฎหมายเพื่อให้การส่งออกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ของจีน อาทิ WeChat ช่องทาง mini-program ซึ่งฝ่ายจีนจะหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ด้านการพัฒนาหลักสูตร รวมทั้ง พัฒนาการใช้แฟลตฟอร์มร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ Thaitrade ในการพัฒนาตลาดออนไลน์

โดยศาสตราจารย์ นฤมล ได้หวังว่าการจับมือร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ของจีนในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการของไทย และจะช่วยเพิ่มจำนวนการส่งออกสินค้าไทย และเศรษฐกิจไทยให้ดียิ่งขึ้น

ผู้แทนการค้าไทย เข้าหารือทางการจีนผู้แทนการค้าไทย เข้าหารือทางการจีน

‘ครูปรีดา’ ดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ใช้ชื่อร่าง ‘พ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564740

04 ธ.ค. 2566

'ครูปรีดา' ดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ใช้ชื่อร่าง 'พ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ'

หลังเปิดสภา 12 ธันวา ‘ครูปรีดา บุญเพลิง’ หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน จ่อดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ แต่ใช้ชื่อ ร่างพ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ ยึดพิมพ์เขียว ฉบับ ‘หมอระวี’ ล่ารายชื่อ สส.20 คน มั่นใจทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เอาด้วย ย้ำไม่ล้างผิด คดี 112

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2566 ดร.ปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน เปิดเผยว่า ขณะนี้บ้านเมืองต้องความสงบสุข เกิดความสมานฉันท์ของคนในประเทศ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีต ไม่เช่นนั้น ประเทศก็เดินต่อไม่ได้ หากยังไม่ละวาง ไม่นิรโทษกรรมผู้เห็นต่างทางการเมือง ที่กินเวลาผ่านไปหลายปีมากแล้ว

“ผมจะไปคุยกับ สส.หลังเปิดประชุมสภาฯ 12 ธ.ค. เพื่อรวบรวมรายชื่อสส.เข้าชื่อกันเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เพื่อเสนอต่อประธานสภาฯ ที่จะต้องได้สส.20 คนขึ้นไป ลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว แม้ผมเป็นสส.เพียงคนเดียว ของพรรคครูไทยเพื่อประชาชน แต่ก็จะเป็นผู้ไปรวบรวมรายชื่อ สส.ให้ครบ 20 คน เพื่อเสนอร่างดังกล่าวต่อสภาฯ”ดร.ปรีดา กล่าว 

'ครูปรีดา' ดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ใช้ชื่อร่าง 'พ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ'

ดร.ปรีดา ระบุว่า ร่างที่จะเสนอจะใช้ชื่อแนวว่าร่างพ.ร.บ.สร้างความสมานฉันท์ฯ ที่เนื้อหาหลักๆ ก็คือจะออกมาเพื่อให้มีการนิรโทษกรรมคดีเคลื่อนไหวทางการเมือง คดีที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง โดยให้ย้อนหลังไปตั้งแต่กลุ่มม็อบเสื้อเหลืองพันธมิตรฯ ไล่มาเรื่อย ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส.ส่วนม็อบสามนิ้ว ก็ต้องดูเป็นกรณีไป แต่หากโดนเอาผิดคดี 112 จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ต้องให้ดำเนินคดีไป เพราะร่างพ.ร.บ.สร้างความสมานฉันท์ ที่จะเสนอจะไม่ให้นิรโทษกรรมคดี 112 คดีทุจริต คดีอาญาร้ายแรง

ร่างพ.ร.บ.สร้างความสมานฉันท์ ที่จะเสนอฯ สภา เนื้อหาเกือบทั้งหมด จะคล้ายกับร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุขฯ หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ที่เคยเสนอเข้าสภาฯสมัยที่แล้ว โดยเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ ที่จะเสนอ เนื้อหาหลักๆ จะเหมือนกับร่างของนพ.ระวี เกือบทั้งหมด แต่จะมีแตกต่างกันบางส่วนเพราะได้คุยกันแล้ว จะขอปรับแก้ไขบางประเด็น

ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุขฯ ของนพ.ระวี ที่เสนอไปตอนสภาฯชุดที่แล้ว ตอนนั้น ทางสภาฯ ได้ส่งร่างดังกล่าว ฯ ไปรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานต่างๆ ตามขั้นตอนการรับฟังความเห็นแล้ว ดังนั้น หากต้องการความรวดเร็วให้ทัน ไม่ต้องไปรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง ก็อาจจะเอาร่างของนพ.ระวี ทั้งหมด รวมถึงชื่อร่างด้วยก็ได้ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มองกันไว้ โดยเชื่อว่า เมื่อมีการนำร่างพ.ร.บ.สมานฉันท์ฯ ที่จะเสนอเข้าสภาฯ ไปให้สส.ในสภาฯ ดู และคุยกับสส.ก็คงเอาด้วย เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือกัน

“เวลาผ่านนานแล้ว ต้องจบได้แล้ว ต้องหันหน้ามาคุยกันได้ ซึ่งกระบวนการพิจารณาของสภาฯ หากถึงตอนที่สภาฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรคก้าวไกล ที่เสนอไปแล้ว พอสภาฯพิจารณาร่างของพรรคก้าวไกล เขาก็จะนำร่างพ.ร.บ.ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน คล้ายๆกัน มาพิจารณาพร้อมกันทีเดียว ก็จะทำให้ร่างพ.ร.บ.สร้างความสมานฉันท์ ที่จะรวบรวมรายชื่อสส.หลังเปิดประชุมสภา 12 ธ.ค.ก็จะถูกพิจารณาไปพร้อมกันด้วย” ดร.ปรีดา ระบุ

มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ นอกจากพรรคก้าวไกลที่เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เข้าสภาฯไปแล้ว ก็ยังมีพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่อยู่ระหว่างการเตรียมยกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่จะใช้ชื่อว่าร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข ที่จะเสนอเข้าสภาฯด้วยเช่นกัน โดยของรทสช. จะมีนายถาวร เสนเนียม อดีตสส.หลายสมัย อดีตอัยการ คอยเป็นที่ปรึกษา ดูแลเนื้อหาและการยกร่างฯ อยู่ห่างๆ

ขณะเดียวกัน ก็จะมีกลุ่มพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ตอนนี้เปิดตัวมาแล้ว ก็คือ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ที่จะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อสส.เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เข้าสภาฯ เช่นกัน โดยกลุ่มของ ดร.ปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้รับการประสานและให้คำปรึกษาในการเคลื่อนไหวดังกล่าว จากกลุ่มของนพ.ระวี หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่เป็นหลัก ในการเคลื่อนไหวเพื่อรวมเสียงสส.ให้ได้ 20 คน จะได้เสอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯของพรรคเล็ก เสนอประกบไปกับร่างของพรรคก้าวไกล เพื่อถึงคิวสภาฯ พิจารณา จะได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่แต่ละพรรคเสนอ ที่แม้จะใช้ชื่อต่างกัน แต่หากเนื้อหาใกล้เคียงกัน สภาฯ ก็จะนำมาพิจารณาพร้อมกันหมด

“ถึงเวลาที่บ้านเมืองต้องเดินหน้า กฏหมายอะไรที่เสนอแล้วยังมีเสียงคัดค้าน หรือต่อต้าน และจะนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต ในฐานะสส.ขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วนพักเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งเสนอ หากเห็นว่าไม่เกิดผลดีต่อชาติบ้านเมือง ก็ขอให้เลิกซะ และผมยืนยันหลักการของพรรคครูไทยฯ ไม่แตะมาตรา 112 เด็ดขาด”ดร.ปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน กล่าวย้ำกับคมชัดลึก

‘ศรีสุวรรณ’ จี้ ‘มท.1’ สอบประมูล CCTV ชายแดนใต้ คนในพรรคสั่งล็อคสเปค หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564714

04 ธ.ค. 2566

'ศรีสุวรรณ' จี้ 'มท.1' สอบประมูล CCTV ชายแดนใต้ คนในพรรคสั่งล็อคสเปค หรือไม่

“ศรีสุวรรณ” ร้องถึง “อนุทิน” รมว.มหาดไทย สั่งสอบประมูล CCTV ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ หลังพบพิรุธ บริษัทชนะประมูล ใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่ชื่อดังหรือไม่ เล็งร้อง ป.ป.ช.-กมธ.สภาฯ

4 ธ.ค. 2566  ที่กระทรวงมหาดไทย นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบการประกาศผลผู้ชนะการประมูลติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อ 29 พ.ย.2566 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ชนะการประมูลเป็นคนที่ทำธุรกิจกับเครือญาติอดีตนักการเมืองใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์และเป็นคนที่ซื้อเครื่องบินมือ 2 ต่อจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  หรือ มท.1 ใช่หรือไม่
             

ก่อนหน้านี้ นายศรีสุวรรณ เคยยื่นหนังสือท้วงติง และจับพิรุธการเขียน TOR  เอื้อบริษัทที่ใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่ใน จ.บุรีรัมย์ มาแล้วเมื่อต้น ก.ย.2566 แต่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการฯ ก็ไม่ได้มีการทบทวนแก้ไข TOR ดังกล่าว และมีการดำเนินการเปิดให้มีการยื่นประมูลการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ วงเงิน 965 ล้านบาท โดยประกาศผลกระประมูลไปเมื่อ 29 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา

 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน

และก็เป็นไปตามที่คาด ผู้ชนะการประมูลคือ คนที่ร่วมทำธุรกิจขายตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติกับเครือญาติอดีตนักการเมืองใหญ่ใน จ.บุรีรัมย์  โดยมีข้อพิรุธที่ถูกจับผิดว่าชนะการประมูลมาได้อย่างไร เนื่องจากในเอกสารเสนอราคาของบริษัทผู้ชนะเสนอราคาเป็นเงิน 950 ล้านบาท แต่ในใบประกาศผู้ชนะงานทำไมถึงเป็น 930 บาท มีการปกปิด ซ่อนเร้น อำพราง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทดังกล่าวหรือไม่

ส่วนบริษัทที่เสนอราคาต่ำ 820 ล้าน กลับถูกตีตกแม้จะเสนอราคาต่ำที่สุดโดยอ้างว่าเอกสารไม่ครบ หากเอกสารไม่ครบจะให้เข้าร่วมประมูลไปได้อย่างไร จึงเป็นเรื่องที่มีข้อพิรุธ และเมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกลงไปอีกจะพบความผิดปกติ และข้อสงสัยหลายประการ เกี่ยวกับบริษัทที่ชนะการประมูล เช่น บริษัทผู้ชนะงานเป็นไกล้ชิดอดีตนักการเมืองใหญ่ชื่อดังของบุรีรัมย์ใช่หรือไม่  , เป็นบริษัทที่แกนนำมีความสนิทสนมและขับเครื่องบินส่วนตัวรับส่งนักการเมืองชื่อดังคนดังกล่าวด้วยหรือไม่ , บริษัทดังกล่าวมีกิจการตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติชื่อดัง ที่เครือญาติอดีตนักการเมืองดัง แกนนำคนสำคัญในพรรคของ มท.1 เป็นผู้ถือหุ้นด้วยใช่หรือไม่ และเป็นคนที่เคยซื้อเครื่องบินส่วนตัวมือ 2 ต่อจาก มท.1 ใช่หรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยา จี้ มท.1 สอบปมประมูล CCTV 5 จังหวัดชายแดนใต้ ศรีสุวรรณ จรรยา จี้ มท.1 สอบปมประมูล CCTV 5 จังหวัดชายแดนใต้

นอกจากนั้นพบว่า มีข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย กรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และ ผู้บริหารระดับสูงให้การช่วยเหลือ ช่วยพลิกคะแนน ช่วยหาวิธีการต่างๆ และ ทำทุกวิธีการเพื่อให้บริษัทเอกชนรายดังกล่าวเป็นผู้ชนะการประมูลใช่หรือไม่ เพราะเห็นชัด ว่าบริษัทที่ชนะการประมูลได้คะแนนเทคนิคต่ำสุด แต่เสนอราคาสูงสุด แต่ใกล้ชิดนักการเมืองชื่อดัง กลับเป็นผู้ชนะการประมูลงานไปได้อย่างไร ส่วนบริษัทที่ได้คะแนนเทคนิคสูงสุด และเสนอราคาต่ำสุด กลับถูกกลั่นแกล้งตีตกให้แพ้ไปได้อย่างไร ฯลฯ
             

จากเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความ พร้อมรายละเอียดที่จับพิรุธและข้อสงสัยมายื่นร้องเรียน ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ทำการตรวจสอบและสั่งระงับการเซ็นสัญญาบริษัทที่ชนะการประมูลไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบให้โปร่งใส และหาก มท.1 ยังเพิกเฉย เรื่องนี้ต้องไปต่อที่ กมธ.สภาฯ และ ป.ป.ช. ต่อไป 

‘พวงเพ็ชร’ เปิด ‘บัญชีทรัพย์สิน’ รวยกว่า 870 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564708

04 ธ.ค. 2566

'พวงเพ็ชร' เปิด 'บัญชีทรัพย์สิน' รวยกว่า 870 ล้าน

เจ้าแม่นครบาล แจ๋น ‘พวงเพ็ชร’ เปิดกรุสมบัติต่อป.ป.ช. รวยกว่า 870 ล้านบาท มีพระเครื่องชุดเบญจภาคี ราคา 40 ล้าน ร่วมอยู่ใน ‘บัญชีทรัพย์สิน’ ด้วย

บัญชีทรัพย์สินฯ ที่นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ยื่นต่อ ป.ป.ช.กรณีเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 กันยายน 2566 มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 871,071,133 บาท โดยมีหนี้สิน 17,597,018 บาท

บัญชีทรัพย์สินของนาง พวงเพ็ชร เป็นเงินสด 500,000 บาท  เงินฝาก 45 ล้านบาท 529,534 บาท ในบัญชีนาคาร 30 บัญชี ซึ่งส่วนใหญ่ฝากที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว กว่า 20 ล้านบาท และยังมีฝากไว้ที่ธนาคารกรุงศรีฯ สาขาสะพานควาย 21,700,000 บาท

มีเงินลงทุน 70,710,636 บาท เช่น กองทุนเปิดตราสารหนี้ 2 ปี ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว 20,231,400 บาท กองทุนธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว 20,200,371 บาท ยังมีกองทุนเปิดตราสารหนี้ธนาคารกรุงเทพ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว 10,127,590 บาท

โดยมีที่ดิน 213,030,000 บาท รายละเอียด 51 แปลง เช่น โฉนดที่ดินเขตบางซื่อกรุงเทพมหานคร 4 แปลง  มูลค่ากว่า 56 ล้านบาท , โฉนดที่ดินอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี อีก 6 แปลง มูลค่าราว 58,200,000 บาท มีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 333,550,000 บาท

บัญชีทรัพย์สินอื่นมูลค่า 179,629,000 บาท มีจำนวน 29 รายการ โดยมีชุดเบญจภาคี 1 ชุด มูลค่า 40 ล้านบาท  ชุดพระเครื่อง 154 ชิ้นมูลค่า 18,852,000 บาท  นาฬิกา 22 เรือนมูลค่า 11,500,000 บาท และมีแหวนเพชร ต่างหู  จี้เพชร 19 ชิ้นมูลค่า 37,800,000 บาท, และยังมีแหวนต่างหูเพชรอีก 26 ชิ้นมูลค่า 27,870,000 บาท  มีกระเป๋าแบรนด์เนม 22 ใบมูลค่า 3,150,000 บาท

‘บัญชีทรัพย์สิน’ ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ พ้นตำแหน่งรวยกว่า 100 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564704

04 ธ.ค. 2566

'บัญชีทรัพย์สิน' 'เฉลิมชัย ศรีอ่อน'  พ้นตำแหน่งรวยกว่า 100 ล้าน

ป.ป.ช. เปิด ‘บัญชีทรัพย์สิน’ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ‘ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ‘ พ้นตำแหน่งรมว.เกษตรฯ รวยกว่า 100 ล้าน สะสมปืนกว่า 10 กระบอก

บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อายุ 58 ปี ยื่นกรณีพ้นจากตำแหน่งต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 มีทรัพย์สินรวมกับ นางธันยวีร์ ศรีอ่อน คู่สมรส รวม 102,537,251.90 บาท มีหนี้สินรวม 10,530,001 บาท

ในส่วนของ นายเฉลิมชัย มีทรัพย์สิน 43,281,189.040 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 3,881,189.040 บาท ที่ดิน 32,900,000 บาท ยานพาหนะ 1,000,000 บาท และทรัพย์สินอื่น 5,500,000 บาท มีหนี้สิน 10,000,000 บาท

รายได้ต่อปี 1,932,080 บาท มาจากเงินเดือนเงิน-ประจำตำแหน่ง เงินทุนเลี้ยงชีพ เบี้ยประชุม และค่าเช่าที่ดิน ไม่มีรายจ่ายต่อปี / มีเงินฝาก 5 บัญชี มีที่ดิน 11 แปลงส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ / สะสมอาวุธปืน 10 กระบอก มีสร้อยคอทองคำ-พระเครื่อง แหวนเพชร-พลอย และ นาฬิกา 5 เรือน

สำหรับนางธันยวีร์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 59,256,062.86 บาท มีทั้งเงินฝาก เงินให้กู้ยืม / ที่ดินมูลค่า 41,700,000 บาท โรงเรือนละสิ่งปลูกสร้าง 2,000,000 บาท ยานพาหนะ 400,000 บาท และทรัพย์สินอื่น 8,000,000 บาท / มีหนี้สิน 530,001 บาท จากเงินเบิกเกินบัญชี

มีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง 1,826,102 บาทต่อปี และไม่มีรายจ่ายต่อปี // มีเงินฝาก 7 บัญชี มี 2 รายการเงินให้กู้ยืม รวม  1,100,000 บาท มีที่ดิน 39 แปลง ส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ / สะสมนาฬิกา แหวนเพชร-พลอย เข็มกลัดเพชร เข็มขัดทองพร้อมหัวพลอยนพเกล้า สร้อยคอเพชร สร้อยคอมุก กำไลข้อมือเพชร-พลอย ต่างหูเพชร และกระเป๋าถือ

‘บิ๊กป๊อก’ อู้ฟู่ เปิด ‘บัญชีทรัพย์สิน’ เงินสด 34 ล้าน ปืน 22 กระบอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564702

04 ธ.ค. 2566

'บิ๊กป๊อก' อู้ฟู่ เปิด 'บัญชีทรัพย์สิน' เงินสด 34 ล้าน ปืน 22 กระบอก

ป.ป.ช. เปิด ‘บัญชีทรัพย์สิน’ ‘บิ๊กป๊อก’ และคู่สมรส รวยกว่า 34 ล้าน ไม่มีหนี้สิน เกษียณแล้ว ยังมีรายได้ปีละกว่า สองล้านบาท

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จำนวน 12 ราย ของสำนักงาน ป.ป.ช.ในช่วงวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2567 มีรายการที่น่าสนใจของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์

โดยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อายุ 74 ปี ยื่นพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 มีทรัพย์สินรวมกับ นางกุลยา เผ่าจินดา คู่สมรส รวม 34,180,362.050 บาท ไม่มีหนี้สิน

ในส่วนของ บิ๊กป๊อก มีบัญชีทรัพย์สินรวม 23,733,748.83 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 7,156,748.83 บาท ที่ดินกรรมสิทธิ์รวมคู่สมรส 4,991,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง  5,000,000 บาท ยานพาหนะ 3,150,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 1,710,000 บาท และทรัพย์สินอื่น 1,726,000 บาท

ขณะเดียวกัน มีรายได้ต่อปี 2,300,332 บาท มาจากเงินเดือนข้าราชการบำนาญ เงินเดือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเบี้ยประชุม / ส่วนรายจ่ายต่อปี 960,000 บาท

รายการเงินฝาก พลเอก อนุพงษ์ มี 8 บัญชี / มีที่ดิน 6 แปลง อยู่ในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ จำนวน 4 โฉนด และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2 โฉนด / มีรถยนต์ 5 คัน / มีนาฬิกาปาเต๊ะฟิลลิปส์ 1 เรือน นาฬิกาโรเล็กซ์ DAte Just 1 เรือน รถจักรยาน 2 คัน รวม 450,000 บาท ปืนสั้นและปืนยาว รวม 22 กระบอก

สำหรับ นางกุลยา คู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 10,446,613.22 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 1,146,613.22 บาท และทรัพย์สินอื่น 9,300,000 บาท / ไม่มีรายได้ต่อปี แต่มีรายจ่ายปีละ 600,000 บาท / มีเงินฝาก  5 บัญชี / มีเครื่องประดับ ทั้ง แหวนเพชร ชุดสร้อยข้อมือเพชร-ทองขาว ชุดต่างหูเพชร ชุดแหวนเพชรและต่างหูเพชร ชุดสร้อย แหวน ต่างหูมุก นาฬิกาผู้หญิงโรเล็กซ์ 2 เรือน และนาฬิกาปาเต๊ะฟิลลิปส์ 1 เรือน

ภูมิธรรม ย้ำจุดยืน ‘นิรโทษกรรม’ ไม่เพิ่ม ‘ความขัดแย้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564701

04 ธ.ค. 2566

ภูมิธรรม ย้ำจุดยืน 'นิรโทษกรรม' ไม่เพิ่ม 'ความขัดแย้ง'

‘นิรโทษกรรม’ ต้องไม่เพิ่ม ‘ความขัดแย้ง’ จุดยืนเพื่อไทย เตรียมส่งร่างกฎหมายประกบก้าวไกล ตามฉันทามติของหลายภาคส่วน

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มองว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย ประกบคู่กับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกลว่า เป็นฉันทามติของหลายส่วนงาน ที่ต้องการเห็นการนิรโทษกรรม และการแก้ปัญหา

แต่ประเด็นการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นข้อขัดแย้งที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ซึ่งหลายพรรคการเมือง ก็ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคก้าวไกล และความเห็นในสังคม ก็ยังไม่มีข้อยุติ ฉะนั้น จึงต้องหาข้อยุติให้ได้ก่อน ส่วนจะเสนอร่างประกบกันอย่างไรก็ต้องพิจารณาอีกที

พรรคเพื่อไทย ยืนยันชัดเจนแล้วว่า เรื่องใดที่เป็นความขัดแย้งในสังคม ต้องมีข้อยุติก่อน ซึ่งถ้าทุกภาคส่วนมีความชัดเจนว่า ทุกคนเห็นด้วย และเข้าใจ ก็พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว เพราะพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการเห็นการสร้างความขัดแย้งขึ้นมาใหม่

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติยังติดใจเรื่องคดีทุจริต และการชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือนเมษายน 2553  พรรคเพื่อไทยยัง ต้องรอดูในรายละเอียดว่า มีเหตุมีผลที่สมควรหรือไม่

นายกฯมั่นใจ ‘สาธารณสุข’ แก้ ‘ปัญหายาเสพติด’ ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564685

03 ธ.ค. 2566

นายกฯมั่นใจ 'สาธารณสุข' แก้ 'ปัญหายาเสพติด' ได้

ชื่นชม หนองบัวลำภู โมเดล แก้ ‘ปัญหายาเสพติด’ ได้ผล นายกรัฐมนตรี มั่นใจ กระทรวง ‘สาธารณสุข’ บำบัดผู้ติดยา คืนคนดีสูสังคม

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่การตรวจราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งแรก ระหว่างวันที่ 3 – 4 ธันวาคมนี้

ก่อนการประชุมได้ลงพื้นที่ติดตามมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด หนองบัวลำภูโมเดล และการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพยาเสพติด และรับฟังผลการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยกลไกการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน หรือ Community Based Treatment: CBTx ที่บ้านภูดินทอง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู และได้พบกับกลุ่มผู้ที่ได้รับการบำบัดจนหลุดพ้นจากยาเสพติดเรียบร้อยแล้ว

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับอดีตผู้ที่เสพยาเสพติด และได้รับการบำบัดรักษา จนสามารถหลุดพ้นจากยาเสพติดได้ พร้อมให้กำลังใจว่า แม้จะเคยมีความผิดพลาด แต่ชุมชน ก็สามารถมีส่วนในการนำผู้ติดยากลับเข้าสู่สังคม เพื่อเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคม สามารถช่วยเหลือสังคม และครอบครัวได้ โดยขอให้ทุกคนมีความภูมิใจ และอย่าหวนกับไปติดยาเสพติด

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามมาตรการกระบวนการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชจากปัญหายาเสพติด ที่โรงพยาบาลสุวรรณคูหา หรือ Mini – ธัญญารักษ์ และได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการรถเก็บตัวอย่างชีวะนิรภัยพระราชทาน, รถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลพระราชทาน, รถโมบายคลายเครียด โรงพยาบาลสวนปรุง และรถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ระบบดิจิทัล และอัลตร้าซาวด์อัตโนมัติ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรี  มั่นใจว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำงานได้เป็นอย่างดีโดยดูแลประชาชนผู้ติดยาเสพติดจนหาย และคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคมต่อไป