สู้ไม่ถอย ‘มาดามเดียร์’ ชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์’ พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564997

08 ธ.ค. 2566

สู้ไม่ถอย 'มาดามเดียร์' ชิงตำแหน่ง 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์' พรุ่งนี้

‘มาดามเดียร์’ เดินหน้าลงสมัคร ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์’ แม้ สส. เตรียมเสนอชื่อ ‘เฉลิมชัย’ หวังเลือกจากความสามารถ ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์

น.ส.วทันยา บุนนาค “มาดามเดียร์” ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันต่อสู้ชิงตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” ในวันที่ 9 ธ.ค. นี้ต่ออย่างแน่นอน

โดยระบุว่า หนทางเดียวที่จะทำให้ประชาธิปัตย์กลับมาเป็นที่ไว้วางใจ กลับมาเป็นที่หวังของประชาชน คือ การทำจุดยืนทางการเมืองและการทำอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาชัดเจน และการที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อประชาชนและสังคม ไม่ใช่เพื่อตัวเอง วันนี้กำลังเผชิญความท้าทายกับโลกต่างๆ เช่น การปฏิวัติเทคโนโลยี ภาวะโลกร้อน หรือปัญหาสังคมผู้สูงวัย ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก แต่ในขณะที่เราไม่สามารถก้าวข้าวกัดดักปานกลางไปได้ นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่ต้องเผชิญความท้าทายในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคการเมืองจะต้องทำ คือ การที่เราเสนอทางออกในการก้าวไปรอเปลี่ยนแปลงที่จะต้องเกิดขึ้นเป็นทางเลือกให้กับประชาชน ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อตัวเอง และสุดท้ายต้องยึดและฟังความต้องกาาของประชาชน

น.ส.วทันยา บุนนาคน.ส.วทันยา บุนนาค

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงอยากบอกว่า ตั้งใจและศรัทธาในวิถีแห่งอุดมการณ์และนั่นคือเหตุผลทำไมจึงเสนอตัวเองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “จะไม่เปลี่ยนแปลงคำพูดใดๆ จะไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนของตัวเอง แต่จะขอสู้ให้ถึงที่สุด” 

ส่วนกรณีที่ 21 สส. มีมติเสนอนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ชิงหัวหน้าพรรค นั้น น.ส.วทันยา กล่าวว่า ไม่รู้สึกอย่างไร หากมีจำนวนแคนดิเดตหัวหน้าพรรคมากเท่าไหร่ ถือว่าเป็นโอกาสดีที่สมาชิกพรรคจะมีตัวเลือกมากขึ้น แต่ในส่วนของความคิดเห็นที่เกี่ยวกับเรื่องคำพูด น่าจะเป็นการตัดสินใจของประชาชน เมื่อเป็นเช่นนั้นจะรู้สึกอย่างไรกับพรรคและให้ความไว้วางใจพรรคหรือไม่ 

ส่วนความหวังเลือกหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา กล่าวว่า วันที่ตัดสินใจเพราะเราศรัทธาในวิถีอุดมการณ์แบบนี้ เรามีความฝันอยากทำการเมืองแบบนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะลงมือทำ ไม่ได้เป็นการตัดสินใจเพราะไปต่อรองผลประโยชน์ใดๆ ไม่ตัดสินใจถึงผลแพ้หรือชนะ จึงเป็นเหตุผลไม่ว่า สิ่งใดจะเกิดขึ้น “ขอทำตามความฝันและสู้จนถึงที่สุด” ซึ่งเคารพในเสรีภาพความเห็นที่แตกต่าง

ส่วนทิศทาง สส. ส่วนใหญ่เทคะแนนให้นายเฉลิมชัย เนื่องจากทำงานด้วยกันมากว่า 4 ปีแล้ว น.ส.วทันยา ระบุว่า ไม่สามารถตอบแทนสมาชิกคนอื่นได้ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งเหตุผลที่ตัดสินใจเข้ามาทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะศรัทธาว่าเป็นพรรคที่มีประชาชนเป็นเจ้าของ ไม่มีใครเป็นเจ้าของกดปุ่มสั่งการ สมาชิกทุกคนมีเสรีภาพทางความคิดในการที่จะแสดงออก 

แต่หากไม่ได้รับเลือก น.ส.วทันยา ระบุว่า จุดนี้เป็นสิ่งที่ต้องกลับมาประเมินว่า หลังจากนี้ทิศทางพรรคจะยังคงเป็นเหมือนวันแรกที่เดินเข้ามาสมัครสมาชิกพรรคหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจใดๆ และยืนยันไม่ได้เป็นความผิดใคร พรรคเป็นเรื่องของพรรค สมาชิกเป็นเรื่องของสมาชิก ส่วนแนวอุดมการณ์ก็เป็นเรื่องของตัวตนเอง และแน่นอนว่าหากเราไม่เหมาะกับองค์กรใด ก็คงเป็นเรื่องของตัวเรามากกว่าที่จะต้องพิจารณาตัวเอง 

น.ส.วทันยา ฝากถึงสมาชิกพรรคว่า แม้ตนจะเป็นคนเลือดใหม่ ของประชาธิปัตย์ เข้ามาทำงานกับพรรคเพียงแค่ 1 ปีเศษ แต่เชื่อวิธีอุดมการณ์และเลือกขอยืนหยัดต่อสู้เพื่อที่จะทำตามความฝัน ความเชื่อ ความศรัทธา ซึ่งเชื่อว่าสมาชิกคนอื่นๆ มองไม่ต่างกัน พรรคจะไปไม่ถึงฟากฝั่ง หากไม่ได้รับการยินยอมพร้อมใจหรือได้รับการสนับสนุน แต่วันนี้พรรคไม่ได้อยู่ที่มือใคร การเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้จริงนั้น อยู่ในมือของพวกเราทุกคน เพราะฉะนั้นอยากขอโอกาสให้ในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) ขอให้ทุกคนได้เปิดโอกาสให้กับตนเอง ตั้งแต่การผ่านมติยกเว้นคุณสมบัติ นี่ไม่ใช่เปิดโอกาสเพียงให้ตนแข่งขันสู้หัวหน้าพรรค แต่เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคมีโอกาสเปลี่ยนแปลงในอนาคตด้วน

“ยืนยันตั้งใจมาด้วยตัวเอง หากต้องการฟื้นฟูพรรค ต้องเลิกเลือกจากความสัมพันธ์และระบบอุปถัมภ์ จุดนี้ไปให้ได้ต้องเลือกคนจากคุณสมบัติและความสามารถอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นจะนำสู่ปัญหาความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันในพรรค สุดท้ายคนที่เสียหายที่สุดคือประชาชน และพรรคจะสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถไป” น.ส.วทันยากล่าว

น.ส.วทันยา บุนนาคน.ส.วทันยา บุนนาคน.ส.วทันยา บุนนาคน.ส.วทันยา บุนนาค

‘นราพัฒน์’ ประกาศถอย ขอเป็นอีกเสียงหนุน ‘เฉลิมชัย’ ชิง ‘หัวหน้า ปชป.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564976

07 ธ.ค. 2566

‘นราพัฒน์’ ประกาศถอย ขอเป็นอีกเสียงหนุน ‘เฉลิมชัย’ ชิง 'หัวหน้า ปชป.'

‘นราพัฒน์ แก้วทอง’ ประกาศถอย หนุน ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลั่นเป็นทีมเดียวกัน ขอเป็นหนึ่งเสียงโหวตสนับสนุน จ่อเข้าพบพรุ่งนี้

นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประกาศตัวชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ 21 สส.พรรคมีมติ ให้เชิญนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคมาเป็นหัวหน้าพรรคว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ก็คงไม่ลงชิงหัวหน้าพรรค เพราะเมื่อเดินมาในทิศทางเดียวกัน โดยสส.มีความเห็นเป็นเอกภาพเช่นนี้แล้ว 

ตนก็คงไม่ทำลายความเป็นเอกภาพ  เพราะที่ผ่านมาต้องการเรียกร้องความเป็นเอกภาพ เหมือนที่ผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนต้องการให้เกิดเอกภาพในพรรค และการที่ตนประกาศลงชิงหัวหน้าพรรคก็ได้บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะอยู่ในตำแหน่งเพียงปีครึ่ง เพื่อทำให้พรรคมีความเป็นเอกภาพ

แต่หากวันนี้สะท้อนความเป็นเอกภาพขึ้นมา ตนก็มองว่าตรงกับสิ่งที่ใจต้องการจะทำ เพราะได้คุยกับ นายเฉลิมชัยไว้แบบนั้น ซึ่งในเมื่อตรงกันแล้วและสส ออกมาเป็นเอกภาพแบบนี้ ตนก็จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่จะไปเชิญ นายเฉลิมชัย มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ 

ดังนั้นเชื่อว่าในวันพรุ่งนี้ (8 ธ.ค.) น่าจะมีคำตอบจากนายเฉลิมชัย ซึ่งหากนายเฉลิมชัยรับ ตนก็พร้อมที่จะรักษาบรรยากาศความเป็นเอกภาพของพรรคแต่หากนายเฉลิมชัยไม่รับตนก็เดินหน้า ลงชิงหัวหน้าพรรคต่อไป

“ครั้งแรกที่ไม่มีการแข่งขันเพราะคิดว่ามีความเป็นเอกภาพกันได้ แต่พอมีการแข่งขันซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างที่ตนให้สัมภาษณ์เอาไว้ แต่ก็กังวลว่าแข่งกันแล้วจบออกมาแล้วจะแตกแยกอีกหรือไม่ จะมีปัญหาหรือไม่ดังนั้นวันนี้ส.สหลายท่านตระหนักในเรื่องนี้ จึงมีการลงชื่อกันเพื่อจะเชิญท่านมาเป็นหัวหน้าพรรค ผมก็เป็นอีกหนึ่งเสียงที่เห็นด้วย พรุ่งนี้ก็จะเป็นส่วนร่วมในการที่จะไปขอท่าน เพราะตอนนี้ท่านยังไม่รับปาก” นายนราพัฒน์ กล่าว

นายนราพัฒน์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนายเฉลิมชัยในเบื้องต้นยังคงยืนยันว่าจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตามที่สส.ปชป.ได้มีมติไปเชิญ แต่พวกตนยืนยันว่าจะพยายามโน้มน้าวให้ใจอ่อนให้ได้ ทั้งนี้เห็นว่าสถานการณ์พรรคในขณะนี้อยากให้ทุกคนคิดถึงพรรคให้มากๆ อยากให้พรรคมีความเป็นเอกภาพและการที่มี สส. 21 คนร่วมลงชื่อแบบนี้ ฉะนั้นเราก็ควรจะเป็นอีกหนึ่งเสียงในการที่จะสนับสนุนนายเฉลิมชัยมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วย

สุดปัง ไทยจัดงานเฉลิมฉลอง ‘สงกรานต์’ ขึ้นมรดกโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564974

07 ธ.ค. 2566

สุดปัง ไทยจัดงานเฉลิมฉลอง 'สงกรานต์' ขึ้นมรดกโลก

รัฐบาลไทย จัดงานเฉลิมฉลอง ‘สงกรานต์’ ขึ้นมรดกโลก ‘นายกฯ’ ประกาศผลักดันเป็นเทศกาลระดับโลก เปิดโอกาสทุกวัย ทุกเชื้อชาติ เข้าถึงประเพณีไทย

“สงกรานต์ไทย” กลายเป็นมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจาก UNESCO ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ 

วันนี้คนไทย โดยเฉพาะชาวกทม. ร่วมเฉลิมฉลองงาน “สงกรานต์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ” ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พร้อมด้วย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงนายซูฮย็อน คิม ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก ประจำประเทศไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมงาน 
 

ที่มา :  รัฐบาลไทยที่มา : รัฐบาลไทย

ที่มา :  รัฐบาลไทยที่มา : รัฐบาลไทย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในนามรัฐบาลและประชาชนไทย ประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ขอประกาศเจตนารมณ์ในการรักษาและสืบทอดประเพณีสงกรานต์ ดังนี้ 
1. ประเทศไทยจะร่วมกันธำรงรักษา ถ่ายทอดและสร้างสรรค์ ประเพณีสงกรานต์ ให้มีการปฏิบัติและ สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยมาตรการส่งเสริมและรักษาที่เหมาะสม รวมทั้งให้ความเคารพและยอมรับต่อวิถีปฏิบัติของทุกชุมชน  
2. ประเทศไทยจะส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของประเพณีสงกรานต์ ในฐานะตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ และบ่อเกิดของการพัฒนาที่ยั่งยืน 
3. ประเทศไทยจะเปิดโอกาสอย่างทั่วถึงแก่คนทุกเชื้อชาติ ทุกเพศ ทุกภาษา และทุกศาสนา ให้สามารถเข้าถึงประเพณีสงกรานต์ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยเคารพต่อธรรมเนียมปฏิบัติของชุมชน และจะร่วมกับชุมชนนานาชาติในการรักษาและสืบทอดประเพณีสงกรานต์ในทุกที่ ด้วยจิตใจของความร่วมมือและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจะเปิดโอกาสแก่คนทุกเชื้อชาติ ทุกเพศทุกภาษาและทุกศาสนา ให้สามารถเข้าถึงประเพณีสงกรานต์ในทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้ โดยเคารพต่อธรรมเนียมปฏิบัติของชุมชนและจะร่วมกับชุมชนนานาชาติ รักษา และสืบทอดประเพณีสงกรานต์ในทุกพื้นที่ บนความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้สงกรานต์ในประเทศไทย เป็นเทศกาลระดับโลก เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ 

ทั้งนี้รัฐบาลผลักดัน Soft Power อย่างต่อเนื่อง โดยในการสงกรานต์ปี 2567 จะมีการจัดงาน “สงกรานต์ World Water Festival” ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากการจัดงานสงกรานต์แล้ว ยังมีการกิจกรรมอื่นๆ ทางมหกรรมดนตรี อาหาร ศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้สงกรานต์ในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงการสาดน้


ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึง การขึ้นทะเบียนสงกรานต์ กับยูเนสโก ว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 เห็นชอบให้ดำเนินการเสนอ “สงกรานต์ในประเทศไทย” ประเพณีปีใหม่ไทย ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ต่อ UNESCO  

สำหรับ “สงกรานต์” เป็นประเพณีปีใหม่ไทยที่เฉลิมฉลองในช่วงกลางเดือนเมษายน ของทุกภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งได้รับการถือปฏิบัติและสืบทอดอย่างยาวนาน ประเพณีอันงดงามและมีความหมายสะท้อนให้เห็นถึงความกตัญญูของคนไทย ที่มีต่อบรรพบุรุษ ความเอื้ออาทรและความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ประเพณีสงกรานต์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้เคารพนับถือ จัดขบวนแห่ของชุมชนที่แสดงถึงตำนานสงกรานต์ จัดละครพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ การละเล่น และการแสดงต่าง ๆ เป็นต้น  

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมและดำเนินงานปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จึงได้จัดงานขึ้น เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้เกิดการสงวนรักษา อนุรักษ์ สืบสาน ปกป้อง คุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างการรับรู้ให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ก่อให้เกิดการเข้าใจและยอมรับในระบบสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อีกด้วย 

สำหรับบรรยากาศภายในงานจะมีพิธีสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ขบวนแห่ฉลองสงกรานต์ไปยังวัดสุทัศนเทพวราราม ประกอบด้วย ขบวนมหาสงกรานต์จตุรทิศแผ่นดินไทย ขบวนอันเชิญพระพุทธสิหิงค์ ขบวนตำนานนางสงกรานต์ ทั้ง 7 วัน นำโดย แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 มาในชุด “นางมโหธรเทวี” (นางสงกรานต์ ประจำปี 2567) ตามด้วยขบวนเริงรื่นชื่นสงกรานต์ 4 ภาค ขบวนแตรวงกลองยาว และยังมีการแสดงดนตรีโดยวงสุนทราภรณ์ ในเวลา 19.00 น. ณ ลานคนเมือง กทม.

แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023  แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023

ที่มา :  รัฐบาลไทยที่มา : รัฐบาลไทย

ที่มา :  รัฐบาลไทยที่มา : รัฐบาลไทย

ที่มา :  รัฐบาลไทยที่มา : รัฐบาลไทย

ก๊วน 21 สส.ปชป. ดัน ‘เฉลิมชัย’ ชิง ‘หัวหน้า ปชป.’ อ้างประสานได้ทุกฝ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564966

07 ธ.ค. 2566

ก๊วน 21 สส.ปชป. ดัน 'เฉลิมชัย' ชิง 'หัวหน้า ปชป.' อ้างประสานได้ทุกฝ่าย

ก๊วน 21 สส.ปชป. กลุ่มเพื่อต่อ ดัน ‘เฉลิมชัย’ ชิง หัวหน้า ปชป. อ้างเป็นนักประสานได้ทุกฝ่าย ยันไม่ตระบัดสัตย์ เตรียมดึง 2 แดนดิเดต ‘นราพัฒน์-มาดามเดียร์’ เข้าร่วมงาน แต่ ‘ต่อ เฉลิมชัย’ ขอเวลา1-2 วัน ก่อนตัดสินใจ ลงชิงหัวหน้าพรรคหรือไม่

วันนี้(7 ธ.ค. 2566) เมื่อเวลา 16.30น. ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กลุ่ม 21 สส.กลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคและรักษาการเลขาธิการพรรค นำโดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัยชนะ เดชเดโช รักษารองเลขาธิการพรรค ได้นัด สส.หารือเพื่อวิเคาระห์ถึงสถาารณ์ของพรรคและความเห็นของสส.แต่ละคนว่า เห็นควรให้บุคคลที่จะเป็นหัวหน้าพรรค

ซึ่งทั้งหมดเห็นพ้องกันว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคมีความเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรค เพราะใจถึงพึ่งได้คำไหนคำนั้น ดูแล สส.ไม่ผิดคำพูด จึงออกมาเป็นมติเสียงส่วนใหญ่ของสส.พรรคปชป.ว่าขอให้นายเฉลิมชัย เสียสละเข้ามาบริหารเพื่อฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

บรรยากาศการประชุม เป็นไปอย่างครึกครื้น โดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง นั่งประกบคู่กับนายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองเลขาธิการปชป.แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการหารือครั้งนี้ ขาดอดีตหัวหน้าพรรคคนสำคัญ เช่น นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี เนื่องจากเป็นคนละกลุ่มและไม่ได้รับเชิญ

ซึ่งทั้งหมดเห็นพ้องกันว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคมีความเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรค เพราะใจถึงพึ่งได้คำไหนคำนั้น ดูแล สส.ไม่ผิดคำพูด จึงออกมาเป็นมติเสียงส่วนใหญ่ของสส.พรรคปชป.ว่าขอให้นายเฉลิมชัย เสียสละเข้ามาบริหารเพื่อฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

บรรยากาศการประชุม เป็นไปอย่างครึกครื้น โดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง นั่งประกบคู่กับนายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองเลขาธิการปชป.แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการหารือครั้งนี้ ขาดอดีตหัวหน้าพรรคคนสำคัญ เช่น นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี เนื่องจากเป็นคนละกลุ่มและไม่ได้รับเชิญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ 21 สส.พรรคประชาธิปัตย์ เห็นพ้องเชิญ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มาเป็น หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 ทั้งหมดได้เดินทางไปยังบ้านพักของนายเฉลิมชัย โดยนายประมวล พงษ์ถาวราเดช ประธานสส. และสส.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทุกคนได้พูดคุยกับนายเฉลิม เหมือนมติ 21 สส. ซึ่งนายเฉลิมตอบว่า “ขอคิดก่อน รออีก1-2 วันจะให้คำตอบ” แม้ทุกคนจะพยายามหว่านล้อมให้รับ เจ้าตัวก็ยังย้ำว่า “ขอคิดก่อน”

ขณะที่ผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อีก 2 คน ได้แก่ มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค และนายนราพัฒน์ แก้วทอง

‘โรคที่เกณฑ์ทหารไม่ได้’ มีกี่โรค สภากลาโหม เคาะเพิ่มอีก 3 กลุ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564950

07 ธ.ค. 2566

'โรคที่เกณฑ์ทหารไม่ได้' มีกี่โรค สภากลาโหม เคาะเพิ่มอีก 3 กลุ่ม

ชายไทยที่ต้อง เกณฑ์ทหาร รู้ไว้ ‘โรคที่เกณฑ์ทหารไม่ได้’ มีโรคอะไรบ้าง ล่าสุด สภากลาโหม เคาะเพิ่มอีก 3 กลุ่มโรค

ที่ประชุมสภากลาโหม รับทราบรายงานตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ การเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่งตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ เป็นกรรมการ นอกจากนั้น ยังเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. ออกตามความ ร่าง พ.ร.บ.การรับราชการทหาร พ.ศ.2497 โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม 3 กลุ่ม “โรคที่เกณฑ์ทหารไม่ได้” จากเดิม 12 เป็น 15

พล.ร.ต.ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการการต่อต้านการก่อการร้ายสากล จะเป็นกลไกในการแก้ไขสถานการณ์การก่อการร้ายสากลในปัจจุบัน ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ให้กลับไปสู่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่จะเป็นกลไกหลัก ในการแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ

ส่วนคณะกรรมการชุดที่ 2 คือ คณะกรรมการพิจารณาปัญหาเขตแดนของประเทศไทย ซึ่งมีสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน มีผู้แทนเหล่าทัพเป็นกรรมการ เรื่องนี้ถือว่ามีความจำเป็น เพราะกรรมการมีอำนาจในการพิจารณาปัญหาที่มีผลกระทบต่อพื้นที่ชายแดน หรือปัญหาเขตแดนในเชิงยุทธศาสตร์ หรือระดับนโยบายอำนาจที่กระทบต่อนโยบายต่างประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมสภากลาโหม ยังเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. ออกตามความ ร่าง พ.ร.บ.การรับราชการทหาร พ.ศ.2497 โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม 3 กลุ่มโรค จากเดิม 12 เป็น 15 กลุ่มโรค คือ โรคตุ่มน้ำพอง, โรคลำไส้พองแต่กำเนิด และ โรคเอนไซม์เม็ดเลือดแดงผิดปกติ (G6PD) ทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ของทหารกองเกิน ที่จะเข้าเป็นทหารกองประจำการ

“โรคที่เกณฑ์ทหารไม่ได้” 

  1. โรคหรือความผิดปกติของตา, 
  2. โรคหรือความผิดปกติของหู
  3. โรคของหัวใจและหลอดเลือด,
  4. โรคเลือดและอวัยวะสร้างเลือด,
  5. โรคของระบบหายใจ,
  6. โรคของระบบปัสสาวะ,
  7. โรคหรือความผิดปกติของกระดูก ข้อ และ กล้ามเนื้อ
  8. โรคของต่อมไร้ท่อและภาวะผิดปกติของเมตาบอลิซึม,
  9. โรคทางประสาทวิทยา,
  10. โรคติดเชื้อ
  11. โรคทางจิตเวช,
  12. โรคอื่นๆ เช่น กะเทย, มะเร็ง, ตับอักเสบเรื้อรัง, ตับแข็ง, คนเผือก, โรคลูปัสอิธิมาโตซัส, กายแข็ง, รูปวิปริตต่างๆ

เพิ่ม 3 กลุ่มโรคที่เกณฑ์ทหารไม่ได้

  1. โรคตุ่มน้ำพอง
  2. โรคลำไส้พองแต่กำเนิด
  3. โรคเอนไซม์เม็ดเลือดแดงผิดปกติ (G6PD)

‘ชัยชนะ’ ปูดประชุมพรรค เย็นนี้ อาจชี้ชะตา ‘หัวหน้า ปชป.’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564949

07 ธ.ค. 2566

'ชัยชนะ' ปูดประชุมพรรค เย็นนี้ อาจชี้ชะตา 'หัวหน้า ปชป.' คนใหม่

9 ธันวา นี้ ‘ชัยชนะ’ มั่นใจ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.’ คนใหม่ แน่นอน หวังฟื้นฟู กลับมาเป็นแกนนำเลือกตั้งรอบหน้าให้ได้ คาดได้ความคืบหน้าหลังประชุมพรรค คุย สส.ปัจจุบัน-ผู้ใหญ่ เย็นนี้

วันนี้(7 ธ.ค. 2566)นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 9 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ว่าจะได้ หัวหน้า ปชป. ที่แท้จริง เนื่องจากได้เตรียมองค์ประชุมไว้พร้อมแล้ว หากขาดอีกก็จะเติมจนครบ 

ทั้ังนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมือง การสมัครหัวหน้าพรรคนั้นสมาชิกเปิดกว้างให้โอกาสทุกคนลงเลือกตั้ง แม้ผู้สมัครบางคนจะติดเงื่อนไขเป็นสมาชิกไม่ครบ 5 ปี แต่เชื่อว่า สมาชิกจะให้โอกาส ลงแข็งขันด้วยเช่นกัน

ส่วนที่มีการประเมินว่า น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ผ่านด่าน 3 ใน 4 แล้ว ก็จะสามารถนั่งเป็นหัวหน้าพรรคได้แน่นอนนั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด อนาคตของพรรคจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสมาชิก

และก่อนจะถึงวันที่ 9 ธ.ค.นี้ น่าจะมีผู้ที่มีคุณสมบัติครบมาสมัครเพิ่มอีก โดยขณะนี้ พ.ท.หญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล ก็ลงสมัครเพิ่มอีกหนึ่งคน ซึ่งผู้สมัครหัวหน้าพรรคแต่ละคน ก็ได้หาเสียงกับสมาชิก

นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงการประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงเย็นของวันนี้ ว่า จะมีการพูดคุยเรื่องแนวทางของพรรคว่า ใครที่เหมาะสมจะเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป และเห็นตรงกันว่าจะไปทิศทางไหนมากกว่า ซึ่งคนนั้นก็จะได้โอกาสรับชัยชนะ พร้อมย้ำว่า มีผลต่อการเลือกหัวหน้าพรรควันที่ 9 ธ.ค.นี้แน่นอน เนื่องจาก สส.คิดเป็นสัดส่วน 70% ของการโหวต แต่มั่นใจว่า ไม่มีคลื่นใต้น้ำ ดังนั้นขอให้รอฟังตอนเย็น

“พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีอะไรที่รู้ก่อนล่วงหน้าเลือกตั้ง 2 วันอยู่แล้ว เพราะประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ ผมไม่ได้หมายถึงว่าพรรคการเมืองอื่นมีเจ้าของ ที่รู้เลยว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรค เปิดตัวมา 7 วัน 10 วัน หรือเดือนหนึ่ง คนที่จะเป็นหัวหน้าพรรคก็ไม่เปลี่ยนเลย แต่ประชาธิปัตย์ต้องลุ้นนาทีต่อนาที” นายชัยชนะ กล่าว

ส่วนที่มีข่าวว่าจะไปขอให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรค ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพูดคุยทั้งหมดในเย็นวันนี้

นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่มีชื่อตนเองเป็นเลขาธิการพรรคว่า เป็นเพียงแค่ชื่อ ข่าวก็คือข่าว ข้อเท็จจริงอยู่ที่ตน ซึ่งตนยังไม่ได้มีการตัดสินใจอะไร แต่ก็พูดคุยกับทุกคนอยู่แล้ว รวมทั้งกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด แต่กลับมีว่านายเดชอิศม์ อยู่ฝั่งหนึ่ง ตนเองอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งความจริงแล้วพูดคุยกับนายเดชอิศม์อยู่ทุกวัน

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า ถ้าหากได้เป็นจริงก็ออกมาบอกอยู่แล้ว แต่ย้ำว่ายังไม่ได้ตัดสินใจยืนจุดจุดไหน ต้องคุยกับ สส.ปัจจุบัน และผู้ใหญ่ในพรรคให้เห็นตรงกันว่า พรรคจะเดินไปอย่างไร ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ต้องสร้างความน่าเชื่อถือคือ การทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯ ต้องทำอย่างจริงจัง และย้ำว่าพรรคอยู่ในช่วงฟื้นฟูให้กลับมาแล้ว 

“วันนี้ถึงเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีเอกภาพ และความสามัคคี ดังนั้น หัวหน้าพรรคคนต่อไปต้องมีแผนในการฟื้นฟูพรรค ไม่ใช่ใช้เวลา 1-2 ปีแต่ต้องใช้เวลา 3 ปี และต้องเสนอแนวคิดนโยบายที่ดี เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ รวมทั้งการกระจายอำนาจ และทำให้พรรคกลับมาเป็นแกนนำในการเลือกตั้งรอบหน้าให้ได้”นายชัยชนะ กล่าว

‘สรวงศ์’ ยัน เพื่อไทย พร้อมดัน ‘อิ๊งค์’ เป็นนายกฯ หญิง แต่ยังไม่ใช่ ปี67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564943

07 ธ.ค. 2566

'สรวงศ์' ยัน เพื่อไทย พร้อมดัน ‘อิ๊งค์’ เป็นนายกฯ หญิง แต่ยังไม่ใช่ ปี67

‘สรวงศ์ เทียนทอง’ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย มั่นใจ พรรคพร้อมดัน ‘อิ๊งค์’ เป็นนายกฯ หญิง แต่ยังไม่ใช่ ปี67 ชี้ แพทองธาร อยากทำให้พรรคกลับมาแข็งแกร่ง เป็นพรรคอันดับหนึ่งเหมือนเดิมก่อน เชื่อหลังสัมมนาที่เขาใหญ่ การสื่อสารในพรรคดีขึ้น

วันที่ 7 ธ.ค. 2566 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่โรงแรม เดอะ กรีนเนอร์รี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังการสัมมนาพรรคเพื่อไทย ว่า จากการแบ่งกลุ่มพูดคุยของ สส. 10 กลุ่ม เราได้พูดถึงอนาคตของพรรคเพื่อไทย เป็นไปทิศทางเดียวกัน คือ อยากให้พรรคกลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งเหมือนเดิม ส่วนจะกลับมาอย่างไรนั้นหลายคนได้สะท้อนช่องห่างระหว่างประชาชนกับ สส.และรัฐบาล เป็นสิ่งที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เน้นย้ำตั้งแต่รับตำแหน่งที่จะทำงานในแนวราบให้ช่องห่างระหว่างการสะท้อนปัญหาของประชาชนถึงสส.ไปยังรัฐบาลน้อยลง

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประชุมสส.เพื่อไทย ที่เขาใหญ่ ระหว่าง 6-7ธ.ค.2566น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประชุมสส.เพื่อไทย ที่เขาใหญ่ ระหว่าง 6-7ธ.ค.2566

'สรวงศ์' ยัน เพื่อไทย พร้อมดัน ‘อิ๊งค์’ เป็นนายกฯ หญิง แต่ยังไม่ใช่ ปี67

เมื่อถามว่า ช่องห่างระหว่างประชาชนถึง สส. กับ สส.ถึงรัฐมนตรี อะไรมีมากกว่ากัน นายสรวงศ์ กล่าวว่า พรรคแข็งแกร่งเรื่องการลงพื้นที่ ส่วนการสะท้อนไปถึงรัฐบาลนั้นเรามีการทำคลินิกของรัฐบาลในส่วนของพรรคเพื่อไทยทุกครั้งที่มีการประชุมพรรค เรื่องต่างๆ ได้รับการแก้ไขไปบ้างแล้วแต่บางส่วนติดเรื่องงบประมาณ เพราะงบปี 2567 ยังไม่ได้เข้าสภาฯ เมื่อมีการเปิดประชุมสภาฯ สมัยที่จะมีการพิจารณางบประมาณ มั่นใจว่าหลังจากการสัมมนาผ่านไปแล้วการสื่อสารระหว่าง สส.กับรัฐบาลจะแน่นกว่าเดิม เพราะเราได้ละลายพฤติกรรมให้สมาชิกพรรครู้จักกันดีมากขึ้น บอก ยิงตรงนายกรัฐมนตรีได้แน่นอน

เมื่อถามว่า มีการสะท้อนจาก สส.ขอให้นายกฯ รับสาย สส. เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จริงๆ ไม่มี สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐบาล เมื่อเวลาเรามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเยอะ การจะสื่อสารกันก็ยากลำบากมากยิ่งขึ้น แต่จากการพูดคุยกับรัฐมนตรีหลายคนบอกว่าหากไม่ได้รับสาย สส.ก็จะโทร. กลับ เป็นเช่นนี้ทุกรัฐบาล และสิ่งที่ สส.อยากสะท้อนสามารถพูดกับนายกฯ โดยตรงได้เลย และนายกฯ ก็ได้เน้นย้ำเรื่องนี้เป็นอย่างมากว่าอยากให้ สส.ได้สะท้อน สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องลดช่องว่างระหว่างการทำงานของ สส.กับรัฐบาลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เรามั่นใจภายใต้รัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง และพรรคเพื่อไทย ที่นำโดย น.ส.แพทองธาร จะเชื่อมต่อกันได้อย่างแนบชิด

สส.เพื่อไทยสส.เพื่อไทย

'สรวงศ์' ยัน เพื่อไทย พร้อมดัน ‘อิ๊งค์’ เป็นนายกฯ หญิง แต่ยังไม่ใช่ ปี67
'สรวงศ์' ยัน เพื่อไทย พร้อมดัน ‘อิ๊งค์’ เป็นนายกฯ หญิง แต่ยังไม่ใช่ ปี67

เมื่อถามว่า การระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่นายกฯ หญิงคนสุดท้าย หมายความว่าอย่างไร นายสรวงศ์ เทียนทอง ตอบว่า เรามีหัวหน้าพรรคที่เป็นผู้หญิง เรามีหน้าที่ในการผลักดันแคนดิเดตของพรรคให้เป็นนายกฯ คนต่อไป แต่ก็ไม่ทราบว่า จะเป็นใคร 1 ใน 3 ที่เราจะผลักดัน ยังไม่ได้เคาะ แต่เรามีหัวหน้าพรรคที่เป็นผู้หญิง เราก็พร้อมและหัวหน้าพรรคก็พร้อม 

นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์กันว่าปีหน้าจะมีการปรับเปลี่ยนทางการเมือง นายกฯ หญิง จะมาปีหน้าเลยหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น อย่างที่บอกนายเศรษฐา ทำงานดี ทำงานเร็วอยู่แล้ว มีความตั้งใจในการทำงานและ น.ส.แพทองธาร ก็อยากมุ่งเน้นการทำงานกับพรรค ไม่ได้เน้นการทำงานบริหารในขณะนี้ อยากทำให้พรรคกลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม

ผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ “มาดามเดียร์” เต็ง 1 หัวหน้าพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564901

06 ธ.ค. 2566

ผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ "มาดามเดียร์" เต็ง 1 หัวหน้าพรรค

มรภ.วไลยอลงกรณ์ ร่วมกับ IFD เปิดผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ “มาดามเดียร์” เต็ง 1 หัวหน้า – “ชัยชนะ” เลขาฯ

มรภ.วไลยอลงกรณ์ ร่วมกับ IFD เปิดผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ "มาดามเดียร์" เต็ง 1 มรภ.วไลยอลงกรณ์ ร่วมกับ IFD เปิดผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ “มาดามเดียร์” เต็ง 1

สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย  คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์  เปิดเผยผลสำรวจโพล “การเลือกตั้งผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์”

โดยดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 1-4 ธันวาคม 2566 ในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  กระจายใน 6 ภูมิภาค เพศ อายุ อาชีพ และระดับการศึกษาทั่วประเทศ รวมจำนวน 1,216 ตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มโดยใช้ความน่าจะเป็น ด้วยวิธี Stratified Five-Stage Random Sampling แต่ละตัวอย่างที่ถูกเลือกมีค่าถ่วงน้ำหนัก (sampling weight) ที่แตกต่าง วิธีการสำรวจเป็นแบบผสม โดยลงพื้นที่สำรวจ 50% และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ 50% ค่าความผิดพลาด (error) ของการสำรวจอยู่ที่ 3%  ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

 เปิดเผยผลสำรวจโพล “การเลือกตั้งผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์”เปิดเผยผลสำรวจโพล “การเลือกตั้งผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์”

โดยดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 1-4 ธันวาคม 2566 ในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  กระจายใน 6 ภูมิภาค เพศ อายุ อาชีพ และระดับการศึกษาทั่วประเทศ รวมจำนวน 1,216 ตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มโดยใช้ความน่าจะเป็น ด้วยวิธี Stratified Five-Stage Random Sampling แต่ละตัวอย่างที่ถูกเลือกมีค่าถ่วงน้ำหนัก (sampling weight) ที่แตกต่าง วิธีการสำรวจเป็นแบบผสม โดยลงพื้นที่สำรวจ 50% และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ 50% ค่าความผิดพลาด (error) ของการสำรวจอยู่ที่ 3%  ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

ผลการสำรวจ ผู้ท้าชิง/แคนดิเดต “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์”ผลการสำรวจ ผู้ท้าชิง/แคนดิเดต “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์”ทั้งนี้ ผลการสำรวจ ผู้ท้าชิง/แคนดิเดต “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” พบว่า 
ประชาชน ร้อยละ 71.56 ให้ความเห็นว่าผู้ที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค คือ นางสาว วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) และ ร้อยละ 28.44 คือ นาย นราพัฒน์ แก้วทอง
 
ผู้ท้าชิงแคนดิเดต “เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์” พบว่า ประชาชน ร้อยละ 44.52 ให้ความเห็นว่าผู้ที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค คือ นายชัยชนะ เดชเดโช  รองลงมาพบว่า ร้อยละ 25.79 คือ นาย เดชอิศม์ ขาวทอง และ ร้อยละ 29.69 ไม่มีความเห็น

จุดเด่น/จุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์  

อันดับ 1 เป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นมายาวนาน มีความน่าเชื่อถือ อยู่คู่การเมืองไทย ร้อยละ 65.58%

อันดับ 2 มีสมาชิกพรรคจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ  ร้อยละ 36.07%

อันดับ 3 มีผู้บริหารพรรค กรรมการพรรค และคนดำเนินงานพรรคที่มีความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อนและพัฒนาพรรค ร้อยละ 25.29%

‘อุ๊งอิ๊ง’ เชื่อ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ปี 57 ดี แค่ปรับหาจุดร่วมยุติขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564900

06 ธ.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ เชื่อ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ปี 57 ดี แค่ปรับหาจุดร่วมยุติขัดแย้ง

‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร เชื่อ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ปี2557 เนื้อหาดีมาก แค่เอามาปรับหาจุดร่วม ยุติความขัดแย้ง ไม่เอื้อประโยชน์ใครแน่นอนพร้อมสนับสนุน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงที่พรรคเพื่อไทยการเสนอ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกบ กับพรรคก้าวไกลว่า ต้องหาจุดที่หยุดความขัดแย้งของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งต้องพูดคุยในรายละเอียดอีกมาก ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอดและยืนยันจะไม่ทิ้งเรื่องนี้ 

“แต่ต้องหาจุดยืนที่ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันอย่างแท้จริง แต่ในรายละเอียดบางอย่างที่ยังไม่เข้าใจกันต้องมีการพูดคุยเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

พร้อมยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะไม่ได้มีจุดประสงค์ เพื่อช่วยเหลือบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเคยเป็นแผลของพรรคเพื่อไทยเมื่อปี 2557 มาก่อน น.ส.แพทองธาร ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว และในขณะนั้นได้ทำเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ไว้ดีมาก ซึ่งเราจะสามารถเอามาแก้ไขเนื้อหาใหม่ได้แน่นอน เเต่เนื่องจากช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปเราก็ต้องกลับมาคุยเรื่องนี้กันใหม่แน่นอน

ส่วนกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะนายทักษิณได้รับอภัยโทษไปก่อนหน้านี้แล้ว และในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ไม่มีการอภัยโทษอีก และพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง ที่ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่านายทักษิณจะได้รับการอภัยโทษอีกหรือไม่ และตนตอบไปว่าไม่รู้เรื่อง เพราะวันนี้วันที่ 6 แล้วก็ไม่มีการอภัยโทษ

อย่างไรก็ตามภายหลังสัมภาษณ์เสร็จสิ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าร่วมสัมมนาพอดีทำให้น.ส.แพทองธาร เดินไปต้อนรับและกล่าวทักทายพร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมาร่วมสัมมนาสส.พรรคเพื่อไทยด้วย

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ต้องมาอยู่แล้ว” จากนั้นนายกฯก็เดินเข้าห้องประชุมสัมมนาสส.พรรคเพื่อไทยพร้อมกัน

ศาลไต่สวนคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ถือหุ้น ให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ร่วมฟัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564897

06 ธ.ค. 2566

ศาลไต่สวนคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ถือหุ้น ให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ร่วมฟัง

ศาลรัฐธรรมนูญ แจงไต่สวนพยานคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ถือหุ้นบุรีเจริญ สอบอีก 4 ปากสำคัญ 14 ธ.ค.นี้ ให้เฉพาะคู่กรณี-ผู้เกี่ยวข้อง เท่านั้น เข้าร่วมรับฟังการไต่สวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ศาลได้มีการอภิปรายเพื่อเตรียมการไต่สวนพยาน ในวันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค.2566 ในคดีที่ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน จำนวน 54 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วน และ เป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 

ทำให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543มาตรา 4(1)เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ ซึ่งศาลได้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งให้นายศักดิ์สยาม ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า การไต่สวนพยานบุคคล 4 ปากในวันที่14 ธ.ค. 2566 เวลา 09.30 น. ศาลอนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเข้าร่วมรับฟังการไต่สวน