‘เสี่ยแป้งนาโหนด’ – ‘ทายาทกระทิงแดง’ สองกรณีสะเทือนกระบวนการยุติธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564239

27 พ.ย. 2566

'เสี่ยแป้งนาโหนด' - 'ทายาทกระทิงแดง' สองกรณีสะเทือนกระบวนการยุติธรรม

อดีต สส.พัทลุง ชี้ กระบวนการยุติธรรม ต้องทบทวน หลังเกิดกรณี ‘เสี่ยแป้งนาโหนด’ และ ‘ทายาทกระทิงแดง’ สะเทือนตำรวจ อัยการ

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง ตั้งคำถามถึงกระบวนยุติธรรม เปรียบเทียบระหว่าง เสี่ยแป้งนาโหนด กับ ทายาทกระทิงแดง ระบุ ในฐานะคนพัทลุงด้วยกัน เชื่อว่า สิ่งที่เสี่ยแป้งนาโหนด พูดนั้น เกิดจาก ความคับแค้นใจ จะผิด หรือ ถูก อย่างไร เราห่างข้อเท็จจริงจึงไม่สามารถไปวิเคราะห์ได้ เป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิสูจน์ แต่เสี่ยแป้งสะท้อนตัวตนของคนพัทลุง ที่เป็นนักสู้

แต่สิ่งที่อยากจะสื่อไปถึงเสี่ยแป้ง และ สื่อถึงผู้เกี่ยวข้อง คือจงฟังสิ่งที่ เสี่ยแป้งนาโหนดพูด นำสิ่งที่เขาพูดไปพิจารณาและให้ความเป็นธรรม โดยอัยการ และ ตำรวจ ต้องสอดส่องดูแลกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นของตนเองเสียใหม่ ก่อนที่จะฉุดสายธารแห่งกระบวนการยุติธรรมล้มให้ล้มลงทั้งกระดาน

หากคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ มีความไม่ชอบด้วยเหตุผล และ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้สำนักงานอัยการสูงสุดทบทวนคำสั่งนี้ เปรียบเหมือนคำสั่งไม่ฟ้องกรณีทายาทกระทิงแดง ซึ่งต่อมามีการทบทวนและสั่งฟ้อง ซึ่งเสี่ยแป้งเองก็ต้องทราบว่า การทบทวนคำสั่งของอัยการจะใช้เวลานานเหมือนกรณีของทายาทกระทิงแดง

กรณีนี้ต้องหาทางมอบตัว อย่าต่อสู้ อย่าให้แต่ละฝ่ายเสียเลือดเนื้อ เพราะไม่จำเป็นที่ต้องทำแบบนั้นเลย เพราะหาก ฝ่ายไหนใช้ความรุนแรงก่อน ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้แพ้

อดีตสส.พัทลุง สรุปว่าสุดท้ายสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก ถ้าอยู่ในภาวะวิกฤติให้เชื่อสัญชาติญาณของตัวเอง เหมือนที่เคยกล่าวไว้ ว่า ความอยุติธรรม เลวร้ายกว่าความตาย ไม่ว่าใครจะอยู่ในสถานะไหน ต่างก็ต้องการความยุติธรรมทั้งสิ้น เพียงสังคมเราจะมีให้เขาหรือเปล่า

นายกรัฐมนตรีเตรียมขอมาเลเซีย ช่วยเจรจาปล่อย ‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ เพิ่มอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564194

27 พ.ย. 2566

นายกรัฐมนตรีเตรียมขอมาเลเซีย ช่วยเจรจาปล่อย 'ตัวประกัน' 'คนไทย' เพิ่มอีก

เยือนมาเลเซียวันนี้ นายกฯเศรษฐา ยอมรับว่า จะขอให้มาเลเซีย ช่วยเจรจา ให้มีการปล่อย ‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ ในอิสราเอล เพิ่มอีก

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  ยืนยันว่าจะดูแลคนไทย ที่ได้รับการปล่อยตัวจากอิสราเอล อย่างใกล้ชิด ทุกคนปลอดภัยดี โดยภาพรวมถือว่าดี และจะพยายามดำเนินการต่อไป เพื่อนำพาออกมาให้หมด โดยในวันนี้เข้าใจว่านายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปรับด้วยตัวเอง

ส่วนการเดินทางไปพบนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย วันนี้ จะพูดคุยเรื่องการช่วยเหลือตัวประกันเพิ่มอีก เพราะก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่วนร่วมทำให้ตัวประกันของคนไทยถูกปล่อยตัวมา และเข้าใจว่าช่วงการหยุดยิง ก็จะครบกำหนดภายใน 24 ชั่วโมงนี้ แล้ว ฉะนั้นก็จะ พยายามพูดคุยและขอร้องให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง  

การปล่อยตัวประกันที่เหลือมีสัญญาณที่ดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราพยายามทำอยู่ เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน จึงไม่อยากพูดไปก่อน เพราะฉะนั้นขอให้รอดูไป และจนถึงวันนี้ก็มีการปล่อยตัวประกันทุกวัน ตั้งแต่ 10 คน และ 3 ถึง4 คน ตามมา พร้อมยืนยันว่าก็จะพยายามทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง ฝ่ายความมั่นคงโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด และกำชับ ลงรายละเอียดอย่างมาก ฉะนั้น ขอความกรุณาในการเผยแพร่ข้อมูลซึ่งไม่อยากพูดเท่าไหร่  เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของตัวประกัน 

‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564188

27 พ.ย. 2566

'ตัวประกัน' 'คนไทย' ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน

นายกรัฐมนตรี ดีใจ ‘คนไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ ที่ถูกจับเป็น ‘ตัวประกัน’ ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน รวมเกือบ 20 รายแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน X แสดงความยินดีกับตัวประกันคนไทย ที่ได้รับการปล่อยตวเพิ่มอีก 3คน จากเหตุรุนแรง ในอิสราเอล มีเนื้อหาว่า  เมื่อวันที่ 26 พ.ย.66 เวลา 20:36 (เวลาท้องถิ่น) ตัวประกันไทย ได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงด่าน Kerem Shalom check-point

ซึ่งจากการตรวจสอบมีรายชื่อตัวประกันไทยที่ได้รับการปล่อยตัว 3 คน คือ 1. นายวิเชียร เต็มทอง, นายสุรินทร์ เกสูงเนิน และ  นายพรสวรรค์ ปินะกาโล

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากการตรวจร่างกายในเบื้องต้น ทุกคนสุขภาพดี ไม่มีใครต้องการการรักษาพยาบาลเร่งด่วน, ทุกคนพูดคุยและเดินได้ปกติ, นายวิเชียรมีอาการเจ็บช่องท้องเวลาที่หายใจลึกๆ เนื่องจากต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหายใจลำบาก และทุกคนดีใจที่ได้รับการปล่อยตัว โดยรวมสุขภาพจิตใจยังดี พูดคุยได้ปกติ

โพส X ของนายกรัฐมนตรี ดีใจคนไทยถูกปล่อยตัวเพิ่มอีก โพส X ของนายกรัฐมนตรี ดีใจคนไทยถูกปล่อยตัวเพิ่มอีก

‘อัครแสนคีรี’ เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ เดินหน้าดัน ‘งบขุดลอกเขื่อนลำปะทาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564176

26 พ.ย. 2566

'อัครแสนคีรี' เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ เดินหน้าดัน 'งบขุดลอกเขื่อนลำปะทาว'

‘อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ’ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ งบประมาณโครงการขุดลอกเขื่อนลำปะทาว บรรจุใน แผนกระทรวงพลังงานปี 2567 แล้ว เตรียมเดินหน้าผลักดันให้สำเร็จ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมกรรมาธิการว่า จากกรณีที่ตนได้หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปหลายครั้งถึงโครงการขุดลอกเขื่อนลำปะทาวและขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยเขื่อนลำปะทาวซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาพลังงานทดแทน สังกัดกระทรวงพลังงาน 

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ

ซึ่งขณะนี้เขื่อนลำปะทาว กำลังพบเจอปัญหาวิกฤติ คือการที่ไม่สามารถเก็บน้ำในเขื่อนได้ ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม หรือช่วงพายุเข้าก็จะทำให้น้ำที่อยู่ในเขื่อนไหลทะลัก และเข้าท่วมจังหวัดชัยภูมิ แต่หากมีการดำเนินการขุดลอกเขื่อนลำปะทาวทั้งเขื่อนบนและเขื่อนล่าง ก็จะบรรเทาน้ำท่วมจังหวัดชัยภูมิ พื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ และเพิ่มปริมาณน้ำในอำเภอแก้งคร้อได้ด้วย

สส.อัครแสนคีรี โล่ห์วีระสส.อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ

”การประชุมกรรมาธิการพลังงานช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ทวงถามกระทรวงพลังงานถึงโครงการดังกล่าว จนตอนนี้ทราบว่าโครงการได้บรรจุอยู่ในแผนกระทรวงพลังงานปี 2567 แล้ว และจะมีการนำเข้าสู่การพิจารณางบประมาณในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งผมจะติดตามและผลักดันให้โครงการผ่านงบประมาณ และสามารถดำเนินการแล้วเสร็จให้กับชาวชัยภูมิให้ได้“นายอัครแสนคีรี กล่าว

นายอัครแสนคีรี กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และแผนอนุรักษ์พลังงาน โดยได้เชิญกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เข้าให้ข้อมูล ซึ่งทำให้ทราบถึงการดำเนินการสำคัญตามแผน AEDP 2018 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

โดยแบ่งกลุ่มพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก เป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มพลังงานไฟฟ้า กลุ่มพลังงานความร้อน และเชื้อเพลิงชีวภาพ สามารถดำเนินการส่งเสริม เพื่อให้เกิดการจัดหาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกได้ตามแผน

‘ชัยชนะ’ เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือชาวใต้ หวั่น น้ำท่วมฉับพลัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564174

26 พ.ย. 2566

'ชัยชนะ' เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือชาวใต้ หวั่น น้ำท่วมฉับพลัน

‘ชัยชนะ’ เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ ตลอดช่วงฤดูฝน หลัง ‘กรมอุตุ- สทนช.’ ประเมินสถานการณ์มีน้ำท่วมฉับพลัน – น้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราชและรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องว่า เป็นประจำทุกปีที่ภาคใต้จะมีฤดูฝนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งแตกต่างจากภาคอื่นๆ 

โดยขณะนี้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 เตือน 14 จังหวัดภาคใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ในช่วงวันที่ 26-27 พฤศจิกายนนี้

รวมทั้ง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ก็ได้ระบุว่า ให้เฝ้าระวังในพื้นที่ จังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ดังนั้น โดยความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ตนจึงได้ดำเนินการเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้ประชาชนได้รายงานสถานการณ์ฝนฟ้าอากาศ และประสานงานในการช่วยเหลือเบื้องต้น

นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องมีบทบาทสำคัญในการดูแลสถานการณ์และป้องกันไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็จะต้องลงมามีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องขุดลอก เรือท้องแบน เป็นต้น 

ซึ่งถึงแม้ว่า นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานงานในจังหวัดภาคใต้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุทกภัย พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ และเตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์มีความรุนแรง แล้วก็ตาม เพราะฉะนั้น 

“ผมจึงอยากให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้ามาในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมในตลอดฤดูฝนของปีนี้”นายชัยชนะ กล่าว

‘ภูมิธรรม’ แจง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลุยพื้นที่ประกบ ‘เศรษฐา’ ดูงานซอฟต์พาวเวอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564168

26 พ.ย. 2566

'ภูมิธรรม' แจง 'อุ๊งอิ๊ง' ลุยพื้นที่ประกบ 'เศรษฐา' ดูงานซอฟต์พาวเวอร์

‘ภูมิธรรม’ รองนายกฯ ชี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ลงพื้นที่ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์เพื่อรับฟังปัญหาด้วยตัวเอง ไม่มีนัยทางการเมือง ส่วน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลงคู่ขนานดูซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ตอบปูทางนายกฯ คนต่อไป ย้ำรัฐบาลมีเวลาอีกนาน 3 ปีกว่า ยังไม่รีบร้อน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกำหนดการลงพื้นที่ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ตลอด 2 สัปดาห์ว่า ไม่มีนัยทางการเมือง แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ดีที่ควรทำ และนายกรัฐมนตรียังถือว่ารู้จักพื้นที่ไม่มากพอ จึงอยากมีโอกาสได้สัมผัสกับประชาชนด้วยตัวเอง ไปรับฟังความรู้สึก ปัญหาต่างๆในพื้นที่ด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่คู่ขนานกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นการปูทางเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ลงพื้นที่พร้อมนายกรัฐมนตรีแค่บางครั้ง ซึ่งภารกิจของน.ส.แพทองธาร คือเน้นในเรื่องของ ซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งหากจะทำได้ดีต้องลงพื้นที่ไปดูด้วยตัวเอง

“นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร มีหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรค ดูแลเรื่องของพรรคและประกาศชัดเจนไปแล้วว่าจะพัฒนาพรรคเพื่อไทย ปรับระบบพรรคและทำให้พรรคสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากที่สุด และจะเป็นสะพานเชื่อมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นำไปถ่ายทอดให้กับรัฐบาล” นายภูมิธรรม ระบุ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ไม่รีบร้อนรัฐบาลมีเวลากว่า 3 ปี

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีเวลาอีกนาน 3 ปีกว่า ยังไม่รีบร้อน และขณะนี้น.ส.แพทองธาร ได้เข้ามาประชุมร่วมกับรัฐบาลในคณะต่างๆ ก็ได้รับรู้ ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนมากอยู่แล้ว ซึ่งการได้มาทำงานโดยมีเป้าหมายในการทำงานให้กับประชาชน ถือเป็นการเรียนรู้ที่ดีอยู่แล้ว และที่ผ่านมา น.ส.แพทองธารได้ลงพื้นที่เกือบทุกที่ตอนหาเสียงเลือกตั้งอยู่แล้ว

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564162

26 พ.ย. 2566

‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่'

‘มาดามเดียร์’ ร่วมเวทีถอดรหัสประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ชวนตระหนักทำอย่างไรให้การเมืองไทยหลุดวังวนรัฐประหาร ย้ำ ปชป.ไร้หัวหน้าสะท้อนการไม่มีเจ้าของ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่’

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวทีทอร์ค “ถอดรหัสประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ซึ่งจัดโดยชมรมนิสิตเก่ารุ่นเยาว์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระบุว่า เราต้องเรียนรู้กับบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต และไม่ทำให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งมองว่าทุกเหตุการณ์ทางการเมืองล้วนมีความสำคัญ จะมากหรือน้อยอย่างไรก็จะทำให้เกิดพลวัตขับเคลื่อนสังคมและนำมาสู่เหตุการณ์สำคัญครั้งอื่นถัดมา

‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่'
‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่'

โดยเฉพาะเหตุการณ์ 14 ตุลา และ 6 ตุลา ที่เป็นการประท้วงที่มาจากภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เป็นนิสิต นักศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงเป็นพลังที่บริสุทธิ์ ที่ไม่ยอมรับกับกระบวนการรัฐประหาร ความไม่เป็นธรรมในสังคม ความไม่ถูกต้อง และจะเห็นว่าหลังเหตุการณ์นี้จะมีการชุมนุมประท้วงของภาคประชาชนในครั้งถัดมา โดยเฉพาะภายหลังมีการรัฐประหาร คิดว่าเป็นเหมือนเหตุการณ์จุดเปลี่ยนและเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่สำคัญ แต่มากกว่าการจะมาพูดว่าเหตุการณ์ไหนสำคัญกว่ากัน 

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์

ตนอยากชวนทุกคนคิดร่วมกันว่าสุดท้ายแล้วทำไมการเมืองไทยยังวนเวียนอยู่ระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและการรัฐประหาร เราต้องเลิกมีความคิดผิดๆที่ว่า เมื่อนักการเมืองเลว แล้วต้องแก้ปัญหาด้วยการรัฐประหาร เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง เพราะผลการเลือกตั้งถือเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดของนักการเมือง

ส่วนการเมืองอนาคตจะทำอย่างไรให้สามารถยึดโยงกับประชาชนนั้น น.ส.วทันยา ระบุว่า การเลือกตั้งเมื่อผ่านระบบพรรคการเมือง ก็จะมีการยึดโยงกับประชาชนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่คำถามคือ จะยึดโยงกับประชาชนอย่างไรมากกว่า ขอตั้งคำถามว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าระหว่างกระสุนกับกระแสจะแข่งกันตรงไหน แล้วใครจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งกระสุนนั้นมีทั้งกระสุนทางตรงในรูปแบบของเม็ดเงิน และกระสุนผ่านนโยบายที่เป็นประชานิยมที่สัญญาว่าจะให้ เพราะเป็นสิ่งที่บั่นทอนระบบประชาธิปไตยแทนที่จะพัฒนาและก้าวไปข้างหน้า

น.ส.วทันยา ยังได้กล่าวถึงการพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน ว่า แน่นอนวันนี้เรายังไม่มีหัวหน้าพรรค และในฐานะสมาชิกคนหนึ่งก็ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เป็นเครื่องตอกย้ำและสะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของจริงๆ จะเห็นว่าการเลือกตั้งหัวหน้าพรรควันนี้มีความเห็นต่างในเรื่องความคิดในพรรค แต่นั่นก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นเพียงพรรคการเมืองเดียวจริงๆ ที่เมื่อใครเห็นต่างก็มีสิทธิในการแสดงออกการเห็นต่างด้วยวิธีการต่างๆ 

เพราะถ้าพรรคมีเจ้าของแน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาเรามององค์กรธุรกิจ ที่มีเจ้าของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นระบบกงสี บริษัทจำกัด มีผู้ถือหุ้นที่ชัดเจน แปลว่าเรามีเจ้านาย ถ้าเจ้านายสั่งอะไรในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาเราอาจจะให้ึวามเป็นได้บ้าง แต่สุดท้ายเราก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่ถ้าจะเห็นต่างจริงๆยอมรับไม่ได้ นั่นแปลว่ามีอยู่ 2 ทาง คือ ไม่ลาออกเอง ก็คือถูกบริษัทเชิญออก ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์พอเราไม่มีระบบนี้ คนทุกคนคือเราทำงานในฐานะเพื่อนสมาชิกที่ทำงานร่วมกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่แน่นอนว่าในการทำงานคนหมู่มากมันก็จะต้องมีคนที่เป็นหัวหน้าในการที่จะนำกลุ่มคนหรือสมาชิกในการขับเคลื่อน แต่ทั้งหมดเราทำงานในฐานะเพื่อสมาชิกด้วยกัน ไม่ได้มีเจ้านายที่จะมากดปุ่มสั่งการ อันนี้คือสิ่งสำคัญที่เป็นเหมือนกลไกในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ

‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่'
“การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมที่
เกิดขึ้น แต่การเลือกตั้งของเราคือสมาชิกทุกคนเป็นความศักดิ์สิทธิ มันเกิดระบบการแข่งขันขึ้นอย่างจริงจัง และเดียร์คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่พรรคปราธิปัตย์มี และเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจริงๆแล้วเจตนารมณ์ในการจัดตั้งพรรคการเมืองในระบบการเมือง คือ การเป็นองค์กรที่ให้คนที่มีแนวคิด อุดมการร์ความคิดทางการเมืองเดียวกันเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนอุดมการณ์การเมือง แต่หลักประกันแรกที่ต้องมีคือพรรคการเมืองนั้นต้องไม่มีเจ้าของ” น.ส.วทันยา กล่าว

‘กระทรวงยุติธรรม’ สั่งตรวจสอบคลิป ‘เสี่ยแป้ง’ ตัวจริงหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564136

25 พ.ย. 2566

'กระทรวงยุติธรรม' สั่งตรวจสอบคลิป 'เสี่ยแป้ง'   ตัวจริงหรือไม่

ถูกพาดพิงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ‘กระทรวงยุติธรรม’ สั่งกรมราชทัณฑ์ตรวจสอบ บุคคลในคลิปต์ ใช่ _’เสี่ยแป้ง’ จริงหรือไม่

นายวัลลภ นาคบัว ฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกรณี นายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง เผยแพร่คลิปร้องขอความเป็นธรรมในการถูกดำเนินคดี โดยมีการพาดพิงกระทรวงยุติธรรมและบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ว่าพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบบุคคลในคลิป ว่าเป็นนายเชาวลิตฯ จริงหรือไม่

ส่วนประเด็นที่นายเชาวลิตฯ หรือเสี่ยแป้ง อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเลขาธิการ ป.ป.ส. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ

ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นในคดีเดิม พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเชาวลิตฯ และผู้ร่วมกระทำผิดซึ่งมีทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และบุคคลในกระบวนการยุติธรรมรวมหลายคน แต่จากคำพิพากษานายเชาวลิตฯ​ ถูกฟ้องเพียงคนเดียว และมีการแยกสำนวนฟ้องอีกบางคน

ขณะที่ผู้ร่วมกระทำผิดคนอื่นโดยเฉพาะตำรวจ ทหาร และบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ที่ยังไม่มีการฟ้องคดี หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบและมีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดีก็สามารถฟ้องคดีได้

โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป

‘นายกรัฐมนตรี’ ไม่ปล่อยผ่านนักการเมืองเอี่ยว’หมูเถื่อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564123

25 พ.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' ไม่ปล่อยผ่านนักการเมืองเอี่ยว'หมูเถื่อน'

ให้กระบวนการยุติธรรม ทำงานก่อน นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่ปล่อยนักการเมือง เอี่ยวหมูเถื่อนลอยนวล หากพบว่ามีความผิด

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด เรื่องปัญหาหมูเถื่อน หลังจากที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้แถลงข่าวชี้แจงไปแล้ว

ส่วนข้อมูลที่ระบุว่ามีอดีตนักการเมืองใหญ่เกี่ยวข้องนั้น ยืนยันจะไม่ปล่อยไป และเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องดำเนินการ แต่ยืนยันว่าไม่มีรัฐมนตรีใน ครม.ชุดปัจจุบันเกี่ยวข้อง หากถึงเวลาต้องเปิดเผยรายชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะเปิดเผยชื่อ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่การประชุมกับกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ดูแลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการไปปรากฏตัวอยู่ตามชาติแดน ซึ่งก็มีมาตรการออกไปแล้ว ก็ให้ความสำคัญสูงสุด ประชาชนควรทำตามที่กระทรวง ดิจิทัลฯ แนะนำ และต้องขอความร่วมมือกับทุกๆฝ่าย ทั้งกระทรวงการคลัง และ ธนาคารเอง ร่วมถึงถึงกสทช.และเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งหลาย ให้ตรวจดูอย่างเข้มงวด ด้วย

‘สมศักดิ์’ ลุยแก้หนี้ชายแดนภาคใต้ หลัง กพต.ไฟเขียว แผนขจัดความยากจน 4 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564090

24 พ.ย. 2566

'สมศักดิ์' ลุยแก้หนี้ชายแดนภาคใต้ หลัง กพต.ไฟเขียว แผนขจัดความยากจน 4 ปี

‘สมศักดิ์’ แนะ ชาวบ้านชายแดนภาคใต้ปลูกทุเรียน-เลี้ยงโค-ไก่-แพะ-ปูทะเล แก้หนี้ภายใน 2570 พบข้อมูลยากจน 107,356 คน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ได้ให้ความเห็นชอบ “กรอบแนวทางการบูรณาการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชายแดนใต้ ระยะ 4 ปี 2567-2570” แล้ว 

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

จากข้อมูลที่นายสมศักดิ์ได้มอบหมายให้ไปสำรวจความยากจนในพื้นที่ พบว่า มีครัวเรือนยากจนถึง 52,117 ครัวเรือน เป็นจำนวนคนกว่า 107,356 คน ดังนั้น จะมีการช่วยแก้ปัญหานำร่องก่อนจำนวน 14,500 ครัวเรือน เป็นจำนวนคนกว่า 30,000 คน และจะมีการดำเนินการช่วยเหลือทั้งหมดในปี 2570 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจครัวเรือนยากจน ที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้านอาชีพและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ โดยพบว่า อันดับแรกคือ รับจ้างทั่วไปนอกภาคการเกษตร จำนวน 10,136 คน อันดับสอง รับจ้างภาคการเกษตร จำนวน 4,603 คน แบ่งเป็น พืชเกษตร จำนวน 3,770 คน ประมง 316 คน และปศุสัตว์ 517 คน ส่วนอันดับสามคือ ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า ช่างเสริมสวย จำนวน 3,843 คน

นอกจากนี้จากการสำรวจยังพบ กลุ่มครัวเรือนเป้าหมายว่างงานอีกจำนวน 3,675 คน และพบกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในปัจจัยพื้นฐาน อาทิ บ้านทรุดโทรม ไม่มีห้องส้วมสะอาด ไม่มีประปา ไม่มีไฟฟ้า จำนวน 38,875 คน 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการบูรณาการขจัดความยากจนในปีนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเน้นการช่วยเหลือในการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อให้มีรายได้ เช่น ส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยให้ปลูกทุเรียนคุณภาพและมังคุด จำนวน 250 ครัวเรือน ปลูกพืชระยะสั้นและพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ว่างเปล่าของการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 1,850 ครัวเรือน ปลูกพืชพลังงานและพืชอาหารสัตว์ จำนวน 400 ครัวเรือน 

ขณะที่ด้านปศุสัตว์ สร้างอาชีพด้วยการเลี้ยงโค ไก่ แพะ จำนวน 800 ครัวเรือน และด้านประมง สร้างอาชีพด้วยการเลี้ยงปูทะเล และประมงพื้นบ้าน จำนวน 500 ครัวเรือน รวมถึงพัฒนาทักษะฝีมือ เพื่อประกอบอาชีพตามถนัด เช่น การทำอาหาร มัคคุเทศน์ ท่องเที่ยวชุมชน จำนวน 1,060 ครัวเรือน และจัดส่งไปทำงานในโรงงานทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 430 คน 

ที่ผ่านมานำร่องเลี้ยงโค 200 ครอบครัว ให้ครอบครัวละ 2 ตัว ซึ่งผ่านมา 4 ปี กลายเป็นมีโคครอบครัวละ 10 ตัวแล้ว จากนั้น ก็ได้นำร่องเลี้ยงโค ผ่านกองทุนหมู่บ้านฯ จำนวน 1,000 ครอบครัว ได้วัว 2,000 ตัว ผ่านมา 1 ปี 2 เดือน โคมีลูกแล้ว 1,900 ตัว สามารถทำตัวชี้วัดได้อย่างชัดเจน เพราะโคออกลูกทุกปี ดังนั้นจะผลักดันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อ รวมถึงจะส่งเสริมการเลี้ยงปูไข่ด้วย เพราะมีราคาสูง 2 ตัว จะหนัก 1 กิโลกรัม ซึ่งมีราคากิโลกรัมละ 600 บาท 

“การแก้ปัญหาความยากจน ผมพยายามผลักดันมาโดยตลอด เพราะเข้าใจความเดือดร้อนเป็นอย่างดี จึงได้เสนอโครงการโคล้านตัว เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้น พยายามพูดให้คนในเมืองเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ จนถูกมองไม่ดี แต่ผมก็ไม่ท้อ จึงหาเอกชนมาช่วยกันส่งเสริมอาชีพ” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว