‘ก้าวไกล’ ชวน ปชช. ลงชื่อยุบ ‘กอ.รมน.’ หวังนายกฯไม่ปัดตก เป็นร่างการเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562144

28 ต.ค. 2566

'ก้าวไกล' ชวน ปชช. ลงชื่อยุบ 'กอ.รมน.' หวังนายกฯไม่ปัดตก เป็นร่างการเงิน

‘ก้าวไกล’ รายงานมีปชช. ลงชื่อยุบ ‘กอ.รมน.’ แล้ว 27,000 คน ยกเลิกกลไลอำนาจทหาร หวังนายกฯเปิดโอกาสถกเถียงสภาผู้แทนฯ

รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เชิญชวนประชาชนแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 หรือร่างกฎหมาย ยุบ กอ.รมน. ซึ่งเป็นร่างที่รอมฎอนและ สส.พรรคก้าวไกล เสนอเข้าสู่สภาฯ เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77  มีผู้ร่วมแสดงความเห็น (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม) กว่า 27,000 คน 
 

รอมฎอน กล่าวว่า กอ.รมน. เป็นองค์กรพิเศษที่ฟื้นคืนชีพในปี 2551 หลังการรัฐประหาร 2549 มีลักษณะเป็นหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานราชการอื่นๆ และเป็นหน่วยงานที่อาศัยกรอบคิดเรื่องภัยคุกคามด้านความมั่นคงเข้ามาควบคุมแทรกแซงชีวิตของพลเรือน ด้วยเหตุนี้จึงเสนอร่างกฎหมายที่มีเนื้อหา 5 มาตรา เพื่อยุบ กอ.รมน. ยกเลิกกลไกพิเศษที่นำโดยทหาร ส่งสัญญาณเชิงบวกว่าเราต้องการไปสู่ทิศทางทางการเมือง ลดมาตรการทางทหาร สถาปนาประชาธิปไตยที่ตั้งมั่นและสถาปนาสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกวินิจฉัยให้เป็นร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ร่างจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯ ได้ ต่อเมื่อได้รับคำรับรองจากนายกรัฐมนตรี จึงน่าสนใจว่านายกฯ จะมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร ตนเห็นว่านายกฯ ควรเปิดโอกาสให้สภาผู้แทนฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้พิจารณาถกเถียงเกี่ยวกับร่างกฎหมายนี้อย่างเต็มที่ ไม่ใช้อำนาจปัดตกเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น

รอมฎอนทิ้งท้ายว่า การแสดงความเห็นของประชาชน จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมาย ดังนั้น ไม่ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่ว่าต้องการให้ กอ.รมน.  ถูกยกเลิก หรือต้องการให้คงอยู่ ขอเชิญชวนประชาชนเข้ามาแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ ผ่านเว็บไซต์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=285

‘ผู้นำชีอะห์ไทย’ เผย ข้อมูลลับที่ไม่ลับในวงเจรจา ‘กลุ่มฮามาส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562136

28 ต.ค. 2566

'ผู้นำชีอะห์ไทย' เผย ข้อมูลลับที่ไม่ลับในวงเจรจา 'กลุ่มฮามาส'

‘ผู้นำชีอะห์ไทย’ เผย ‘กลุ่มฮามาส’ มอง ‘ทหารอิสราเอล’ ใช้ ‘Hannibal Directive’ สามารถสังหารทุกคน ทั้ง ทหาร พลเรือน เชลยศึก

นายซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำชีอะห์ไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก SaiyidSulaiman Husaini รายงานความคืบการเจรจาตัวแทนไทยกับฮามาส ( ฉบับ 3) เรื่อง ข้อมูลลับที่ไม่ลับจากการเจรจา 


ขณะนี้อิสราเอลได้ทำการถล่มฉนวนกาซ่าอย่างหนักและหากจำเป็นสามารถสังหารทุกคนแม้ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือนของตัวเองหรือเชลยศึกที่ถูกจับกุมไป ซึ่งเรื่องนี้ในกฏหมายของกองทัพอิสราเอลเรียกว่า “Hannibal Directive” หรือ  “Protocol of Hannibal” 

หลายทศวรรษแล้วที่ “Hannibal Directive” เป็นหนึ่งในกระบวนการที่มีการโต้เถียงและลึกลับที่สุดในประวัติศาสตร์อันมืดมนของกองทัพอิสราเอล

คำสั่งฮันนิบาลเป็นคำสั่งที่ใช้เพื่อป้องกันการจับกุมทหารอิสราเอลโดยกองกำลังศัตรู แม้ว่าทหารคนนั้นจะต้องเสียชีวิตก็ตามไม่ต้องพูดถึงเชลยศึกต่างชาติ กฏหมายดังกล่าวยังเป็นที่ถกเถียงในกองทัพอิสราเอล และยังคงปฏิบัติอยู่ถึงวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะดังกล่าวถูกแต่งตั้งโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาไทย เพื่อปฏิบัติภารกิจเข้าเจรจากับ “กลุ่มฮามาส” ที่สำนักงานใหญ่ผู้แทนฮามาสประจำกรุงเตหะรานประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เพื่อขอให้ช่วยเหลือและปล่อยตัวประกันชาวไทย

โดยก่อนหน้านี้เคยระบุว่า ผลการเจรจาทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดีเป็นอย่างมาก แต่ขออนุญาติไม่เปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้จนกว่าการเจรจาจะจบสิ้นกระบวนความอย่างสมบูรณ์ รวมถึง ฝ่ายฮามาสให้สัญญานจะปล่อยตัวแรงงานไทยทันที การเคลื่อนย้ายตัวประกันปลอดภัย เพราะในขณะนี้อิสราเอลโจมตีทุกเส้นที่เข้าออกเมืองกาซา โดยอิสราเอลมีที่จะให้ตัวกันต่างชาติที่ควบคุมโดยฮามาสเสียทั้งชีวิตทั้งหมด เพื่อที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของฮามาส

ผู้นำชีอะห์ไทย โพสต์เฟซบุ๊กผู้นำชีอะห์ไทย โพสต์เฟซบุ๊ก

สายตรงทักษิณ ‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ชัด ภาพ ‘นายกฯ’ จูบมือ ‘แพทองธาร ชินวัตร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562130

28 ต.ค. 2566

สายตรงทักษิณ ‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ชัด ภาพ ‘นายกฯ’ จูบมือ ‘แพทองธาร ชินวัตร'

ภูมิธรรม แจงภาพ นายกฯ จูบมือ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ แค่แสดงความชื่นชมและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เชื่อนำพาพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ยันไม่มีนัยยะส่งสัญญาณอยู่ไม่ครบ 4 ปี แต่ยอมรับความจริงว่าเหมาะสม ชี้หัวหน้าพรรคทุกคนมีโอกาส

ประชุมพรรคเพื่อไทยวาระเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ และเลือกกรรมการบริหารพรรค ทั้ง 23 ราย สิ้นสุดลงแล้วเมื่อค่ำวานนี้(27 ตุลาคม 2566) ด้วยเสียงสนับสนุน ให้ อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ด้วยคะแนน 289 เสียงจากทั้งหมด 290 เสียง มีผลให้แกนนำพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมแสดงความยินดี หนึ่งในนั้นรวมถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ด้วยการจูบมือหัวหน้าพรรคฯ ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้างว่าสื่อความหมายทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สายตรงทักษิณ ชินวัตร กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ระบุภายหลังน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้สบายๆ ว่า ไม่มีนัยอะไร แต่ถือเป็นความจริงที่มีความเหมาะสม และเมื่อขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว หัวหน้าพรรคทุกคนก็มีโอกาสที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้

สายตรงทักษิณ ‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ชัด ภาพ ‘นายกฯ’ จูบมือ ‘แพทองธาร ชินวัตร'
สายตรงทักษิณ ‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ชัด ภาพ ‘นายกฯ’ จูบมือ ‘แพทองธาร ชินวัตร'

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

โดยมองว่าความพร้อมของน.ส.แพทองธารมีครบถ้วน ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีพูดเช่นนี้ ก็เป็นความจริงที่น.ส.แพทองธาร ก็มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และทุกคนก็รู้สึกเช่นนั้น

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ส่วนการที่นายเศรษฐา ระบุว่า น.ส.แพทองธาร สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้เป็นการส่งสัญญาณว่านายกรัฐมนตรีเศรษฐาจะอยู่ไม่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า สามารถคิดได้หลายอย่าง อาจจะอยู่ครบ 4 ปีแล้วน.ส.แพทองธารเป็นนายกรัฐมนตรีต่อก็ได้ พร้อมย้ำน.ส.แพทองธารมีความพร้อม เมื่อได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ทั้งในด้านคุณสมบัติ ประสบการณ์ทำงาน การหาเสียง ทุกอย่างก็พร้อมหมด ทั้งนี้ไม่ถึงขั้นที่จะต้องแบ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนละ 2 ปี เพราะไม่ได้คิดไปไกลถึงขั้นนั้น แต่เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำงานมากกว่า

ส่วนภาพที่ปรากฏของนายเศรษฐาจูบมือ น.ส.แพทองธาร ตามธรรมเนียมต่างชาติ หลังได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นการส่งสัญญาณหรือส่งไม้ต่ออะไรหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า แล้วแต่จะตีความ แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นการแสดงความชื่นชม และเคารพซึ่งกันและกัน ยืนยันไม่ได้มีนัยอะไร

สายตรงทักษิณ ‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ชัด ภาพ ‘นายกฯ’ จูบมือ ‘แพทองธาร ชินวัตร'

ทั้งนี้ เมื่อน.ส.แพทองธารเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้วจะนำพาพรรคไปเป็นพรรคอันดับหนึ่งในใจประชาชนได้อย่างไรนั้น นายภูมิธรรม เชื่อว่า ด้วยความพร้อมและประสบการณ์ของน.ส.แพทองธาร มีมากกว่าคนอื่น ส่วนจะนำพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าได้หรือไม่นั้น นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ทุกการเลือกตั้ง เราก็มั่นใจ อยู่ที่ความพร้อมของทุกฝ่าย และวันนี้เราก็พร้อมแล้วที่น.ส.แพทองธารจะมาเชื่อมต่อคนระหว่างวัย ให้สามารถทำงานได้มากขึ้น

สายตรงทักษิณ ‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ชัด ภาพ ‘นายกฯ’ จูบมือ ‘แพทองธาร ชินวัตร'
สายตรงทักษิณ ‘ภูมิธรรม’ เคลียร์ชัด ภาพ ‘นายกฯ’ จูบมือ ‘แพทองธาร ชินวัตร'

‘โฆษกรัฐบาล’ วอนอย่าด่วนสรุปทางเลือก ‘แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต’ รอมติใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562132

28 ต.ค. 2566

'โฆษกรัฐบาล' วอนอย่าด่วนสรุปทางเลือก 'แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต' รอมติใหญ่

‘โฆษกรัฐบาล’ ป้อง ‘จุลพันธ์’ ถูกกระแสโจมตี ‘แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต’ ขอรอมติคณะกรรมการนโยบายฯก่อน ยืนยันรัฐบาลฟังเสียงรอบด้าน

นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสโจมตีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet 

โดยข้อสรุปที่ประชุมคณะอนุกรรมการดังกล่าว มีมติเสนออีก 3 ทางเลือก จากเดิมที่กำหนดให้แจกแบบถ้วนหน้าทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป จำนวนราว ๆ 56 ล้านคน เป็นเงินที่ต้องใช้รวม 560,000 ล้านบาท นั้น 
 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ทางเลือกที่เสนอมาใหม่ทั้ง 3 ข้อนั้น ไม่ใช่เป็นความเห็นหรือข้อเสนอส่วนตัวของนายจุลพันธ์แต่อย่างใด นายจุลพันธ์เพียงเป็นผู้รวบรวมมติจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อนำไปเสนอต่อบอร์ดใหญ่คือ คณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet เท่านั้น เหตุไฉนจึงมีคนจับประเด็นคลาดเคลื่อน แล้วพยายามปั่นกระแสเป็นทำนองว่า นายจุลพันธ์พยายามจะหาทางบิดพลิ้วไปจากนโยบายแจกเงิน 10,000 บาทแบบถ้วนหน้าตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ เมื่อทางเลือกทั้ง 3 ข้อถูกนำเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดใหญ่แล้ว ก็ยังไม่แน่ว่าที่ประชุมใหญ่จะเห็นด้วยกับทางเลือกข้อใดข้อหนึ่งหรือไม่ หรืออาจจะยังคงยืนยันในทางเลือกเดิม คือ แจกแบบถ้วนหน้าตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ก็เป็นได้ ดังนั้น จะต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายก่อน 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยัน  รัฐบาลนี้ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ด้วยการเปิดรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เห็นต่างอย่างรอบด้าน และเมื่อเป็นมติสุดท้ายจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายดังกล่าวก็ควรจะถือว่าเป็นข้อยุติ และรัฐบาลจะเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ออกมา

สำหรับ 3 ทางเลือกมีดังนี้ 
1) ให้เฉพาะกลุ่มที่เคยลงทะเบียนคนจน จำนวน 15-16 ล้านคน ต้องใช้งบประมาณราว 150,000-160,000 ล้านบาท
2) กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน จำนวน 43 ล้านคน ต้องใช้งบประมาณราว 430,000 ล้านบาท
3) กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน จำนวน 49 ล้านคน ต้องใช้งบประมาณราว 490,000 ล้านบาท 

ยังไม่จม ‘เรือดำน้ำ’ จ่อเจรจากับจีน พ.ย. นี้ พร้อมเปิดผลการศึกษา 200 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562126

28 ต.ค. 2566

ยังไม่จม 'เรือดำน้ำ' จ่อเจรจากับจีน พ.ย. นี้ พร้อมเปิดผลการศึกษา 200 ล้าน

สุทิน แจง ยังไม่คิดจม ‘เรือดำน้ำ’ รอคุยจีนต้น พ.ย. 2566 บอกเป็นได้ทุกทาง แม้กระทั่งใช้เครื่องยนต์เยอรมัน พร้อมแจงปมร้อนจากวิโรจน์ มั่นใจไม่กระทบจัดหาเรือหลวงอานันทมหิดล

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้อง ให้ รมว.กลาโหม ชี้แจง 8 ข้อ อาทิ สเปคเรือฟริเกตที่จะขอเปลี่ยนจาก เรือดำน้ำ ซึ่งมีการติดตั้งอาวุธมาพร้อมด้วยหรือไม่ โดยย้ำว่า สามารถชี้แจงได้หมด แต่ที่ตอบไปแล้วคือเรายังไม่ลงรายละเอียด ให้คุยกันเป็นขั้นตอนก่อน ซึ่งขณะนี้คือการเสนอทางออกใหม่ให้เป็นเรือฟริเกต ส่วนจะเป็นสเปคอย่างไร ต้องมาคุยกัน และแน่นอนต้องยึดความต้องการและประโยชน์ของเรามากที่สุด จนถึงตอนนั้นก็จะสามารถตอบนายวิโรจน์ได้ไม่มีปัญหา

ส่วนจะกระทบต่อการจัดหาเรือหลวงอานันทมหิดล หรือไม่ นายสุทิน ยืนยันว่า ไม่กระทบ เพราะอยู่ในแผนเดิมที่จัดงบไว้แล้ว ซึ่งงบประมาณ ปี 67 และ ปี 68 ก็มีอันนี้เป็นของแถมมา ของเดิมก็จัดไป เพราะเป้าหมายเราตั้งไว้ 8 ลำ แม้ว่าจะได้เรือฟรืเกตใหม่มาทดแทนเรือดำน้ำ รวมแล้วก็ยังมีเพียง 5-6 ลำเท่านั้น

ส่วนที่ขอให้เปิดเผยผลการศึกษาความเป็นไปได้การจัดหา “เรือดำน้ำ” ที่ใช้งบกว่า 200 ล้านบาทนั้น นายสุทิน ระบุว่า เมื่อถึงเวลาก็เปิดเผยอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง

อย่างไรก็ตาม นายสุทิน แจงต่อว่า จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะกลับมาใช้เครื่องยนต์จีนอีกครั้งหรือไม่นั้น มีโอกาสเป็นไปได้ทุกทาง แม้กระทั่งเครื่องยนต์จากเยอรมัน หากสมมติเยอรมันเปลี่ยนใจยอมขายให้จีน ก็กลับไปสู่เป้าประสงค์เดิมได้ แต่ขอให้ได้เจรจากันก่อน

นายสุทิน ชี้แจงถึงประเด็นที่มีการรายงานไปว่าจะเป็นการจม “เรือดำน้ำ” ว่า  ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะคำว่าจมคือการปิดโอกาส 100% วันนี้ถ้าสมมติจีนไปเอาเครื่องยนต์จากเยอรมัน หรือเยอรมันเปลี่ยนใจขายให้ เราก็กลับไปใช้ช่องทางเดิม ตัวเลือกเดิมได้”

สำหรับกรอบระยะเวลา เชื่อว่าสามารถทบทวนหรือขยายเวลาได้ เพราะการเจรจาและขยายเวลาก็เคยทำมาแล้วในช่วงโควิด-19  จีนพร้อมเราพร้อม เมื่อถึงเวลาก็คุยกัน จะเป็นฝ่ายเราหรือเขาที่ไปคุย หรือมาคุยก็ได้หมด เบื้องต้นวางกรอบไว้ในช่วงต้นเดือนพ.ย. นี้

‘จตุพร’ เชื่อมายาภาพ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าเพื่อไทย ตัวจริงมีเพียงคนเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562107

28 ต.ค. 2566

'จตุพร' เชื่อมายาภาพ 'อุ๊งอิ๊ง' นั่งหัวหน้าเพื่อไทย ตัวจริงมีเพียงคนเดียว

‘จตุพร’ เผย ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนแปลงไม่ได้มาก แค่สู้คนอายุน้อยเหมือนกันเท่านั้น ตัวจริงมีเพียงคนเดียว ชวนจับตา ‘เศรษฐา’ ตกที่นั่งลำบาก

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กหลังพรรคเพื่อไทยได้ อุ๊งอิ๊งแพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ 

นายจตุพร กล่าวว่า การเมืองเป็นภาพมายา ตั้งแต่มีพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคมีคนเดียวเท่านั้น ที่เหลือเป็นหัวหน้าพรรคสมมุติกันหมด แต่การเลือก น.ส.แพทองธาร ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคครั้งนี้ เป็นเพียงหัวหน้าพรรคสมมุติเหมือนตัวจริง เพื่อมาพลิกเกมใหม่จากได้เป็นรัฐบาล แต่เสียงเลือกตั้งกลับตกต่ำมากที่สุด ซึ่งเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้อุ๊งอิ๊งเป็นหรือไม่เป็นหัวหน้าพรรคก็เท่าเดิม เพียงต้องการเอาอายุน้อยไปสู้อายุน้อย แต่สถานการณ์ขณะนี้ พรรคเพื่อไทยเผชิญกับความบอบช้ำทางการเมือง ทั้งคำพูดและการกระทำทั้งหมด จะถูกต่างพรรคนำไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า

นายจตุพร ย้ำว่า รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเกิดจากรัฐธรรมนูญ 60 และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ทำให้เกิดขึ้น โดย สว.สายพล.อ.ประยุทธ์ โหวตให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ และมีภาพปรากฎ จึงเป็นเพียงมายา แต่ข้างหลังภาพคงซ่อนอะไรไว้ อาจเป็นข้อตกลงแลกประโยชน์กับการโหวตเป็นนายกฯ

โดยอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านายเศรษฐา จะเป็นคนที่น่าเห็นใจที่สุด จะเจอแรงกดดันทุกทิศทาง เพราะไม่มีองคาพยพทางการเมืองเป็นของตัวเอง และภายในพรรคยังมีแต่มายาภาพแสดงความน่าเชื่อถือ เมื่อนางสาวแพทองธาร เป็นหัวหน้าพรรคยิ่งทำให้มายาภาพคนในพรรคกระทำต่อนายกฯ ค่อยๆ เลื่อนลางไป ที่ผ่านมาการเดินงานการเมืองจึงเป็นเพียงกลยุทธ และต้องการหลีกเลี่ยงกฏหมายเลือกตั้งที่ควบคุมแต่กรรมการบริหารพรรค อีกอย่างการไปเป็นประธานยุทธศาสตร์ต่างๆ หรือเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อหลีกหนีกรณียุบพรรค และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่วันนี้เดินมาถึงจุดที่ต้องออกหน้าเอง

นายจตุพร กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2549 เรื่อยมา คนในตระกูลชินวัตรสามารถเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว แต่วันนี้ทำไมต้องมาออกตัวกัน ซึ่งคำตอบอยู่ที่ผลพวงจากการการโหวตของ สว.สายพล.อ.ประยุทธ์  การโหวตนี้อาจได้ตกลงกันไว้เป็นเวลานานเท่าใดไม่มีใครรู้ ดังนั้น ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ไม่รู้การเมืองจะเกิดสถานการณ์อะไรขึ้นมาอีก เพราะถ้าคิดเพียงจะเป็นที่หนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรคในเวลานี้เลย แต่ถึงที่สุดการเมืองไม่แน่นอน สามารถพลิกเปลี่ยนได้เป็นชั่วโมง การเมืองไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และทุกเรื่องไม่ใช่เรื่องง่าย

นายจตุพร ระบุว่า นางสาวแพทองธารไม่ใช่คนใหม่ทางการเมืองแล้ว แต่เป็นคนเก่าที่อายุน้อย เพราะเคยผ่านมรสุมทางการเมืองมาแล้ว ทั้งขึ้นปราศรัยหาเสียงมากมาย แต่ไม่ได้เป็นไปตามคำพูดเลย แล้วจะฝากความหวังไว้กับนักการเมืองได้อย่างไร ดังนั้น ในเวลาที่เหลือการเลือกตั้งยังยาวไกล การมาเป็นหัวหน้าพรรคจึงอาจรองรับสถานการณ์อื่นในวันข้างหน้า

แพทองธาร สุดคึก ประกาศพา ‘เพื่อไทย’ ขึ้นพรรคอันดับ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562075

27 ต.ค. 2566

แพทองธาร  สุดคึก ประกาศพา 'เพื่อไทย' ขึ้นพรรคอันดับ 1

คำต่อคำ  “แพทองธาร ชินวัตร”  หลังได้รับฉันทามติ  ให้รับบทบาทผู้นำพรรค “เพื่อไทย” โดยทายาท “ทักษิณ ชินวัตร” ประกาศ  พร้อมที่จะนำพา “เพื่อไทย” กลับไปเป็นพรรคที่ได้รับเสียงเป็นอันดับ 1   ชู 2  เดือน ผลงานของรัฐบาลภายใต้ นายกเศรษฐา ทวีสิน  จะต่อยอดไปสู่การสร้างผลงานใน 4 ปี

ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย   อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ  พรรคเพื่อไทย ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี ครั้งที่ 1/2566 มีวาระสำคัญคือการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่   ซึ่งที่ประชุมมีมติโหวตให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ทั้งนี้ภายหลังเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้ขึ้นกล่าว แสดงวิสัยทัศน์ต่อการนำพาพรรคเพื่อไทยซึ่งสาระสำคัญคือ การนำพรรคเพื่อให้กลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง

.

.

ขอขอบคุณสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจให้ดิฉันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับหน้าที่นี้ที่ไม่ใช่แค่การส่งต่อภารกิจทางอุดมการณ์ แต่คือการเชื่อมความศรัทธา ความเชื่อมั่น และประวัติศาสตร์การต่อสู้ของทุกคนเข้าด้วยกันอีกครั้ง


.
พรรคเพื่อไทยเคยประสบความสำเร็จสูงสุด และถูกกระทำมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ดิฉันเติบโตมากับแวดวงการเมืองอย่างใกล้ชิด ได้เห็นและเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก กราบขอบพระคุณคุณพ่อ – ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่เปี่ยมด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่นเสมอมา อุดมการณ์ของคุณพ่อคือแรงบันดาลใจในชีวิตของดิฉันมาตลอด 

.
   
เส้นทางของเพื่อไทยหลังจากนี้จะยิ่งท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในบริบทการเมืองไทยในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภารกิจครั้งนี้จึงสำคัญมาก และดิฉันมั่นใจว่า ด้วยบุคลากรและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคสมัยพรรคไทยรักไทย จะทำให้เพื่อไทยสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน

.

แพทองธาร  สุดคึก ประกาศพา 'เพื่อไทย' ขึ้นพรรคอันดับ 1

.
ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ ที่คณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่จะต้องเรียนรู้และทบทวน เพื่อนำพรรคเพื่อไทยให้กลับมาผงาดในฐานะพรรคการเมืองอันดับหนึ่งอีกครั้งอย่างยั่งยืน


.
ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา การทำงานหนักของรัฐบาลนำโดยท่านนายกเศรษฐาได้พิสูจน์แล้วว่า การตัดสินใจจัดตั้งรัฐบาลในวันนั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด มีการดำเนินการเรื่องต่างๆ มากมาย ทั้งการลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน การปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็น 20 บาท ตลอดสายที่เริ่มขึ้นแล้วในบางสาย การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ


.
การให้ภาคเอกชน คนรู้จริง เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา Soft Power ของประเทศอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก การนำร่องใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อรักษาพยาบาลในโครงการ 30 บาทรักษาได้ทุกที่ การรับมือกับวิกฤตอย่างทันท่วงที ช่วยคนไทยให้กลับบ้านจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง รวมทั้งการเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูตกับนานาประเทศ


.
นี่เป็นผลงานในเวลาเพียงสองเดือนของการทำงาน สิ่งเหล่านี้จะสร้างโอกาสให้ประเทศไทยอีกมากมาย รวมทั้งยังมีผลงานที่จะเกิดขึ้นอีกจำนวนมากในอีก 4 ปีหลังจากนี้ค่ะ 
.


พรรคเพื่อไทยจะสานต่อภารกิจสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ทั้งด้านความเป็นอยู่ และสิทธิเสรีภาพอย่างที่เป็นมาเสมอตลอด 25 ปี เพื่อไทยมีวันนี้ได้เพราะผู้ใหญ่ในพรรคทุกท่านได้ร่วมกันรดน้ำพรวนดินจนต้นไม้ต้นนี้สูงใหญ่ ดิฉันสามารถมองได้ไกลขึ้น ชัดเจนขึ้น ก็เพราะรากฐานแข็งแกร่งที่ทุกคนร่วมกันสร้างไว้


.
จากนี้ไป นอกจากจะช่วยสร้างโอกาสในชีวิตให้พี่น้องประชาชนแล้ว ดิฉันและทีมงานจะทำงานเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในชีวิตให้พี่น้องประชาชนด้วย เพื่อปลดล็อกศักยภาพของพวกเขา ให้พี่น้องประชาชนภูมิใจในศักดิ์ศรีความเป็นไทย และความสามารถของตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิค่ะ
.

แพทองธาร  สุดคึก ประกาศพา 'เพื่อไทย' ขึ้นพรรคอันดับ 1

.
เราจะไม่ทิ้ง DNA ของพรรคเพื่อไทย นั่นคือความมุ่งมั่นในการทำนโยบายที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชนให้สำเร็จ เราต้องทำความฝัน ให้เป็นความจริง  เราต้องทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ เราต้องลบทุกคำสบประมาท ด้วยผลงานที่ปฏิเสธไม่ได้ DNA นี้ จะต้องคงอยู่ตลอดไป 


.
เราจะมุ่งมั่นในสี่เรื่องหลัก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้วยการพัฒนาวิธีคิด วิธีทำงานในทุกมิติ 

.
หนึ่ง – เราจะทำ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นรากฐานให้เพื่อไทยสามารถต่อยอดและพัฒนาได้ง่ายกว่าเดิมมากค่ะ ทุกขั้นตอนการทำงานในพรรคจะรวดเร็วและทันสมัยด้วยข้อมูลในระบบดิจิตัล  


.
สอง – เราจะสร้างองค์กรแนวราบ โดยเพิ่มโอกาสการมีส่วนร่วมของบุคลากรให้มากที่สุด แต่มีกระบวนการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด  

.
สาม – พรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ Learning Organization เราจะมีศูนย์ข้อมูล มีการวิจัยเพื่อสร้างนโยบายทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรอบด้าน มีการฝึกอบรมทุกระดับ สำหรับทั้งยุวสมาชิกและสมาชิกทั่วไป มีการถ่ายทอดแนวทางการทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สร้างนักการเมืองรุ่นใหม่ สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนรุ่นใหม่ และ คนรุ่นใหญ่  เพื่อให้ครอบคลุมและเท่าทันต่อการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ในทุกมิติ

.
สี่ – เราจะสร้าง  “ครอบครัวเพื่อไทย”  ให้เป็นเครือข่ายแห่งความหวังของอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง เครือข่ายครอบครัวเพื่อไทยจะต้องแข็งแรงและครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถสะท้อนเสียงทุกความต้องการของตัวเองและญาติมิตรมาสู่พรรคเพื่อไทยได้อย่างครบถ้วนค่ะ


.
สุดท้ายนี้ ดิฉันบอกกับตัวเองในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ตั้งแต่นี้ไป ว่า  “เราตายังดูดาว เท้ายังคงติดดิน ยืนหยัดอยู่ข้างประชาชนอย่างเข้มแข็ง มั่นคงเพราะพรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน”

ขอบคุณค่ะ
แพทองธาร ชินวัตร 
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
 

แพทองธาร  สุดคึก ประกาศพา 'เพื่อไทย' ขึ้นพรรคอันดับ 1

ภาพโดย  NationPhoto

‘ป.ป.ช.’ เปิดเซฟ พ่อ-ลูก ‘คลังแสง’ แจ้งทรัพย์สินรวม 36 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562062

27 ต.ค. 2566

'ป.ป.ช.' เปิดเซฟ พ่อ-ลูก 'คลังแสง' แจ้งทรัพย์สินรวม 36 ล้าน

“ป.ป.ช.” เปิดบัญชีทรัพย์สิน 2 พ่อ-ลูก “คลังแสง” บิ๊กทิน มี 17.7 ล้าน หนี้สิน 6 ล้าน ส่วนลูกชาย “รัฐ” รวย 19.6 ล้าน หนี้สิน 5 ล้าน

27 ต.ค. 2566 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สส.จำนวน 61 ราย (กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2566 จำนวน 59 ราย  กรณีพ้นจากตำแหน่ง จำนวน 2 ราย) 

โดย นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายรัฐ คลังแสง (บุตรชายนายสุทิน) กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย

ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน สุทิน-รัฐ คลังแสง ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน สุทิน-รัฐ คลังแสง

นายสุทิน และ นางฉวีวรรณ คลังแสง คู่สมรส แจ้งว่า

– มีทรัพย์สินทั้งหมด 17,718,696 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายสุทิน 7,138,875 บาท และทรัพย์สินของคู่สมรส 10,549,821 บาท

– มีหนี้สิน 6,068,330 บาท โดยเป็นหนี้สินจากเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ของนายสุทิน 3,640,042 บาท และของคู่สมรส 2,428,288 บาท 

ทรัพย์สินส่วนใหญ่ เป็นที่ดิน ของนายสุทิน 5 แปลง ในพื้นที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม มูลค่า 6,407,000 บาท ที่ดินคู่สมรส 8 แปลง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม มูลค่า 5,700,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของคู่สมรส 6 รายการ มูลค่า 3,700,000 บาท เงินลงทุนคู่สมรส มูลค่า 1,000,000 บาท ใน หจก.คลังแสงอีสาน ยานพาหนะ รวม 350,000 บาท เป็นต้น โดยไม่แจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่นแต่อย่างใด

และนายสุทิน แจ้งว่า คู่สมรสดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชียแปซิฟิก และผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.

ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน สุทิน-รัฐ คลังแสง ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน สุทิน-รัฐ คลังแสง

ขณะที่ นายรัฐ คลังแสง พร้อมด้วย น.ส.อารยา คลังแสง คู่สมรส แจ้งว่า

– มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 19,669,385 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนายรัฐ 19,429,867 บาท ทรัพย์สินคู่สมรส 239,518 บาท มีหนี้สิน 5,277,771 บาท โดยส่วนใหญ่เป็นเงินเบิกเกินบัญชีของนายรัฐ กว่า 4,500,587 บาท นอกนั้นเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น

สำหรับทรัพย์สินส่วนใหญ่ เป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง โดยแจ้งว่าเป็นอาคารสำนักงาน และหอประชุม รวมทั้งอาคารอเนกประสงค์ 2 รายการ มูลค่ารวม 11,500,000 บาท ที่ดินของนายรัฐ 4 แปลง ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม มูลค่า 5,700,000 บาท ยานพาหนะ เป็นรถยนต์  3 รายการ มูลค่า 1,750,000 บาท เงินฝาก 6 บัญชี  236,417 บาท เงินสด 200,000 บาท ทรัพย์สินอื่นรวม 95,900 บาท โดยเป็น สร้อยคอทองคำ กำไลข้อมือทองคำ แหวนเพชร เป็นต้น

นายรัฐ ยังแจ้งว่า ก่อนดำรงตำแหน่ง สส. เคยดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการวิทยาลับเทคโนโลยีเอเชียแปซิฟิก ขณะที่คู่สมรสดำรงตำแหน่งผู้จัดการวิทยาลับเทคโนโลยีเอเชียแปซิฟิกแทน

ไม่พลิกโผ ‘แพทองธาร‘ ผงาดนั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562057

27 ต.ค. 2566

ไม่พลิกโผ ‘แพทองธาร‘ ผงาดนั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่

ปรับโฉมเพื่อไทย ‘แพทองธาร’ ผงาดนั่งคุมพรรค พร้อมดึงทายาทบ้านใหญ่-คนรุ่นใหม่ร่วมทัพสู้ศึกพายุสีส้มชิงฐานเสียงคนรุ่นใหม่

วันที่ 27 ต.ค. พรรคเพื่อไทย จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี ครั้งที่ 1/2566 มีวาระสำคัญคือการเลือกกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ ซึ่งบรรยากาศที่พรรคเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาแกนนำ สมาชิกพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัดต่างเดินทางเข้ามาที่พรรคตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงพรรคเวลา 09.09 น. โดยมีแฟนคลับพรรคคอยให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ในการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ในที่ประชุมมีมติโหวตให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค โดยมีรองหัวหน้าพรรค อาทิ นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และรมช.คลัง, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม, น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด, นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สส.ชัยภูมิ และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการ รมว.คลัง

ขณะที่ นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว รับตำแหน่งเลขาธิการพรรค โดยมีรองเลขาพรรค ได้แก่ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย, ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ

ด้านกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม., นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค, นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นนายทะเบียนพรรค และนายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นโฆษกพรรค

สนธิญา บุกจี้กกต.ปมปล่อยผ่านนโยบายหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562049

27 ต.ค. 2566

สนธิญา บุกจี้กกต.ปมปล่อยผ่านนโยบายหาเสียง

สนธิญา ยื่นตามเรื่อง กกต. ปมอนุมัติผ่านนโยบายแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาท – เงินผู้สูงอายุ ส่อขัดรธน. เผยจ่อยื่นป.ป.ช – ผู้ตรวจ ส่งศาลรธน.วินิจฉัยการกระทำ

 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ศูนย์ราชการ อาคาร บี ถ.แจ้งวัฒนะ  นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้ามายื่นหนังสือสอบถามต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) ต่อกรณีการอนุมัตินโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ เช่น นโยบายสวัสดิการ 3,000 บาท ของผู้สูงอายุ และนโยบายแจกเงิน 10,000 บาท ดิจิทัลวอลเล็ต ที่ไม่สามารถดำเนินการไปได้จะขัดต่อพรป.พรรคการเมือง มาตรา 57 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 258(3) หรือไม่

ทั้งนี้ นายสนธิญา เผยว่า ตนต้องการคำตอบจาก กกต. ใน 2 ประเด็นคือ 1. กกต. ได้ปล่อยปะละเว้นในการวินิจฉัย นโยบายเหล่านี้หรือไม่ 2.นโยบายเหล่านี้ ขัดต่อ พรป.พรรคการเมือง มาตรา 57 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 258(3) หรือไม่

โดยก่อนหน้านี้ตนได้สอบถามและคัดค้านนโยบายดังกล่าวไปตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2566 จนตอนนี้เวลาผ่านมาเป็นเวลากว่า 5 เดือน 21 วัน แม้จะมีการตอบรับจาก กกต.ไปแล้ว แต่นโยบายดังกล่าวก็ไม่สามารถดำเนินการไปได้ ตนจึงอยากสอบถามกับทาง กกต. ว่าทำไมจึงปล่อยให้พรรคการเมืองนำนโยบายดังกล่าวมาหาเสียง แม้จะบอกว่าได้ตรวจสอบศึกษาทบทวนแล้วว่าสามารถทำได้

สนธิญา บุกจี้กกต.ปมปล่อยผ่านนโยบายหาเสียง

อย่างไรก็ตาม ตนไม่เคยเชื่อว่านโยบายต่างๆ เหล่านี้สามารถที่จะทำได้และตนไม่ต้องการให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยหวังว่าข้อผิดพลาดในครั้งนี้

จะเป็นบทเรียนให้กับทาง กกต. ในการแก้ไขปรับปรุง ยืนยันว่าวันนี้ตนมายื่นเรื่องสอบถามถึง กกต. เท่านั้นไม่ได้มาร้องถึงพรรคการเมืองใดๆ ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเข้าไปยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ต่อไป

สนธิญา บุกจี้กกต.ปมปล่อยผ่านนโยบายหาเสียง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนการแถลงข่าวนายสนธิญา ได้โชว์ซองจดหมายจ่าหน้าซองถึงนายสนธิญา แต่ไม่มีชื่อผู้ส่งโดยภายในซองมีรู้ภาพเปลือยจำนวน 2 ภาพ โดยนายสนธิญาระบุว่าได้รับเมื่อวานนี้แต่ไม่ทราบว่าผู้ส่งต้องการสื่ออะไรถึงตน