‘เศรษฐา’ เป็นประธานบวงสรวง พญานาค งานบั้งไฟพญานาค วันออกพรรษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562217

29 ต.ค. 2566

'เศรษฐา' เป็นประธานบวงสรวง พญานาค งานบั้งไฟพญานาค วันออกพรรษา

‘เศรษฐา’ เป็นประธานพิธีบวงสรวงวันเปิดโลก บูชาพระพุทธเจ้าและบูชาพญานาคใน วันออกพรรษา จ.หนองคาย พร้อมด้วย ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ ได้รับการต้อนรับจากนักท่องเที่ยวและประชาชนหลายพันคนที่มารอชม บั้งไฟพญานาค

ที่ลานนาคาเบิกฟ้า อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พลุเปิดงานถูกจุดขึ้นใน เวลา 18:10 น. หลังจากที่ ‘เศรษฐา’ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงบริเวณพิธี ซึ่งมีประชาชนหลายพันคนให้การต้อนรับ โดย นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเวทีพูดคุยกับชาวหนองคายและนักท่องเที่ยว

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

โดย ‘เศรษฐา’ บอกว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมพิธีในวันนี้ ดีใจที่ประชาชนมากันมืดฟ้ามัวดิน รัฐบาลนี้มีความตั้งใจเทศกาลทุกเทศกาลในทุกจังหวัด และจะสนับสนุนให้เมืองหนองคายและเมืองอื่นๆ ที่เป็นเมืองรองให้มีการท่องเที่ยว กระจายไปทุกจังหวัดและทุกเดือน วันนี้ถือว่าเป็นวันอันมงคล รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ที่มีนางรำมาร่วมบวงสรวงด้วยกว่า 1,000 คน นางรำแต่งหน้ากันตั้งแต่เช้า สวยทุกคนขอให้แสดงกันให้เต็มที่

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้จุดธูปเทียนเพื่อบูชา พญาพิสัยสัตนาคราช โดยมี ดาราสาว ‘ใบเฟิร์น’ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เป็นตัวแทนนางรำนำเครื่องบวงสรวง ร่วมทำพิธี จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ โปรยเครื่องดอกไม้ เพื่อบวงสรวงวันเปิดโลกบูชาพระพุทธเจ้าและบูชาพญานาค จากนั้นนายกรัฐมนตรีก็เดินทางออกจากพิธีไปชมบั้งไฟพญานาค ที่พุทธอุทยาน นานาชาติ ปทุมรัตน์ ธรรมเจดีย์ ซึ่งห่างจากที่นี่ประมาณ 16 กม. 

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

ขณะที่เวลา 18:00 น. ดาราสาว ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ ก็ขึ้นเวทีนำนางรำ 1,000 คนรำบวงสรวง บูชา พญาพิสัยสัตนคราช เนื่องในงานประเพณีออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2566 ท่ามกลางสายตาคณะรัฐมนตรีและประชาชนหลายพันคน 

ส่วนบรรยากาศ การรอรับชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคประชาชนจากทั่วทุกสารทิศได้เดินทาฃมาจับจองพื้นที่จนเต็มลานนาคาเบิกฟ้า และริมแม่โขงแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่คาดหวัฃว่าจะเห็นบั้งไฟพญานาคในค่ำคืนวันออกพรรษา

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

โดยนักท่องเที่ยวที่มารอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่ริมแม่น้ำโขง จ.หนองคาย สมใจเมื่อบั้งไฟลูกแรกของปีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. จำนวน 29 ลูก ที่บ้านต้อน อ.รัตนวาปี หลังจากนั้นก็มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกระจายในหลายจุด อาทิ บ้านตาลชุม, บ้านเปงจานเหนือ อ.รัตนวาปี, ที่วัดไทย อ.โพนพิสัย 

เบื้องต้นนับตั้งแต่มีบั้งไฟพญานาคลูกแรกเกิดขึ้นจนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นแล้วนับได้ 61 ลูก และคาดว่าจะมี บั้งไฟพญานาค ให้เห็นไปจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น.

โดย : โดย พรพรรณ เพ็ชรแสน
ภาพ : สุริยา ปะตะทะโย

‘สว.วันชัย’ ป้อง ’เศรษฐา‘ หลังสารพัดดราม่าถาโถม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562202

29 ต.ค. 2566

‘สว.วันชัย’ ป้อง ’เศรษฐา‘ หลังสารพัดดราม่าถาโถม

‘สว.วันชัย’ ป้อง ‘เศรษฐา’ หลังกระแสดราม่าถาโถม แนะให้เลิกฝังใจกับ ‘ทักษิณ’ เหตุผู้มีอำนาจก้าวข้ามความขัดแย้งกันหมดแล้ว

วันที่ 29 ต.ค. นายวันชัย สอนสิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีกระแสดราม่าต่างถาโถมใส่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โดยระบุว่า

ไม่เอาเพื่อไทย แล้วจะเอาใครเป็นรัฐบาล

อยากจะถามดังๆ ถ้าไม่เอาเพื่อไทยและนายกฯเศรษฐาแล้ว คุณจะเอาใครมาเป็นรัฐบาลมาเป็นนายกฯ เห็นกล่าวหาโจมตีกันจัง ไอ้โน่นก็ผิดไอ้นี่ก็ไม่ถูก จะยืนเดินนั่งนอน เสื้อผ้าหน้าผมรองเท้าถุงเท้าเป็นประเด็นกันไปหมด จะบ้าตาย… ทั้งๆที่เป็นรัฐบาลมาแค่ 2-3 เดือนโจมตีอย่างกับว่าเขาอยู่มาเป็นปี จะเกลียดทักษิณและเพื่อไทยก็เกลียดกันเอาเป็นเอาตาย เกลียดไม่เลิก เกลียดแบบเข้ากระดูกดำ ทั้งๆที่ผู้มีอำนาจเขาเลิกเกลียด เขาก้าวข้ามความขัดแย้งกันแล้ว แต่พวกนี้ยังฝังจิตฝังใจกับทักษิณ..ทักษิณ.. อย่างกับสายสิญจน์มัดตราสัง ไม่ยอมเลิกรา จะบ้าบอกันไปถึงไหน ไม่คิดจะให้บ้านเมืองมันเดินหน้ากันบ้างหรือไร จะเป็นสัปเหร่อเผาผีกันไปอย่างนี้หรือ แค่นายกฯไปแสดงความยินดีกับคุณอุ๊งอิ๊งด้วยท่าทีแบบนั้นก็ดิ้นกันเป็นกิ้งกือโดนไฟ ทำไม่ถูกบ้างล่ะ ไม่เหมาะสมบ้างล่ะ คนเป็นนายกฯทำอย่างนั้นมันน่าอาย ก็คนอยู่พรรคเดียวกันพวกเดียวกัน จะเล่นจะหยอกกันบ้างไม่ได้หรือ อะไรกันนักหนา และคุณอุ๊งอิ๊งที่เป็นหัวหน้าพรรคและจะเป็นนายกฯคนต่อไปหรือไม่นั้นมันก็อยู่ที่ประชาชน ทั้งวัยและการเมืองในสถานการณ์นี้ที่มีก้าวไกลเป็นคู่แข่ง  คุณไม่เอาคนวัยขนาดนี้ จะไปเอาคนแก่ขนาดไหนมาเป็นผู้นำ 

แม้แต่เรื่องเงินดิจิตอลวอลเล็ท 10,000 บาทก็ยังไม่ชัดเจนเลยว่ารัฐบาลจะเอาแบบไหนอย่างไรกันแน่ อยู่ในขั้นตอนที่เขาคงจะพิจารณากันให้รอบคอบ ทำได้ก็คงจะทำ และทำได้แค่ไหนเพียงไรเขาก็คงต้องดูกันให้ดี เป็นนายกฯเป็นรัฐมนตรีกันก็มีสติปัญญากันทั้งนั้น ทำแล้วบ้านเมืองเสียหาย ทำแล้วติดคุกติดตะรางเขาก็คงจะไม่ทำกันหรอก… ผมเชื่ออย่างนั้น เพราะพรรคเพื่อไทยคงจะมีบทเรียนเห็นพรรคพวกติดคุกติดตะราง หนีไปต่างประเทศกันแล้วหลายคน คงจะเป็นบทเรียนได้ดี…

การเป็นรัฐบาลครั้งนี้ ใครก็รู้ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเยอะ เขาคงจะไม่ทำอะไรซ้ำรอยเดิม ทั้งการชุมนุมประท้วง การปฏิวัติรัฐประหาร มันเป็นบทเรียนกันกับคนทุกคน ควรหันหน้าเข้าหากันได้แล้ว เลิกเสียทีเถอะที่เอาแต่ด่าๆๆ แต่ไม่เห็นจะทำอะไรเลย… แทนที่จะปรองดองกันกลับเมายาดองกันทุกวัน ว่างๆไปไหว้พระที่วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชันกันเสียบ้าง…

‘เศรษฐา’ แจงปมจุมพิตมือยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำไทยมีนายกฯ คนเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562197

29 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ แจงปมจุมพิตมือยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำไทยมีนายกฯ คนเดียว

‘เศรษฐา’ แจงปมโค้งจุมพิตมือยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ ชี้เป็นการแสดงความเคารพเพราะผูกพันมานาน ย้ำไทยมีนายกฯ คนเดียว ปัดถูกครอบงำ

วันที่ 29 ต.ค. ที่กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงประเด็นดราม่าคนมองถึงความเหมาะสมที่นายเศรษฐา ได้โค้งคำนับจุมพิตมือเพื่อแสดงความยินดีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ขึ้นเป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ว่า จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับคุณอุ๊งอิ๊ง เรามีกันมานาน ในฐานะพี่น้อง คุณอุ๊งอิ๊งเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย  ตนเองเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เราต่อสู้ด้วยกันมา ร่วมทุกข์ร่วมสุขในการหาเสียงด้วยกันมา เรามีความรัก ความเมตตา มีความเอ็นดู และมีความเป็นห่วงซึ่งกันและกัน  มันเป็นการแสดงออกซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน  ซึ่งเรามีความเป็นห่วงและเคารพซึ่งกันและกันอยู่แล้ว

“วันนั้นผมไปในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยเราอยู่ในฐานะครอบครัวทั้ง สส.และผู้ใหญ่หลายคนวันนั้นเราถอดหัวโขนออกไป  เราเป็นครอบครัวเดียวกัน  ไม่ได้มีสิ่งอื่นใด ไม่เป็นนัยยะว่าท่านมาครอบงำผมหรืออะไรทั้งสิ้นก็ลองไปถามคนอุ๊งอิ๊งดู ผมก็ระมัดระวัง มันเป็นสัญลักษณ์มากกว่า ถ้าไปดูให้ดีผมก็ไม่ได้จุมพิตที่มือท่าน ผมก็เอามือผมไปรองอยู่แล้ว มันเป็นความรัก เป็นความเอ็นดูเป็นความผูกพันซึ่งกันและกันก็ขอเลยว่าเรื่องนี้อย่าไปขยายความกันต่อดีกว่า เป็นเรื่องภายในคิดว่าเป็นเรื่องครอบครัวดีกว่าเราเป็นครอบครัวเพื่อไทยแต่วันนี้ผมเองมาสวมหมวกนายกวันนี้ผมเป็นนายกผมเองก็บริหารจัดการหน้าที่ของผมไปคุณอุ๊งอิ๊งก็ทำหน้าที่รองประธาน soft power ก็บริหารจัดการไปเราเข้าใจกันดีไม่มีปัญหาตรงนี้พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีนายกฯ คนเดียว” นายเศรษฐา กล่าว

ส่วนกรณีที่นิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนค่อนข้างพอใจผลงาน 2 เดือนนายกฯ เศรษฐาและรัฐบาลนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าก็ต้องทำงานหนักต่อไปทั้งรัฐมนตรี เสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่เคยหยุด เช่นในวันนี้นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีคมนาคม ก็มากับตนเองด้วย ซึ่งเราก็ขอบคุณและน้อมรับคำติชมตรงไหนเพื่อให้มีการปรับปรุงก็ยินดีเราเพิ่งเข้ามาได้ 7 สัปดาห์เอง ก็จะพยายามต่อ เข้าใจว่ายังมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่ซึ่งก็พยายามเต็มที่

โฆษกรัฐบาล อวดผลศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต ชี้มีผลสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562191

29 ต.ค. 2566

โฆษกรัฐบาล อวดผลศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต ชี้มีผลสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจ

โฆษกรัฐบาลเผยผลการศึกษาจากนักเศรษฐศาสตร์ยืนยันนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตมีผลสำคัญต่อการกระตุ้นการเติบโตของ GDP ได้ดี

วันที่ 29 ต.ค. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยผลงานการศึกษา ดร. สุวิทย์ สรรพวิทยศิริ และทีมงานเศรษฐศาสตร์นอกขนบที่อธิบายเรื่องผลของนโยบายต่อ GDP และต่อหนี้สาธารณะต่อGDP ซึ่งการรายงานแสดงให้เห็นว่า นโยบาย Digital Wallet มีผลสำคัญต่อการกระตุ้นการเติบโตของ GDP ได้ดีที่สุดและมีผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะต่อ GDP ต่ำสุด

ซึ่งจากกราฟของการศึกษาดังกล่าวพบว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยตามนโยบายเงิน Digital Wallet 10,000 บาท จะสามารถกระตุ้นผลของการเติบโต GDP ได้สูงสุดที่ 4.73%,5.22%,5.61%และ5.54%ในปีงบประมาณ 2567,2568,2569และ2570 ตามลำดับและมีผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะต่อ GDP ต่ำสุดด้วย

“ถึงแม้การศึกษาชิ้นนี้จะเป็นการทำการศึกษาในการเปรียบเทียบเชิงนโยบายในช่วงก่อนการเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ แต่ผ่านโมเดลการคำนวนวงเงินงบประมาณตามนโยบายสำคัญทางการคลังที่แต่ละพรรคการเมืองได้หาเสียงเอาไว้ก่อนหน้าการเลือกตั้ง โดยคาดการณ์ผลของนโยบายนั้นๆต่ออัตราการเติบโตของ GDP และต่อหนี้สาธารณะต่อGDP ซึ่งโฆษกรัฐบาลกล่าวว่าการกำหนดนโยบายของพรรคเพื่อไทย ได้ผ่านกรอบความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาท่ามกลางความท้าทายในอนาคตที่เล็งเห็นสัญญาณอันตรายว่า หาก GDP ยังคงถูกปล่อยให้เติบโตต่ำในระดับเพียงแค่ราวๆ 2% ดังเช่นในช่วง 8-9 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเริ่มมีปัญหาในการดูแลผู้สูงอายุที่นับวันก็จะมีจำนวนคนมากขึ้นทุกปี หรือแม้แต่ความสามารถในการจ่ายเงินบำนาญข้าราชการก็อาจจะได้รับผลกระทบด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดึงให้การเติบโตของ GDP ขึ้นไปถึงระดับ 5% ให้ได้ ดังนั้นจึงต้องการให้เกิดการสตาร์ทเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูและพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด” นายชัย กล่าว 

โฆษกรัฐบาล อวดผลศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต ชี้มีผลสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจ
โฆษกรัฐบาล อวดผลศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต ชี้มีผลสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจ

‘อนุทิน’ ยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค ชี้ต้องหนุนคนรุ่นใหม่ทำเพื่อชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562189

29 ต.ค. 2566

‘อนุทิน’ ยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค ชี้ต้องหนุนคนรุ่นใหม่ทำเพื่อชาติ

’อนุทิน’ ยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้สง่างาม เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ส่วนจะเป็นนายกฯ คนต่อไปหรือไม่ขึ้นกับประชาชน

วันที่ 29 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ว่า ในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องขอแสดงความยินดีกับนางสาวแพทองธาร ที่ได้รับเลือกด้วยความเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าท่านก็จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่ได้ประกาศไว้ให้ประสบความสำเร็จ 

นายอนุทิน กล่าวว่าพรรคภูมิใจก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ ตลอดจนในส่วนงานที่รับผิดชอบ ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนให้ภารกิจของรัฐบาลบรรลุจุดประสงค์และเป็นผลสำเร็จ จึงขอแสดงความยินดีกับคุณอุ๊งอิ๊ง เเพทองธาร ชินวัตร 

ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย มี น.ส.แพทองธาร เป็นหัวหน้าพรรคแล้วจะทำให้การทำงานในรัฐบาลราบรื่นยิ่งขึ้นหรือไม่ นายอนุทินมองว่า รัฐบาลทำงานราบรื่นอยู่แล้ว ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดือนนี้ก็เข้าเดือนที่ 2 แล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความรวดเร็วมีประสิทธิภาพมีความสมัครสมานสามัคคี ในบรรดาคณะรัฐมนตรีเราทำงานเพื่อบ้านเมือง วัตถุประสงค์เดียวกัน เป็นคณะรัฐมนตรีไม่ได้ว่าเป็นพรรคแต่ละพรรค 

เมื่อถามว่า การที่ น.ส.แพทองธารขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะเป็นการกู้ศรัทธาของพรรคเพื่อไทยได้เหมือนกับตอนยุค นายทักษิณ ชินวัตร หรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่า บรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมใจกันเลือกน.ส.แพทองธาร เขาก็มีความสง่างามทุกประการ และตัวน.ส.แพทองธาร ก็ได้แสดงให้เห็นศักยภาพ ความมุ่งมั่น

”ท่านก็เรียกผมว่าคุณอา ผมก็มองว่าท่านมีอินเนอร์ มีความมุ่งมั่น ความตั้งใจกับสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง และท่านก็เป็นคนรุ่นใหม่ เราก็ควรจะสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเมืองในทุกโอกาส“ นายอนุทิน กล่าว

ส่วนที่หลายคนมองว่า น.ส.แพทองธาร อาจจะได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายอนุทิน ตอบว่า ท่านก็เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่ไม่ใช่หรือ ในพรรคเพื่อไทย จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้หรือไม่ ก็แล้วแต่บรรยากาศทางการเมืองในเรื่องของการเดินหน้าต่อไป การเมืองเราไม่อยากไปก้าวล่วง ก็เป็นเรื่องของแต่ละพรรค วันนี้เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ จะมีนโยบายจะมีแนวทางอย่างไร ก็ต้องหารือร่วมกันในพรรคร่วม ถ้าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต่อประชาชนยังไงพรรคภูมิใจไทยก็สุดซอย

‘นิด้าโพล’ เผย คนส่วนใหญ่พอใจการทำงานของรัฐบาล ‘เศรษฐา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562178

29 ต.ค. 2566

‘นิด้าโพล’ เผย คนส่วนใหญ่พอใจการทำงานของรัฐบาล ‘เศรษฐา’

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจพบ 36.87% พอใจผลงานรัฐบาลเศรษฐา และ 46.31% ค่อนข้างพอใจกับบทบาทการเยือนต่างประเทศในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

วันที่ 29 ต.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “สนใจ เรื่องนายกเศรษฐา เยือนต่างประเทศ หรือไม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับประเด็นที่สนใจจากข่าวการเดินทางเยือนต่างประเทศในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

โดยเมื่อถามประชาชนถึงประเด็นที่สนใจจากข่าวการเดินทางเยือนต่างประเทศในช่วง 2 เดือนของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 39.01 ระบุว่า ไม่ได้ติดตามข่าว การเยือนต่างประเทศของนายกฯ เลย รองลงมา ร้อยละ 24.43 ระบุว่า การเข้าพบผู้นำ หรือบุคคลสำคัญในต่างประเทศ ขณะที่ร้อยละ 24.35 ระบุว่า บทบาทและผลการเยือนต่างประเทศของนายกฯ

ส่วนร้อยละ 21.83 ระบุว่า การแต่งกาย/เสื้อผ้าของนายกฯ ระหว่างเยือนต่างประเทศ, ร้อยละ 19.69 ระบุว่า การให้สัมภาษณ์ของนายกฯ ระหว่างเยือนต่างประเทศ, ร้อยละ 19.08 ระบุว่า ลักษณะท่าทาง และ/หรือ ภาษากายของนายกฯ ระหว่างเยือนต่างประเทศ , ร้อยละ 10.31 ระบุว่า การจัดการต้อนรับของประเทศเจ้าภาพ และร้อยละ 1.98 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามผู้ที่ติดตามข่าวการเดินทางเยือนต่างประเทศของนายกฯ (จำนวน 799 หน่วยตัวอย่าง) ถึงความพอใจต่อบทบาท ของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เกี่ยวกับการเดินทางเยือนต่างประเทศในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 46.31 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ, รองลงมา ร้อยละ 23.40 ระบุว่า พอใจมาก, ร้อยละ 20.27 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ, ร้อยละ 9.39 ระบุว่า ไม่พอใจเลย และร้อยละ 0.63 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความพอใจในบทบาท/ผลงานของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ในช่วง 2 เดือนที่ดำรงตำแหน่ง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 36.87 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ, รองลงมา ร้อยละ 26.87 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ, ร้อยละ 18.40 ระบุว่า พอใจมาก, ร้อยละ 13.74 ระบุว่า ไม่พอใจเลย และร้อยละ 4.12 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

‘นิด้าโพล’ เผย คนส่วนใหญ่พอใจการทำงานของรัฐบาล ‘เศรษฐา’

‘ภูมิธรรม’ เผยรับฟังความเห็นแก้ รธน.เสร็จสิ้น ธค.นี้ ชี้ ก้าวไกลไร้ข้อเสนอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562175

29 ต.ค. 2566

‘ภูมิธรรม’ เผยรับฟังความเห็นแก้ รธน.เสร็จสิ้น ธค.นี้ ชี้ ก้าวไกลไร้ข้อเสนอ

‘ภูมิธรรม’​ เผย​ คืบหน้าแก้รัฐธรรมนูญ รับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นเดือนธันวาคมนี้​ ก่อนเสนอครมพิจารณาประชามติ ไตรมาสแรกของปี ​ ชี้ ’ก้าวไกล​‘ ไร้ข้อเสนอมายังคกก.​ เหน็บ หากปรารถนาอยากเห็นประชาธิปไตยจริงไม่ควรยึดแต่ความคิดตน ไม่เช่นนั้นจะเป็นผู้ขัดขวางเสียเอง

วันที่ 29 ต.ค.นายภูมิธรรม​ เวชย​ชัย​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์​ กล่าวถึง​ ความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​  ว่า​ ขณะนี้​ทั้งคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติฯ และคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนฯ​ ได้เริ่มทำงานและมีการเรียกประชุมหลายครั้ง​ ซึ่งคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติฯได้ประชุมพูดคุยกับนักวิชาการ​  ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและฝ่ายพรรคการเมือง​  โดยได้ดำเนินการไปแล้วอย่างน้อย​ 2 เรื่อง​  คือได้ประชุมร่วมกับนายเสรี​  สุวรรณ​ภา​นนท์​ สมาชิกวุฒิสภา​ โดยได้ตกลงกันว่าจะรับฟังเสียงความคิดเห็นผ่านแบบสอบถามเพื่อให้สว.ได้ออกความคิดเห็น​ว่าอยากได้รัฐธรรมนูญ​แบบไหนอย่างไร​   นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกับนายพริ​ษฐ์​ วัชรสินธุ​ สส.บัญชี​รายชื่อ​และโฆษกพรรคก้าวไกล​ ซึ่งตกลงกันว่าจะทำแบบสอบถามในการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในส่วนการเมืองมีบทบาทสำคัญในการยกผ่านร่าง ถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ต้องนำมาคิด เพราะอย่างน้อยสส.ทั้ง 500 คนก็เป็นตัวแทนประชาชนจากกลุ่มต่างๆ และสว.ก็เป็นตัวแทนกลุ่มอาชีพต่างๆ มีอำนาจตัดสินใจว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการได้รับรู้ความเข้าใจและความคิดทั้ง 700 กว่าคนนั้น จะทำให้เห็นว่าแนวทางที่รัฐธรรมนูญนั้นจะผ่านได้เป็นอย่างไร

นายภูมิธรรม​ ยังระบุว่า​ ขณะนี้เหลือการรับฟัง​ความคิดเห็น​จากกลุ่มนักศึกษา​ในช่วงต้นเดือนพฤศจิ​ายน​  และการรับฟังจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆยังเหลือพรรคการเมืองบางพรรคที่ยังไม่มาร่วมในที่ประชุม​ ตัวแทนกลุ่มทหาร​ ตำรวจ​  สมัชชาคนจน​ และพรีมูฟ​  โดยจะมีการรับฟังประมาณวันที่​ 10 พฤศจิกายน ซึ่งการรับฟังเสียงจากภาคประชาชนจะทำให้รู้ถึงแนวทาง และทำประชาธิปไตยให้เป็นไปตามหลักการที่เราต้องการมากที่สุด ​   และดูว่าข้อจำกัดของแต่ละฝ่ายแต่ละแนวทางเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้ดำเนินการแก้ไขเรื่องรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าน่าจะได้ข้อสรุปประมาณช่วงสิ้นเดือนธันวาคม รวมไปถึงในช่วงไตรมาสแรกของปี จะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา​ พร้อมย้ำว่าไตรมาสแรกของปีหน้าจะได้เห็นการทำประชามติ

ส่วนขณะนี้พรรคก้าวไกล​ได้มีการเสนอข้อเสนอมาแล้วหรือไม่​ นายภูมิธรรม​ กล่าวว่า​  หากดูจากการเสนอญัตติเรื่องรัฐธรรมนูญในที่ประชุม จะเห็นได้ว่ามีการเสนอให้ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยไม่ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2​ ซึ่งแตกต่างจากหลักการของรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเสียงในสภาส่วนใหญ่เป็นเสียงของฝ่ายรัฐบาล จุดยืนคือห้ามแตกหมวด 1 และหมวด 2​ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องทำให้เกิดความขัดแย้งกัน กลายเป็นการสร้างความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา พร้อมกับกล่าวย้ำว่าเรามุ่งหวังจะเห็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเท่าที่ทำได้และมุ่งหวังให้ผ่าน​  ใช้ในการตัดสินใจเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น​

ส่วนท้ายที่สุดแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่​  นายภูมิธรรมกล่าวว่า​ ท้านที่สุดหลักการของประชาธิปไตย​ ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ในสังคม ถ้าปรารถนาอยากเห็นประชาธิปไตยจริงๆ ก็ไม่ควรยืนยันแต่ความคิดตน ไม่เช่นนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเราจะได้เสนอรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากๆในความเห็นเรา แต่ไม่สามารถผ่านนำมาใช้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจตรงนี้และเห็นว่าสังคมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ไม่มีใครมีความเห็นที่ถูกต้องที่สุด เพราะฉะนั้นการจะอยู่ร่วมกันต้องรับฟังความคิดเห็นร่วมกัน ใช้จุดที่ดีที่สุด เมื่อสังคมพร้อมมากขึ้น ก็ค่อยๆพัฒนาไป เพราะฉะนั้นได้ประชาธิปไตยที่มากขึ้นมากกว่าปี 60 ที่ผ่านมา ผมว่าก็ดีมาก เมื่อมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นผมว่าเสียงของประชาชนก็ได้รับการคุ้มครองมากขึ้น ซึ่งต้องดูหลักของความเป็นจริง มองเห็นพัฒนาการที่จะแก้ไขต่างๆ​ ประชาธิปไตยไม่เคยเกิดขึ้นทีเดียวตามใจปรารถนา​ ตนอยากให้เข้าใจตรงนี้และช่วยกันผ่านให้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะให้ทำให้เห็นว่าคนที่ต้องการจะเป็นผู้ขัดขวางประเทศ ไม่สามารถก้าวข้ามความขัดแย้ง และไม่เกิดผลดีต่อสังคม

รบ.ยันแรงงานไทยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน วอนให้เดินทางกลับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562173

29 ต.ค. 2566

รบ.ยันแรงงานไทยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน วอนให้เดินทางกลับ

รัฐบาล ยืนยันให้ความมั่นใจต่อ แรงงานไทยในอิสราเอล จะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน และจะสามารถกลับไปทำงานภายหลังสถานการณ์สงบได้อย่างแน่นอน วอนแรงงานไทยกลับบ้าน

วันที่ 29 ต.ค. นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ ณ ประเทศอิสราเอล เป็นอย่างมาก ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์การสู้รบอาจมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของพี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล โดยการสู้รบที่ขยายพื้นที่ในวงกว้างจะส่งผลต่อการเดินทางภายในประเทศอิสราเอล และ กระทบต่อกระบวนการอพยพพี่น้องแรงงาน

นายคารม กล่าวว่า ปัจจุบันมีพี่น้องแรงงานบางส่วนที่ยังมีความกังวลถึงค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับ หรือกังวลว่าจะไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานได้ภายหลังจากสถานการณ์สงบลง รัฐบาลโดย กระทรวงแรงงานขอยืนยันให้ความมั่นใจกับพี่น้องแรงงานว่า “พี่น้องแรงงานทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน และจะสามารถกลับไปทำงานภายหลังสถานการณ์สงบได้อย่างแน่นอน” ทั้งนี้  ทางกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานต่างๆ ในการหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมสำหรับพี่น้องแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในครั้งนี้ด้วยแล้วอย่างเต็มที่

“รัฐบาลวอนให้พี่น้องแรงงานไทยพิจารณาทบทวนให้ถี่ถ้วนในการเดินทางกลับประเทศไทย  ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตเป็นสิ่งแรก โดยรัฐบาล ได้เตรียมพร้อมในการอพยพพี่น้องแรงงานไทยกลับสู่ประเทศได้อย่างปลอดภัยในเวลาที่รวดเร็วที่สุด  สามารถแจ้งความประสงค์มายังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ หรือเดินทางมายังศูนย์พักพิงได้ทันทีที่: รร. David InterContinental, Kaufmann Street 12, Tel Aviv- Yafo, 61501

โทรศัพท์ศูนย์พักพิง : 050-443 8094, 053-557-4115

โทรศัพท์สถานทูตฯ : 055-271 2201, 053-245 2826, 054-636 8150” นายคารม กล่าว

‘อุ๊งอิ๊ง’ ควง ‘คุณหญิงพจมาน’ ปรากฎตัวครั้งแรก หลังรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562168

29 ต.ค. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' ควง 'คุณหญิงพจมาน' ปรากฎตัวครั้งแรก หลังรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

‘อุ๊งอิ๊ง’ ควง ‘คุณหญิงพจมาน’ ปรากฎตัวครั้งแรก หลังรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมงาน เดิน-วิ่ง-ปั่น ป้องกันอัมพาต ‘อนุทิน’ ขอฝากเนื้อฝากตัว ‘อุ๊งอิ๊ง’ ร้องโอ้โฮ เกินไป ขณะ ‘บิ๊กโจ๊ก’ คุกเข่าไหว้สวยแนะนำตัวกับ ‘คุณหญิงพจมาน’

29 ต.ค. 2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ร่วมงานแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 9 เฉลิมพระเกียรติ บริเวณท้องสนามหลวง 

ครั้งนี้ถือเป็นการออกงานครั้งแรกของ คุณหญิงพจมาน หลังจาก น.ส.แพทองธาร หรือ อุ๊งอิ๊ง ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และยังนับว่าเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกต่อสื่อมวลชนของคุณหญิงพจมาน ภายหลังการเลือกตั้ง และการขยับบทบาททางการเมือง ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มตัวของบุตรสาวอีกด้วย

'อุ๊งอิ๊ง' ควง 'คุณหญิงพจมาน' ปรากฎตัวครั้งแรก หลังรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

ขณะเดียวกันภายในงานมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เข้าร่วมด้วย 

อุ๊งอิ๊ง ควง คุณหญิงพจมาน ร่วมงาน เดิน-วิ่ง-ปั่น  ป้องกันอัมพาตอุ๊งอิ๊ง ควง คุณหญิงพจมาน ร่วมงาน เดิน-วิ่ง-ปั่น ป้องกันอัมพาต

โดยงานเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 05.00 น. ได้ปล่อยวิ่งระยะ 10 กม. และ 5 กม. ไปก่อน ซึ่งนายชัชชาติ ได้ร่วมวิ่งในระยะ 10 กม. และ นพ.ชลน่าน ได้วิ่งในระยะ 5 กม.ด้วย จากนั้นเวลา 05.40 น. ทันทีที่ น.ส.แพทองธาร และคุณหญิงพจมาน เดินทางมาถึง นพ.ชลน่าน และนายอนุทิน ได้เดินไปรับถึงรถ ซึ่งนายอนุทิน ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ น.ส.แพทองธาร ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้ นพ.ชลน่าน พูดแซวกับนายอนุทินว่า “ฝากเนื้อฝากตัวด้วย” ก่อนที่นายอนุทิน จะชี้กลับไปที่น.ส.แพทองธาร แล้วพูดว่า “ก็ต้องฝากตัวกับคุณอิ๊งค์ด้วย” นางสาวแพทองธาร จึงกล่าวว่า “โอ้โฮ เกินไป” 

อุ๊งอิ๊ง ควง คุณหญิงพจมาน ร่วมงาน เดิน-วิ่ง-ปั่น  ป้องกันอัมพาตอุ๊งอิ๊ง ควง คุณหญิงพจมาน ร่วมงาน เดิน-วิ่ง-ปั่น ป้องกันอัมพาต

จากนั้น น.ส.แพทองธาร และคุณหญิงพจมาน เดินเข้าไปพักที่จุดรับรอง โดยมีบรรดารัฐมนตรีเข้ามาสวัสดีทักทาย อย่าง น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่เข้าไปทักทายและแนะนำตัวก่อนจะกลับที่ตักของคุณหญิงพจมาน รวมถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เข้ามาลงไปคุกเข่าไหว้สวัสดีแนะนำตัวกับคุณหญิงพจมาน เช่นกัน

นายอนุทิน กล่าวระหว่างปิดงานว่าในฐานะตัวแทนของกระทรวงมหาดไทย มีความยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานในครั้งนี้ สำหรับข้าราชการและบุคลากรทุกท่านที่ได้มาร่วมเป็นกิจกรรมในครั้งนี้ถือว่าได้ทำหน้าที่ของข้าราชการ คือการเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะการออกกำลังกายนั้นเป็นพื้นฐานของความแข็งแรง ที่เป็นต้นทุนสำหรับศักยภาพของมนุษย์ หากคนไทยในประเทศแข็งแรง ประเทศชาติก็จะแข็งแรงตามไปด้วย กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุน พร้อมมีส่วนร่วมเสมอ กิจกรรมที่มีคุณค่าเช่นนี้ ให้คนไทยได้มีสุขภาพดี ห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมองและโรคอื่นๆ ที่ป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกาย

อุ๊งอิ๊ง ควง คุณหญิงพจมาน ร่วมงาน เดิน-วิ่ง-ปั่น  ป้องกันอัมพาตอุ๊งอิ๊ง ควง คุณหญิงพจมาน ร่วมงาน เดิน-วิ่ง-ปั่น ป้องกันอัมพาต

ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในนามของกระทรวงสาธารณสุข ต้องขอบคุณผู้มีส่วนร่วมในงานนี้ทุกท่าน ทุกคน ที่พวกเราจะมีเป้าหมายในการทำเวลา ไม่ใช่เป็นการวิ่ง 4 ชั่วโมง 30 นาที แต่เป็นนาทีทองของชีวิตที่จะปลอดภัยจากอัมพาต  ถ้าเราไปนำพาพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาเรื่องนี้นับ 1 แสนคนต่อปี หากเรารักษาได้ทันท่วงที สามารถแก้ปัญหาได้ และที่สำคัญกิจกรรมนี้ไม่คงเฉพาะเกิดขึ้นในวันนี้ เราต้องการให้เกิดขึ้นทุกวัน 67 ล้านคนขอเพียง 6.7 ล้านคนวิ่งทุกวันตลอด จะสามารถป้องกันได้

อนุทิน ขอแรง ผู้ว่าฯ ประสานญาตกล่อมแรงงานกลับไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562153

28 ต.ค. 2566

อนุทิน ขอแรง ผู้ว่าฯ ประสานญาตกล่อมแรงงานกลับไทย

“อนุทิน” สั่งการ “ผู้ว่าฯทั่วประเทศ” ประสานครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอล กล่อมญาติ พี่น้อง กลับบ้าน ย้ำ พร้อมช่วยเหลือเรื่องการเดินทาง และบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

วอนแรงงานไทยเดินทางกลับ จากกรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ประเทศอิสราเอลและถนนกัลซ่าในการต่อสู้กันระหว่างกองทัพของอิสราเอลและกองกำลังของกลุ่มฮาวาสส่งผลกระทบวงกว้างให้กับประชาชนและแรงงานชาติต่างๆที่เดินทางไปทำงานอยู่ภายในประเทศอิสราเอลรวมถึงแรงงานไทยซึ่งได้มีการดำเนินการอพยพกับมาสู่ประเทศเป็นระยะนั้น ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อนุทิน ขอแรง ผู้ว่าฯ ประสานญาตกล่อมแรงงานกลับไทย

ได้สั่งการด่วน ผ่านกลุ่มไลน์ ผู้บริหารกระทรวงฯ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศ เร่งประสานครอบครัวแรงงานไทย ที่ยังทำงานในอิสราเอล เพื่อให้ทางครอบครัว โน้มน้าว ให้แรงงานไทยกลับประเทศโดยด่วน เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ รัฐบาลจะอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง และออกมาตรการช่วยเหลืออื่นตามมา

โดยเนื้อหาการสั่งการระบุว่า 

“เรียนท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกท่านครับ 

ผมพึ่งได้รับการสั่งการจากท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้เครือข่ายมหาดไทยได้ช่วยเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์กับครอบครัวและญาติของผู้ใช้แรงงานในอิสราเอล 

ให้ช่วยกันขอให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ได้ตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศไทยโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของชีวิต

รัฐบาลจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับพร้อมทั้งเร่งออกมาตรการเยียวยาหาทางลดภาระต่างๆให้อย่างเต็มที่

รัฐบาลมีความเป็นห่วงพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคนเป็นอย่างมากและต้องการให้ทุกคนมีความปลอดภัย

หากมีการปฏิบัติการกวาดล้างในอิสราเอลอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตของพี่น้องแรงงานไทยได้ 

ดังนั้น รัฐบาลจึงขอวิงวอนให้พี่น้องแรงงานได้ตัดสินใจกลับมาเมืองไทยก่อน 

จึงขอความร่วมมือให้คนในครอบครัวได้ช่วยกันติดต่อและหากต้องการให้ช่วยติดต่อประสานเรื่องการเดินทางกลับ ขอให้ญาติได้ทำการแจ้งมายังอำเภอหรือจังหวัดได้เพื่อจะได้ประสานงานอำนวยความสะดวกให้ต่อไป 

ผมขอรบกวนท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่าน ได้กรุณาดำเนินการตามบัญชาท่านนายกรัฐมนตรี โดยด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ”