‘เศรษฐา’ ย้ำ ทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561859

25 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ ย้ำ ทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต

‘เศรษฐา’ ยันทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย พร้อมหาทางช่วยแก้หนี้ ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต ย้ำไม่แบ่งจ่าย 3 แน่นอน

วันที่ 25 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 50 คนเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ว่ามีคนไทยอยู่ด้วยหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร แต่เห็นท่านบอกว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ ท่านเองก็พยายามอย่างเต็มที่ 

เมื่อถามถึงเรื่องความมั่นคง ว่าสามารถเจาะข้อมูลเชิงลึกได้มากแค่ไหน นายเศรษฐา กล่าวว่า เจาะได้มาก ไม่มีจุดบอด ฝ่ายความมั่นคง ทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด และสภาความมั่นคงแห่งชาติทำงานอย่างเต็มที่ และมีรายงานมาโดยตลอด ส่วนต้องตั้งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อมาดูหลักเลยหรือไม่ นายเศรษฐา บอกว่าไม่จำเป็น เพราะมีสายตรงถึงตนตลอด

เมื่อถามว่าหลังจากนายกรัฐมนตรี ขอให้แรงงานเดินทางกลับ มีแรงงานแสดงความประสงค์เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้มีแนวทางดีขึ้น และในช่วงเที่ยงวันนี้ (25 ต.ค.) ก็จะมีการคุยกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงทีมงานกระทรวงการคลัง เพื่อหามาตรการช่วยเหลือแรงงาน เพราะเราก็ดูเชิงลึก ว่าแรงงานแต่ละคนที่เดินทางไปต่างประเทศ มีการกู้เงินมา เหตุผลหนึ่งที่หลายคนตัดสินใจไม่กลับ ยอมเสี่ยงชีวิตก็เป็นเพราะเรื่องเงินกู้ จึงต้องกลับมาดูว่าตนสามารถช่วยเหลือตรงไหนได้บ้าง ก่อนยืนยันเราพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งกดดันว่าอย่าให้นายจ้างเอาเงินมาล่อ ทั้งทำให้ส่วนที่ทำได้เอง ทำทุกส่วนพร้อมกัน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่ในครั้งต่อไปว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบต้องถามทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์

ส่วนการกำหนดไทม์ไลน์นั้นหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อวานนี้ได้คุยเบื้องต้น ซึ่งทีมงานได้คุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อหาวิธีการปรับแต่งเติม ตามที่ทุกภาคส่วนเสนอแนะเข้ามา ซึ่งเดี๋ยวต้องขอเจอก่อน

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีพูดบนเวทีปาฏกถาว่าจะต้องมีการปรับเงื่อนไขในส่วนของคนรวยนั้นเป็นอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็คืออย่างนั้นแหละ ใครจะบอกว่าคนรวยคือคนรวยใช่หรือไม่ ซึ่งตนรับฟังอยู่แล้วว่าต้องมีการปรับตรงนี้ โดยกำลังหาคำจำกัดความที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายว่าคนรวยคืออะไร พร้อมน้อมรับคำแนะนำจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่แล้วว่าควรที่จะเจาะจงมากขึ้น บางภาคส่วนที่ไม่เดือดร้อนอาจไม่ต้องรับซึ่งรับฟังอยู่ 

ส่วนแอปพลิเคชั่นเป๋าตังเดิมหรือแอพพลิเคชั่นอื่นสามารถพอใช้ได้หรือไม่ นายเศรษฐา ยอมรับว่า ใช้ได้ 

ส่วนขณะนี้ยังยืนยันว่าให้กู้เงินมาใช้ใน โครงการอยู่หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ก็ตามที่บอกไป 

เมื่อถามถึงข้อเสนอที่ขอให้รัฐบาลทบทวน การจ่ายเงินเป็น 3 งวดแทนงวดเดียวจะนำมาพิจารณาหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า พิจารณาแล้วก็คงคิดว่าไม่เอา เดี๋ยวคงจ่ายรวดเดียว เพราะอยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจทีเดียว และเม็ดเงินมันใหญ่จะได้ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน

ส่วนที่มีดาม่าประเด็นพรรคร่วมรัฐบาลไม่ออกตัวในโครงการดังกล่าว ในที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร นายเศรษฐา ระบุว่า ก็ไม่มีใครมีปัญหา พร้อมยืนยันว่าหนุน 

เมื่อถามถึงกรณีที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตถึงทางตันแล้ว เพราะอาจจะขัดต่อกฎหมาย นายเศรษฐาฟังคำถามแต่ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีไม่กังวลในประเด็นดังกล่าวใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ครับ

ส่วนที่มีหลายฝ่ายเดินหน้าร้องเรียนโครงการดังกล่าวกับองค์กรอิสระจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องชี้แจง เพราะองค์กรอิสระก็มีหน้าที่ของเขา ตนก็มีหน้าที่ชี้แจง

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนและมุมดีๆของโครงการดังกล่าวดังกว่าเสียงท้วงติง นายเศรษฐา ระบุว่า มันไม่เกี่ยวว่าดังหรือค่อยกว่า แต่อยู่ที่ว่าความจริงคืออะไร ความจริงคือ 10 ปีที่ผ่านมาจีดีพีของประเทศไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8% นี่ครัวเรือนขึ้นจาก 76% เป็น 90% ซึ่งสูงสุดติดท็อปเท็นของโลก เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้นก็ต้องเดินสายชี้แจงและรับฟังข้อท้วงติง และเมื่อมีคนไปร้องตนต้องชี้แจง

เมื่อถามย้ำว่ามีแผนสองในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า ผมไม่ได้มีแผนสอง ผมมีเป็น 10 แผนตามที่เคยกล่าวไปแล้ว เช่น การยกระดับเศรษฐกิจไทย การบริหารจัดการน้ำและหลายๆแผน

ส่วนกระแสข่าวอาจจะเลื่อนการแจกเงินจาก 1 ก.พ.67 ออกไปนั้น นายเศรษฐา ระบุว่ากำลังดูอยู่ ส่วนจะทันไตรมาสแรกของปี 67 หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า พยายามทำให้เร็วที่สุด ส่วนเม็ดเงินดังกล่าวขอให้มีการประชุมก่อน เพราะคำถามดังกล่าวมีเข้ามาเยอะเหลือเกินหากพูดไปก็จะเกิดความสับสน

เมื่อถามกรณีที่เรียกรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพื่อไทยไปประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้าและมีการกำชับให้ทำงานควิกวิน-ส่งการบ้านภายใน 2 สัปดาห์นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่เน้นไปในที่ประชุมคณะมนตรีด้วย และมีการเน้นกับ ครม.เพื่อไทยอีกครั้ง เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และอย่างที่บอกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเรามีเยอะ หลายนโยบาย แต่ละกระทรวงก็สามารถส่งผลงานกันได้

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีแต่ละคน พยายามที่จะเดินหน้าแต่ละงานแล้วใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า เป็นเรื่องภายในขอเก็บไว้ก่อน แต่หวังว่าเขาจะเดินหน้าเต็มที่ หากไม่เดินหน้าเต็มที่ก็คงเป็นหน้าที่ตนในการบริหารจัดการให้เขาเดินหน้าอย่างเต็มที่

Dinner Talk : Thailand’s Future เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561834

24 ต.ค. 2566

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

Dinner Talk : Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024 จัดโดย เนชั่นกรุ๊ป ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ นายกรัฐมนตรี เปิดใจเหตุการณ์ในอิสราเอล ทำให้ตระหนัก ถึงภาพความเลื่อมล้ำในสังคม จนทำให้คนไทย ยอมที่จะเสี่ยงค้าแรงงานในอิสราเอลทั้งที่อันตราย ย้ำ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ต้องเดินหน้า

วันที่ 24 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน Dinner Talk : Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024 และเสวนาหัวข้อ “รัฐบาลข้ามขั้ว สลายความขัดแย้ง ทำได้อย่างไร?”   จัดโดย  เนชั่นกรุ๊ป    ณ  คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

นายเศรษฐา​ กล่าวบนเวทีว่า​   เรื่องที่สะเทือนใจใน 10 วัน ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดี คือสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก หากไม่พูดถึง การเมืองในภาพใหญ่  พูดถึงภาพเราคงไม่ได้  ทำไมรัฐบาล  จึงต้องทำงานอย่างหนักกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อปากท้องให้ดีขึ้นและเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด ทำไมจึงต้องซ่อมเศรษฐกิจซ่อมความเป็นอยู่

.

ห่วงความปลอดภัย อยากเห็นคนไทยกลับบ้าน

.

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึง ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยในหลายๆ มิติ หากติดตามจากตนให้อัพเดทสถานการณ์อิสราเอล เมื่อวานนี้มีการให้สัมภาษณ์ไปว่าขอร้องวิงวอน อ้อนวอนให้คนงานที่อยู่ในอิสราเอลเดินทางกลับไทย โดยในปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศ​ ได้ทำงานหนักเพื่อนำคนกลับมาให้ได้วันหนึ่งเฉลี่ยประมาณ 800-1,000 คน

 แต่ว่าก็มีคนเปลี่ยนใจไม่กลับ เพราะว่าทางนายจ้างจะให้เงินเพิ่มมากขึ้น จะจ่ายเงินอีกครั้งในวันที่ 10 พฤศจิกายน  ต้องมองว่าการให้เงินเพิ่มมากขึ้นนั้นคุ้มหรือไม่กับความเสี่ยง คนที่อยู่ดินแดนที่มีความเสี่ยงจะหาเงินกลับมาจนเจอครอบครัวอีกหลายแสนหรือถึงล้าน  ไม่มีทางเลือกเพราะประสบความลำบาก​ ยอมเสียชีวิตเพื่อจะอยู่ต่อ​ ซึ่งนายจ้างจับจุดถูก​ เป็นที่น่าสลดใจ​ แต่ตนไม่รู้ว่าอีก​ 10 กว่าวันที่เหลือแรงงานจะเปลี่ยนใจกลับมาหรือไม่

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.

.
เรือธง “ดิจิทัลวอลเล็ต”ต้องเดินหน้า
.

เหตุการณ์​ดังกล่าวส่อให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย​ โดยมาตรการระยะสั้นที่รัฐบาลได้ออกไปไม่ว่าจะเป็นพักหนี้เกษตรกร ลดค่าไ ฟลดค่าน้ำมัน เหล่านี้เป็นมาตรการกระตุ้นระยะสั้น​ รวมถึงดิจิทัลวอลเล็ต​  เชื่อมั่นหลายท่านในที่นี้อาจไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วยแต่อาจจะอยากให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง​ หรือเห็นด้วยหมดเลย ซึ่งรัฐบาลพร้อมฟังเสมอ​ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็น​ เพราะเศรษฐกิจไทยต้องการการกระตุ้น 

ประชาชนที่อยู่ฐานรากประสบความลำบาก การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ให้ครัวเรือนละ 10,000 บาท​  สามารถนำเงินเหล่านั้นไปก่อร่างสร้างตัวได้​ ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมต้องจำกัดระยะทาง​ ทำไมต้อง​ 4 กิโลเมตร​ เนื่องจากไม่อยากให้คนนำเงินมาใช้ในเมืองใหญ่ แต่อยากให้ร้านค้าในพื้นที่ต่างๆได้ลืมตาอ้าปากจากตรงนี้ ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่จ่ายเป็นเงินสด เพราะไม่อยากให้นำเงินมาใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯได้ ซึ่งทุกอย่างจะค่อยๆคลี่คลายและอธิบายให้ฟังต่อไป เมื่อโครงการทั้งหมดนี้จบสิ้น​ ซึ่งมั่นใจว่าที่มาที่ไปของเงินและข้อเสนอแนะของหลายภาคส่วนที่เสนอแนะเข้ามา


ไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงอีกประเทศหนึ่ง หากลงไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดพูดคุยกับประชาชนปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่มาก เป็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไข เงินดิจิทัล 10,000 บาทของแต่ละคนสามารถไปเปลี่ยนอาชีพเขาได้ มีหลายเสียงบอกว่ามีแต่การกระตุ้นเศรษฐกิจประชานิยม​ ไม่ใช่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว 
 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.

.
รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทุกมิติ

.


แต่ตลอดระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือนที่ผ่านมา​ รัฐบาลนี้เห็นความสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว​ ซึ่งการที่ตนเดินทางไปยังต่างประเทศ   รวมทั้งเดือนหน้าจะเดินทางไปประชุมเอเปค ก็น่าจะมีข่าวดีทั้งของบริษัท Microsoft และ Google สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างรากฐานการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว​ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา   เดินทางไปยังประเทศจีน​ มีสมาคมธนาคาร​ หอการค้าไทย​ ประธานอุตสาหกรรม​  ก็ไปพูดให้ในเวทีการประชุม ปิดห้องคุยกัน 40-50 คน  

รัฐบาลนี้จะไม่มีการเหนียมอาย ในการที่เราเอาเอกชนไป​เมื่อรัฐบาลเดินทางไปต่างประเทศ โดยรัฐบาลจะเป็นตัวกลางให้ทุกคนเข้าถึงสินค้าและการให้บริการต่างๆที่คนไทยสามารถ offer ได้  ซึ่งในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการลงทุนสูงสุดในเรื่องของ EV  ซึ่งไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลนี้​ แต่เป็นของรัฐบาลเก่า​ แต่รัฐบาลนี้มาสานต่อ ซึ่งจะมีโรงงานผลิตรถยนต์ EV อีกหลายรายจะเข้ามา โดยจะต้องส่งเสริมในลักษณะซัพพลาย​เชน​ 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.
เล็งขยายตลาดเนื้อโคเข้าตะวันออกกลาง – ขับเคลื่อน”แลนด์บริดจ์”

.

สำหรับการเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบีย เพื่อพบกับบริษัทชั้นนำ พร้อมที่จะมาลงทุน  เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ นโยบายการส่งออกเนื้อวัว  ตนไม่แน่ใจว่าวันนโยบายนี้ถูกต้องหรือไม่แต่หากมีตลาดก็ถือว่าถูกต้อง​  ไปบูรไน​ และมาเลเซีย​ รวมไปถึงซาอุดีอาระเบีย ได้ ไปพูดคุยถึงเรื่องนี้ทุกประเทศมีความต้องการเนื้อวัวสูงมาก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งหลายให้เป็น 3 เท่าใน 4 ปี ไม่ใช่แค่การอัพราคาสินค้า​ แต่นำอาชีพไปเสริม ไม่ใช่เพียงปลูกข้าวอย่างเดียวแต่ให้เลี้ยงโคด้วย 

เรื่องการพักหนี้เกษตรกรชั่วคราว​ เพื่อให้ได้มีขวัญและกำลังใจที่จะทำธุรกิจอื่น ไม่ต้องคำนึงว่าแต่ละเดือนจะสามารถใช้หนี้ได้เท่าไร​ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น​  
“เรื่องรถไฟความเร็วสูง​ ได้หารือร่วมกับ ประธานาธิบดีสี​ จิ้นผิง ของจีน เพื่อเพิ่มศักยภาพต่อจิ๊กซอว์ One Belt One Road ที่ จะทำให้ต่างชาติมั่นใจ​ และย้ายฐานการผลิตมายังที่นี่​ ซึ่งเป็นการยกระดับทำให้ไทยเป็นโลจิสติกส์ฮับระดับโลก แต่ไม่ใช่ว่าจะแย่งธุรกิจจากมะละกาหรือสิงคโปร์ แต่การที่เรามีการลงทุนตรงนี้จะร่นระยะเวลาในขนสินค้า ได้ถึง 9 วัน ซึ่งไม่แน่ใจว่า 4 ปี จะได้ลงมือหรือไม่แต่แน่นอนว่าจุดเริ่มต้น โดยรัฐบาลนี้จะเริ่ม โครงการแลนบริดจ์เพื่อ สร้างศักยภาพในการแข่งขันของคนไทยทุกคน​ “


นายเศรษฐา กล่าวว่า   ที่ตนกล่าวมาไม่ใช่เพียงแต่ประชานิยม  เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันให้การสนับสนุน และนโยบายการเงินการคลังที่ดี​ ไม่ใช่แค่การระมัดระวังเรื่องวินัยการเงินการคลัง แต่นโยบายการเงินการคลังที่ดี ยกระดับความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคน​ โดยคำนึงถึงวินัยด้านการเงินการคลัง ซึ่งรัฐบาลนี้ทราบดี ว่าสถานภาพการเงินการคลังเป็นอย่างไร​  ตรงไหนที่ทำได้​  รัฐบาลยอมรับเสียงติชมมาตลอด รับฟังข้อเสนอแนะมาตลอด​ รักษาไว้ซึ่งวินัยการเงินการคลัง 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

.
เปิดทางเชื่อมโยงความร่วมมือเอกชนไทย –  ทุนข้ามชาติ

.

ขณะเดียวกันไม่กลัวว่าใครจะว่า   เอื้อประโยชน์ต่อเอกชนโดยรัฐบาลเป็นตัวกลางระหว่างการจับคู่เอกชนและเอกชนแต่ละประเทศ​    พร้อมเชื้อเชิญและยินดี​ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเชื่อมเอกชนเข้าหากับบริษัทข้ามชาติต่างชาติที่อยากมาลงทุน รัฐบาลนี้เต็มใจที่จะช่วยเหลือ เพื่อยกระดับขีดความแข่งขันของประเทศไทยขึ้นไป  

อยากให้เห็นว่ารัฐบาลนี้พยายามสร้างความหวังและแรงบันดาลใจในการที่จะเดินทางไปเปิดประเทศมี​ Infar Structure ที่จะตอบโจทย์    “เราเข้าใจคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะเป็นเถ้าแก่เจ้าสัว ซึ่งรัฐบาลของเราช่วยเอื้อให้เขามีโอกาสและความหวัง ให้เขาถือสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยที่เหมาะสม​ นอกจากนี้รัฐบาลพยายามทำอยู่อีกหลายเรื่อง​ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรสเท่าเทียมความสมัครใจเกณฑ์ทหาร​ ทำให้เขามีสิทธิเสรีภาพในการเลือก พร้อมกับกล่าวย้ำว่าเราพยายามทำอย่างเต็มที่ไม่อยู่บนความขัดแย้ง”

นายเศรษฐา​ กล่าวด้วยว่า​  เชื่อว่าหลายคนเป็นกำลังใจให้รัฐบาล และมีข้อสงสัย และไม่มั่นใจในทิศทางที่กำลังเดินไป  อยู่ด้วยกันหลายๆ ความคิด มาจากหลายๆ ที่ ความเห็นต่างเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องพยายามชี้แจง และอธิบายให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ รัฐบาลนี้จะไม่เหน็ดเหนื่อยกับการที่จะต้องอธิบายให้กับทุกท่านฟังว่า ทำไมจะต้องทำนโยบายอะไรออกมา เป็นหน้าที่ของรัฐบาลนี้  ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่ามาอยู่ตรงนี้ เพื่อที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกคนในทุกมิติ

.
หัวใจในการทำงาน fall in love 
.

ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในงาน Dinner Talk Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024  ได้มีช่วงถามตอบในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง  โดยนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถาม เรื่องการแต่งกาย ที่ชอบสวมถุงเท้าสีสันต่างๆว่า  ใส่มาตั้งนานตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ไม่ได้เลือกว่าวันไหนต้องสีไหน แต่ก็ดูตามกาลเทศะ เป็นความสุขส่วนตัว

ส่วนการเปลี่ยนเส้นทางจากธุรกิจสู่การเมือง แตกต่างกับที่คาดคิดไว้หรือไม่  ไม่ได้เหนือความคาดหวัง เพราะรู้ว่าต้องทำงานหนัก หลายคนเล่นการเมืองก็อยากเป็นรัฐมนตรี อยากเป็นนายกตั้งแต่อายุ 30 แต่ตนอายุ  58 ถึง 59 แล้วก็ยังไม่คิด จนกระทั่ง 2 ปีก่อนมาการเมือง จึงเริ่มคิด และสิ่งหนึ่งที่ต้องมีในการทำงาน คือ fall in love (ตกหลุมรัก) เพราะต้องอยู่ตรงนี้ถึง 4 ปี หากไม่หลงรัก ไม่มีแพชชั่น ตราบใดที่ไม่หลงรักงานที่ทำก็จะไม่ทำอย่างมีประสิทธิภาพ  ก่อนที่จะมาเป็นหรือไม่เป็นไม่แตกต่างกัน เพราะมองไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น


ที่บอกว่าทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนั้น ไม่ได้เหนื่อยเพราะทำงานเสร็จก็พักผ่อน ตื่นมาก็ทำงานต่อ ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย และไม่ว่าวิกฤตอะไรก็พร้อมสู้ เพราะนายกฯทุกคนก็เจอวิกฤตต่างกัน  ส่วนสิ่งที่จะได้เห็นจากรัฐบาลเศรษฐาในระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หลังจากนี้   บางเรื่องก็มีขีดจำกัดต่างกันไป เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องปากท้อง วันนี้รัฐมนตรีพลังงานก็ประกาศลดราคาน้ำมัน เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดูอยู่

การกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังทำต่อ อีกสองสัปดาห์ก็จะประกาศเพิ่มประเทศที่จะยกเว้นวีซ่า  อาจจะมีการเดินทางไปคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เรื่องของการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกที่จังหวัดนราธิวาส   ส่วนแผนในระยะกลางและระยะยาว อาจเห็นเรื่องของการพัฒนารถไฟรางคู่ รวมถึงแลนด์บริดจ์  และยืนยันว่าอยากให้โครงการนี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในรัฐบาลนี้  นายเศรษฐา  ระบุ

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

.

ข่าวโดย  :  Nation TV

ภาพโดย : NationPhoto

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมพรรคทุกด้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561823

24 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมพรรคทุกด้าน

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย แนะอย่าลืมวางยุทธศาสตร์เลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อชัยชนะระดับชาติ ด้าน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมทุกด้านของพรรค

วันที่ 24 ต.ค. เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นส.แพทองธาร ชินวัตร กรรมการบริหาร และ สส.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมประชุมประจำสัปดาห์ โดย นส.แพทองธาร ได้กล่าวกับที่ประชุม ว่า เราได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงมากมาย 1-2 เดือนที่ผ่านมา จะผลงานมากมายของนายกฯ เรามีแผนที่จะปรับเปลี่ยนพรรคให้มีความพร้อมมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งถนัดและไม่ถนัด 

“พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ตนต้องการความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล และจากพรรคเพื่อไทย มาแลกเปลี่ยนความรู้ในแต่ละด้าน เพราะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งอาจจะไม่มีความรู้ในกระทรวงต่างๆ จึงอยากให้แชร์ความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถร่วมกัน เชื่อว่า สส. ที่อยู่ในกระทรวงต่างๆ อยากจะเรียนรู้ร่วมกัน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

ด้านนายเศรษฐา  กล่าวถึงความกังวลใจในการเลือกตั้งซ่อม สส. และการเลือกตั้งท้องถิ่น ได้เน้นย้ำให้ สส. มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เมื่อเป็นรัฐบาลจะลืมการเลือกตั้งท้องถิ่น ถือว่าเป็นสัญญาณไม่ดีสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป

ส่วนความสัมพันธ์ของรัฐบาล-สส. หลายคนทำงานหนัก แต่ก็ต้องดูผลงานระยะสั้นเพื่อจะทำนโยบายบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน “ผมจะเข้าพรรคให้บ่อยขึ้น จะต้องรับฟังปัญหาของประชาชนผ่าน สส.ในพื้นที่ แก้ไขปัญหา ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น“ นายเศรษฐา กล่าว

ทั้งนี้นายเศรษฐา กล่าวทิ้งท้ายในที่ประชุมว่า ผมขอชวนไปดูหนังเรื่องสัปเหร่อ วันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.) เวลา 19.45 น. ขอให้ทุกคนแต่งตัวจัดให้เต็ม ผ้าขาวม้า โจงกระเบนมาให้หมดให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์

ครม.ไฟเขียว ‘พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ’ นั่งเลขา ป.ป.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561794

24 ต.ค. 2566

ครม.ไฟเขียว 'พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ' นั่งเลขา ป.ป.ส.

ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ “พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็น เลขาฯ ป.ป.ส. หลัง กระทรวงยุติธรรม รับโอนย้าย

24 ต.ค.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม มีวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญหลายวาระ และหนึ่งในวาระที่เป็นที่จับตา คือ การแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาป.ป.ส.) ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566 กระทรวงยุติธรรม ได้ส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องขอรับโอนข้าราชการ โดยพิจารณาเห็นว่า พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.)  เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จึงมีความประสงค์ขอรับโอน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหารระดับสูง 

ครม.ไฟเขียว พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นั่งเลขาฯ ป.ป.ส.ครม.ไฟเขียว พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นั่งเลขาฯ ป.ป.ส.

ล่าสุด นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทนักบริหารระดับสูง ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ให้โอนข้าราชการตำรวจ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (ผช.ผบ.ตร.) มาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ (ประเภทบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ทั้งนี้ หากย้อนไปในอดีต มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ส. จนถึงปัจจุบัน มาแล้ว 19 คน โดยในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 12 คน และอีก 7 คน มาจากตำรวจ โดยตำรวจที่เคยโอนมาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ป.ป.ส. รายล่าสุดคือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. คนที่ 14 ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2555-2557

มท.1 ลงนามตั้ง “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561798

24 ต.ค. 2566

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่ง แต่งตั้ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็น โฆษกกระทรวงมหาดไทย

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป เพื่อให้การดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ การชี้แจงข้อมูลข่าวสาร การเผยแพร่ภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับประวัติของ น.ส.ไตรศุลี นั้น  เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2532 ที่จังหวัดศรีสะเกษ เป็นบุตรสาวของนายวิชิต ไตรสรณกุล นักการเมืองท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ จบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

น.ส.ไตรศุลี ได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทยและการสนับสนุนจากบิดา จึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ลำดับที่ 30

แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้งในการลงสมัครครั้งนี้ แต่น.ส.ไตรศุลี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย น.ส.ไตรศุลี จึงมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นจากการเป็นผู้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี

ในปี 2566 ไตรศุลี ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวง

เปิดใจ ‘แรมโบ้อีสาน’ ลาออก ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ทิ้งการเมือง-ถอยมาตั้งหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561782

24 ต.ค. 2566

เปิดใจ ‘แรมโบ้อีสาน’ ลาออก ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ทิ้งการเมือง-ถอยมาตั้งหลัก

‘แรมโบ้อีสาน’ ดร.เสกสกล เปิดใจ ลาออกสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ทิ้งสนามการเมือง แต่ขอถอยห่างออกมา เป็นกองหนุนอยู่เบื้องหลัง พรรคที่ทุ่มทุนสร้างมากับมือ ส่งผลให้ แม่เลี้ยงติ๊ก เลื่อนระบบบัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมาลำดับ 15 แทน

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2566 มีรายงานว่า “แรมโบ้อีสาน” หรือ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี(นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค)และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ตั้งแต่ ต้นเดือนตุลาคม 2566

แรมโบ้อีสานแรมโบ้อีสาน

“แรมโบ้อีสาน” ถือเป็นผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีชื่อเป็นผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 15 ซึ่งหากดร.เสกสกล ลาออกจะเลื่อนผู้สมัครลำดับถัดไปขึ้นมาคือ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือ แม่เลี้ยงติ๊ก อยู่ลำดับที่ 16 เพราะขณะนี้บัญชีรายชื่อของพรรคถึงลำดับที่ 14 แล้ว

ดร.เสกสกล ผู้ก่อตั้งพรรคและเป็นรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นแม่ทัพประสานงานผู้สมัคร สส.ในภาคอิสาน ถือเป็นกำลังสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติคนหนึ่ง และมีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นเงาตามตัวเคียงข้าง ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนานกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่านมา

แรมโบ้อีสาน มีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นเงาตามตัวเคียงข้าง ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี แรมโบ้อีสาน มีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นเงาตามตัวเคียงข้าง ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี

“แรมโบ้อีสาน” เปิดใจ กับ ‘คมชัดลึก’ ว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีผลทำให้หลุดจากทุกตำแหน่งของพรรคด้วย การลาออกครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเลิกเล่นการเมือง หรือทิ้งสนามการเมือง

ยืนยันไม่เลิกเล่นการเมือง แต่ถอยออกมาตั้งหลัก อยากเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ทำคุณประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองได้เหมือนกัน อีกทั้งเป็นช่วงเวลาต้องดูแลรักษาสุขภาพตามแพทย์สั่งหลังผ่าตัดเข่า

“ผมพอใจที่พรรคร่วมไทยสร้างชาติ เติบโตและมี สส.ถึง 36 คน แม้ไม่บรรลุเป้าหมาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผมอยากเห็นการเมืองใหม่ การเมืองที่เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือ ได้มารับไม้ต่อจากนักการเมืองรุ่นพี่ๆ เพื่อดูแลบ้านเมืองเราสงบสุขเจริญรุ่งเรือง”

เปิดใจ ‘แรมโบ้อีสาน’ ลาออก ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ทิ้งการเมือง-ถอยมาตั้งหลัก

นักวิชาการ มอง เปลี่ยนซื้อ เรือฟริเกต เหมาะกับการใช้งาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561767

24 ต.ค. 2566

นักวิชาการ มอง เปลี่ยนซื้อ เรือฟริเกต เหมาะกับการใช้งาน

นักวิชาการดังม.รังสิต วิเคราะห์ปม เปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต ชี้แม้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแง่บำรุงรักษา แต่ศักยภาพการปฏิบัติงานเหมาะสมกับการใช้งาน


จากกรณีประเด็นร้อนในเรื่องของยุโธปกรณ์ของกองทัพเรืออย่าง เรือดำน้ำ ที่ยังไม่มีวี่แววได้ข้อยุติ ซึ่ง นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปิดเผยว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงจากเริอดำน้ำ เป็นเรือฟริเกต ซึ่งมีแนวทางว่าเหมาะสม และคุ้มค่าในการเปลี่ยนแปลง

รวมทั้งการให้สัมภาษณ์รอบล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ขอให้นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ชี้แจง หากมีข้อมูลครบแล้วค่อยดำเนินการเจรจา แต่เชื่อว่าจะมีข่าวดีและมีความคืบหน้าไปได้ด้วยดี ฉะนั้นขอให้เกียรติทางกระทรวงกลาโหมทำงานก่อนหลังไปเจรจามาแล้ว พร้อมยืนยันว่า การพูดคุยเป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดี

นักวิชาการ มอง เปลี่ยนซื้อ เรือฟริเกต เหมาะกับการใช้งาน
เมื่อถามย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆในทำนองที่ว่าไม่เสียเปรียบ

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายทหารและความมั่นคง ได้แสดงความเห็นในกรณีดังกล่าวอย่างน่าสนใจว่า การที่เปลี่ยนเป็นเรือฟริเกต นั้น เป็นการลดแรงเสียดทานทางการเมือง เพราะรู้ทั้งรู้ว่าว่า ถ้ายังดึงดันที่จะซื้อเรือดำน้ำต่อไป ก็อาจจะเสียค่าโง่

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

เพราะมีเงื่อนไขที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ในเรื่องของเครื่องยนต์ของเรือที่จะต้องเป็นสเปกจากเยอรมนี ในข้อนี้ทางจีน ไม่สามารถทำตามข้อเสนอฝั่งไทยได้ การปรับเปลี่ยนข้อเสนอครั้งนี้ อ.วันวิชิต มองว่าเป็นไปเพื่อรักษาสัมพันธภาพ และเรือฟริเกต มีความคุ้มค่าในแง่ศักยภาพ แต่มันก็จะมีคำถามที่ตามกลับมาด้วยว่า ค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุง หรือพื้นที่ในการจอดเรือฟริเกต ก็มีค่าใช้จ่ายงบประมาณไม่น้อย ที่ผ่านมาน่านน้ำของไทย เรือที่มีประสิทธิภาพอย่าง เรือพิฆาตขนาดเล็ก หรือ คอร์เวต เช่น เรือหลวงสุโขทัยที่จมไปนั้น ถ้าจะหาลำใหม่มาทดแทน ควรจะปรับเปลี่ยนคุณสมบัติให้มีความสอดคล้องกับภูมิประเทศทางกายภาพ ความมั่นคง

เรือฟริเกตเรือฟริเกต

ซึ่งเรือคอร์เวต มีราคาถูก และคุ้มค่ากว่า รวมทั้งสามารถนำมาทดแทนเรือที่เก่า ชำรุด ประเด็นตรงนี้ถ้าฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกลาโหม หรือพรรคเพื่อไทยเองทำการบ้าน มองว่า ควรจะเชียร์ หรือ แนะนำว่า ถ้าสเปกที่กองทัพเรือควรใช้ในการปฏิบัติตามภารกิจจริง  โดยที่ฝ่ายการเมืองสนับสนุนในแนวทางกันได้ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีทิศทางที่จะไม่ผลักดันในการที่จะซื้อเรือดำน้ำ รวมทั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในช่วงเป็นฝ่ายค้านก็มีความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน ดังนั้นเป็นการตอบโจทย์ในทางการเมืองในฝ่ายตัวเองด้วย และความคาดหวังทางสังคมด้วยเช่นกัน
 

” ประเด็นสาระสำคัญ ในการจัดซื้อที่ผมเข้าใจว่า ในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการจัดซื้อเรือฟริเกตแทนเรือดำน้ำ แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้ามองในแง่คุณูปการ มันเป็นเรือรบพิฆาตแบบ 3 มิติ มีศักยภาพสามารถปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพอากาศได้ เป็นสิ่งที่ก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีข้อดีในส่วนนี้ การดำเนินการของกองทัพเรือ ไม่ว่าจะปฏิบัติงานจริง หรือทำการซ้อมรบ สามารถร่วมปฏิบัติการกับกองทัพอากาศได้ ขณะเดียวกันมีที่จอดเฮลิคอปเตอร์ รวมทั้งยังมีศักยภาพในรูปแบบของการปราบปรามเรือดำน้ำได้”

อ.วันวิชิต มองต่อไปว่า  ในแง่นี้ ถ้ามองในเรื่องของขีดความสามารถ เรือฟริเกตมีศักยภาพสูง เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกลุ่มประเทศเอเชียใต้ ที่ผ่านมาจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะให้ความนิยมเรือคอร์เวต ซึ่งเป็นเรือพิฆาตขนาดเล็ก ที่มีความคล่องตัว แต่เรือฟริเกต เป็นเรือที่แสดงออกถึงแสนยานุภาพ และมีพัฒนาการเทคโนโลยีที่อัทเกรดตลอดเวลา เพราะประเทศที่เป็นต้นทางหรือในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศนั้น ของทางเรือ เรือฟริเกตมีการแข่งขันที่สูงมาก มากกว่าเรือประเภทอื่นๆ ถ้าข้ามเรือดำน้ำไป เรือฟริเกต เป็นที่นิยมในกลุ่มประเทศเศรษฐีใหม่ เพื่อเสริมความสามารถให้กองทัพเรือของตนเอง 

ดังนั้นจึงมองว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ จะทำให้ไม่ถูกมองว่า ทั้งไทยและจีนมีความรู้สึกเสียหน้า ทางจีนก็จะมีความเข้าใจในมิติที่ว่า ทางการไทยต้องการสเปกเครื่องยนต์เยอรมนี แต่ทางจีนไม่สามารถทำให้ในตามข้อบังคับต่างๆ และทางไทย ก็มีคำอธิบายในทางสังคมว่า การเปลี่ยนไปเป็นเรือประเภทอื่นที่มีความคุ้มค่า ในแง่ของการปฏิบัติงานที่มากกว่าเรือดำน้ำนั้น น่าจะได้เสียงสนับสนุนจากสังคมมากกว่า ที่จะเดินหน้าซื้อเรือดำน้ำตามแผนเดิม.

ส่วนที่มีข้อมูลในโลกออนไลน์ ที่มองว่า ทำไมรัฐบาลไม่มีการทวงเงินในส่วนที่จ่ายไปของเรือดำน้ำคืนมา อ.วันวิชิต กล่าวว่า การทวงเงินส่วนก่อนหน้านี้คือ เกรงว่าจะกระทบต่อความรู้สึก หรือสัมพันธภาพ ความเชื่อมั่นระหว่างกันหรือไม่ เพราะว่า เป็นโครงการสืบเนื่องที่ส่งต่อมาให้รัฐบาลใหม่ การที่จะปฏิเสธไม่ซื้อเรือดำน้ำต่อ ด้วยข้ออ้างที่ว่า สเปกของทางจีนไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ และการที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพิ่งเดินทางกลับมาจากการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่นาน คงไม่กล้าที่จะสร้างเงื่อนไขในการที่จะไปทวงเงินคืน จึงเป้นการปรับเปลี่ยนไปยังยุทโธปกรณ์ที่คุ้มค่าและเหมาะสมแทน หรืออยู่ในเงื่อนไขที่ทางการไทยได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นการรักษาความรู้สึกและสัมพันธภาพระหว่างกันและกัน 

เปิดทางคนรุ่นใหม่ ‘ประเสริฐ’ ขอไม่รับตำแหน่ง ‘เลขาธิการพรรคเพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561758

24 ต.ค. 2566

เปิดทางคนรุ่นใหม่ ‘ประเสริฐ’ ขอไม่รับตำแหน่ง ‘เลขาธิการพรรคเพื่อไทย’

‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ ขอไม่รับตำแหน่ง ‘เลขาธิการพรรคเพื่อไทย’ ชี้เป็นเวลาคนรุ่นใหม่ หลังมีกระแสข่าว สรวงศ์ เทียนทอง นั่งเลขาฯ ‘แพทองธาร’ เป็นหัวหน้าพรรค

ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรักษาเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันที่ 27 ต.ค. นี้ ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ตอบรับเป็นหัวหน้าพรรค ว่า วันที่ 27 ต.ค. จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญ พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรค ก็ดำเนินการตามวาระ ซึ่งวาระสำคัญคือ การเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ขอให้รอดูว่ากรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเป็นใครบ้าง เพราะต้องรอให้สมาชิกได้ลงคะแนนเสียงก่อน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรักษาเลขาธิการพรรคเพื่อไทยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรักษาเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

ส่วนกระแสข่าว น.ส.แพทองธาร เป็นหัวหน้าพรรค และ นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็นเลขาธิการพรรคนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ก็เป็นกระแสข่าว แต่หลายคนเห็นว่า น.ส.แพทองธาร มีความเหมาะสม มีภาวะผู้นำ มีองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนพรรคได้ ขอให้รอดูการโหวตก่อน

เมื่อถามว่า ในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อาจได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเลขาพรรคอีกครั้ง จะรับตำแหน่งอีกหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นเวลาของคนรุ่นใหม่ จะได้เข้ามาทำงานในพรรค ตนเคยรับตำแหน่งนี้มา 3 ปีพอดี คิดว่าเป็นโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะได้สร้างคนใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ให้รอดูที่ประชุมเสนอ แต่คิดว่าน่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ตนแล้ว

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ส่วนทิศทางของพรรค เพื่อไทย หลังจากได้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แล้วนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า จะมีสิ่งใหม่ เกิดขึ้นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การวางยุทธศาสตร์เตรียมพร้อมในการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป และองคาพยบต่างๆในพรรคคงมีการดำเนินการหลายอย่าง

‘สมชาย’ จี้ 357 คดีโกงเลือกตั้งเงียบ ‘กกต.’ โต้ มี 90 เรื่องลุ้น 6 เสือเคาะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561738

23 ต.ค. 2566

‘สมชาย’ จี้ 357 คดีโกงเลือกตั้งเงียบ 'กกต.' โต้ มี 90 เรื่องลุ้น 6 เสือเคาะ

‘สมชาย’ กระทุ้ง 357 คดีโกงเลือกตั้ง ผ่าน 6 เดือนยังเงียบ กกต.โต้กลับสอบทุจริตเลือกตั้ง สส. อยู่ขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริง ข้อมูล-พยานครบ พร้อมชง 6 เสือพิจารณา 90 เรื่องต้องลุ้น

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2566 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่ อย่าขี้ลืม เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ผ่านมาเกือบ 6 เดือนแล้ว คดีเลือกตั้งทุจริตไม่ชอบ 278 คำร้อง ความปรากฏ 38 เรื่อง เบาะแส 41 เรื่อง รวม 357 เรื่อง คดีหายไปไหน ไม่มีใครถูกสอย

ล่าสุดแหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยว่า ภายหลังจาก กกต.มีมติประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต และแบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100 คน เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามกฎหมาย กกต.ยังมีอำนาจพิจารณาการสืบสวนไต่สวนตามมาตรา 138 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. หากมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต กกต.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง 

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักงานฯดำเนินการตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริง เมื่อข้อมูลพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ก็จะเสนอเรื่องให้ที่ประชุมกกต.พิจารณา ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะที่สำนักประชาสัมพันธ์ กกต. ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า ในการเลือกตั้ง สส.มีคำร้อง ความปรากฏ ข้อมูลเบาะแสจำนวนทั้งสิ้น 357 เรื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2566 ประกอบด้วยคำร้อง 278 เรื่อง ความปรากฏ 38 เรื่อง และข้อมูลเบาะแส 41 เรื่อง

ทั้งนี้ได้มีการดำเนินการแล้วเสร็จ 267 เรื่อง ประกอบด้วย การพิจารณาคำร้อง 236 เรื่อง สั่งไม่รับ รวบรวมเป็นข้อมูล 156 เรื่อง และ ไม่มีมูล ยกคำร้อง สั่งยุติเรื่อง 80 เรื่อง โดยมีการ วินิจฉัยชี้ขาดสำนวน 31 สำนวน เป็นการยกคำร้อง 27 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 3 สำนวน และยื่นคำร้องต่อศาล 1 สำนวน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ 90 เรื่อง

สำนักงาน กกต. ขอแจ้งว่า ทุกคำร้องได้นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการสืบสวนไต่สวน ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 รวมถึงแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2566 และเรื่องที่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ได้มีหนังสือแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบเป็นรายคดีแล้ว สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

‘สมชาย’ จี้ 357 คดีโกงเลือกตั้งเงียบ 'กกต.' โต้ มี 90 เรื่องลุ้น 6 เสือเคาะ

‘วันชัย’ สุดเศร้า พิทักษ์ทรัพย์ 11 แกนนำพธม. จี้ ‘นิรโทษกรรม’ สลายขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561732

23 ต.ค. 2566

‘วันชัย’ สุดเศร้า พิทักษ์ทรัพย์ 11 แกนนำพธม. จี้ ‘นิรโทษกรรม’ สลายขัดแย้ง

‘วันชัย’ วุฒิสมาชิก โพสต์ โคตรสะเทือนใจ แกนนำม็อบ ถูกคดี-ยึดทรัพย์ ทั้งที่ต่อสู้เพื่อส่วนรวม พร้อมทวงบุญคุณให้ รัฐบาลข้ามขั้วสำนึก จี้ ‘นิรโทษกรรม’ เดินหน้าปรองดอง สลายความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2566 นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ยึดสนามบินกับยึดอำนาจรัฐ” ระบุว่าผมได้เห็นข่าวแกนนำพันธมิตร หรือเสื้อแดงเสื้อเหลือง นปช.หรือกปปส.หรือผู้ร่วมขบวนการถูกศาลพิพากษาจำคุก เข้าๆออกๆหลายหนหลายคดี ทั้งถูกฟ้องคดีแพ่งคดีอาญา รู้สึกสะท้อนใจถึงขั้นเจ็บปวดแทน ยิ่งได้ข่าวว่าแกนนำพันธมิตร 11 คนถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลายยิ่งสะเทือนใจหนัก บางคนถูกยึดอายัดทรัพย์สินที่ดิน เงินเดือนเงินสำรองเลี้ยงชีพ บางคนตายไปแล้วทรัพย์สินของเมียก็ถูกตามยึด

บอกตรงๆว่าโคตรสะเทือนใจ คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นสีไหน ทำไมเขาต้องมาโดนแบบนี้ วีรบุรุษนักสู้ในขณะนั้นต้องจบชีวิตแบบนี้หรือ ใครจะรู้สึกอย่างไรหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ผมรู้สึกเศร้า สะเทือน เจ็บปวด

ผมไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำรัฐบาลและนายกฯเศรษฐา ที่ข้ามขั้วสลายสีสลายความขัดแย้งจะรู้สึกอย่างไรหรือไม่กว่าที่พวกคุณจะมาเป็นรัฐบาล ก้าวข้ามคนที่บาดเจ็บล้มตายมาหลายร้อยหลายพันคน ตั้งแต่การชุมนุมประท้วงต่อสู้กันทางความคิดทางการเมือง ห้ำหั่นกันทั้งในสภาทั้งนอกสภา จนนำมาสู่การรัฐประหารถึง 2 ครั้ง แตกแยกแบ่งสี 

แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาเกือบ 20 ปี มีความเสียหายจากเหตุการณ์ต่างๆมากมายมหาศาล จากเหตุการณ์ในวันนั้นจนกระทั่งถึงวันนี้ ผ่านการยึดกรุงเทพฯ ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน และยึดอำนาจรัฐ ทั้งคนตาย คนพิการ คนติดคุก คนอยู่ระหว่างดำเนินคดีทั้งชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา มากมายเสียเหลือเกิน กลุ่มที่ยึดอำนาจรัฐกลับได้รับการนิรโทษกรรม แต่กลุ่มประชาชน กลุ่มสีต่างๆยังต้องรับเวรกรรมกันอยู่ แต่ละคนที่ลอยหน้าลอยตามีตำแหน่งแห่งหนอยู่ ทั้งที่ผ่านมาและในปัจจุบัน ไม่รู้สึกรู้สากันบ้างหรือไร ไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรเขาบ้างหรือ

นักต่อสู้พวกนี้เขาต่อสู้เพื่อตัวเองกันหรือเปล่า เขาทุจริตคิดชั่วหรือเป็นโจรเลวทรามต่ำช้ากระนั้นหรือ ไม่ใช่เลย  เขาทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ต่างแต่อุดมการณ์และความคิดกันเท่านั้น  ณ วันเวลานี้ เลิกได้ควรเลิก จบได้ควรจบ อย่าถือสาหาความต่อกัน ถ้าจะว่าผิดมันก็ผิดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าจะว่าถูกมันก็ถูกด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครผิดใครถูกหรือใครดีกว่ากัน. ยิ่งยึดอำนาจรัฐ สาหัสสากรรจ์กว่าเขาเสียอีก ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

ผมขอเรียกร้องรัฐบาลว่าจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็รีบทำซะ อย่ามัวแต่แต่งตัวโชว์ไปโชว์มา มันหมดเวลากับความขัดแย้งแล้ว ปรองดองกันให้จริงเสียทีเถอะ เป็นรัฐบาลก็เป็นแล้ว มีอำนาจก็มีแล้ว ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน หรือจะรอให้เขายึดอำนาจรัฐอีกที