‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561718

23 ต.ค. 2566

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

‘อดิศร’ โพสต์ ‘หมอหวัด’ ชนะเลือกตั้งนายกอบจ.กาญจน์ โวส่งสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์ ก่อนเจอทัวร์ลง แฉ ผู้สมัครลงนามอิสระ-ไม่ใช้สัญลักษณ์พรรค

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้โพสต์ข้อความผ่านแอพลิเคชั่นเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) ต่อกรณีที่ผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาญจนบุรี แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งผลเลือกตั้งพบว่า นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ หรือ “หมอหวัด” ผู้สมัครทีมพลังกาญจน์ ชนะ นายสุกวี แสงเป่า หรือ ทนายวี ในนามกลุ่มอนาคตกาญจน์ ซึ่งเป็นตัวแทนจากคณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล อย่างขาดลอยว่า

“ อำนาจประชาชน เลือกตั้งเมืองกาญจน์ ส่งสัญญาณอะไรไหม เพื่อไทยชนะขาดพรรคก้าวไกล ใครจะแลนด์สไลด์คิดเอาเอง…”

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

ภายหลังจากที่นายอดิศร เพียงเกษ ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนหนึ่ง โดยระบุว่ากรณีที่ นพ.ประวัติชนะ เพราะลงสมัครในนามอิสระ อีกทั้งคะแนนที่ได้มาจากการทำงานส่วนบุคคล ขณะเดียวกันการหาเสียงในพื้นที่พบว่า ผู้สมัครฯ ไม่แสดงสัญลักษณ์สีแดงซึ่งเป็นสีประจำพรรคเพื่อไทย พร้อมท้าให้ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่เพื่อพิสูจน์คำพูด 

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

ขณะที่บางส่วนระบุให้นายอดิศรทำตัวให้เหมาะสมกับเป็นผู้ใหญ่ และมีตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล และหยุดแซะพรรคฝ่ายค้าน เป็นต้น

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

‘จุลพันธ์’ ยืนยัน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ไม่ลอก ‘ญี่ปุ่น’ ตอบไม่ชัดเลื่อนแจกเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561711

23 ต.ค. 2566

'จุลพันธ์' ยืนยัน 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ไม่ลอก 'ญี่ปุ่น' ตอบไม่ชัดเลื่อนแจกเงิน

‘จุลพันธ์’ โต้กลับ ‘ก้าวไกล’ ยืนยันไม่ลอก ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ จาก ‘ญี่ปุ่น’ ตอบไม่ชัดเลื่อนแจกเงิน หลังเลื่อนประชุมคณะอนุกรรมการฯ

กรณีนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงนโยบาย “ดิจิทัลวอลเล็ต” ว่า ต้นฉบับมาจากประเทศญี่ปุ่น 

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยัน ต้นแบบไม่ได้มาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ก็เคยดำเนินการในลักษณะคล้ายคลึงกัน เมื่อปี 1999 เป็นลักษณะของการแจกคูปอง ซึ่งได้ติดต่อไปขอข้อมูลจากนางสาวศิริกัญญา เพื่อขอข้อมูลเรื่องนี้ของประเทศญี่ปุ่นและประเทศไต้หวัน และนำมาศึกษาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย เชื่อว่า ทุกฝ่ายเข้าใจบริบทแตกต่าง จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ 
 

ส่วนการเลื่อนประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ทำให้ประชาชนสงสัยว่า ได้รับเงินจากนโยบายนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป้าหมายยังคงอยู่ที่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 หากมีการประชุมในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น ก็เอาไปเลย แต่ถ้าไม่ทันจริงๆ อาจจะต้องมีการรายงาน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอปรับกรอบเวลาของโครงการ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง อยากให้มั่นใจว่า เมื่อเปิดใช้บริการจะต้องมีความปลอดภัย เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ที่ไม่สามารถละเลยได้ หากเลื่อน 

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า หากมีการเลื่อนโครงการจริง จะมีกำหนดใหม่แจกเงินได้เมื่อไหร่  แต่ขอย้ำว่ายังไม่มีการยืนยันจะเลื่อนแจกเงินหรือไม่ จากการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ไม่ได้มีการสั่งการหรือกำชับอะไรเป็นพิเศษ และยังตอบไม่ได้ว่าการประชุมคณะอนุกรรมการฯ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่


เมื่อถามว่า ที่มาของเงินหรือแอปพลิเคชัน ถือเป็นปัจจัยหลักที่อาจจะต้องทำให้เลื่อนการแจกเงินใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ ยอมรับ ทั้งสองอย่างถือเป็นปัจจัยที่จะต้องนำมาพิจารณา เพราะทุกเรื่องมีความสำคัญเท่ากันหมด ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบรอบ การตรวจสอบอย่างเข้มข้นถือเป็นเรื่องที่ดี ทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้นเป็นเท่าตัว พร้อมยืนยันตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องเงินกู้กับธนาคารออมสิน

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันที่มาของเงินไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้กลับไม่มีความชัดเจน ติดปัญหาในส่วนใด นายจุลพันธ์ ระบุว่า เนื่องจากต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อคณะอนุกรรมการฯ มีการประชุมและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาข้อมูลรวบรวมรายงานส่งมายังคณะอนุกรรมการฯ ตอนนี้จึงต้องรอรายงานเพื่อส่งต่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ตัดสินใจ ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นตามกฏหมายไม่สามารถลัดวงจรได้ ไม่สามารถดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับโครงการโดยที่ยังไม่มีมติจากคณะกรรมการได้ 

‘นายกฯ-รมว.กต.’ หารือกลุ่ม GCC ช่วยตัวประกันคนไทยในอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561705

23 ต.ค. 2566

'นายกฯ-รมว.กต.' หารือกลุ่ม GCC ช่วยตัวประกันคนไทยในอิสราเอล

‘รมว.กต.’ เผย 1 ในภารกิจเยือนซาอุฯ หารือกลุ่ม GCC เรียกร้องแถลงการณ์ร่วม ช่วยตัวประกัน ‘คนไทยในอิสราเอล’ อย่างไม่มีเงื่อนไข พร้อมหารือการลงทุนด้านอุตสาหกรรม

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย 1 ในภารกิจ คือ หารือกลุ่มประเทศ GCC เป็นกลุ่มที่มีบทบาทและอิทธิพลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นอย่างมากในขณะนี้ 

นายปานปรีย์ กล่าวว่า นอกจากหารือทวิภาคีกับซาอุดีฯ แล้ว ยังได้ร่วมสนับสนุนให้ออกแถลงการณ์ร่วมอาเซียน-GCC หรือ กลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ แสดงความเห็นต่อพัฒนาการในกาซา เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันอย่างไม่มีเงื่อนไข พร้อมย้ำรัฐบาลไทยกำลังใช้ทุกวิธีทาง ทุกความสามารถ และทุกความสัมพันธ์ในทุกระดับ เพื่อที่จะนำไปสู่การปล่อยตัวประกันทันที และความปลอดภัยของคนไทยทุก ๆ คน

โดยนายกรัฐมนตรีได้พบกับบริษัทรายใหญ่และสำคัญของซาอุดีอาระเบีย เพื่อขยายโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างด้านอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เช่น อาหาร พลังงาน และการท่องเที่ยว

ก่อนการเดินทางกลับ นายปานปรีย์ ยังได้พบหารือกับนายคอลิด บิน อับดุลอะซีซ อัลฟาลิห์ รัฐมนตรีกระทรวงการลงทุน ซาอุดีฯ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายยินดีกับโอกาส ศักยภาพความร่วมมือ และโครงการการลงทุนระหว่างกัน อีกทั้งจะผลักดันความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นในสาขาที่มีความสนใจร่วมกันและที่มีความเชี่ยวชาญ 

นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี เยือน ซาอุฯนายกรัฐมนตรี เยือน ซาอุฯ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เยือน ซาอุฯรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เยือน ซาอุฯ

‘นายกฯ’ เรียกประชุมช่วงบ่ายนี้ ติดตามสถานการณ์โจมตีอิสราเอล-ฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561697

23 ต.ค. 2566

'นายกฯ' เรียกประชุมช่วงบ่ายนี้ ติดตามสถานการณ์โจมตีอิสราเอล-ฮามาส

‘นายกฯ’ เรียกทุกหน่วยงานประชุมติดตามสถานการณ์ในอิสราเอล หลังโจมตีต่อเนื่อง เผยเตรียมพูดหลายเรื่อง ส่วน ‘เสี่ยแป้ง’ หลบหนี ยังไม่ได้รับรายงาน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมประชุมสถานการณ์การสู้รบระหว่าง อิสราเอลกลุ่มฮามาส ที่กระทรวงการต่างประเทศ หลังมีการโจมตีอย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้าง รวมถึงเกิดการปะทะชายแดนเลบานอน ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล

ล่าสุดตัวเลขอัพเดตจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากสำนักข่าวอัลจาซีรา

ในฉนวนกาซามีผู้เสียชีวิต 4,651 ราย บาดเจ็บ 14,245 ราย 

ในเขตเวสต์แบงก์มีผู้เสียชีวิต 90 ราย บาดเจ็บ 1,400 ราย

ในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิต 1,405 ราย บาดเจ็บ 5,132 ราย 

โดยเช้าวันนี้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2566 ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต จากนั้นกล่าวว่า ช่วงบ่ายนี้  (15.00น.) จะมีการประชุมความคืบหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่กระทรวงการต่างประเทศ และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อบรีฟทุกอย่าง และพูดหลายๆเรื่อง

รวมถึงยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าจาก ผบ.ตร. กรณีนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” นักโทษคดีใหญ่หลายคดีดังในจ.นครศรีธรรมราช และจ.พัทลุง ถูกคุมตัวอยู่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช หลบหนีระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล 

กิตติรัตน์ อัดกลับ ‘นักเศรษฐศาสตร์’ ด้อยค่า ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561666

22 ต.ค. 2566

กิตติรัตน์ อัดกลับ 'นักเศรษฐศาสตร์' ด้อยค่า 'เงินดิจิทัล'

ที่ปรึกษาของนายกฯติง ‘นักเศรษฐศาตร์’ ด้อยค่า ‘เงินดิจิทัล’ ติดทฤษฎี เงินดี เงินเลว ไม่ดูข้อเท็จจริงที่ฮ่องกง เป็นตัวอย่าง

กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โพสเฟซบุ๊ก แจงเงินดิจิทัล ผ่านรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ถึงนักเศรษฐศาสตร์ การเงิน คนหนึ่ง ที่ให้ข้อมูลเงินดิจิทัลกับรสนา ว่าเงินดิจิทึลเป็นเงินเลว ด้วยการตั้งคำถามว่า เข้าใจ Gresham’s Law หรือไม่

กิตติรัตน์อธิบายว่าคำว่า เงินเลว (Bad Money)เป็นคำที่ผู้บริหารการคลังของอังกฤษ คือ Sir Thomas Gresham ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1558   (พ.ศ.2101) แต่มาโด่งดังจนเป็นรู้จักกันในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ว่า Gresham’s Law ใน ค.ศ. ที่ 19 ซึ่งหากจะพยายามนำมาใช้กับกรณีนี้ ตีความในทางบวกได้ว่า

เงินที่ว่าเลวนั้น สามารถทำหน้าที่ของการเป็นตัวกลางของการจับจ่ายใช้สอยที่ดีเมื่อ ลดความน่าเก็บสะสม ซึ่งเราทุกคนย่อมทราบดีว่าในยามที่เราจำเป็นต้องกระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การมีเงิน หรือรับเงินไปแล้วถูกใช้จ่ายในกรอบเวลา และใช้จ่ายไปกับสิ่งที่พึงประสงค์  จะกระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดี เงินเลว (Bad Money)  จึงเป็นเงินดี ตามภารกิจได้

นักเศรษฐศาสตร์ฯ คนที่นำนิยาม เงินเลว (Bad Money) ในอดีต  มาใช้เชิงวาทกรรม ไม่อิงความหมายที่ลึกซื้ง  ได้สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้ตัว ในปัจจุบัน คือ ค.ศ. 2023 (พ.ศ.2566) ในเขตเศรษฐกิจสำคัญของเอเชีย ใกล้บ้านเราอย่างฮ่องกง บ้างหรือไม่

ประชาชน ชาวฮ่องกงทุกคน ได้รับเงิน 5,000 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณคนละ 23,000 บาท โดยรับเงินดิจิทัล วอลเล็ต เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2566 จำนวน 3,000 เหรียญฯ และหากใช้จนหมดภายในวันที่ 30 มิ.ย. ก็ได้รับ อีก 2,000 เหรียญฯ ที่เหลือตามสิทธิ์เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2566

แสดงให้เห็นว่าการมอบเงินดิจิตัลที่มีเงื่อนไขการใช้จ่ายที่ถูกด้อยค่าว่าเป็น เงินเลว (Bad Money)นั้น แท้ที่จริง เป็น เงินดี (Good Money) ตามภารกิจกระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือไม่
ท่านนักเศรษฐศาสตร์ฯ ท่านนั้น บิดเบือนด้อยค่าดิจิตัล วอลเลต ให้เข้าใจผิดจนนำไปถ่ายทอดกับมิตรสหายผู้หวังดีกับประเทศชาติทำไม

กิตติรัตน์ ทิ้งท้ายว่าหาก รสนา ยังไม่คลายความสงสัย ยินดีไปขอพบเพื่อปุจฉา วิสัชนา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจการเงิน เรื่องศิลปะการดนตรี หรือเรื่องอื่นใดที่อาจจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน  เพราะช้ำใจทุกครั้ง ที่มีคนเรียกเราว่า กะลาแลนด์ คือขยับซ้ายก็ไม่เอา ขยับขวาก็ไม่ยอม

เอาแต่จมปลักทับปัญหาไว้
ปล่อยให้ผู้คนส่วนใหญ่แต่เสียงเบา ต้องลำบากยากจน แบบไม่คิดแก้ไข

‘เรือดำน้ำ’ ไม่จบแค่เปลี่ยนสัญญา มีปัญหาระบบ ‘งบประมาณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561661

22 ต.ค. 2566

'เรือดำน้ำ' ไม่จบแค่เปลี่ยนสัญญา มีปัญหาระบบ 'งบประมาณ'

อดีตกรรมาธิการ ‘งบประมาณ’ มองว่า ปัญหา ‘เรือดำน้ำ’ มีระเบียบราชการเรื่องงบประมาณเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่จบง่ายๆแค่เปลี่ยนสัญญา

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมาธิการงบประมาณฯมองว่าการเปลี่ยนสัญญาไม่ซื้อเรือดำน้ำ เป็นเรือฟรีเกต ไม่สามารถทำได้โดย ความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะระบบราชการมีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง 

ยกตัวอย่างเช่น คุณวิเคราะห์ความจำเป็นขอซื้อของอย่างหนึ่ง เช่น ขอซื้อ ไอแพด เพื่อเป็นอุปกรณ์ติดตัวการทำงาน  พอถึงเวลา บริษัทที่สั่งบอกไม่มีไอแพด  ขอเปลี่ยนเป็นเครื่องเดสท็อปตั้งโต๊ะ  จะรับข้อเสนอเออออตาม เดสท็อป ก็ เดสท็อป ดีกว่า ไม่ได้ของเลย  อย่างนี้ทำไม่ได้ในทางราชการ

อดีตกรรมาธิการงบประมาณฯมองว่า เมื่อส่งมอบเรือดำน้ำตามสัญญา ก็ต้องปรับ เรียกเงินคืน ทำแบล็กลิสต์   เอาเงินคืนคลัง  ส่วนอยากจะได้เครื่องอะไรใหม่  ก็ต้องทำเรื่องของบประมาณใหม่โดยชี้แจงเหตุผลความจำเป็น  หากเร่งด่วนก็ขอใช้เงินงบกลาง หรือ ทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงรายการอีกทีหนึ่ง

เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะบอกว่า เปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นฟรีเกต ได้เลย เกราะงบประมาณอื่น ๆ ที่ใช้ไปกับการเตรียมรับเรือดำน้ำ  เช่น การสร้างท่าเทียบเรือดำน้ำ การส่งคนไปฝึกอบรม  ค่าใช้จ่ายในการเตรียมการอื่น ๆ ต้องมีผู้รับผิดชอบ

‘เศรษฐา’ มั่นใจ ‘แพทองธาร’ นำทัพเพื่อไทยฉลุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561658

22 ต.ค. 2566

'เศรษฐา' มั่นใจ 'แพทองธาร' นำทัพเพื่อไทยฉลุย

ไม่มีปัญหา เรื่องภาวะผู้นำ นายกฯ ‘เศรษฐา’ มั่นใจ อุ๊งอิ๊ง ‘แพทองธาร’ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ดี เพราะมีประสบการณ์

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการ
นชั่นทันข่าวเช้าทางเนชั่นทีวี ถึงกระแสสนับสนุนของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่อยากให้หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ว่า

นางสาวแพทองธารมีความเหมาะสมเต็มที่ แต่คงต้องติดตามว่าในวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย จะมีการเสนอชื่อใครบ้าง ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามกลไกระเบียบของพรรคด้วย

นายกฯในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยระบุว่า ส่วนตัวเป็นที่ปรึกษาของนางสาวแพทองธารมา ตั้งแต่ก่อน และระหว่างการเลือกตั้ง ได้เห็นถึงศักยภาพและความตั้งใจจริงของนางสาวแพทองธารว่า มีประสบการณ์ด้านการเมือง มีความสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงสามารถโน้มน้าวจิตใจคนได้ มีความเป็นผู้นำสูง

‘ประชาธิปัตย์’ ตามอัดโครงการ ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561650

22 ต.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' ตามอัดโครงการ 'เงินดิจิทัล'

เดินหน้า ‘เงินดิจิทัล’ ควรต่อยอดจากแอปฯเป๋าตัง ‘ประชาธิปัตย์’ กลัวเรื่องทุจริต แนะยิงตรงเป้า แจกหว่านแห ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ

ชนินทร์ รุ่งแสง อดีตกรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์หนุนใช้แอพเป๋าตังของเดิม หากรัฐตัดสินใจเดินหน้าโครงการเงินดิจิทัล ไม่ต้องเสียเงินทำระบบใหม่ เพราะทำให้สิ้นเปลืองแถมเสี่ยงทุจริต

โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต มูลค่า 5.6 แสนล้านบาท มีข่าวว่าการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายนี้ไปต่อไม่ได้ เพราะมีหลายหน่วยงานราชการมีความเห็นในที่ประชุมไม่สอดคล้องกับนโยบาย

รัฐบาลควรนำความเห็นจากหน่วยงานในที่ประชุมไปพิจารณาหรือเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย เพื่อความรอบคอบจากทุกๆคนที่ติดตาม จะได้มีข้อมูลความเห็นอย่างตรงไปตรงมา

ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ไทยมีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน ทำให้ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ครัวเรือนและธุรกิจกลุ่มที่เปราะบางที่ลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่หนี้เสียหรือเอ็นพีแอลที่เพิ่มสูงขึ้นได้

ประกอบกับหน่วยงาน นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าตัวคูณทางการคลังของโครงการแจกเงินดิจิทัลนี้อยู่ที่ราว 0.3-0.9 สะท้อนการใช้เงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ และจะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว

ดังนั้น ไทยจึงมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะโดนลดระดับความน่าเชื่อถือ หากมีการใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตแล้วไม่ได้ผลมาก ตามที่รัฐบาลประเมินไว้ หากโดนลดเกรดจริงๆ อาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของประเทศและภาคเอกชนสูงขึ้น นักลงทุนสูญเสียความมั่นใจ ส่งผลให้การลงทุนในประเทศลดลงทั้งในเศรษฐกิจจริงและตลาดทุน  

นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ลงเหลือ 2.7% จากเดิมที่ระดับ 3.4% และได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีไทยในปี 2567 ลงสู่ระดับ 3.2% จากระดับ 3.6%  โดยระบุถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

อีกทั้งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch และ Moody’s มีสมมติฐานว่าภาครัฐจะคงสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี ได้ในระยะถัดไป แต่ระบุชัดเจนว่าหากเสถียรภาพทางการคลังแย่ลงจากที่ประเมินไว้มาก ก็จะเป็นสาเหตุให้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ลงได้

อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าหากจำเป็นต้องทำโครงการเงินดิจิทัลต่อ ต้องแจกให้ถูกคน กำหนดการใช้จ่ายให้ชัดเจนกระจายถึงตรงต่อเศรษฐกิจฐานรากจริงๆ การเหวี่ยงแหแจก เสี่ยงที่เงินจะไม่หมุนเวียน เพราะคนมีฐานะดีก็จะไม่ใช้จ่ายทันทีหรือนำเงินแจกไปใช้จ่ายกับสิ่งที่ไม่จำเป็นตรงกำกับวัตถุประสงค์โครงการ

ที่สำคัญต้องไม่ใช้งบประมาณลงทุนทำบล็อกเชนหรือแพลทฟอร์มใหม่ นอกจากจะไม่จำเป็น และสิ้นเปลือง ยังเสี่ยงกับการทุจริตในการจัดจ้างจัดซื้อได้ ควรใช้แพลตฟอร์มเก่า เช่น เป๋าตังของธนาคารกรุงไทยที่มีอยู่แล้วทำให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับโครงการ  

กมธ.ทหารฯยังข้องใจเชิญ ผบ.ทร.แจง ‘เรือดำน้ำ’ ‘จีน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561644

22 ต.ค. 2566

กมธ.ทหารฯยังข้องใจเชิญ ผบ.ทร.แจง 'เรือดำน้ำ' 'จีน'

ชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล้าตัดสินใจเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’ แต่ กมธ.ทหารฯ ยังไม่วางใจ เชิญ ผบ.ทร.แจงบางสัญญา ยังเดินหน้ากับ’จีน’

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ โฆษกคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ชื่นชม สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กล้าตัดสินใจยกเลิกสัญญาเรือดำน้ำกับจีนซึ่งค้างคามา 18 เดือนและขอให้รีบจัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำทัังหมดโดยด่วน เช่นโครงการทำระบบสื่อสารกับเรือดำ ซึ่งปัจจุบันยังจะเปิดประมูลอยู่

โดยในวันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม 2566 นี้ กรรมาธิการทหาร ได้เชิญกองทัพเรือเข้าชี้แจงทั้งเรื่อง รายละเอียดการยกเลิกสัญญาเรือดำน้ำ ,ผลการสอบสวนกรณีเรือหลวงสุโขทัยล่ม รวมถึงความคืบหน้าการกู้เรือ และสุดท้ายเรื่องผลสอบกรณีกระสุนหายในกองทัพเรือเมื่อปีที่แล้ว กรรมาธิการฯหวังว่าผบ.ทร.จะให้ความร่วมมือ เดินทางมาชี้แจงพร้อมกับเอกสาร

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภษณ์ ระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพเรือว่า  ในระหว่างการเดินทางไปประเทศจีนร่วมกับนายกรัฐมนตรี ก็นำไปคุยกับรัฐบาลจีน แม้ยังไม่จบ 100%

แต่มีการยอมรับในหลักการเรื่องการเปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องพูดคุย เช่น เงินจ่ายไปทำอย่างไร หรือเทคโนโลยีอื่นๆมีเงื่อนไขอะไร จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมา รวมทั้งข้อกฎหมายต้องคุยกันต่อไป

โครงการเรือดำน้ำ ยังไม่ยกเลิก แต่ให้ชะลอระยะหนึ่งเพื่อแก้ปัญหานี้ให้เสร็จเมื่อได้เรือฟริเกตแล้วบวกกับเรือฟริเกตเดิมที่มีโครงการจัดหา ก็มาบวกเข้าไปส่วนเรือดำน้ำก็เดินหน้าต่อไป วันใดที่มีความพร้อมประเทศมีความพร้อมก็ทำเรื่องนี้ต่อ


ส่วนเงินที่ไทยจ่ายไปแล้ว ไทยเสนอว่าขอให้เป็นเคลมเป็นค่าเรือฟรีเกต ราว 7 พันล้านบาทเมื่อหักลบกับที่ยังไม่ได้จ่าย อีก 6,000 ล้านบาท อาจจะต้องเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท ส่วนราคารวมของเรือฟริเกตลำใหม่นี้ ทางจีนยังไม่ได้พูดเรื่องราคา แต่จากการศึกษา อยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านก็ใกล้เคียงกัน

‘นิด้าโพล’ ค้าน ‘ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง’ ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561638

22 ต.ค. 2566

'นิด้าโพล' ค้าน 'ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง'  ทั่วประเทศ

‘ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง’ ควรทำเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่นิยมของต่างชาติ ‘ นิด้าโพล’ โดยทั่วไปปิดตีสองเหมาะสมแล้ว

นิด้าโพล เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง นโยบาย ปิดผับตี 4 มาอีกแล้ว ทั่วประเทศ  ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป  เกี่ยวกับแนวคิดการขยายเวลาปิดสถานบันเทิงในยามค่ำคืน จากเวลา 02.00 น. ออกไปเป็นเวลา 04.00 น. จากกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 44.35  ที่ระบุว่าเคยไปเที่ยวสถานบันเทิง ร้อยละ 55.65 ระบุว่า ไม่เคยไปเที่ยว

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการ

โดยผู้ที่เคยไปเที่ยวในช่วง 1 ปีที่ผ่านพบว่า 

  • ร้อยละ 57.66 ระบุว่า ไม่เคยไปเลย รองลงมา 
  • ร้อยละ 33.22 ระบุว่า มีบ้างแล้วแต่โอกาส/เทศกาล 
  • ร้อยละ 4.13 ระบุว่า เดือนละครั้ง
  • ร้อยละ 2.58 ระบุว่า อาทิตย์ละวัน
  • ร้อยละ 2.07 ระบุว่า เกือบทุกวัน (3-5 วัน/สัปดาห์) และร้อยละ 0.34 ระบุว่า ทุกวัน

 

คำตอบของแนวคิดที่จะขยายเวลาปิดสถานบันเทิง สำหรับผู้ที่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 581 หน่วยตัวอย่าง)  พบว่า

  • ร้อยละ 36.49 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 30.29 ระบุว่า ควรอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ
  • ร้อยละ 25.13 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ
  • ร้อยละ6.37 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น.

ส่วนความคิดเห็นของผู้ที่ไม่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 729 หน่วยตัวอย่าง) พบว่า

  • ร้อยละ 45.95 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 18.38 ระบุว่า ควรขยายเวลาปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ
  • ร้อยละ 11.52 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ
  • ร้อยละ 9.88 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น.
  • ร้อยละ 7.41 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย และร้อยละ 6.86 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ


ความเห็นโดยภาพรวม พบว่า  

  • ร้อยละ 41.76 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว เพราะ เป็นเวลาที่ไม่ดึกมากจนเกินไป ไม่เป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้ที่พักอาศัยอยู่ใกล้กับสถานบันเทิง รองลงมา
  • ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ควรอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ เพราะ เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย
  • ร้อยละ 17.56 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ เพราะ ควรเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เป็นการเพิ่มช่วงเวลาในการหารายได้ให้กับผู้ประกอบกิจการสถานบันเทิง และกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้อง
  • ร้อยละ 8.32 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างดึกแล้ว อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมได้
  • ร้อยละ 4.35 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย เพราะ ไม่เป็นการส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง
  • ร้อยละ 4.27 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.08 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ ควรปิดสถานบันเทิง เวลา 03.00 น.

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการ


ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ โดยภาพรวม พบว่า

  • ร้อยละ 46.41 ระบุว่า จำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับปัจจุบันเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 38.02 ระบุว่า ควรเพิ่มจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ
  • ร้อยละ 8.17 ระบุว่า ควรยกเลิกด่านตรวจเมาแล้วขับทั้งหมด
  • ร้อยละ 5.80 ระบุว่า ควรลดจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ      


 

เมื่อพิจารณาเฉพาะความคิดเห็นของผู้ที่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 581 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ พบว่า

  • ร้อยละ 48.54 ระบุว่า จำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับปัจจุบันเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 34.60 ระบุว่า ควรเพิ่มจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ
  • ร้อยละ 8.43 ระบุว่า ควรยกเลิกด่านตรวจเมาแล้วขับทั้งหมด
  • ร้อยละ 7.57 ระบุว่า ควรลดจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ