‘สมศักดิ์’ ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก ‘นราธิวาส’ พร้อมจัดทำบัญชีคนรายได้น้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561470

19 ต.ค. 2566

'สมศักดิ์' ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก 'นราธิวาส' พร้อมจัดทำบัญชีคนรายได้น้อย

‘สมศักดิ์’ ดูผนังกั้นน้ำมูโนะ หลังเกิดน้ำท่วมทุกปี เล็งสร้างอาชีพให้ชาวบ้าน หลังทำบัญชีคนรายได้น้อย เตรียมฟื้นคืนชีพ ‘ด่านศุลกากรบูเก๊ะตา’ เป็นด่านปศุสัตว์และด่านสินค้าเกษตร

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. และ สส.นราธิวาส ลงพื้นที่ ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อดูผนังกั้นน้ำมูโนะ 

พื้นที่ดังกล่าว เกิดเหตุอุทกภัยขึ้นทุกปี ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ มีฝนตกหนัก ส่งผลให้แม่น้ำของจังหวัดนราธิวาส ที่ประกอบด้วย แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำสมัยโกลก แม่น้ำบางนรา และคลองตันหยงมัส น้ำท่วมตลิ่ง ซึ่งเมื่อเกิดปัญหา ก็ทำได้เพียงนำกระสอบบิ๊กแบ็คเข้าระงับป้องกันน้ำ

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อติดตามการแก้ปัญหาน้ำที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แม้เวลานี้จะมีการปรับผนังกั้นน้ำแม่น้ำโกลก รวมถึงการซ่อมประตูระบายน้ำมูโนะ และยังมีโครงการที่ทำอยู่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จคือ การปรับผนังกั้นแม่น้ำโกลกฝั่งซ้าย ระยะทาง 300 เมตร รวมถึงการซ่อมแซมคันคลองฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ประตูน้ำของมูโนะจำนวน 2 แห่งคาดว่าอีกไม่นานนี้คงจะแล้วเสร็จ หวังว่าสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้น 

ขณะเดียวกัน ในการป้องกันน้ำนั้น ต้องยอมรับว่า ต้องทำเป็นแผนระยะยาว วันนี้ตนได้รับคำขอตั้งงบประมาณ รวมถึงอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน พร้อมอาคารประกอบปากคลองระบายน้ำมูโนะ และปรับปรุงท่อรับน้ำคันคลองมูโนะฝั่งซ้าย ซึ่งต้องมาดูกันอีกครั้งว่า การผ่านงบประมาณในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไร แต่ตนเชื่อว่า เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเวลาน้ำมา 1 ครั้ง ส่งผลให้ความเสียหายไปอยู่กับประชาชน ทำให้เสียโอกาสเสียรายได้ รัฐบาลต้องชดเชย ดังนั้นเราต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้

'สมศักดิ์' ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก 'นราธิวาส' พร้อมจัดทำบัญชีคนรายได้น้อย

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาในแม่น้ำโกลก จังหวัดนราธิวาส หากไม่เทไปที่ไหน น้ำจะมีความสูงถึง 2.4 เมตร สร้างความเสียหายให้กับประชาชน แต่ขอยืนยันว่า ส่วนราชการที่รับผิดชอบ จะดูแลอย่างเต็มที่ โดยคิดว่า ประชาชนจะได้รับการดูแลแก้ปัญหาในระยะเวลาของงบประมาณ 

ส่วนงานของ ศอ.บต.ที่ได้รับมอบหมายจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีในเรื่องของรายได้ประชาชน ซึ่งก็จะต้องช่วยกันแก้ไข เบื้องต้นได้ทำบัญชีเพื่อให้รู้ว่าใครมีรายได้น้อย จะได้เพิ่มอาชีพได้ตรงเป้าหมาย โดยส่วนใหญ่จะส่งเสริมเป็นอาชีพเดิม เนื่องจากจะง่ายต่อการทำงานร่วมกัน จะได้เร็วในการแก้ปัญหา เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อยากเห็นความรักความสามัคคีของพวกเรา โดยตนต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันขับเคลื่อนอย่างเต็มที่

“การพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้ตัวผมเองจะไม่ได้เป็นคนใต้ แต่ก็ยินดีและเต็มใจที่จะทำให้ ซึ่งการแก้ปัญหาวันนี้ ผมได้เอาหน่วยงานข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงคมนาคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำ ลงมารับฟังเอาปัญหากลับไปแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน เพราะผมอยากเห็นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ดี เมื่อเศรษฐกิจดี ปากท้องของพี่น้องประชาชนก็จะดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล”รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ พร้อมคณะยังได้เดินทางไปติดตามการดำเนินการพัฒนาด่านศุลกากรบูเก๊ะตา ให้เป็นด่านปศุสัตว์และด่านสินค้าเกษตร อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งปัจจุบันในส่วนของอาคารด่านศุลกากรนั้นเสร็จสิ้นแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากพื้นที่ ยังไม่มีความชัดเจน ในเรื่องของถนน และอาจส่งผลกระทบให้บ้านเรือนที่อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามด่านบูเก๊ะตา โดยนายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้คงต้องมาดูว่าการสร้างถนนเส้นอื่นทดแทน จะคุ้มค่ามากกว่าการเวนคืนที่ดินของประชาชนหรือไม่ และมูลค่าด่านจะมีรายได้เท่าไหร่ หรือ มีความจำเป็นต้องสร้างทางยกระดับจากด่านพรมแดนไปยังหน้าอาคารด่านศุลกากรบูเก๊ะตา ซึ่งใช้ระยะทาง 800 เมตร ก็อยากให้ทุกคนนั้น รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักแล้วพูดคุยให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด เพราะหากด่านนี้เปิดใช้ได้แล้ว มีมูลค่าทางธุรกิจ ก็จะเป็นสิ่งที่ดี โดยด่านนี้ถูกขับเคลื่อนมาแล้ว 25-26 ปี แต่ยังไม่สำเร็จ ตนก็จะนำปัญหาเสนอต่อรัฐบาลต่อไป 

'สมศักดิ์' ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก 'นราธิวาส' พร้อมจัดทำบัญชีคนรายได้น้อย

‘ รสนา ‘  ร้อง ‘กกต. ‘ สรุป 6 ข้อ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ทำการเงิน การคลังวิบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561463

19 ต.ค. 2566

' รสนา '  ร้อง 'กกต. ' สรุป  6 ข้อ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ทำการเงิน การคลังวิบัติ

มหากาพย์ “ดิจิทัลวอลเล็ต” รายวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร “รสนา  โตสิตระกูล”ร่วมเเคลื่อนไหวเพื่อค้านโครงการนี้  ยื่นหนังสือต่อประธานกกต. ขอให้นำเรื่องนี้มาศึกษา สับเข้าข่ายซุกหนี้สาธารณะ ที่ไปโยนภาระให้ธนาคารออมสิน ย้ำชัดเข้าข่ายให้งบประมาณรัฐบาลหาเสียง

ที่​สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.)​   ภายใน  ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  น.ส.รสนา   โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร  ยื่นหนังสือต่อประธานกกต.เพื่อขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับโครงการ“ดิจิทัลวอลเล็ต” ของรัฐบาล หลังจากที่ได้ไปยื่นให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งมีอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน  2561 มาตรา 8  ในกรณีที่เห็นว่านโยบายของรัฐบาล อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านงบประมาณและวินัยการเงินการคลัง ก็สามารถที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ได้  

หากพบว่าผิดก็สามารถที่จะเชิญประธาน กกต. และ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มาประชุมเพื่อพิจารณาและทำรายงานเสนอให้รัฐบาลล้มเลิกโครงการนี้     การเสนอเรื่องนี้เพื่อให้สื่อและประชาชนทราบว่า ขณะนี้มีกฎหมายใหม่  ที่จะสามารถหยุดยั้งกระบวนการที่ไม่ชอบ และเห็นว่า “ดิจิทัลวอลเล็ต” เป็นเรื่องที่ควรร่วมกันล้อมคอกก่อนวัวหาย  เพราะที่ผ่านมามักจะล้อมคอกเมื่อวัวหายไปแล้ว 

น.ส.รสนา   ระบุว่า มีเหตุผล 6 ประการ ที่  “ดิจิทัลวอลเล็ต” จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการเงินการคลังของรัฐและอยากให้ตรวจสอบ คือ  

1) ผลได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งนักวิชาการและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลมาแจก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะการบริโภค แต่ควรนำไปทำนโยบายที่ยั่งยืนและเกิดผลระยะยาวมากกว่า

.

2) ขัดต่อพระราชบัญญัติเงินตราเนื่องจากการแจกเงินดิจิตอลโทเคน ยังเกิดความสับสนว่าเป็นเงินตราสกุลใหม่ หรือเป็นสิทธิการใช้เงินแบบดิจิทัล ซึ่งอาจจะเป็นการสำแดงที่ไม่จริง สำแดงว่าเป็นเงินดิจิทัล แต่จริงๆ เป็นระบบเงินใหม่ 

.

3 ) เพิ่มความสิ้นเปลืองแก่ประเทศโดยไม่จำเป็น โดยเห็นว่าการสร้างระบบใหม่อย่างบล๊อคเชน  เป็นการใช้เงินมหาศาล และหากทำโครงการนี้แล้วไม่ทำอะไรต่อเนื่องเป็นการเสียเงินเปล่า ทั้งที่ดิจิทัลวอลเล็ตมีอยู่แล้ว และการจะนำเงินภาษีมาใช้เพื่อทำบล๊อคเชนก็เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ

.

4) หลีกเลี่ยงหลักการใช้เงินแผ่นดิน โดยระบุว่าจะใช้เงินแผ่นดิน จำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 140 ที่ระบุว่าจะต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการงบประมานให้ที่ประชุมรัฐสภายอมรับ  แต่การที่รัฐบาลจะแจกเงินตั้งแต่เดือนเม.ย.แสดงว่าจะไม่นำเรื่องนี้เข้าสู่งบประมาณ

' รสนา '  ร้อง 'กกต. ' สรุป  6 ข้อ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ทำการเงิน การคลังวิบัติรสนา   โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร  

5)ซุกหนี้สาธารณะ  ดูจากรัฐบาลประกาศจะใช้ธนาคารออมสินกู้เงินแทน แล้วนำเงินมาใช้ เห็นว่าน่าจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและซุกหนี้สาธารณะ และเชื่อว่าธนาคารออมสินก็ไม่น่าจะมีหลักการในลักษณะดังกล่าว

6) ขัดกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 9 วรรค 3  โดยรัฐบาลจะต้องไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินไปใช้ในการหาเสียง  ซึ่งการแจกเงินให้เด็กอายุ 16 ปี ขึ้นไป คิดว่าเป็นการหาเสียงทางการเมือง เด็กอายุ 16 ปี  อีก 4 ปีข้างหน้า ก็อายุ 20 ปี และการแจกเงินให้คนทั้งหมดโดยไม่เลือก   น่าจะขัดต่อระเบียบและกฎหมาย

จากเหตุผล 6 ข้อดังกล่าว ส่งผลให้โครงการฯน่าจะเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งพระราชบัญญัติเงินตรา ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจและการเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง   ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าว มีความพยายามหลีกเลี่ยงเข้าสู่กระบวนการงบประมาณ ทั้งที่รัฐบาลยืนยันหนักแน่นว่าจะเริ่มแจกเงินตั้งแต่เดือนเม.ย. 2567 ก็มีความชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ต้องการที่จะนำโครงการนี้เข้าสู่กระบวนการงบประมาณของรัฐสภาใช่หรือไม่ ดังนั้นหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบน่าจะตรวจสอบได้ และถ้าพบว่าไม่ปกติหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็มีอำนาจในการที่จะสั่งการในเรื่องนี้ต่อไป 

' รสนา '  ร้อง 'กกต. ' สรุป  6 ข้อ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ทำการเงิน การคลังวิบัติ

รสนา   โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร  ยื่นหนังสือต่อประธานกกต.เพื่อขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับโครงการ”ดิจิทัลวอลเล็ต” ของรัฐบาล

‘เบญจา’ เผย ผลสอบ สส.คุกคามทางเพศ คืบหน้า 90% แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561457

19 ต.ค. 2566

‘เบญจา’ เผย ผลสอบ สส.คุกคามทางเพศ คืบหน้า 90% แล้ว

‘เบญจา’ แนะเพจ “วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” ใช้มาตรฐานตรวจสอบทุกพรรค เหมือน ‘ก้าวไกล’ พร้อมเผยผลสอบ สส.คุกคามทางเพศ คืบหน้า 80-90% แล้ว ย้ำจะทำเต็มที่-สุดความสามารถ

น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะทำงานพิเศษ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศของพรรคฯ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี สส.และสมาชิกพรรคถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศ ว่า ตอนนี้เรื่องของการสอบพฤติกรรมต่าง ๆ อยู่ในชั้นกระบวนการของคณะกรรมการวินัย

ในส่วนของตนทำหน้าที่เป็นประธานคณะทำงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อป้องปรามและแก้ไขปัญหาทางเพศ ไม่ให้อนาคตเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด และสร้างความตระหนักรู้ให้กับพรรคก้าวไกล เพื่อยกระดับพรรคการเมืองต่างๆ และมาตรฐานการเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ในกรณีคุกคามทางเพศ เป็นหน้าที่ของกรรมการวินัย ตนคิดว่าอย่างที่กรรมการวินัยได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าเรื่องนี้อยู่ในชั้นกรรมการ น่าจะแล้วเสร็จได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการเชิญผู้ร้องออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความสะดวก รวมถึงความพึงพอใจที่ผู้ร้องสะดวกใจในการมาให้ข้อมูล

น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลน.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

ตอนนี้ผลการตรวจสอบสส.คุกคามทางเพศ.คืบหน้าน่าจะ 80-90% แล้วเหลือเพียงแต่ผู้ร้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าส่วนนั้นจะเป็นเรื่องการอนุญาตที่จะให้ข้อมูลหรือไม่

ส่วนหนักใจหรือไม่ เพราะสังคมกดดันพรรคก้าวไกลมักจะไม่พูดหรือเลือกที่จะสอบภายในแล้วเรื่องเงียบไปนั้น น.ส.เบญจา อธิบายว่า เรื่องนี้ พอเป็นพรรคการเมืองแบบพรรคก้าวไกล มันถูกคาดหวังจากสังคมแน่ๆ เพราะพรรคก้าวไกลยกระดับเรื่องนี้ เรื่องจริยธรรมทางการเมือง เรื่องเพศถูกยกขึ้นมา และอยู่ในข้อบังคับของพรรคการเมืองด้วย ดังนั้น เราคิดว่าเราอาจถูกคาดหวังจากสังคม แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกัน ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องในทุกๆพื้นที่ ทุกพรรคการเมือง หรือในสังคมไทยยังมีเรื่องแบบนี้อยู่

แน่นอนพอเป็นพรรคก้าวไกลถูกยกระดับขึ้นมา ต้องถูกคาดหวัง แต่เราจะไม่กลบฝังลงไป จะพยายามเปิดเผยเรื่องนี้ อย่างที่ได้เห็นชัดเจนไป แล้วว่าคุณพริษฐ์ ที่เป็นโฆษกพรรคได้ออกมาให้ข้อมูลและสื่อสารผ่านสื่อมวลชน มีการแถลงข่าวไปแล้ว ว่าเราก็ต้องยืนยันว่าเราไม่ได้มีเจตนาปกปิดข้อมูล เราพอที่จะเปิดเผยขั้นตอนการดำเนินการ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่ากระบวนการต่างๆ ค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนต่อผู้เสียหาย อีกทั้งข้อมูลบางอย่างผู้เสียหายไม่ยินดีที่จะเปิดข้อมูล ซึ่งฝ่ายสื่อสารของพรรคก็จะพยายามอัพเดตข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ

‘เบญจา’ เผย ผลสอบ สส.คุกคามทางเพศ คืบหน้า 90% แล้ว

ส่วนหลังจากนี้จะมีการคัดกรองบุคลากรของพรรคอย่างไรนั้น น.ส.เบญจา ยอมรับว่า ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า มีเรื่องดังกล่าวในทุกพรรคการเมือง และในสังคมไทยก็มีเรื่องนี้ แต่พอเป็นพรรคก้าวไกลก็ถูกคาดหวัง เราก็เห็นความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก การตั้งคณะทำงานที่เป็นคณะทำงานชุดพิเศษขึ้นมา เพื่อยุติและแก้ไขปัญหาเรื่องความรุนแรงทางเพศ การคุกคาม และการล่วงละเมิดทางเพศ จึงเป็นเรื่องของการที่เราต้องทำงานเชิงรุกด้วย จะต้องมีการอบรมหรือทำไกด์บุ๊ค เพื่อสื่อสารกับสังคมกับสมาชิก รวมถึงเครือข่ายและผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล และองคาพยพทั้งหมดว่าสิ่งไหนทำได้สิ่งไหนทำไม่ได้

“บางเรื่องสังคมไทยถูกกดทับเรื่องนี้มานาน และไม่เข้าใจจริงๆว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวต่อผู้เสียหาย ก็กระทำไปโดยที่ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น เรื่องนี้เกิดขึ้นเยอะมาก การที่จะทำให้เรายกระดับเรื่องนี้ไปได้พร้อมกันและป้องปรามไปในตัว เราต้องยกระดับความเข้าใจและทำให้ทุกคนตระหนักรู้ร่วมกันให้ได้ทางสังคม” น.ส.เบญจา กล่าว

บางทีเป็นการทำให้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ เราปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้แต่คณะทำงานชุดนี้ก็จะทำอย่างดีที่สุด เพื่อยุติปัญหาเรื่องนี้ในอนาคต ส่วนบทลงโทษนั้น นางสาวเบญจา ยืนยันว่ามีข้อกำหนดเรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าจะมีลงโทษทางวินัยต่อผู้กระทำผิดอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปว่ากันตามสัดส่วนของการกระทำความผิดด้วย

ส่วนที่เพจ “วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” กำลังจับตาอยู่ จำเป็นต้องติดต่อไปสอบถามข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น น.ส.เบญจา กล่าวว่า เราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ตนไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าเขาจับติด เกาะติดพรรคการเมืองพรรคเดียวหรือไม่ แต่หากให้สื่อสารกับเพจ ก็คงอยากสื่อสารว่า ถ้าเราอยากยกระดับสังคมนี้ไปด้วยกัน อยากยกระดับมาตรฐานเรื่องการยุติความรุนแรงทางเพศไปด้วยกัน เราต้องทำแบบนี้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งสังคม ไม่ใช่แค่ตรวจสอบพรรคก้าวไกลอย่างเดียว แต่เราต้องตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นด้วย และผู้กระทำคนอื่นด้วย ซึ่งหมายรวมไปถึงอาชญากรในสังคมไทย ต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

“ดิฉันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกันในการติดตามเรื่องนี้เช่นกัน ก็คือติดตามให้ได้เหมือนที่ติดตามพรรคก้าวไกล จะเป็นประโยชน์มากๆในการตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะดิฉันเข้าใจว่าพรรคก้าวไกลมีสมาชิกเยอะมาก เกือบ 80,000 คน แล้วเราก็คิดว่าการควบคุมเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ยาก แต่เราพยายามอย่างเต็มที่และสุดความสามารถในการคัดกรองคน แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าบางทีเราไม่สามารถคัดกรองพฤติการณ์ในอดีตที่ผ่านมาแล้วได้ เพราะเวลาสมัครสมาชิกเราไม่ได้เข้าไปดูถึงพฤติการณ์ต่างๆด้วย” น.ส.เบญจา กล่าว

ส่วนมองเป็นการล่าแม่มดหรือไม่นั้น น.ส.เบญจา ระบุว่า ก็มีความเป็นไปได้ เพราะมีการติดตามตรวจสอบแค่พรรคก้าวไกลพรรคเดียว ตนคาดหวังว่าอยากให้ทำการเรื่องนี้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันของสังคม จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการล่าแม่มดแค่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น และตนคิดว่าถ้าเราสามารถทำเรื่องนี้ได้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งสังคม จะสามารถทำให้สังคมนี้ตื่นรู้และตระหนักกับเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นได้เท่าเทียมกันด้วย ไม่ใช่เป็นแค่การเข้าไปล่าแม่มดพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง

‘โตโต้’ โวย นายกฯ หนีตอบกระทู้ ‘ขัตติยา’ สวน เห็นทนโท่ อยู่ต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561451

19 ต.ค. 2566

‘โตโต้’ โวย นายกฯ หนีตอบกระทู้ ‘ขัตติยา’ สวน เห็นทนโท่ อยู่ต่างประเทศ

สภาเดือดเกิดการโต้คารมกัน เมื่อ ‘โตโต้’ ปิยรัฐ สส.ก้าวไกล โวย นายกฯ หนีตอบกระทู้ ปม บ่อนการพนัน เขตบางนา ‘ขัตติยา’ สส.เพื่อไทย ลุกสวนทันควัน เห็นอยู่ทนโท่ นายกฯ อยู่ต่างประเทศ มอบหมายมาแล้ว จะมาพาดพิงอะไร

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เกิดการโต้คารมกัน ระหว่าง พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ระหว่างการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ถาม นายกรัฐมนตรี ประเด็นบ่อนการพนันในตลาดพื้นที่เขตบางนา เนื่องจาก นายวันมูหะมัดนอร์ แจ้งเรื่อง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกฯ มอบหมายให้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้แทน และรมว.มหาดไทย มอบให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย มาตอบ

โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม.พรรคก้าวไกลโตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม.พรรคก้าวไกล

แต่ รมช.มหาดไทย ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามนี้ออกไปก่อน ทำให้ นายปิยรัฐ ลุกท้วงติง ว่า นายกฯ เลื่อนตอบกระทู้หลายรอบแล้วเสียโควตาการตั้งกระทู้สภาฯ ปรึกษาประธานสภาฯ ว่า ครั้งหน้า นายกฯ จะมาได้หรือไม่ หรือประธานสภาฯ ได้มีการทำหนังสือท้วงติง นายกฯ หรือไม่ นายกฯ ต้องชี้แจงด้วย ทำไมวันนี้ต้องเลื่อน และมาไม่ได้ แล้วดูมอบรัฐมนตรี รัฐมนตรีมอบรัฐมนตรีช่วย ยังไม่มีใครมาตอบเลย แบ่งกันเป็นแชร์ลูกโซ่แบบนี้หรืออย่างไร

น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.พรรคเพื่อไทย สวนกลับ โตโต้ ปิยรัฐ สส.ก้าวไกลน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.พรรคเพื่อไทย สวนกลับ โตโต้ ปิยรัฐ สส.ก้าวไกล

ขณะที่ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกโต้ทันที ว่า ทราบก็ทราบ ข่าวก็ออกทุกสื่อว่านายกฯ ไปต่างประเทศ และมอบหมายมาแล้ว ไม่ทราบจะพาดพิงทำอะไร 

ขณะที่นายปิยรัฐ สวนว่า เรื่องกระทู้ เข้าใจว่า นายกฯ อาจจะไม่สะดวกบางสัปดาห์ แต่ไม่ใช่มอบหมายคนที่มาไม่ได้อยู่แล้ว นี่ก็ไม่ใช่ ถึงขนาด รมช.ยังมาไม่ได้ไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว หรือมีส่วนได้เสียอย่างไร กับเรื่องที่ตนจะตั้งกระทู้หรือเปล่าอย่างไรก็ตามจากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ พยายามไกล่เกลี่ยว่า คราวนี้นายกฯ ไม่อยู่จริงๆ พร้อมกับให้ดำเนินการประชุม ตามญัตติต่อไป

ด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีอย่างจริงจัง เพราะแม้ว่า นายกรัฐมนตรีจะอยู่ต่างประเทศ แต่ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องมาตอบกระทู้ หากมาไม่ได้ก็ควรมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งมาตอบให้ได้ แต่ที่ผ่านมาสภาฯ ได้รับความร่วมมือจากคณะรัฐมนตรีน้อยเกินไป ถ้าตั้งกระทู้ถามสดแล้วรัฐมนตรีไม่มาตอบ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นต่อประชาชน

‘โตโต้’ โวย นายกฯ หนีตอบกระทู้ ‘ขัตติยา’ สวน เห็นทนโท่ อยู่ต่างประเทศ

และในขณะนี้ ใกล้จะจบสมัยประชุมสภาฯ แล้ว แต่สภาฯ ยังไม่สามารถผ่านกฎหมายได้สักฉบับ เป็นเพราะคณะรัฐมนตรี อยากจะให้กฎหมายฉบับแรกที่ผ่านเป็นของคณะรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จึงขอท้วงติงว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่พร้อมก็ไม่ควรจะต้องรอ เพราะยังมีกฎหมายจากทั้งภาคประชาชน จากทั้งสมาชิกสภาฯ ที่ร่วมลงชื่อกันครบแล้วอยู่เต็มไปหมด สภาฯ พร้อม ประชาชนก็พร้อม ที่จะพิจารณากฎหมายไปด้วยกัน

’จุลพันธ์‘ เผยประชุมดิจิทัลวอลเล็ตเลื่อน ไร้ข้อสรุป ปัดเอี่ยวเสียงวิจารณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561448

19 ต.ค. 2566

’จุลพันธ์‘ เผยประชุมดิจิทัลวอลเล็ตเลื่อน ไร้ข้อสรุป ปัดเอี่ยวเสียงวิจารณ์

’จุลพันธ์‘ เผยประชุมอนุกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตเลื่อน จ่อนัดใหม่สัปดาห์หน้า ยันไม่เกี่ยวกับเสียงวิจารณ์ แย้มเตรียมเปิดทางพิเศษสำหรับ รปภ.-ป่วยติดเตียง

วันที่ 19 ต.ค. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยว่าการประชุมคณะอนุกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ขอแจ้งเลื่อนออกไป เพราะส่วนงานที่เกี่ยวข้องยังไม่พร้อม หลังจากที่ฝ่ายเลขาฯได้สรุปการประชุมเมื่อวานนี้ (17 ตค.) ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงไม่สามารถนำมาเสนอให้คณะอนุกรรมการได้ และกระบวนการทำใช้เวลา จึงต้องชะลอการประชุมออกไปก่อน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่รัดกุม จะได้ข้อสรุปและนัดประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าสาเหตุการเลื่อนประชุมนั้นไม่เกี่ยวกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มี ในตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะข้อเสนอแนะเหล่านั้นก็ได้นำเอาไปถูก ในชั้นกรรมการ และมีความคืบหน้าเรื่องรัศมีที่ของการใช้เงิน ที่ขยายจากเดิม 4 กิโลเมตรเป็น ตำบล อำเภอ และจังหวัด 

ส่วนเสียงสะท้อนที่ระบุว่า ในบางอาชีพ โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัยที่จะต้องลางานไปใช้เงินในภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน จุลพันธ์ กล่าวว่า ประเด็นนี้ก็ยังรับฟังอยู่ แต่สิ่งที่คิดคือ รัฐบาลพยายามทำให้ทันในช่วงปีใหม่ จะได้มีโอกาสกลับไปใช้เงินยังภูมิลำเนา และ ถ้ามีความจำเป็นอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อาจต้อง “เปิดประตู” เป็นทางเลือกให้ แต่เฉพาะบางกรณีเท่านั้น อย่างเช่นกรณีของผู้ป่วยติดเตียง จึงต้องสร้างกลไกมารองรับความแตกต่าง และความหลากหลายให้ได้ เป็นภาระของเราที่จะต้องนำกลับไปคิด

เมื่อถามถึงเรื่องการกู้เงินจากธนาคารออมสินมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยในประเด็นนี้ ส่วนที่ นส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.ไปยื่นต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบว่าประเด็นการทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่นั้น รมช.คลัง ระบุว่า ก็เป็นสิทธิ์ที่แต่ละคนจะไปยื่นตรวจสอบ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และถือว่าเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำ จะได้รับการตรวจสอบ และจะได้ดำเนินโครงการนี้อย่างรอบคอบ รัดกุม เพราะยืนยันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า เราดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย และยืนยันว่านโยบายนี้ ฝ่ายกฎหมายยืนยันว่าไม่มีช่องทางทุจริต เพราะเงินทุกบาทถูกกำหนดด้วยบัตรประชาชนของทุกคน ไม่มีใครจะสามารถเอาเงินนี้ไปได้ และหากองค์กรอิสระจะเรียกไปชี้แจง ตนเองก็พร้อมจะไป เพื่อทำความเข้าใจและคลายข้อสงสัย รวมถึงไปฟังข้อเสนอแนะที่จะมีให้ หากส่วนไหนปรับได้ก็พร้อม

เมื่อถามว่าอาจมีการฮั้วกับร้านค้า เป็นการฟอกเงินเพื่อแลกเงินในระบบออกมาเป็นเงินสด โดยยอมได้เงินเพียง 7,000 – 8,000 บาทเท่านั้น นายจุลพันธ์ ระบุว่า ประเด็นแรกคือการเติมเงินเข้าไปในกระเป๋าตังดิจิทัลให้ประชาชน โดยต้องใช้ตามเงื่อนไขบางอย่าง เช่น ไม่ให้นำไปใช้หนี้ ซื้อสินค้าแอลกอฮอล์ ในระยะรัศมีที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเงินที่เท่ากับเงินบาท หากใครไปยอมแลกจาก 10,000 บาท เหลือ 8,000 บาท ก็ขาดทุนแค่นั้น ซึ่งเชื่อว่าการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกในระบบที่แก้ไขไม่ได้ แอพลิชั่นที่ของรัฐบาลก่อนก็มีกลไกการตรวจสอบเช่นเดียวกัน และเมื่อมีเรื่องทุจริตก็ฟ้องร้องกันไป เช่นเดียวกับเรื่องนี้ ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เรามีความเชื่อมั่น รัฐบาลเตรียมอุดรอยรั่วไว้แล้ว และมีข้อเสนอตั้งคณะอนุกรรมการอีกชุดให้ ติดตามตรวจสอบเรื่องการทุจริตเหล่านี้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในนั้นทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องรอการประชุมก่อน

ส่วนแหล่งที่มาของเงินนั้น นายจุลพันธ์ ระบุ อาจไม่ใช่ทางเลือกเดียว ต้องรอดูข้อสรุปอีกครั้ง ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีตัวเลือกเดียว อยากให้รอฟังข้อสรุปก่อน ไม่สามารถตอบได้ว่าการกู้ออมสินจะเป็นตัวเลือกหรือไม่

ส่วนข้อสงสัยที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมไม่ใช้แอพเป๋าตังที่มีอยู่แล้ว นายจุลพันธ์ ระบุว่า แอพเป๋าตังไม่ใช่ไม่ดี แอพที่ผ่านมาเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น ทุกอันก็ดำเนินการตามวัตถุประสงค์แล้ว ซึ่งโครงการนี้มีรายละเอียดของตัวเอง และมีข้อจำกัดรายละเอียดที่ต่างกัน เรามองไปถึงการทำ Super App แต่ไม่ได้หมายความว่าต้นปีจะแล้วเสร็จ แต่มันคือก้าวถัดไป การพัฒนาต่อยอด แอพตัวนี้ต้องเป็นของรัฐบาล ข้อมูล บล็อกเชนก็ต้องเป็นของรัฐบาล เพื่อพิจารณาพัฒนาในมิติต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าที่ไม่สามารถใช่แอพเป๋าตังได้ เพราะคนละธนาคารกับการกู้เงินยากธนาคารออมสิน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า อันนี้คิดกันเอง ตนเองไม่รู้จะตอบยังไง มีหลายคำถามที่ยังตอบไม่ได้ เหมือนค่าทำแอพ 1 หมื่น 2 พันล้านบาท ก็ไม่จริง ผมฟังก็ยังตกใจตัวเลข ไม่รู้ที่มาจากไหน ยืนยันว่าเราทำแอพใหม่ ส่วนผู้รับผิดชอบแอพลิเคชั่น มอบหมายให้สมาคมธนาคารของรัฐให้ไปคุยกัน และการพัฒนาต่อยอด Super App เป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยมีหลายหน่วยงานที่ถือข้อมูลอยู่คนละส่วน จึงต้องร่วมมือกันในอนาคต

ส่วนความมั่นใจในการเริ่มใช้โครงการนี้ยังเป็นกรอบระยะเวลาเดิมหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราตั้งเป้า 1 ก.พ. 67 และพยายามทำตามเป้าหมายเดิม สุดท้ายหากมีข้อจำกัด ไม่สามารถทำได้ เราก็ไม่เอาเรื่องความมั่นใจ ความปลอดภัย กระบวนการทดสอบระบบ การทดสอบการป้องกันต่าง ๆ ที่ใช้เวลานาน คณะอนุกรรมการ นายกฯ ก็ไม่ไปแลกเรื่องนี้กับความเร็ว

“หากไม่ทันจริงๆ ก็เลื่อน ผมพร้อมไปบอกนายกฯ ว่ายังไม่พร้อมจริงๆ ยืนยันว่า เราได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ตั้งคณะอนุกรรมการ หาข้อสรุปให้คณะกรรมการ หรือถ้าหาข้อสรุปไม่ได้ก็เสนอตัวเลือกให้กับคณะกรรมการตัดสินใจ” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี พอใจ ‘จีน’ ตอบรับทั้ง ‘นักท่องเที่ยว’ และ ‘นักลงทุน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561412

19 ต.ค. 2566

นายกรัฐมนตรี พอใจ 'จีน' ตอบรับทั้ง 'นักท่องเที่ยว' และ 'นักลงทุน'

ททท. ทำ MOU 8 พันธมิตร ท่องเที่ยว ‘จีน’ โดยรัฐบาลฟรีวีซ่าให้ ‘นักท่องเที่ยว’ ถึงกุมภาพันธุ์ ปีหน้า ขณะที่ ‘นักลงทุน’ ก็ให้การตอบรับที่ดี

เฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เผยภาพการทำ MoU ระหว่าง ททท. กับพันธมิตรชั้นนำของจีน 8 ราย ประกอบด้วย หัวเว่ย (Huawei) ซีทริป (Ctrip) เหม่ยถวน (Meituan) อาลีเพย์ (Alipay) สปริงแอร์ไลน์ (Spring Airline) สำนักงานข่าวซินหัว (Xinhua Net) อ้ายฉีอี้ (iQIYI) และเจโก้ทริป (JekoTrip) แสดงเจตจำนงว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวจีนอย่างมาก

โดยนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องการให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปที่ประเทศไทยด้วยรัฐบาลจึงตั้งใจออกวีซ่าฟรี ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 66 ถึง 29 ก.พ. 67 เพื่อเปิดรับพี่น้องชาวจีน

ยืนยันว่าวันนี้ไทยมีความปลอดภัย และยินดีต้อนรับพี่น้องชาวจีนทุกท่านที่จะเดินทางมา เราพร้อมที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกให้ทุกคนได้รับความสะดวกสบาย ประทับใจ และปลอดภัย ตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ในงาน Thailand-China Investment Forum ที่จัดร่วมกันโดยรัฐบาลและสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจีน (China Council for the Promotion of International Trade: CCPIT)ยังได้ เชิญชวนนักลงทุนและผู้มีทักษะสูงจากจีนให้เข้ามาลงทุน และทำงานในประเทศไทย เราพร้อมและยินดีอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อยกระดับ Ease of Doing Business ให้ง่ายต่อการลงทุน ง่ายต่อการใช้ชีวิตในไทย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็มีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทุกรูปแบบ จึงเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนจีนจะเข้ามาร่วมกันพัฒนาด้านนี้กับเราเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันอีกด้วย

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561388

19 ต.ค. 2566

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท.‘แจกเงินหมื่น’ ตั้ง 2 คำถามเงินดิจิตอล “ทำอย่างไร-เอาเงินมาจากไหน” จี้ รัฐบาลแจงข้อมูลให้ประชาชน เจ้าของภาษีรับรู้-เอื้อนายทุนใหญ่หรือไม่

ที่อาคารรัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท หรือ “แจกเงินหมื่น” ของรัฐบาล ก่อนประชุมสภา ว่า เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายยังคงตั้งคำถาม แต่สิทธิ์ที่จะทำนโยบายเป็นสิทธิ์ของรัฐบาล แต่เมื่อทำไปแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบ เมื่อเกิดความเสียหายอะไรขึ้นกับประเทศ และส่วนรวม

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

ซึ่งวันนี้ตนได้เสนอญัตติให้กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ (กมธ.เศรษฐกิจ) ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล โดยมีกระทรวงการคลัง ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และผู้แทนจากประชาชนมา 3 ฝ่าย ส่วนตนจะขอตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ แทนประชาชน เพราะตนเชื่อว่าคนทั้งประเทศอยากรู้อย่างน้อย 2 ข้อ 1.จะทำอย่างไร 2.จะนำเงินมาจากไหน

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

ถ้าไม่ใช้เงินงบประมาณ และไม่กู้ ตนเชื่อว่าเรื่องนี้คนไทยทั้งประเทศ ก็ต้องการคำตอบ เพราะจนวันนี้ยังไม่มีคำตอบ ยังคลุมเครือ ยังไม่มีความชัดเจน มีเพียงการติดตามจากข่าว ว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ยังไม่มีคำยืนยันจากผู้ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และลงมือปฏิบัติจริง เพราะฉะนั้นวันนี้หวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน และสามารถที่จะแจ้งให้ประชาชนเจ้าของภาษีได้ทราบได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องเอาเงินของประชาชน เอาเงินคนไทยมาแจก ไม่ได้เอาเงินส่วนตัวมาแจก

เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการเอื้อทุนใหญ่ ที่อยู่ในระบบดิจิตอลให้เอาเงินดำไปแปลงเป็นเงินขาวหรือไม่

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า สำหรับตนหากติดตามจะเห็นว่าตนไม่ด่วนวิจารณ์เพราะความชัดเจนยังไม่เกิดขึ้น แต่เป็นสิทธิ์ของผู้ที่มีความรู้และคนไทยทุกคนที่จะตั้งข้อสังเกต และติดตามได้ เพราะเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ดังนั้นก็ เป็นสิทธิ์ของคนทั้งประเทศที่จะรับรู้และตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกต ซึ่งรัฐบาลก็ต้องรับฟัง

“ข้อกังวลที่สุดคือความไม่ชัดเจน ตั้งแต่ต้น สุดท้ายแล้วก็ยังมีความคลุมเครือ ไม่มีความชัดเจน จนถึงวันนี้เป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่เป็นนโยบายหาเสียงของพรรครัฐบาล หากเป็นนโยบายหาเสียงต้องมีความชัดเจนตั้งแต่วันหาเสียง ว่าจะทำอย่างไร แต่นี่กลายเป็นว่ามาเริ่มต้นนับหนึ่งหลังจากเป็นรัฐบาลแล้ว จนขณะนี้ก็ยังไม่นับ 1.1 คือยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เกิดขึ้น หวังว่าวันหนึ่งจะมีความชัดเจน แต่แน่นอนวันหนึ่งจะต้องมีความชัดเจน แต่ระหว่างทางอย่าตำหนิคนที่ตั้งคำถาม อย่าตำหนิคนที่ตั้งข้อสังเกต และอย่าไปตำหนิประชาชนเพราะประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ เพราะว่าเป็นการเอาเงินภาษีของประชาชนมาใช้เจ้าของเงินก็ต้องมีสิทธิ์รับรู้ที่จะรับรู้ได้“ นายจุรินทร์กล่าว

เมื่อถามว่ามีคนมองว่าเป็นการฟอกเงิน ครั้งใหญ่มีความเป็นไปได้หรือไม่

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า ตนไม่ขอวิจารณ์ ตนพยายามที่จะให้โอกาสรัฐบาล และให้ความเป็นธรรม จะเห็นว่าตนไม่เคยบอกให้เลิก ตนบอกว่าเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลที่จะมีนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งเรื่องเงินดิจิตอล แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาเงินของคนทั้งประเทศมาทำในสิ่งที่เกิดความเสียหายกับบ้านเมืองและเกิดการทุจริตคอรัปชั่น ที่ตนพูดไม่ได้หมายความว่าเป็นอย่างนั้น แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น มีสิทธิ์แค่ทำนโยบาย และต่อไปตนก็จะให้ความเห็นกับเรื่องนี้ จะทำหน้าที่ติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะทำแอปฯนขึ้นมาใหม่ ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดก่อน มองว่าแอปเป๋าตังยังสามารถใช้ได้กับเงินดิจิทัลหรือไม่

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า สิ่งนี้ก็เป็นคำถามโดยกว้างขวางจากประชาชน ว่าทำไมถึงไม่ใช้ระบบแจกเงินสดผ่านแอปเป๋าตัง แต่ส่วนตัวยังไม่ขอถามเพราะยังไม่มีความชัดเจน ว่าจะทำอย่างไร ยังคงมีความคลุมเครืออยู่

เมื่อถามว่าล่าสุดรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนเงื่อนไขจาก 4 กิโลเมตร(กม.) ไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะทาง

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า นั่นเป็นรายละเอียด วันนี้ตนอยากให้มีหลักให้ชัดเจนเสียก่อนว่าจะทำอย่างไร ยังยืนยันแจกเป็นโทเค็น หรือจะแจกเป็นเงินสดเหมือนหลายฝ่ายเรียกร้อง และตอบให้ได้ว่าเอาเงินมาจากไหน หากไม่เอามาจากเงินงบประมาณ และไม่ใช้เงินกู้ เป็นเรื่องที่ประชาชนอยากทราบเพราะสุดท้ายก็เป็นภาระของคนไทยทุกคนที่จะใช้หนี้ต่อไปในอนาคต จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องมีสิทธิ์รับรู้ ซึ่งวันนี้ตนจะหาความชัดเจนในสองข้อนี้ และจะทำหน้าที่ติดตามเรื่องนี้แทนประชาชน

‘จุรินทร์’ เผย กมธ.เศรษฐกิจ จ่อซักคลัง-ธปท. ‘แจกเงินหมื่น’ ปชช.ต้องรู้

กมธ.ตำรวจถก 7 เว็บพนันออนไลน์ ขีดเส้นแจงใน 15 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561386

19 ต.ค. 2566

กมธ.ตำรวจถก 7 เว็บพนันออนไลน์ ขีดเส้นแจงใน 15 วัน

กมธ.ตำรวจเชิญ ตร.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถกปม 7 เว็ปพนันออนไลน์มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้าน พร้อมขีดเส้นชี้แจงใน 15 วัน

วันที่ 19 ต.ค. คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมครั้งที่ 3 เพื่อพิจารณานโยบายและภาพรวมการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยในที่ประชุม นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ กล่าวเปิดการประชุมและต้อนรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวว่า เราเป็นห่วงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งการพนันออนไลน์ การซื้อขายอาวุธปืน และสินค้าออนไลน์ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เยาวชนมีความเดือดร้อนในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก คาดว่ามูลค่าความเสียหายการพนันออนไลน์ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาทจึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ทั้งสารวัตร ซ. และเจ้าของเว็บมาเก๊า 888 ตลอดจนยื่นเรื่องสอบถามแนวทางดำเนินการจากนายกรัฐมนตรีต่อไปด้วย

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่าเมื่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์จำนวน 6 เว็บไซต์จากประชาชนผู้หวังดีแล้ว จึงทำหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งหนังสือตอบกลับภายใน 15 วัน พร้อมทั้งกำหนดให้มีการประชุมพิจารณาวาระดังกล่าว โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นายกฤษณพล วุฒิจันทร์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นายสถาพร สอนเสนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย นางสาวบุญญวรรณ อินทร์ไทร ผู้อำนวยการกลุ่มงานนิติกรรมและสัญญา และนายพงศธร วรรณสุคนธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสนับสนุนงานสืบสวนคดีความมั่นคง

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีพลตำรวจโท ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีพลตำรวจตรี นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีพันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

และธนาคารแห่งประเทศไทย มีนายจักรกริศน์ เหล่าจันอัน รองผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย นายธีรศักดิ์ สูงลอย รองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน และนายอนุภาค มาตรมูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้าน IT

‘กรุณพล‘ เชื่อ ‘เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ เป็น IO

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561383

19 ต.ค. 2566

'กรุณพล‘ เชื่อ ‘เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ เป็น IO

‘กรุณพล’ เชื่อ ‘เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ เป็น IO ของทหารกับรัฐบาลเหตุจ้องจับผิดพรรค ปัดมีหนอนบ่อนไส้แต่มีพรรคการเมืองเอี่ยว

วันที่ 19 ต.ค. ที่รัฐสภา นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคก้าวไกล ยังกล่าวถึงเพจ “วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” ว่า เพจนี้เป็นคนที่ไม่ชอบพรรคก้าวไกลแน่นอน เพราะมอนิเตอร์ทุกอย่าง คาดว่าน่าจะเป็นการทำงานระหว่างพรรครัฐบาลบ้างพรรคกับ IO ทหาร ที่พยายามจับผิด เนื่องจากมีการตามไปถึงสิงคโปร์ Monitor สส. พรรคก้าวไกลรายบุคคล และที่เห็นล่าสุดก็ชัดเจน คือเพจ นี้บอกว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับ สส.พรรคก้าวไกลเล่นยาเสพติด แต่สุดท้ายก็ลบทิ้งไป ที่สำคัญเราสังเกตเห็นว่ามีโหวตเตอร์ของพรรคการเมืองบ้างพรรคแชร์ทุกอย่างจากเพจนี้ เพื่อมาทำลายเรา พอเราเอาข้อเท็จจริงไปต่อสู้ กลายเป็นว่า โหวตเตอร์คนนั้นลบบัญชีหนีไป 

เมื่อถามว่าคนในพรรคก้าวไกลอาจเป็นหนอนบ่อนไส้เสียเองหรือไม่เพราะมีข้อมูลเยอะ นายกรุณพล กล่าวว่า เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เราถึงบอกว่าน่าจะเป็นการทำงานกับพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองย่อมมีโหวตเตอร์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า io ทหาร เพราะฉะนั้นโหวตเตอร์ที่ไม่ชื่นชอบพรรคตรงข้าม ก็จะเก็บภาพ และโยนมาที่ส่วนกลางเพื่อกระจายออก ซึ่งเป็นวิธีการง่ายๆ เราจึงมั่นใจว่ามีพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่าเพจนี้ตั้งมาเพื่อโจมตีพรรคก้าวไกลเลยใช่หรือไม่ นายกรุณพล กล่าวว่า แน่นอน ซึ่งเราไม่ได้กังวล ดีเสียอีกพี่มีคนคอยมอนิเตอร์​เรา อะไรที่ทำไม่ดีจะได้แก้ไข แต่อะไรที่ไม่จริงแล้วเอามาตีฟูเพื่อทำลาย เราก็พยายามที่จะเอาข้อเท็จจริงมาสู้ 

‘หนี้สาธารณะ’ ไทย ต้องใช้คืนอีกกว่า 100 ปี คิดให้ดีเรื่อง ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561376

19 ต.ค. 2566

'หนี้สาธารณะ' ไทย ต้องใช้คืนอีกกว่า 100 ปี คิดให้ดีเรื่อง 'เงินดิจิทัล'

เผยตัวเลข ‘หนี้สาธารณะ’ ของไทย 11 ล้านล้านบาท ใช้เวลา 110 ปี ในการใช้คืนเฉพาะเงินต้น ห่วง ‘เงินดิจิทัล’ สร้างภาระเพิ่ม

ในขณะที่รัฐบาล กำลังพยายามอธิบายที่มา และกำหนดมาตรการ การใช้เงินดิจิทัล  สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมาธิการงบประมาณ ยกตัวเลขหนี้สาธารณะของไทย ณ เดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งรายงานโดย สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังพบว่าประเทศไทย มีหนี้สาธารณะ อยู่ที่ 1.027 ล้านล้านบาท  หรือ คิดเป็น ร้อยละ 61.78 ของ GDP.

เพดานการก่อหนี้สาธารณะ เดิมกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 60 ของ GDP.  แต่ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ มีการขยับเพดานหนี้ เป็นร้อยละ 70 มีผล ณ วันที่ 20 กันยายน 2564  โดยใช้อำนาจของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  เนื่องจากรัฐบาลในช่วงนั้นมีความจำเป็นต้องกู้เงินมาแจก จากสถานการณ์โควิด

ในการตั้งงบประมาณ ปี 2565 และ 2566 รัฐบาลประยุทธ์ตั้งงบใช้คืนเงินกู้ที่มีประมาณ 10.7 ล้านล้านบาทในขณะนั้น ปีละ 100,000 ล้านบาท  ซึ่งหมายความว่า หากใช้คืนในจำนวนเท่านี้ ต้องใช้ระบะเวลาถึง 107 ปี จึงจะคืนเงินต้นได้

ปัจจุบัน หนี้สาธารณะ คือ 11 ล้านล้านบาท  หากใช้คืนปีละ 100,000 ล้าน  ต้องใช้เวลาใช้คืนเฉพาะเงินต้น 110 ปี แต่เพดานการก่อหนี้ ยังกู้ได้อีก เพราะปัจจุบัน ใช้ไปร้อยละ 61.78 ยังเหลืออีกเยอะกว่าจะถึงร้อยละ 70 รัฐบาลจึงคิดได้สองทาง คือหาทางใช้คืนให้มากขึ้น  เพื่อกดตัวเลขให้ไม่เกินร้อยละ 60 ซึ่งเป็นวินัยการเงินการคลังในอดีต หรือ กู้เพิ่มเพราะยังไม่เกินเพดาน เพื่อมาดำเนินโครงการเงินดิจิทัล

ถือเป็นการตัดสินใจบนความแตกต่างระหว่าง รัฐบุรุษ กับ นักการเมือง ตาม ตำรารัฐศาสตร์