ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน’ ผู้ต้องหาคดี ม.116

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575554

27 พ.ค. 2567

15:44 น.

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน 'ตะวัน ทานตะวัน' ผู้ต้องหาคดี ม.116

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ‘ ผู้ต้องหาคดี มาตรา 116 เตรียมปล่อยตัวเย็นวันนี้ หลังถูกคุมขัง 104 วัน

27 พ.ค.2567 เฟซบุกเพจ “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า  ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน “ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์” ในคดี ม.116 แล้ว หลังถูกคุมขังมาตั้งแต่ชั้นฝากขังจนคดีถูกสั่งฟ้องเป็นระยะเวลานาน 104 วัน พร้อมกับอดอาหารประท้วงก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน \'ตะวัน ทานตะวัน\' ผู้ต้องหาคดี ม.116

โดยปัจจุบันตะวันถูกควบคุมตัวอยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมกับ #แฟรงค์ ณัฐนนท์ เพื่อนร่วมคดีเดียวกัน

โดยวันนี้ศาลให้ประกันตัวตะวัน ด้วยเงื่อนไขให้ใส่กำไล EM ส่วนแฟรงค์ทนายความจะยื่นประกันต่อไป

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน \'ตะวัน ทานตะวัน\' ผู้ต้องหาคดี ม.116

สำหรับการปล่อยตัวตะวันในวันนี้ ทนายความกำลังตรวจสอบว่านอกจากนี้คดีนี้ ตะวันยังมีหมายขังในคดีอื่นอยู่อีกหรือไม่ หากมีจะยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป หรือหากไม่มีคดีใดเหลืออยู่แล้วตะวันก็จะได้รับการปล่อยตัววันนี้ทันที

เศรษฐา ยอมรับหารือ วิษณุ สู้คดี 40สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575528

27 พ.ค. 2567

11:00 น.

เศรษฐา ยอมรับหารือ วิษณุ สู้คดี 40สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตก

“เศรษฐา” รับหารือข้อกฎหมาย “วิษณุ” สู้คดี 40 สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตกตามหลังก้าวไกล จับตาประชุม ครม.เศรษฐกิจ เย็นนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าได้ปรึกษาหารือเรื่องข้อกฎหมายกับนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง 40 สว. เกี่ยวกับการตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี โดยได้ไปพบที่บ้านพักเมื่อวานนี้ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดขอให้เป็นเรื่องระหว่างตนกับนายวิษณุ 

ทั้งนี้การทำคำชี้แจงยังไม่แล้วเสร็จ แต่มั่นใจว่า จะสามารถชี้แจงได้ และระยะเวลา 15 วัน เพียงพอไม่ต้องขอขยายเวลาเพิ่ม

ขณะที่เมื่อวานนี้ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนเรื่องคะแนนนิยม พบว่าคะแนนนิยม ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ต่ำกว่าคะแนนนิยมของพรรคก้าวไกล ทั้งตัวบุคคล และพรรค จะส่งผลให้นายกรัฐมนตรีต้องเร่งทำงานหรือไม่ เพราะจะครบ 1 ปีแล้วนั้น  

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน ที่ต้องให้ความเคารพกับข้อมูลที่ได้มา และไม่อยากจะอ้างเรื่องงบประมาณปี 2567 ที่เพิ่งออกมา ซึ่งวันนี้ (27 พ.ค.67) จะมีการประชุม ครม. เศรษฐกิจที่ทำเนียบช่วงเย็น

ส่วนการประชุมจะมีประเด็นใดเป็นพิเศษนั้น นายกฯ กล่าวว่า จะต้องรอผลหลังเสร็จสิ้นการประชุม ก็ต้องให้เกียรติคณะกรรมการท่านอื่นด้วย เพราะไม่ได้เป็นการสั่งการ แต่เป็นการมาพูดคุย ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะอย่างไร ถ้าให้ข้อมูลก่อนจะไม่เหมาะสม

เมื่อถามว่า มีมาตรการในใจแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขอไม่ให้รายละเอียด บอกเพียงว่าเป็นไปตามที่พูดไปแล้ว

โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.67) ได้รับประทานอาหารกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมความพร้อมว่า จะมีการพูดคุยเรื่องใดบ้าง ซึ่งจะต้องให้เกียรติคณะกรรมการที่มาร่วมประชุม หากจะมาให้ข้อมูลก่อนก็คงไม่เหมาะสม ทั้ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคนอื่น ๆ  ซึ่งวันนี้ไม่ได้มาสั่งการ แต่เป็นการพูดคุยว่าแต่ละคน มีข้อคิดเห็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะอย่างไร

ส่วนจะเป็นมาตรการระยะสั้นก่อนหรือไม่ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมวันนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และไม่อยากใช้คำว่า ครม.เศรษฐกิจ แต่เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ย้ำว่าขอฟังความคิดเห็นก่อน ยังไม่แน่ใจว่าจะออกมาเป็นมาตรการหรือไม่

ไขคำตอบ ‘ย้ายทะเบียน’ ช่วงไหนแล้วยังได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท อยู่ไหม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575481

26 พ.ค. 2567

20:09 น.

ไขคำตอบ 'ย้ายทะเบียน' ช่วงไหนแล้วยังได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท อยู่ไหม

ไขคำตอบ ‘ย้ายทะเบียน’ ช่วงไหนแล้วยังได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท อยู่ไหม หากช่วงนี้จะเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือต้องย้ายทะเบียนบ้าน เหตุการใช้จ่ายยึดขอบเขต “อำเภอ” ที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เป็นยังไง ไปหาคำตอบกัน

ไขคำตอบ \'ย้ายทะเบียน\' ช่วงไหนแล้วยังได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท อยู่ไหม

เปิดเงื่อนไขเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไตรมาส 4 ได้ใช้แน่ ๆ เรื่องนี้ชัดเจนเป็นที่แน่นอนแล้วหลังจาก นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดไทม์ไลน์การดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต โดยจะเริ่มลงทะเบียนทั้งร้านค้าและประชาชนภายในไตรมาสที่ 3 และ โอนเงินเข้าวอลเล็ต ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อใช้จ่ายในไตรมาสที่ 4 ในปี 2567 

สำหรับประชาชนที่ต้องการย้ายที่อยู่ในทะเบียนบ้าน สามารถดำเนินการได้ในช่วงก่อนจะถึงวันลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเมื่อมีการลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถย้ายได้อีก

“การย้ายทะเบียนบ้าน เราขีดเส้นที่วันลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ” 

สำหรับการยืนยันตัวตน ประชาชนที่มีสิทธิต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” แล้วลงทะเบียนเข้าร่วม-ยืนยันตัวตน ซึ่งจะมีกระบวนการตรวจสอบสิทธิต่อไป ทั้งเรื่องรายได้ บัญชีเงินฝาก หรืออายุ และเมื่อตรวจสอบเสร็จจะมีข้อความให้กดยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการ 

โดยมี 2 กลุ่ม จะมีขั้นตอนเข้าร่วมโครงการต่างกันดังนี้


-ประชาชนที่เคยยืนยันตัวตนผ่านโครงการรัฐในหลาย ๆ โครงการ ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ถือว่าขึ้นทะเบียนอยู่ในระบบ แต่ต้องมีการยืนยันรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ และรอยืนยันสิทธิ

–ผู้ไม่เคยเข้าร่วมโครงการรัฐมาก่อน ต้องทำกระบวนการยืนยันตัวตนตั้งแต่ต้น และยืนยันรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ได้แก่ ประชาชนจำนวนประมาณ 50 ล้านคน โดยจะมีเกณฑ์ ได้แก่

-อายุเกิน 16 ปี ณ เดือนที่มีการลงทะเบียน

-ไม่เป็นผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี

-มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท


ส่วนเงื่อนไขการใช้จ่าย มีดังนี้

-ประชาชนกับร้านค้า ใช้จ่ายเชิงพื้นที่ในระดับอำเภอ (878 อำเภอ) โดยกำหนดให้ใช้จ่ายกับร้านค้าขนาดเล็กที่ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเท่านั้น

-กลุ่มร้านค้ากับร้านค้า ไม่กำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายเชิงพื้นที่ระหว่างร้านค้ากับร้านค้าในระดับอำเภอ และขนาดของร้านค้าการใช้จ่ายเงินสามารถใช้จ่ายได้หลายรอบ

นายกฯใช้เวลาช่วงวันหยุดไปกินก๋วยเตี๋ยวย่านทรงวาด ชี้โปรโมทการท่องเที่ยว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575484

26 พ.ค. 2567

17:00 น.

นายกฯใช้เวลาช่วงวันหยุดไปกินก๋วยเตี๋ยวย่านทรงวาด ชี้โปรโมทการท่องเที่ยว

นายกฯ เศรษฐา ใช้เวลาช่วงวันหยุดไปกินก๋วยเตี๋ยวย่านทรงวาด พร้อมประสาน ททท.และผู้ว่าฯ กทม. โปรโมทการท่องเที่ยวย่านทรงวาด ชี้มีศักยภาพ รัฐต้องเร่งส่งเสริม

นายกฯชิมก๋วยเตี๋ยวถนนทรงวาดนายกฯชิมก๋วยเตี๋ยวถนนทรงวาด

วันนี้ (26พ.ค.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาช่วงวันหยุดหลังจากเดินทางกลับจากปฎิบัติภารกิจที่ต่างประเทศไปรับประทานก๋วยเตี๋ยว โดยระบุว่า“เดินทางไปต่างประเทศร่วม 10 วัน ขอมาจัดก๋วยเตี๋ยวเนื้อทรงวาดสักหน่อยครับ ช่วงที่ผ่านมากินแต่เส้นสปาเกตตี้ วันนี้ได้เส้นเล็กหมี่แห้งเนื้อสดเปื่อย กับโอเลี้ยง อร่อยมาก ๆ ครับ“

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ระบุว่า “หลังกินก๋วยเตี๋ยว ถือโอกาสไหนๆก็มาเยือนถิ่นทรงวาดแล้ว ขอเดินชมถนนสายท่องเที่ยวที่กำลังเป็นที่นิยมของคนไทย และชาวต่างชาติหน่อยครับ

ที่นี่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม แกลเลอรี่ ศิลปะ และเป็นเมืองเก่าที่มีตึกรามบ้านช่องสวยงาม ผมได้คุยกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในย่านนี้ เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคนที่ต้องการจะยกระดับให้ย่านนี้เป็นย่านเศรษฐกิจ คิดว่า จะต้อง promote ย่านนี้ให้มากขึ้น ผมจึงได้ประสานกับททท. และผู้ว่าฯกทม. ให้ช่วยกันจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ และดูถึงระบบ สาธารณูปโภคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา และความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวย่านนี้ให้ดีขึ้นอีก พื้นที่ศักยภาพแบบนี้ ภาครัฐต้องเร่งส่งเสริมครับ”
 

นายกฯลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่นายกฯลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่จากนั้นในช่วงบ่าย 13.00 น.  นายกฯเศรษฐา ยังใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางลงพื้นที่ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ เขตคลองเตย เป็นการส่วนตัว โดยไม่มีการแจ้งเป็นภารกิจทางการ เพื่อติดตามชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนชุมชนเมือง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย อาชีพ รายได้ รวมถึงปัญหายาเสพติด เนื่องจากชุมชนนี้ในปี 2565 เคยถูกไฟไหม้ทำให้บ้านเรือนในชุมชนได้รับความเสียหายไฟไหม้ทั้งหลัง จำนวน 100 กว่าครัว ทำให้ประชาชนไม่มีที่อยู่อาศัย

ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่พบว่ายังมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยที่มีความแออัด ขณะที่บางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ยังไม่มีที่อยู่อาศัย และแม้ตอนนี้จะมีโครงการสร้างอาคารที่อาศัยแห่งใหม่ แต่ประชาชนยังมีปัญหาด้านการเงิน และการหาสินเชื่อมาซื้อห้องพัก

นายกรัฐมนตรีจึงรับปากว่าจะไปหาวิธีและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึง สถาบันทางการเงินของรัฐเข้ามาดูแลเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น ซึ่งอาจจะพัฒนาให้ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่เป็นชุมชนต้นแบบนำร่องแก่ชุมชนอื่นๆ
 

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าสถานที่ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนของชุมชนมีปัญหาหลังคารั่วและน้ำท่วมขังช่วงเวลาฝนตก จึงได้สั่งการให้ประสานไปยังมูลนิธิและภาคเอกชนที่ต้องการให้ความช่วยเหลือเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว พร้อมทั้งยังได้ประสานไปยังกรุงเทพมหานครและหน่วยทหารพัฒนาให้มาขุดลอกท่อระบายน้ำและทำเส้นทางน้ำไหลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงที่มีฝนตก

นายกฯตรวจเยี่ยม สน.โคกครามนายกฯตรวจเยี่ยม สน.โคกคราม



จากนั้นนายกรัฐมนตรี ไปตรวจเยี่ยมการการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สน.โคกคราม ในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ พนันออนไลน์ ยาเสพติด

สถาบันพระปกเกล้า สำรวจ 1 ปีหลังเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่อยากให้ “พิธา” เป็นนายกฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575480

26 พ.ค. 2567

15:00 น.

สถาบันพระปกเกล้า สำรวจ 1 ปีหลังเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่อยากให้ "พิธา" เป็นนายกฯ

สถาบันพระปกเกล้า สำรวจ 1 ปีหลังเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่อยากให้ “พิธา” เป็นนายกฯ คะแนนนิยมก้าวไกลทิ้งห่างเพื่อไทย

สถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับ สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง และศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง 76 จังหวัด ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความนิยมในพรรคการเมืองและนายกรัฐมนตรี : 1 ปีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาฯ 2566” จำนวน 1,620 ตัวอย่าง

โดยทำการเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 7-18 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ใช้วิธีการสัมภาษณ์ตามแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป) ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (stratified random sampling) ในทุกจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานคร กำหนดค่าความเชื่อมั่นไว้ที่ร้อยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อนที่ ±2.5

ผลการสำรวจพบว่า ถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงนี้ คนส่วนใหญ่ยังคงจะเลือกพรรคก้าวไกลมากเป็นอันดับ 1 ทั้งสองบัตร

เมื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างว่า “ถ้ามีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ท่านจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต” ผู้ตอบ ร้อยละ 35.7 ระบุว่า จะลงคะแนนเลือกผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล

รองลงมา ระบุว่า จะลงคะแนนเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย คิดเป็นร้อยละ 18.1 ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 11.2 ผู้สมัครจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 9.2 ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 7.8 ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 5 ผู้สมัครจากพรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 1.6 ผู้สมัครจากพรรคประชาชาติ ร้อยละ 1.2 ตามลำดับ

ในขณะที่มีผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าจะลงคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคอื่นๆ หรือยังไม่ตัดสินใจเลือกใครในตอนนี้ รวมกันอีกร้อยละ 10.2

เมื่อสอบถามต่อไปว่า “แล้วในการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ถ้ามีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ท่านจะลงคะแนนให้แก่บัญชีรายชื่อของพรรคใด” ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 44.9 ระบุว่า จะลงคะแนนให้พรรคก้าวไกล

รองลงมา ระบุว่า จะลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย คิดเป็นร้อยละ 20.2 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 10.9 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 3.5 พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3 พรรคประชาชาติ ร้อยละ 1.3 และพรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 0.7 ตามลำดับ

นอกจากนี้ น่าสนใจว่า ยังมีผู้ตอบที่ระบุว่าจะลงคะแนนให้พรรคการเมืองอื่นๆ หรือไม่ต้องการลงคะแนนให้พรรคใดเลยในตอนนี้ รวมกันถึงร้อยละ 12.6

  • คะแนนนิยมของก้าวไกลทิ้งห่างเพื่อไทย จนทำให้ก้าวไกลอาจได้ ส.ส. มากกว่าเพื่อไทย เกือบ 2 เท่า

เมื่อนำผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้เปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ปรากฏว่า พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเพิ่มขึ้นมี 2 พรรค คือ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชาติ

โดยพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 9.67 ซึ่งอาจส่งผลให้พรรคมีโอกาสชนะการเลือกตั้งและได้ ส.ส. เพิ่มขึ้นถึง 49 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชาติ ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 0.35 ซึ่งอาจทำให้พรรคมีโอกาสชนะการเลือกตั้งและได้ ส.ส. เพิ่มขึ้น 1 ที่นั่ง

สถาบันพระปกเกล้า สำรวจ 1 ปีหลังเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่อยากให้ \"พิธา\" เป็นนายกฯ

ในขณะที่มีพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตลดลง จำนวน 6 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนนิยมลดลง ร้อยละ 7 และอาจส่งผลให้พรรคมีโอกาสเสียที่นั่งที่มีอยู่เดิมไปราว 28 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ คะแนนนิยมลดลง ร้อยละ 3.41 มีโอกาสเสียที่นั่ง 11 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย คะแนนนิยมลดลง ร้อยละ 2.64 มีโอกาสเสียที่นั่ง 10 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ คะแนนนิยมลดลง ร้อยละ 1.13 มีโอกาสเสียที่นั่ง 3 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้รับคะแนนนิยมลดลง ร้อยละ 0.47 และพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ได้รับคะแนนนิยมลดลง ร้อยละ 0.02 นั้น คะแนนนิยมที่ลดลงดังกล่าวยังไม่มากพอที่จะส่งผลให้พรรคการเมืองทั้งสองมีที่นั่งลดลง

ในส่วนของการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบ พบว่า มีพรรคการเมือง 5 พรรคได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนเพิ่มขึ้น คือ

  • พรรคก้าวไกล ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 8.33
  • พรรคพลังประชารัฐ ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.62
  • พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.66
  • พรรคภูมิใจไทย ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.6
  • พรรคชาติไทยพัฒนา ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.19

อย่างไรก็ตาม คะแนนนิยมที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวส่งผลให้พรรคก้าวไกล มีโอกาสได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น 8 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐมีโอกาสได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น 1 ที่นั่ง เพียงสองพรรคเท่านั้น ส่วนคะแนนที่เพิ่มขึ้นของอีกสามพรรคยังไม่มากพอที่จะทำให้ได้ที่นั่งเพิ่ม

ในขณะที่มีพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนในการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อลดลง จำนวน 3 พรรค คือ

  • พรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนนนิยมลดลง คิดเป็นร้อยละ 7.49
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 1.18
  • พรรคประชาชาติ ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 0.24

คะแนนนิยมที่ลดลงดังกล่าวมีผลให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้ที่นั่งจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อน้อยลง 8 ที่นั่ง พรรครวมไทยสร้างชาติมีโอกาสได้น้อยลง 2 ที่นั่ง และพรรคประชาชาติมีโอกาสได้ที่นั่งน้อยลง 1 ที่นั่งตามลำดับ

สถาบันพระปกเกล้า สำรวจ 1 ปีหลังเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่อยากให้ \"พิธา\" เป็นนายกฯ

เมื่อนำตัวเลขประมาณการที่นั่งที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคมีโอกาสได้รับจากการเลือกตั้งทั้งสองระบบมารวมกัน พบว่า หากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเวลานี้ พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีโอกาสได้ที่นั่งมากที่สุด รวม 208 ที่นั่ง

รองลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย 105 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 61 ที่นั่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ 34 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 30 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง และพรรคประชาชาติ 9 ที่นั่ง ตามลำดับ ส่วนที่นั่งที่เหลือจะกระจายไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 21 ที่นั่ง

  • คนส่วนใหญ่อยากให้ พิธา เป็นนายกฯ ตามด้วยพลเอกประยุทธ์ ส่วนนายกฯ เศรษฐา มาที่ 4 

เมื่อสอบถามว่า “ถ้าเลือกได้ ท่านอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในช่วงเวลานี้มากที่สุด” ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ระบุว่า อยากให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 46.9 รองลงมาระบุว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 17.7 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 10.5 นายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 8.7 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 3.3 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 1.7 และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 0.4 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีผู้ตอบที่ระบุชื่อคนอื่น ๆ รวมกับที่ยังไม่เห็นว่ามีคนที่เหมาะสมอีก ร้อยละ 10.9 

สถาบันพระปกเกล้า สำรวจ 1 ปีหลังเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่อยากให้ \"พิธา\" เป็นนายกฯ

งานนี้ไม่มีอ้อมค้อม ‘ทักษิณ’ จีบ ‘สุวัจน์’ ออกไมค์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575444

25 พ.ค. 2567

19:49 น.

งานนี้ไม่มีอ้อมค้อม ‘ทักษิณ’ จีบ ‘สุวัจน์’ ออกไมค์

‘ทักษิณ’ จีบ ‘สุวัจน์’ ออกไมค์ พูดชัดกลางเวที จะมาเป็นกำลังหลักของพรรคเพื่อไทย ขณะที่ อุ๊งอิ๊ง กระซิบชวนหลังไมค์แล้ว

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ปิดภัตตาคารเสียว เสี้ยว จ.นครราชสีมา เลี้ยง นายทักษิณ ชินวัตร และคณะนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ปิดภัตตาคารเสียว เสี้ยว จ.นครราชสีมา เลี้ยง นายทักษิณ ชินวัตร และคณะ

วันที่25พ.ค.2567 เวลา 17.20  น. ที่ภัตตาคารอาหารเสียว เสี้ยว จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา  ปิดภัตตาคาร 40 โต๊ะ กว่า 400 ที่นั่ง เลี้ยงตอนรับคณะของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนจ.นครราชสีมา

ทันทีที่ นายทักษิณ เดินทางมาถึงร้านอาหาร นักร้องได้ร้องเพลง เกิดมาเป็นนักสู้ เป็นเพลงที่ นายทักษิณ เคยร้อง จากแดนไกล ระหว่างนั้น นายทักษิณ ได้ร้องตามไปด้วย

จากนั้น นายสุวัจน์ ได้กล่าวตอนรับ โดยชมว่า จ.นครราชสีมา ได้รับการพัฒนา มาเป็นเมืองใหญ่ในทุกวันนี้ ฝาก2นายกรัฐมนตรีคือ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ และ นายทักษิณ แล้ววันนี้ก็ได้ฝากฝัง สินค้าซอฟพาวเวอร์มากมาย ในจ.นครราชสีมา เพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้ช่วยผลักดันต่อ

โดย นายสุวัจน์ ได้มอบองค์หล่อจำลองย่าโม รุ่น 555 และ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มอบพระชัยเมืองฯ รุ่น 197 ปี วัดศาลาลอย จากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ บรรดา สส.รวมไปถึง สจ.และภาคเอกชน มอบของดีเมืองโคราช ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลไม้ ของใช้ เช่น ผ้าไหมปักธงชัย และเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ที่ทั้ง2อย่างเป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (GI)  รวมไปถึงกางเกงแมวโคราชด้วย

จากนั้น นายทักษิณ กล่าวกับผู้ที่มาร่วมงานว่า วันนี้อบอุ่น ที่ได้รับการต้อนรับและได้รับของที่ระลึกมากมาย ไม่ได้พูดนาน ถ้าพูดไม่เป็น จึงขอใช้หัวใจพูด วันนี้ขอชื่นชม ในเมืองมีระเบียบดี และทำให้คิดถึง ครั้งแรกที่มากราบย่าโมตอนอายุ 16 ปี  เขาบอกว่าลอดประตูชุมพลจะได้กลับมาอีก นึกว่าจะไม่ได้กลับมา หายไป 18 ปีก็ได้มาใหม่

ที่ผ่านมาประเทศไทย เดินหน้าเศรษฐกิจ ทุนนิยมตามฝรั่ง ที่กำหนดเป็นเศรษฐกิจที่ขาดความเห็นใจ เพราะหลักของมันคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาเร็วกินปลาช้า แต่คนบ้านนอกทั้งตัวเล็กและช้าจึงโดนกินมาตลอด เพราะเราบริหารโดยไม่เข้าใจพื้นฐานของคนที่ด้อยโอกาส 

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า วันนี้ถึงเวลาที่ประเทศไทย ต้องคิดถึงคนส่วนใหญ่ มากกว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พรรคไทยรักไทย ที่วันนี้กลายมาเป็นเพื่อไทย ถูกยุบมา3 ครั้ง  เราไม่เคยย่อท้อ ที่จะเดินหน้าเศรษฐกิจทุนนิยม ที่เห็นอกเห็นใจประชาชน เราต้องแก้ไขเศรษฐกิจครั้งนี้ให้ได้

แม้กลไก ระบบราชการจะอุ้ยอ้าย แต่ตนเชื่อว่า ข้าราชการทุกคนรักบ้านเมืองรักประชาชน แต่การจะจูงใจให้เข้าใจ และค่อยๆปรับยังไม่ดีพอ และวันนี้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด เช่น เราพยายามทำอุตสาหกรรมที่มีกำไร 10-20% สุดท้ายไปบี้ค่าแรง คนยิ่งจนหนักเข้าไปใหญ่ ต่างประเทศ ทำกำไร 1,000 -5,000 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ค่าแรงงานไม่ใช่ปัญหา

ปัญหาคือสมอง ต้องหาคนสมองดีมาช่วยกัน บ้านเรามีคนสมองดีเยอะ แต่เหมือนมีดที่ไม่ได้ลับสนิมเลยเกาะ ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องให้โอกาส คำว่าโอกาสเป็นคำเดียวเท่านั้น ที่จะพลิกฟื้นประเทศไทยได้ ถ้าสร้างโอกาสให้คนไทยไม่เป็นก็จะลำบากต่อไป

วันนี้ดีใจที่มาพบเพื่อนๆ คนเก่าคนแก่ อย่าง นายสุวัจน์ รู้จักกันมาตั้งแต่พรรคปวงชนชาวไทย  และ นายสุวัจน์ เป็นคนซื่อ และรัก พล.อ.ชาติชาย มาก รู้สึกว่าพรรคชาติพัฒนา เหมือนมรดก ที่ต้องดูแลต่อ และอีกคนที่ต้องขอบคุณคือ นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรมช.คมนาคม ที่วันนี้มีลูกเป็น รมว.วัฒนธรรม พ่อจึงต้องหลบไปก่อน

นายวีระศักดิ์ ทำการเมืองที่โคราช จนตนตกใจ ลูกหลานเป็น สส. กันหมดมีภรรยาเป็น นายกอบจ. ทำให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังเป็นอย่างมาก ถือเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย  เดี๋ยวนายสุวัจน์ ก็จะมาเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย ทำให้เรียกเสียงฮือฮาของผู้ร่วมงาน

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า ที่ตนพูด พูดแทนลูก เพราะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ตนลิปซิงค์ เนื่องจากอายุน้อย ไม่กล้าชวนตรงๆ เลยบอกให้พ่อลิปซิงค์ และขอขอบคุณ ทุกท่านที่ให้เกียรติมาต้อนรับและมาทานข้าวด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่ นายทักษิณ พูดชักชวนนายสุวัจน์บนเวที น.ส.แพทองธาร ที่นั่งอยู่ด้านล่างได้กระซิบว่า ชวนหลังไมค์แล้ว

โดยภายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ นายทักษิณ ได้เดินมาทักทายสื่อมวลชน พร้อมพูดแซวว่า “ทำไม ยังไม่กลับบ้านกันอีก” เมื่อถามว่ากรณีที่จีบนายสุวัจน์ ต้องยกขันหมากมาขอหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า “ผมพูดกับอากาศ” พร้อมยิ้ม

เมื่อถามถึงกำหนดการลงพื้นที่ภาคใต้และภาคอีสานจะมีขึ้นในเร็วๆนี้หรือไม่ นายทักษิณ ระบุว่า ยังไม่มีกำหนดที่มา จ.นครราชสีมา เพราะมีงานถ้าไม่มีงานก็ไม่ไปไหน ส่วนที่จะไป จ. ปทุมธานี ก็เพราะไปงานบวช

‘ทักษิณ’ เข้า ‘สักการะย่าโม’ ถวายดาบ ผูกผ้าสามสี มวลชน2ฝ่ายแน่น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575440

25 พ.ค. 2567

18:10 น.

‘ทักษิณ’ เข้า 'สักการะย่าโม' ถวายดาบ ผูกผ้าสามสี มวลชน2ฝ่ายแน่น

‘ทักษิณ’ พร้อมคณะ เข้า ‘สักการะย่าโม’ ถวายดาบ ผูกผ้าสามสี โดยมีมวลชนทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายเห็นต่าง เต็มพื้นที่

นายทักษิณ ชินวัตร พร้อมคณะ เข้าสักการะย่าโมนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมคณะ เข้าสักการะย่าโม

วันที่25พ.ค.2567 เวลา 16.25น. ภายหลังจากร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ลุงป๊อก หรือ นายวิชัย ช่างเหล็ก อดีตคนขับรถส่วนตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และนายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกสาวและลูกชาย พร้อมคณะ เดินทางมาถึง ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เพื่อสักการะย่าโม

โดยเมื่อมาถึง นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา มารอต้อนรับด้วย จากนั้น นายทักษิณ ได้เดินทักทายมวลชน ที่มาตั้งแถวรอต้อนรับจำนวนมาก ทั้งชูป้าย แสดงความยินดีที่นายทักษิณได้มาที่จ.นครราชสีมา โดยมวลชนได้ผูกผ้าขาวม้า และมอบดอกไม้ให้กำลังใจ รวมถึงขอถ่ายรูปคู่กับอดีตนายกฯทักษิณอย่างคึกคัก

จากนั้น นายทักษิณ นำลูกๆ และ แกนนำพรรคเพื่อไทย นำพานธูปเทียนแพ พวงมาลัยดอกดาวเรือง เข้า สักการะย่าโม  และถวายดาบย่าโม ปิดทอง ก่อนผูกผ้าสามสี รอบองค์ย่าโม

หลังเสร็จสิ้น ได้เดินทักทายมวลชนอีกครั้ง จะขึ้นรถกลับ แต่เนื่องจากมีมวลชนมาต้อนรับจำนวนมาก ทำให้จังหวะเดินกลับไปที่รถ ค่อนข้างแน่น จึงต้องไหลๆตามกันไปขึ้นรถ   

ทั้งนี้ก่อนที่จะขึ้นรถ มีมวลชนสูงอายุ และต้องนั่งรถเข็น อยากพบกับอดีตนายกทักษิณ แต่เข้าไม่ถึง จนต้องขอให้ทีมงานช่วยพาเข้าไปให้กำลังใจอดีตนายกทักษิณ และมอบผ้าขาวม้าให้กับอดีตนายกฯทักษิณ ก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไปด้วย

อย่างไรก็ดี มีมวลชนกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นครราชสีมา มารวมตัว ถือป้ายคัดค้าน โดยบางป้ายระบุว่า  หลานย่าโมไม่เอาบ่อนคาสิโน , ประเทศไทยไม่ใช่สมบัติชินวัตร ฯลฯ พร้อมกับตะโกนว่า ทักษิณติดคุก , ยิ่งลักษณ์ติดคุก , ยิ่งลักษณ์ข้าวเน่า เป็นระยะๆ

ขณะที่ แกนนำคนเสื้อแดง และแกนนำคนรัก ทักษิณ ยืนชูป้ายปิดล้อมรอบลานอนุสาวรีย์ย่าโม บริเวณด้านบน เพื่อกระชับพื้นที่ บังไม่ให้ เห็นกลุ่มมวลชนที่คัดค้าน นายทักษิณ และตะโกนแข่งว่า ‘เรารักทักษิณ’ กระทั่งเสร็จพิธี และเดินทางกลับ

เปิดชื่อ ’40สว.’ ร้อง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ถอดถอน ‘เศรษฐา-พิชิต’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575434

25 พ.ค. 2567

16:03 น.

เปิดชื่อ '40สว.' ร้อง 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ถอดถอน ‘เศรษฐา-พิชิต’

เปิดรายชื่อ ’40สว.’ ยื่นคำร้องต่อ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ถอดถอน ‘เศรษฐา-พิชิต’ นำทีมโดย ‘สว.สมชาย’ พบหลายคน เคยงดออกเสียง-ไม่เห็นชอบ ‘เศรษฐา’ นั่งนายกรัฐมนตรี

วันที่25พ.ค.2567 กรณี ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องของ 40สว. ที่ยื่นเรื่องต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1 และ นายพิชิต ชื่นบาน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น

โดย นายพิชิต ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ไปก่อนที่ ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่ารับคำร้องหรือไม่ ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องในส่วนของ นายเศรษฐา และให้ชี้แจงภายใน 15 วันนั้น

จากการตรวจสอบพบว่า คำร้องดังกล่าว มีนายสมชาย แสวงการ สว. เป็นผู้ยื่นคำร้อง พร้อมรายชื่อ 40สว. ประกอบด้วย

1.นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ 2.นายจเด็จ อินสว่าง 3.นายจิรชัย มูลทองโร่ย 4.นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร 5. นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต 6.นายจัตุรงค์ เสริมสุข 7.พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ 8.พล.อ. ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ 9.ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ 10.นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ

11.นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม 12.พล.ต.ท. ตรีทศ รณฤทธิวิชัย 13.นายถนัด มานะพันธุ์นิยม 14.นายถวิล เปลี่ยนศรี 15.นายทวีวงษ์ จุลกมนตรี 16.พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ 17.พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร 18.นายธานี อ่อนละเอียด 19.พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน 20.พล.อ. บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์

21.นางประยูร เหล่าสายเชื้อ 22.น.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม 23.นายพลเดช ปิ่นประทีป 24.พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป 25.นายพิทักษ์ ไชยเจริญ 26.นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ 27.พล.อ.สุนทร ขำคมกุล 28.พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ 29.ว่าที่ร.ต.วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี 30.นางวรารัตน์ อติแพทย์

31.นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร 32.นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล 33.พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร 34.มล.สกุล มาลากุล 35.นายสมชาย แสวงการ 36.พล.ต.ท. สมบัติ มิลินทจินดา 37.นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์ 38. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ 39.นายประพันธุ์ คูณมี 40.พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จาก 40สว. พบว่าส่วนใหญ่ที่ลงชื่อ เป็นกลุ่ม สว. ที่โหวตไม่เห็นชอบและงดออกเสียงให้ นายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566

เมื่อ ‘ทักษิณ’ ถูกสื่อตั้งคำถาม 2 คดี ‘ซุกหุ้น – ม.112’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575426

25 พ.ค. 2567

14:36 น.

เมื่อ ‘ทักษิณ’ ถูกสื่อตั้งคำถาม 2 คดี ‘ซุกหุ้น - ม.112’

งานนี้อดีตนายกฯ ‘ทักษิณ’ ขอบาย เมื่อเจอกับคำถาม ที่สื่อขุดคุ้ยกรณี ‘ลุงป๊อก’ โยงกับ ‘คดีซุกหุ้น’ งานนี้บอกเลยว่า วงแตกทันที ส่วนคดี ‘ม.112’ พร้อมไปตามนัดอัยการ

นายทักษิณ ชินวัตร กับ แพรทองธาร ชินวัตร เดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ลุงป๊อกนายทักษิณ ชินวัตร กับ แพรทองธาร ชินวัตร เดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ลุงป๊อกวันที่25พ.ค.2567 เวลา12.09 น. ที่ร้านส้มตำพันล้าน อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ขณะเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ลุงป๊อก หรือ นายวิชัย ช่างเหล็ก อดีตคนขับรถส่วนตัว ที่จะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันนี้ ที่วัดสังฆชินาราม ในวันนี้

โดยเมื่อถูกถามถึงในส่วนที่โซเชียลนำชื่อ ลุงป๊อก ไปขุดโยงว่าเป็นการปิดตำนาน คดีซุกหุ้น นายทักษิณ ปฏิเสธ ที่จะตอบคำถามโดยยกมือขึ้นมา ได้แต่ยิ้ม ขณะที่ตำรวจติดตามออกตัว ขอให้เสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ทันที

เมื่อถามถึง กรณีวันที่ 29 พ.ค.2567 อัยการนัดฟังคำสั่งคดี ม.112 จะไปรับฟังคำสั่งด้วยตัวเองหรือไม่นั้น นายทักษิณ กล่าวว่า ยังเหมือนเดิม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าต้องไป ก็ต้องไป ขึ้นอยู่กับทางอัยการด้วย

‘ทักษิณ’ เผาศพ ‘ลุงป๊อก’ คนขับรถคู่ใจ เล่าชีวิตหวิดโดนคาร์บอมบ์ดับคู่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575427

25 พ.ค. 2567

14:30 น.

'ทักษิณ' เผาศพ 'ลุงป๊อก' คนขับรถคู่ใจ เล่าชีวิตหวิดโดนคาร์บอมบ์ดับคู่

‘ทักษิณ’ เผาศพ ‘ลุงป๊อก’ คนขับรถคนสนิท เปิดใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในที่แคบๆ มากที่สุด เล่าวันคาร์บอมบ์ หวิด ตายด้วยกันไปแล้ว

14.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ก่อนถึงวัดสังฆวินาราม จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ฌาปนกิจศพนายวิชัย ช่างเหล็ก หรือลุงป๊อก คนขับรถคนสนิทนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดสองข้างทางก่อนถึงวัดมีป้ายต้อนรับ “นายทักษิณเยือนถิ่นอีสาน” และธงแดงตลอดเส้นทาง โดยทันทีที่มาถึง กลุ่มคนเสื้อแดง ที่รอให้การต้อนรับอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงประชาชนที่สวมเสื้อดำมาร่วมงานฌาปนกิจศพ ต่างตะโกน “เรารักทักษิณ” และชมว่า “ตัวจริงหล่อจังเลย คิดถึง” รวมถึงมีเครื่องรางทางภาคอีสานมาต้อนรับด้วย 

นอกจากนี้ ยังได้แห่เข้าไปถ่ายรูป ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม เมื่อเจอญาติและบุตรสาวของนายวิชัย นายทักษิณได้มอบซองเงินช่วยงาน และเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ 

\'ทักษิณ\' เผาศพ \'ลุงป๊อก\' คนขับรถคู่ใจ เล่าชีวิตหวิดโดนคาร์บอมบ์ดับคู่

สำหรับบรรยากาศภายในงานฌาปนกิจ มีนายทักษิณ พร้อมบุตรสาวและบุตรชาย, แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายชัยวัฒน์ ชื่นโกศล ผู้ว่าจังหวัดนครราชสีมา มาร่วมงานด้วย ทั้งนี้ เจ้าภาพได้ตั้งจอโปรเจกเตอร์ เปิดคลิปสัมภาษณ์นายวิชัย ก่อนเสียชีวิตซึ่งเป็นการเล่าถึงการทำงานกับนายทักษิณ โดยตลอดการชมคลิปนั้นนายทักษิณได้ตั้งใจดูด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะมีฝนตกลงมา สลับกับแดดจ้า ตลอดพิธี 

โดย นายทักษิณ ประธานในพิธี ได้ ยืนสงบนิ่ง เพื่อยืนไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพูดคุยกับแขกผู้ร่วมงานว่า หลายคนคงแปลกใจ ว่าทำไมตนถึงผูกพันธ์ กับ ป๊อกมากขนาดนี้  เพราะ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนขับรถคนหนึ่ง แต่เขาใช้ชีวิตคู่กับผมในที่แคบๆ มากที่สุดคนหนึ่ง อยู่ในรถด้วยกัน เพราะตนทำงานหนักตั้งแต่นักธุรกิจ จนมาเป็นนายกรัฐมนตรี  เช้าออกเย็นกลับ เป็นเวลากว่า 40 ปี และป็อก ก็เคยขับรถไปส่งคุณหญิง คลอดเอม กับอิ้ง 

\'ทักษิณ\' เผาศพ \'ลุงป๊อก\' คนขับรถคู่ใจ เล่าชีวิตหวิดโดนคาร์บอมบ์ดับคู่

“วันที่ตนโดนคาร์บอม ถ้าวันนั้นสำเร็จ ก็คงตายด้วยกัน แต่โชคดีที่ไม่สำเร็จ ตนก็ต้องไปอยู่เมืองนอก”

ป๊อก เป็นคนที่ซื่อสัตย์  อดทน อยู่กับครอบครัวของตนเรียกได้ว่าชีวิตของป๊อบมีแค่ครอบครัวของตนเท่านั้น กับครอบครัวตัวเอง นอกนั้นป๊อกไม่รู้จักอะไรเลย อยู่ด้วยกันตลอด ทำงานด้วยกันมา ป๊อก ก็พยายามจะรอให้ตนกลับมา แต่โชคร้ายที่เป็นมะเร็ง เลยจากไปก่อนตนกลับมาเพียงเดือนเดียว ตนจึงตั้งใจไว้ว่า ช่วงที่มีงานศพ บอกกับคุณหญิงไว้ว่าตนจะกลับไปเผา และในวันนี้ ตนก็มาเป็นประธานในการฌาปนกิจ ขอขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงพี่น้องคนโคราช ที่มาร่วมงานในวันนี้ และทุกท่าน ที่มาช่วยส่งดวง วิญญาณ  ให้ป๊อก ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ 

ก่อนที่ นายทักษิณ ประธานในพิธี  จะขึ้นทอดผ้าไตรมหาบังสกุล  และเดินทางกลับในเวลาต่อมา