‘วิษณุ’ เปิดใจ 3 สาเหตุ ไม่นั่งรองนายกฯ กับเรื่องราวที่ ‘นายกฯเศรษฐา’ ตามตื้อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575735

30 พ.ค. 2567

13:01 น.

‘วิษณุ’ เปิดใจ 3 สาเหตุ ไม่นั่งรองนายกฯ กับเรื่องราวที่ 'นายกฯเศรษฐา' ตามตื้อ

‘วิษณุ เครืองาม’ เปิดใจ ถึง 3 เหตุผล ที่ไม่รับตำแหน่ง รองนายกฯ พร้อมเผยถึงลูกตื้อของ ‘นายกฯเศรษฐา’ จนยอมเป็น ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี

วันที่30พ.ค.2567 นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ภายหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ​เตรียมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่าที่นายกรัฐมนตรีพูดไปก่อนหน้านี้

แต่จะเล่าเหตุการณ์​ให้ฟังว่า นายกรัฐมนตรี เดินทางมาพบตนเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2567 บอกให้ช่วยเป็น รองนายกรัฐมนตรี แต่ตนแจง 3 เหตุผล ปฏิเสธนายกรัฐมนตรีไป คือ 1. เรื่องสุขภาพ ที่เป็นทั้งโรคไต และโรคตา  2.ในช่วงเวลา 10 เดือนที่พ้นจากตำแหน่ง ได้รับงานอื่นไว้จำนวนมาก หากต้องลาออก งานก็จะเสียงาน 3.มีปัญหาที่บ้านต้องจัดการหลายอย่าง

นายกรัฐมนตรี จึงเสนอให้เป็น ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ตนจึงตอบว่า ไม่อยากจะวุ่นวาย กับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน จึงถูกชวนอีกว่า ให้มาเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยที่ไม่ต้องเป็นข้าราชการการเมือง ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไม่มีห้องและรถประจำตำแหน่ง มีแค่เบี้ยประชุม เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้รัฐบาล

ตนจึงถามกลับว่า รัฐบาลมีปัญหาอะไร นายกรัฐมนตรี รับว่า ที่ผ่านมามีการถกเถียงระหว่างผู้ไม่รู้กับผู้ไม่รู้ หรือบางครั้งเป็น ครม.กับชาวบ้านนอก ครม. ดังนั้น เมื่อมีปัญหาอะไรจึงอยากปรึกษา ตนจึงตอบรับว่า งั้นเป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือ สลค. จะได้โลว์โปรไฟล์มาหน่อย และอาจจะช่วยดูวาระ ครม. ที่สำคัญๆ นายกรัฐมนตรี จึงพูดว่า จากการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เห็นตรงกันว่า อยากให้นายวิษณุ ร่วมประชุม ครม.ด้วย เพื่อจะได้ทักท้วงได้ทันท่วงที ไม่ใช่มีมติไปแล้วจึงมาแก้ไข

ตนก็ท้วงไปอีกว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีกฤษฎีกา และรัฐมนตรีหลายคน ก็เป็นนักกฎหมาย เช่น นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่ นายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า ในบางเรื่องอยากจะได้ผู้ที่เป็นกลาง เพราะหากนายพีระพันธ์ พูดอะไร ก็มีหัวโขนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานด้วย และหากทะเลาะข้ามกระทรวงแล้วใครจะฟัง ตนจึงบอกว่า แล้วแต่ท่านนายกรัฐมนตรีไปจัดการ แต่หากหาผู้ที่มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีได้แล้ว ตนขอบ๊ายบาย กลับไปทำงาน

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า  ขณะนี้ดำรงตำแหน่งอะไร นายวิษณุ ระบุว่า ตอนแรกจะเป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แต่ติดปัญหาหลายอย่างเช่น การเบิกเบี้ยประชุม และไม่มีสิทธิ์​ออกความเห็นไปนั่งในที่ ประชุม ครม. จึงได้ยิน ว่า จะยกขึ้นเป็นตำแหน่ง ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ตนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะอย่างไร ก็ไม่มีรถ และห้องประจำตำแหน่ง

เมื่อถามย้ำว่า การกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง เป็นเพราะนายกรัฐมนตรี ถูก 40สว. ยื่นร้องใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่นายกรัฐมนตรี จะมาปรึกษาเรื่องนี้ แต่ตนไม่ใช่เจ้าของเรื่อง นายพิชิต ชื่นบาน ต้องเป็นผู้ดำเนินการ รวมทั้งกฤษฎีกา ทีมกฎหมาย และอัยการ ที่ต้องเข้ามาดูเรื่องนี้ และอาจจะให้ตนเข้าไปช่วยดูได้

เมื่อถามต่อว่า คดีนี้จะเป็นอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่เห็นสำนวน และคำร้อง แต่ก็เข้าใจว่านายกรัฐมนตรี อยากให้ตนเข้าไปช่วยดู ซึ่งเมื่อครั้งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกร้อง 5 คดี ตนก็เข้าไปช่วยดู แต่ไม่ได้เข้าไปดูในฐานะหัวหน้าทีม ส่วนคดีนี้ตนยังไม่สามารถตอบได้ ว่า คดีนี้จะเป็นอย่างไร เนื่องจากยังไม่เห็นคำร้อง แต่หากจะ จะตอบแบบมีความหวัง ก็คิดว่า พอมีหนทางในการสู้คดี แต่สู้แล้วชนะหรือไม่ ไม่รู้

เมื่อถามว่ามีการขุดกันในโซเชียล ว่า นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ เคยรีทวิต​ พร้อมข้อความที่ระบุว่า “ไม่มียางอาย” จากการให้ความเห็นที่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล​ นายวิษณุ​ ย้อนถามคำถามว่า “ใครไม่มียางอาย ผมไม่รู้ และไม่ติดใจ อย่างที่นายกทักษิณ​ เคยโพสต์ข้อความว่าตน​ และตอนนั้นตนก็แลกกันไปคนละหมัดแล้ว”

ส่วนที่นายเศรษฐา ออกมาชี้แจงว่า ที่พูดไปคือว่าที่ความ ไม่ได้ว่าที่คน นายวิษณุ รับว่า อันนี้จริงท่านก็พูดกับผม ก็พูดอย่างนั้น ท่านถึงว่าเราเอาความเป็นใหญ่​ อย่าไปเอาคน​ และตนสนิทและรู้จักกับนายเศรษฐา​ อยู่ก่อนนานแล้ว ก่อนที่ท่านจะว่าอะไรที่คุณว่าด้วยซ้ำ

เมื่อถามว่าเหตุผลที่ใจอ่อน เพราะ ขณะนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตระบัดสัตย์ว่า  ก่อนหน้านี้จะไม่รับตำแหน่ง และกลับไปเลี้ยงหลาน นายวิษณุ​ ระบุว่า ตนก็ปฏิเสธ​ ไม่รับตำแหน่ง ถ้าตระบัดสัตย์ ก็รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีไปแล้ว

ผมอุตส่าห์เขียนหนังสือเรื่องชีวิตที่เหมือนทรายกับทะเล วันหนึ่งทะเลก็คือการเมือง ก็ขึ้นมาซัดทรายอยู่เรื่อยๆ ที่หมอดูเคยทายเอาไว้ ซึ่งวันนี้ก็มาถึง ว่าให้เป็นรองนายกฯตนไม่เป็น และย้ำว่าถ้าใครมาชวนตนก็เปิดสะดือให้ดู และก็เปิดจริงๆ เมื่อเขาชวนเป็นรองนายกฯ แต่พอชวนเป็นที่ปรึกษา ซึ่งสถานที่ธรรมดาอาทิตย์หนึ่งทำงานที่บ้าน 6 วัน ใครมีเรื่องอะไรก็เอาแฟ้มมาให้ตนดูที่บ้าน ไม่ได้ลำบากลำบนอะไร ทุกวันนี้สอนหนังสือเนติบัณฑิตเหนื่อยกว่าอีก

โดย นายวิษณุ​ ยืนยันว่า​ ไม่ได้รู้สึกหนักใจกับคำวิพากษ์วิจารณ์ของโซเชียล​มีเดีย​ ไม่ได้ลำบากใจ เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ใครจะว่าอย่างไรก็ว่ากันได้​ ข้อสำคัญคือ “สุทธิ​ อสุทธิปัจจัตตัง” บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ใจ​ ย่อมรู้แก่ตัวเอง 

ส่วนหากนายกรัฐมนตรี หากยังหารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายไม่ได้ ก็จะทำงานต่อไปหรือไม่ นายวิษณุ​ กล่าวว่า ไปถึงจังหวะพอสมควร ถ้านานเกินไป ตนก็มีเหตุผล 108 เช่นเจ็บป่วยลง ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวแซวนายวิษณุว่า อย่าแช่งตัวเอง

ส่วนที่มีการมองกันว่าการมาของ นายวิษณุ เพื่อปูทางการกลับมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี และมาช่วยดูคดีของนายทักษิณ​ ใช่หรือไม่​ นายวิษณุ​ ระบุว่า  ยืนยันว่าไม่จริง เพราะการที่จะนำคุณยิ่ง​ลักษณ์​กลับมา ไม่ได้ยากเลย​ ซื้อตั๋วส่งไปให้แก แกก็มาได้แล้ว สิงคโปร์-กรุงเทพฯ ลอนดอน-กรุงเทพฯ หรือดูไบ-กรุงเทพฯ ส่งไปแกก็มาแล้ว​ ปัญหาคือมาแล้วถูกจำคุก 5 ปี เป็นการจำคุกที่ศาลได้ตัดสินแล้ว ตนจะไปช่วยอะไรตรงนี้ได้

ส่วนนายทักษิณ เองก็ไม่มีใครจะไปช่วยอะไรได้ เพราะแกได้รับพระราชทานอภัยโทษ แล้วตนจะไปช่วย พระราชทานอภัยโทษอะไรได้อย่างไร เขาก็ต้องทำของเขาเองทั้งหมด

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีดีลในการเชิญ มารับตำแหน่งในครั้งนี้ จากกลุ่มขั้วอำนาจเดิม นายวิษณุ​ ยืนยันว่า ไม่มีดีล ไม่เกี่ยวเลย พร้อมกับระบุว่า ช่วงนี้ไม่ได้มีการติดต่อกับ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ เพราะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมไปถึง พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ องคมนตรี​ โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์​ ท่านไม่ได้ติดต่ออะไรกับใครเพราะท่านไม่ยุ่งการเมืองอยู่แล้ว พล.อ.ประวิตร​ ก็ไม่รู้​ แต่ได้ยินว่าท่านป่วย

ส่วนที่มีคนไปโยงว่าเกี่ยวข้องกับ บิ๊ก ฉ.​ อดีตปลัดกระทรวง​ นายวิษณุ ย้อนถามว่า ปลัดฉิ่ง​ รู้จักแต่ไม่ได้มาดีลกับตน สื่อมวลชนจึงย้อนถามว่าแล้วใครดีล  นายวิษณุ​ จึงระบุว่า​ คนดีลคือนายกรัฐมนตรี นายกฯเศรษฐา​ โทรศัพท์มาจากเมืองนอก​ จากอิตาลี หรือฝรั่งเศส​ ตนไม่แน่ใจ​ แต่ใครไปแนะนำท่านผมไม่รู้

ส่วนนายกรัฐมนตรี โทรหาก่อนหรือหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องของ 40สว.​ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่รู้ไม่ได้นับแต่รู้สึกว่า จะโทรมาจากอิตาลี

‘เศรษฐา’ มั่นใจ ‘ทักษิณ’ คดี ม.112 ไม่กระทบภาพลักษณ์ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575699

29 พ.ค. 2567

20:26 น.

'เศรษฐา' มั่นใจ 'ทักษิณ' คดี ม.112 ไม่กระทบภาพลักษณ์ 'รัฐบาลเพื่อไทย'

‘เศรษฐา’ มั่นใจ ปมอัยการสั่งฟ้อง ‘ทักษิณ’ คดี ม.112 ไม่กระทบภาพลักษณ์ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ลั่นต้องเคารพ ไม่ขอพูดในรายละเอียด

29 พ.ค. 2567  “นายเศรษฐา​ ทวี​สิน”​ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี “นายทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ติดโควิด 19 จนต้องเลื่อนนัดฟังคำสั่งอัยการสูงสุด ในคดีมาตรา 112 ว่า ยังไม่ได้โทรไปถามเรื่องอาการป่วย เนื่องจากมีภารกิจแน่นทั้งวัน

ส่วนการที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องคดี ตนพูดมาตลอดว่า แม้แต่คดีของตนเองที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ตนก็ให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม ส่วนรายละเอียดตนไม่อยากพูดอะไรมาก ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม​ ขณะที่คดีของนายทักษิณ ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็เป็นฝ่ายจำเลยที่จะต้องไปชี้แจง ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้อง

เรื่องนี้จะกระทบต่อความรู้สึก ของพรรคคนในพรรคเพื่อไทยหรือไม่?

นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องไปสอบถามคนในพรรคเพื่อไทย แต่ตนมีหน้าที่ต้องทำงานต่อไป ส่วนกรณีที่ตนเคยระบุจะลงพื้นที่กับนายทักษิณ จะต้องชะลอไปก่อนหรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต ไม่สามารถกำหนดได้ จะเป็นปีหรือ 2 ปีตนก็ยังไม่แน่ใจ

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่นายทักษิณออกมา และตั้งแต่ตนเป็นนายกฯ ก็ยังไม่เคยพูดคุยว่าจะลงพื้นที่พร้อมกัน เพราะตนก็ไม่ทราบว่า นายทักษิณ​ มีความประสงค์แบบนั้นหรือไม่ อยู่ดีๆ จะไปพูดเองว่าท่านอยากลงพื้นที่ด้วยก็ไม่ถูก ก่อนจะย้ำว่าตั้งแต่มาเป็นนายกฯ ไม่เคยพูดคุยกับนายทักษิณเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ค่อนข้างที่จะแยกกันยาก การถูกสั่งฟ้องคดี 112 จะกระทบต่อภาพลักษณ์​ของรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่กระทบ เพราะเป็นคดีบุคคล แต่หากถามว่ากระทบกับพรรคเพื่อไทยในแง่ของบุคคล อาจจะกระทบกับหัวหน้าพรรคไทย เรื่องนี้ต้องไปถาม นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เอง แต่ในแง่ของรัฐบาลพรรคการเมืองและนายทักษิณแยกกันชัดเจน

ย้อนเส้นทางคดี ‘ทักษิณ’ ผิด ม.112 ก่อนลุ้น จะมาตามนัดฟังคำสั่ง 18 ม.ย. 67 ไหม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575685

29 พ.ค. 2567

17:32 น.

ย้อนเส้นทางคดี 'ทักษิณ' ผิด ม.112 ก่อนลุ้น จะมาตามนัดฟังคำสั่ง 18 ม.ย. 67 ไหม

เปิดเส้นทางคดี “ทักษิณ ชินวัตร” กระทำผิด มาตรา 112 ก่อนลุ้นเจ้าตัว จะมาตามนัดฟังคำสั่ง 18 เม.ย. 2567 นี้หรือไม่?

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกดำเนินคดีข้อหา ม.112 หลังจากที่ ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ในปี 2552 โดยครั้งนั้น มีข้อความดูหมิ่นแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบันกษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท และนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมฯ ต่อมา วันที่ 9 พ.ย.2558 “ทักษิณ” ให้สัมภาษณ์ กับสื่อท้องถิ่นประเทศเกาหลีใต้ และ เหตุการณ์ในวันนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้น คดี มาตรา 112  ถึงทุกวันนี้

  • หากย้อนกลับไป “ทักษิณ” ถูกดำเนินคดีทางการเมือง และได้ลี้ภัยในต่างเป็นเวลา 15 ปี และในวันที่ 22 
  • 22 ส.ค.2566 “ทักษิณ” เดินทางกลับประเทศไทย มารับโทษหลังจากศาลฎีกา มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก 3 คดี รวมกำหนดโทษ 8 ปี 
  • ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ เหลือโทษจำคุก 1 ปี แต่ก็ได้รับการพักโทษ เนื่องจากนายทักษิณ จัดอยู่ในกลุ่มผู้มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นประกาศกรมราชทัณฑ์  เรื่องหลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
  • แต่หนึ่งในคดี ที่ยังไม่หมดอายุความ และยังอยู่ในการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรร คือ คดีมาตรา 112 
  • และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีที่นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2558 
  • หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แจ้งความเอาผิดกับ นายทักษิณ กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท.กรณีที่นายทักษิณ ซึ่งเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ และให้สัมภาษณ์กับนิตยสารไทม์  มีเนื้อหาบางช่วงเข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ
  • 16 ก.พ.ปี 2559 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) สรุปสำนวนส่งอัยการเสนอฟ้องนายทักษิณ
  • 19 ก.ย. ปี 2559 อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้อง และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำไปสู่หมายจับ นายทักษิณ คดีมีอายุความ 15 ปี (2558-2573
  • เดือน ต.ค.2560 นายทักษิณ ส่งทนายความยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด ขอให้มีคำสั่งทบทวนคดี
  • 22 ส.ค.2566 นายทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทย
  • 28 ส.ค.2565  ตำรวจ นำหมายจับไปแจ้งกรมราชทัณฑ์ ขออายัดตัวนายทักษิณ คดี ม.112  
  • 17 ม.ค.2567  ตำรวจ ปอท. และอัยการสำนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหานายทักษิณ ที่โรงพยาบาลตำรวจ
  • 19 ก.พ.2567 ทักษิณ เข้ารายงานตัว รับทราบข้อหา แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหา ยื่นขอความเป็นธรรม
  • 10 เม.ย.2567 อัยการสูงสุด นัดฟังคำสั่งคดี 
  • 25 พ.ค.2567 ทักษิณ ให้ทนายเลื่อนฟังคำสั่งอัยการ เหตุติดโควิด-19
  • 29 พ.ค.2567 ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อ่านคำสั่งฟ้องนายทักษิณ คดีม.112 ตามกำหนด 

 
โดยในวันนี้ (29 พ.ค.67) ทางอัยการสูงสุด อนุญาตให้นายทักษิณ เลื่อนฟังคำสั่งในวันที่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 9.00 น. เพื่อนัดให้นายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล และหากว่าในวันดังกล่าว นายทักษิณ ไม่มาตามนัด และไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้อง  ทางอัยการ จะทำหนังสือแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องภายในกำหนดเวลาต่อไป 

โดยในวันที่ยื่นฟ้องศาล จำเลย สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลได้ และเป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณา

ศาล รธน. ไม่รับคำร้องวินิจฉัยแจก “เงินดิจิทัล“

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575666

29 พ.ค. 2567

13:19 น.

ศาล รธน. ไม่รับคำร้องวินิจฉัยแจก "เงินดิจิทัล“

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติไม่รับคำร้อง วินิจฉัยนโยบาย พรรคเพื่อไทย ปมแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ชี้หลักฐานไม่เพียงพอ

สำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารการประชุมปรึกษาของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีที่นายคงเดชา ชัยรัตน์ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคเพื่อไทย (ผู้ถูกร้องที่ 1) ที่นำนโยบาย แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้คะแนนเสียงเลือกตั้งไม่ได้มาจากเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน เป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 

และการมีพฤติการณ์ยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร (ผู้ถูกร้องที่ 4) ชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ทำให้การใช้เสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมืองไม่เป็นไปตามกฎหมาย การกระทำของคณะรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่นำนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ขี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 

ศาล รธน. ไม่รับคำร้องวินิจฉัยแจก \"เงินดิจิทัล“การกระทำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 3) ในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ไม่ให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องครบถ้วนแก่ประชาชน กระทำการเป็นสื่อมวลชนประเภทสื่อออนไลน์ อันเป็นลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี 

และมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติเพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี  เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม และการกระทำของผู้ถูกร้องที่ 4 ที่อาจเป็นการชี้นำกิจกรรมของผู้ถูกร้องที่ 1 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพทางการเมืองเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติมและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ และยังไกลเกินกว่าเหตุที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 4 กระทำการใด ๆ ที่เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง คำร้องเป็นเพียงการแสดงความเห็นต่างของผู้ร้องเท่านั้น

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

รอก่อน “วิษณุ เครืองาม” ยังไม่เข้าทำเนียบพรุ่งนี้ รอ นายกฯ ลงนามแต่งตั้ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575658

29 พ.ค. 2567

12:40 น.

รอก่อน "วิษณุ เครืองาม" ยังไม่เข้าทำเนียบพรุ่งนี้ รอ นายกฯ ลงนามแต่งตั้ง

“วิษณุ เครืองาม” เปลี่ยนใจยังไม่เข้าทำเนียบพรุ่งนี้ บอกรอ นายกฯ ลงนามแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา สลค. ก่อน หลังมีกระแสข่าวจะเข้าดูห้องทำงาน ก่อนร่วมประชุม ครม. 4 มิ.ย. 2567

หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะแต่งตั้ง “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการร่างหนังสือเพื่อแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ค. 2567) หลัง นายวิษณุ ไปบรรยายพิเศษที่เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว จะเดินทางเข้ามา ทำเนียบรัฐบาล เพื่อดูห้องทำงานที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุม ครม. 4 มิ.ย. 2567 ตามที่ นายกรัฐมนตรี มอบหมาย

ล่าสุด มีรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ นายวิษณุ อาจจะยังไม่เข้า ทำเนียบรัฐบาล โดยจะรอ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งก่อน ซึ่งเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีระบุจะตั้ง นายวิษณุ เป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)

รถ ‘ทักษิณ’ ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังถูกสั่งฟ้อง ม.112 รปภ.บอก ‘รถเปล่า’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575659

29 พ.ค. 2567

11:39 น.

รถ 'ทักษิณ' ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังถูกสั่งฟ้อง ม.112 รปภ.บอก 'รถเปล่า'

บ้านจันทร์ส่องหล้าเคลื่อนไหว พบรถ “ทักษิณ” ขับออกจากบ้าน หลัง อสส.สั่งฟ้อง “ทักษิณ” คดีผิด มาตรา 112 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกเป็นรถเปล่า

จากกรณีอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันนี้ (29 พ.ค.) แต่ นายทักษิณ ไม่ได้มาตามกำหนดนัด เพื่อฟังคำสั่งฟ้อง โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 09.00 น.พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ ยืนยันว่า ป่วยเนื่องจาก ติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2567 

ทาง อสส. จึงอนุญาตให้เลื่อนฟังคำสั่งในวันที่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 9.00 น. เพื่อนัดให้นายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล และหากว่าในวันดังกล่าว นายทักษิณ ไม่มาตามนัด และไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้อง  ทางอัยการ จะทำหนังสือแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องภายในกำหนดเวลาต่อไป โดยในวันที่ยื่นฟ้องศาล จำเลย สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลได้ และเป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณา

โดยช่วงเช้าวันนี้ ( 29พ.ค.67) บรรยากาศที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวนายทักษิณ ตั้งแต่เช้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.30 น. จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 9.15 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางพลัดเข้ามาดูแลพื้นที่ พร้อมทั้งจัดระเบียบรถ และโดยรอบ 

ในช่วงเวลาประมาณ 10.40 น. มีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีกรม หมายเลขทะเบียน 4 ขณ 4007 กรุงเทพมหานคร ขับเข้าไปภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า และใช้เวลาเพียง 5 นาที ก็ขับออกจากบ้านไป และขับกลับมาบ้านจันทร์ส่องหล้า และขับออกไปอีกหลายรอบ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ต่อมาเวลา 11.55 น. พบรถตู้เบนซ์ ทะเบียน ภษ 1414 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้ในภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด ได้ออกจากบ้านพักจันทร์ส่องหล้า โดยปิดม่านบริเวณหลังที่นั่งคนขับทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกสั้นๆว่า เป็นเพียงรถเปล่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเคลื่อนไหว ของอดีตนายทหารคนคนติดตามของนายทักษิณ  ได้ซ้อนจักรยานยนต์เข้า-ออกบ้านจันทร์ส่องหล้า แต่งกายโดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็ค ถือสูทขับผ่านหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าไปยังทางเข้าอีกทาง ก่อนจะลงมาพูดคุยกับตำรวจที่มาสังเกตการณ์รักษาความปลอดภัยโดยรอบบ้านจันทร์ส่องหล้า

‘ทักษิณ’ ไม่รอด ‘อัยการสูงสุด’ สั่งฟ้อง คดี ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575648

29 พ.ค. 2567

09:44 น.

'ทักษิณ' ไม่รอด 'อัยการสูงสุด' สั่งฟ้อง คดี ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้อง ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ นัดยื่นฟ้องวันที่ 18 มิ.ย.67 หลังแจ้งขอเลื่อนเพราะติดโควิด

วันที่ 29 พ.ค.ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8

นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีที่นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2558

ภายหลังจากที่ นายทักษิณ ส่งทนายความผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีออกไปก่อนเนื่องจากนายทักษิณติดโควิด เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โดยนายนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด

มีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ในความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

อย่างไรก็ตาม พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลในวันนี้ได้ได้เนื่องจาก นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด 

โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิถุนยายน 2567 เวลา 09.00 น.พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าป่วยเนื่องจากติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน

ซึ่งนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขอเลื่อนคดีมีการอ้างการป่วยเพราะติดโควิด โดยหมอให้พักเพื่อสังเกตอาการถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2567 จึงอนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เพื่อนัดให้พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันดังกล่าวต่อไป

คปท.จี้อัยการสูงสุดเอาผิดทักษิณ ม.112

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575631

28 พ.ค. 2567

19:20 น.

คปท.จี้'อัยการสูงสุด'เอาผิด'ทักษิณ'ม.112

เราเห็นว่า บัดนี้ การหาข้อเท็จจริงทางคตีและการรวบรวมพยานหลักฐานนำจะเสร็จสิ้นและหาข้อยุติได้แล้วเนื่องจากว่า นายทักษิณ ชินวัตร ใด้ยื่นขอความเป็นธรรมและอัยการสูงสุดได้ให้โอกาสในการ ชี้แจงข้อกลาวหาไปแล้วนั้น มื่อพิจารณาจากข้อกล่าวหาและระยเวลาที่ผ่านมา เห็นได้ว่าข้อเท็จจริงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใต้เป็นอย่างอื่น เพื่อให้กิดการพิจารณามีคำสั่งของอัยการสูงสุดที่เป็นมาตรฐานเดียวกับบุคคลอื่นที่โดนกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เราเห็นว่าอัยการสูงสุด ต้องรีบมีคำสั่งทางคดีตามหลักฐานที่กองทัพบกได้เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายทักษิณ ชินวัตร โดยเร็วที่สุด

คปท.ยื่นหนังสือจี้อัยการสูงสุด ขอให้ดำเนินคดี ‘ทักษิณ’อดีตนายกฯ คดีหมิ่นเบื้องสูงมาตรา 112 โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ นายพิชิต ไชยมงคล,นายนัสเซอร์ ยีหมะ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.), ดร.ใจเพชร กล้าจน ตัวแทนกองทัพธรรม และ นายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (คปปส.) เดินทางมายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้ดำเนินการโดยยึดกฎหมายเป็นหลัก

ซึ่งมี นายณรงค์ ศรีระสันต์ เเละนายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด รับหนังสือร้องเรียน

นายพิชิต กล่าวว่า การที่อัยการสูงสุด ได้เลื่อนการมีคำสั่งคดี นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  มาเป็นวันที่ 29 พ.ค.2567 โดยระบุว่า พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม ตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งยังไม่ครบถ้วนนั้น การใช้สิทธิ์ในการขอความเป็นธรรมและการใช้สิทธิ์โนการชี้แจงข้อกล่าวหานั้น เป็นสิทธิ์ทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้

 แต่ที่ผ่านมาพวกเราเห็นว่า การใช้สิทธิ์ทางกฎหมายของ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นเพียงข้ออ้างในการถ่วงเวลาเพื่อขยายเวลาคดีออกไปให้ได้นานที่สุดเท่านั้นเอง ทั้งที่นายทักษิณ ชินวัตร สามารถที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาตามกฎหมายได้ก่อนหน้านี้อยู่แล้วการดำเนินการทางคดีเพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกับบุคคลอื่นที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดที่กระทบต่อความรู้สึกของประชนชาวไทย จึงมีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ควรทำให้เกิดข้อครหาว่า อัยการสูงสุต ได้ช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหา

เป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดเคยมีมติสั่งฟ้องไปแล้วนั้น การขยายเวลาให้สอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก็ได้ดำเนินการมาแล้ว ข้อเท็จจริงทางคดีจึงน่าจะได้ข้อสรุปมีคำสั่งทางคดีได้ทันที

ที่ผ่านมาสำนักงานอัยการสูงสุดได้ออกมาชี้แจงการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ต้องหาว่าจะตำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัต โดยคำนึงถึงสิทธิ์ของผู้ต้องหาดามกฎหมายนั้น 

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกองทัพธรรม เห็นว่า การที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมเพื่อต่อสู้คดีนั้น เราขอเรียนต่ออัยการสูงสุดประกอบการพิจารณาว่า กรณีผู้ต้องหาได้กระทำความผิดและมีการร้องทุกข์กล่าวโทษโดยกองทัพบกเพื่อไห้พนักงานอัยการเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายนั้น การแจ้งข้อกล่าวหานั้นพนักงานอัยการใด้รับเรื่องและมีการดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมโดยชอบ แต่ผู้ต้องหากลับหลบหนีอยู่ต่างประเทศไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเอง การร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหานั้น เป็นการยื่นร้องขอความเป็นธรรมที่มาจากผู้ต้องหาหลบหนีและไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมไทยตั้งแต่ต้น การยื่นร้องขอความเป็นธรรมในวันแจ้งข้อกล่าวหาต่อหน้าอัยการนั้นเป็นเพราะว่า ผู้ต้องหาไม่สามารถหลบหนีได้อีกเนื่องจาก ตกเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด ดังนั้นการยื่นร้องขอความป็นธรรมดังกล่าวจำเป็นที่พนักงานอัยการต้องพิจารณาพฤติการณ์ผู้ต้องหาที่มีการหลบหนี มาประกอบความเห็นในการพิจารณาการร้องขอความเป็นธรรมด้วย

‘วิษณุ’ เล่าเอง ‘นายกฯเศรษฐา’ ไปที่บ้าน คุยเรื่องอะไร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575608

28 พ.ค. 2567

13:52 น.

'วิษณุ' เล่าเอง 'นายกฯเศรษฐา' ไปที่บ้าน คุยเรื่องอะไร

‘วิษณุ’ บอกเอง ‘นายกฯเศรษฐา’ แวะไปที่บ้าน พูดคุยกันเรื่องอะไร ขณะที่เจ้าตัว เปิดเผยว่ายอมรับตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษา สลค.’

วันที่28พ.ค.2567 นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา เปิดเผยกับ เนชั่นทีวี ถึง การพูดคุยกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่25พ.ค.2567 ที่บ้านพัก จนกระทั่งเช้าวันนี้ มีข่าวว่า นายกฯ เซ็นคำสั่ง แต่งตั้ง นายวิษณุ เป็น ที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สลค. ) ว่า  ยอมรับว่า ได้รับตำแหน่ง ที่ปรึกษา สลค. จริง 

เป็นการพูดคุยกับ สลค. หลังจาก พ้นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ไว้นานแล้ว พอ นายเศรษฐา ทราบข่าว ก็มาบอกให้ตนทราบว่า จะมีการลงนามแต่งตั้ง นายวิษณุ  เป็น ที่ปรึกษา สลค.

“ก่อนหน้านี้ ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ สลค. ซึ่งมีการปรับระบบ ระเบียบของเอกสาร งาน สลค. และ ครม. มาก่อน ว่าจะให้ผมมาเป็นที่ปรึกษา” นายวิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ ตำแหน่งดังกล่าว ไม่ใช่ตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง  ไม่มีอัตราเงินเดือน หรือต้องแสดงบัญชีหนี้สินทรัพย์สินอะไร และไม่เหมือนตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ แต่อย่างใด

นายวิษณุ  กล่าวถึงการพบกับ นายเศรษฐา เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า  ท่านนายกฯ คงจะมาบ้านใครสักแห่ง และอยู่ใกล้ๆบ้านตน จึงแวะเข้ามาพบปะพูดคุย  คุยกันหลายเรื่อง  ท่านยังเล่าถึงการเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ยุโรป  ฝรั่งเศส  รวมถึงที่เป็นประเด็นข่าว เกี่ยวกับ 40สว. ยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบท่านนายกฯ

ส่วนการเป็นหัวขบวน ชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญนั้น  ไม่ใช่ผม  ต้องเป็น คุณพิชิต  ชื่นบาน เป็นหัวขบวน  และตอนนี้ เขา( สำนักเลขาครม.) ก็มีการเตรียมการ ทำคำชี้แจง ล่วงหน้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

นายวิษณุ  ตอบคำถามกรณี เมื่อได้รับแต่งตั้งให้เป็น ที่ปรึกษา สลค. แล้ว จะปูทางสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่านี้หรือไม่ หรือ ตำแหน่งรองนายกฯ  ว่า ไม่ขอรับตำแหน่งใดทางการเมือง และตอนนี้ ก็พักรักษาตัว ดูแลสุขภาพ

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าไปพบจริงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่าง 2 คน

ตรงนี้เป็นที่รู้กันดีว่าการไปพบครั้งนี้ก็เพื่อปรึกษาหารือปัญหากฎหมาย เกี่ยวกับประเด็น 40สว. ร้องขอถอดถอน นายกฯเศรษฐา จากตำแหน่งกรณีแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และถ้าย้อนดูความเห็นก่อนหน้านี้ นายวิษณุเคยให้ความเห็นว่า นายพิชิต ไม่ขาดคุณสมบัติ

สำหรับประวัติ นายวิษณุ เคยเป็น เลขาธิการ ครม. และเคยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ สมัยรัฐบาลไทยรักไทย ก่อนที่จะมาเป็นรองนายกฯ สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ คลี่คลายปมข้อกมในหลายรัฐบาล เป็นมือกฎหมายแถวหน้าร่วมกับ นายมีชัย ฤชุพันธ์  นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  “นักกม.สามเกลอ”  ในการดีไซน์ กม.รัฐธรรมนูญ ในช่วงที่ทหารเข้ายึดอำนาจ จนทำให้ฝ่ายการเมือง ที่อ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ตามแก้ ตามรื้อกันมาถึงปัจจุบันนี้

แม้ว่าปัจจุบัน นายวิษณุ ประกาศวางมือทางการเมือง เพราะปัญหาสุขภาพ. แต่ยังเป็นกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 2 เกี่ยวกับ งานกฎหมายและบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะเป็นประธานด้วย

รวมทั้ง ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นายวิษณุ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร แบบฟาสต์แทรก ก่อนที่อดีตนายกฯ ได้ไปพักรักษาตัว รพ.ตำรวจชั้ น 14. และ ได้กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

ฉะนั้น การกลับมานั่ง ที่ปรึกษา สลค. อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ฝ่ายการเมือง บ้านใหญ่จันทร์ส่องหล้า จะทาบทามแล้วทาบทามอีก เพื่อมาช่วยหาทางออกให้ นายเศรษฐา ทางด้านกม. อีกทั้งยังมีภารกิจใหญ่ข้างหน้าในการพาน้องกลับบ้าน เรียกได้ว่า เป็นเนติบริกร ที่มากกว่าแมวเก้าชีวิต

ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายเศรษฐา  ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ถึงเหตุผลการแต่งตั้ง นายวิษณุ เป็น ที่ปรึกษา สลค.  ว่า อยู่ในช่วงการร่างคำสั่ง เป็นเรื่องของความถูกต้องและเหมาะสม

เมื่อถามว่า นายวิษณุ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยงานใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครับ ใช่ครับ เรื่องนี้ผมได้ไปพูดคุยกับท่านมาแล้ว

ส่วนจะเป็นการสะท้อนหรือไม่ว่ารัฐบาล และพรรคเพื่อไทยขาดกุนซือ มือกฎหมาย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความจริงแล้วการทำงาน ก็มีผู้ชำนาญงานในด้านต่างๆไป ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมายหรือด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็พยายามหาทางเพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลเพื่อทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ตลอดเวลา

เมื่อถามว่าใครเป็นคนแนะนำให้นายกรัฐมนตรีไปพูดคุยกับนายวิษณุ  นายเศรษฐา ได้แต่ยิ้มไม่ตอบ ก่อนจะบอกว่าคำถามต่อไปครับ และ กล่าวต่อว่า ก็รู้จักกันอยู่แล้วครับ รู้จักกันเป็นการส่วนตัว

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีต้องการที่จะไปคุยกับ นายวิษณุ อยู่แล้วไม่มีใครแนะนำใช่หรือไม่  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ครับ เราทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว ทีมผมที่ทำงานอยู่ในทำเนียบก็รู้จักอยู่แล้ว โดยเฉพาะ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช  เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็รู้จักกับ นายวิษณุ ดีอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายกังวลแทนเนื่องจาก นายวิษณุ เคยอยู่ในรัฐบาลสมัย พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา จึงเกรงเกรงว่าจะมีการวางยาหรือไม่  นายกรัฐมนตรีกล่าว ถ้ากลัวตรงนี้ ก็คงไม่ไปชวนท่านมา

เมื่อถามย้ำว่า นายวิษณุ ก็พร้อมที่จะช่วยงานรัฐบาลทุกด้านใช่หรือไม่  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าทุกด้านดีกว่า แต่เป็นการช่วยงานตามที่มีการพูดคุยกัน ตอนนี้ขอให้รอดูคำสั่งก่อนเพื่อความถูกต้อง

เศรษฐา เซ็นตั้ง “วิษณุ เครืองาม” นั่งที่ปรึกษา สลค. รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575591

28 พ.ค. 2567

10:10 น.

เศรษฐา เซ็นตั้ง "วิษณุ เครืองาม" นั่งที่ปรึกษา สลค. รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ

กลับสู่ทำเนียบ “เศรษฐา” เซ็นแต่งตั้ง “วิษณุ เครืองาม” นั่งที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คาดเตรียมเข้ารายงานตัวเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำ รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ

จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยอมรับได้เข้าพบ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณี 40 สว. ยื่นถอดถอนจากตำแหน่งปมเสนอชื่อ นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ล่าสุดวันนี้ (28 พ.ค. 2567) มีรายงานข่าว “เศรษฐา” ได้มีการประสานขอเข้าพบ “วิษณุ เครืองาม” ตั้งแต่ช่วงปฎิบัติภารกิจที่ต่างประเทศแล้ว และนายกฯ ได้ทาบทาม นายวิษณุ เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย 

โดยในช่วงบ่ายวานนี้ ( 27 พ.ค. 2567) นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งให้ นายวิษณุ เป็นที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และได้ให้เจ้าหน้าที่เตรียมห้องทำงานที่ตึก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ไว้ให้แล้ว โดย นายวิษณุ จะเข้ามารายงานตัวกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ในเร็วๆ นี้

ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา สลค. ว่า เดี๋ยวรอคำสั่งอย่างเป็นทางการดีกว่า

เมื่อถามย้ำว่า นายวิษณุ จะเข้ามาช่วยงานด้านใดนั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำคำตอบเดิม รอคำสั่งอย่างเป็นทางการดีกว่า ก่อนที่ นายกรัฐมนตรี จะเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1

สำหรับชีวิตของ “วิษณุ เครืองาม” ผ่านการทำงานร่วมกับ 12 รัฐบาล 8 นายกรัฐมนตรี ทว่าในท่ามกลางความผันแปรของบ้านเมืองหลายยุค นับว่าเป็นคนการเมือง ที่ไม่ใช่นักการเมือง ที่เข้ามาเป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รัฐบาลชาติชาย และเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร จวบจนถึงปัจจุบัน ชื่อ “วิษณุ เครืองาม” ก็ปรากฏอยู่ข้างกายนายกรัฐมนตรีมาทุกสมัย
 

ปลายปี 2545 “วิษณุ เครืองาม” เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล “ทักษิณ ชินวัตร” ขณะที่ ทักษิณ ได้ฉายาว่าเป็น “เทวดา” ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนายกฯ อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด วิษณุได้รับฉายาจากผู้สื่อข่าวสายทำเนียบรัฐบาลว่า “เนติบริกร” 

ฉายา “เนติบริกร” มาจากการเป็นมือกฎหมาย และมีส่วนในการอธิบายชี้ช่องเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการออก 

เมื่อการเมืองพลิกผัน วิษณุ ยื่นใบลาออกต่อ ทักษิณ โดยขอให้มีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2549 อายุงานของ เนติบริกร ในยุคทักษิณ นับเวลาได้ 3 ปี 9 เดือน

หลังการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 “วิษณุ” ได้รับการแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามคำสั่ง (เฉพาะ) ที่ 22/2557

ภายหลังตั้งรัฐบาล คสช. “วิษณุ เครืองาม” ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบดูงานด้านกฎหมายและแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อเนื่องยาวนานมาถึง 5 ปี เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 “วิษณุ” ก็ยังเป็นรองนายกฯ จนได้รับ 3 ฉายา สมัยรัฐบาลยุค 3 ป. 

“วิษณุ” ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลเพิ่มเติมอีก 3 ฉายา 

  • ปี 2562 ฉายา ‘ศรีธนญชัยรอดช่อง’ “ความเป็นกูรูด้านกฎหมายของรัฐบาล สามารถช่วยรัฐบาลรอดพ้นปากเหวได้ทุกครั้ง”
  • ปี 2563 ฉายา ‘ไฮเตอร์ เซอร์วิส’ “เปรียบได้กับผลิตภัณฑ์ซักฟอกขาวยี่ห้อดัง ที่สามารถล้างคราบสกปรกให้ขาวสะอาดหมดจดได้”
  • ปี 2565 ฉายา ‘เครื่องจักรซักล้าง’ “หน้าที่เหมือนเครื่องจักรกล คอยซักล้างความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลให้ผ่านพ้น เรื่องไหนผ่านมือเนติบริกรคนนี้ อย่าหวังว่าจะมีใครโต้แย้งได้”