‘เศรษฐา’ ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่ขึ้นกับตระกูลชินวัตรแต่พร้อมรับฟัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557895

06 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่ขึ้นกับตระกูลชินวัตรแต่พร้อมรับฟัง

‘เศรษฐา’ ขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง 3-6 เดือน ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่เกี่ยวกับตระกูลชินวัตร พร้อมนั่ง ก.ตร.ด้วยตัวเอง รับกดดัน ปชช.คาดหวังสูง

วันที่ 6 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังนำประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษก่อนแถลงนโยบายฯว่า วันนี้ก็เป็นการพบปะพูดคุยครั้งแรกใน ครม. นัดพิเศษเป็นการรับฟังความคิดเห็น เป็นการพูดคุยกันไม่ได้เป็นการสั่งการใด โดยได้ให้แนวทางเฉยๆ ว่าในการทำงานของเรา เป็นรัฐบาลเหมือนที่ตนได้แถลงไปเมื่อวาน คือเป็นรัฐบาลของประชาชน เราต้องมาทำงานเพื่อประชาชนลืมความเหน็ดเหนื่อย ตามหลักกฎหมายและความชอบธรรม พร้อมย้ำว่าต้องดูให้ดีในเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม และต้องให้เกียรติข้าราชการเวลาสั่งการ 

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำคณะรัฐมนตรีเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ นายเศรษฐา ตอบว่า เพราะเป็นฤดูกาลของการแต่งตั้งโยกย้ายพอดี และเป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องพวกนี้มีการเกิดขึ้นอยู่ตลอดไม่ใช่ว่าในช่วงนี้หรือรัฐบาลไหนก็ตามที ก็อยากจะเน้นย้ำเพราะภาคราชการทุกภาคส่วน มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนประเทศ เขาทำงานมาตลอดชีวิตก็ยังได้ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การปูนบำเหน็จทั้งหลายก็ขอให้เป็นธรรมด้วยผลงานไม่ใช่ด้วยมาจากการซื้อขายตำแหน่ง 

เมื่อถามต่อว่าสบายใจได้หรือไม่ว่าในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง จะไม่เกิดขึ้น นายเศรษฐา ตอบว่า มึงจะพยายาม นโยบายหลักหรือเป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆที่ตนพูดถึง หวังว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะว่าจริงๆแล้วคณะรัฐมนตรีเรามีนโยบายดีๆมีนโยบายที่เราจะแถลงต่อรัฐสภา หลายๆเรื่องเราต้องการการขับเคลื่อนจากข้าราชการถ้าเกิดเราไม่ให้เกียรติไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา เรื่องของการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆก็จะเป็นไปด้วยความลำบาก 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเห็นว่า จะไม่มีนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อยู่ในร่างนโยบายที่จะแถลง นายเศรษฐาตอบว่า เป็นคำแถลงกว้างๆ เราจะดูเรื่องการขนส่งทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำอากาศบก และราง ซึ่งในเรื่องของรถไฟฟ้าก็ต้องมาดูการเชื่อมต่อทุกสายให้เข้ากัน และก็ต้องใช้บัตรใบเดียวเพื่อความสะดวก และต้องดึงเรื่องทั้งหมดกลับมาดูว่า ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมจะเป็นเท่าไหร่ รัฐบาลจะต้องมีการชดเชยเท่าไหร่ ในแง่ของงบประมาณทั้งหมด แต่ยืนยันว่าบรรจุไว้เป็นเรื่องคร่าวๆ อยู่แล้ว 

ส่วนที่ยังไม่ทำทันทีเป็นเพราะต้องเอางบประมาณไปใช้ในเรื่องอื่นก่อนหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ครับเราทำทันที เราก็เริ่มดูแลทันที ต้องเอาระบบการขนส่งทางรางทั้งหมด เชื่อมต่อให้เป็นรูปธรรม และก็ต้องมีบัตรใบเดียวเพื่อดูค่าใช้จ่ายทั้งหมดว่าเท่าไหร่ 

ส่วนคาดว่าจะได้เห็นภายในกี่ปี นายเศรษฐา ตอบว่า ขอไปทำงานก่อนนี่ก็ยังไม่ได้เข้ากระทรวงเลยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ยังไม่ได้เข้ากระทรวงเลย ทราบว่าทุกเรื่องเร่งด่วนหมด 

เมื่อถามว่าในวันที่ 11 กันยายน นอกจากการแถลงนโยบายแล้ว ในระหว่างที่อภิปราย จะมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใด พูดชี้แจงต่อข้อสงสัย นายเศรษฐาตอบว่า ก็ถ้าเกิดกระทรวงไหนเกี่ยวข้องหรือถูกพาดพิง และต้องการการอธิบาย ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านเตรียมความพร้อมในการชี้แจง 

จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้ถามย้อนกลับไปถึงเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ ว่าจะเข้าไปดู ก.ตร.ด้วยตัวเองหรือไม่หลังมีการเบรค ไม่แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ตอบว่าไม่แน่ใจว่าใช้คำว่าเบรคจะถูกต้องหรือไม่ แต่ตนเองก็จะนั่งประธาน ก.ตร. อย่างแน่นอนและขอดูวันที่เหมาะสมก็จะมีการนัดประชุมต่อไป 

ส่วน ผบ. ตร.คนใหม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เรื่องนี้ยัง และก็ยังไม่ได้เข้าไปบริหารอะไรเลย ขอเป็นหลังแถลงนโยบายก่อน 

เมื่อถามถึงการกระชับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ว่าเป็นการมุ่งไปยังการปฏิรูปวงการตำรวจหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เปล่า ทุกๆภาคส่วนของข้าราชการไม่ได้เจาะจงบอกว่าหน่วยงานไหนมีปัญหามากเป็นพิเศษ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมีอิสระในการทำงานมากหรือน้อยเพียงไหนเพราะมาจากพรรคเพื่อไทยที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความใกล้ชิดกับตระกูลชินวัตร นายเศรษฐา ตอบว่า “ผมขอเวลาในการบริหารราชการ และขออีกสัก6 หรือ 3 เดือน มวลชนมาถามอีกที ผมเชื่อว่าผมมีอิสระทางด้านความคิด ไม่ใช่แค่ครอบครัวชินวัตร หากใครมีข้อมูลดีๆมีเรื่องราวดีๆที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมมาวันนี้รัฐบาลนี้ทำงานเพื่อประชาชนอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ใครที่มีข้อมูลหรือการแนะนำที่ดี คนก็รับฟัง” นายเศรษฐา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในโอกาสที่จะเดินทางไปต่างประเทศ มีโอกาสในการทำให้ต่างประเทศสนใจประเทศไทยและอยากจะมาเมืองไทยมากขึ้นอย่างไรบ้าง นายเศรษฐาตอบว่า คงเป็นโอกาสหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศกำลัง รวบรายชื่อ ผู้นำต่างประเทศที่จะเข้าพบ ส่วนตัวก็จะพยายามนัดหมายกับนักธุรกิจระดับโลกหลายคนเพื่อพูดคุยถึงความต้องการลงทุนในประเทศไทย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็ถือว่าเป็นการประชุมสหประชาชาติประจำปีในทุกๆเดือน กันยายน ก็ถือเป็นเวลาอันดีที่ได้ไปพบปะพูดคุย 

ส่วนจะมีโอกาสได้พบปะกับผู้นำสหรัฐหรือไม่  นายเศรษฐา ตอบว่า ออกกำลังนัดอยู่ ต้องได้อยู่แล้วเพราะท่านเลี้ยงอาหารค่ำวันหนึ่ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯรู้สึกกดดันบ้างหรือไม่ในการเข้ามา และประชาชนคาดหวังสูงในรัฐบาลนี้ นายเศรษฐากล่าวว่า ก็มีความกดดันอยู่แล้ว ปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ทำงานแล้วก็ต้องยอมรับเรื่องพรุ่งนี้ ยืนยันว่าตนมีความตั้งใจจริงแต่ขอเวลาทำงานนิดนึง ก่อนยกมือขึ้นไหว้ และกล่าวขอบคุณ 

ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่ารู้ตัวหรือไม่ว่าเป็นคนที่ไหว้สวย นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามแต่ยิ้มให้ 

เมื่อถามว่าจะเข้ากระทรวงการคลังเมื่อไหร่ เศรษฐา ตอบว่าต้องขอดูฤกษ์นิดนึง ทั้งฤกษ์ดีและฤกษ์สะดวก

‘เศรษฐา’ ลองนั่งรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนกลับมานั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557894

06 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ลองนั่งรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนกลับมานั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม

‘เศรษฐา’ ลองนั่งรถเบนซ์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนกลับไปนั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม คาดรู้สึกอึดอัด ติดศรีษะ

วันที่ 6 ก.ย. มีรายงานว่าก่อนที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2566 ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ในเวลา 11.45 น. 

เจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถยนต์ประจำตำแหน่ง โดยเป็นรถเบนซ์ สีดำทะเบียน 4กค 29 ซึ่งเป็นรถยนต์รับรองของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ซื้อมาในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้นายเศรษฐา ได้ลองนั่ง 

ทั้งนี้ เมื่อนายเศรษฐา ได้ลองเข้าไปนั่งในรถคันดังกล่าวแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ลุกออกมาจากรถ ก่อนกลับเข้าไปนั่งรถตู้ส่วนตัวของตนที่เพิ่งซื้อมา และเดินทางออกจากทำเนียบฯทันที 

‘อนุทิน’ จ่อเข้ากระทรวงพรุ่งนี้ ย้ำทุกนโยบายเป็นเรื่องเร่งด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557881

06 ก.ย. 2566

‘อนุทิน’ จ่อเข้ากระทรวงพรุ่งนี้ ย้ำทุกนโยบายเป็นเรื่องเร่งด่วน

‘อนุทิน’ เผย เตรียมเข้ากระทรวงพรุ่งนี้ พร้อมทำงานกับข้าราชการในกระทรวง ย้ำทุกนโยบายถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะมหาดไทยครอบคลุมหลายมิติ

วันที่ 6 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าพรุ่งนี้จะเข้าปฎิบัติงานที่กระทรวงมหาดไทย ส่วนนโยบายที่จะทำถือเป็นนโยบายที่เร่งด่วนทั้งหมด เพราะกระทรวงมหาดไทยถือเป็นกระทรวงที่ ครอบคลุมหลายมิติ ซึ่งได้มีการเตรียมทำงานร่วมกับข้าราชการในกระทรวง และได้หารือ รับฟังรายงานสรุปจากปลัดกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด และจะมีการ แบ่งงานภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาล ขณะที่บุคลากรในส่วนต่างๆได้เตรียมไว้ครบหมดแล้วในส่วนของกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลและหลังจากนี้จะมีการแต่งตั้งบุคลากรข้าราชการการเมืองที่จะเข้ามาช่วยปฏิบัติงาน ทุกตำแหน่ง 

เมื่อถามถึงนโยบายการกระจายอำนาจในท้องถิ่น กล่าวว่า ได้ดำเนินการไว้อยู่แล้วและส่วนไหนที่มีปัญหา เช่นเรื่องการถ่ายโอน โรงพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุข มาอยู่ที่กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้ติดเรื่องสถานที่แต่ในส่วนของบุคลากรต้องมั่นใจว่า สามารถให้บริการประชาชนได้ เดี๋ยวต้องประสานไปยังองค์กรส่วนท้องถิ่นในการให้ความสำคัญกับบุคลากรทาง ด้านสาธารณสุข เรื่องความก้าวหน้าค่าตอบแทนและด้านงบประมาณ ในการดูแลปฐมภูมิไม่ใช่จัดสรรงบประมาณไปแล้ว ไม่สามารถรักษาได้ยังต้องส่งไปโรงพยาบาลใหญ่ๆ ซึ่งไม่ เกิดประโยชน์และยังคงมีนโยบายอีกหลายเรื่อง 

ส่วนจะกำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครเองด้วยหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกำกับดูแลทุกส่วนอยู่แล้ว โดยมีรัฐมนตรีช่วยเข้ามาช่วยดูแลขณะที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวก็เช่นเดียวกันก็ต้องดูแล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย 

เปิดภาพ ห้องทำงาน ‘สุทิน คลังแสง’ รมว.กห. คนใหม่ พร้อมกำหนดฤกษ์เข้าทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557878

06 ก.ย. 2566

เปิดภาพ ห้องทำงาน 'สุทิน คลังแสง' รมว.กห. คนใหม่ พร้อมกำหนดฤกษ์เข้าทำงาน

เปิดภาพ ห้องทำงาน ‘สุทิน คลังแสง’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนใหม่ พร้อมกำหนดฤกษ์เข้าทำงานวันแรก 13 ก.ย. 2566

ที่ กระทรวงกลาโหม วันนี้มีคณะทำงานของ ‘สุทิน คลังแสง’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าไปปรับปรุง ตกแต่งห้องทำงานของรัฐมนตรี และห้องของคณะทำงาน โดยได้ปรับย้ายการจัดวางสิ่งของภายในห้องให้เหมาะสม โดยสิ่งของส่วนใหญ่ ยังเป็นของเดิมในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีต รมว.กลาโหม

เปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสงเปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสง

สำหรับ ‘สุทิน’ มีกำหนดจะเข้ากระทรวงปฏิบัติหน้าที่วันแรก ในวันที่ 13 ก.ย. 2566 เวลา 09.39 น. 

ขณะเดียวกัน ในช่วงสายของวันนี้ (6 ก.ย. 2566) นายสุทิน มีกำหนดจะไปพบ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต รมว.กลาโหม ด้วย 

เปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสงเปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสง

ส่วนวันที่ 7 ก.ย. 2566 จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และวันที่ 8 ก.ย. 2566 เข้าพบ อ.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิขาการด้านความมั่นคง เพื่อขอคำแนะนำในการดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม

เปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสงเปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสง

เปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสงเปิดห้องทำงาน สุทิน คลังแสง

เส้นทาง ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ หลังเจอหมายจับ คดีออกใบอนุญาตสร้าง คอนโดหรู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557873

06 ก.ย. 2566

เส้นทาง 'อิทธิพล คุณปลื้ม' หลังเจอหมายจับ คดีออกใบอนุญาตสร้าง คอนโดหรู

เปิดประวัติ ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ อดีตรัฐมนตรีชื่อดัง ลูกชาย กำนันเป๊าะ หลังศาลออกหมายจับ คดีออกใบอนุญาตสร้าง คอนโด วอเตอร์ฟร้อนท์ โดยมิชอบ ก่อนคดีหมดอายุความ 5 วัน

หลังจากเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นาย “อิทธิพล คุณปลื้ม” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และพวก กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ. 1) เลขที่ 700/2551 ลงวันที่ 10 ก.ย. 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างคอนโดหรู วอเตอร์ฟร้อนท์ฯ บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 

อิทธิพล คุณปลื้มอิทธิพล คุณปลื้ม

โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 5 ต่อ 1 เสียง เห็นว่า นายอิทธิพล คุณปลื้ม มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้มีคำสั่งออกหมายจับ นายอิทธิพล ตามคำร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 เพื่อขอออกหมายจับ

สำหรับ นายอิทธิพล คุณปลื้ม หรือ ติ๊ก เกิด 15 ธ.ค. 2516 ปัจจุบันอายุ 50 ปี เป็นชาวชลบุรีโดยกำเนิด เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้ง 5 คน ของนายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ กับนางสติล คุณปลื้ม จบชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ส่วนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโท นิติศาสตร์มหาบัณฑิต (LI.M INTERNATIONAL) จากมหาวิทยาลัยโกลเดนเกต (Golden Gate University) สหรัฐอเมริกา

อิทธิพล คุณปลื้มอิทธิพล คุณปลื้ม

อิทธิพล คุณปลื้ม เริ่มเข้าสู่การเมือง ด้วยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชลบุรี 2 สมัย ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2551 เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต่อมาจึงได้หันมาทำงานการเมืองท้องถิ่น โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยา และได้รับเลือกตั้งถึง 2 สมัย

ในปี 2561 เขาเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ,เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี จากนั้นลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ จ.ชลบุรี ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปปี 2562 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค

ต่อมาในปี 2562 จึงได้รับโปรดเกล้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดต่อ​ไวรัสโคโรนา​ 2019 อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อยู่ในบังคับบัญชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อิทธิพล คุณปลื้มอิทธิพล คุณปลื้ม

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 เขาได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

และในคดีออกใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดหรู โครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายอิทธิพล สั่งให้พ้นตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และ นายอิทธิพล ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ตามนัดหมาย เชื่อว่า มีพฤติการณ์หลบหนี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้มีคำสั่งออกหมายจับ นายอิทธิพล ตามคำร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีรายงานว่า นอกจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม ที่ถูกออกหมายจับแล้ว ยังมีผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนที่ถูกออกหมายจับด้วย 

ก้าวไกลจับผิด คำ ‘แถลงนโยบาย’ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ผิดสัญญาหลายเรื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557871

06 ก.ย. 2566

ก้าวไกลจับผิด คำ 'แถลงนโยบาย' 'รัฐบาลเศรษฐา' ผิดสัญญาหลายเรื่อง

เอกสาร ‘คำแถลงนโยบาย’ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ว่อนเน็ต ก้าวไกล ชี้ ไม่มีเรื่องที่สัญญาไว้กับประชาชนหลายเรื่อง เตรียมซํก 11 ก.ย. นี้

พรรคก้าวไกล เปิดเอกสาร ที่อ้างว่าเป็นร่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 11กันยายนนี้ จำนวน  52  หน้า กลางดึกวานนี้ พร้อมข้อความ ขอให้ช่วยกันตรวจคำสัญญาหาเสียงจากเอกสารที่ถูกคาดการณ์ว่าเป็นคำแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา 1

เอกสารที่ถูกระบุว่าเป็นร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐาเอกสารที่ถูกระบุว่าเป็นร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา

ข้อความในทวิตเตอร์ จั้งข้อสังเกตว่าคำแถลงนโยบาย ไม่มีเรื่องให้เลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีร่างใหม่ทั้งฉบับ ?
ไม่มีขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ?  ไม่มีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ?

คำสัญญาหาเสียงหายไปเยอะขนาดนี้ หวังว่าเอกสารนี้จะยังไม่ใช่ฉบับจริง มารอลุ้นเอกสารทางการอีกครั้ง พร้อมจับตาในการแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐาและติดตามการอภิปรายของพรรคก้าวไกล เร็วๆ นี้

โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ม. บูรพา ฝากพรรคก้าวไกล อภิปรายคำแถลงนโนบาย เรื่องการกระจายอำนาจผ่านผู้ว่า CEO ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารดังกล่าวว่า ไม่ได้สร้างกระบวนการการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง

เอกสารที่ถูกอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐาเอกสารที่ถูกอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา

แต่จะทำให้ระบบราชการส่วนภูมิภาคมีอำนาจมากขึ้นในการครอบงำการกระจายอำนาจของประชาชน และสร้างระบบอำนาจนิยมแบบรวมศูนย์ในจังหวัดผ่านผู้ว่า CEO ซึ่งจะทำให้การกระจายอำนาจเกิดข้อจำกัดอีกมากมาย

วันเกิด ‘พิธา’  แฟนคลับ ‘ก้าวไกล’ อวยพร  ‘นายกฯคนที่ 31’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557863

05 ก.ย. 2566

วันเกิด 'พิธา'  แฟนคลับ 'ก้าวไกล' อวยพร  'นายกฯคนที่ 31'

ครบรอบวันคล้ายวันเกิด อายุ ครบ 43 ปี หัวหน้าพรรคก้าวไกล ” พิธา” ไม่มีเหงา เมื่อผู้สนับสนุนพรรค เดินทางมายังที่ทำการพรรค เพื่อร่วมแสดงความยินดีในโอกาสพิเศษ อวยพรขอให้เป็น ” นายกฯคนที่ 31″ เจ้าตัวสุดซึ้งใจที่เห็นแฟนคลับมารวมตัวกัน เพื่อแสดงออก

บรรยากาศที่พรรคก้าวไกล แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร  ได้มีผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล เดินทางมารวมตัวเพื่ออวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล   ซึ่งมีอายุครบ 43ปี    ทั้งนี้นายพิธา ได้ออกมาพบปะ กับผู้สนับสนุนที่บริเวณลานจอดรถ  มีการตะโกนเรียก “นายกพิธา”  ,  “นายกของประชาชน” และมีการกล่าวคำอวยพรให้ได้เป็น นายกฯคนที่ 31

นายพิธา กล่าวว่า ดีใจที่เห็นผู้สนับสนุน  วันนี้ไม่ได้เป็นการเฉลิมฉลอง เพราะยังอยู่ในช่วงของการเลือกตั้งซ่อม สส.เขต3 จ.ระยอง จึงต้องกั้นบริเวณให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย   และเมื่อนายพิธา ได้ทำความเข้าใจ  ก็ได้ถ่ายภาพกับผู้สนับสนุนร่วมกัน  หลังจากถ่ายรูปจบนายพิธา   จึงกลับขึ้นไปประชุมต่อ    สำหรับผู้สนับสนุนที่เดินทางมาในวันนี้ บางส่วนก็นำเค้ก ผลไม้ ดอกไม้ มามอบให้กับนายพิธา   มีการทำรูปวาด เป็นไวนิล และให้แฟนคลับได้ร่วมเขียนคำอวยพรหลังไวนิล เพื่อมอบให้กับนายพิธา เป็นที่ระลึก

รมว.ดิจิทัลฯ เครื่องร้อนประกาศเอาจริงกวาดล้าง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557861

05 ก.ย. 2566

รมว.ดิจิทัลฯ เครื่องร้อนประกาศเอาจริงกวาดล้าง  "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” จากพรรคเพื่อไทย เครื่องร้อนสตาร์ทติดง่าย ประกาศแผนงานที่ต้องทำทันที ไล่เรียงไปที่ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่สร้างปัญหาไม่รู้จบได้เวลาถูกเช็กบิล ตามด้วย ” เฟคนิวส์” และ ” พนันออนไลน์” งานนี้มีหนาว

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  เปิดเผยว่า  หลังเข้ารับตำแหน่ง  พร้อมที่จะหารือกับฝ่ายบริหารของกระทรวงฯ  ต่อการจัดการกับปัญหา “แก๊งคอลเซ็นเตอร์”  ถือเป็นวาระเร่งด่วน ที่ต้องเร่งแก้ไขและปราบปราม   ถือว่าเป็นเรื่องแรก ๆ ที่จะต้องเข้าไปแก้ไขป้องกัน    ลำดับถัดมาก็คือ ข่าวที่เป็นการหลอกลวง “เฟคนิวส์”  หรือการเผยแพร่ข่าวเท็จ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะต้องป้องกันและปราบปราม รวมทั้งเรื่องการพนันออนไลน์ที่จะต้องเข้ามาแก้ไข เพราะสิ่งเหล่านี้คือการมอมเมาประชาชน 


“เรื่องของการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก   จากขบวนการมิจฉาชีพ   มองว่าทางกระทรวงฯ ได้ทำเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แต่ผมจะเข้าไปดูเพิ่มเติม ทั้งการยืนยันตัวบุคคล การตรวจสอบอัตลักษณ์ ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะวันนี้ที่มีการหลอกลวงประชาชน ส่วนหนึ่งมาจากการยืนยันตัวบุคคล อาจมีข้อต้องแก้ไข  เพื่อให้เกิดความรัดกุมยิ่งขึ้น” 

สำหรับนโยบายกระเป๋าเงิน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ของพรรคเพื่อไทย    เรื่องนี้ยังไม่มาถึง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  นายกรัฐมนตรียังไม่ได้มอบนโยบายมาให้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องน่าจะมีกระทวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   และกระทรวงพาณิชย์  ต้องรอดูว่านายกรัฐมนตรีจะมีบัญชาอย่างไร และใครต้องทำอะไรบ้าง  เขา กล่าว

มวลชน ร้อง ‘เพื่อไทย’ ดึง ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ คืน ‘หัวหน้าพรรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557858

05 ก.ย. 2566

มวลชน ร้อง 'เพื่อไทย' ดึง  'ชลน่าน ศรีแก้ว' คืน  'หัวหน้าพรรค'

มวลชน “กลุ่มประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย” เดินทางมาที่เพื่อไทย ยื่นหนังสือไปถึงรักษาการ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอให้พรรคฯ ดึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กลับมาทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าพรรค อ้างเหตุผล ไม่ได้มีความผิดที่ต้องลาออก เพราะหาเสียงบนเวทีต่างวาระ กับสถานการณ์ในช่วงต่าง  ๆ  

ที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผ่านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่อง   ขอให้พิจารณาเลือกนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และรมว.สาธารณสุข กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค   ตัวแทนผู้เรียกร้องระบุว่า  ตามที่นพ.ชลน่าน  ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย   เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ    ขณะนี้การรักษาคำพูดได้จบลงแล้ว แต่หัวใจหลักคือ   นพ.ชลน่าน ไม่ได้มีความผิดที่ต้องลาออก เพราะการหาเสียงบนเวทีต่างวาระกับสถานการณ์ในช่วงต่าง  ๆ  

นพ.ชลน่าน ได้เสียสละ ทำงานด้วยความอดทน มีความตั้งใจเพื่อการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วง นพ.ชลน่านถูกประณาม อย่างรุนแรงจากฝ่ายที่คิดต่าง และอ้างว่าให้รักษาสัจจะ ทั้งๆ ที่การกระทำของนพ.ชลน่าน ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน    นอกจากนี้ กระแสการขอให้ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  มาจากกลุ่มคนที่ไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย แต่เลือกพรรคอื่น ที่พยายามขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคลำดับ 2 ที่รับไม้ต่อ ตามกติกาเมื่อพรรคเสียงข้างมากลำดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคลำดับ 2 จะเป็นผู้จัดตั้งแทน

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของนพ.ชลน่าน แต่อย่างใด พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มุ่งมั่นทำงาน เพื่อความยุติธรรมมาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อนพ.ชลน่าน ได้รักษาคำมั่นที่ให้ไว้ ได้จบลงไปแล้ว ทั้งๆ ที่นพ.ชลน่าน ไม่ผิด  ตัวแทนประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทย จึงขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย  เลือก นพ.ชลน่าน กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย   เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนที่ทำงาน ยอมเสียสละเพื่อสังคมและประเทศชาติได้มีกำลังใจ และเป็นตัวอย่างให้ผู้แทนราษฎร  มีความกล้าหาญและหนักแน่น พร้อมที่จะยืนหยัดอยู่บนความถูกต้อง เพื่อทำงานให้ประเทศชาติและประชาชนต่อไป   ตัวแทนกลุ่มระบุ  


ขณะที่นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือแทนนายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย   ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค   ระบุว่า จะนำหนังสือฉบับนี้เสนอต่อหัวหน้าพรรค


นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวว่า   การลาออกของตนเป็นการแสดงออกในการรับผิดชอบส่วนบุคคลตามที่เคยประกาศไว้ขณะที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค    และมีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่การทำงานการเมืองเป็นสถาบันการเมือง เป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระบบรัฐสภาถือเสียงข้างมากเป็นหลัก หากสมาชิกพรรคหรือพรรคมีมติเสียงข้างมากให้ดำเนินการอย่างไร ทุกคนในฐานะสมาชิกพรรค   แม้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ต้องยอมรับเสียงข้างมากนั้น และต้องปฏิบัติตามในสิ่งที่เสียงข้างมากกำหนด ซึ่งสองอย่างนี้ตนแยกกันอย่างชัดเจน 

มวลชน ร้อง 'เพื่อไทย' ดึง  'ชลน่าน ศรีแก้ว' คืน  'หัวหน้าพรรค'

กลุ่มประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผ่าน อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย   ขอให้พิจารณาเลือกนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน  กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค

.

“สิ่งที่ผมประกาศไปมันไม่ใช่ความผิดหรือความถูก แต่มันเป็นสัจจะและเงื่อนไขทางการเมือง ผมเองไม่ยึดติดตำแหน่ง   แต่หลายคนอาจจะไปกล่าวหาหรือโจมตีผมว่าลาออกจากหัวหน้าพรรคแล้วไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี การรับตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ของพรรคที่มอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งไปดำรงตำแหน่ง ไม่เกี่ยวว่าจะชื่อชลน่าน ศรีแก้ว   หรือไม่ ฉะนั้น ผมเองก็แยกแยะว่าหากเป็นมติของพรรค เป็นความเห็นสมาชิกโดยรวม และเชื่อในสิ่งที่ผมมีความรู้ความสามารถอยู่ที่จะสามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ผมไม่อาจปฏิเสธได้ ต้องทำเพื่อพี่น้องประชาชนและเพื่อพรรค แม้จะไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี ผมก็ต้องลาออก เพราะเป็นคนละเงื่อนไขกัน”

นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า     การเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น คณะกรรมการบริหารจะเปิดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเ พื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคภายในเดือนก.ย.
 เพราะข้อบังคับคือต้องมีการประชุมภายใน 60 วัน ซึ่งหากมีการเสนอชื่อตนเข้ามา แล้วตนจะรับตำแหน่งหรือไม่นั้น ตรงนี้ต้องขอไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับพรรค มากน้อยขนาดไหน หากเป็นประโยชน์กับพรรค   ตนจะใช้เป็นประเด็นหลักในการพิจารณาโดยไม่ยึดถือเอาลักษณะส่วนบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้อง
 

มวลชน ร้อง 'เพื่อไทย' ดึง  'ชลน่าน ศรีแก้ว' คืน  'หัวหน้าพรรค'

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

รู้จัก ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557595

05 ก.ย. 2566

รู้จัก 'พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก

เปิดประวัติ ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก ใน ‘ครม.เศรษฐา 1’ จากนักธุรกิจ เดินตามรอยการเมือง สานต่อพ่อ

มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า “ครม.เศรษฐา 1” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งชื่อที่ปรากฎนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ คุม กระทรวงอุตสาหกรรม คือ สส.ปุ้ย “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” เรียกได้ว่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก ของประเทศไทย “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” เป็นใคร ทำไมเธอถึงเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้คุมกระทรวงอุตสาหกรรม คมชัดลึก รวบรวมประวัติ เส้นทางการเมืองของ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

เปิดประวัติ “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล”

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล มีชื่อเล่นว่า ปุ้ย หรือในแวดวงการเมือง เรียกเธอว่า สส.ปุ้ย เกิดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2522 ปัจจุบันอายุ 44 ปี เป็นบุตรสาวของ มาโนชญ์ วิชัยกุล กับ สำรวย วิชัยกุล จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช และโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาเคมีอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สมรสกับนิติรักษ์ ดาวลอย มีบุตร 2 คน

เส้นทางการเมือง

ก่อนจะลงสนามการเมือง พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ทำธุรกิจ บริษัท วอเตอร์เทสท์ จำกัด ต่อมาจึงลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช แทนบิดา ซึ่งวางมือทางการเมือง ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2550

ต่อมาในการเลือกตั้ง สส. ปี 2554 เธอได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และได้รับเลือกเป็น สส.อีกสมัย กระทั่งในปี 2562 เธอก็ยังคงลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งปี 2562 และได้รับเลือกเป็น สส.สมัยที่ 3 และเธอยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 ต่อมาในปี 2563 มีข่าวว่าเธอจะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่เธอก็ปฏิเสธ

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่ม กปปส. กระทั่งวันที่ 14 ก.พ. 2566 พิมพ์ภัทราได้สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ต่อมาเธอลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดเดิม ในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ได้รับเลือกตั้งก่อนหน้านั้น และได้รับการเลือกตั้ง โดยเธอเป็น สส. ของรวมไทยสร้างชาติ เพียงคนเดียวใน จ.นครศรีธรรมราช

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โดยแจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 79.70 ล้านบาท อาทิ เงินลงทุน 4 รายการ มูลค่ารวม 14.71 ล้านบาท ที่ดิน 11 แปลง มูลค่ารวม 27.17 ล้านบาท ทรัพย์สินที่น่าสนใจมี พระบูชาและพระเครื่อง ประเมินค่ามิได้ และมีเครื่องประดับ หลายรายการ

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

การฟอร์มทีมรัฐบาล เศรษฐา 1 ชื่อของ “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” มีชื่ออยู่ในโผ ครม. เศรษฐา นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาตั้งแต่แรก จนในที่สุด เธอก็ได้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการไปครอง และนับเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรก ที่คุมกระทรวงอุตสาหกรรม