‘วราวุธ’ เข้าพม.วันแรก ลั่นเตรียมสานต่องานที่พรรคเคยทำไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557937

06 ก.ย. 2566

'วราวุธ' เข้าพม.วันแรก ลั่นเตรียมสานต่องานที่พรรคเคยทำไว้

‘วราวุธ’ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พม. เตรียมสานต่องานพ่อบรรหาร และพรรคชาติไทยพัฒนาเคยทำไว้ เร่งแก้ปัญหาสังคมเชื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ กระทรวง ฯ ได้แก่ ศาลพระภูมิ ศาลกรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร องค์พระประชาบดี ก่อนเข้าห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รมว.พม.เข้า สักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวงรมว.พม.เข้า สักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวง

โดยภายในห้องทำงานได้มีการนำชุดโต๊ะทำงาน ชุดรับแขก และชุดโต๊ะอาหาร มาจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยภายในห้องทำงานของนายวราวุธ มีรูปถ่ายครอบครัว ศิลปอาชา ประดับอยู่อยู่ทุกมุมห้อง บนโต๊ะทำงานเป็นรูปถ่ายนายบรรหารกำลังหอมแก้มนายวราวุธ ซึ่งนายวราวุธอธิบายถึงที่มาที่ไปของรูปนี้ว่า เป็นช่วงสมัยที่ตนอายุ 12 ปีและต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ แต่ นายบรรหารไม่ได้มาส่ง เนื่องจาก เป็นวันที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมวันแรก

รูปบรรหารหอมแก้มท๊อปวราวุธในวัยเด็กรูปบรรหารหอมแก้มท๊อปวราวุธในวัยเด็ก

รัฐมนตรีพม. กล่าวว่า ดีใจที่จะได้มาสานต่องาน ซึ่งบิดาหรือนายบรรหา ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคชาติไทยพัฒนาเคยทำไว้ ตนจะได้มาดูแลประชาชนคนไทยทั้ง 66 ล้านคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเยาวชนผู้สูงอายุ กลุ่มสตรี กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้พิการและกลุ่มความหลากหลายทางเพศ เราจะได้มีโอกาสทำงาน ดึงความร่วมมือศักยภาพของทุกคนเพื่อให้ทุกคนยืนอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติมีศรีและเท่าเทียมกัน

ท็อป วราวุธ เข้าพม.วันแรกท็อป วราวุธ เข้าพม.วันแรก

นายวราวุธ กล่าวว่า การทำงานในกระทรวงพม.ไม่ได้มีเรื่องใดเรื่องเดียวที่เป็นเรื่องด่วน เพราะมีหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอกกระทรวง ที่เราจะต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาของประชาชน วันนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ปัญหาการเกิดต่ำ ซึ่งจะทำให้อนาคตประเทศไทยขาดแคลนแรงงานและกลุ่มคนที่เป็นสมองขึ้นมาพัฒนาประเทศ จึงถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เราจะต้องมาแก้ปัญหา กลุ่มผู้พิการที่เราจะต้องดึงศักยภาพของเขาให้มาเป็นกำลังของสังคมไทย

รมว.พม.เข้ากระทรวงวันแรกรมว.พม.เข้ากระทรวงวันแรก

อย่างไรก็ตามกระทรวงพม.มีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาโครงสร้างหลักของสังคมไทยทั้งสถาบันครอบครัวและคนทุกๆกลุ่ม โดยข้าราชการของกระทรวงพม. มีอยู่ทั่วประเทศ แต่งบประมาณที่ได้รับนั้นกลับสวนทางกับปริมาณภารกิจที่กระทรวงพม.ต้องดูแลประชาชนทั้งประเทศ เพราะหัวใจสำคัญที่หน่วยงานราชการจะขับเคลื่อนไปได้ต้องอาศัยงบประมาณประจำปี ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่าวันที่ 1 ตุลาคม 2566 นี้คงจะไม่สามารถใช้งบประมาณปี 67 ได้ทัน จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ภายในกระทรวงที่จะต้องเตรียมจัดทำงบประมาณ ปี 67 เพื่อนำเข้าสู่สภาในวาระต่อไปให้เร็วที่สุด

ส่วนกรณีการแก้ปัญหาเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว นายวราวุธ เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุนั้น ขอให้ผู้สูงอายุอย่าเพิ่งตระหนกตกใจ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทุกมาตราการเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน กระทรวงพม.เพียงกระทรวงเดียวคงไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องปรึกษากับหน่วยงานต่างๆกระทรวงอื่นๆ เนื่องจากมีขั้นตอนในการพิจารณา และที่สำคัญ เมื่อคุยกันเสร็จแล้วต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตนจึงคิดว่าต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ กว่าจะได้ความชัดเจน ว่ามาตราการใหม่จะเป็นอย่างไรและหากสิ่งใดที่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ก็ขอให้มั่นใจว่า กระทรวงพม. เราจะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ขอให้สบายใจได้ว่า ตอนนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

สำหรับเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ เชื่อมโยงไปถึงเรื่องครอบครัวรัฐมนตรีจะมีนโยบายอย่างไร นายวราวุธพูดถึงภาพรวมว่า การที่มีสภาพสังคมที่อบอุ่นจากการที่มีครอบครัวอบอุ่นนั้น จะเป็นการคืนแนวทางของพรรคชาติไทยพัฒนาที่เป็นการคืนลูกหลานให้กับครอบครัว และเราจะคืนครอบครัวให้กับชุมชนและจะคืนชุมชนเหล่านั้นให้กับสังคมของแผ่นดินไทยของพวกเรา เพื่อให้มีความอบอุ่นใกล้ชิดและมีความเข้าใจถึงกลไกลของสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อวันก่อนตนก็ได้ไปกราบแม่แจ่มใส ศิลปอาชา และพี่สาว คือนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา เพราะหากไม่มีสองคนนี้ คงไม่มีวราวุธ ความกตัญญูรู้คุณ มีสัจจะ มีคุณค่า ในสังคมไทยเป็นบริบทที่มีมาช้านาน หากสังคมไทย ครอบครัว มีความอบอุ่นแข็งแรงตนก็เชื่อว่าหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยจะลดน้อยถอยลงไปในที่สุด

ภารกิจของกระทรวงพม.ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนทุกเรื่อง เริ่มต้นตั้งแต่ปัญหาเด็กและปัญหาแต่ละช่วงวัยจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งเราก็ต้องพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ให้เป็นผู้ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ มีวิชาความรู้เพื่อนำมาเป็นกำลังสำคัญมาเป็นกำลังของสังคม โดย กระทรวงมีศูนย์บริบาลของผู้สูงอายุ รวมไปถึงภาคเอกชนให้ความสำคัญให้การบริการกับผู้สูงอายุเหล่านี้ ซึ่งเรานะต้องเร่งทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่จะบอกว่าเป็นผลภายใน 3-6 เดือนหรือไม่นั้น ก็ต้องเรียนว่า ปัญหาของกระทรวงพม.ไม่ใช่จะแก้ได้ภายใน3-6เดือน หรือ1ปี แต่เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ปรับเปลี่ยนกระบวนความคิด การทำงาน ดังนั้นคงไม่สามารถเห็นผลได้โดนเร็ว แต่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและเห็นพัฒนาการภายใน3-6เดือน อย่างแน่นอน 

นายวราวุธ เปิดเผยด้วยว่าการเข้ากระทรวงพม.วันนี้เป็นวันแรก ไม่ได้ถือฤกษ์อะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่รับทราบว่า เป็นวันดี กับคนที่เกิดปีฉลู ส่วนของดีที่นำติดตัว มาเข้ารับตำแหน่งรมว.พมว่า สิ่งที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลา 2 สิ่งคือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ ซึ่งเป็นพระที่พ่อบรรหาร ศิลปะอาชาพกติดตัวอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ อีกองค์คือ พญาครุฑ พระอาจารย์วรา ซึ่งเป็นของแม่แจ่มใส มอบให้ติดตัว เป็น 2 สิ่งที่นำติดตัวมาโดยตลอด ถือว่าไปไหน มีพ่อกับแม่ อยู่กับเราตลอดเวลา ทำให้อบอุ่น เปรียบเสมือนเป็นสถาบันครอบครัว

พระร่วงโรจนฤทธิ์ ของนายบรรหาร ที่นายวราวุธห้อยคอติดตัวพระร่วงโรจนฤทธิ์ ของนายบรรหาร ที่นายวราวุธห้อยคอติดตัว

‘รมว.เกษตรฯ’ รับข้อเสนอแก้ปัญหาราคา ‘กุ้ง’ กลางสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557925

06 ก.ย. 2566

'รมว.เกษตรฯ' รับข้อเสนอแก้ปัญหาราคา 'กุ้ง' กลางสภา

สส.สงขลา ยื่นหนังสือ ‘รมว.เกษตรฯ’ กลางที่ประชุมสภา ขอช่วยแก้ปัญหาราคา ‘กุ้ง’ ตกต่ำ หลังเกษตรกรร้องเรียนจำนวนมาก

ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรการพิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา เขต2 พรรคพลังประชารัฐ  ซึ่งมีญัตติในเรื่องเดียวกันของสมาชิกอีก 10 ญัตติ ร่วมพิจารณาด้วย

นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ หนึ่งในสมาชิกที่ร่วมอภิปรายการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำ ได้ยื่นหนังสือให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งด้วยตนเองในสภาฯ

นาย ศาสตรา บอกว่า การมาฟังการอภิปรายทำให้ได้รับรู้ปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ และคาดหวังให้ ร.อ.ธรรมนัส  รมว.เกษตรฯ เร่งแก้ไขราคากุ้งตกต่ำให้เป็นรูปธรรม จึงขอยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ในที่ประชุม

สำหรับญัตติ การแก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำค้างการพิจารณามาจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากพรรคก้าวไกลเสนอนับองค์ประชุมระหว่างการพิจารณา ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ

บิ๊กทิน พบ บิ๊กเหวียง ขอคำชี้แนะปฏิบัติงานรมว.กลาโหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557929

06 ก.ย. 2566

บิ๊กทิน พบ บิ๊กเหวียง ขอคำชี้แนะปฏิบัติงานรมว.กลาโหม

สุทิน คลังแสง เข้าพบ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ขอคำชี้แนะการทำงานรมว.กลาโหม ย้ำให้ยึดหลักการให้เกียรติกองทัพ แสดงเจตนาที่ชัดเจนมาทำประโยชน์ให้กองทัพ


ที่สโมสรราชพฤกษ์ นายสุทิน คลังแสง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าพบ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต รมว.กลาโหม และอดีต ผบ.ทบ. เพื่อขอคำชี้แนะในการปฏิบัติหน้าที่  ทั้งนี้ พล.อ.เชษฐา ได้มอบพระพุทธโสธร แสดงความยินดีแก่นายสุทินด้วย 

บิ๊กทิน พบ บิ๊กเหวียง ขอคำชี้แนะปฏิบัติงานรมว.กลาโหม

ภายหลังการหารือประมาณ 40 นาที นายสุทิน กล่าวว่า วันนี้มาพบผู้ใหญ่ในกองทัพ และท่านมีความเมตาให้กำลังใจ และแสดงความเชื่อมั่นว่าตนจะทำได้ อีกทั้งยังมองว่าการเป็นพลเรือนไม่ใช่อุปสรรค หากเราสนใจที่จะหาความรู้ ทำความเข้าใจ เรื่องในกองทัพ ก็จะทำได้ พล.อ.เชษฐา ได้ย้ำว่าให้ยึดหลักการให้เกียรติกองทัพ แสดงเจตนาที่ชัดเจนว่าเข้ามาทำประโยชน์ให้กองทัพ ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งทหารจะรับได้ และท่านก็เชื่อว่าตนเป็นคนแบบนั้น  ยอมรับว่านโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา มีเรื่องของกองทัพหลายเรื่อง ไม่ใช้คำว่าปฏิรูป โดยนายกรัฐมนตรีให้ใช้คำว่าพัฒนาร่วมกันกับกองทัพ  ส่วนจะพัฒนาไปในทิศทางใดจะมีการแถลงต่อรัฐสภา

เมื่อถามว่า พล.อ.เชษฐา ได้แนะนำวิธีรับมือกับทหารเกเรหรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า  พล.อ.เชษฐา มั่นใจว่าไม่มีทหารเกเร ถ้ามีตนก็ไม่หนักใจ ทำงานได้กับคนทุกประเภทอยู่แล้ว เน้นส่งเสริมคนดีให้ทำงาน

ต่อข้อถามว่า มั่นใจว่าจะสามารถนำพา และพัฒนากองทัพไปได้หรือไม่  นายสุทิน  กล่าวว่า กองทัพเขาพัฒนาอยู่แล้ว ไม่ได้ย่ำอยู่กับที่ เพียงแต่เราเอามุมการเมืองเข้าไปเติม ก็ไปได้ ที่ผ่านมาได้สัมผัสกับทหารหลายรุ่น ตั้งแต่ทหารผู้ใหญ่ ทหารหนุ่ม หลังจากนี้ก็จะเป็นทหารอีกระดับหนึ่ง ซึ่งจะเป็นรุ่นที่สำคัญ  ทำงานให้กับกองทัพ  ปัจจุบันทหารเป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้บัญชาการเหล่าทัพ  มีวิธีคิด แนวคิด และบุคลิกใหม่ๆ 

บิ๊กทิน พบ บิ๊กเหวียง ขอคำชี้แนะปฏิบัติงานรมว.กลาโหม

ทางด้านพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เปิดเผยว่า ในวันนี้ไม่ได้มีการพูดคุยลงรายละเอียดมากนัก ส่วนประสบการณ์การทำงานในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เมียนมาร์นั้น ก็ยังไม่ได้คุย พูดคุยกันในภาพกว้าง เพราะนายสุทินยังไม่ได้เข้าทำงาน ตนได้ ให้กำลังใจ เพราะเรื่องกำลังใจถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่อย่างนั้นเขาจะล้มซะก่อน นอกจากนั้นก็ช่วยฝาก ให้ดูแลน้องๆในกองทัพด้วย

‘ประชาชาติ’ โต้กลับ ‘ณฐพร’ ยื่น ‘ยุบพรรค’ อ้างเอี่ยวประชามติ ‘แบ่งแยกดินแดน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557913

06 ก.ย. 2566

'ประชาชาติ' โต้กลับ 'ณฐพร' ยื่น 'ยุบพรรค' อ้างเอี่ยวประชามติ 'แบ่งแยกดินแดน'

‘ประชาชาติ’ แจง ‘สส.วรวิทย์’ ได้รับเชิญร่วมเวทีนักศึกษาแห่งชาติจริง แต่ไม่เกี่ยวข้องประชามติ ‘แบ่งแยกดินแดน’ ชี้แจง กกต.สงขลาแล้ว ไม่รู้วัตถุประสงค์ ‘ณฐพร’ ยื่น ‘ยุบพรรค’

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โฆษกพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชาติ แถลงข่าวยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa) ที่ขอให้มีการทำประชามติเรียกร้องเอกราชปาตานี หลังเมื่อวานนี้ (5ก.ย.) นายณฐพร โตประยูร ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “ยุบพรรค” ปม “ล้มล้างการปกครอง” 

นายกลมศักดิ์ เล่าว่า การจัดงานเวทีดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.66 เพื่อทำเวทีประชามติ แบ่งแยกดินแดน ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ทางพรรคประชาชาติไม่ได้เป็นผู้ร่วมจัดงานแต่อย่างใด หากแต่เป็นเพียงผู้ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบนเวทีในช่วงบ่ายซึ่งทางพรรคได้มอบหมายให้ ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู สส.เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ไปเป็นวิทยากรแทน และบนเวทีไม่มีการพูดเรื่องแบ่งแยกดินแดน โดยได้เดินทางไปในช่วงบ่าย และไม่ทราบว่าช่วงเช้าของวันนั้นมีการจัดทำประชามติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว 

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์และเป็นข่าว ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู เข้าชี้แจ้งต่อฝ่ายสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว จนถึงขณะนี้พรรคและผศ.ดร.วรวิทย์ บารูก็ไม่ได้มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หรือ แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดล้มล้างการปกครอง หรือ การปลุกระดมใด ๆ ทั้งสิ้น 

นายกลมศักดิ์ ระบุ ในวันนั้นมีตัวแทนจากพรรคประชาชาติ พรรคเป็นธรรม ไป ส่วนพรรคก้าวไกลได้รับเชิญแต่ไม่ได้ไป หลังจากนี้ขอดูคำฟ้องก่อน แต่ไม่กังวล เพราะมั่นใจการทำหน้าของพรรค แม้อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน แต่ทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ดำเนินกิจการทางการเมืองเพื่อประชาชน ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ 60 ส่งเสริมระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีนโยบายอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด

เก้าอี้ ‘ผบ.ตร.’ นายกรัฐมนตรี ย้ำพิจารณา ทั้ง ‘อาวุโส-ผลงาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557911

06 ก.ย. 2566

เก้าอี้ ‘ผบ.ตร.’ นายกรัฐมนตรี ย้ำพิจารณา ทั้ง ‘อาวุโส-ผลงาน’

ครั้งแรกหลังถวายสัตย์ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เผย นั่งประธาน ก.ตร. เอง แต่กำลังหาวันเหมาะสมประชุม ย้ำเก้าอี้ ‘ผบ.ตร.’ พิจารณาทั้งผลงานและอาวุโส

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) หลังถวายสัตย์ เข้ารับตำแหน่งครม.เศรษฐา1 ถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจคนใหม่ หรือ ‘ผบ.ตร.’ ที่มีการเบรก ว่าไม่แน่ใจว่าใช้คำว่าว่าเบรกจะถูกต้องหรือเปล่า แต่จะไปนั่งประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เอง กำลังหาวันที่เหมาะสมไปประชุม ก.ตร.

เมื่อถามว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร. คนใหม่มีชื่ออยู่ในใจหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ยังครับๆ ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าบริหารราชการเลย ขออาทิตย์หน้าหลังแถลงนโยบายก่อน

เมื่อถามว่า เรื่องห้ามการซื้อขายตำแหน่งจะรวมไปถึงในส่วนของตำรวจด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เปล่าครับทุกๆ ภาคส่วนของข้าราชการ ไม่ได้เจาะจงหรือบอกว่าหน่วยงานไหนมีปัญหามากเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่าจะพิจารณาถึงผลงานและความอาวุโสด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ทั้ง 2 อย่างครับ

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557904

06 ก.ย. 2566

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

นายกฯ เศรษฐา ประกาศกลางเวทีต่อต้านคอร์รัปชัน 2566 การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมดไปในรัฐบาลชุดนี้ เล็งนำเทคโนโลยีตรวจสอบความโปร่งใสของภาครัฐ เปลี่ยนรัฐอุปสรรค ให้เป็นรัฐสนับสนุน ขณะที่องค์ต่อต้านคอร์รัปชัน ยื่น 5 ข้อเสนอให้รัฐบาล แก้ปัญหาการ คอร์รัปชัน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2566 ในหัวข้อ การปราบปรามทุจริตและเรื่องความโปร่งใสของรัฐบาล ว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เป็นอันดับที่ 101 ของโลก ในด้านของดัชนีการรับรู้การทุจริต เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน (ตามหลังสิงคโปร์ มาเลเซีย และ เวียดนาม) ซึ่งหมายความว่าเรามีสิ่งที่จะต้องพัฒนากันอีกมาก ซึ่งปัญหาการ ทุจริต คอร์รัปชัน นั้น นอกจากที่จะทำให้เกิดความเสียหายโดยตรงต่อภาครัฐแล้ว ยังทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เศรษกิจไทยถดถอย และมีผลต่อเนื่องไปสู่ปัญหาการขับเคลื่อน GDP ของประเทศอีกด้วย

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

เพื่อที่จะขจัดปัญหา ทุจริต คอร์รัปชันให้หมดไป ทางรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย นโยบาย ทั้งด้านการใช้หลักนิติธรรม หรือ Rule of Law ที่เข้มแข็ง และนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในกระบวนการต่างๆ ของภาครัฐ ทำให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งจะช่วยพี่น้องประชาชนได้ทั้งความโปร่งใส และการให้บริการภาครัฐที่เร็วยิ่งขึ้น หลักนิติธรรมที่มั่นคงแข็งแรงมาจากระบบการเขียนกฎหมาย และการออกกฎหมายที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ และประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยกันกำหนดทิศทางและอนาคตของตัวเองและของประเทศ

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

เรามีแผนที่จะปรับปรุงกฎหมายเพื่อลดกระบวนการและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เปลี่ยน “รัฐอุปสรรค” ให้เป็น “รัฐสนับสนุน” และป้องกันการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินสินบนจากประชาชน นอกจากกฎหมายที่เข้มแข็งแล้ว รัฐบาลของเราจะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษที่เฉียบขาดและครอบคลุม เจ้าหน้าที่รัฐในหลายๆ ตำแหน่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และในระดับสูงจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อแสดงความโปร่งใส และเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ

การมีกฎหมายที่เข้มแข็ง เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และการบังคับใช้กฎหมายที่โปร่งใส ยุติธรรม มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้นี้ จะส่งเสริมความแข็งแกร่งและสร้างรากฐานของสังคมที่เคารพในกฎหมายร่วมกัน และขจัดการคอร์รัปชันให้หมดไปจากประเทศไทย

นายกฯ เศรษฐา ประกาศ ปราบ คอร์รัปชัน ย้ำชัด การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการต้องหมด

นอกจากนิติธรรมที่มั่นคงแข็งแรงแล้ว เราจะนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อช่วยให้เราสามารถเกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ ตัวอย่างนโยบายที่เราจะนำมาใช้ในอนาคตอันใกล้คือ

  1. ใช้ระบบการจ่ายเงินภาครัฐผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสด
  2. เปิดให้ขอใบอนุญาตและการติดต่อราชการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และทำให้ขอได้โดย “ง่าย” เป็น One-stop service (พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565) 
  3. ปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ทันสมัยและโปร่งใส เพื่อป้องกันการ ทุจริต และเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบได้ตามแนวทาง Open Government
  4. ปรับเปลี่ยนการบริหารประเทศของรัฐบาลให้เป็น Digital Government และปรับใช้เทคโนโลยีสำหรับระบบการอนุมัติ การอนุญาต การควบคุมตรวจสอบ เพื่อให้มีความโปร่งใส และลดการต้องใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ติดต่อกับประชาชน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีก วันนี้มีการประชุมครม.นัดพิเศษ และยังไม่สามารถสั่งการได้เนื่องจากยังไม่มีการแถลงนโยบาย หนึ่งในหลายเรื่องที่ตัวเองให้ความสำคัญมากที่สุด คือเรื่องการขับเคลื่อนภาคราชการ เพราะภาคราชการเป็นส่วนที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นผู้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล การซื้อขายตำแหน่ง การโยกย้ายไม่เป็นธรรม การให้เกียรติกับข้าราชการทุกตำแหน่ง เป็นภารกิจที่อยากนำเข้ามาในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าข้าราชการได้รับความเป็นธรรม ได้รับการสนับสนุนเมื่อเขามีผลงานที่ดี การซื้อขายตำแหน่งในรัฐบาลนี้ต้องหมดไป เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนนโยบาย ที่ดีของรัฐบาลนี้ต่อไป เชื่อมั้นว่าถายใต้รัฐบาลนี้ ปัญหาคอรัปชั้นจะลดลงและ ความโปร่งใส และเป็นธรรมจะเพิ่มมากขึ้น ตามมาด้วยความน่าเชื่อถือและการยอมรับจากประชาชน และนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลในทางที่ดีต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคน

ทั้งนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เสนอข้อเรียกร้อง การต่อต้าน คอร์รัปชัน ถึงรัฐบาลใหม่ 5 ข้อ ดังนี้

  1. กำหนดให้การปราบปรามคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนทุกภาคส่วน มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน พร้อมมี War Room เพื่อการทำงานอย่างทันเหตุการณ์
  2. สนับสนุนให้ ป.ป.ช. สตง. และ ป.ป.ท. ทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ เป็นกลาง มีเอกภาพออกจากรัฐบาล
  3. เร่งรัดการออกกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่ค้างคาอยู่ เช่น กฎหมายข้อมูลสาธารณะในความครอบครองของรัฐ กฎหมายปกป้องผู้เปิดโปงคอร์รัปชัน หรือกฎหมายป้องกันการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นต้น
  4. ทุกหน่วยงานต้องพร้อมเปิดเผยข้อมูล นับจาก TOR ไปจนถึงสัญญาต่างๆ ในรูปแบบที่สามารถเชื่อมโยงกับ ACT Ai ตามมาตรฐานสากลได้อย่างโปร่งใสและถูกต้อง
  5. แก้ไขกฎระเบียบราชการต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลปัญหาคอร์รัปชัน และเมื่อพบกรณี ทุจริต คอร์รัปชัน ให้ติดตามแก้ไขลงโทษในทันที อย่าประวิงเวลาจนประชาชนลืม

‘คำนูญ’ เผย สว.จัดหนักนโยบาย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ พร้อมตั้งคำถามรัฐบาลสลายขั้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557900

06 ก.ย. 2566

'คำนูญ' เผย สว.จัดหนักนโยบาย 'ดิจิทัลวอลเล็ต' พร้อมตั้งคำถามรัฐบาลสลายขั้ว

‘คำนูญ’ เผย สว.จัดหนักนโยบาย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ สำคัญที่สุด ไม่กังวล แก้ รธน. ระบุชัดเจน ไม่แตะหมวด1 เตรียมตั้งคำถามรัฐบาลสลายขั้ว ส่งผลถึงนักโทษการเมืองอย่างไร

นายคำนูณ สิทธิสมาน สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา หรือ วิป สว. กล่าวถึงการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ว่า สว. เริ่มได้รับรูปเล่มนโยบายรัฐบาลกันแล้ว และ สว. ในกรรมาธิการแต่ละคณะก็เริ่มศึกษานโยบายในแต่ละด้าน 

โดยนโยบายสำคัญที่สุดของรัฐบาลชุดนี้และไม่เคยมีมาก่อน คือ นโยบาย “ดิจิทัล 10,000” ภายในไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งถูกตั้งคำถามว่ามีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ครั้งเดียวหรือไม่ งบจากไหน เชื่อว่าคงมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ถือเป็นโอกาสดี นายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย จะได้มาชี้แจงให้เกิดความกระจ่างในประเด็นนี้

อีกนโยบาย คือ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ เท่าที่ศึกษาโดยสังเขป สร้างความสบายใจได้ในระดับสำคัญ เพราะเขียนไว้ชัดเจน จะไม่มีการแก้ไขในหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ และหมวด 1 รวมถึงเขียนไว้ว่าจะหารือกับทุกฝ่าย จึงต้องรอติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังแถลงนโยบาย

นายคำนูณ กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายต่างๆ ถือเป็นมิติใหม่ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หรือเป็นการยุติความขัดแย้งกว่า 17-18 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสลายขั้วนี้จะขยายไปยังผู้ที่ยังคงมีความผิดจากการแสดงออกทางการเมืองในช่วง 18 ปีมานี้ ของทุกสี ทุกฝ่าย หรือไม่อย่างไร ประเด็นนี้ก็เชื่อว่าจะมีการอภิปรายหรือแถลงกัน

อย่างไรก็ตามระยะเวลาการแถลงนโยบายและอภิปรายนั้น ต้องรอข้อสรุปในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ย.)

เปิดประวัติ ‘เดือน มนพร’ รมช.คมนาคม ‘รมต.หญิงคนแรก’ จ.นครพนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557662

06 ก.ย. 2566

เปิดประวัติ 'เดือน มนพร' รมช.คมนาคม 'รมต.หญิงคนแรก' จ.นครพนม

‘เดือน มนพร’ นักการเมืองท้องถิ่น สู่การเมืองระดับชาติ ยึดหัวหาด สส.หลายสมัย ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่ง รมช.คมนาคม ในฐานะ ‘รมต.หญิงคนแรก’ ของจ.นครพนม ยึดมั่น “การเมืองที่ดีประชาชนต้องมีส่วนร่วมทุกมิติ”

ในบรรดาคณะรัฐมนตรี 34 ชีวิตของรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน หรือ ครม.เศรษฐา1 ปรากฏชื่อ ‘เดือน มนพร’ หรือ ดร.มนพร เจริญศรี สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม (รมช.คมนาคม) ถือเป็น ‘รมต.หญิงคนแรก’ ของจังหวัดนครพนม

เดือน มนพร  รมช.คมนาคม และ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเดือน มนพร รมช.คมนาคม และ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เส้นทางการเมืองท้องถิ่น ‘เดือน มนพร’

ดร.มนพร เจริญศรี ได้ยืนบนทำเนียบของคำว่า ”คนแรก” ในจังหวัดนครพนม อย่างน้อย 3 ครั้งด้วยกัน โดยตั้งแต่ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่นนับได้ร่วม 30 ปี เริ่มจาก
 

  • สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เมื่อปี 2537 เขตอำเภอเมืองฯ รวม 2 สมัย 
  • รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม 2 สมัย ภายหลัง
  • นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ถือเป็นนายก อบจ.ฯหญิงคนแรก 

เดือน มนพร เจริญศรี เดือน มนพร เจริญศรี

สส.นครพนม เขต 2 สังกัดพรรคเพื่อไทย ปี2554 และประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกตั้งเป็น สส.รวม 3 สมัย และได้ชื่อว่าเป็น สส.หญิงคนแรกอีกด้วย

เส้นการเมืองระดับชาติ ของ‘เดือน มนพร’

‘เดือน มนพร’ นอกจากผ่านประสบการณ์ทางการเมืองระดับการเมืองท้องถิ่นแล้ว ยังเคยดำงตำแหน่งทางการเมืองในสนามระดับชาติ มากมาย อาทิ

  • โฆษกคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฏร
  • โฆษกคณะกรรมาธิการ พุทธศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร
  • เลขานุการคณะกรรมาธิการ การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร,รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย
  • เลขานุการ วิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร,ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดนครพนม (กพสจ.)
  • รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ปี2566

ประวัติการศึกษา ‘เดือน มนพร’

 ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม(รมช.คมนาคม)ปัจจุบันอายุ 57 ปี

  • เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสุนทรวิจิตร อ.เมือง จ.นครพนม
  • ระดับชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนนครพนมวิทยาคม อ.เมือง จ.นครพนม
  • ระดับอนุปริญญาวิทยาลัยนานาชาติเซ็นต์เทเรซ่า เลขานุการ กรุงเทพมหานคร
  • ปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
  • ปริญญาโท ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
  • ปริญญาเอก ศิลปศาสตร์ดุษฏีบัญฑิต สาขาสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพมหานคร
เปิดประวัติ 'เดือน มนพร' รมช.คมนาคม 'รมต.หญิงคนแรก' จ.นครพนม

‘เดือน มนพร’ผู้แทนฯตลาดล่างสู่ ตำแหน่งรัฐมนตรี

‘เดือน มนพร’ รมช.คมนาคม ถือเป็นผู้แทนตลาดล่างตัวเล็กๆ แต่คล่องแคล่ว พื้นฐานเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน เรียบง่าย เข้าถึงประชาชน และมีความซื่อสัตย์ต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงยึดมั่นกับพรรคต้นสังกัดมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนขั้วการเมือง 

ไม่เพียงเท่านั้น ‘เดือน มนพร’ ยังให้ความสำคัญ เรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ด้านความเป็นอยู่ รวมถึงการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน บ่อยครั้งที่ไปช่วยแก้ไขปัญหาสินค้าการเกษตรราคาตกต่ำ จนเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนนิยมส่วนตัวเป็นหลักมาถึง 3 สมัย

เปิดประวัติ 'เดือน มนพร' รมช.คมนาคม 'รมต.หญิงคนแรก' จ.นครพนม

แม้ครั้งล่าสุดต้องแข่งขันกับ ครูแก้ว-นายศุภชัย โพธิ์สุ ที่ข้ามจากเขตเลือกตั้งที่ 1 มาลงเขตเลือกตั้งที่ 2 ‘เดือน มนพร’ มีคะแนนนิยมมากกว่าคู่แข่งและชนะการเลือกตั้ง2566 มาได้ แต่หลังผลการเลือกตั้งทั้งคู่เป็นมิตรที่ดีต่อกัน อีกเคยทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ในสนามแข่งขันก็ต้องต่อสู่กันเต็มที่ ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

เปิดประวัติ 'เดือน มนพร' รมช.คมนาคม 'รมต.หญิงคนแรก' จ.นครพนม

การเมืองที่ดี ‘ประชาชน’ ควรมีส่วนร่วมทุกมิติ

‘เดือน มนพร’ ให้ทัศนะถึงการเมืองในประเทศไทยว่า “สิ่งที่จะต้องคำนึงตลอดเวลา สำหรับการเมืองวันนี้ จะเป็นการเมืองที่ต้องก้าวทันโลก ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของวิถีชีวิต ประชาชน กับการคาดหวังที่ประชาชนเลือกนักการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชนยังคงยึดแนวการเลือกนักการเมืองที่ยึดถือ อุดมการณ์ประชาธิปไตย โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเมืองในเชิงอุดมการณ์ ผสมผสานกับการเมืองในเชิงนโยบาย ที่ประชาชนคาดหวังจากนโยบายของพรรค ที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น การเมืองที่ดีควรจะเป็นการเมืองที่ทำให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมในทุกๆ บริบททางสังคม และรวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย”

เดือน มนพร เล่าว่า นับตั้งแต่พรรคไทยรักไทย โดย นายทักษิณ ชินวัตร ต่อมาเป็นพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นโยบายทุกนโยบายที่พรรคเพื่อไทย นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในแคมเปญการเลือกตั้ง เมื่อพรรคชนะการเลือกตั้งแล้วได้เป็นรัฐบาล

“นโยบายที่ได้ให้สัญญาไว้ต่อพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงลงมือทำทันที จนกระทั่งได้รับความเชื่อมั่นมาจนถึงปัจจุบันนี้ สิ่งสำคัญเชื่อว่าประชาชนอยากเห็นนักการเมืองที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน” เดือน มนพร ให้คำมั่น

ว่ากันว่า รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เป็นการสลายขั้วความขัดแย้ง เฉพาะพื้นที่จังหวัดนครพนม ของ ‘เดือน มนพร’ มี สส.รวม 4 เขตเลือกตั้ง แบ่งเป็น 2 พรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย  เป็นนิมิตรหมายที่ดีทั้งสองพรรคจะได้ทำงานร่วมกันขับเคลื่อน พัฒนาให้จังหวัดนครพนมเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดี มีความสุข สืบต่อไป

          พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล เรื่อง/ภาพ

‘เศรษฐา’ ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่ขึ้นกับตระกูลชินวัตรแต่พร้อมรับฟัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557895

06 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่ขึ้นกับตระกูลชินวัตรแต่พร้อมรับฟัง

‘เศรษฐา’ ขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง 3-6 เดือน ย้ำมีอิสระทางความคิด ไม่เกี่ยวกับตระกูลชินวัตร พร้อมนั่ง ก.ตร.ด้วยตัวเอง รับกดดัน ปชช.คาดหวังสูง

วันที่ 6 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังนำประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษก่อนแถลงนโยบายฯว่า วันนี้ก็เป็นการพบปะพูดคุยครั้งแรกใน ครม. นัดพิเศษเป็นการรับฟังความคิดเห็น เป็นการพูดคุยกันไม่ได้เป็นการสั่งการใด โดยได้ให้แนวทางเฉยๆ ว่าในการทำงานของเรา เป็นรัฐบาลเหมือนที่ตนได้แถลงไปเมื่อวาน คือเป็นรัฐบาลของประชาชน เราต้องมาทำงานเพื่อประชาชนลืมความเหน็ดเหนื่อย ตามหลักกฎหมายและความชอบธรรม พร้อมย้ำว่าต้องดูให้ดีในเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม และต้องให้เกียรติข้าราชการเวลาสั่งการ 

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำคณะรัฐมนตรีเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ นายเศรษฐา ตอบว่า เพราะเป็นฤดูกาลของการแต่งตั้งโยกย้ายพอดี และเป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องพวกนี้มีการเกิดขึ้นอยู่ตลอดไม่ใช่ว่าในช่วงนี้หรือรัฐบาลไหนก็ตามที ก็อยากจะเน้นย้ำเพราะภาคราชการทุกภาคส่วน มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนประเทศ เขาทำงานมาตลอดชีวิตก็ยังได้ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การปูนบำเหน็จทั้งหลายก็ขอให้เป็นธรรมด้วยผลงานไม่ใช่ด้วยมาจากการซื้อขายตำแหน่ง 

เมื่อถามต่อว่าสบายใจได้หรือไม่ว่าในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง จะไม่เกิดขึ้น นายเศรษฐา ตอบว่า มึงจะพยายาม นโยบายหลักหรือเป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆที่ตนพูดถึง หวังว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะว่าจริงๆแล้วคณะรัฐมนตรีเรามีนโยบายดีๆมีนโยบายที่เราจะแถลงต่อรัฐสภา หลายๆเรื่องเราต้องการการขับเคลื่อนจากข้าราชการถ้าเกิดเราไม่ให้เกียรติไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา เรื่องของการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆก็จะเป็นไปด้วยความลำบาก 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเห็นว่า จะไม่มีนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อยู่ในร่างนโยบายที่จะแถลง นายเศรษฐาตอบว่า เป็นคำแถลงกว้างๆ เราจะดูเรื่องการขนส่งทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำอากาศบก และราง ซึ่งในเรื่องของรถไฟฟ้าก็ต้องมาดูการเชื่อมต่อทุกสายให้เข้ากัน และก็ต้องใช้บัตรใบเดียวเพื่อความสะดวก และต้องดึงเรื่องทั้งหมดกลับมาดูว่า ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมจะเป็นเท่าไหร่ รัฐบาลจะต้องมีการชดเชยเท่าไหร่ ในแง่ของงบประมาณทั้งหมด แต่ยืนยันว่าบรรจุไว้เป็นเรื่องคร่าวๆ อยู่แล้ว 

ส่วนที่ยังไม่ทำทันทีเป็นเพราะต้องเอางบประมาณไปใช้ในเรื่องอื่นก่อนหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ครับเราทำทันที เราก็เริ่มดูแลทันที ต้องเอาระบบการขนส่งทางรางทั้งหมด เชื่อมต่อให้เป็นรูปธรรม และก็ต้องมีบัตรใบเดียวเพื่อดูค่าใช้จ่ายทั้งหมดว่าเท่าไหร่ 

ส่วนคาดว่าจะได้เห็นภายในกี่ปี นายเศรษฐา ตอบว่า ขอไปทำงานก่อนนี่ก็ยังไม่ได้เข้ากระทรวงเลยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ยังไม่ได้เข้ากระทรวงเลย ทราบว่าทุกเรื่องเร่งด่วนหมด 

เมื่อถามว่าในวันที่ 11 กันยายน นอกจากการแถลงนโยบายแล้ว ในระหว่างที่อภิปราย จะมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใด พูดชี้แจงต่อข้อสงสัย นายเศรษฐาตอบว่า ก็ถ้าเกิดกระทรวงไหนเกี่ยวข้องหรือถูกพาดพิง และต้องการการอธิบาย ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านเตรียมความพร้อมในการชี้แจง 

จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้ถามย้อนกลับไปถึงเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ ว่าจะเข้าไปดู ก.ตร.ด้วยตัวเองหรือไม่หลังมีการเบรค ไม่แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ตอบว่าไม่แน่ใจว่าใช้คำว่าเบรคจะถูกต้องหรือไม่ แต่ตนเองก็จะนั่งประธาน ก.ตร. อย่างแน่นอนและขอดูวันที่เหมาะสมก็จะมีการนัดประชุมต่อไป 

ส่วน ผบ. ตร.คนใหม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เรื่องนี้ยัง และก็ยังไม่ได้เข้าไปบริหารอะไรเลย ขอเป็นหลังแถลงนโยบายก่อน 

เมื่อถามถึงการกระชับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ว่าเป็นการมุ่งไปยังการปฏิรูปวงการตำรวจหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เปล่า ทุกๆภาคส่วนของข้าราชการไม่ได้เจาะจงบอกว่าหน่วยงานไหนมีปัญหามากเป็นพิเศษ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมีอิสระในการทำงานมากหรือน้อยเพียงไหนเพราะมาจากพรรคเพื่อไทยที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความใกล้ชิดกับตระกูลชินวัตร นายเศรษฐา ตอบว่า “ผมขอเวลาในการบริหารราชการ และขออีกสัก6 หรือ 3 เดือน มวลชนมาถามอีกที ผมเชื่อว่าผมมีอิสระทางด้านความคิด ไม่ใช่แค่ครอบครัวชินวัตร หากใครมีข้อมูลดีๆมีเรื่องราวดีๆที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมมาวันนี้รัฐบาลนี้ทำงานเพื่อประชาชนอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ใครที่มีข้อมูลหรือการแนะนำที่ดี คนก็รับฟัง” นายเศรษฐา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในโอกาสที่จะเดินทางไปต่างประเทศ มีโอกาสในการทำให้ต่างประเทศสนใจประเทศไทยและอยากจะมาเมืองไทยมากขึ้นอย่างไรบ้าง นายเศรษฐาตอบว่า คงเป็นโอกาสหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศกำลัง รวบรายชื่อ ผู้นำต่างประเทศที่จะเข้าพบ ส่วนตัวก็จะพยายามนัดหมายกับนักธุรกิจระดับโลกหลายคนเพื่อพูดคุยถึงความต้องการลงทุนในประเทศไทย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็ถือว่าเป็นการประชุมสหประชาชาติประจำปีในทุกๆเดือน กันยายน ก็ถือเป็นเวลาอันดีที่ได้ไปพบปะพูดคุย 

ส่วนจะมีโอกาสได้พบปะกับผู้นำสหรัฐหรือไม่  นายเศรษฐา ตอบว่า ออกกำลังนัดอยู่ ต้องได้อยู่แล้วเพราะท่านเลี้ยงอาหารค่ำวันหนึ่ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯรู้สึกกดดันบ้างหรือไม่ในการเข้ามา และประชาชนคาดหวังสูงในรัฐบาลนี้ นายเศรษฐากล่าวว่า ก็มีความกดดันอยู่แล้ว ปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ทำงานแล้วก็ต้องยอมรับเรื่องพรุ่งนี้ ยืนยันว่าตนมีความตั้งใจจริงแต่ขอเวลาทำงานนิดนึง ก่อนยกมือขึ้นไหว้ และกล่าวขอบคุณ 

ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่ารู้ตัวหรือไม่ว่าเป็นคนที่ไหว้สวย นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามแต่ยิ้มให้ 

เมื่อถามว่าจะเข้ากระทรวงการคลังเมื่อไหร่ เศรษฐา ตอบว่าต้องขอดูฤกษ์นิดนึง ทั้งฤกษ์ดีและฤกษ์สะดวก

‘เศรษฐา’ ลองนั่งรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนกลับมานั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557894

06 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ลองนั่งรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนกลับมานั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม

‘เศรษฐา’ ลองนั่งรถเบนซ์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนกลับไปนั่งรถส่วนตัวเหมือนเดิม คาดรู้สึกอึดอัด ติดศรีษะ

วันที่ 6 ก.ย. มีรายงานว่าก่อนที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2566 ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ในเวลา 11.45 น. 

เจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถยนต์ประจำตำแหน่ง โดยเป็นรถเบนซ์ สีดำทะเบียน 4กค 29 ซึ่งเป็นรถยนต์รับรองของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ซื้อมาในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้นายเศรษฐา ได้ลองนั่ง 

ทั้งนี้ เมื่อนายเศรษฐา ได้ลองเข้าไปนั่งในรถคันดังกล่าวแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ลุกออกมาจากรถ ก่อนกลับเข้าไปนั่งรถตู้ส่วนตัวของตนที่เพิ่งซื้อมา และเดินทางออกจากทำเนียบฯทันที