แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ‘พรรคก้าวไกล’ จัด 30 สส. ลับดาบ รอชำแหละ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558019

07 ก.ย. 2566

แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา  'พรรคก้าวไกล'  จัด  30  สส. ลับดาบ รอชำแหละ

เลขาธิการ “พรรคก้าวไกล”   ระบุแถลง “นโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา” พรรคฯ ส่งสส.ใหม่ และ สส. เดิม 30 คน อภิปราย เบื้องต้นติง ไม่มีการกำหนดตัวชี้วัด และระยะเวลา ด้านคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า ฝากก้าวไกล ติดตามนโยบายเด็กเล็ก ในนโยบายของรัฐบาล

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เลขาธิการพรรคก้าวไกล    เปิดเผยว่า  ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่าง 11-12 ก.ย.   พรรคก้าวไกล จัด สส.อภิปราย 30 คน ทั้ง สส.ใหม่ อาทิ สส.ภูเก็ต ขอนแก่น  และ สส.กรุงเทพมหานคร รวมถึง สส.เก่าผสมกันไป โดยจะอภิปรายให้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และสวัสดิการ เพื่อตรวจสอบ ตั้งคำถาม และข้อสังเกตว่า นโยบายต่าง ๆ จะสะท้อนเนื้อแท้ของรัฐบาล 

ยอมรับว่า เนื้อหาในร่าง “นโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา”   คลุมเครือ ค่อนข้างผิดหวัง และยังไม่ชัดเจนว่า จะเป็นความหวังได้หรือไม่ และจะดำเนินการให้บรรลุได้อย่างไร เพราะไม่มีการกำหนดตัวชี้วัด และระยะเวลา   ส่วนนโยบายรัฐบาลจะสร้างความสมานฉันท์ตามเป้าหมายการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ได้หรือไม่นั้น  ยังไม่แน่ใจว่า คือการปรองดองสลายขั้ว หรือเป็นการจับขั้วกันใหม่ แต่ลักษณะทางการเมืองดังกล่าว ได้สะท้อนผ่านนโยบาย ที่ยังมีความคลุมเครือ และเกรงอกเกรงใจ จึงจะต้องรอดูในทางปฏิบัติว่าจะเป็นอย่างไร

นายชัยธวัช   กล่าวว่า  ได้รับหนังสือจากนางสุนีย์ ไชยรส คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า เพื่อให้พรรคก้าวไกล ติดตามนโยบายเด็กเล็ก ในนโยบายของรัฐบาล หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือถึงพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว ทั้งเงินสวัสดิการเด็กถ้วนหน้า ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ถึง 6 ปี, การจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กให้เพียงพอสำหรับผู้ปกครอง ที่มีภาระงาน โดยควรเพิ่มงบประมาณ และอัตรากำลังแก่ท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการดูแลเด็กเล็ก ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ขวบ มากขึ้น 

”  พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว ซึ่งในร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ก็ยอมรับว่า ประเทศไทยเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยแล้ว จึงจะต้องหาวิธีไม่ให้คนวัยทำงาน ต้องแบกรับภาระดูแลพ่อแม่ และบุตรมากขึ้น ดังนั้น จึงจำเป็นที่รัฐบาล จะต้องออกแบบนโยบายลดภาระการมีบุตร เพื่อกระตุ้นให้คนมีบุตรมากขึ้น สามารถรับภาระทางเศรษฐกิจได้ พรรคจึงสนับสนุนสวัสดิการถ้วนหน้ามาโดยตลอด โดยไม่ต้องคัดกรองความจน ทั้งแม่ และเด็กเล็ก และไม่ควรผลักภาระไปให้เฉพาะครอบครัว แต่รัฐบาลควรมีส่วนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยพรรคก้าวไกล จะอภิปรายในนโยบายดังกล่าวของรัฐบาล และติดตามการทำหน้าที่รัฐบาลในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุกต่อไป”  นายชัยธวัช  ระบุ 

น.ส. ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า  รู้สึกผิดหวัง ที่นโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ และหลงลืมกลุ่มเยาวชน และผู้เป็นแม่ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต   ซึ่งประเทศไทยมีอัตราการเกิดพลเมืองใหม่ต่ำ ซึ่งจะส่งผลต่อภาคแรงงานในอนาคตด้วย ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจ จึงจะต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเด็กควบคู่กันไปด้วย

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558003

07 ก.ย. 2566

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

‘อนุทิน’ มท.1 ลั่น “มหาดไทยยุคผม ไม่มีคำว่าท่าน หรือคำว่านาย มีแต่พี่น้อง” แบ่งงานรอหลังแถลงนโยบายรัฐบาล แต่ รมช.มท.ทุกคนต้องประสานกัน ย้ำไม่มีซื้อขายตำแหน่ง ขอ ปลัดมท.-ผู้ว่าฯ รับมือ เงินดิจิทัล 10,000 บาท เตรียมหารือปมกำนันกร่าง ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2566  ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมว.มท.) หรือ ‘มท.1’ แถลงภายหลังเดินทางเข้ากระทรวงฯ เป็นวันแรก ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะแถลงนโยบายวันที่ 11 กันยายน ทุกคนก็ต้องเตรียมข้อมูลทั้งหลายในการสนับสนุนตอบคำถาม ตอบข้อชี้แจงในกรณีที่สมาชิกสภามีข้อสงสัยซึ่งเราจะใช้เวลา 3-4 วัน ในการทำความคุ้นเคยกับงานในหน้าที่

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการได้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่หลังวันแถลงนโยบายเป็นต้นไป สำหรับวันนี้ถือว่าเข้ามาทำความรู้จักกับพี่น้องข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแนะนำตัวเอง โดยตนถือว่าโชคดีมีทีมงานรัฐมนตรีช่วยที่คุ้นเคยกับประชาชน และเป็น สส.ทุกคน จึงคิดว่ายุคนี้กระทรวงมหาดไทยต้องเป็นยุคที่รัฐมนตรีเข้าใจวิถีชีวิต คุณภาพชีวิตของประชาชน และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนมีการยกระดับขึ้นมาในทุกมิติ ถือว่ามีรัฐมนตรีที่มาจากพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องเข้าถึงได้ ต้องไปลงหน้างาน

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

ดังนั้นอาจจะไม่ได้พบกันที่นี่มากนัก เพราะต้องไปทำงานในพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และด้วยการสนับสนุนของ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล รู้จักกันมาเป็น 10 ปี ถือว่าโชคดีที่ได้ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่มีความคุ้นเคยตั้งแต่สมัยที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของตนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยในช่วงปี 2552-2554 ก็เป็นทีมงานเดียวกันหมด

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

“ดังนั้นในยุคที่ผมอยู่ที่นี่ จะไม่มีคำว่าท่าน หรือคำว่านาย มีแต่พี่น้องข้าราชการ และทำงานด้วยกัน ด้วยเป้าหมายเดียวกัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และประชาชนต้องอุดมสมบูรณ์พูนสุขกันทั่วหน้า”

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

ส่วนการแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีช่วยนั้น นายอนุทิน บอกว่า ตนยังไม่ได้เข้าห้องทำงาน หรือบรรยายสรุปหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งคำว่าการแบ่งงาน ตนคิดว่าทุกคนเป็นรัฐมนตรีกันหมด ต้องช่วยกันทำงาน การแบ่งงานตามความรับผิดชอบตามสายงาน แต่เราจะร่วมกันทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีสายไหน อีกทั้งการแบ่งงานต้องรอแถลงนโยบายให้เรียบร้อย แต่สไตล์การทำงานของตน แม้จะแบ่งงานในเอกสารแล้ว แต่เราทำงานด้วยกัน เป็นพี่น้องกัน เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน มั่นใจว่าไม่มีปัญหา

ทั้งนี้ นายอนุทิน ระบุว่า งานที่กระทรวงมหาดไทยท้าทายทุกงาน เรื่องการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน ไม่มีขีดจำกัดอยู่แล้ว และตนไม่ต้องการบำบัดทุกข์ทั้งวัน ทั้งคืน คงทำไม่ได้ แต่ต้องทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างเป็นเรื่องเร่งด่วน มีทั้งควิกวิน มีทั้งซอฟพาวเวอร์ มีทุกอย่างที่ทำให้ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น ตนเคยมาจากกระทรวงสาธารณสุข ดูเรื่องคุณภาพชีวิตคน ก็มั่นใจว่าจะประสานงานได้อย่างต่อเนื่อง

ขอปลัดมท.-ผู้ว่าฯ รับมือ เงินดิจิทัล10,000 บาท

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เดี๋ยวนายกฯ มีนโยบายดิจิทัลวอเล็ต 10,000 บาท ให้ ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอย ก็เป็นเงิน หมุนเวียนในประเทศ ก็ต้องขอความร่วมมือปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ผู้ว่า ฯทุกจังหวัด จัดเตรียมเรื่องสินค้า พัฒนาฝีมือสินค้าเพื่อนำมาขาย ถือคติว่า ใช้เงินไทยซื้อของไทย ไทยทำไทยใช้ ผลิตโดยคนไทย เป็นเงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นเม็ดเงินมหาศาลในระบบของเรา ทำให้ระบบเศรษฐกิจของเรามีเงินหมุนเวียน ทุกคนได้รับเงินทั้งหมด จากนโยบายของนายกฯ

เมื่อถามถึงคำแถลงการณ์ มีการเขียนถึงการฟื้นผู้ว่าฯ ซีอีโอ นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า โดยนัยยะในทางปฏิบัติเราก็รับทราบอยู่แล้วว่า ผู้ว่าฯเป็นผู้ว่าฯซีอีโอ หน่วยงานในจังหวัดก็ขึ้นอยู่กับผู้ว่าฯ ยกตัวอย่าง แม้แต่การโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาล ก็ต้องขอผู้ว่าฯ อยู่แล้ว การทำงานทุกอย่างต้องผ่านการกำกับดูแลของผู้ว่าฯ พวกเราทุกคนก็พร้อมทำงานร่วมกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทุกคน ใครมีดีตรงไหนก็เอาความสามารถตรงนั้นมา เพื่อประโยชน์สูงสุด

เมื่อถามว่า สิ่งที่นายกฯ บอกว่าในรัฐบาลนี้ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง จะรวมถึงกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันต้องไม่มีอยู่แล้ว ต้องไม่เกิดขึ้น ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นายกฯ ได้เน้นย้ำเป็นเรื่องสำคัญแรกๆ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ตนก็มั่นใจว่าจะตรงกับความตั้งใจและเจตนารมย์ของรัฐมนตรีทุกคน โดยเฉพาะตน

เมื่อถามว่า นายชวรัตน์ ผู้เป็นพ่อ ได้ให้คำแนะนำในการทำงานกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรุ่นพี่รัฐมนตรีอย่างไร/ นายอนุทิน บอกว่า หลังเสร็จภารกิจแล้ว ตนจะไปกราบท่าน

เมื่อถามถึงกรณีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการกร่างวิ่งซื้อขายตำแหน่ง ล่าสุดมีการก่อเหตุยิงตำรวจจนเสียชีวิต นายอนุทิน กล่าวว่า พวกเราจะหารือกันเรื่องนี้ การทำงานของตนต้องเชื่อมั่นในหัวหน้าส่วนราชการ ไม่ว่าจะทำงานที่กระทรวงไหนก็ตาม โดยปลัดกระทรวงจะต้องเป็นผู้ที่นำนโยบายไปปฏิบัติ เราไม่ก้าวก่ายอยู่แล้ว มีปัญหาอะไร ก็โทรหารือปลัดกระทรวง หรือโทรหารัฐมนตรีช่วย ทุกอย่างจะได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องห่วงตรงนี้ พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ผมสั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน จึงขอให้ทุกคนมั่นใจ”

เมื่อถามถึงนโยบายรถไฟฟ้าสายสีเขียว นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ใจเย็นๆ ขอให้ทำงานก่อน ยังไม่ได้เจอผู้ว่าฯ กทม. เลย จากนี้ก็คงมีการนำเรื่องมาศึกษา ไม่ต้องห่วง ถ้าเรื่องใดมีความถูกต้องก็ต้องได้รับการแก้ไข ตนมั่นใจว่าในยุคนี้การกลั่นแกล้ง การไม่ได้รับความเป็นธรรม บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนทุกคน ไม่ว่านิติบุคคล หรือประชาชนทั่วไป แต่หากมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ก็ต้องเจอกัน

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

เมื่อถามถึงนโยบายกัญชาทางการแพทย์ นายอนุทิน บอกว่า มันก็มีหลายนโยบายที่เป็นไปตามกฏหมาย ขอให้ดูในการแถลงนโยบาย

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

‘วิศวะลาดกระบัง’ ยินดี ‘สมศักดิ์’ ศิษย์เก่า ผงาดขึ้น ‘รองนายกฯ’ ครั้งที่ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557997

07 ก.ย. 2566

'วิศวะลาดกระบัง' ยินดี 'สมศักดิ์' ศิษย์เก่า ผงาดขึ้น 'รองนายกฯ' ครั้งที่ 2

‘สมศักดิ์’ ขอบคุณ ‘วิศวะลาดกระบัง’ โพสต์ยินดี นั่ง ‘รองนายกฯ’ เผย ตลอดเส้นทางการเมือง นำศาสตร์วิศวกรรมบริหารงานเพื่อประชาชน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดีกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้รับตำแหน่ง “รองนายกรัฐมนตรี” ผ่านเพจ School of Engineering,KMITL 

ซึ่งนายสมศักดิ์ ถือเป็น 1 ใน ศิษย์เก่าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. รุ่นที่ 13 จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อปี 2521 โดยเข้าสู่เส้นทางการเมืองตั้งแต่ปี 2526 เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 14 สมัย และล่าสุดหวนกลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ของชีวิต 

ต่อมานายสมศักดิ์ กล่าวขอบคุณ ที่ได้ร่วมแสดงความยินดีที่ตนได้รับตำแหน่งรองนายกฯ และขอขอบคุณทางสถาบันที่ให้ความรู้ด้านวิศวกรรม จนสามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชนได้จำนวนมาก เพราะจากที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มา 14 สมัย ก็ได้นำศาสตร์ด้านวิศวกรรมมาปรับใช้ในการบริหารงาน

โดยเฉพาะการนำหลักคณิตศาสตร์มาเป็นตัวขับเคลื่อนงาน จนประสบความสำเร็จในหลายโครงการ หลังจากนี้ก็จะนำความรู้ด้านวิศวกรรมมาใช้เป็นแนวทางการบริหารงานต่อไป

'วิศวะลาดกระบัง' ยินดี 'สมศักดิ์' ศิษย์เก่า ผงาดขึ้น 'รองนายกฯ' ครั้งที่ 2

‘เศรษฐา’ ยืนยัน ‘เงินดิจิทัล 10,000’ ใช้Blockchain แน่ ยินดีฝ่ายค้านตรวจสอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557987

07 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ยืนยัน 'เงินดิจิทัล 10,000' ใช้Blockchain แน่ ยินดีฝ่ายค้านตรวจสอบ

‘เศรษฐา’ ยืนยัน ‘ดิจิทัล 10,000’ ใช้Blockchain แน่นอน ขอให้รอหลังแถลงนโยบาย ยินดีฝ่ายค้านตรวจสอบ เตรียม ครม. ประชุมนอกสถานที่ ทำงานเร็ว

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย “ดิจิทัล 10,000” ที่มีสื่อบางสำนักอ้างถึงการยืมเงินรัฐวิสาหกิจมาดำเนินนโยบายว่า ยังไม่อยากให้มีการพูดคุยกันไปหลายอย่าง จนทำให้เกิดความสับสน อีกทั้งยังไม่ได้เข้าบริหารงานอย่างเป็นทางการ อยากให้มีการแถลงนโบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งเมื่อวาน (6 ก.ย.) ก็ได้หารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้ให้ข้อมูลหลายเรื่อง 

รวมถึงให้คำแนะนำถึงการออกดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งในระยะกลางและระยะยาว ระบบการเงินการคลังของประเทศจะเป็นอย่างไร ตัวเลขหนี้สาธารณะจะเป็นอย่างไร ซึ่งท่านก็เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นจึงต้องพูดคุยกันให้ชัดเจนก่อน ไม่อยากให้มีการพูดกันไปแล้วเกิดความเข้าใจผิด 

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี Blockchain โดยในคำแถลงคำดังกล่าวหายไปนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า เป็นการใช้ Blockchain อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะให้ความมั่นใจกับประชาชนว่านโยบายนี้จะใช้ได้ภายในไตรมาสแรก ปี 2567 ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “ใช้ครับ”

ส่วนกรณีพรรคก้าวไกลเชิญชวนประชาชนจับตาการแถลงนโบายรัฐบาลที่หลายเรื่องในตอนหาเสียงไม่ปรากฎอยู่นั้น นายเศรฐา ระบุว่า ขอให้ดูตอนแถลงนโยบาย ซึ่งเข้าใจการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็มีหน้าที่อธิบายถึงขั้นตอนต่างๆ เท่าที่ทำได้ เป็นเรื่องธรรมดาที่เราอาสาเข้ามาทำงานการเมืองก็ต้องพร้อมที่ถูกตรวจสอบ เป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นด้วย 

ส่วนการทำงานของ ครม. หลังจากนี้ จะมีประชุมนอกสถานที่แน่นอน แต่เมื่อไรและอย่างไรนั้นจะแจ้งอีกครั้ง ส่วนด้านเศรษฐกิจนั้น อาจไม่จำเป็นต้องมามั่นล้อมวงกัน ซึ่งเสียเวลาในการเตรียมการเรื่องเอกสาร แต่จะใช้วิธีการทำงานด้วยความรวดเร็วให้ทันสถานการณ์ โดยวิธีการจับกลุ่มแล้วพูดคุยหรือแยกตัวทำงานกันน่าจะดีกว่า อีกทั้งปัจจุบันมีวิธีการสื่อสารกันได้หลายวิธี ซึ่งมั่นใจได้ว่าทุกเรื่องจะเดินได้อย่างรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการลดราคาพลังงาน นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ขอให้อดใจนิดหนึ่ง เพราะขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่หลายเรื่องและกำลังพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการประกาศสิ่งที่จะดำเนินการในการประชุม ครม. อย่างเป็นทางการนัดแรก ซึ่งจะต้องพิจารณาด้วยว่าสิ่งต่างๆ จะเริ่มใช้ได้จริงเมื่อไร หากพูดไปตอนนี้อาจมีความสับสน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาผู้จะมาเป็นโฆษกรัฐบาลที่จะมาทำหน้าที่พูดคุยสื่อสารที่จะไม่ทำให้สื่อมวลชนและประชาชนสับสน 

โดยช่วงเที่ยงวันนี้(7 กันยายน) จะมีการพูดคุยกับทีมงานว่ามีเรื่องไหนอะไรที่จะต้องเร่งดำเนินการบ้าง โดยเฉพาะในการประชุม ครม. อย่างเป็นทางการครั้งแรก ดังนั้นจึงขอให้ใจเย็นๆ เพราะอยากจะพูดแล้วสามารถบอกวันที่เกิดขึ้นได้จริงๆ ด้วย จะได้ไม่เกิดความสับสน แต่ยืนยันว่าได้เห็นผลงานของรัฐบาลแน่นอน นอกจากนี้ในวันนี้จะหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อพิจารณาเรื่องการลงทุนจากต่างประเทศว่าติดขัดอะไรหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงจะมีการพบกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยด้วย จึงขอให้มั่นใจได้ว่ารัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ 

‘บิ๊กจิ๋ว’ เชื่อ ‘สุทิน’ คุมกลาโหม เป็นเรื่องดีใช้มุมมองพลเรือนดูแลกองทัพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557988

07 ก.ย. 2566

'บิ๊กจิ๋ว' เชื่อ 'สุทิน' คุมกลาโหม เป็นเรื่องดีใช้มุมมองพลเรือนดูแลกองทัพ

‘บิ๊กจิ๋ว’ เชื่อ ‘สุทิน’ คุมกลาโหม ถือเป็นเรื่องดี เพื่อใช้มุมมองพลเรือนดูแลกองทัพ พร้อมชู ‘ทหารพราน’ ชดเชย ‘ทหารเกณฑ์’ เพราะเป็นคนในพื้นที่ มีควมชำนาญรูัปัญหาในพื้นที่ หากเอาทหารจากพื้นที่อื่นก็ต้องมาปรับตัวและเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับงาน

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าพบวันนี้ว่า ต้องรอเจอกัน ถึงจะรู้ว่าจะพูดคุยกันเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งเรื่องหลักๆ ต้องคำนึงถึงเหตุผล แต่ส่วนตัวมองว่า ที่ผ่านมากองทัพได้มีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนามาโดยตลอด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะต้องสนใจเรื่องความมั่นคงในประเทศ 
 

พล.อ.ชวลิต มองว่า การที่พลเรือนมาคุมกองทัพเป็นสิ่งที่ดี จะได้รู้ได้เห็นว่าในฐานะที่เป็นพลเรือนที่ดี เมื่อมารับผิดชอบในเรื่องความมั่นคง ก็จะเห็นว่าต้องปรับปรุงแก้ไขบ้าง 
พร้อมกันนี้ ยอมรับว่า ปัญหาในกองทัพมีมาก เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำก่อนคือเรื่องคน ต้องมีการพัฒนายกระดับให้ทัดเทียม  และเป็นที่ยำเกรงของต่างประเทศ รวมถึงพัฒนายุทโธปกรณ์ แต่เรื่องที่สามคือปัจจัยออื่นๆ ที่ควบคุมไม่ได้ 


พล.อ.ชวลิต ยังเห็นด้วยกับนโยบายปรับลดกำลังพล ทำกองทัพให้เล็กกะทัดรัด ต้องคำนึงถึงความแข็งแกร่ง และเป็นเสาหลักให้ประเทศด้วย ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมของประเทศก็เอื้ออำนวย เพราะไทยไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร จึงอยากให้ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำในแต่ละขั้นตอน
 

ส่วนแนวคิดยกเลิกเกณฑ์ทหารและปรับมาเป็นการสมัครใจนั้น พล.อ.ชวลิต มองว่า ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นถึงปัญหา เพราะในหนึ่งปีมีการเกณฑ์ทหารครั้งเดียว โดยการระดมชายไทยทั่วประเทศมาเกณฑ์ทหาร และที่ผ่านมาเราก็แก้ไขกันมาตลอด จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่ไม่อยากให้มีการเกณฑ์ทหาร

ขณะเดียวกัน กองทัพก็มีทหารพราน เปรียบเหมือนทหารบ้านที่มาจากคนในพื้นที่ มีความเชี่ยวชาญและถนัด รวมทั้งรู้ปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งใช้จำนวนคนไม่มาก ก็สามารถทำงานแก้ปัญหาได้ แต่หากเป็นทหารจากพื้นที่อื่นต้องใช้เวลาปรับตัวและเรียนรู้มากกว่า ดังนั้นจึงสอดคล้องการทำงานในพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องใช้ทหารจากพื้นที่อื่นมาทำงาน

ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เคาะอถิปราย ‘แถลงนโยบาย’ 30 ชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557985

07 ก.ย. 2566

ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เคาะอถิปราย 'แถลงนโยบาย' 30 ชั่วโมง

ฝายค้านรับปาก ไม่ใช้เวที ‘แถลงนโยบาย’ รัฐบาล ซ้อมฝีปากอภิปรายไม่ไว้วางใจ วิปสามฝ่ายเคาะเวลาอภิปรายรวม 30 ชั่่วโมง

กำหนดการแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา ของรัฐบาลเศรษฐา วันจันทร์ที่ 11 กันยายนนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 176  บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและชี้แจงการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 75 โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจทั้งนี้ ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่  ถือเป็นโอกาสอันดีที่ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคก้าวไกลจะได้ จะใช้เป็นเวทีลับฝีปาก

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย หรือวิป 3 ฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กันยายนนี้ ใช้เวลาการอภิปรายรวมทั้งสิ้น 29 ชั่วโมง บวก 1 ชั่วโมง สำหรับประธานควบคุมการประชุม

โดยแบ่งเป็นคณะรัฐมนตรี สำหรับการแถลงนโยบาย และชี้แจงข้อซักถาม 5 ชั่วโมง / สส.พรรคร่วมรัฐบาล 5 ชั่วโมง / สมาชิกวุฒิสภา 5 ชั่วโมง / และ สส.ฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป แต่จะไม่เกิน 24.00 น.ของแต่ละวัน เนื่องจากในวันพุธที่ 13 กันยายน คณะรัฐมนตรี จะมีการประชุมอย่างเป็นทางการนัดแรกที่ทำเนียบรัฐบาล 

ส่วนเรื่องที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะว่าที่ประธานวิปรัฐบาลกังวลฝ่ายค้านจะใช้เวทีการแถลงนโยบายรัฐบาล เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ประธานรัฐสภา ระบุว่า ฝ่ายค้าน ได้ยืนยันต่อที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายแล้วว่า จะอยู่ในกรอบการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล  จะไม่เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และฝ่ายค้านย้ำแล้วว่า จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ

‘สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย’ เข้าพบ ‘วันนอร์-พรเพชร’ ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557979

07 ก.ย. 2566

'สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย' เข้าพบ 'วันนอร์-พรเพชร' ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน

‘สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย’ เข้าพบ ‘วันนอร์-พรเพชร’ ชง 4 ข้อ มีส่วนร่วมทำงานเพื่อคุณประโยชน์แก่สังคม ด้าน ‘ปธ.สภา’ เตรียมฟื้นกองทุนดูแลสุขภาพอดีตสมาชิก

สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย อาทิ นายอนันตชัย คุณานันทกุล นายกสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ นายวัชระ ประภาพัฒน์ นายปรพล อดิเรกสาร และคณะกรรมการสมาคม เข้าพบนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานรัฐสภา และ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

นายอนันตชัย เสนอ 4 เรื่อง ต่อประธานรัฐสภาพิจารณา ประกอบด้วย

1. ขอพิจารณาอนุญาตให้ใช้ห้องประชุมรัฐสภาประจำทุกเดือน

2. ขอให้สมาคมฯ เป็นองค์กรการร่วมงานของสมาชิกรัฐสภาทั้งในอดีตและสมาชิกรัฐสภาปัจจุบัน 

3. สมาคมฯ ขอร่วมกับรัฐสภาในการจัดประชุมสัมมนาเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกฎหมายไทย 

4. ขอให้สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทยมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมาธิการกองทุนสมาชิกรัฐสภา

'สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย' เข้าพบ 'วันนอร์-พรเพชร' ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน

ประธานรัฐสภา กล่าวชื่นชมว่า เป็นสิ่งที่ดีมากมีการจัดตั้งสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทยขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์รวบรวมอดีตสมาชิกที่อยู่แต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด โดยให้สมาคมเป็นผู้ประสานงาน ทั้งอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตสมาชิกวุฒิสภา พร้อมกันนี้ ประธานรัฐสภา มีความเห็นใจอดีตสมาชิกรัฐสภาที่ยังขาดกองทุนในการดูแลในช่วงเจ็บป่วย ซึ่งในอนาคตอาจมีการพิจารณาให้มีกองทุนกลับมาเพื่อดูแลความเดือดร้อน ในเบื้องต้นด้านสุขภาพ ให้กับอดีตสมาชิกรัฐสภาไทยต่อไป

สำหรับสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2563 เพื่อเป็นศูนย์รวมของสมาชิกในอดีตและปัจจุบันของสมาชิกรัฐสภา ต้องการเสริมสร้างความรัก สามัคคี รวบรวมบุคลากรที่ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมกันทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวม

'สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย' เข้าพบ 'วันนอร์-พรเพชร' ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน
'สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย' เข้าพบ 'วันนอร์-พรเพชร' ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน

รองประธานสภาฯ แจง ‘หมิว สิริลภัส’ ห่อ อาหาร กลับบ้าน ไม่ผิด เหลือเยอะ แจกได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557977

07 ก.ย. 2566

รองประธานสภาฯ แจง 'หมิว สิริลภัส' ห่อ อาหาร กลับบ้าน ไม่ผิด เหลือเยอะ แจกได้

รองประธานสภาฯ แจง สส. ห่อ อาหาร กลับบ้าน ได้ ไม่ผิด หลังเกิดดราม่า ‘หมิว สิริลภัส’ ย้ำ หากเหลือมาก ใส่ห่อฝากเพื่อน-ญาติ-ทีมงานได้ เพื่อไม่ให้เหนื่อย ขนไปบริจาคตามที่ต่างๆ

จากประเด็นดราม่า เมื่อมี สส.ท่านหนึ่ง แอบถ่ายภาพ “หมิว สิริลภัส” น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ขณะกำลังตักอาหาร ห้องอาหารรัฐสภา กลับบ้าน และแขวนประจานว่า “พบเห็นอดีตดาราสาว ลักลอบนำอาหารสภากลับบ้าน” ทำให้เจ้าตัว ต้องออกมาชี้แจง ยืนยันเป็นการใช้สิทธิ์ที่มี ขณะที่ล่าสุด รองประธานสภาฯ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” ยืนยัน ห่ออาหารกลับบ้านได้ไม่ผิด

ดราม่า สส.ก้าวไกล หมิว สิริลภัส ห่ออาหารกลับบ้านดราม่า สส.ก้าวไกล หมิว สิริลภัส ห่ออาหารกลับบ้าน

นายประเสริฐพงศ์ ศรนุวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้หารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงถึงกติกาการใช้ห้องอาหาร สส.กรณี สส. พรรคก้าวไกล “หมิว สิริลภัส” ถูก สส.ชาย จากพรรคการเมืองหนึ่ง แอบถ่ายภาพ ไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย จึงขอให้ประธาน กำชับต่อที่ประชุมด้วย

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานการประชุม ชี้แจง ว่า สส.สามารถนำอาหารกลับบ้านหลังเลิกประชุมได้ และปัจจุบันยังมีห้องทำงานส่วนตัว ซึ่งอาจมีผู้ช่วย สส., ผู้ติดตาม สส., ก็สามารถให้ผู้ช่วย หรือผู้ติดตาม นำอาหารไปให้ สส.ที่ห้องได้ หรือ สส.จะนำอาหารไปให้ทีมงานรับประทานได้เช่นกัน

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ

ทั้งนี้ หากปิดประชุมแล้ว อาหารยังเหลือเยอะ ซึ่งปกติเจ้าหน้าที่ ก็จะนำไปบริจาคตามหน่วยงานต่างๆ ซึ่งบริจาคเท่าไรก็เหลือ จนเน่า รับประทานไม่ทัน ไม่มีที่เก็บ จึงคิดว่า ไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้นำอาหารกลับบ้าน และจากนี้ไป หากตอนเย็นอาหารเหลือ เจ้าหน้าที่จะนำใส่ถุงให้ สส. และข้าราชการรัฐสภา นำกลับไปรับประทานที่บ้านได้ เพื่อไม่ให้เหลือทิ้ง เพราะหากจะนำไปบริจาค ก็เหนื่อยที่จะใช้คน หรือรถ ขนไปที่ต่างๆ ดังนั้น หากเหลือก็สามารถใส่ถุงให้ สส. หรือเจ้าหน้าที่ นำกลับบ้านได้ และหาก สส.มีญาติ มีเพื่อน มีทีมงานอยู่ในห้องทำงาน ก็สามารถนำไปเผื่อได้

                ดราม่า สส.ก้าวไกล หมิว สิริลภัส ห่ออาหารกลับบ้านดราม่า สส.ก้าวไกล หมิว สิริลภัส ห่ออาหารกลับบ้าน

นอกจากนี้ กรณีปัญหาที่จอดรถ สส. ที่มีการร้องเรียนว่า มีการจอดรถซ้อนคัน ไม่จอดรถเข้าที่จอด รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานการประชุม ชี้แจงว่า ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (8 ส.ค. 2566) เป็นต้นไป สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะจัดระเบียบลานจอดรถ ให้ สส.จอดรถตามช่องจอดรถของตนเอง ซึ่งจะมี 535 ช่อง และหากมีผู้อื่นมาจอดในช่องของ สส.คนอื่น ก็จะถูกล็อกล้อ และห้าม สส.จอดซ้อนคัน 

ขึ้น ‘เงินเดือน’ ‘กำนัน’ – ‘ผู้ใหญ่บ้าน’ มีผล 1 ตุลาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557965

07 ก.ย. 2566

ขึ้น 'เงินเดือน' 'กำนัน' - 'ผู้ใหญ่บ้าน' มีผล 1 ตุลาคมนี้

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศปรับขึ้น ‘เงินเดือน’ ค่าตอบแทนตำแหน่ง ‘กำนัน’ – ผู้ใหญ่บ้าน’ อีก 2,000 บาท มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 2566 เป็นต้นไป

การปรับเพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทนตำแหน่งไม่เฉพาะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เท่านั้น แต่ยังรวมถึง สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และแพทย์ประจำตำบล ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2566 เป็นผลงานของ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เวปไซด์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศปรับเพิ่มค่าตอบแทน เงินเดือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯ มีผล วันที่ 1 ตุลาคม 2566  ทำให้ค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งตามประกาศ สำหรับตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพิ่มขึ้น 2,000 บาท สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพิ่มขึ้น 1,000 บาท  จากอัตราเงินตอบแทน ที่กฎหมายกำหนด 

อัตราเงินตอบแทนตำแหน่ง (เดิม) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯอัตราเงินตอบแทนตำแหน่ง (เดิม) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯ

ส่วนการเลื่อนขั้นเงินเดือนเงินตอบแทน ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนันผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ้ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ในรอบปีงบประมาณหนึ่ง ๆจะเลื่อนได้ไม่เกินสองขั้น โดยมีเงินตอบแทนตำแหน่งขั้นละสามร้อยบาท และให้ได้รับการเลื่อนสองขั้นติดต่อกันไม่เกินสองครั้ง

โดยการเลื่อนขั้นเงินตอบแทนจะต้องจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

‘ก้าวไกล’ ข้องใจ ‘เงินดิจิทัล 10,000’ คำว่า ‘blockchain’ หายไปไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557947

06 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' ข้องใจ 'เงินดิจิทัล 10,000' คำว่า 'blockchain' หายไปไหน

‘ก้าวไกล’ อ่านตัวแถลงนโยบาย ‘เงินดิจิทัล 10,000’ งง คำว่า blockchain หายไปไหน เตรียมจี้และตรวจสอบแหล่งที่มาเงิน มอง ปชช. อาจเสียผลประโยชน์ 100 บาท ไม่เท่า 100 เหรียญ

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ นโบาย “เงินดิจิทัล 10,000” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในตัวแถลงนโยบายดังกล่าว เท่าที่เห็นนั้น ยังไม่มีรายละเอียดอะไรมากมาย แต่มีข้อสังเกตคือ คำว่า blockchain หายไปแล้ว ก็สอดคล้องกับที่กระทรวงการคลังมีแหล่งข่าวเปิดเผยออกมาว่า อาจจะไม่ได้ทำ blockchain แล้ว 
 

เรื่องสำคัญที่สุดของตัว “ดิจิทัลวอลเล็ต” คือ แหล่งที่มาของเงิน จะเอาเงินมาจากไหน เพราะลำพังจะจัดการตัวงบประมาณอาจจะทำไม่ได้ ไม่สามารถที่จะหาเงินสดในระยะเวลาสั้นๆไม่เกิน 2 ไตรมาสแรก ให้มาได้จำนวน 560,000 ล้านบาท แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นแหล่งเงินที่มาอื่นๆ ก็ต้องเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลต้องมาสอบถามรัฐบาลเช่นเดียวกันว่า จะเอาเงินมาจากไหน จะกลายเป็นภาระทางการค้า หนี้สาธารณะ หรือไม่ 
 

น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า หากทำได้ แล้วเงิน 1 บาทในดิจิทัลวอลเล็ต อาจจะไม่เท่ากับ 1 บาทในชีวิตจริง นั่นคือ ผลเสียที่มันจะเกิดขึ้นกับประชาชน ถ้าเอาไปแลกคืนไม่ได้ทันทีหรือหาแหล่งเงินไม่ได้มาทั้ง 560,000 ล้านบาท ร้านค้าอาจจะคิดว่า หากเอาไปแลกลำบาก ไม่รู้ว่าจะแลกได้เมื่อไหร่ เป็นต้น ประชาชนอาจจะต้องเสียผลประโยชน์ 10,000 บาทที่รัฐบาลเตรียมไว้ในกระเป๋าตังค์ของเรา เช่น ใช้ไม่หมด หรือ สมมุติจ่ายเป็นเงินบาท จ่ายแค่ 100 แต่ถ้าเป็นเหรียญดิจิทัล อาจจะเสีย 150 เหรียญ ก็จะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประชาชนโดยตรง