ครั้งแรก ‘อนุทิน’ พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม ‘กำนันนก’ ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558072

08 ก.ย. 2566

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ รมว.มหาดไทย พบปะผู้ว่าฯ ทั่วประเทศครั้งแรก เผย เร่งหารือกรณี ‘กำนันนก’ ย้ำพ่อเมืองปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ตั้งคำถามปล่อยให้คนแบบนี้เป็นผู้นำประชาชนได้ไง จากนี้ เข้มสอบประวัติ-พฤติกรรม

วันที่ 8 ก.ย. 2566 ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร (กทม.)นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมว.มท.) พบผู้ว่าฯทั่วประเทศ แต่ในช่วงหนึ่ง ระบุถึงกรณีนายธนัญชัย หมั่นมาก ลูกน้องคนสนิทของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ “กำนันนก” ใช้อาวุธปืน ยิงตำรวจทางหลวงเสียชีวิตว่า เป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทย(มท.)ที่จะต้องระดมสมองร่วมกันหารือ ที่จะไม่ให้ระบบเหล่านี้มาทำลายชีวิต ทำลายความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ลูกน้องของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งถือปืนเข้ามาสังหารประชาชน หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รัฐ

รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พบผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ครั้งแรกหลังพิธีถวายสัตย์ฯรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พบผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ครั้งแรกหลังพิธีถวายสัตย์ฯ

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

“โดยความเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ความเป็นพ่อเมืองของทุกคน ปล่อยให้เกิดเรื่องนี้แบบนี้ไม่ได้ และต้องลงไปตรวจสอบว่า คนแบบนี้เป็นกำนัน เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำชุมชนได้อย่างไร และหากประชาชนต้องตามคนเหล่านี้ประเทศจะเป็นอย่างไร”

หลังจากนี้จะต้องมีการขึ้นบัญชี สอบประวัติ และพฤติกรรม หากพบมีพฤติกรรมเช่นนี้ คงมาเป็นผู้นำมวลชนไม่ได้ และมีที่เดียวที่จะอยู่ ซึ่งสมัยก่อนสังกัดกระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม ให้ส่งไปปลายทางนั้นที่น่าจะยินดีรับคนเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ พบปะผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย หลังจากเมื่อวานนี้ได้เข้ากระทรวงมหาดไทยเป็นวันแรก (ขาด นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่กับนายกรัฐมนตรี)

นายอนุทิน กล่าวบนเวทีว่า ถือเป็นโอกาสอันดี เป็นจังหวะที่ดี ที่ตนและรัฐมนตรีช่วย มีโอกาสได้มาพบกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย พร้อมกล่าวขอบคุณผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยทุกคน ที่ได้ให้การต้อนรับอย่างความอบอุ่น และมีไมตรีจิตที่จะทำงานร่วมกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

สำหรับตนเป็นคนนอกกระทรวงมาก่อน มองว่า กระทรวงมหาดไทยถือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนตั้งแต่เกิดเจริญเติบโต สูงวัย สูงอายุ จนสิ้นอายุขัย ทุกอย่างมีความเกี่ยวพันต่อเนื่อง ภารกิจของกระทรวงมหาดไทยจึงแทบจะครอบจักรวาล แต่จะจัดลำดับความสำคัญอย่างไรให้ถูกแปรไปให้เกิดคุณประโยชน์กับประชาชน

นายอนุทิน ยังเน้นย้ำว่า ภารกิจของตัวเอง คือการถวายความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนไทยทุกคน นี่คือวาระสำคัญของการเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ของตนและทีมงาน เพราะฉะนั้นเมื่อใดที่อธิบดี หรือผู้ว่าฯ ได้รับภารกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบัน เราต้องถวายงาน ไม่ต้องมาถามตน ทำไปเลยทำอย่างทุ่มเทที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้บังเกิดผลงาน บังเกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศกับประชาชน ถัดไปคือการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ไม่ใช่แค่กับคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเป็นประชาชนทุกคน

นายอนุทิน ยังขอเวลาให้ตัวเอง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมช.มท.) ซึ่งจะพยายามเข้ามาจัดลำดับงานเร่งด่วนที่สุด ว่าต้องขับเคลื่อนอย่างไร แต่คิดว่าพื้นฐานก็คงไม่ต่างจากสิ่งที่ตัวเองปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา พร้อมขอความร่วมมืออย่างเต็มที่จากผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทุกคน เพราะมีเป้าหมายคือความสุขของประชาชน ความอยู่ดีกินดี ตนมั่นใจว่าทุกคนมีความยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานให้สอดคล้องก้บยโยบายของผู้ที่เข้ามาบริหาร วันนี้ตนมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ขอให้มั่นใจว่าแม้จะอยู่ต่างพรรคกัน ขับเคี่ยวกันในการหาเสียง แต่ทุกอย่างก็จบแล้วเมื่อมาเป็นคณะรัฐมนตรี ดังนั้นการขับเคลื่อนงานของตน ไม่มีพรรคการเมืองแล้ว มีแต่รัฐบาลโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

ขอผู้ว่าฯ ดูแลนายกฯ-รองนายกฯ

“ขอให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ยึดหลักการทำงาน “ทันโลก ทันสมัย ทันถ่วงที” หากใครมีปัญหาเรื่องเร่งด่วน ขอให้โทรหาผมหรือรัฐมนตรีช่วย ได้ทันที อย่าไลน์มา เพราะบางทีไม่ได้อ่าน ไม่ต้องเกรงใจ เพราะบางทีระบบไลน์ก็ทำให้คนเราขาดปฏิสัมพันธ์ ทั้งนี้ขอให้สบายใจกับการทำงานของผม เพราะเป็นคนติดดิน อยู่ง่ายกินง่าย และจะไม่เป็นภาระกับข้าราชการ”

พร้อมทั้งฝากว่า หากนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดใด ขอให้ผู้ว่าฯ อยู่กับนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีด้วย อย่ามอบหมายคนอื่น และไม่ต้องเป็นห่วงตนว่าจะไม่มีคนดูแล เพราะมีคนอื่นดูแลอยู่แล้ว อยากให้ไปคอยอธิบายหรือชี้แจงกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีมหาดไทย

เป็นคนมหาดไทยเหมือนกันหมด

ขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีใครอยู่สายใคร เป็นคนมหาดไทยเหมือนกันหมด เพราะ 1+1 ต้องเท่ากับ 2 ไม่ใช่ 1+1 เท่ากับ 1 หรือ 0 จึงขอให้ทุกคนสบายใจได้ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซื่อสัตย์สุจริต มีความมั่นคง ใครก็ทำลายความเจริญก้าวหน้าของท่านไม่ได้ และถ้าใครมาพูดเรื่องตำแหน่งหรือผลประโยชน์ ก็อย่าไปเชื่อ ถ้าใครอ้างว่าเป็นตัวแทนของตน ขอให้ถ่ายรูปหรือวีดีโอส่งมา แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งถ้าข้าราชการไม่ได้ทำผิดทำนองคลองธรรม ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกท่านเป็นอันขาด ขอยืนยันตรงนี้ และขอให้วางใจว่า จะไม่มีการรับน้องใดๆ ต่อไปคงได้พบปะกันอีก และคงได้เข้าใจความเป็นตัวตนของตนมากขึ้น ขออย่างเดียวคือ ความร่วมมือ ความจริงใจ อย่ารังแกประชาชน อย่าให้ประชาชนถูกรังแก และกำจัดคนที่ชอบรังแกประชาชน ถ้าเกิดความเป็นธรรม แล้วสิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา และขอให้ทำงานให้สนุก ถึงจะเป็นสุข

พ่อถูกกล่าวขึ้นหน้า1 ตราบาปยังอยู่

ในช่วงท้าย นายอนุทิน ยังกล่าวว่า เมื่อสมัยที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล พ่อของตนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ได้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ก็ถูกตีตราขึ้นหน้า 1 แต่เมื่อแก้ไขชี้แจงได้ ทำให้กลายเป็นสิ่งที่ดี กลับไปถูกนำเสนออยู่หน้า 17 ซึ่งตราบาปก็ยังคงอยู่ อาจจะแกะออกได้หรือแกะไม่ได้เลย

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นตัวแทนมอบดอกไม้แสดงความยินดีนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นตัวแทนมอบดอกไม้แสดงความยินดี

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ
ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

นอกจากนี้ นายอนุทิน นายชาดา และนายทรงศักดิ์ ยังได้เข้าไปทักทาย สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ที่มีการประชุมอยู่ห้องติดกัน โดยนางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นตัวแทนมอบดอกไม้แสดงความยินดี พร้อมกล่าวเป็นกำลังใจให้ เพราะถือว่าแม่บ้านมหาดไทยเสียสละมาทำงานโดยไม่มีเงินเดือน แต่ทำเพื่อบ้านเมือง

อนุทิน ยอมรับอยู่ชมรม กลัวเมีย

นายอนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า ตัวเองอยู่ชมรม “เกลียมัว” (กลัวเมีย) พร้อมเล่าว่า ในงานเลี้ยงหนึ่ง พิธีกรประกาศว่าใครกลัวเมียขึ้นมาบนเวที ตนและคนอื่นๆรีบขึ้นเวทีกันหมด ยกเว้นท่านปลัด (สุทธิพล จุลเจริญ) ที่นั่งคนเดียว จึงถามว่าทำไมท่านปลัดไม่ขึ้นมา ท่านปลัดตอบว่า คุณวันดี (ภรรยา) ยังไม่ได้สั่ง

ยุคนี้ไม่มี มท.1 มีแต่มท.หนู

พร้อมย้ำว่า ยุคนี้อย่างที่บอก “ไม่มีครับ มท.1 มีแต่ มท.หนู มท.ป้อม (ชื่อเล่นทรงศักดิ์) มท.หลา (ชื่อเรียกชาดา) เพราะต้องทำงานด้วยกัน” แล้วก็ทำให้เป้าหมายคือประชาชน พร้อมฝากไว้ 3 คำ ให้กรอกหูสามีทุกวันก่อนนอน “ทันสมัย ทันท่วงที ทันเวลา” ถือเป็นสโลแกนในการทำงานของพวกเราที่เข้ามาทำงานในยุคนี้

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ
ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ
ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

‘ไทยสร้างไทย’ แนะ ‘รัฐบาลไทย’ เร่ง กอบกู้ศักดิ์ศรีประเทศในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558067

08 ก.ย. 2566

'ไทยสร้างไทย' แนะ 'รัฐบาลไทย' เร่ง กอบกู้ศักดิ์ศรีประเทศในอาเซียน

โฆษกไทยสร้างไทย แนะ ‘รัฐบาลไทย’ เร่งกอบกู้ศักดิ์ศรีประเทศ ในอาเซียน ยกระดับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมาร์เป็นตัวกลางเจรจาเพื่อสันติภาพ พร้อมหนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนให้แน่นแฟ้น

น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2566 ภายใต้แนวคิด Asean Matters: Epicentrum of Growth หรือ “อาเซียนเป็นศูนย์กลาง: สรรค์สร้างความเจริญ” วาระสำคัญในการหารือ ครอบคลุมเรื่องวิกฤตเมียนมาร์ ข้อพิพาททะเลจีนใต้ การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนในภูมิภาค และการผลักดันให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางการสร้างความเจริญตามแนวคิดของประธานอาเซียนอินโดนีเซีย

น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทยน.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย

ในโอกาสนี้ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับวิกฤตเมียนมาร์ โดยต้องการให้มีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ และพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกเพื่อให้บรรลุสันติภาพและสร้างความเจริญในกับอาเซียนและที่อื่นๆ บนโลก ซึ่งน.ส.ธิดารัตน์ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าผู้นำคนใหม่ของกัมพูชาได้ใช้โอกาสบนเวทีอาเซียนแสดงจุดยืนด้านต่างประเทศ จึงอยากให้รัฐบาลไทยกอบกู้ศักดิ์ศรีประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศด้วย โดยเฉพาะวิกฤตในภูมิภาค

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาร์และได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้น จึงควรยกระดับบทบาทด้วยการผลักดันให้เกิดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมาร์โดยเร็ว และเสนอเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อสันติภาพ เน้นการเปิดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีมีส่วนร่วม เพื่อเร่งให้เมียนมาร์ปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อให้ได้สำเร็จ และพลิกฟื้นภาพลักษณ์ด้านต่างประเทศของไทยในกลับมาน่าเชื่อถือ เป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล เพื่อสร้างการยอมรับในหมู่ประชาคมโลก

การประชุมครั้งนี้ยังมีนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศรัสเซีย และผู้นำจากประเทศพันธมิตรอื่นๆ เข้าร่วมด้วย ถือเป็นบททดสอบสำคัญของอาเซียนในการดำรงความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจอย่างสมดุลทุกฝ่าย 

แม้อาเซียนจะเผชิญความตึงเครียด โดยเฉพาะทางการค้าและเทคโนโลยี เนื่องจากความพยายามเข้ามามีอิทธิพลเหนือทะเลจีนใต้ของจีน ประธานอาเซียนจึงเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการลดความขัดแย้ง เนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นย่อมสั่นคลอนสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคนี้

สำหรับประเทศไทย นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุม เนื่องจากติดภารกิจนำคณะรัฐมนตรี(ครม.)เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ และได้มอบหมายให้นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมแทน โดยเน้นย้ำจุดยืนการรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน หรือ ASEAN Centrality และจะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างสร้างสรรค์บนหลัก ASEAN Outlook on the Indo-Pacific (AOIP) โดยใช้เวทีอาเซียนนำ อีกทั้งยังตอกย้ำบทบาทของอาเซียนในการแก้ไขสถานการณ์เมียนมาร์ โดยเฉพาะการผลักดันการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆ

นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังพร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการรวมตัวทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น ทันสมัย และยั่งยืน ผ่านแนวคิด ASEAN green agenda ตลอดจนสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้ประชาชน รวมทั้งส่งเสริมสันติภาพของโลกผ่านเวทีอาเซียน เร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาภูมิภาคอาเซียนให้เป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ตามสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลงนามที่กรุงเทพหหานคร เมื่อปี 2538

จุรินทร์ ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ อภิปราย นโยบายรัฐบาล คุ้มค่าแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558063

08 ก.ย. 2566

จุรินทร์  ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ อภิปราย นโยบายรัฐบาล คุ้มค่าแน่

จุรินทร์ ชี้นโยบายรัฐบาล ยังคลุมเครือ ไม่ตรงปก ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ ได้เวลา 2 ชม.15 นาที อภิปรายนโยบายรัฐบาล ยืนยัน ทำหน้าเกิดประโยชน์สูงสุด ไร้ปัญหาทำงานฝ่ายค้าน ร่วม ‘ก้าวไกล’

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผย ถึงแนวทางในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล วันที่ 11-12 ก.ย.นี้ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะอภิปรายทั้ง 3 ด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งอยู่ในนโยบายที่รัฐบาลจะแถลง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

15 สส.ประชาธิปัตย์พร้อมอภิปรายฯ

โดยขณะนี้มี สส. มีความจำนง 15 คน ซึ่งตนจะเป็นคนอภิปราย คนแรกของพรรคประชาธิปัตย์ ถัดจาก พรรคก้าวไกล และมีนายชวน หลีกภัย และ สส. ใหม่อีกหลายคน 

ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้เต็มที่ในการตรวจสอบนโยบาย อย่าง สร้างสรค์ ตรงไปตรงมา พร้อมเสนอแนะ และจะตั้งคำถามแทนประชาชนในเรื่องที่ไม่ชัดเจน เพราะต้องยอมรับว่า มีหลายเรื่องที่ยังคลุมเครืออยู่บ้าง หรือไม่ตรงปก อย่างที่วิจารณ์กัน บางเรื่องที่พูดไว้ตอนหาเสียงก็ไม่มี แต่รายละเอียดขอไปพูดในการอภิปรายฯ

พร้อมย้ำว่า จะเป็นการอภิปรายฯแบบไม่มีอคติและ เป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เวลาในการอภิปรายฯ ทั้งหมด 2 ชั่วโมง 15 นาที แม้จะเป็นข้อจำกัด แต่จะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ที่สุด

ส่วนการอภิปรายฯ ของ สส.ในพรรคตะเป็นไปมนทิศทางเดียวกันหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ 16 สส. มีท่าทีสนับสนุนพรรคเพื่อไทย นายจุรินทร์ กล่าวว่า การลงมติสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้น ไม่ได้แปลว่าสนับสนุน รัฐบาล ซึ่งจากนี้ไปพรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในทิศทางเดียวกัน ย้ำ ว่าจะทำหน้าที่เต็มความสามารถ เพราะพรรคฝ่ายค้านก็ถือว่าเป็นฝ่ายค้านของประชาชน เพราะมาตากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นเดียวกัน

ประชาธิปัตย์ จะอภิปรายฯคุ้มค่าเวลา 2ชม.15 นาที

สำหรับการทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกล นั้น ก็ ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อไม่เป็นรัฐบาลก็ต้องมาทำหน้ามีร่วมกันในการเป็นฝ่ายค้าย แต่ขอย้ำว่า อะไรที่ต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังคงจุดยืนในความแตกต่างนั้น เช่น การ ไม่แตะ ม.112 แต่อะไรที่ต้องทำหน้าที่ร่วมกันในการตรวจสอบรัฐบาลก็ทำงานร่วมกันได้ ไม่มีมีปัญหา เชื่อว่า ก้าวไกลคิดเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามขณะนี้ ยังไม่ถึงขั้นแชร์ข้อมูลกัน แต่มีการตกลงเรื่องเวลากัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์อยากได้ 3 ชม เนื่องจากฝ่ายค้านได้เวลาในการอภิปรายทั้งหมด 14 ชม แต่ได้มา 2 ชั่วโมง 15 นาที ก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพราะเสียง สส. ไม่มากนัก และไม่ขัดข้องหมองใจอะไร

จุรินทร์  ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ อภิปราย นโยบายรัฐบาล คุ้มค่าแน่

‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558055

08 ก.ย. 2566

‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”

นพ.เชิดชัย บอกโล่งใจ ตั้งรัฐบาลประชาชนสำเร็จ เชื่อมั่น ‘เศรษฐา’ จะแก้วิกฤติประเทศได้ ขณะที่ ‘นายกฯ’ ลุยอีสาน พบชาวขอนแก่น ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง ท่ามกลางการต้อนแสนอบอุ่นของสมาคมสตรีผูกผ้าขาวม้ารอบเอว-รอบคอ พร้อมตะโกน“นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”

เมื่อวันที่  8 ก.ย. 2566 ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช ว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่พบปะประชาชน ติดตามสถานการณ์เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ สักการะสิ่งศักดิ์ ศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่นนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ สักการะสิ่งศักดิ์ ศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น

‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”
‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”
‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”

โดยในช่วงเช้าวันนี้ 08.15น. นายเศรษฐา พร้อมคณะ ได้เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์ ศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และตัวแทนส่วนราชการ ตลอดจนผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น รวมถึงสมาคมสตรีชาวอีสาน 20 จังหวัด ที่สวมเสื้อแดงมารอให้การต้อนรับนายเศรษฐา 

ประชาชนที่มาต้อนรับนายกฯ ผูกผ้าขาวม้ารอบเอว-รอบคอ ประชาชนที่มาต้อนรับนายกฯ ผูกผ้าขาวม้ารอบเอว-รอบคอ

‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”
‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”

ทันทีที่นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึง ได้นำผ้าข้าวม้ามาผูกเอวและคล้องคอของนายกรัฐมนตรีจำนวนหลายผืน พร้อมมอบพวงมาลัย และเข้าไปกอดให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งตะโกนว่า “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”

จากนั้นนายเศรษฐา พร้อมคณะเดินทางไปเยี่ยมชมเขื่อนอุบลรัตน์ และพบปะประชาชนที่อยู่ทั้งในพื้นที่ชลประทานและในพื้นที่นอกชลประทาน เพื่อพูดคุยประเด็นปัญหาภัยแล้ง ผลกระทบจากเอลนีโญ่ พื้นที่ทำกิน และการบริหารจัดการน้ำ ส่วนราชการถึงสถานการณ์น้ำและมาตรการรับมือภัยแล้ง หลังพบว่าปริมาณน้ำในเขื่อนของปีนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึงครึ่งหนึ่ง

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีตแกนนำ นปช.ภาคอีสาน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีการจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนได้สำเร็จ เพราะก่อนหน้านี้ทุกคนรู้สึกว้าวุ่น เพราะกลัวจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่ตอนนี้ประชาชนรู้สึกโล่งใจ ถือเป็นเรื่องที่ดี เชื่อว่าปัญหาของประเทศถึงเวลาสิ้นสุด วันนี้เป็นการสอนประชาชนไปในตัวว่า เราต้องอดทนจึงจะได้ประชาธิปไตย ทั้งนี้รูปร่างน่าตาของรัฐบาลค่อนข้างพอใจ แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลลูกผสม แต่เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าให้ได้ ต้องให้เวลารัฐบาลได้ทำงาน 

นายกฯ โบกมือทักทายประชาชนที่มาต้อนรับนายกฯ โบกมือทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ

‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”
‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”

“คาดว่าประมาณ 6 เดือนก็จะเห็นว่าใครเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เชื่อมั่นในตัวนายกฯ เศรษฐา มั่นใจว่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศใน 3 ด้านได้ คือ เศรษฐกิจ การเมือง และความแตกแยกทางการเมือง ซึ่งขอให้กำลังใจว่าขอให้ “ขยัน ขยัน ขยัน” และทำงานให้เยอะๆ”อดีตแกนนำ นปช.ภาคอีสาน กล่าว

‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”
‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”
‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”
‘นายกฯ’ ลุยอีสานดูภัยแล้ง-ปชช.เชียร์ “นายกฯเศรษฐาจะพาประชาชนเป็นเศรษฐี”

กฤศเมธ โลโห ผู้สื่อข่าว จ.ขอนแก่น

เหมาะสมหรือไม่ กู้มาแจก ‘เงินดิจิทัล’ ตามนโยบาย ‘หาเสียง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558058

08 ก.ย. 2566

เหมาะสมหรือไม่ กู้มาแจก 'เงินดิจิทัล' ตามนโยบาย 'หาเสียง'

อดีตกรรมาธิการงบประมาณ 2566 ถาม กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจก ‘เงินดิจิทัล’ ตามที่ ‘หาเสียง’ ไว้ แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ย เหมาะสม หรือไม่

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กมธ. งบประมาณ ปี 2566 โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มาตรการกึ่งการคลัง Quasi fiscal policy เป็นคำเท่ใหม่ ๆ ที่รัฐบาลชอบใช้  กรณีที่เงินงบประมาณแผ่นดินไม่พอ  แต่จะกู้อย่างเป็นทางการก็กระดาก  เนื่องจากงบประมาณขาดดุลเยอะแล้ว หากกู้ให้เห็นตัวเลขขาดดุลเยอะขึ้นอีก  

รัฐบาล จึงใช้กลไกทางการเงินการคลังของรัฐ  เช่น ธนาคารของรัฐ  กรุงไทย ออมสิน ธกส. มาจ่ายเงินบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน  โดยรัฐจะตั้งงบประมาณชดใช้พร้อมดอกเบี้ยในภายหลัง ส่วนคำที่ชาวบ้านใช้ คือ การกู้จากรัฐวิสาหกิจ  ประเด็นคือ ถ้ากู้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องที่รัฐบาลไม่ได้เตรียมการก็เป็นสิ่งที่พอมีเหตุผลยอมรับได้ 

แต่หากกู้มาแจกตามนโยบายหาเสียง อย่างกรณีเงินดิจิทัล ให้บุคคลโดยไม่จำแนกว่าเป็นคนมีรายได้เดือนละร้อยล้านหรือไม่กี่พันบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วต้องใช้หนี้คืนพร้อมดอกเบี้ย  เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดว่า เหมาะสมหรือไม่  อยากได้ อยากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องไม่กู้ และไม่แถ ว่าใช้มาตรการกึ่งการคลัง 

สมชัย ระบุอีกว่า ในฐานะที่ศึกษาเรื่องBlockchain มาตั้งแต่ 2560 เห็นว่า มีประโยชน์ในการรักษาความลับ  เช่น เอาไปซื้ออะไร ที่ไหน มีเงินเหลือเท่าไร  แต่ไม่มีประโยชน์ หากมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้จ่าย เงินดิจิทัล เช่น  ต้องซื้อในรัศมี 4 กม.จากที่อยู่ในบัตรประชาชน  เพราะ blockchain ไม่มี GPS

เปิดตัวเลขานุการ รมว.คลังมืองาน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ พรรค ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557140

08 ก.ย. 2566

เปิดตัวเลขานุการ รมว.คลังมืองาน 'ดิจิทัลวอลเล็ต' พรรค 'เพื่อไทย'

เผ่าภูมิ โรจนสกุล มืองาน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’พรรคเพื่อไทย ได้เป็นเลขานุการ รมว.คลัง รอแต่งตั้งในการประชุมครม. 13 ก.ย. นี้

ค่อนข้างแน่นอนแล้ว สำหรับ เผ่าภูมิ โรจนสกุล โฆษกคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ ที่จะได้ตำแหน่งเลขานุการ รมว.คลัง หลังจากมีบทบาทสำคัญ ในการอธิบาย นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ของพรรคตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งจนมาระยะหลังก่อนจัดตั้งรัฐบาล

ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เขาเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ตอบโต้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเด็นปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และความล้มเหลวของ พ.ร.ก. เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ที่เรียกว่า กู้มาแจก เลยไปถึงความล้มเหลวในการบริหารสถานการณ์โควิด-19

เส้นทางการเมือง

เผ่าภูมิ โรจนสกุล อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 89 ของพรรคเพื่อไทย มีประสบการณ์ทำงานที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งว่ากันว่าเป็นคลังสมองของประเทศ

เผ่าภูมิ เข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทยจากการเชิญชวนของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ทำงานด้านการพัฒนา วิจัยและออกแบบนโยบาย ได้เป็น กรรมการและเลขานุการกรรมการนโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย

ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำหน้าที่สื่อสารกับสังคมในประเด็น ดิจิทัลวอลเล็ต หรือ นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท  คนไทยทุกคนที่อายุเกิน 16 ปี จะได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท ผูกกับบัตรประชาชน โอนเข้าอัตโนมัติ เต็มจำนวน งบประมาณทุกบาทใน 560,000 ล้านบาท โอนตรงถึงมือประชาชน ใช้จ่ายได้เต็มจำนวน ไม่มีการหักใดๆ

โดยทำระบบ Blockchain เป็นระบบที่สร้างโดยรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับภาคเอกชน ระบบการเงินที่ทันสมัยนี้จะเป็นสมบัติของประเทศหลังจากโครงการนี้เสร็จสิ้น ทั้งหมดเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาล ไม่ใช่โครงการ ประชานิยม แต่แต่เป็นการสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ  ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงทางการคลัง ทุกบาทที่ใช้ต้องมีผลตอบแทนสูง และย้อนกลับมาเป็นความมั่นคงทางการคลังในระยะยาว
 

ประวัติ เผ่าภูมิ โรจนสกุล
ชื่อเล่น ออฟ
เกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2526 อายุ 40 ปี

การศึกษา

ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

MBA : University of Massachusetts at Boston

MA. Economics : University of Illinois at Chicago

Ph.D. Economics : University of Illinois at Chicago

สองสัปดาห์ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยสำเร็จ เผ่าภูมิ ยังออกมาอรรถาธิบาย เรื่องเดียวกันนี้ และมีชื่ออยู่ในโผครม. เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ถูกถามหาให้มาอธิบายดิจิทัลวอลเล็ต โดยสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด รวมถึง สุทธิชัย หยุ่น ที่เข้าไปคอมเมนต์ ในเฟซบุ๊กของสมบัติ ด้วย

รมว. กลาโหม ฝันค้าง บิ๊กจิ๋ว ออกตัวเรื่องสุขภาพ ไม่สะดวกเจิมเก้าอี้เอาฤกษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558037

07 ก.ย. 2566

รมว. กลาโหม ฝันค้าง บิ๊กจิ๋ว ออกตัวเรื่องสุขภาพ ไม่สะดวกเจิมเก้าอี้เอาฤกษ์

การเข้าพบอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สุทิน คลังแสง เป็นไปอย่างชื่นมื่น “ขงเบ้งแห่งกองทัพ” แสดงความเชื่อมั่นว่า สส. จากเพื่อไทย จะทำหน้าที่บริหารงานกระทรวงได้เป็นอย่างดี เจ้าตัวโอ่นายพลเอก 100 นาย ร่วมเป็นทีมงานสนับสนุน

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ในการเข้าพบ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม    เป็นการมาเยี่ยมเยียนและขอพร  ซึ่ง พล.อ.ชวลิต  ได้ให้กำลังใจและแสดงความยินดีใจที่เห็นตนมาทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ทั้งยังมั่นใจว่าตนจะทำงานได้ ซึ่ง พล.อ.ชวลิต  ได้แนะนำว่าให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำให้ตนมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น และถ้ามีโอกาสจะมาเข้าพบอีก เพื่อพูดคุยเรื่องภายในกองทัพ

ขณะเดียวกันตนได้เชิญ พล.อ.ชวลิต  ไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กระทรวงฯ  เพื่อเป็นการเจิม เพราะพล.อ.ชวลิต  เป็นทหารที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของทหาร เก่งทั้งการเป็น ทหารอาชีพและงานด้านการเมือง มองว่าคือปูชนียบุคคล  น่าจะเป็นสิริมงคล อย่างไรก็ตาม พล.อ.  ชวลิต  ได้ปฏิเสธเรื่องนี้โดยระบุว่ามีข้อจำกัดกับเรื่องสุขภาพ 

นายสุทิน  กล่าวว่า   ขณะนี้มีนายทหารที่จะมาทำงานด้วยเป็นจำนวนมาก โดยได้แบ่งเป็นคณะทำงานและทำตามนโยบาย เช่น คณะทำงานชุดยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คณะทำงานชุดปรับโครงสร้างกำลังพล คณะทำงานทางเทคโนโลยี เป็นเรื่อง ๆ ไป อยู่ระหว่างการจัดคณะทำงานอยู่   มีพลเอกอยู่ประมาณ 100 นาย   รวมทั้งพลโท พลตรี อีก ซึ่งตนก็ไม่หนักใจ เพราะทำงานเป็นระบบ  ผู้ที่ยังอยู่ในราชการก็ทำงานกันไป ส่วนนอกราชการก็ตั้งเป็นทีมงาน 

“ขณะนี้เริ่มปรับตัวการทำงานได้แล้ว และคุ้นชินมากขึ้น แต่อาจต้องใช้เวลา เพราะช่วงนี้ยังไม่ลงตัวแต่เชื่อว่าสัปดาห์หน้าก็จะชัดเจน คนติดตามก็จะน้อยลง ในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยก็ประมาณวันละ 3-4 คน และขณะนี้ได้เปลี่ยนมาใช้รถประจำตำแหน่งแล้ว ” นายสุทิน  ระบุ

‘หมอชัย’ รับถูกทาบนั่ง ‘โฆษกรัฐบาล’ จริง แต่ต้องรอความชัดเจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558017

07 ก.ย. 2566

'หมอชัย' รับถูกทาบนั่ง 'โฆษกรัฐบาล' จริง แต่ต้องรอความชัดเจน

สะพัด ‘หมอชัย’ นสพ.ชัย วัชรงค์ นักวิชาการด้านการเกษตร ติดโผ ‘โฆษกรัฐบาล’ เจ้าตัวยอมรับถูกทาบทามจริง แต่ต้องรอความชัดเจนก่อน แง้ม เท่าที่ทราบ เพื่อไทยพิจารณาบุคลากรที่เหมาะสมอยู่หลายรายชื่อ

มีรายงานข่าว จากพรรคเพื่อไทย (พท.)ว่า ตำแหน่ง “โฆษกรัฐบาล” หรือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังปรากฎชื่อหลายคนทั้งนายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย,นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. และนายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐบาล ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

แต่เวลาต่อมาปรากฏว่า นายธีรัตถ์ รัตนเสวี ได้โพสต์เฟซบุ๊กปฏิเสธ โดยระบุว่า “ไม่รู้เรื่อง ไม่มีการทาบทามใดๆ” ขณะที่นายดนุพร ปุณณกันต์ มีรายงานข่าวว่า ตัองการทำหน้าที่ สส. ขณะที่ล่าสุด มีชื่อ “หมอชัย” หรือ นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ นักวิชาการด้านการเกษตร เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตโฆษกประจำสำนักนายกฯ 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน  2565 พรรคเพื่อไทย เปิดตัว นายสัตวแพทย์ชัย หรือ “หมอชัย” เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ามาช่วยงานนโยบายด้านการเกษตรของพรรค

ขณะที่ นายสัตวแพทย์ชัย (นสพ.ชัย)ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ช่วงก่อนหน้านี้แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ทาบทามตนให้ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจริง เนื่องจากอยู่ในทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย มาตั้งแต่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง2566 จึงมีโอกาสได้พูดคุย ได้สัมผัสกับคนในพรรคและนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

“แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนได้ข้อสรุป อีกทั้ง เท่าที่ทราบพรรคเพื่อไทยก็มีการพิจารณาบุคลากรที่เหมาะสมอยู่หลายรายชื่อ อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสได้ทำหน้าที่นี้จริง ก็คงจะต้องพูดคุยหารือกับนายกฯอีกครั้ง”นสพ.ชัย ระบุ

แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ‘พรรคก้าวไกล’ จัด 30 สส. ลับดาบ รอชำแหละ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558019

07 ก.ย. 2566

แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา  'พรรคก้าวไกล'  จัด  30  สส. ลับดาบ รอชำแหละ

เลขาธิการ “พรรคก้าวไกล”   ระบุแถลง “นโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา” พรรคฯ ส่งสส.ใหม่ และ สส. เดิม 30 คน อภิปราย เบื้องต้นติง ไม่มีการกำหนดตัวชี้วัด และระยะเวลา ด้านคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า ฝากก้าวไกล ติดตามนโยบายเด็กเล็ก ในนโยบายของรัฐบาล

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เลขาธิการพรรคก้าวไกล    เปิดเผยว่า  ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่าง 11-12 ก.ย.   พรรคก้าวไกล จัด สส.อภิปราย 30 คน ทั้ง สส.ใหม่ อาทิ สส.ภูเก็ต ขอนแก่น  และ สส.กรุงเทพมหานคร รวมถึง สส.เก่าผสมกันไป โดยจะอภิปรายให้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และสวัสดิการ เพื่อตรวจสอบ ตั้งคำถาม และข้อสังเกตว่า นโยบายต่าง ๆ จะสะท้อนเนื้อแท้ของรัฐบาล 

ยอมรับว่า เนื้อหาในร่าง “นโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา”   คลุมเครือ ค่อนข้างผิดหวัง และยังไม่ชัดเจนว่า จะเป็นความหวังได้หรือไม่ และจะดำเนินการให้บรรลุได้อย่างไร เพราะไม่มีการกำหนดตัวชี้วัด และระยะเวลา   ส่วนนโยบายรัฐบาลจะสร้างความสมานฉันท์ตามเป้าหมายการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ได้หรือไม่นั้น  ยังไม่แน่ใจว่า คือการปรองดองสลายขั้ว หรือเป็นการจับขั้วกันใหม่ แต่ลักษณะทางการเมืองดังกล่าว ได้สะท้อนผ่านนโยบาย ที่ยังมีความคลุมเครือ และเกรงอกเกรงใจ จึงจะต้องรอดูในทางปฏิบัติว่าจะเป็นอย่างไร

นายชัยธวัช   กล่าวว่า  ได้รับหนังสือจากนางสุนีย์ ไชยรส คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า เพื่อให้พรรคก้าวไกล ติดตามนโยบายเด็กเล็ก ในนโยบายของรัฐบาล หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือถึงพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว ทั้งเงินสวัสดิการเด็กถ้วนหน้า ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ถึง 6 ปี, การจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กให้เพียงพอสำหรับผู้ปกครอง ที่มีภาระงาน โดยควรเพิ่มงบประมาณ และอัตรากำลังแก่ท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการดูแลเด็กเล็ก ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ขวบ มากขึ้น 

”  พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว ซึ่งในร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ก็ยอมรับว่า ประเทศไทยเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยแล้ว จึงจะต้องหาวิธีไม่ให้คนวัยทำงาน ต้องแบกรับภาระดูแลพ่อแม่ และบุตรมากขึ้น ดังนั้น จึงจำเป็นที่รัฐบาล จะต้องออกแบบนโยบายลดภาระการมีบุตร เพื่อกระตุ้นให้คนมีบุตรมากขึ้น สามารถรับภาระทางเศรษฐกิจได้ พรรคจึงสนับสนุนสวัสดิการถ้วนหน้ามาโดยตลอด โดยไม่ต้องคัดกรองความจน ทั้งแม่ และเด็กเล็ก และไม่ควรผลักภาระไปให้เฉพาะครอบครัว แต่รัฐบาลควรมีส่วนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยพรรคก้าวไกล จะอภิปรายในนโยบายดังกล่าวของรัฐบาล และติดตามการทำหน้าที่รัฐบาลในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุกต่อไป”  นายชัยธวัช  ระบุ 

น.ส. ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า  รู้สึกผิดหวัง ที่นโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ และหลงลืมกลุ่มเยาวชน และผู้เป็นแม่ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต   ซึ่งประเทศไทยมีอัตราการเกิดพลเมืองใหม่ต่ำ ซึ่งจะส่งผลต่อภาคแรงงานในอนาคตด้วย ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจ จึงจะต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเด็กควบคู่กันไปด้วย

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558003

07 ก.ย. 2566

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

‘อนุทิน’ มท.1 ลั่น “มหาดไทยยุคผม ไม่มีคำว่าท่าน หรือคำว่านาย มีแต่พี่น้อง” แบ่งงานรอหลังแถลงนโยบายรัฐบาล แต่ รมช.มท.ทุกคนต้องประสานกัน ย้ำไม่มีซื้อขายตำแหน่ง ขอ ปลัดมท.-ผู้ว่าฯ รับมือ เงินดิจิทัล 10,000 บาท เตรียมหารือปมกำนันกร่าง ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2566  ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมว.มท.) หรือ ‘มท.1’ แถลงภายหลังเดินทางเข้ากระทรวงฯ เป็นวันแรก ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะแถลงนโยบายวันที่ 11 กันยายน ทุกคนก็ต้องเตรียมข้อมูลทั้งหลายในการสนับสนุนตอบคำถาม ตอบข้อชี้แจงในกรณีที่สมาชิกสภามีข้อสงสัยซึ่งเราจะใช้เวลา 3-4 วัน ในการทำความคุ้นเคยกับงานในหน้าที่

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการได้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่หลังวันแถลงนโยบายเป็นต้นไป สำหรับวันนี้ถือว่าเข้ามาทำความรู้จักกับพี่น้องข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแนะนำตัวเอง โดยตนถือว่าโชคดีมีทีมงานรัฐมนตรีช่วยที่คุ้นเคยกับประชาชน และเป็น สส.ทุกคน จึงคิดว่ายุคนี้กระทรวงมหาดไทยต้องเป็นยุคที่รัฐมนตรีเข้าใจวิถีชีวิต คุณภาพชีวิตของประชาชน และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนมีการยกระดับขึ้นมาในทุกมิติ ถือว่ามีรัฐมนตรีที่มาจากพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องเข้าถึงได้ ต้องไปลงหน้างาน

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

ดังนั้นอาจจะไม่ได้พบกันที่นี่มากนัก เพราะต้องไปทำงานในพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และด้วยการสนับสนุนของ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล รู้จักกันมาเป็น 10 ปี ถือว่าโชคดีที่ได้ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่มีความคุ้นเคยตั้งแต่สมัยที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของตนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยในช่วงปี 2552-2554 ก็เป็นทีมงานเดียวกันหมด

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

“ดังนั้นในยุคที่ผมอยู่ที่นี่ จะไม่มีคำว่าท่าน หรือคำว่านาย มีแต่พี่น้องข้าราชการ และทำงานด้วยกัน ด้วยเป้าหมายเดียวกัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และประชาชนต้องอุดมสมบูรณ์พูนสุขกันทั่วหน้า”

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

ส่วนการแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีช่วยนั้น นายอนุทิน บอกว่า ตนยังไม่ได้เข้าห้องทำงาน หรือบรรยายสรุปหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งคำว่าการแบ่งงาน ตนคิดว่าทุกคนเป็นรัฐมนตรีกันหมด ต้องช่วยกันทำงาน การแบ่งงานตามความรับผิดชอบตามสายงาน แต่เราจะร่วมกันทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีสายไหน อีกทั้งการแบ่งงานต้องรอแถลงนโยบายให้เรียบร้อย แต่สไตล์การทำงานของตน แม้จะแบ่งงานในเอกสารแล้ว แต่เราทำงานด้วยกัน เป็นพี่น้องกัน เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน มั่นใจว่าไม่มีปัญหา

ทั้งนี้ นายอนุทิน ระบุว่า งานที่กระทรวงมหาดไทยท้าทายทุกงาน เรื่องการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน ไม่มีขีดจำกัดอยู่แล้ว และตนไม่ต้องการบำบัดทุกข์ทั้งวัน ทั้งคืน คงทำไม่ได้ แต่ต้องทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างเป็นเรื่องเร่งด่วน มีทั้งควิกวิน มีทั้งซอฟพาวเวอร์ มีทุกอย่างที่ทำให้ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น ตนเคยมาจากกระทรวงสาธารณสุข ดูเรื่องคุณภาพชีวิตคน ก็มั่นใจว่าจะประสานงานได้อย่างต่อเนื่อง

ขอปลัดมท.-ผู้ว่าฯ รับมือ เงินดิจิทัล10,000 บาท

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เดี๋ยวนายกฯ มีนโยบายดิจิทัลวอเล็ต 10,000 บาท ให้ ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอย ก็เป็นเงิน หมุนเวียนในประเทศ ก็ต้องขอความร่วมมือปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ผู้ว่า ฯทุกจังหวัด จัดเตรียมเรื่องสินค้า พัฒนาฝีมือสินค้าเพื่อนำมาขาย ถือคติว่า ใช้เงินไทยซื้อของไทย ไทยทำไทยใช้ ผลิตโดยคนไทย เป็นเงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นเม็ดเงินมหาศาลในระบบของเรา ทำให้ระบบเศรษฐกิจของเรามีเงินหมุนเวียน ทุกคนได้รับเงินทั้งหมด จากนโยบายของนายกฯ

เมื่อถามถึงคำแถลงการณ์ มีการเขียนถึงการฟื้นผู้ว่าฯ ซีอีโอ นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า โดยนัยยะในทางปฏิบัติเราก็รับทราบอยู่แล้วว่า ผู้ว่าฯเป็นผู้ว่าฯซีอีโอ หน่วยงานในจังหวัดก็ขึ้นอยู่กับผู้ว่าฯ ยกตัวอย่าง แม้แต่การโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาล ก็ต้องขอผู้ว่าฯ อยู่แล้ว การทำงานทุกอย่างต้องผ่านการกำกับดูแลของผู้ว่าฯ พวกเราทุกคนก็พร้อมทำงานร่วมกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทุกคน ใครมีดีตรงไหนก็เอาความสามารถตรงนั้นมา เพื่อประโยชน์สูงสุด

เมื่อถามว่า สิ่งที่นายกฯ บอกว่าในรัฐบาลนี้ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง จะรวมถึงกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันต้องไม่มีอยู่แล้ว ต้องไม่เกิดขึ้น ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นายกฯ ได้เน้นย้ำเป็นเรื่องสำคัญแรกๆ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ตนก็มั่นใจว่าจะตรงกับความตั้งใจและเจตนารมย์ของรัฐมนตรีทุกคน โดยเฉพาะตน

เมื่อถามว่า นายชวรัตน์ ผู้เป็นพ่อ ได้ให้คำแนะนำในการทำงานกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรุ่นพี่รัฐมนตรีอย่างไร/ นายอนุทิน บอกว่า หลังเสร็จภารกิจแล้ว ตนจะไปกราบท่าน

เมื่อถามถึงกรณีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการกร่างวิ่งซื้อขายตำแหน่ง ล่าสุดมีการก่อเหตุยิงตำรวจจนเสียชีวิต นายอนุทิน กล่าวว่า พวกเราจะหารือกันเรื่องนี้ การทำงานของตนต้องเชื่อมั่นในหัวหน้าส่วนราชการ ไม่ว่าจะทำงานที่กระทรวงไหนก็ตาม โดยปลัดกระทรวงจะต้องเป็นผู้ที่นำนโยบายไปปฏิบัติ เราไม่ก้าวก่ายอยู่แล้ว มีปัญหาอะไร ก็โทรหารือปลัดกระทรวง หรือโทรหารัฐมนตรีช่วย ทุกอย่างจะได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องห่วงตรงนี้ พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ผมสั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน จึงขอให้ทุกคนมั่นใจ”

เมื่อถามถึงนโยบายรถไฟฟ้าสายสีเขียว นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ใจเย็นๆ ขอให้ทำงานก่อน ยังไม่ได้เจอผู้ว่าฯ กทม. เลย จากนี้ก็คงมีการนำเรื่องมาศึกษา ไม่ต้องห่วง ถ้าเรื่องใดมีความถูกต้องก็ต้องได้รับการแก้ไข ตนมั่นใจว่าในยุคนี้การกลั่นแกล้ง การไม่ได้รับความเป็นธรรม บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนทุกคน ไม่ว่านิติบุคคล หรือประชาชนทั่วไป แต่หากมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ก็ต้องเจอกัน

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ

เมื่อถามถึงนโยบายกัญชาทางการแพทย์ นายอนุทิน บอกว่า มันก็มีหลายนโยบายที่เป็นไปตามกฏหมาย ขอให้ดูในการแถลงนโยบาย

‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ
‘อนุทิน’ ลั่น ‘มหาดไทยยุคผม มีแต่พี่น้อง’-รุกหารือปมกำนัน ‘ยิงตำรวจ’ ดับ