‘สาธิต’ อัด ‘ก้าวไกล’ เล่นการเมืองเก่าหาเสียงให้ร้าย โชคดีที่ไม่ได้เป็น รบ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558174

09 ก.ย. 2566

‘สาธิต’ อัด ‘ก้าวไกล’ เล่นการเมืองเก่าหาเสียงให้ร้าย โชคดีที่ไม่ได้เป็น รบ.

‘สาธิต’ ฉะ ‘ก้าวไกล’ เล่นการเมืองแบบเก่าหาเสียงให้ร้ายคนอื่น มองเป็นความโชคดีของประเทศที่พรรคนี้ไม่ได้เป็นรัฐบาล

 วันที่ 9 ก.ย. นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เขต 3 จังหวัดระยองในช่วงโค้งสุดท้าย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า

“มาหาเสียง หรือมาด่าเอามัน”

คือแทนที่จะมานำเสนอคุณสมบัติผู้สมัครของตัวเอง ดี เด่น มีผลงานอะไรมาและมีความพร้อมที่จะมาเป็นผู้แทนคนระยอง เขต 3 อ.แกลง อ.เขาชะเมา และมีนโยบายพัฒนา แก้ไขปัญหาอะไรอย่างไรให้กับคนระยองเขต 3

แต่ขึ้นเวทีปราศรัย ด่าเอามันอย่างเดียว แขวะไปที่ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล มท.1 บ้าง เล่นคำบอกว่าหมอบัญญัติและร้านกาแฟ โรงเลื่อย ซื้อเสียงโดยพูดลอยๆ ไม่ได้มีหลักฐาน และไม่ยื่น กกต.บ้าง ด่ารัฐบาลที่จัดตั้งมีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีไปแล้วบ้าง

พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ครับ เป็นแบบเก่าสุดๆ ครับ ถือว่ายังโชคดี ที่ไม่ได้ไปเป็นรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี นะครับ ถ้าไปเป็นแล้วเวลาไปเจรจาความเมืองระหว่างประเทศ กับบรรดามหาอำนาจ ผมไม่รู้ว่าประเทศไทยจะมีความเสี่ยงที่จะเสียหายมากน้อยแค่ไหน”

‘สาธิต’ อัด ‘ก้าวไกล’ เล่นการเมืองเก่าหาเสียงให้ร้าย โชคดีที่ไม่ได้เป็น รบ.

‘เศรษฐา’ จ่อดันรถไฟรางคู่เฟส 2 ขอนแก่น-หนองคายเข้า ครม.เผยอบอุ่นพบคนอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558170

09 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ จ่อดันรถไฟรางคู่เฟส 2 ขอนแก่น-หนองคายเข้า ครม.เผยอบอุ่นพบคนอีสาน

‘เศรษฐา’ เตรียมดันรถไฟรางคู่เฟส 2 ขอนแก่น-หนองคายเข้า ครม. พร้อมเร่งเจรจาการค้าขนส่งออกระหว่างประเทศ เผยรู้สึกอบอุ่นหลังลงพื้นที่อีสาน

วันที่ 9 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการลง พื้นที่จังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ว่า ดูเรื่องจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าและศุลกากร เพราะหนองคายเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญที่สุด ปริมาณการค้าระหว่างประเทศที่ผ่านจากประเทศไทยไปลาวและไปประเทศจีนเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศุลกากรการเกษตรและคมนาคม รถไฟรางคู่ที่ต้องมาจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า สะพานมิตรภาพไทยลาวต้องยกระดับรับน้ำหนักมากขึ้น และมีประเด็นอื่นๆ อีกเยอะ ส่วนการพัฒนาสถานีรถไฟนาทาจ.หนองคาย ที่จะเป็นจุดเวียนถ่ายสินค้าคงต้องใช้เวลาพอสมควรในการสร้างพื้นที่ให้เป็นจุดวันสต็อปเซอร์วิสถ่ายสินค้า แต่ตอนนี้เราต้องมีการนับหนึ่งก่อน โดยกลับไปต้องมีการประชุมกันอีกครั้ง โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นโต้โผหลักในการประสานงาน รวมถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมด้วย เพราะถ้าหากเราทำดีแล้วยังติดขัดกับฝ่ายลาวอีกทำให้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ 

สำหรับความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจระหว่างจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอุดรธานีนั้น ทั้งสองจังหวัดถือว่าเป็นพื้นที่ใหญ่ของภาคอีสานตอนบนและเป็นเมืองท่า เพราะมีสนามบิน มีศักยภาพสูงที่จะพัฒนาต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยวหรือภาคอุตสาหกรรมที่จังหวัดอุดรธานีจะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมขึ้นมา มีสินค้าหลายอย่างที่ยังไม่สามารถนำศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งทั้ง 3 วันที่ผ่านมาได้พบปะและรับฟังปัญหาพี่น้องภาคเอกชนและข้าราชการ ซึ่ง 

ส่วนรถไฟรางคู่เฟส 2 จากจังหวัดขอนแก่นมาจังหวัดหนองคายต้องเข้าที่ประชุมครม.หรือสามารถทำต่อไปได้เลย นายเศรษฐา ระบุว่า เข้าใจว่าเข้าครม.อีกครั้งเดียวก็จบแล้ว เพราะงบประมาณมีการกันไว้เรียบร้อยและเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนอีกเรื่องหนึ่ง ใช้เงินไม่มากนักแต่ประโยชน์มหาศาล แต่ก็ต้องทำควบคู่กันไปกับจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า  ทำให้ สะพานมิตรภาพไทยลาวรับน้ำหนักได้มากขึ้น การเจรจากับลาวและต้องมีการทำวันสต็อปเซอร์วิสด้วยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน 

นายเศรษฐา กล่าวว่า แนวทางในการส่งออกสินค้าระหว่างไทย ลาว และจีนมีการรวมหลายภาคส่วนเข้าด้วยกันทั้งการคมนาคมเกี่ยวกับเรื่องรถไฟรางคู่ จุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ต้องมีความทันสมัย และต้องแข่งกับฝ่ายลาวด้วย ซึ่งการเจรจาการค้าระหว่างประเทศการขนถ่ายสินค้าเป็นไปด้วยดี รวมทัังสิ่งก่อสร้างต่างๆ และหวังว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งในปลายเดือนหน้าเพื่อติดตามความคืบหน้า

ส่วนเรื่องงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนมากและเพิ่มมากขึ้นจะทำให้เป็นปัญหาต่อการทำงานหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องงบประมาณไม่อยากให้เป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการกัน ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ประชาชนทุกจังหวัดก็ต้องการการพัฒนาต่อไป เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล กระทรวงทบวงกรมทุกแห่งต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและเรียงลำดับความสำคัญให้ดี ดูเรื่องงบประมาณให้ดี งบประมาณที่อนุมัติไปแล้วก็อย่าให้เพิ่มมากขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการงบประมาณให้อยู่ในกรอบที่สามารถทำได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะมีปัญหาเรื่องวินัยการเงินการคลังอีก เราเองทราบดีและตระหนักถึงว่าประชาชนมีความเดือดร้อนเยอะ ความเดือดร้อนก็ต้องแก้ไขด้วยการมีงบประมาณออกไป 

ถ้าหากการของบของแต่ละหน่วยงานแต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้จะให้การทำงานมีปัญหาหรือไม่นั้น นายเศรษฐากล่าวว่า อะไรที่เหมาะสมเราก็ต้องทำ อะไรไม่เหมาะสมก็ต้องถูกตีกลับไปพิจารณากันใหม่ เพราะหลายกระทรวงก็มีความต้องการกันเยอะ เรื่องบางอย่างไม่ต้องการงบประมาณก็สามารถทำได้ ซึ่งอยากให้รัฐมนตรีหลายท่านโฟกัสที่จุดนี้ด้วยเช่นกัน ในการเปลี่ยนแปลงนโยบาย รวมถึงการแก้กฎกติกา บางอย่างที่ไม่ต้องการงบประมาณก็สามารถทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้ 

ส่วนกังวลหรือไม่เพราะที่ผ่านมาการใช้งบประมาณเกี่ยวข้องกับคะแนนของแต่ละพรรคด้วย นายเศรษฐา กล่าวว่า เรามาทำงานวันนี้เพื่อประชาชน ซึ่งเรื่องความต้องการของประชาชนเป็นเรื่องที่สุด

ส่วนการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่มีการของบประมาณเพิ่มเท่าตัว ซึ่งงานเหลือระยะเวลาอีก 3 ปี จะมีการเพิ่มงบให้หรือไม่และจะบริหารจัดการอย่างไร นายเศรษฐา ระบุว่า เป็นเรื่องที่แปลกใจ แต่การมาอุดรธานีครั้งนี้เป็นการมารับฟังความคืบหน้า ซึ่งเหลือเวลาอีก 3 ปีเราก็ต้องดูให้ดี หากสร้างไม่ทันก็จะเป็นปัญหา ซึ่งการเพิ่มงบประมาณอีก 3,000 ล้านบาท ตนเชื่อว่าทุกคนมีความกังวล แต่ทาง อบจ.บอกแล้วว่าเป็นผู้นำเสนอ และทางนักวิชาการก็ต้องกลับไปช่วยกันดูให้เหมาะสม ลดค่าใช้จ่ายทำให้อยู่ในกรอบงบประมาณที่สามารถทำได้ หาเพิ่มมานิดหน่อยก็น่าจะสามารถพิจารณาได้ แต่สำคัญที่สุดคือจุดเริ่มต้น ที่ต้องเริ่มแล้วไม่เช่นนั้นไม่ทัน และจะเป็นการเสียหน้า ทั้งนี้ หวังว่าอบจ.จะเข้าใจ เพราะทุกภาคส่วนต้องการงบประมาณหมด ซึ่งบางนโยบายก็เป็นเรื่องยาก ตนจึงบอกว่าอยากลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุดเพื่อมารับฟังปัญหา ซึ่งหลายเรื่องยังไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูด 

ส่วนจะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วจะเร่งบริหารจัดการต่อไป นอกจากเรื่องปากท้องแล้ว ปัญหายาเสพติดก็เป็นปัญหาสำคัญของภาคอีสานเช่นกันที่ไม่อยากให้ รัฐบาลเราต้องดูทุกเรื่อง 

นอกจากนี้ นายเศรษฐา กล่าวว่า การลงพื้นที่ภาคอีสานหลังได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรู้สึกอบอุ่นมากกว่าช่วงหาเสียง ดังนั้นหากถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือต้องการให้กำลังใจเชื่อว่าการลงพื้นที่อีสานโดยเฉพาะ3 จังหวัดนี้(ขอนแก่น อุดรธานนี หนองคาย) ทำให้ได้รับกำลังใจกลับไปมากขึ้น

‘บิ๊กทิน’ ผุดไอเดียซื้อปุ๋ยจากจีนแทนเรือดำน้ำจ่อเสนอนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558160

09 ก.ย. 2566

'บิ๊กทิน' ผุดไอเดียซื้อปุ๋ยจากจีนแทนเรือดำน้ำจ่อเสนอนายกฯ

‘บิ๊กทิน’ ผุดไอเดียซื้อปุ๋ยจากจีนแทนเรือดำน้ำช่วยเกษตรกร ย้ำกองทัพไม่ติดใจอะไรเพราะความยากจนถือเป็นภัยความมั่นคง พร้อมเผยปีหน้าแทบไม่ต้องเกณฑ์ทหารแล้ว

วันที่ 9 ก.ย. นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมรับฟังนักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต จัดเวทีนำเสนอและรับฟังรายงาน ในหัวข้อ“ความมั่นคงไทยในระเบียบโลก ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์

โดยนายสุทิน กล่าวว่าตั้งแต่เริ่มต้นรับตำแหน่งนี้ได้เดินสายไปรับฟังข้อมูล ยอมรับหนักใจ เพราะกังวลกับคำนิยามของคำว่า “ความมั่นคง” ระหว่างกระทรวงกลาโหม และมุมมองของสังคม ตรงกันหรือไม่ จึงได้สอบถามสภาความมั่นคง ว่า นิยามของ ”ความมั่นคง” คืออะไร ถ้าคิดตรงกันจะได้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งสภาความมั่นคงบอกว่า ความมั่นคง คือ การขจัดและต่อสู้กับภัยคุกคาม 9 ด้าน ประกอบด้วย ความแตกแยกทางความคิดของสังคม  ความไม่เชื่อมั่นในระบบการเมือง  การขาดความสมดุลของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ภัยพิบัติจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และโรคระบาด ความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้การก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ  แรงงานต่างด้าวและผู้หลบหนีเข้าเมือง  ยาเสพติด  ความยากจนหากกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ ต่อไปนี้ถ้าพูดถึงการรักษาความมั่นคง ก็จะพูดถึงการซื้ออาวุธให้น้อยลง

เมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาเรื่อง “เรือดำน้ำ” ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ที่มาจากพลเรือนว่าจะแก้ไขอย่างไรนั้น ส่วนตัวมองว่า กองทัพเรือต้องไปดูว่าเรือดำน้ำมีความจำเป็นแค่ไหน ถ้ามีอย่างอื่นทดแทนได้จะเอาอะไรทดแทน จะหาทางออกได้ถ้าคิดเรื่องนี้ได้ คิดว่าถ้ารับกันไม่ได้ที่จะเอาเครื่องยนต์จีนมาใส่ รัฐบาลต้องไปช่วยเจรจา ไม่ใช่ปล่อยให้กองทัพเจรจาอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่จบ โดยรัฐมนตรี หรือรัฐบาลอาจจะไปช่วยเจรจากับเยอรมนีให้ขายให้จีน แต่ตรงนี้ยังติดเรื่องภูมิศาสตร์ หรือสงครามแยกขั้วใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเยอรมันนี ที่กำลังรุมเล่นงานจีน ซึ่งตรงนี้อาจจะไม่จบ 

จึงได้คิดแนวทางที่สอง คือ เปลี่ยนจากเรือดำน้ำ เป็นเรือผิวน้ำได้หรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วกองทัพเรือไม่ได้อยากได้เรือดำน้ำ หรือหากเอาเรือผิวน้ำมาทดแทนเรือหลวงสุโขทัยก็เป็นเรื่องดี หรืออาจจะยกเลิกสัญญา เปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นการนำเข้าปุ๋ยจากจีนแทน เมื่อเทียบราคากับเรือดำน้ำ 1 หมื่นล้าน เกษตรกรจะได้ใช้ปุ๋ยราคาถูกลงซึ่งกองทัพก็บอกว่า ยอมรับเรื่องนี้ได้ และไม่ติดใจว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกก็ได้ เพราะความยากจนถือเป็นภัยความมั่นคงอีกเรื่องหนึ่ง โดยเรื่องนี้เป็นแนวทางที่กำลังศึกษาและเตรียมจะเสนอนายกรัฐมนตรีให้พิจารณา

ดังนั้น สาขาวิชาที่เรียน น่าจะเป็นศาสตร์วิชาการ ที่อาจจะไปตอบโจทย์ความมั่นคงทางทหารได้ ถือเป็นการช่วยบุกเบิกให้ทุกคนได้เรียนรู้ ทำให้ตนเองฉุกคิด ว่า การกำหนดนโยบายของสภาความมั่นคง และกระทรวงกลาโหม จะเอาหลักคิดนี้ไปปรับใช้ 

ทั้งนี้ ภายในงานนักศึกษาปริญญาเอก ได้นำเสนอ “ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่กับความท้าทายประเทศไทย” ที่เป็นการศึกษาสภาพแวดล้อม และปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ที่ส่งผลกระทบต่อการขยายอำนาจรัฐ และสามารถอธิบายปัจจัยทางลักษณะของภูมิศาสตร์ ที่เอื้ออำนวยให้บางประเทศเป็นประเทศมหาอำนาจ รวมถึงการกำหนดนโยบายต่างประเทศที่มีผลมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์

นายสุทิน ยังกล่าวถึงนโยบายปรับปรุงการเกณฑ์ทหาร ว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางกองทัพ แต่เชื่อว่าจากมาตรฐานที่ได้คิดเตรียมไว้ จะทำให้คนมาสมัครเป็นทหารเกณฑ์มากขึ้น และปีหน้าแทบจะไม่ต้องเกณฑ์ ซึ่งกองทัพก็พร้อมจะปรับลดจำนวนทหารเกณฑ์ และจะมีกรรมปรับปรุงสวัสดิการ ความคิดหวาดระแวงเรื่องทัศนคติที่ประชาชนกังวล 

‘พิธา’ รับเสียดายไม่ได้ร่วมอภิปราย ด้าน 30 ขุนพล ก้าวไกลเตรียมการแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558157

09 ก.ย. 2566

'พิธา' รับเสียดายไม่ได้ร่วมอภิปราย ด้าน 30 ขุนพล ก้าวไกลเตรียมการแล้ว

‘พิธา’ เสียดายไม่ได้อภิปรายนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ให้การบ้านขุดนโยบายรัฐบาลเก่า ยิ่งลักษณ์-ประยุทธ์ มาเปรียบเทียบ รัฐบาลเศรษฐา เผย 30 ขุนพล ก้าวไกล ผู้เชี่ยวชาญเตรียมการแล้ว ตั้งข้อสังเกตต้องมีกรอบอภิปราย 3 ไม่ ไม่มี-ไม่จริง-ไม่พอ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมตัวของ 30 ขุนพลพรรคก้าวไกลในการอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่า ขอให้รัฐบาลเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ตนคิดว่ามีความสร้างสรรค์ ส่วนตัวแล้วได้ให้คนพิมพ์นโยบายสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร , รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลชุดนี้ เพื่อมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งก็มีเป้าหมายระดับหนึ่ง โดยมองว่ารัฐบาลคงไม่ต้องกังวลหากทำได้ตรงตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น หรือตรงกับที่ตัวเองได้หาเสียงไว้ 

พิธา เสียดายไม่ได้ร่วมอภิปรายพิธา เสียดายไม่ได้ร่วมอภิปราย

สำหรับประเด็นนโยบายอะไรที่ต้องถามเป็นพิเศษในที่ประชุมวันจันทร์นี้ นายพิธา กล่าวว่า นโยบายที่สนใจ ในกระแสสื่อก็คงทราบกันอยู่ ในขณะเดียวกัน 30 ขุนพลก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชาติพันธุ์ ที่ดิน ซึ่งก็ เสียดายที่ตัวเองไม่ได้เข้าไปอภิปรายเอง เพราะว่า เคยอภิปรายกระดุม 5 เม็ด ผ่านมา 4 ปี ก็เป็นช่วงที่เกี่ยวกับนโยบายว่าตอนนั้นดูนโยบายข้อนี้กับข้อนี้รวมกัน ก็ยังไม่ตอบโจทย์ 

ทั้งนี้ นายพิธาให้ข้อสังเกตไว้ว่า การทำงานจะต้องมีกรอบในการอภิปราย คือ น่าจะมี 3 ไม่ คือ ไม่มี คือท้าทายประชาชน แต่ไม่มีในนโยบาย ก็ต้องท้วงติง

ไม่จริง ก็คือสัญญาไว้แต่ไม่ทำ 

 ไม่พอ ก็คือสัญญาไว้แต่เขียนไม่ชัดเจนพอ ไม่มีเป้าหมาย เขียนลอยๆ รวมถึงกรอบระยะเวลาในการทำนโยบายไม่ตรงกับที่สัญญาไว้กับประชาชนว่าจะอยู่ใน100วันแรกหรือไม่

 ส่วนเรื่องระยะเวลา 14 ชั่วโมงของฝ่ายค้านได้มีการจัดสรรปันส่วนกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า คงเป็นหน้าที่ของนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิป สส. พรรคก้าวไกลที่จะบริหารจัดการเรื่องเวลา

‘เศรษฐา’เดินตลาดร่มเขียว เจอชาวบ้านท้าสร้างรัฐสวัสดิการแล้วจะยอมรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558151

09 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’เดินตลาดร่มเขียว เจอชาวบ้านท้าสร้างรัฐสวัสดิการแล้วจะยอมรับ

‘นายกเศรษฐา’ เดินตลาดร่มเขียว จ.อุดรธานี เจอชาวบ้านท้าสร้างระบบรัฐสวัสดิการให้ได้ถึงจะยอมรับ เจ้าตัวโต้รัฐดูแลประชาชนอยู่แล้ว

วันที่ 9 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายภูมิธรรมเวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการคมนาคม, นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคณะ ลงพื้นที่ตลาดร่มเขียวอุดรธานี โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนมาให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่นและส่งเสียงกรี๊ดเมื่อเจอนายกรัฐมนตรีตัวจริง ก่อนพูดว่า “ตัวจริงสูงและหล่อกว่าในทีวี”

โดยระหว่างการเดินเท้านายเศรษฐา ได้ยกมือไหว้ทักทายประชาชนตลอดเส้นทาง ซึ่งทุกร้านค้าได้พยายามนำเสนอสินค้าของตนเองให้นายเศรษฐาได้ชิม ทั้งข้าวจี่ ปลาร้าบอง ถั่วคั่ว กล้วย และก๋วยเตี๋ยวหลอด ซึ่งนายเศรษฐาได้ทดลองชิมเพียงบางอย่าง เพราะบางอย่างทานไม่เป็น แต่ก็ยังอุดหนุนสินค้าการเกษตร อาทิ ผักสวนครัว ข้าวไรซ์เบอรี่ และถั่วคั่วทราย ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจ.อุดรธานี และนายเศรษฐายังถือโอกาสเหมาร้านข้าวจี่ด้วย และให้คำแนะนำกับพ่อค้าแม่ค้าพัฒนาแพกเกจเพื่อส่งออก รวมถึงอยากใส่รายละเอียดเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า เพราะสินค้าบางอย่างของไทยเป็นที่ต้องการในต่างประเทศ

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ช่วงหนึ่งระหว่างเดินในตลาดมีคุณลุงได้เดินมา ท้านายกรัฐมนตรีว่า “นายกรัฐมนตรีต้องทำให้ประเทศนี้เป็นรัฐสวัสดิการให้ได้ แล้วผมจะยอมรับ” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับไปทันทีว่า “พูดแบบนี้คนอาจจะไม่เข้าใจรัฐสวัสดิการคือ รัฐดูแลประชาชน ย้ำว่ารัฐดูแลประชาชน”

‘สววันชัย’ แซะบางพรรคทำตัวเหมือนหมาเห่าหลังโรงลิเก ตกยุคย่ำอยู่กับที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558140

09 ก.ย. 2566

‘สววันชัย’ แซะบางพรรคทำตัวเหมือนหมาเห่าหลังโรงลิเก ตกยุคย่ำอยู่กับที่

‘สววันชัย’ แนะบางพรรคเลิกทำตัวเหมือนหมาเห่าหลังโรงลิเก เขาเปลี่ยนวิกเปลี่ยนเรื่องกันแล้ว แต่ตัวเองยังตกยุคย่ำอยู่กับเรื่องเก่าเล่าเรื่องเดิม

วันที่ 8 ก.ย. นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง“การเมือง..กับหมาเห่าหลังโรงลิเก” ระบุว่าเวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน โลกเปลี่ยน ชีวิตเราก็เปลี่ยน สมัยก่อนวัดตามต่างจังหวัดจะมีโรงลิเกประจำอยู่ในวัด เมื่อมีงานประจำปี หรืองานเทศกาลต่างๆ จะมีลิเกมาเล่น 7 วัน 7 คืน 15 วัน 15 คืน หรือบางแห่งเป็นเดือนก็มี เพราะสมัยโบราณการเดินทางลำบาก

เมื่อจ้างมาเล่นทั้งทีก็จะเล่นหลายคืน เจ้าภาพจะเอาอาหารมาเลี้ยงลิเก 3 มื้อ เมื่อลิเกกินอาหารเหลือก็จะสาดไปหลังโรง หมาก็จะกัดกันเห่ากันแย่งอาหารกัน วันต่อๆมา หมาก็จะมาเห่าหอนรออาหาร เป็นอย่างนี้ทุกวัน

เขาเรียกว่า หมาหลังโรงลิเก ครั้นเมื่อครบ 7 วันหรือ 15 วัน ลิเกเลิก เก็บฉากเก็บดาบเก็บหอกเก็บข้าวเก็บของย้ายวิกไปแสดงที่อื่น หมาหลังโรงลิเกมันไม่รู้ว่าลิเกเขาเลิกแล้ว ย้ายวิกเปลี่ยนเรื่องไปแสดงที่อื่นแล้ว มันยังมาเห่าหอนอยู่หลังโรงลิเก คิดว่าจะได้เศษอาหารเหมือนที่มันเคยได้ มันจะมาเห่าหอนอย่างนี้ทุกวัน ใครเห็นก็เรียกว่า พวกหมาเห่าหลังโรงลิเก

“สื่ออาวุโสท่านหนึ่งเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง บอกว่าวันนี้เวลานี้การเมืองมันเปลี่ยน เรื่องเก่าเขาเลิกเล่นกันแล้ว เขาเปลี่ยนวิกเปลี่ยนเรื่อง อย่าทำตัวเป็นคนตกยุค ตกสมัย ย่ำอยู่กับเรื่องเก่าเล่าเรื่องเดิม คุณวันชัย อย่าทำตัวเป็นหมาเห่าหลังโรงลิเกนะ ผมเงี๊ยะ เข้าใจลึกซึ้ง จี๊ดเลย 

‘เศรษฐา’ เดินตลาดเกษตรกร เมืองอุดรสาวเล็ก-สาวใหญ่ รุมกรี๊ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558138

09 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' เดินตลาดเกษตรกร เมืองอุดรสาวเล็ก-สาวใหญ่ รุมกรี๊ด

‘เศรษฐา’ เดินตลาดเกษตรกร เมืองอุดร สาวเล็ก-สาวใหญ่ รุมกรี๊ด บอกตัวจริงหล่อกว่าในทีวี เจ้าตัวเดินช้อป ชิม ช่วยแม่ค้า แซวพ่อค้าไข่ อย่าบังรองนายก ‘ภูมิธรรม’ ลั่นนี่คนกำหนดราคา

9 ก.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไชยา พรหมมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตลาดร่มเขียว บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์จังหวัดอุดรธานี 

โดยมีประชาชนมาให้การต้อนรับอย่างเนื่องแน่น ทั้งสาวเล็กสาวใหญ่รุมกรี๊ด และยังพูดว่า “ตัวจริงสูงและหล่อกว่าในทีวี” ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้ยกมือไหว้สวัสดีประชาชนตลอดทาง ซึ่งทุกร้านค้าได้พยายามนำเสนอสินค้าของตนเอง ให้นายกได้ชิม ทั้งข้าวจี่ ปลาร้าบอง ถั่วคั่ว กล้วย ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซึ่งนายกรัฐมนตรี ชิมเพียงบางอย่าง เพราะบางอย่างรับประทานไม่เป็น 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานี

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังอุดหนุนสินค้าการเกษตร หลายอย่างเช่นผักสวนครัว ข้าวไรซ์เบอรี่ ถั่วคั่วทราย ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดอุดรธานี และประกาศเหมาร้านข้าวจี่  

ในจังหวะหนึ่งที่มีประชาชนนำไข่ไก่ และไข่เป็ดไล่ทุ่ง มามอบให้กับนายกรัฐมนตรี แต่คนมอบยืนบัง นายภูมิธรรม นายกรัฐมนตรี ใช้มือดันออกพร้อมแซวว่า “อย่ายืนบังท่านรองนายกผม รู้ไหมว่าคนนี้เป็นคนกำหนดราคาไข่ของคุณ” ทำให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นหัวเราะ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานี

นอกจากนายกรัฐมนตรี จะเดินตลาดแล้ว ยังให้คำแนะนำกับพ่อค้าแม่ค้า ในการพัฒนาแพคเกจจิ้งเพื่อส่งออก รวมถึงอยากให้ลูกค้าใส่รายละเอียดเพื่อจูงใจ ให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า เพราะสินค้าบางอย่างของไทยเป็นที่ต้องการในต่างประเทศ 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานี

ทั้งนี้ ระหว่างเดินในตลาดจังหวะหนึ่ง มีคุณลุงได้เดินมา ท้านายกรัฐมนตรี ว่า “นายกต้องทำให้ประเทศนี้เป็นรัฐสวัสดิการให้ได้ แล้วผมจะยอมรับ” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับไปทันทีว่า พูดแบบนี้คนอาจจะไม่เข้าใจ รัฐสวัสดิการคือ รัฐดูแลประชาชน และย้ำว่ารัฐดูแลประชาชน

‘วันนอร์ ‘ เรียกเลขาธิการสภาฯ ขีดเส้นกลางเดือนนี้  จบปัญหา อาหารรับรองสส. 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558127

08 ก.ย. 2566

'วันนอร์ ' เรียกเลขาธิการสภาฯ ขีดเส้นกลางเดือนนี้  จบปัญหา อาหารรับรองสส. 

ถึงคราวประธานสภาผู้แทนราษฎร  “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ออกโรงกับปัญหา” อาหารรับรองสส.”  เอากลับบ้าน /เหลือทิ้ง   เบื้องต้นเรียกคุย  เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร   ทำความเข้าใจ  ระบุหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จ  ตั้งวงคุยให้จบ  ท่องสูตร ยึดหลักความเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร   เปิดเผยว่า ปัญหา “อาหารรับรองสส.” ในวันที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่กลายเป็นประเด็น สส. นำไปรับประทานที่บ้าน ในการแก้ไขปัญหา อาหารที่เหลือวันที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร   ได้เรียกนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาพูดคุยถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว เพื่อวางแนวทาง และหลังแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา  จะเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาพูดคุยหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน 


จนถึงขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลมาแล้ว  เรื่อง  “อาหารรับรองสส.”   ยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ยืนยันว่า ภายในกลางเดือนนี้ปัญหาต่าง ๆ จะเรียบร้อย บนนโยบายที่ สส.ได้รับบริการอาหารอย่างทั่วถึง และไม่เหลือ ยึดหลักความเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย  ส่วนจำเป็นจะต้องมีการปรับลดงบประมาณค่าจัดเลี้ยง สส.ลงที่เตรียมไว้ปีละประมาณ 100 ล้านบาท ลงหรือไม่นั้น  ต้องรอดูในรายละเอียดก่อน เพราะยังไม่ทราบงบประมาณทั้งหมด และจะให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ความคิดเห็นด้วย 

“การตั้งข้อสังเกตที่มีอาหารเหลือตลอด ต้องเห็นใจกับผู้ประกอบการที่มาจัดบริการอาหารให้สส. เพราะบางครั้งสส.ก็มาประชุมพร้อมเพรียง แต่บางครั้ง สส.ก็กลับไปก่อน ดังนั้น หากอาหารไม่ครบก็จะเกิดปัญหา และหากจัดเตรียมเกินความพอดี ก็จะไม่เหมาะสม ดังนั้นทุกฝ่าย จะต้องร่วมมือกัน เพื่อหาสมดุลให้ได้   ส่วนที่มี สส.นำอาหารที่เหลือกลับบ้าน   สส.คนดังกล่าว อาจไม่ต้องการรับประทานอาหารในห้องอาหาร และต้องการเดินทางกลับเร็ว จึงนำอาหารใส่ห่อกลับไปด้วย  เชื่อว่าไม่ได้นำกลับไปฝากให้ใคร   ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า หากมีอาหารเหลือ ก็จะนำไปบริจาคให้สถานเด็กกำพร้า หรือ บ้านคนจน รวมถึงคนไร้บ้าน โดยไม่ได้ทิ้ง ”  นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุ 

‘สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ อดีต ‘ปปช.’ เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558114

08 ก.ย. 2566

'สมลักษณ์ จัดกระบวนพล' อดีต 'ปปช.' เสียชีวิตแล้ว

อดีตปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่ายกลอนเศร่า อำลา ‘สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ อดีต ‘ปปช.’ เสียชีวิตแล้ว เมื่อสักครู่นี้

เฟซบุ๊ก ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ กลอนอำลา  สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีต ปปช.เสียชีวิตด้วยวัย  83 ปี

สมลักษณ์ ลาลับแล้ว แต่ร่าง กายนา
จัด ว่าฝากฝีมือพร่าง พลุ่งพร้อย
กระบวน ยุติธรรมวาง วงดอก ไม้เอย
พล และผลงานร้อย ประดับเวิ้งเวียงสยาม

อาจารย์สมลักษณ์ จัดกระบวนพล เป็นนักกฎหมายอาวุโสผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาระดับสูง เคยเป็นกรรมการ ปปช. เป็นอาจารย์พิเศษในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้พ้นจากหน้าที่การงานแล้ว อาจารย์ก็ยังเป็นผู้ให้ความคิดเห็นและให้สติปัญญา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกฎหมายและความยุติธรรมกับคนทั้งหลายอยู่เสมอ ความคิดเห็นของอาจารย์ทุกเรื่องอยู่บนหลักวิชาและไม่เคยเบี่ยงเบนไปจากความคลองธรรมเลย

แม้จะมิได้เคยมีโอกาสรู้จักคุ้นเคยกับอาจารย์เป็นการส่วนตัวมากนัก เพียงได้เคยร่วมเวทีอภิปรายทางวิชาการกับท่านครั้งเดียว แต่ผมมั่นใจว่าอาจารย์เป็นผู้หนึ่งที่ผมเรียกขานท่านว่าเป็นอาจารย์ในทางความรู้และการวางตนของผมได้อย่างแน่นอน เมื่อได้รับทราบข่าวว่าท่านถึงอนิจกรรมแล้วในวันนี้ ผมจึงขอกราบลาท่านด้วยความเคารพและอาลัยยิ่ง

ศาลฎีกานักการเมือง ยกฟ้อง “ปารีณา” คดีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558097

08 ก.ย. 2566

ศาลฎีกานักการเมือง ยกฟ้อง "ปารีณา" คดีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้อง “ปารีณา ไกรคุปต์” อดีต สส.พปชร. คดีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เงินกู้ยืมและพระเครื่อง

8 ก.ย. 2566  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.21/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 25/2566 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ผู้ร้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ผู้ถูกกล่าวหา อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ
 

คดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2565 ว่า ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน  2 รายการ

ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1), 167 และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81

ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ศาลไต่สวนพยานผู้ร้อง 2 นัด พยานผู้ถูกกล่าวหา 1 นัด


ศาลฎีกาฯ โดยมติเสียงข้างมาก เห็นว่า สำหรับรายการเงินให้กู้ยืม รายนาย ป. นั้น ทางไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นาย ป. ยอมรับว่า ผู้ถูกกล่าวหาให้เงินสนับสนุนในการหาเสียงเลือกตั้ง ประกอบกับพฤติการณ์ที่นาย ป. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ธนาคาร  สาขาโพธาราม และสั่งจ่ายเช็คมอบให้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นหลักประกัน

เมื่อผู้ถูกกล่าวหาขอหลักประกันเพิ่ม นาย ป. ได้นำโฉนดที่ดินไปให้ผู้ถูกกล่าวหายึดถือ และนาย ป. เคยบอกนาย ส. ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง และขอให้นาย ส. ไปเป็นเพื่อนเพื่อไปทำสัญญากู้ยืมที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การสนับสนุนนาย ป. ในการลงสมัครรับเลือกตั้งโดยนาย ส. ได้ยินผู้ถูกกล่าวหาพูดทวงเงินจากนาย ป. เชื่อว่านาย ป. ได้รับเงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งจากผู้ถูกกล่าวหาและไม่ได้เป็นการช่วยเหลือแบบให้เปล่า 

แม้ไม่ปรากฏพยานหลักฐานการส่งมอบเงินแต่ทางไต่สวนไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสัญญาเงินกู้ดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิปลอม และไม่ปรากฎข้อเท็จจริงจากสำนวนการไต่สวนของผู้ร้องว่ามีการสมคบกันทำสัญญาเงินกู้ขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ผู้ถูกกล่าวหา จึงเข้าใจโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิตามสัญญาเงินกู้ จึงฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อผู้ร้องสำหรับรายการนี้

ส่วนรายการพระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย และพระสมเด็จนางพญาพิษณุโลก พิมพ์อกนูนใหญ่
ศาลฎีกาฯ โดยมติเสียงข้างมาก เห็นว่า การยื่นบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของผู้ถูกกล่วหาในการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ถูกกล่าว ได้แสดงรายการพระเครื่องทั้งสององค์โดยขอใช้เอกสารชุดเดิมทั้งหมด

ประกอบกับนาย อ. อดีตสามีของ ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำว่า นาย อ. เป็นเจ้าของพระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย (กรุใหม่) และพระสมเด็จนางพญาพิษณุโลก พิมพ์อกนูนใหญ่ ซึ่งเป็นองค์เดียวกับที่ผู้ถูกกล่าวหาแสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของคู่สมรส

การจัดทำบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี ในปี 2557 นาย อ. มอบให้เลขานุการเป็นผู้รวบรวมเอกสารนำไปยื่นต่อผู้ร้อง เนื่องจากนาย อ. กำลังจะหย่ากับผู้ถูกกล่าวหา
   

นาย อ. เคยให้ผู้ถูกกล่าวหายืมใส่พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย (กรุเก่า) และพระนางกำแพง หลังจากหย่ากันผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้คืนให้ พระเครื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาครอบครองเป็นคนละองค์กับพระเครื่องสององค์ดังกล่าว และผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำว่าหลังจดทะเบียนหย่าผู้ถูกกล่าวหาครอบครองพระเครื่องสององค์เรื่อยมาเป็นเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจว่าตนเป็นเจ้าของพระเครื่องทั้งสององค์ที่อยู่กับตนและเป็นองค์เดียวกับที่เคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง 
   

สอดคล้องกับที่นาย พ.ผู้เชี่ยวชาญ ให้ถ้อยคำว่า คนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญและไม่มีความรู้เรื่องพระเครื่องย่อมไม่อาจแยกแยะข้อแตกต่างของพระเครื่องทั้งสององค์ได้ เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจมาโดยตลอดว่าพระเครื่องทั้งสององค์ที่ได้รับมาจากนาย อ. ระหว่างสมรสและอยู่ในความครอบครองเรื่อยมา คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย (กรุใหม่) และพระสมเด็จนางพญาพิษณุโลก พิมพ์อกนูนใหญ่ ที่ยื่นและอ้างไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ
   

โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าพระเครื่องสององค์ที่นำมาแสดงต่อผู้ร้องเป็นคนละองค์กับที่ ผู้ถูกกล่าวหายื่นไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ พฤติกรณ์แห่งคดีจึงฟังไมได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาแสดงรายการพระเครื่องไม่ตรงกับที่มีอยู่จริงและระบุราคาสูงกว่าความเป็นจริง กรณีจึงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อผู้ร้อง พิพากษายกคำร้อง