ก้าวไกล ชนะ ‘เลือกตั้งซ่อมระยอง’ เขตสาม ตามคาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558232

10 ก.ย. 2566

ก้าวไกล ชนะ 'เลือกตั้งซ่อมระยอง' เขตสาม ตามคาด

‘เลือกตั้งซ่อมระยอง’ เขตสาม พงศธร จากพรรคก้าวไกลชนะขาดคู่แข่งจากพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมแก่ฉลิงชัยชนะ หลังกกต.ประกาศผลอย่างเป็นทางการ

ผลการนับคะแนน เลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3นับครบ 100% แล้วอย่างไม่เป็นทางการผลปรากฏว่า ผู้สมัครฯจากพรรคก้าวไกล ชนะคู่แข่งเกินหมื่นคะแนน โดยผลการเลือกตั้งมีดังนี้

  • พงศธร ศรเพรนรินทร์ จากพรรคก้าวไกล ได้คะแนน  39,296 คะแนน
  • นพ. บัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ได้   26,466 คะแนน
  • ร.ต.ต. เรืองชัย สมบัติภูธร พรรคแรงงานสร้างไทย 881 คะแนน

ก้าวไกลชนะเลือกตั้งซ่อมสส.ระยองก้าวไกลชนะเลือกตั้งซ่อมสส.ระยอง

ทั้งนี้พรรคก้าวไกล เตรียมการแถลงชัยชนะ เวลา 20.30 น. หลังกกต.ประกาศผลการนับคะแนน อย่างเป็นทางการ การเลือกตั้งซ่อมระยองครั้งนี้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แทบไม่ต่างจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

‘เลือกตั้งซ่อม’ สส. ‘ระยอง’ เขต 3 เงียบเหงา คาดไม่เกิน 21.00 น.รู้ผลเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558227

10 ก.ย. 2566

'เลือกตั้งซ่อม' สส. 'ระยอง' เขต 3 เงียบเหงา คาดไม่เกิน 21.00 น.รู้ผลเลือกตั้ง

กกต.’ระยอง’ หวัง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งขต 3 ออกมาใช้สิทธิ ‘เลือกตั้งซ่อม’ 65 % ปิดหีบ เมื่อ 17.00 น.ที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบเหงา

กกต.ระยอง ยอมรับคนตื่นตัวใช้สิทธิ์น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งใหญ่ทำให้เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 ระยอง เงียบเหงา ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์บางตาจนถึงเวลาปิดเหีบเลือกตั้ง 17.00 น.และยังไม่พบเรื่องผิดกฎหมาย จากการสังเกตการณ์ตามหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ พบผู้คนทยอยออกมาใช้สิทธิ์บางตา ผู้ออกมาใช้สิทธิ์ส่วนใหญ่ เป็นผู้สูงอายุ ที่ให้ลูกหลานพาออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

นายใจเพชร สาครพานิช ผู้อำนวยการ กกต.ระยอง ระบุว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ยอมรับว่า น่าจะมีผู้มีสิทธิ์ออกมาใช้สิทธิ์น้อยกว่าการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ก่อนปิดหีบลงคะแนน มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มีเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น 

แต่ก็มั่นใจว่าน่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ถึงร้อยละ 65 จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 122,582 คน ส่วนผลการตรวจนับคะแนน หลังปิดหีบบัตร 17.00 น. คาดว่าน่าจะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการได้ไม่เกิน 21.00 น. เนื่องจากการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีบัตรใบเดียว

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมของการเลือกตั้งซ่อม แม้จะผ่านไปแล้วค่อนวัน แต่ก็ยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง หรือการทุจริตเลือกตั้งเกิดขึ้นแต่อย่างใด รวมทั้งปัญหาการร้องเรียนต่างๆ ก็ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา

และสำหรับการเลือกตั้ง สส.คราวที่แล้ว เขต 3 ระยอง มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากถึงร้อยละ 77 จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 122,582 คน

‘รมว.กลาโหม’ เตรียมตั้งที่ปรึกษา 2 ราย มาจาก ‘ตระกูลชินวัตร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558207

10 ก.ย. 2566

'รมว.กลาโหม' เตรียมตั้งที่ปรึกษา 2 ราย มาจาก 'ตระกูลชินวัตร'

‘ตระกูลชินวัตร’ ยึดเก้าอี้ ที่ประธานที่ปรึกษาและเลขานุการ ประจำตัว ‘รมว.กลาโหม’ เข้ากระทรวงวันที่ 13 กันยายนนี้

นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เตรียมออกคำสั่งกระทรวงกลาโหม ในการแต่งตั้งประธานที่ปรึกษารมว. กลาโหม เลขานุการประจำตัวรมว.กลาโหม หัวหน้าสำนักงาน รองหัวหน้าสำนักงาน และคณะที่ปรึกษารมว.กลาโหม 

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง 2535 ที่ รมว.กลาโหม สามารถ แต่งตั้งบุคคลซึ่งเห็นสมควรตามเหตุผล ในทางการเมืองประกอบด้วย

  1.  นายพายัพ ชินวัตร  แกนนำพรรคเพื่อไทยที่ดูแลภาคอีสาน  น้องชาย อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร  เป็น ประธานที่ปรึกษา รมว. กลาโหม
  2.   นายพอพงษ์ ชินวัตร  บุตรชาย นายพายัพ เป็น เลขานุการประจำตัว รมว.กลาโหม
  3. พล.ท.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ เจ้ากรมการเงินกลาโหม เป็น หัวหน้าสำนักงาน รมว.กลาโหม  จากเดิม ที่เป็นชื่อ พลเอก เลิศฤทธิ์ ช่องวารินทร์
  4. พล.ท.เพชรรัตน์ ลิ้มประเสริฐ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น รองหัวหน้าสำนักงาน รมว.กลาโหม
  5. พล.อ.ต.วรชาติ ฟองชล ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น คณะที่ปรึกษารมว.กลาโหม
  6. พล.ต.อัครภณ ทองสุทธิ์ผู้ชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น คณะที่ปรึกษารมว.กลาโหม

ทั้งนี้นาย สุทิน คลังแสง  รมว.กลาโหมมีกำหนดจะเข้ากระทรวงวันที่ 13กันยายนนี้

ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊ก สุทิน คลังแสงว่า ตามที่มีกระแสร์ข่าวว่ามีการแต่งตั้งบุคคลรับตำแหน่งต่างๆนั้น ขอเรียนว่า ยังไม่มีการแต่งตั้งหรือเตรียมแต่งตั้งใครเลย เพราะ ณ เวลานี้ยังไม่สามารถสั่งราชการได้ ต้องรอกระบวนการตามกฎหมายคือ ต้องหลังจากการแถลงนโยบายต่อสภาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อน เอกสารที่ปรากฏถือเป็นของปลอม ของผู้ไม่หวังดี

ร่างหนังสือแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา รมว.กลาโหมร่างหนังสือแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา รมว.กลาโหม

จับตาแถลงนโยบายรัฐบาล ชี้ขาด ‘บัตรคนจน’ ไปต่อหรือไม่ ฝ่ายค้านเอาด้วยไหม?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558208

10 ก.ย. 2566

จับตาแถลงนโยบายรัฐบาล ชี้ขาด 'บัตรคนจน' ไปต่อหรือไม่ ฝ่ายค้านเอาด้วยไหม?

พรุ่งนี้ ครม.แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ลุ้นโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” (บัตรคนจน) ในกำมือพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่พรรคฝ่ายค้านจะเห็นด้วยหรือไม่

พรุ่งนี้ (11 ก.ย. 2566) คณะรัฐมนตรีจะ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นโยบายที่น่าจับตามองคือ “โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” (บัตรคนจน) จะได้รับการสานต่อโครงการหรือไม่ 

ที่ประชุมรัฐสภาไทยที่ประชุมรัฐสภาไทย

ผู้แถลงโครงการ “บัตรคนจน” น่าจะเป็น “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะอดีตเคยเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เจ้าของโครงการ “บัตรคนจน”

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

โครงการ “บัตรคนจน” เคยเป็นดราม่าถูกวิพากษ์วิจารณ์กรณี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปาดหน้า “พล.อ.ประยทธ์” ลงพื้นที่ในหลายจังหวัด สังคมตั้งคำถามว่า สรุป “โครงการนี้เป็นของพรรคไหน แบบนี้คือแย่งกันหรือไม่”

พรรคพลังประชารัฐ ขณะหาเสียงก่อนการเลือกตั้งปี 2566พรรคพลังประชารัฐ ขณะหาเสียงก่อนการเลือกตั้งปี 2566

สุดท้าย “พีระพันธุ์” ออกมาตอบว่า โครงการนี้อันที่จริงมาจาก “พล.อ.ประยุทธ์” และก็ต้องถือเป็นของรัฐบาล เพราะฉะนั้น ทุกพรรคร่วมรัฐบาลก็สามารถใช้ได้หมด แต่ที่สำคัญคือ มันจะเป็นอย่างไรสุดท้ายขอให้ประชาชนได้ประโยชน์ก็พอแล้ว

ความสงสัยคลายชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พูดถึงประเด็นการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า “พีระพันธุ์” ได้หารือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว และได้นำนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติบรรจุไว้ในนโยบายที่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาด้วย 

ประชาชนผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จ.แม่ฮ่องสอนประชาชนผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จ.แม่ฮ่องสอน

นโยบายส่วนใหญ่มีความใกล้เคียงกัน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการสานต่อโครงการ “บัตรคนจน” ของรัฐบาลที่ผ่านมา

สำหรับข้อสรุปเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภา มีการประชุม 2 วัน คือวันจันทร์ ที่ 11 ก.ย. 2566 และวันอังคาร ที่ 12 ก.ย. 2566 ใช้เวลารวม 30 ชั่วโมง แบ่งดังนี้

– ประธานรัฐสภา 1 ชั่วโมง

– ฝ่ายคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงและชี้แจง รวม 5 ชั่วโมง

– ฝ่าย สว. 5 ชั่วโมง

– สส.ฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมง

– สส.ฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี พรุ่งนี้โครงการ “บัตรคนจน” จะได้ดำเนินต่อไปหรือไม่ “คมชัดลึก” จะรายงานให้ทราบต่อไปหลังแถลงนโยบายรัฐบาล

ประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน เมื่อครั้งได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2561

‘แถลงนโยบาย’ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ แนะดูตัวอย่าง จากยิ่งลักษณ์ -ทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558197

10 ก.ย. 2566

'แถลงนโยบาย' 'รัฐบาลเศรษฐา' แนะดูตัวอย่าง จากยิ่งลักษณ์ -ทักษิณ

ประชาธิปัตย์ติงคำ ‘แถลงนโยบาย’ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ต่ำกว่ามาตรฐานเดิม แนะนายกรัฐมนตรี ควรชี้แจงให้ชัดในสภา 4 ประเด็นสำคัญ

สี่ประเด็นที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า รัฐบาลเศรษฐา ควรชี้แจง คำแถลงนโยบายให้ชัดในสภาประกอบด้วย

  • นโยบายส่วนมากยังขาดเป้าหมาย ไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่พอจะทำให้เห็นความสำเร็จของนโยบาย
  • ไม่มีนโยบายที่เคยประกาศหาเสียงไว้หลายเรื่อง บางเรื่องก็คลุมเครือจนไม่เห็นทิศทางที่แน่ชัดว่าจะทำอย่างไร
  • นโยบายหลายเรื่องตอนหาเสียงบอกว่าจะลงมือทำทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล แต่ไม่มีปรากฎในนโยบายว่าจะทำทันที
  • รายละเอียดของแผนปฏิบัติการที่พอทำให้มั่นใจได้ว่าจะนำนโยบายไปทำให้เกิดผลได้ ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐมนตรีชี้แจงจนสับสนอลหม่าน ก่อให้เกิดความไม่มั่นใจว่าจะทำได้ฟ

การแถลงนโยบายของรัฐบาลเศรษฐาในวันที่ 11-12 กันยายนนี้คือสัญญาประชาคม เข็มทิศในการทำงานตลอด 4 ปี นับจากนี้ไป โดยมีพื้นฐานมาจากนโยบายสาธารณะที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ที่เคยนำเสนอนโยบายมาหาเสียงเพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้ง

เมื่อพิจารณาร่างคำแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่จะนำเสนอสมาชิกรัฐสภาในที่ประชุมสภาแล้วเห็นว่ารัฐบาลเพื่อไทยชุดนี้ซึ่งมีที่มาจากพรรคไทยรักไทย มีมาตรฐานการทำนโยบายต่ำกว่าเดิม ต่ำกว่าสมัยคุณทักษิณและสมัยคุณยิ่งลักษณ์

ในสมัยทักษิณหลายนโยบายมีความชัดเจน เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค แม้แต่ในสมัยยิ่งลักษณ์ก็พูดชัดว่า ในหนึ่งปีจะมีนโยบายอะไรที่ทำบ้าง แต่นโยบายของรัฐบาลนี้จะแบ่งเป็นนโยบายระยะสั้น นโยบายระยะยาว ไม่รู้ว่าสั้นยาวกี่ปีกี่เดือนกี่วัน



นายกรัฐมนตรีจึงควรชี้แจงในสภาเพื่อความชัดเจนก่อนที่จะนำนโยบายไปปฏิบัติเพราะฉะนั้นการแถลงนโยบายของรัฐบาลจึงควรทำให้ประชาชนเห็นเป้าหมายและแผนปฏิบัติการเบื้องต้นที่พอจะทำให้ประชาชนคาดหวังได้รัฐบาลเศรษฐาจะทำนโยบายให้สำเร็จได้แบบไหนอย่างไร

โพลหนุนก้าวไกลเลือก ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ มากกว่า ‘รองประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558195

10 ก.ย. 2566

โพลหนุนก้าวไกลเลือก 'ผู้นำฝ่ายค้าน' มากกว่า 'รองประธานสภา'

นิด้าโพล หนุนพรรคก้าวไกลเลือกตำแหน่ง ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ ในสภาผู้แทนราษฎร มากกว่า ‘รองประธานสภา’ ผู้แทนราษฎรคนที่ 1

ผลสำรวจของประชาชน เรื่อง พรรคก้าวไกลควรเลือกอะไร ของนิด้าโพล ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วย

การสุ่มตัวอย่าง ใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ นิด้าโพล สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

เมื่อถามประชาชนเกี่ยวกับพรรคก้าวไกลในเรื่องตำแหน่งที่คิดว่าสำคัญระหว่างรองประธานสภาผู้แทนราษฎรกับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

  • ร้อยละ 38.40 ระบุว่า สำคัญพอ ๆ กัน
  • ร้อยละ 29.85 ระบุว่า ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำคัญกว่า ร้อยละ 28.55 ระบุว่า รองประธานสภาผู้แทนราษฎร สำคัญกว่า
  • ร้อยละ 1.68 ระบุว่า ไม่สำคัญทั้งสองตำแหน่ง
  • และร้อยละ 1.52 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความคิดเห็นของประชาชนต่อตำแหน่งที่พรรคก้าวไกลควรเลือกระหว่างรองประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

  • ร้อยละ 56.11 ระบุว่า ควรเลือกตำแหน่ง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 
  • ร้อยละ 39.08 ระบุว่า ควรเลือกตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร 
  • และร้อยละ 4.81 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความคิดเห็นของประชาชนต่อตำแหน่งที่พรรคก้าวไกลควรเลือกระหว่างรองประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

  • ร้อยละ 56.11 ระบุว่า ควรเลือกตำแหน่ง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 
  • ร้อยละ 39.08 ระบุว่า ควรเลือกตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร 
  • และร้อยละ 4.81 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการทำงานร่วมกันของพรรคก้าวไกลกับพรรคประชาธิปัตย์ในการเป็นฝ่ายค้าน พบว่า 

  • ร้อยละ 37.25 ระบุว่า ทั้งสองพรรคจะทำงานร่วมกันได้ค่อนข้างดี 
  • ร้อยละ 28.55 ระบุว่า ทั้งสองพรรคจะทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี 
  • ร้อยละ 17.79 ระบุว่า ทั้งสองพรรคจะทำงานร่วมกันได้ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.82 ระบุว่า ทั้งสองพรรคจะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้เลย
  • และร้อยละ 3.59 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ผลสำรวจนิดาโพล "พรรคก้าวไกลควรเลือกอะไร"ผลสำรวจนิดาโพล “พรรคก้าวไกลควรเลือกอะไร”

‘เลือกตั้งซ่อม’ สส.เขต3 ‘ระยอง’ เปิดหีบ 08.00 – 17.00 น.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558191

10 ก.ย. 2566

'เลือกตั้งซ่อม' สส.เขต3 'ระยอง' เปิดหีบ 08.00 - 17.00 น.

3 พรรคการเมือง ส่งผู้สมัคร ‘เลือกตั้งซ่อม’ สส.เขต 3 ‘ระยอง’ ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล เปิดลงคะแนน 08.00 -17.00น.วันนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า แสนคน

เลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขตสาม แทนตำแหน่งที่ว่าง เพราะลาออกเนื่องจากรู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติ เปิดหีบลงคะแนน เวลา 08.00 – 17.00 น. วันนี้ มีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครสส. ลงชิง เก้าอี้ สามพรรคแต่ไม่ปรากฏว่ามีพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมด้วยแต่อย่างใด

เขตเลือกตั้งที่สามจังหวัดระยอง ประกอบด้วย อำเภอแกลงและอำเภอเขาชะเมา  มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่าแสนคน  มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 207 หน่วย อยู่ในอำเภอแกลง 207 หน่วย อำเภอเขาชะเมา 29 หน่วย 

สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.เขต3 จังหวัดระยอง ครั้งนี้มีเพียง สามราย เป็นผู้สมัครจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน สองราย และผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่น อีก 1 คน ไม่ปรากฏว่ามีผู้สมัครจากพรรคร่วมรัฐบาล  

แม้การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤษาคม 2566 ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง จะมีคะแนนตามมาเป็นอันดับสามก็ตาม

โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง สส.เขต 3 ระยอง – ก้าวไกล ดาวกระจาย /ปชป.ระดมแกนนำลงพท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558178

09 ก.ย. 2566

โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง สส.เขต 3 ระยอง - ก้าวไกล ดาวกระจาย /ปชป.ระดมแกนนำลงพท.

นับถอยหลังก่อนหย่อนบัตร เลือกตั้ง สส.เขต 3 ระยอง แทนเจ้าของเก้าอี้เดิม “ก้าวไกล”ที่ลาออก ฝั่งพรรคก้าวไกล เจ้าของพื้นที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ใช้กลยุทธ์ ปักธง 5 มุมเมือง ดาวกระจาย ด้าน พรรคประชาธิปัตย์ มาดามเดียร์ นำทีมร่วมสู้ ชูเลือก นพ.บัญญัติ เท่ากับได้ปชป.มารับใช้

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต 3 ( สส.ระยอง เขต 3 )แทนตำแหน่งที่ว่าง  เป็นการเลือกตั้งแทนที่ นายนครชัย ขุนณรงค์  พรรคก้าวไกล ที่ลาออกจากตำแหน่ง  จากประวัติเคยต้องโทษจำคุก  โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันอาทิตยที่ 10 ก.ย.  มีผู้สมัครจาก 3  พรรค คือ  ก้าวไกล    นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์  ,ประชาธิปัตย์    นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์  และ  แรงงานสร้างชาติ ร้อยตำรวจตรี เรืองชัย สมบัติภูธร   สำหรับเขต 3 ระยอง ครอบคลุม  อ.เขาชะเมา และ  อ.แกลง 

ความเคลื่อนไหวจากพรรคก้าวไกล  นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค  ใช้กลยุทธ์ในการหาเสียงวันสุดท้ายใช้ชื่อว่า  “ปักธง 5 มุมเมือง”   โดยได้แบ่งเป็น 5 สาย ในการออกหาเสียง   โดยหัวหน้าพรรคก้าวไกล  ลงพื้นที่พร้อม   นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัครสส.เขต  3      มีการจัดคาราวานรถหาเสียงไปโดยรอบพื้นที่ และเดินเท้าเคาะประตูบ้าน เพื่อให้ประชาชนตื่นตัวรนการออกไปสิทธิเลือกตั้ง

นายพิธา ระบุว่า วันนี้ใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายในการหาเสียง ส่วนการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้  ( 10 ) พรรคก้าวไกล มีความมั่นใจ แต่ก็จะไม่ประมาทจนนาทีสุดท้าย จากข้อมูลเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ยังมีคนที่ตัดสินใจไม่เลือกก้าวไกลอยู่กว่า 40% ในการนี้พรรคก้าวไกล จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันพิจารณาพรรคก้าวไกลอีกครั้ง ตนอยากสื่อสารถึงคนที่ผิดหวังกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา หรือรู้สึกว่าเลือกผิดไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. อยากให้ลองเปิดใจกับพรรคก้าวไกล  ใครที่เจ็บปวดกับผลการเลือกตั้งก็ขอให้มารวมคะแนนกันที่พรรคก้าวไกลได้ รับรองว่าไม่ผิดหวัง เพราะไม่ผิดคำพูด    นายพิธา ระบุ

โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง สส.เขต 3 ระยอง - ก้าวไกล ดาวกระจาย /ปชป.ระดมแกนนำลงพท.

ขบวนหาเสียงของพรรคก้าวไกล 

.


ด้านพรรคประชาธิปัตย์  น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พร้อมด้วยนายพายุ เนื่องจำนงค์ อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง  เพื่อช่วย  นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ผู้สมัคร สส. ระยอง เขต 3 (อ.แกลง และอ.เขาชะเมา) 

น.ส.วทันยา กล่าวว่า การลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้ายทำให้เห็นว่าเสียงตอบรับของประชาชนที่มีให้กับ นพ.บัญญัติ คึกคักและยังมีแฟนคลับที่ศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์อย่างเหนียวแน่น นพ.บัญญัติ เอง เป็นคนเมืองแกลง เรียนจบแพทย์กลับมาทุ่มเททั้งชีวิตในการทำงานเพื่อชาวระยอง ผูกพัน คลุกคลีและรู้ปัญหาของคนในพื้นที่อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจ การเกษตร หรือ ปัญหาช้างป่า ถ้า นพ.บัญญัติ ได้เข้าสภาก็จะนำปัญหาของประชาชนเข้าไปหารือเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด และจะดูแลประชาชนได้ ไม่หนีหายไปแน่นอน

“การหาเสียงเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ต่างมาลงพื้นที่ช่วยหาเสียงอย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นอดีตหัวหน้าพรรค ผู้บริหารพรรค สส. อดีต สส. และสมาชิกพรรคอีกมากมาย ที่ต่างมาช่วยขอคะแนนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และไม่มีแบ่งฝักฝ่ายเหมือนที่ถูกหลายคนโจมตี นั่นทำให้เห็นว่าความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเป็นอีกกำลังสำคัญที่ทำให้ นพ.บัญญัติ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้  ย้ำว่า ถ้าเลือก นพ.บัญญัติ จะได้คนประชาธิปัตย์ ทั้งพรรคมารับใช้ชาวเมืองแกลงและเขาชะเมา ”   น.ส. วทันยา  ระบุ

โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง สส.เขต 3 ระยอง - ก้าวไกล ดาวกระจาย /ปชป.ระดมแกนนำลงพท.

พรรคประชาธิปัตย์  จัดทีมช่วยผู้สมัครพรรคหาเสียง

.
นายพายุ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องกระแส เพราะเป็นการแข่งขันกันระหว่างฝ่ายค้าน ขณะที่ นพ.บัญญัติ เป็น สส. มาแล้ว 3 สมัย มีผลงานให้เห็นมาแล้ว ดังนั้นเมื่อไม่มีกระแสการเมืองระดับชาติ คิดว่าคนจะกลับมาเลือก นพ.บัญญัติ 

นพ.บัญญัติ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและปลื้มใจที่เสียงตอบรับจาก ประชาชนดีขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ออกมาเลือกตั้งกัน
ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อชาว อ.แกลง และอ.เขาชะเมา เอง  ให้ได้ผู้แทนที่ถูกใจที่สุด ดีที่สุด มีประสบการณ์ 

‘สาธิต’ อัด ‘ก้าวไกล’ เล่นการเมืองเก่าหาเสียงให้ร้าย โชคดีที่ไม่ได้เป็น รบ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558174

09 ก.ย. 2566

‘สาธิต’ อัด ‘ก้าวไกล’ เล่นการเมืองเก่าหาเสียงให้ร้าย โชคดีที่ไม่ได้เป็น รบ.

‘สาธิต’ ฉะ ‘ก้าวไกล’ เล่นการเมืองแบบเก่าหาเสียงให้ร้ายคนอื่น มองเป็นความโชคดีของประเทศที่พรรคนี้ไม่ได้เป็นรัฐบาล

 วันที่ 9 ก.ย. นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เขต 3 จังหวัดระยองในช่วงโค้งสุดท้าย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า

“มาหาเสียง หรือมาด่าเอามัน”

คือแทนที่จะมานำเสนอคุณสมบัติผู้สมัครของตัวเอง ดี เด่น มีผลงานอะไรมาและมีความพร้อมที่จะมาเป็นผู้แทนคนระยอง เขต 3 อ.แกลง อ.เขาชะเมา และมีนโยบายพัฒนา แก้ไขปัญหาอะไรอย่างไรให้กับคนระยองเขต 3

แต่ขึ้นเวทีปราศรัย ด่าเอามันอย่างเดียว แขวะไปที่ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล มท.1 บ้าง เล่นคำบอกว่าหมอบัญญัติและร้านกาแฟ โรงเลื่อย ซื้อเสียงโดยพูดลอยๆ ไม่ได้มีหลักฐาน และไม่ยื่น กกต.บ้าง ด่ารัฐบาลที่จัดตั้งมีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีไปแล้วบ้าง

พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ครับ เป็นแบบเก่าสุดๆ ครับ ถือว่ายังโชคดี ที่ไม่ได้ไปเป็นรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี นะครับ ถ้าไปเป็นแล้วเวลาไปเจรจาความเมืองระหว่างประเทศ กับบรรดามหาอำนาจ ผมไม่รู้ว่าประเทศไทยจะมีความเสี่ยงที่จะเสียหายมากน้อยแค่ไหน”

‘สาธิต’ อัด ‘ก้าวไกล’ เล่นการเมืองเก่าหาเสียงให้ร้าย โชคดีที่ไม่ได้เป็น รบ.

‘เศรษฐา’ จ่อดันรถไฟรางคู่เฟส 2 ขอนแก่น-หนองคายเข้า ครม.เผยอบอุ่นพบคนอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558170

09 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ จ่อดันรถไฟรางคู่เฟส 2 ขอนแก่น-หนองคายเข้า ครม.เผยอบอุ่นพบคนอีสาน

‘เศรษฐา’ เตรียมดันรถไฟรางคู่เฟส 2 ขอนแก่น-หนองคายเข้า ครม. พร้อมเร่งเจรจาการค้าขนส่งออกระหว่างประเทศ เผยรู้สึกอบอุ่นหลังลงพื้นที่อีสาน

วันที่ 9 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการลง พื้นที่จังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ว่า ดูเรื่องจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าและศุลกากร เพราะหนองคายเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญที่สุด ปริมาณการค้าระหว่างประเทศที่ผ่านจากประเทศไทยไปลาวและไปประเทศจีนเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศุลกากรการเกษตรและคมนาคม รถไฟรางคู่ที่ต้องมาจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า สะพานมิตรภาพไทยลาวต้องยกระดับรับน้ำหนักมากขึ้น และมีประเด็นอื่นๆ อีกเยอะ ส่วนการพัฒนาสถานีรถไฟนาทาจ.หนองคาย ที่จะเป็นจุดเวียนถ่ายสินค้าคงต้องใช้เวลาพอสมควรในการสร้างพื้นที่ให้เป็นจุดวันสต็อปเซอร์วิสถ่ายสินค้า แต่ตอนนี้เราต้องมีการนับหนึ่งก่อน โดยกลับไปต้องมีการประชุมกันอีกครั้ง โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นโต้โผหลักในการประสานงาน รวมถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมด้วย เพราะถ้าหากเราทำดีแล้วยังติดขัดกับฝ่ายลาวอีกทำให้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ 

สำหรับความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจระหว่างจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอุดรธานีนั้น ทั้งสองจังหวัดถือว่าเป็นพื้นที่ใหญ่ของภาคอีสานตอนบนและเป็นเมืองท่า เพราะมีสนามบิน มีศักยภาพสูงที่จะพัฒนาต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยวหรือภาคอุตสาหกรรมที่จังหวัดอุดรธานีจะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมขึ้นมา มีสินค้าหลายอย่างที่ยังไม่สามารถนำศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งทั้ง 3 วันที่ผ่านมาได้พบปะและรับฟังปัญหาพี่น้องภาคเอกชนและข้าราชการ ซึ่ง 

ส่วนรถไฟรางคู่เฟส 2 จากจังหวัดขอนแก่นมาจังหวัดหนองคายต้องเข้าที่ประชุมครม.หรือสามารถทำต่อไปได้เลย นายเศรษฐา ระบุว่า เข้าใจว่าเข้าครม.อีกครั้งเดียวก็จบแล้ว เพราะงบประมาณมีการกันไว้เรียบร้อยและเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนอีกเรื่องหนึ่ง ใช้เงินไม่มากนักแต่ประโยชน์มหาศาล แต่ก็ต้องทำควบคู่กันไปกับจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า  ทำให้ สะพานมิตรภาพไทยลาวรับน้ำหนักได้มากขึ้น การเจรจากับลาวและต้องมีการทำวันสต็อปเซอร์วิสด้วยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน 

นายเศรษฐา กล่าวว่า แนวทางในการส่งออกสินค้าระหว่างไทย ลาว และจีนมีการรวมหลายภาคส่วนเข้าด้วยกันทั้งการคมนาคมเกี่ยวกับเรื่องรถไฟรางคู่ จุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ต้องมีความทันสมัย และต้องแข่งกับฝ่ายลาวด้วย ซึ่งการเจรจาการค้าระหว่างประเทศการขนถ่ายสินค้าเป็นไปด้วยดี รวมทัังสิ่งก่อสร้างต่างๆ และหวังว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งในปลายเดือนหน้าเพื่อติดตามความคืบหน้า

ส่วนเรื่องงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนมากและเพิ่มมากขึ้นจะทำให้เป็นปัญหาต่อการทำงานหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องงบประมาณไม่อยากให้เป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการกัน ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ประชาชนทุกจังหวัดก็ต้องการการพัฒนาต่อไป เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล กระทรวงทบวงกรมทุกแห่งต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและเรียงลำดับความสำคัญให้ดี ดูเรื่องงบประมาณให้ดี งบประมาณที่อนุมัติไปแล้วก็อย่าให้เพิ่มมากขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการงบประมาณให้อยู่ในกรอบที่สามารถทำได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะมีปัญหาเรื่องวินัยการเงินการคลังอีก เราเองทราบดีและตระหนักถึงว่าประชาชนมีความเดือดร้อนเยอะ ความเดือดร้อนก็ต้องแก้ไขด้วยการมีงบประมาณออกไป 

ถ้าหากการของบของแต่ละหน่วยงานแต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้จะให้การทำงานมีปัญหาหรือไม่นั้น นายเศรษฐากล่าวว่า อะไรที่เหมาะสมเราก็ต้องทำ อะไรไม่เหมาะสมก็ต้องถูกตีกลับไปพิจารณากันใหม่ เพราะหลายกระทรวงก็มีความต้องการกันเยอะ เรื่องบางอย่างไม่ต้องการงบประมาณก็สามารถทำได้ ซึ่งอยากให้รัฐมนตรีหลายท่านโฟกัสที่จุดนี้ด้วยเช่นกัน ในการเปลี่ยนแปลงนโยบาย รวมถึงการแก้กฎกติกา บางอย่างที่ไม่ต้องการงบประมาณก็สามารถทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้ 

ส่วนกังวลหรือไม่เพราะที่ผ่านมาการใช้งบประมาณเกี่ยวข้องกับคะแนนของแต่ละพรรคด้วย นายเศรษฐา กล่าวว่า เรามาทำงานวันนี้เพื่อประชาชน ซึ่งเรื่องความต้องการของประชาชนเป็นเรื่องที่สุด

ส่วนการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่มีการของบประมาณเพิ่มเท่าตัว ซึ่งงานเหลือระยะเวลาอีก 3 ปี จะมีการเพิ่มงบให้หรือไม่และจะบริหารจัดการอย่างไร นายเศรษฐา ระบุว่า เป็นเรื่องที่แปลกใจ แต่การมาอุดรธานีครั้งนี้เป็นการมารับฟังความคืบหน้า ซึ่งเหลือเวลาอีก 3 ปีเราก็ต้องดูให้ดี หากสร้างไม่ทันก็จะเป็นปัญหา ซึ่งการเพิ่มงบประมาณอีก 3,000 ล้านบาท ตนเชื่อว่าทุกคนมีความกังวล แต่ทาง อบจ.บอกแล้วว่าเป็นผู้นำเสนอ และทางนักวิชาการก็ต้องกลับไปช่วยกันดูให้เหมาะสม ลดค่าใช้จ่ายทำให้อยู่ในกรอบงบประมาณที่สามารถทำได้ หาเพิ่มมานิดหน่อยก็น่าจะสามารถพิจารณาได้ แต่สำคัญที่สุดคือจุดเริ่มต้น ที่ต้องเริ่มแล้วไม่เช่นนั้นไม่ทัน และจะเป็นการเสียหน้า ทั้งนี้ หวังว่าอบจ.จะเข้าใจ เพราะทุกภาคส่วนต้องการงบประมาณหมด ซึ่งบางนโยบายก็เป็นเรื่องยาก ตนจึงบอกว่าอยากลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุดเพื่อมารับฟังปัญหา ซึ่งหลายเรื่องยังไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูด 

ส่วนจะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วจะเร่งบริหารจัดการต่อไป นอกจากเรื่องปากท้องแล้ว ปัญหายาเสพติดก็เป็นปัญหาสำคัญของภาคอีสานเช่นกันที่ไม่อยากให้ รัฐบาลเราต้องดูทุกเรื่อง 

นอกจากนี้ นายเศรษฐา กล่าวว่า การลงพื้นที่ภาคอีสานหลังได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรู้สึกอบอุ่นมากกว่าช่วงหาเสียง ดังนั้นหากถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือต้องการให้กำลังใจเชื่อว่าการลงพื้นที่อีสานโดยเฉพาะ3 จังหวัดนี้(ขอนแก่น อุดรธานนี หนองคาย) ทำให้ได้รับกำลังใจกลับไปมากขึ้น