‘ศิริกัญญา’ ชำแหละนโยบาย ‘รัฐบาลเศรฐา 1’ แค่ ‘คำอธิษฐาน’ ไร้เป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558295

11 ก.ย. 2566

‘ศิริกัญญา’ ชำแหละนโยบาย ‘รัฐบาลเศรฐา 1’ แค่ ‘คำอธิษฐาน’ ไร้เป้าหมาย

‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ก้าวไกล ชำแหละนโยบาย ‘รัฐบาลเศรฐา 1’ แค่ ‘คำอธิษฐาน’ ไร้เป้าหมาย มาตรฐานต่ำกว่ายุค ‘ประยุทธ์-ยิ่งลักษณ์’ ซัดแหล่งที่มา เงินดิจิทัล งานแรกรัฐบาลทลายกรอบวินัยการเงินการคลัง

ที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่ออภิปรายนโยบาย ‘รัฐบาลเศรษฐา 1’ เป็นวันแรก  โดยภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลังแถลงภาพรวมของนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อเวลา 10.40 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลุกขึ้นอภิปรายฯ ว่าคำแถลงนโยบายที่ดีต้องเหมือนจีพีเอส ที่จะบอกว่าเป้าหมายตลอด 4 ปี คืออะไร รัฐบาลจะเดินไปเส้นทางไหน เหมือนหรือต่างกับผู้ร่วมทางตอนหาเสียงหรือไม่ จะไปถึงเป้าหมายเมื่อไหร่ 

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายฯ นโยบายรัฐบาลเศรษฐา 1น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายฯ นโยบายรัฐบาลเศรษฐา 1

“แต่เมื่อนั่งฟังนโยบายรัฐบาลจนจบ พบว่าไม่มีอะไรแตกต่างจากเอกสารที่ออกมาก่อนหน้านี้ ถ้าเปรียบเป็นจีพีเอสเหมือนประเทศกำลังหลงทาง ขาดความชัดเจน และหากเปรียบเทียบกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการกำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนมากกว่า”

โดยทั้งเป้าหมาย วิธีการ และการกำหนดกรอบเวลา ถือว่ามีความสำคัญเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าท่านได้ทำตามสัญญาหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องบรรจุนโยบายที่หาเสียงไว้เพราะเป็นสัญญาที่เอาไว้แลกกับคะแนนเสียง หากพรรคไหนคิดกลับคำตระบัดสัตย์ไม่บรรจุนโยบายที่หาเสียงไว้ในนโยบายรัฐบาล คงถือว่าพรรคการเมืองนั้นทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน

“หากตัดเกรดคำแถลงนโยบายของนายเศรษฐา ให้อยู่เกรดเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ และคิดว่าพ ล.อ.ประยุทธ์ แถลงได้ดีกว่าด้วยซ้ำเพราะแถลงยาวกว่า และยังถือว่าพรรคเพื่อไทยมาตรฐานตก เพราะไม่สามารถรักษามาตรฐานได้จากสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่แถลงนโยบายได้อย่างชัดเจน มีนโยบายที่หาเสียงทั้งหมดและมีการกำหนดกรอบเวลา การแถลงนโยบายไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่เป็นรูปธรรม เขียนแบบพูดอีกก็ถูกอีกเหมือนพูดว่าน้ำเป็นของเหลว จึงเท่ากับว่ารัฐบาลนี้ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีการอธิบายรายละเอียดของนโยบาย การเขียนนโยบายต้องไม่ใช่เขียนนโยบายเหมือนเป็นแค่คำอธิษฐาน นโยบายที่หาเสียงไว้ก็หาแทบไม่เจอ แม้จะมีนโยบายของพรรคเพื่อไทยอยู่บ้าง แต่ของพรรคร่วมแทบไม่เห็น” น.ส.ศิริกัญญา ระบุ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า นายกฯ ปัจจุบันมาจากภาคเอกชน เราหวังว่าจะเอาแนวทางบริหารแบบเอกชนมาปรับใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินในบางเรื่อง การแถลงนโยบายครั้งนี้ถ้าท่านคือซีอีโอใหม่ที่กำลังแสดงวิสัยทัศน์กับบอร์ด อยากถามว่าเป็นท่านจะฟังต่อหรือลุกเดินหนี ตอนอยู่เอกชนท่านมีเป้าหมายชัดเจน มีตัวเลขชี้วัด นั่นคือตัวอย่างที่ดี แต่น่าเสียดายที่ท่านยังไม่นำมาใช้ในการแถลงนโยบายครั้งนี้ คำแถลงขาดความทะเยอทะยานที่จะทำให้สังคมก้าวหน้า สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับประเทศ เหมือนท่านหลับตาข้างหนึ่งแล้วก้าวข้ามความขัดแย้งทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก้อน ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางสามจังหวัดภาคใต้ การลดความเหลื่อมล้ำ ไม่มีการพูดถึง เหมือนท่านไม่กล้าแตะเรื่องยากๆ

ทั้งนี้ตอนหาเสียงท่านกล้าหาญกว่านี้มาก ตนคิดว่าน่าจะมาจากการที่รัฐบาลกลัวการผูกมัดกลัวทำไม่ได้แบบที่สัญญาเลยไม่กล้าผูกมัดอะไรกับประชาชนเลย แต่ก็ไม่ควรหลอกประชาชนช่วงเลือกตั้งด้วยการหาเสียงแต่แรก และการเป็นรัฐบาลผสมข้ามขั้วเป็นรัฐบาลคนละขั้วหาข้อตกลงกันไม่ได้ จึงต้องเขียนให้ลอยและกว้างเอาไว้ มีความเกรงใจกลุ่มอำนาจเก่า จึงไม่กล้าทำเรื่องยากๆ ที่จะต้องปะทะกับใครเลย

ส่วนกรอบระยะสั้นหลายเรื่องที่ควรเป็นนโยบายเร่งด่วน กลับไม่มีส่วนกรอบระยะกลาง ระยะยาว หากพิจารณาดูจะพบว่าหายไปหลายเรื่อง เช่น ลดรายจ่าย และลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่ถูกลดทอนเหลือแค่เหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ตนเชื่อว่านายกฯ สมัยยังไม่เข้าวงการการเมืองเต็มตัว ท่านเคยแสดงความเห็นเรื่องนี้โดยเห็นว่าความเหลื่อมล้ำเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้อยากถามว่าท่านยังคิดแบบเดิมหรือไม่หรือเปลี่ยนความคิดไปแล้ว วันนี้ไม่ใช่แค่นายเศรษฐาที่เปลี่ยนไป แต่พรรคเพื่อไทยก็เปลี่ยนด้วย เพราะคำแถลงของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ความสำคัญเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้อย่างมาก วันนี้อุดมการณ์จุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังคงเดิมหรือเปลี่ยนไปแล้ว หรือท่านไม่เห็นว่าสำคัญอีกต่อไปเพราะบริบทเปลี่ยนไปแล้ว

น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่จะใช้งบประมาณ 5.6 แสนล้านบาทว่า แหล่งที่มาของงบประมาณจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าใช้งบประมาณแผ่นดินต้องพิจารณาว่างบพอหรือไม่หรือมีเงินสดพอหรือไม่ หรือหากใช้เงินนอกงบประมาณ จะมี 3 วิธีการคือ กู้ยืมเงินจากธนาคารรัฐ กู้ยืมเงินกองทุนหมุนเวียนหรือไม่ และขายกองทุนวายุภักษ์ หากเลือกใช้งบประมาณปี2567 คงไม่เพียงพออย่างแน่นอน เพราะงบที่เหลือจริงๆ ที่จะใช้ได้คือ 4 แสนล้านบาท ท่านได้ถามพรรคร่วมรัฐบาลอื่นหรือยังที่จะเอางบที่เหลือมาลงกับดิจิทัลวอลเล็ต แต่หากเลือกใช้เงินนอกงบประมาณก็ไม่สามารถทำได้ หากไม่แก้กรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งนายกฯ บอกว่าเคร่งครัดเรื่องวินัยการเงินการคลัง แต่งานแรกจะเริ่มต้นด้วยการทลายกรอบวินัยการเงินการคลังเลยหรือ

“ดิจิทัลวอลเล็ตกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่นอน แต่ดิจิทัลวอลเล็ต ทำให้เกษตรกรขุดแหล่งน้ำ เพื่อบรรเทาภัยแล้งไม่ได้ , ดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ทำให้เกษตรกร ได้เอกสารสิทธิที่ดินทำกินได้, ดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ช่วยการส่งออกสินค้าได้” น.ส.ศิริกัญญา ระบุ

น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า ขอให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญให้ดี การบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การพนัน จะเทหมดหน้าตักแล้วไปหวังน้ำบ่อหน้าไม่ได้ ข้อดีของการแถลงนโยบายแบบกว้างๆ คือท่านทำอะไรได้มากว่านั้น ท่านยังมีโอกาสอีกครั้งในการแถลงงบประมาณ ถ้าคำแถลงนโยบายคือคำสัญญา 4 ปี คำแถลงงบประมาณก็จะเป็นคำสัญญา 1 ปี ซึ่งยังเฝ้ารอในโอกาสหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย เป็นการเติมเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย นำไปสู่การจ้างงานสร้างอาชีพ เศรษฐาไม่ได้บอกว่าเงินดิจิทัลจะนำใช้ไปในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่ทำกัน และการส่งออก

‘ศิริกัญญา’ ชำแหละนโยบาย ‘รัฐบาลเศรฐา 1’ แค่ ‘คำอธิษฐาน’ ไร้เป้าหมาย

‘ก้าวไกล ‘ แนะ เงินดิจิทัล 10,000 บาท ป้อนร้านค้ารายย่อย เชื่อฟื้นศก.ได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558297

11 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล ' แนะ  เงินดิจิทัล 10,000 บาท ป้อนร้านค้ารายย่อย เชื่อฟื้นศก.ได้จริง

สส.บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล อภิปรายในสภา มอง ” โครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ” จะเห็นผลจริง ควรเจาะจงไปที่ กลุ่มร้านค้ารายย่อย หรือ SMEs เพราะเป็นฐานรากในการสร้างความหมุนเวียนของระบบ ชี้หากไม่กำหนดเป้าหมายชัดเจน สุดท้ายกลุ่มทุนขนาดใหญ่กินรวบ

นายวรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา  ว่า  จากการฟังคำแถลงพบว่า  รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการย่อย หรือ  SMEs น้อยเกินไป โดยมีเพียงการอธิบายว่า SMEs กำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิดเท่านั้น    ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว  ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือรายย่อย   พบกับปัญหามายาวนานก่อนวิกฤตโควิด ทำให้กังวลว่าหากรัฐบาลมองวิกฤตเศรษฐกิจนี้แต่ในภาพกว้าง โดยคิดว่าเพียงการกระตุ้นและการแจกเงินเพียงครั้งเดียวจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้ รัฐบาลจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจครั้งนี้ได้ หรือจะแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุด

สิ่งที่ SMEs คาดหวังจากนโยบายรัฐบาลคือแต้มต่อ เพื่อช่วยแข่งขันกับกลุ่มทุนใหญ่ที่มีทรัพยากรที่ได้เปรียบมากกว่า SMEs   และมีแนวโน้มจะกินรวบในเศรษฐกิจไทยมากขึ้นทุกวัน ตนจึงอยากให้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไข โดยเฉพาะในโครงการเติมเงินดิจิทัล จากที่กำหนดให้สามารถใช้เงินดิจิทัลได้ในรัศมี 4 กิโลเมตร   มาเป็นการกำหนดให้เงินดิจิทัล ใช้ได้เฉพาะกับร้านค้ารายย่อย หรือ SMEs เท่านั้น หรืออย่างน้อยรัฐบาลควรจะกำหนดแต้มต่อให้ร้านค้า SMEs เป็นโบนัส 20% – 30% สำหรับเงินดิจิทัล ดีกว่าที่จะใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อสุดท้ายจะไหลเข้ากลุ่มทุนใหญ่ทั้งหมด

.

เชื่ออัดฉีดรายย่อยของจริง ช่วยฟื้นศก. 

.

ผู้ประกอบการรายย่อยฐานราก คือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจนี้มากที่สุด และการกำหนดเฉพาะร้านค้ารายย่อย จึงเกิดการกระจายเม็ดเงินไปยังทุกพื้นที่ได้จริง ตามวัตถุประสงค์ของนโยบายรัฐบาล หรือถ้าวัตถุประสงค์ของโครงการคือต้องการเห็นเม็ดเงินสะพัด เกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายรอบมากที่สุดเ พื่อฟื้นเศรษฐกิจได้เร็วๆ การกำหนดเงื่อนไขให้มีการหมุนเงินกันเฉพาะร้านค้ารายย่อย ก็ย่อมจะตอบโจทย์วัตถุประสงค์นี้มากกว่า และนี่เป็นสาเหตุที่พรรคก้าวไกลเสนอนโยบาย   “หวยใบเสร็จ SMEs”  ให้รายย่อย SMEs ได้มีแต้มต่อ เพื่อจูงใจให้คนหันมาอุดหนุนร้านรายย่อยมากขึ้น 

 ด้านโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ของ SMEs  ปีที่แล้วสินเชื่อในระบบทั้งหมดที่อนุมัติให้ SMEs ลดลง 2% ขณะที่สินเชื่อที่ปล่อยให้กลุ่มทุนใหญ่กลับเพิ่มขึ้นถึง 5% ซึ่งแนวโน้มเช่นนี้เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมา 6 ปีติดต่อกันแล้ว นี่คือความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันที่เกิดขึ้นชัดเจน เมื่อเงินทุนจากสินเชื่อในระบบไหลไปกองอยู่ที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่หมด เงินทุนสำหรับ SMEs น้อยลงเรื่อย ๆ ยังไม่นับว่าดอกเบี้ยระหว่างรายเล็กกับรายใหญ่ก็ถ่างขึ้นเรื่อย  ๆ 

.

ขอรัฐเพิ่มวงเงินช่วยทุนรายเล็กขับเคลื่อน

.

สิ่งที่ SMEs คาดหวังจากนโยบายรัฐบาล คือการเพิ่มวงเงินสำหรับค้ำประกันสินเชื่อ ให้ SMEs โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ปกติมีความเสี่ยงสูง สถาบันการเงินไม่ค่อยอยากจะอนุมัติสินเชื่อให้ถ้ารัฐบาลไม่มีนโยบายค้ำประกันช่วย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลจะใช้กลไก    บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม  “บสย.” เป็นหน่วยงานหลักในการช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้ SMEs แต่งบประมาณที่รัฐบาลก่อนหน้าจัดสรรให้ยังไม่มากพอ ที่จะทำให้สถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อให้แก่ SMEs

“นโยบายการเพิ่มงบประมาณให้ บสย. 30,000 ล้านบาท ก็เป็นนโยบายเดียวกัน ที่ทั้งพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลได้เคยหาเสียงไว้ตรงกัน แต่วันนี้กลับไม่เห็นในคำแถลงนโยบายแล้ว จึงต้องถามว่าเราจะได้เห็นการสนับสนุน SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่  เพราะการที่ SMEs กู้สินเชื่อในระบบไม่ได้ ทำให้ปัญหาหนี้นอกระบบและปัญหาสังคมเกิดขึ้นตามมา และตราบที่ SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบไม่ได้ ต่อให้รัฐบาลจะเติมเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจมากเท่าไหร่ โอกาสที่รายย่อยจะเข้าถึงทุนก็จะไม่เกิดขึ้น และจะกลายเป็นว่าประชาชนได้แค่ 10,000 บาทมาใช้ แต่มูลค่าเศรษฐกิจก็จะเข้าไปทุนใหญ่เหมือนเดิม    ”   นายวรภพ ระบุ

พรรคเป็นธรรม ชู 4 ประเด็น อภิปราย – สว.กิตติศักดิ์ แคลงใจ เงินดิจิทัล 10,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558272

11 ก.ย. 2566

พรรคเป็นธรรม ชู 4 ประเด็น อภิปราย - สว.กิตติศักดิ์  แคลงใจ เงินดิจิทัล 10,000 บาท

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม แจง ประเด็น ที่เตรียมไว้เพื่ออภิปรายรัฐบาล ได้คิวพรุ่งนี้ ทั้งกระจายอำนาจ , สันติภาพชายแดนใต้ , ความมั่นคง และ การต่างประเทศ ย้ำต้องการเสริมให้นโยบายแข็งแกร่งขึ้น ส่วน สว. กิตติศักดิ์ ตั้งข้อสังเกต เงินดิจิทัล 10,000 บาท ทำไมไม่โอนเป็นเงินสด

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม  เปิดเผยว่า  ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 
“พรรคเป็นธรรม” ได้คิวอภิปรายวันพรุ่งนี้ ( อังคารที่ 12)  ระยะเวลารวม 17 นาที ซึ่งประเด็นสำคัญที่จะอภิปรายมี 4 เรื่องคือ 1.การกระจายอำนาจ ซึ่งมีความจำเป็นต้องอภิปรายหลายประเด็น อาทิ ผู้ว่าฯ CEO 2.การสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นว่านโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญค่อนข้างน้อย 3.เรื่องความมั่นคง ซึ่งจะอภิปรายว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างความมั่นคงจะเป็นอย่างไร 4.การต่างประเทศ ว่าประเทศไทยจะมีจุดยืนในการทูตอย่างไร ให้ประเทศไทยมีความสง่างามในเวทีโลก

นายกัณวีร์ กล่าวว่า เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว นโยบายต่าง ๆ กมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งพรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายทั้งหมดตั้งแต่นโยบายช่วงหาเสียง ช่วงการตั้งรัฐบาล และวันนี้ เป็นการแถลงนโยบายทั้งหมด การอภิปรายจึงเป็นในลักษณะตั้งคำถาม และตั้งข้อสังเกต เพื่อเป็นการเสริมให้นโยบายแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่อภิปราย เพื่อไม่เห็นด้วยกับนโยบาย   “การอภิปรายของพรรคเป็นธรรม จะลงรายละเอียดเป็นเรื่องๆ  โดยเฉพาะเรื่องการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องเกี่ยวกับผู้ว่า CEO ที่ได้เตรียมข้อมูลมานาน”    นายกัณวีร์  ระบุ  

พรรคเป็นธรรม ชู 4 ประเด็น อภิปราย - สว.กิตติศักดิ์  แคลงใจ เงินดิจิทัล 10,000 บาท

กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม

.

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา  ( สว. ) กล่าวว่า ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ได้เตรียมผู้อภิปรายกว่า 60 คน  ในกรอบเวลาอภิปราย 5 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอในการอภิปราย ทำให้มี สว.หลายคนต้องสละสิทธิ์การอภิปราย ส่วนตนเองนั้นไม่ได้อภิปราย เพราะเมื่อหารเวลากันแล้ว สว.จะได้อภิปรายคนละ 5 นาที เพราะฉะนั้น จึงให้ สว. คนอื่นๆได้อภิปราย

ทั้งนี้  ยังติดใจประเด็นเรื่องเงินดิจิทัล 10,000 บาท ฝากรัฐบาลชี้แจงให้ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดจึงไม่แจกเป็นเงินสด และการนำเงินเข้าระบบดังกล่าวมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นที่ สส.และ สว. ติดใจ และต้องการคำตอบจากรัฐบาล มองว่าหากชี้แจงประเด็นนี้ได้ก็ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามเรื่องที่สนับสนุนให้ประชาชน อยู่ดีกินดี ตนเห็นด้วยและขอสนับสนุน ทั้งนี้ฝากทิ้งท้ายว่า  พร้อมให้กำลังใจและขอสนับสนุนรัฐบาลเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

พรรคเป็นธรรม ชู 4 ประเด็น อภิปราย - สว.กิตติศักดิ์  แคลงใจ เงินดิจิทัล 10,000 บาท

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา  ( สว. )

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558266

11 ก.ย. 2566

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

“ชลน่าน-สันติ” เข้ากระทรวงสาธารณสุข ลงนามเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เตรียมแถลงนโยบายกระทรวงภายในวันที่ 22 ก.ย.นี้ เตรียมตั้ง คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นแกนกลางกำหนดนโยบายสุขภาพ บูรณาการทุกกระทรวงเกี่ยวกับสุขภาพเข้าร่วม

ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

เดินทางเข้ากระทรวงวันแรกอยาางเป็นทางการ โดยทำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง 7 จุด

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

ได้แก่ พระพุทธนิรามัย ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ศาลพระพรหม

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อยู่บนแท่นฐานเดียวกัน พระอนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาชัยนาทนเรนทร

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

พระอนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

 จากนั้นเข้าห้องทำงานชั้น 4 ลงนามในหนังสือเข้ารับหน้าที่ในตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดให้การต้อนรับ 

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

    นพ.ชลน่าน ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินงานจะนำนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภามาแปลงเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและนำไปสู่แผนการปฏิบัติ โดยจะแถลงนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 22 ก.ย.นี้

ชลน่าน-สันติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี สธ. เตรียมแถลงนโยบายกระทรวง

เช่น เรื่องการยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น

โดยเป็นการเพิ่มคุณภาพประสิทธิภาพทุกมิติ ทั้งการส่งเสริมป้องกัน การรักษา การฟื้นฟู และเรื่องสุขภาวะ และจะต้องตอบโจทย์เรื่องสุขภาพเชิงสังคมที่ยังมีปัญหาอยู่มาก 

    นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ส่วนการบูรณาการกองทุนสุขภาพอื่นๆ จะดูเชิงระบบทั้งหมด ซึ่งในมิติสุขภาพอยู่ในภาระงานของกระทรวงสาธารณสุข 60-70% จึงต้องเป็นแกนหลักขับเคลื่อน โดยจะตั้งเป็นคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Board) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเข้าร่วม 

เพื่อวางแนวทางการขับเคลื่อนเชิงนโยบายทั้งหมด ทั้งนี้ บทบาทแต่ละหน่วยงานรวมถึงกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ลดลง แต่กระทรวงฯ จะมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อประสาน 

‘ธรรมนัส’ ลั่นทำสงครามกับหมูเถื่อน เตรียมมอบนโยบายให้กระทรวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558265

11 ก.ย. 2566

'ธรรมนัส' ลั่นทำสงครามกับหมูเถื่อน เตรียมมอบนโยบายให้กระทรวง

‘ธรรมนัส’ ประกาศทำสงครามกับหมูเถื่อน พร้อมเตรียมส่งมอบนโยบายให้กระทรวงเกษตรฯ รับมือเอลนีโญ แจงคำแถลงเป็นเพียงกรอบการทำงานโดยกว้าง

วันที่ 11 ก.ย. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาบอกว่า นโยบายของรัฐบาลไม่มีความชัดเจน ไม่ตรงปกเหมือนตอนหาเสียงว่า นโยบายที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงช่วงเช้า เป็นกรอบกว้างๆ แต่ในเรื่องของรายละเอียดแต่ละกระทรวงถึงในระยะ 4 ปีนี้ รัฐบาลจะทำอะไรให้กับประชาชน

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแผนอยู่แล้วทุกกลุ่ม หลังจากพรุ่งนี้ (12 ก.ย.) รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น ตนจะรีบนำนโยบายมอบให้กับกระทรวงเกษตรฯ และทุกหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งจะมีรายละเอียดในเรื่องของงาน และเชื่อว่ากระทรวงอื่นก็จะทำเหมือนกัน

ส่วนมีเป้าหมายชัดเจนหรือไม่ เอางบประมาณมาจากไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การร่วมมือของภาครัฐและเอกชนจะต้องแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน ไม่ใช่เรื่องแค่ราคาพืชผลทางการเกษตร การได้รับอิทธิพลความแปรปรวนของเอลนีโญ กระทรวงเกษตรฯ จะต้องมีแผนระยะยาวว่าจะแก้ไขอย่างไร 

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงปัญหาการลักรอบนำเข้าสินค้าภาคปศุสัตว์ผิดกฎหมาย ว่า ตนจะตั้งคณะกรรมการปราบปรามอย่างจริงจัง และขอประกาศทำสงครามกับสินค้าเถื่อนที่เข้ามาในประเทศ ทำให้คุณภาพการเกษตรราคาตกต่ำ

‘จุรินทร์’ โชว์สกิล ‘ฝ่ายค้าน’ สับนโยบาย ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ไม่ชัดเจน 10 ข้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558259

11 ก.ย. 2566

'จุรินทร์' โชว์สกิล 'ฝ่ายค้าน' สับนโยบาย 'รัฐบาลเศรษฐา' ไม่ชัดเจน 10 ข้อ

ประชาธิปัตย์ ฟอร์มไม่ตก รักษาการหัวหน้าพรรค โชว์ทักษะ อภิปรายนโยบาย ‘รัฐบาลเศรษฐา’ 10 ข้อ ยังคาใจไม่มีรายละเอียดในการแถลงต่อรัฐสภา

จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โชว์ความเป็นฝ่ายค้านมืออาชีพ ลุกขึ้นสับนโยบายรัฐบาลเศรษฐา เลื่อนลอยขาดความชัดเจน น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง  ไม่ตรงปกกับตอนที่หาเสียงกลายเป็นนโยบายนินจาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ประกอบไปด้วย

 

  • เงินเดือนปริญญาตรี 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน
  • ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน เขียนไว้แค่บรรทัดเดียวในหน้า 8 ว่าค่าแรงขั้นต่ำที่เป็นธรรม -นโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ทำทันที  
  • ลดความเหลื่อมล้ำ ใช้คำว่าเติมเงินให้ทุกครอบครัวที่รายได้ต่ำกว่าสองหมื่นบาททุกเดือน
  • กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เลือกตั้งผู้ว่าฯ กลายเป็นผู้ว่าฯซีอีโอย้อนยุคไป 20 ปี
  • เรื่องพืชผลทางการเกษตร จะยกระดับอย่างไรถ้าไม่ทำจำนำข้าวและประกันราคาเรื่องนี้ ทำให้ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นประท้วงว่าเป็นการพาดพิงบุคคลภายนอก

ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทยธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอื่นๆที่ไม่ชัดเจน ที่รัฐบาลเศรษฐาแถลงต่อรัฐสภาประกอบด้วย

  • เรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต มีคำถามสองข้อ คือทำอย่างไร และเอาเงินมาจากไหน อย่าให้กลายเป็นนโยบายไปตายาเอาดาบหน้า
  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีคำถามว่า แก้ไขหมวด 1 ได้หรือไม่ เพราะไม่มีนโยบายไม่แก้หมวดนี้ทั้งเรื่องแบ่งแยกดินแดน และการปกครอง
  • นโยบายแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ที่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ
  • สุดท้าย นโยบายเรื่องหลักนิติธรรม มีความชัดเจนปรากฏว่าความเท่าเทียมไม่เกิดขึ้นจริง ยกตัวอย่างเรื่งการพระราชทานอภัยโทษ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566

รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ทั้งหมดนี้ ไม่มีเขียนไว้ในนโยบายที่แถลง ต่อรัฐสภาอย่างชัดเจน  และไม่มอยากเห็นเป็นแค่เทคนิคการหาเสียงหรือนโยบายการละคร

เปิดคำ ‘แถลงนโยบายรัฐบาล’ เศรษฐา ร่ายยาว ‘เงินดิจิทัล 10,000’ มาแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558256

11 ก.ย. 2566

เปิดคำ 'แถลงนโยบายรัฐบาล' เศรษฐา ร่ายยาว 'เงินดิจิทัล 10,000' มาแน่

นายกฯ ‘เศรษฐา’ ประเดิม ‘แถลงนโยบายรัฐบาล’ เป้าหมายแรกกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วย ‘เงินดิจิทัล 10,000’ – พักหนี้เกษตรกร – ลดค่าครองชีพ

การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อ “แถลงนโยบายรัฐบาล” ต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ  โดยมีนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. โดยประธานรัฐสภา ได้ชี้แจงเวลาในการอภิปราย ซึ่งจะใช้เวลาทั้งหมด 30 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ย. 2566 แบ่งเป็น ครม. 5 ชั่วโมง, สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 5 ชั่วโมง, พรรคร่วมรัฐบาล 5 ชั่วโมง และพรรคร่วมฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง

แถลงนโยบายรัฐบาลแถลงนโยบายรัฐบาล

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดฉากแถลงนโยบายรัฐบาล “ครม.เศรษฐา” เป็นเอกสาร 43 หน้า โดยแบ่งเป็นคำแถลงนโยบาย 14 หน้า ส่วนที่เหลือเป็นภาคผนวก ซึ่งสาระสำคัญของนโยบายที่นำเสนอกรอบการทำงานของรัฐบาลแบ่งเป็นระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว

นายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และยังถูกซ้ำเติมด้วยโควิด-19 ประกอบกับปัญหาสังคมการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อ ฝังรากลึก และ ยังไม่ได้มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลก  และประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งความท้าทายเหล่านี้ เป็นปัจจัยที่ก่อปัญหาความยากจนความเหลื่อมล้ำ ขาดความพร้อมที่จะเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดเป็นเป้าหมายของรัฐบาล ที่ต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยวางกรอบไว้ 3 ระยะ คือระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว

แถลงนโยบายรัฐบาลแถลงนโยบายรัฐบาล

  • ระยะสั้น รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นค่าใช้จ่ายด้วยนโยบาย “เงินดิจิทัล 10,000” ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต

นอกจากนี้ จะเดินหน้านโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สิน ทั้งในภาคเกษตร ธุรกิจ ภาคประชาชน ด้วยการพักหนี้เกษตรกร ตามเงื่อนไข ช่วยประคองภาระหนี้ และต้นทุนทางการเงินสำหรับประชาชน ครอบคลุมไปถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ภายใต้ปรัชญาที่ไม่ขัดต่อวินัยการเงินการคลังและไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม

นโยบายเร่งด่วนถัดมา คือการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ทั้งค่าไฟ, ค่าก๊าซหุงต้ม และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ขณะเดียวกันจะผลักดันนโยบายที่กระตุ้นการท่องเที่ยว เป็นกุญแจดอกแรก ที่จะสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และสร้างงานให้ประชาชนจำนวนมาก พร้อมเปิดประตูรับนักท่องเที่ยว ด้วยการอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขอวีซ่า

และสุดท้ายจะมุ่งแก้ปัญหาความเห็นต่าง โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์

  • ระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลมีแนวทางที่จะสร้างรายได้ ทั้งการเปิดประตูสู่การค้าตลาดใหม่ๆ ทั้งในกลุ่มสหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง

แถลงนโยบายรัฐบาลแถลงนโยบายรัฐบาล

นอกจากนี้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางสินค้า เพื่อดึงดูดการลงทุน รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งในประเทศ ทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางราง และอากาศ พร้อมทั้ง ดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าที่ถูกกฎหมายตามแนวชายแดนเพื่อสร้างเงินสร้างงาน สร้างรายได้

อีกทั้ง จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งประเทศให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในระยะเวลา 4 ปี  ช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยการยกเลิกปรับปรุงกฎหมายที่ไม่จำเป็น เช่น ปลดล็อก กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสุราพื้นบ้าน

นายเศรษฐา ยังกล่าวต่อด้วยว่า เราจะบริหารในรูปแบบของการกระจายอำนาจ คือผู้ว่าฯ ceo ในการสร้างประสิทธิภาพในการ บริหารงานในแต่ละจังหวัด ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย โดยรัฐบาลจะนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสถัดจากช่องโหว่ในการทุจริต นอกจากนี้ จะมีการเลือกตัวแทนของผู้บริหารเป็นตัวแทนการพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดเมืองนอน รัฐบาลนี้จะมีนโยบายสนับสนุนการสร้างซอฟพาวเวอร์ ส่งเสริมหนึ่งครอบครัวหนึ่งทักษะซอฟพาวเวอร์

ส่วนเรื่องของการศึกษารัฐบาลจะดำเนินนโยบายปฏิรูปการศึกษาให้เป็นสังคมแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต และต้องกระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของครูทั่วประเทศ

ขณะที่ด้านของความปลอดภัย รัฐบาลจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด ให้หมดไปจากสังคมไทย โดยยึดหลักการเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย และหลังจากการบำบัด พัฒนาความสามารถให้เข้าสู่ภาคแรงงานส่วนผู้ผลิต ส่วนผู้ผลิตและผู้ค้า ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม เราจะใช้มาตรการจริงจัง ยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด นอกจากนี้ รัฐบาลจะดำเนินแนวทางนโยบายการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพเพื่อสร้างมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ

“เรื่องของระบบสาธารณสุข เราจะรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เราจะยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้รับความสะดวกมากขึ้น ด้วยบริการพื้นฐานใกล้บ้าน ประชาชนไม่ต้องลำบากเดินทางไกล อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเปราะบาง คนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มชาติพันธ์ โดยจะดูแลให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมด้วย “สวัสดิการโดยรัฐ”

นายเศรษฐา กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หากมองอนาคต 4 ปีข้างหน้า จะเป็น 4 ปีที่รัฐบาลจะวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับประเทศ โดยยึดหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งและน่าเชื่อถือ อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ขณะที่การบริหารค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินนโยบายรัฐบาล การรักษากรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศอย่างเคร่งครัด 

‘เศรษฐา’ ถือฤกษ์ 07.59 น.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตื่นเต้นเข้าสภาครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558248

11 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ถือฤกษ์ 07.59 น.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตื่นเต้นเข้าสภาครั้งแรก

‘เศรษฐา’ ถือฤกษ์ 07.59 สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนแถลงนโยบาย รับตื่นเต้นเข้ารัฐสภาครั้งแรก ปัดกังวลถูกวิจารณ์นโยบายไม่ตรงปก

วันที่ 11 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทาง มายังรัฐสภา ครั้งแรกเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยเมื่อมาถึง เวลา 07.59 น. ได้นำพวงมาลัยมาไหว้ สักการะพระสยามเทวาธิราช และ ศาลตายายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา ก่อนจะไปสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7  ที่ห้องพิพิธภัณฑ์อาคารรัฐสภา ขอให้คุ้มครองประเทศ 

โดย นายเศรษฐา ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยยอมรับว่าเข้าสภาครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติ เห็นสภาครั้งแรกอลังการดี วันนี้พร้อมชี้แจงนโยบาย ไม่มีอะไรต้องน่ากังวลเพราะเตรียมตัวมาอย่างดี และทีมงานก็ได้มีการพูดคุยกันแล้วเมื่อวานนี้ รวมถึง มีการแบ่งงาน สส. รัฐมนตรีในการช่วยชี้แจงเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงพร้อมที่จะแถลงนโยบายและพร้อมชี้แจงทุกคำถามของสมาชิก 

ส่วนกรณีที่ที่สมาชิกยังติดใจ เกี่ยวกับนโยบาย เงินดิจิทัล 10,000 บาท นั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า พร้อมชี้แจงทุกคำถาม  เช่นเดียวกับนโยบายกัญชาเพื่อเศรษฐกิจ  ที่ถูกตีความหลากหลาย แต่ขอยืนยันว่าเป็นการทำกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น 

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคก้าวไกลได้เตรียมขุนพลในการอภิปรายนโยบายจำนวนมาก นายเศรษฐาระบุว่าเป็นหน้าที่อันทรงเกียรติของสมาชิกทุกท่าน เพราะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ที่ต้องเข้ามาซักถามฝ่ายบริหารให้ทราบถึงนโยบายและรายละเอียด ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมควรทำ 

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่านโยบายของรัฐบาลไม่ตรงปกกับที่หาเสียงไว้ ขอให้รอ ฟังคำชี้แจงในวันนี้ก่อน 

นายเศษฐายังกล่าวอีกว่า ในการแถลงนโยบายและอภิปรายวันนี้ อยากเห็นบรรยากาศของความสมัครสมานสามัคคี  และยังคงยืนยันว่าจะทำงานแบบไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย หลังจากที่เดินหน้าทำงานลงพื้นที่มาตลอดหนึ่งสัปดาห์ และตอนนี้ เสาร์-อาทิตย์ ก็ยังทำงานอยู่แต่หากเหนื่อยก็พัก 

‘นิพิฏฐ์’ เชื่อ คดี ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ขาดอายุความแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558243

11 ก.ย. 2566

'นิพิฏฐ์' เชื่อ คดี 'อิทธิพล คุณปลื้ม' ขาดอายุความแล้ว

คดีของอดีตนายกเมืองพัทยา ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ออกใบอนุญาตสร้างคอนโดฯ โดยมิชอบ ถูกมองจาก ‘นิพิฏฐ์’ อินทรสมบัติ ว่าขาดอายุความแล้ว

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุงพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายเหตุผลที่มองว่า คดีของนาย อิทธิพล คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยากรณีการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โครงการ วอร์เตอร์ฟรอนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ โดยมิชอบ ขาดอายุความแล้วด้วยเหตุว่า

คดีของอดีตนายกเมืองพัทยานี้ เหตุเกิด 10 กันยายน 2551 มีอายุความ 15 ปี แม้ต่อมา มีกฎหมายออกใหม่ ให้คดีที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ไม่ขาดอายุความ หากหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดี ปัญหานี้ไม่ซับซ้อนอะไร คดีที่เกิดก่อนแก้ไขกฎหมาย ไม่ให้ใช้ย้อนหลังเป็นโทษกับบุคคล  ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2

นิพิฏฐ์ ยืนยันว่าศาลฎีกา ยึดแนวนี้มาตลอด คือ ไม่ให้นับอายุความย้อนหลัง  และเคยเขียนมาแล้วครั้งหนึ่ง คือฎ.17905/2557,ฎ.9955/2558,ฎ.10166/2558, ฎ.10616/2558, ฎ.(ประชุมใหญ่ ที่ 14/2560,คดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อม.ที่1/2551 และ อม.4/2551 )

นิพิฏฐ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ตอนขอออกหมายจับครั้งแรก ขอออกหมายจับเพียง 10 กย.2566 ต่อมา ปปช.ได้ขอถอนหมายจับ และขอให้ศาลออกหมายจับใหม่ เป็นหมายจับไม่มีอายุความ ซึ่งผมเห็นว่าแปลกๆ คดีอดีตรัฐมนตรีอิทธิพล คุณปลื้ม เขาจะผิด-ถูก อย่างไร ก็ต้องมีการพิสูจน์ แต่เรื่องอายุความ คิดว่า ขาดอายุความแล้ว ตามเหตุผลข้างต้น

‘ถ่ายทอดสด’ ‘แถลงนโยบาย’ ก้าวไกลจัดหนัก ‘รัฐบาลเศรษฐา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558206

11 ก.ย. 2566

'ถ่ายทอดสด' 'แถลงนโยบาย' ก้าวไกลจัดหนัก 'รัฐบาลเศรษฐา'

ก้าวไกลจัดหนัก 30 ขุนพล ถล่ม ‘แถลงนโยบาย’ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ‘ถ่ายทอดสด’ 09.30 น. เริ่มวันที่ 11 กันยายนนี้ ใส่เต็มที่ไม่มีผ่อน

ก้าวไกล คัดยอดฝีมือ ชำแหละแถลงนโยบาย รัฐบาลเศรษฐา วันพรุ่งนี้ ตั้งเป้า ใช้ 720 นาทีอย่างคุ้มค่า อภิปรายนโยบาย รัฐบาลเศรษฐา ถ่ายทอดสดเริ่ม  09.30 น. วันนี้ พรรคก้าวไกล เล่นใหญ่ อบรมผู้อภิปราย ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ จำนวน 30 คน แบบมาราธอน ระหว่างวันที่ 8- 10 กันยายน

โดยผู้อภิปรายทุกคน ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการกลั่นกรองผู้อภิปรายของพรรคเช่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรค

คณะกรรมการใช้เวลา 1 สัปดาห์ จาก สส.ทั้ง 66 คน ที่ต้องการอภิปรายทยอยมาเล่ามุมมอง และข้อมูลของตนเองเกี่ยวกับการอภิปราย จนเหลือ 30 คน ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการคัดสรร จะนำข้อมูลไปให้เพื่อน สส.ผู้อภิปราย ขมวดปมพูดในสภาฯ แทน

เนื่องจากพรรคก้าวไกลต้องบริหารเวลาที่ได้รับมา 720 นาที ให้อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐาได้ครอบคลุมทั้งหมด เช่น นโยบายเกี่ยวกับกองทัพ หรือปฏิรูปกองทัพ จะมี นายชัยธวัช เป็นขุนพลนำอภิปราย

เปิดอภิปรายวันที่ 11 กันยายน  น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้อภิปรายเปิดเป็นคนแรกในภาพรวมการแถลงนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทขณะที่ผู้อภิปรายด้านเศรษฐกิจคนอื่นๆ อาทิ นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สส.บัญชีรายชื่อ

ส่วนผู้อภิปรายปิดสรุปประเด็นสุดท้าย คือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นผู้อภิปรายนโยบายด้านการเมือง เรียกร้องให้นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เข้ามาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง