‘ประเสริฐ’ ย้ำทุกกระทรวงมีรายละเอียดนโยบาย เชื่อพร้อมแจงดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558339

12 ก.ย. 2566

'ประเสริฐ' ย้ำทุกกระทรวงมีรายละเอียดนโยบาย เชื่อพร้อมแจงดิจิทัลวอลเล็ต

‘ประเสริฐ’ ย้ำการแถลงนโบายเป็นกรอบการทำงานมุมกว้าง แต่ทุกกระทรวงมีรายละเอียดหมดแล้ว พร้อมแจงที่มาเงินดิจิทัลวอลเล็ต

วันที่ 12 ก.ย.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงบรรยากาศการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล เมื่อวานี้(11 ก.ย.) ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี เข้าใจความเป็นห่วงของสมาชิกฝ่ายค้าน แต่ต้องชี้แจงว่า นโยบายของรัฐบาลเป็นมุมกว้าง ส่วนรายละเอียด กระทรวงต่างๆมีไว้หมดแล้ว ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงไปส่วนหนึ่งแล้ว และวันนี้จะมีการตอบคำถามเพิ่มเติม ตามสมาชิกสงสัย พร้อมยืนยันว่า จะต้องมีการชี้แจงเรื่อง ที่มาของงบประมาณ ในนโยบายดิจิทัลวอลเล็ทในวันนี้

ทั้งนี้ นายประเสริฐ คาดว่าในวันนี้ กระทรวงที่จะถูกอภิปราย น่าจะมีกระทรวงกลาโหม เป็นหลัก รวมถึงกระทรวงอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่ 

นายประเสริฐเผยว่า การประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้อาจจะมีการทยอยแต่งตั้ง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบางส่วน เช่น โฆษกรัฐบาล หรือเลขานุการรัฐมนตรี แต่คงไม่แต่งตั้งหมดทุกตำแหน่ง ซึ่งตอนนี้กำลังรอวาระการประชุมอยู่

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้เลยไม่ต้องรอปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558335

12 ก.ย. 2566

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้เลยไม่ต้องรอปีใหม่

ดร.สามารถชี้ ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ สายสีม่วง – แดง ทำได้เลยไม่ต้องรอปีใหม่ เชื่อรัฐต้องจ่ายชดเชยปีละไม่น้อยกว่าหมื่นล้าน แนะเหมาจ่าย 50 บาทช่วยเพิ่มยอดผู้โดยสาร ชดเชยน้อยกว่า

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้พรรคประชาธิปัตย์ นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง เปิดเผยถึงกรณี รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย นโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายรัฐบาล โดยกล่าวว่า จากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ได้แถลงในสภาว่า รถไฟฟ้า 20บาทตลอดสาย จะทำในช่วงปีใหม่นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งเดิมบอกว่าต้องใช้เวลา 2 ปี สิ่งที่แถลงไม่ตรงกับที่ชี้แจงเมื่อสัปดาห์ก่อน ดร.สามารถ กล่าวว่า การทำแค่สายใดสายหนึ่งนั้นสามารถทำได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องรอปีใหม่ โดยเฉพาะสายสีม่วง และสายสีแดง โดยในปัจจุบันสายสีม่วงมีค่าโดยสารอยู่ที่ 17- 42 บาท และสายสีแดงอยู่ที่ 12- 42 บาท ซึ่งทั้ง 2 สายลงทุนโดยภาครัฐทั้งหมด โดยสายสีแดงลงทุนโดย รฟท.และสายสีม่วงลงทุนโดยรฟม.100% จึงสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องรอปีใหม่ 1 ต.คนี้ ก็สามารถทำได้แล้ว ซึ่งก็ตรงกับที่หาเสียงไว้ที่บอกว่าใช้ข้ามสายได้ 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

สำหรับประเด็นราคาค่าโดยสารราคาเดียวกัน 20 บาทตลอดสายนั้น

ดร.สามารถ ให้ความเห็นว่า สามารถเป็นจริงได้เพียงรัฐต้องชดเชยให้แก่เอกชนผู้เดินรถไฟฟ้า การที่รัฐมนตรีคมนาคม บอกว่า หลังจากลดค่าโดยสารเป็น 20 บาทตลอดสายจะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20% และรายได้ของผู้เดินรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นและจะขอแบ่งจากผู้เดินรถไฟฟ้า เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลย เพราะรายได้ของผู้เดินรถจะลดลง ซึ่งทางรัฐต้องเป็นฝ่ายชดเชยให้ผู้เดินรถไม่น้อยกว่าปีละ 1หมื่นล้านบาท อย่าหวังว่าจะได้แบ่งผลกำไรจากผู้เดินรถ 

ดร.สามารถ กล่าวด้วยว่า ถ้าจะทำ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จริงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าต้องอะไรบ้าง และต้องทำอะไรก่อน และจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเจรจากับผู้เดินรถในเรื่องการแบ่งรายได้ ซึ่งหากรัฐชดเชยให้ได้ก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องรอถึง 2 ปี ในกรณีที่วิ่งข้ามสายได้สามารถทำได้ในระยะเวลาประมาณ 1 ปี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องกำหนดรายละเอียดลงไปก่อน และต้องจำกัดเวลาการเดินรถด้วย ว่า 20 บาทตลอดสายในช่วงเวลาใด และกี่ชั่วโมง ไม่ใช่ทั้งวันต้องกำหนดให้ชัดเจนก่อน และกำหนดว่าจะใช้ตั๋วโดยสารแบบไหน โดยเคยเสนอแนะไปว่าควรสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นมา วิธีการนี้ง่ายที่สุด

ดร.สามารถ กล่าวว่า รถไฟฟ้าในประเทศไทยปัจจุบัน เปิดมาแล้ว 7 เส้นทาง ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ยังมีผู้ใช้บริการจำนวนน้อยมาก โดยใช้บริการวันละประมาณ 1.5 ล้านเที่ยวต่อวันเท่านั้น ถ้าคิดเป็นจำนวนคนอยู่ที่ประมาณ 7.5 หมื่นคนต่อวัน ถือว่าน้อยมาก ไม่คุ้มค่าการลงทุน การก่อสร้างเลย ต้องทำให้มีการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเป็น 3 ล้านเที่ยวต่อวัน หรือประมาณ 1.5 ล้านคนต่อวัน โดยปัจจัยที่ทำให้คนใช้บริการน้อย ปัจจัยแรกคือค่าโดยสารแพง ปัจจัยที่สองคือเส้นทางบางเส้นทางมีคนอยู่อาศัยน้อยมาก

ทั้งนี้ในปี 2547 ขณะนั้นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.คมนาคม เคยมีความพยามยามจะซื้อสัมปทานคืนจากผู้เดินรถเอกชน แต่ไม่สามารถทำได้เพราะต้องใช้เงินมหาศาล ถัดมาในปี 2554 รัฐบาลเพื่อไทย ตอนหาเสียงประกาศนโนบาย 20 บาทตลอดสายทันที แต่พอได้เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ทำ ส่วนตัวได้ทำการเสนอแนวคิดให้มีการเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย 50 บาททั้งวัน ใช้บริการได้ทุกสาย ทุกสี โดยข้อเสนอนี้มีข้อดีตรงที่ รัฐจะชดเชยให้ผู้เดินรถน้อยกว่า รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยจากการคำนวณเห็นว่ากาชดเชยในปีแรกจะอยู่ที่ราว 7.5 พันล้านบาท และจะลดลงทุกปีเมื่อมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่านโยบายนี้จะกระตุ้นให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน

‘เศรษฐา’ ลั่นนโยบายตรงปก จ่อประชุมนัดแรกพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558331

12 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ลั่นนโยบายตรงปก จ่อประชุมนัดแรกพรุ่งนี้

‘นายกเศรษฐา’ ยันนโยบายตรงปก แจงเหตุเข้าออกที่ประชุมบ่อยเพราะสั่งงาน เผยประชุม ครม.นัดแรกเคาะลดค่าไฟพรุ่งนี้

วันที่ 12 ก.ย. เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายเมื่อวานนี้ ว่าเป็นบรรยากาศที่ดี สร้างสรรค์ และมีการจัดสรรเวลาได้ดี มีข้อเสนอบางข้อที่นำกลับไปพิจารณาได้ ส่วนการชี้แจงต่อที่ประชุมนั้น ก็จะพยายามชี้แจงให้ชัดเจน แต่ยังต้องขอดูในรายละเอียดของแต่ละกระทรวง ทั้งเรื่องงบประมาณและวิธีการทำงาน กรอบเวลา ข้อกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เข้าไปบริหาร และยังไม่สามารถสั่งการอะไรได้ต้องรอให้แถลงนโยบายเสร็จสิ้นก่อน 

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกรณีเมื่อวานนี้ที่ต้องเข้า-ออกห้องประชุมบ่อย เพราะได้เรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพูดมาพูดคุยสั่งงาน มาเอาข้อคิดข้อเสนอแนะข้อติ ไปพิจารณาต่อ

เมื่อถามถึงการอภิปรายของสมาชิกที่ได้ทวงถามถึงนโยบายที่เคยหาเสียงก่อนเลือกตั้งนั้น นายเศรษฐา บอกว่าเป็นนโยบายหลักโดยรวม เช่น การคมนาคม การยกระดับประชาชน สิทธิเสรีภาพที่ได้พูดครอบคลุม ส่วนแผนรายละเอียดจะเข้าไปบริหารจัดการอีกที

ส่วนที่ ปปช. เตรียมชงชี้มูลคดีเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะส่งกระทบต่อนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า การแก้ไขระบบการเดินรถไฟฟ้าทั้งหมด ต้องได้การยอมรับจากทุกฝ่าย รวมถึงต้องศึกษาเรื่องกฎหมายให้ดี โดยจะดูทั้งหมดว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ถ้าหากมีคำสั่งศาลออกมาก็จะนำไปพิจารณาอีกครั้ง ส่วนการปรับราคารถไฟฟ้าสายสีแดง-สีม่วง นายเศรษฐา ยืนยันจะพยามทำให้ทันภายในสิ้นปีนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้แถลงไว้ และท่านคงจะมาบอกรายละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามถึงข้อทวงถามเรื่องที่มาของเงินดิจิทัลวอลเล็ต นายเศรษฐา ย้ำว่าได้ชี้แจงไปบ้างแล้ว หลังจากที่รัฐมนตรีเข้ากระทรวงแล้ว จะนำรายละเอียดมาเสนอกันอีกครั้ง ส่วนการใช้จ่ายระบบบล็อคเชนในนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ตหากมีการหักหัวคิว โดยมีการนำเงินสดออกจากร้านค้า เรื่องนี้ตนก็เข้าใจถึงปัญหาและจะไปเขียนเป็นข้อบังคับ 

ส่วนวาระในการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ (13 ก.ย.) จะมีเรื่องการลดราคาค่าไฟ นายเศรษฐากะว่าวันนี้ตนจะมีการพูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อว่าการลดค่าไฟจะมีนัยยะสำคัญต่อประชาชน พรุ่งนี้ในช่วงบ่ายจะได้ทราบอย่างแน่นอนว่าจะลดลงเท่าไหร่ และวันนี้ตนก็จะอยู่ฟังจนกว่าจะปิดการประชุม พร้อมกันนี้ก็จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาสั่งการ ในหลายเรื่องที่สมาชิกรัฐสภา ได้ให้ข้อสังเกตไว้ แต่หากว่าเป็นประเด็นที่สามารถชี้แจงด้วยตัวเองได้ก็จะชี้แจงเอง 

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึง การเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มารายงานความคืบหน้า คดีที่เกี่ยวข้องกับการยิงสารวัตรทางหลวงและ ผกก.ทางหลวง โดยได้กำชับว่าต้องให้ความเป็นธรรม และจากรายงานของ ผบ.ตร.บอกว่า วันนี้กองพิสูจน์หลักฐาน จะสามารถชี้ชัดได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งก่อนเที่ยงวันนี้จะมีการแถลง 

นายกรัฐมนตรีในฐานะที่กำกับดูแล ก.ตร. กล่าวถึงการให้ความมั่นใจกับข้าราชการตำรวจว่าจะไม่มีอิทธิพลเข้าไปครอบงำ การทำงานของตำรวจ ว่าเรื่องของอิทธิพลของกลุ่มทุน หรือมาเฟีย รัฐบาลไม่เห็นด้วยอยู่แล้วและก็เป็นเรื่องที่ประชาชนกังวลเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย และก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และจะต้องเป็นสิ่งที่ไม่ยอมรับต่อไป พร้อมให้คำมั่นว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะจัดการทุกอย่างตามที่ตนมีอำนาจ ไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีก และจะบริหารจัดการอย่างถูกต้องเด็ดขาด โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

ทั้งนี้ นายเศรษฐา กล่าวต่อว่าต้องขอระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา เพราะตนก็เพิ่งจะสั่งการได้เมื่อวานเป็นวันแรก ยืนยันว่าทำงานทันที และตนก็เข้าใจว่าตั้งแต่บนลงล่างส่วนไหนมีปัญหาก็จัดการกันไป ขอรับรองว่าหากเจอเรื่องทุจริต และประพฤติมิชอบจะจัดการทันที 

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ‘ชลัฐ รัชกิจประการ’ เลื่อน เป็น สส.แทน ‘ทรงศักดิ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558318

11 ก.ย. 2566

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ‘ชลัฐ รัชกิจประการ’ เลื่อน เป็น สส.แทน ‘ทรงศักดิ์’

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เลื่อน ‘ชลัฐ รัชกิจประการ’ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แทน ‘ทรงศักดิ์ ทองศรี’ ที่ได้ลาออกไปเป็นรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2566 เว็บไซต์ราชกิจจาบุกเบกษา เผยแพร่ ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง

ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งได้ประกาศให้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ ๓ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้น

บัดนี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของนายทรงศักดิ์ ทองศรี สิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ 

จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน ดังนี้ นายชลัฐ รัชกิจประการ จากพรรคภูมิใจไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ‘ชลัฐ รัชกิจประการ’ เลื่อน เป็น สส.แทน ‘ทรงศักดิ์’

สส.ก้าวไกล เหน็บ เพื่อไทย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มีแววซดแห้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558321

11 ก.ย. 2566

สส.ก้าวไกล  เหน็บ  เพื่อไทย  รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มีแววซดแห้ว

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  ฟันธง “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” โปรเจคเรียกคะแนนนิยม “เพื่อไทย” ท้ายที่สุดแล้ว ความหวังที่จะเห็นโครงการนี้ เป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน ยากที่จะเป็นไปได้ เพราะเอกชนคงไม่เล่นด้วย มองหากรัฐบาลจะเข้าถึงประชาชน ควรไปดูแลเรื่องการเดินทางด้วยรถเมล์

นายสุรเชษฐ์ ปวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล   อภิปรายในสภาว่า ค่าโดยสาร รถไฟฟ้า  20 บาทตลอดสาย  ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้  โดยเฉพาะการเจรจากับภาคเอกชน ซึ่งในที่สุดก็จะเป็นการใช้เงินอุดหนุนเข้าไปโอบอุ้ม  ทั้งนี้ขอตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย  จะเห็นว่านโยบายดังกล่าว เป็นเหมือนเรือธงของพรรคเพื่อไทย ในขณะที่ภายในรัฐบาล มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคเพื่อไทย  และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทั้ง 2 คน ก็มาจากพรรรคเพื่อไทย และยังมีนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ทำหน้าที่กำกับงบประมาณ 

ดังนั้นหากรัฐบาล ตั้งใจจะทำนโยบาย  รถไฟฟ้า  20 บาทตลอดสาย  จะต้องบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล  แต่กลับไม่มีการบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบาย โดยระบุเพียงว่า จะลงทุนทางถนน รถไฟ ราง และทางอากาศ  สวนทางกับการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่หาเสียงไว้   20 บาทตลอดสาย โดยพรรคเพื่อไทย ยืนยันผ่านเว็บไซต์ของพรรคว่า จะเร่งเจรจา กับภาคส่วนต่าง ๆ ให้เอกชนลดราคา เพื่อให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้า อยู่ที่ 20 บาทตลอดสาย ภายใน 3 เดือน 

“นโยบาย 20 บาทตลอดสาย” ที่พรรคเพื่อไทย ตั้งใจทำนั้น จะต้องเป็น 20 บาทตลอดเส้นทาง เพราะรถไฟฟ้าของไทยแบ่งสายหลายสี และสามารถข้ามสายได้ รวมถึงตั๋วร่วม 20 บาท หรือค่าโดยสารร่วม ที่ยังไม่ชัดเจน เพราะที่พรรคเพื่อไทยเสนอนั้น คือ ค่าโดยสารร่วม 20 บาท ตลอดสาย และยังจะต้องอาศัยร่างพระราชบัญญัติตั๋วร่วม ที่จะเป็นเครื่องมือจัดการเงินค่าใช้บริการ ที่ขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎร ยังไม่ได้มีการพิจารณาแต่อย่างใด ดังนั้น มั่นใจว่า รัฐบาลจะไม่สามารถทำได้ภายใน 3 เดือนแน่นอน และในอดีตปี 2554 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจากพรรคเพื่อไทย ในรัฐบาลน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ออกมายอมรับแล้วว่า นโยบายดังกล่าวล้มเหลว ไม่สามารถทำได้ เพราะจะกระทบต่อผู้ถือหุ้นเอกชน และอาจเกิดการฟ้องร้องกันได้    ” 


นายสุรเชษฐ์    กล่าวว่า  การดำเนินนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หากรัฐบาลจะดำเนินการ จะต้องใช้เงินอุดหนุนจำนวนมาก เพื่ออุดหนุนชนชั้นกลางระดับบน   ดังนั้นรัฐบาลจึงควรจะอุดหนุนผู้ใช้รถโดยสารประจำทางก่อน เพราะหากรัฐบาลจะอุดหนุนเงินค่ารถไฟฟ้า ประชาชนที่จะได้ประโยชน์ คือ ประชาชนที่อาศัยรอบสถานีรถไฟฟ้า  ต่อให้รัฐบาลอุดหนุนเงินมาก ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนมาใช้บริการ  ดังนั้นรัฐบาล จึงควรทบทวนให้ความสำคัญกับเส้นเลือดฝอย มากกว่าเส้นเลือดใหญ่

‘สว.ประสิทธิ์’ หวั่น ‘กำนันนก’ อยู่ไม่ถึงวันขึ้นศาล-อย่าโยนบาป ตร.น้ำดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558316

11 ก.ย. 2566

'สว.ประสิทธิ์' หวั่น 'กำนันนก' อยู่ไม่ถึงวันขึ้นศาล-อย่าโยนบาป ตร.น้ำดี

‘ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์’ สมาชิกวุฒิสภา ห่วง ‘กำนันนก’ อาจอยู่ไม่ถึงวันขึ้นศาล ถาม ‘อนุทิน’ รมว.มหาดไทย จะปราบผู้มีอิทธิพลอย่างไร หรือเอาฝ่ายตรงข้ามมาขึ้นบัญชีฯ จี้ แก้ปัญหา จนท.รัฐ ติดนิสัยทำสิ่งไม่ถูกต้อง สร้างความบอบช้ำให้ ‘ตำรวจน้ำดี’ แนะอย่าโยนบาปให้ตำรวจทั้งหมด

วันที่ 11 ก.ย. 2566 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 5 เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา โดยนายประสิทธิ์ ปทุมมารักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลุกขึ้นอภิปรายว่า ตนดีใจที่นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดนี้ยึดมั่นในหลักนิติธรรม 

และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มองว่าส่วนไหนที่อยากปรับก็แล้วแต่ ในเรื่องหลักนิติธรรมที่รัฐนั้น ดำเนินการโดยชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยการฟื้นฟูหลักนิติธรรม หมายความว่ารัฐบาลทราบแล้วว่าหลักนิติธรรมที่ผ่านมานั้น ยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร จึงต้องมีการฟื้นฟู รวมไปถึงเรื่องการใช้อำนาจของผู้ถือกฎหมาย แต่ตั้งข้อสังเกตว่ากรอบเวลาดำเนินการเท่าไหร่ ตัวชี้วัด วิธีการดำรเนินการ ไม่มีบอกไว้

นายประสิทธิ์ ปทุมมารักษ์ สมาชิกวุฒิสภานายประสิทธิ์ ปทุมมารักษ์ สมาชิกวุฒิสภา

“หลักนิติธรรมเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้เรื่องที่เป็นปัญหาการใช้กฎหมาย และผู้ใช้กฎหมายมีความเหมาะสมที่จะใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ผมอาศัยอยู่ จังหวัดนครปฐม ตอนนี้โด่งดังไปทั่วประเทศไทย ทั่วโลก ที่มีการยิงตำรวจตาย เมื่อยิงตำรวจตายคนที่เป็นแค่กำนันอยู่ในพื้นที่เท่านั้น” นายประสิทธิ์ กล่าว

พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมถึงได้กล้าทำเรื่องในลักษณะนี้ เพราะแสดงว่าเจ้าหน้าที่รัฐให้การสนับสนุนใช่หรือไม่ โดยเฉพาะตำรวจ ตำรวจน้ำดีหลายคนก็บ่นให้ฟังว่าอย่าเพิ่งโยนบาปให้กับตำรวจทั้งหมด ตำรวจดีๆ ก็ยังมี ตำรวจที่ไม่เอาไหน ตำรวจร้าย ตนก็ให้จัดการ ตนก็ดีใจที่รัฐบาลชุดนี้บอกว่าด้านความปลอดภัย รัฐบาลทำงานร่วมกับประชาชนทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติด

“ผมฟังเรื่องที่พูดมาแล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) พูดถึงเหตุการณ์ที่จังหวัดนครปฐม แล้วก็คิดว่ามีความมั่นใจเพิ่มขึ้น แต่ดูแล้วหลวมเหลือเกินอีกอย่างหนึ่ง ท่านมอบหมายให้ผู้ปราบอิทธิพลก็คือรัฐมนตรีที่อยู่ในสังกัดพรรคของท่าน ท่านพูดรัฐมนตรีช่วยที่รับลูกต่อ ผมก็ยังไม่ทราบว่ารับลูกจริงหรือไม่ แล้วท่านจะใช้กรอบเวลาในการทำงานมากน้อยแค่ไหน จะปราบอิทธิพลอย่างไร จะขึ้นบัญชีอย่างไรขึ้นบัญชี และมีการดึงชื่อออกหรือไม่ หรือเอาชื่อฝ่ายตรงข้ามใส่เข้าไปแทน” นายประสิทธิ์ กล่าว

นายประสิทธิ์ ย้ำว่า ตรงนี้ที่เป็นปัญหาเพราะใหญ่ โยงการเมืองท้องถิ่นและการเมืองระดับชาติ ดังนั้นขอให้ ดำเนินการตอบให้ชื่นใจ ตนกังวลว่าหากใช้อำนาจไม่เป็นธรรม กำนันนกที่ถูกจับกุมนั้น ยังจะมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยที่จะไปขึ้นศาลยุติธรรมหรือไม่ หรือจะถูกกระทำการในสิ่งที่ไม่บังควร นอกจากนี้ขอให้จัดการบ่อน ซ่อง รวมถึงค่าคุ้มครองต่างๆที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐติดนิสัย ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับตำรวจน้ำดี

'สว.ประสิทธิ์' หวั่น 'กำนันนก' อยู่ไม่ถึงวันขึ้นศาล-อย่าโยนบาป ตร.น้ำดี

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำแถลงนโยบาย ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ต่อรัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558314

11 ก.ย. 2566

ราชกิจจานุเบกษา  เผยแพร่ คำแถลงนโยบาย ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ต่อรัฐสภา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภา วันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 ฉบับเต็ม

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2566 – เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา วันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความยาวของคำแถลงนโยบายรวมทั้งหมด 41 หน้า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของคำแถลงนโยบายจำนวน 14 หน้า และส่วนที่สอง คือภาคผนวก ซึ่งเป็นตารางแสดงความสอดคล้องระหว่างนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีกับหน้าที่ของรัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และยุทธศาสตร์ชาติ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้กระผมดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่๒๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ และแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ นั้นบัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กําหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

โดยมีความสอดคล้องกับหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐและหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ เรียบร้อยแล้ว คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้ทราบถึงเจตนารมณ์ ยุทธศาสตร์ และนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งมั่นจะสร้างความสามัคคีปรองดอง ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งจะนําไปสู่ความร่วมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครองของประเทศให้ก้าวหน้าเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคน

นายเศรษฐา ทวีสิน แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2566นายเศรษฐา ทวีสิน แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2566

ช่วงท้ายของคำแถลงนโยบายนายเศรษฐา กล่าวว่า “ท้ายที่สุด รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาและประชาชนไทยว่า รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและยึดประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง รัฐบาลมีความมุ่งมั่น ตั้งใจและทุ่มเทสรรพกำลังในการที่จะดำเนินนโยบายเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับการรักษาสภาพแวดล้อม

เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของผมและรัฐบาลในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคน และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของพวกเรานับจากนี้เป็นต้นไป

ขอบคุณครับ”

ราชกิจจานุเบกษา  เผยแพร่ คำแถลงนโยบาย ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ต่อรัฐสภา

อ่านรายละเอียดทั้งหมด

‘เศรษฐา’ ยันไม่แก้ รธน.หมวด1,2 โยน รมช.คลังตอบปมแจกเงินหมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558312

11 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ยันไม่แก้ รธน.หมวด1,2 โยน รมช.คลังตอบปมแจกเงินหมื่น

‘เศรษฐา’ ลุกแจงยันไม่แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1,2 เชื่อพักหนี้เกษตรกรรอบนี้ทำประโยชน์กว่า 9 ปีที่ผ่านมา พร้อมโยน ‘จุลพันธ์’ ตอบปมดิจิทัลวอลเล็ต

วันที่ 11 ก.ย. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 5 เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ  โดยมี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลยืนยันจะปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่แก้หมวด 1 ความมั่นคงของรัฐ และหมวด 2 สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่สำคัญจะดำรงไว้ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนนโยบายพักหนี้เกษตรกรนั้น 9 ปีที่ผ่านมาพักหนี้แล้ว 13 ครั้ง ซึ่งเราตระหนักดีว่าไม่ใช่การแก้ไขที่ยั่งยืน เราจึงมีมาตรการหลายอย่างออกมา เช่น เพิ่มรายได้ภายใน 4 ปี ควบคู่กับการพักหนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงฟื้นฟูและทำให้มีกำลังใจในการประกอบอาชีพ เชื่อว่าการพักหนี้ของรัฐบาลนี้จะทำประโยชน์มากกว่า 9 ปีที่ผ่านมา

ส่วนกรณีดิจิตอลวอลเล็ท รัฐบาลตระหนักดีปัญหาชนบทที่มีร้านค้าไม่เพียงพอ นายเศรษฐากล่าวว่าขอไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนระยะเวลาการใช้งาน 6 เดือน จำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก มีบางคนบอกว่าอยากให้ยกเลิกการใช้รัศมี 4 กิโลฯ คิดว่าเศรษฐกิจภูมิภาคต้องการการกระตุ้น ผู้มีถิ่นฐานใดก็ควรกลับไปใช้ที่นั้น มีเวลา 6 เดือนในการใช้กลับไปหาญาติพี่น้อง เพื่อสถาบันของครอบครัว และบางจังหวัดบางเขตอาจขยาย ต้องดูอีกครั้ง

ทั้งนี้ นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า ค่าแรงขั้นต่ำนั้น สมควรได้รับการปรับโดยเร็ว และตั้งเป้าหมายว่าเราจะทำให้เศรษฐกิจโตเฉลี่ย 5 % ต่อปี ตลอดระยะเวลา 4 ปี ทำให้ค่าแรงขึ้น 600 บาทต่อวัน และปริญญา 25,000 บาทต่อปี ค่าพลังงาน เป็นเรื่องที่เราตระหนักดีที่จะต้องลด เรามั่นใจจะทำให้ต่ำลงอย่างมีนัยยะ 

ส่วนกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายเศรษฐายืนยันว่า ยังคงมีอยู่  และเรื่องความห่วงใยเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญในความโปร่งใสโดยเราจะใช้ระบบดิจิตอลให้มากขึ้น เพื่อลดการทุจริตมิชอบ

ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวชี้แจงนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน โดยยืนยันในกรอบคิดของดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งไม่ใช่เพื่อได้มาซึ่งคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง แต่เห็นแล้วว่าประเทศไทยเวลานี้ต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งโครงการดิจิทัลวอลเล็ต มีหลักคิดสำคัญคือกระตุ้นกลไกเศรษฐกิจทั่วทุกภูมิภาค ด้วย Blockchain

ทั้งนี้ ยังมีหลักคิดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ให้อนาคตคนไทยมีทั้งกระเป๋าเงินสดและกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งจะเป็นโครงสร้างรองรับโอกาสที่ไทยจะก้าวไปสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลของโลก

ในส่วนของที่มาของงบประมาณ นายจุลพันธ์ ขอความร่วมมือให้สมาชิกอภิปรายด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจชี้นำสังคมให้เข้าใจผิด กระทบกับความน่าเชื่อถือทางวินัยการเงินการคลัง รัฐบาลยืนยันไม่แตะต้องกองทุนวายุภักดิ์ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ กองทุนประกันตน รัฐบาลไม่ได้มีแม้แต่ความคิดจะแตะต้องกระบวนการเหล่านั้น

สำหรับกระบวนการของรัฐบาล นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สุดท้ายจะมีความชัดเจนเรื่องกรอบการใช้เงิน รวมถึงการใช้เงินคืน ไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะ และเป็นไปตามวินัยการเงินการคลังอย่างแน่ชัด

ส่วนเงื่อนไขใช้เงินดิจิทัลได้ในระยะ 4 กิโลเมตรนั้น รัฐบาลอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและสมาชิกรัฐสภา ต้องขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ และหาหนทางให้เกิดประโยชน์สูงสุด ข้อสรุปจะเป็นเช่นไรสุดท้ายเม็ดเงินจะไปสู่มือประชาชน และตอบเป้าหมายหลักคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในเรื่องของการเอื้อทุนใหญ่ รวมถึงการดำเนินการให้เกิดราคาที่ไม่เป็นธรรม รัฐบาลรับฟังโดยคำนึงถึงความหวังดี แต่รัฐบาลไม่ได้มองประชาชนเป็นผู้ร้าย แต่มองว่าประชาชนส่วนมากจะสามารถใช้เงินที่ได้รับไปให้เกิดประโยชน์ ทั้งการบริโภคและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชน

อย่างไรก็ตาม นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า รัฐบาลเชื่อมั่นในประชาชนว่าจะสามารถนำเม็ดเงินนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และระบบ Blockchain ไม่มีเทคโนโลยีใดที่ปลอดภัยไปกว่านี้ จึงขอให้ความมั่นใจว่านโยบายนี้จะมีเกิดประโยชน์และตรวจสอบได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

‘สว.เลิศรัตน์’ เจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจ แนวคิด ‘ผู้ว่าซีอีโอ’ ชี้ ถอยหลังเข้าคลอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558310

11 ก.ย. 2566

‘สว.เลิศรัตน์’ เจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจ แนวคิด ‘ผู้ว่าซีอีโอ’ ชี้ ถอยหลังเข้าคลอง

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว. ยอมรับเจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจ หลังแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา มีแนวคิด ‘ผู้ว่าซีอีโอ’ เป็นการถอยหลังเข้าคลอง เห็นด้วยแก้รัฐธรรมนูญเปิดกว้างทุกฝ่ายร่วม แนะรัฐลดงบ-ลดหน่วยงานภูมิภาคลง เพื่อแก้ปัญหากระจายอำนาจ

วันที่ 11 ก.ย. 2566 ที่ประชุมรัฐสภา เมื่อเวลา 13.39 น. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา(สว.) อภิปรายถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา 1 ที่มีแนวคิด ผู้ว่าซีอีโอ กระผมเห็นว่า เป็นแนวคิดถอยหลังเข้าคลอง ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดเข้าไปในหัวใจเลย หลังรอคอยมา 20 ปี มีหน่วยงาน มีหน้าที่ถ่ายโอนอำนาจมามากมาย หวังท่านนายกฯ จะตั้งคณะกรรมการเป็นวาระแห่งชาติ ท่านนายกฯ ต้องกล้าดำเนินการถ่ายโอนอำนาจไปสู่ท้องถิ่น

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา

“นโยบายการกระจายอำนาจการปกครอง ที่รัฐบาลบอกจะใช้รูปแบบกระจายอำนาจ ผู้ว่าซีอีโอ เพื่อสร้างประสิทธิภาพการบริหารงานระดับจังหวัดนั้น ผมมองว่า เป็นแนวคิดถอยหลังเข้าคลอง และรู้สึกเจ็บจี๊ดเข้าไปในหัวใจในประเด็น ผู้ว่าซีอีโอ เพราะรอคอยมากว่า 20 ปี หลังรัฐธรรมนูญปี 2540 ระบุถึงการกระจายอำนาจ” พล.อ.เลิศรัตน์ ระบุ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

แต่จนถึงปัจจุบันปี2566 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จำนวน 7,850 แห่ง แม้จะรับถ่ายโอนอำนาจมามายมาย แต่ไม่มีงบประมาณและกำลังคนเพียงพอที่จะทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นว่านายกรัฐมนตรี ควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 

อีกทั้งเห็นว่า การกระจายอำนาจจะเกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรี จะต้องกล้าลดงบประมาณ และลดหน่วยงานส่วนภูมิภาคลง เพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายอำนาจให้สามารถเกิดขึ้นจริง

พล.อ.เลิศรัตน์ ยังอภิปรายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เขียนแบบเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น ใช้เวทีรัฐสภาหารือร่วมกัน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมก่อนจัดทำประชามติ ถึงรูปแบบการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

และรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ในการสร้างความปรองดอง ความรักความสามัคคีของคนในชาติ ลดและขจัดปัญหาความขัดแย้งคนในชาติต่อการขับเคลื่อนการบริหารราชการในทุกด้าน ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลผสมเป็นลักษณะสร้างความปรองดอง ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี

ว้าวุ่นแน่ ‘สว.เสรี’ ห่วงแจก ‘เงินดิจิทัล’ พรรคการเมืองเกทับกันในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558307

11 ก.ย. 2566

ว้าวุ่นแน่ ‘สว.เสรี’ ห่วงแจก ‘เงินดิจิทัล’ พรรคการเมืองเกทับกันในอนาคต

‘เสรี สุวรรณภานนท์’ สมาชิกวุฒิสภา ห่วงนโยบายแจก ‘เงินดิจิทัล’ จะกลายเป็นนโยบายเพื่อเรียกคะแนนเสียงการเลือกตั้งของพรรคการเมืองในอนาคต เมื่อประชาชนใช้เงินหมดกลับมาทุกข์เหมือนเดิม แนะ รัฐบาลเศรษฐา หนุนสร้างอาชีพ-มีรายได้ แทนแจกเงิน

ที่ประชุมสภา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2566 นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) อภิปรายแสดงความกังวลต่อแหล่งงบประมาณของรัฐบาล ที่จะนำมาใช้ในนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่จะกลายเป็นนโยบายเพื่อเรียกคะแนนเสียงการเลือกตั้ง ของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในอนาคต 

ประชุมสภา แถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา  ทวีสินประชุมสภา แถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน

“ทำให้พรรคการเมืองอื่น ๆ เสนอนโยบายแจกเงินให้ประชาชนมากกว่า เพื่อหวังคะแนนเสียง และไม่สามารถชี้แจงงบประมาณที่นำมาใช้ดำเนินนโยบายได้”สว.เสรี ระบุ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ขอให้รัฐบาล พิจารณาผลกระทบที่จะตามมาจากการดำเนินนโยบายแจกเงินดิจิทัลด้วย เพราะเป็นนโยบายที่ฉาบฉวย เมื่อประชาชนใช้เงินที่รัฐบาลจ่ายให้หมด ประชาชนก็นะกลับไปเป็นทุกข์เหมือนเดิม 

สว.เสรี ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเศรษฐา  สนับสนุนการสร้างอาชีพให้กับประชาชน เพื่อสามารถสร้างรายได้ ได้อย่างยั่งยืนด้วย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภานายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา

สว.เสรี ยังเห็นว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศนั้น ขอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ทุกกระทรวงร่วมกันเป็นทีมเศรษฐกิจ แก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ อย่าตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจเพียงไม่กี่คน และให้ความสำคัญกับสภา สส. และ สว. ที่จะสะท้อนปัญหาประชาชน เพื่อการแก้ไขต่อไป