“เศรษฐา” ลั่น ลดค่าไฟ-น้ำมันตั้งแต่ประชุม ครม.นัดแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557354

30 ส.ค. 2566

“เศรษฐา” ลั่น ลดค่าไฟ-น้ำมันตั้งแต่ประชุม ครม.นัดแรก

‘เศรษฐา’ ลั่น ลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน ในการประชุม ครม.นัดแรก ‘สุพัฒนพงษ์’ ยัน ‘บิ๊กตู่’ ยินดีส่งมอบงานหวังรัฐบาลใหม่สะสางปัญหาที่ค้างคา

วันที่ 30 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และทีมเศรษฐกิจ พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยการหารือร่วมประเด็นการส่งมอบงานจากรัฐบาลชุดเก่า

โดย นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นการส่งมอบงานจากรัฐบาลเก่าให้รัฐบาลใหม่ ยังไม่มีการหารือในเรื่องนโยบายซึ่งเป็นการส่งมอบงานให้ทำงานอย่างราบรื่น และตอนนี้ตนก็ทำงานอย่างต่อเนื่อง 

เมื่อถามว่า ค่าพลังงานจะสามารถลดราคาตั้งแต่ประชุม ครม.ครั้งแรกเลยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า จะประกาศทันที ขอให้รอนิดหนึ่ง รวมทั้งดูเรื่องนโยบายอื่นๆ ด้วย โดยทาง นายสุพัฒนพงษ์ ยินดีที่จะส่งไม้ต่ออย่างราบรื่น 

ด้านนายสุพัฒนพงษ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้คุยกันในเรื่องการทำงานหลังจากที่นายกฯ ทั้งสองท่านได้พบกันถือว่าเป็นประโยชน์ในการพูดเรื่องนโยบาย 

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยในเรื่องของพลังงานหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ เผยว่า มีการพูดคุยในเรื่องกระทรวงพลังงานหลังจัดตั้งรัฐบาล ส่วนการลดราคาพลังงานหลังที่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดูแล จะเป็นไปได้หรือไม่ก็ต้องไปคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่

ส่วนมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนนโยบายกันหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ ย้ำว่า ไม่ได้มาคุยกันในเรื่องนโยบายแต่เป็นการมอบหมายงานให้กัน และต้องการที่จะแก้ไขปัญหาที่ค้างคา เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 

‘อนุทิน’ มั่นใจ คนอุทัยธานี มอง ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ เป็นคนดี รับใช้ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557352

30 ส.ค. 2566

‘อนุทิน’ มั่นใจ คนอุทัยธานี มอง ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ เป็นคนดี รับใช้ประชาชน

อนุทิน ยัน ไม่เคยเห็น ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ทำสิ่งผิดกฎหมาย มั่นใจ คนอุทัยธานี มองเป็นคนดี รับใช้ประชาชน-เสียสละ แจงแทน น้องเนวิน คุมศธ. เป็น พลตำรวจเอก ผ่านตำแหน่งสำคัญมาแล้ว ย้อนตัวเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์หมอแต่คุมสธ.

นายอนุทิน ชาญ​วี​ร​กูล ​หัวหน้า​พรรค​ภูมิใจไทย ถึงกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า ทุกอย่างต้องอธิบายด้วยหลักของกฎหมาย ซึ่งพรรคก็ได้ตรวจสอบคุณสมบัติในระดับหนึ่ง และทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็ตรวจสอบอีกระดับหนึ่ง 

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ท่ามกลางวงล้อมของประชาชนที่มาขอความช่วยเหลือนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ท่ามกลางวงล้อมของประชาชนที่มาขอความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ประชาชนก็ตรวจสอบอีก ดังนั้น อะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องเป็นไปตามนั้น เราไม่ทำผิดกฎหมายแน่นอน ความรู้สึกของคนมีทั้งชอบและไม่ชอบ จะเอามาเป็นสาระสำคัญไม่ได้ ต้องดูตามกฎหมาย

นายชาดา ไทยเศรษฐ์นายชาดา ไทยเศรษฐ์

ส่วนตอนนี้ในโซเชียลมีเดีย มีการวิจารณ์นายชาดา เรื่องของยาเสพติด นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน ตนก็ไม่เคยเห็นนายชาดา ทำผิดกฎหมาย หรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมใดๆ เวลาอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี นายชาดา ก็ลงพื้นที่พบชาวบ้าน ทำตัวกลมกลืน และต้องไปถามคนอุทัยธานี ว่า นายชาดาเป็นอย่างไร คนมั่นใจว่าคนอุทัยธานี ต้องตอบว่านายชาดาเป็นคนที่ดี รับใช้ประชาชนและเสียสละ

ส่วนที่่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส่งนายตำรวจไปคุมกระทรวงศึกษาธิการ คุมครู นายอนุทิน ย้อนทันทีว่า “พลตำรวจเอกครับ” ผ่านตำแหน่งสำคัญมาแล้ว

เมื่อถามย้ำ ว่า อาจจะไม่มีประสบการณ์ทางด้านของการศึกษา นายอนุทิน ย้อนกลับทันทีว่า “แล้วผมมีประสบการณ์หมอหรือไหมละ”

นโยบายการศึกษา ภท.รวม พท.

ขณะที่เรื่องนโยบายทางการศึกษาจะผลักดันในกรอบของนโยบายพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า รวมกัน เพราะได้มีการประชุมหารือ ซึ่งตนก็ได้ส่งทีมของพรรคภูมิใจไทย ไปร่วมร่างคำแถลงนโยบายของนายกฯแล้ว ซึ่งจะต้องรับฟังนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค 

พูดแล้วต้องทำ ไม่งั้นไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย

ส่วนเรื่อง หนี้ กยศ. นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าได้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ก็ถือว่าเป็นวาระสำคัญ ที่จะต้องผลักดันให้เป็นรูปธรรม แล้วก็ต้องร่วมมือกับกระทรวงการคลังด้วย ที่ผ่านมาก็ทำสำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว แต่ยืนยันว่าทุกอย่างพูดแล้วต้องทำให้ได้ ไม่งั้นไม่ใช่ พรรคภูมิใจไทย

นายอนุทิน มั่นใจ คนอุทัยธานี มอง ชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นคนดี รับใช้ประชาชนนายอนุทิน มั่นใจ คนอุทัยธานี มอง ชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นคนดี รับใช้ประชาชน


ส่วนว่าจะไปอำลาตำแหน่งกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เลย ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯก่อน ส่วนพร้อมทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าแล้ว แต่นายเศรษฐา ทวีสิน ว่าจะแต่งตั้งไปอยู่ที่ไหน แต่ไม่ว่าอยู่กระทรวงไหน ตนก็พร้อมทำทุกอย่างให้กับประชาชนทุกคน

ที่ปรึกษา ‘สุทิน คลังแสง’ ล้วนมากประสบการณ์ในแวดวง ‘ทหาร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557353

30 ส.ค. 2566

ที่ปรึกษา 'สุทิน คลังแสง' ล้วนมากประสบการณ์ในแวดวง 'ทหาร'

ถูกปรามาส ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ‘กลาโหม’ แต่ที่ปรึกษา ‘สุทิน คลังแสง’ ล้วนมากประสบการณ์ทาง ‘ทหาร’

ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สุทิน คลังแสง กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เรื่องความเหมาะสมในการทำหน้าที่ จากอดีตครู สู่กระทรวงคชสีห์ จะมีความสามารถพอหรือไม่  แต่หากพลิกดูรายชื่อ ที่ปรึกษา ซึ่งเจ้าตัวบอกผู้สื่อข่าวไว้ ดูแล้วไม่ธรรมดา  เพราะมีทั้งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตปลัดกระทรวงฯ และ อดีตแคนดิเดตผู้บัญชาการทหารอากาศและอดีตแม่ทัพภาค 4

สุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหม

อย่างพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ซึ่งเคยรับราชการทหาร สังกัดกองทัพบก เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร เป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเพชรบุรี เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นตำแหน่งสุดท้าย

พล.อ.ธรรมรักษ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร ถึงปี พ.ศ. 2550 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549

เคยถูกศาลอาญาสั่งจำคุก 3 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในความผิดฐานเป็นผู้ใช้เจ้าพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ต่อมาคดีได้ถูกยกฟ้องเนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานใดๆที่แสดงว่าพลเอกธรรมรักษ์มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆและศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบและถึงที่สุดแล้ว
 

พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นบุคคลที่ ทักษิณ ชินวัตร ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น วางตัวจะให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ ด้วยเหตุว่าเป็นเพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารด้วยกันมา แต่ทว่าหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 

มีการปรับเปลี่ยนสายการบังคับบัญชาในกองทัพใหม่ ทำให้นายทหารรุ่นเตรียมทหาร 10 หลายคนต้องหลุดจากตำแหน่งคุมกำลังพล ในส่วนของ พลอากาศเอกสุกำพล ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ ในปี พ.ศ. 2550 และปรับเปลี่ยนเป็นจเรทหารทั่วไป ในปี พ.ศ. 2551

เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555 ได้ปรับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็นผู้ดำเนินการถอดยศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนเป็นเหตุให้นำไปสู่การยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของนายอภิสิทธิ์ 

พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรีเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 จบ ตท.9 – จปร.20 รุ่นเดียวกับ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีต ปธ.ที่ปรึกษากองทัพบก พล.อ.สุรพันธ์ พุ่มแก้ว อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. เป็นต้น ในฝั่งตำรวจที่จบ ตท.9 คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เริ่มต้นชีวิตราชการที่ ร.1 พัน 2 รอ. ก่อนลงไปอยู่ภาคใต้ ตั้งแต่เหตุการณ์ปราบกบฏ 26 มี.ค. 2520 เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 จนเกิดเหตุการณ์ที่ตากใบ ซึ่งในขณะนั้น พล.อ.ประวิตร เป็น ผบ.ทบ. ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ชีวิตราชการของ พล.อ.พิศาล ต้องพลิกผันจากเหตุการณ์ตากใบ

โดนเด้งเข้ากรุไม่ได้คุมกำลัง ไปช่วยราชการที่ บก.ทบ. จากนั้นไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในอัตราพลเอก ก่อนเกษียณฯ

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก จบ เตรียมทหาร 14 นายร้อย จปร. รุ่น 25 เริ่มต้นชีวิตราชการ ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ก่อนจะมาเติบโตสายอำนวยการ-ยุทธการเป็นอาจารย์ วิชาข่าวกรอง ร.ร.เสนาธิการทหารบก และข้ามมาเติบโตเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม

หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 มีคำสั่งโดนย้ายไปประจำสำนักนายกฯ ก่อนมาเป็น ปธ.คณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บทบาทสำคัญช่วงก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร 2557 เขานำผู้นำเหล่าทัพเข้าอวยพรวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะเป็น ผบ.ทบ. 21 มี.ค. 2557 ก่อนรัฐประหาร 2 เดือน เพื่อรักษาบรรยากาศ

มีเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร14 เช่นพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตรมช.กลาโหม / ผบ.ทบ.  พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีตผบ.ทบ.  พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และพล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

‘รองปธ.สภาฯ’ นัดถกแบ่ง กมธ. 35 คณะพรุ่งนี้ ‘ก้าวไกล’ ขาด 1 เสียง ลดเหลือ 10 คณะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557351

30 ส.ค. 2566

'รองปธ.สภาฯ' นัดถกแบ่ง กมธ. 35 คณะพรุ่งนี้ 'ก้าวไกล' ขาด 1 เสียง ลดเหลือ 10 คณะ

พรุ่งนี้ ‘รองปธ.สภาฯ’ นัดทุกพรรคการเมืองหารือแบ่ง กมธ. 35 คณะ ก่อนคัดเลือก 7 ก.ย. ตามความถนัดแต่ละพรรค ด้าน ‘ก้าวไกล’ เกือบได้เพิ่ม ขาด 1 เสียง ลดเหลือ 10 คณะ

ความคืบหน้าการแต่งตั้งกรรมาธิการสามัญ 35 คณะของสภาผู้แทนราษฎร นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) เวลา 13.30 น. นัดหมายตัวแทนพรรคการเมือง พรรคละ 2 คน มาพูดคุยถึงสัดส่วนกรรมาธิการ ที่แต่ละพรรคการเมือง จะได้ทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการฯ ตามสัดส่วน สส.ที่มี และกลับไปปรึกษาหารือกันในพรรคว่า มีความเชี่ยวชาญในการทำหน้าที่กรรมาธิการใด 

ก่อนจะมาเลือกกรรมาธิการที่จะไปทำหน้าที่ ในวันที่ 7 ก.ย. แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ จะจับสลาก 

เมื่อได้กรรมาธิการแต่ละพรรคจะได้ดูแลแล้ว ก็จะให้กลับไปรวบรวมรายชื่อ สส.เข้าแต่ละกรรมาธิการ เพื่อนำมาเสนอในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 13 ก.ย. และเริ่มประชุมนัดแรกได้ทันที ในวันที่ 14 ก.ย. เพื่อเลือกตำแหน่งประธาน รองประธาน และตำแหน่งอื่น ๆ ในกรรมาธิการ 

ส่วนที่พรรคก้าวไกลยังอยู่ระหว่างการเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 นายพิเชษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้จำนวน สส.ของพรรคก้าวไกล 150 คน จะได้ทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ 10 คณะ หากมีจำนวน สส.เช่นเดิม 151 คน ก็จะได้กรรมาธิการ 11 คณะ

แต่การแบ่งสรรกรรมาธิการจะไม่ทัน เพราะเลือกตั้งซ่อมมีในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ดังนั้นสภาฯ จึงจะดำเนินการแบ่งสรรไปกัน เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ก็ให้พรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ไปตกลงกันว่า จะมีการสลับสับเปลี่ยนกันหรือไม่ 

ส่วนที่พรรคก้าวไกลเรียกร้องไม่ให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ซ้ำกับกระทรวงที่พรรคมีรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น นายพิเชษฐ์ ระบุว่า จะต้องเป็นไปตามการตกลงกันของที่ประชุม 

ส่วนกรณีการเตรียมลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นั้น นายพิเชษฐ์ ในฐานะ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เชื่อว่า น่าจะยังไม่ได้ยื่นหนังสือลาออก เพราะควรตั้งคณะรัฐมนตรีให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งยังไม่ทราบว่า พรรคเพื่อไทย จะมีการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เมื่อใด หาก นพ.ชลน่าน ลาออก 

จตุพร หยาม ‘สุทิน’ เป็น ‘รมว.กลาโหม’ เหมือนถูกสั่งให้ไปนั่งตบยุงเล่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557345

30 ส.ค. 2566

จตุพร หยาม ‘สุทิน’ เป็น 'รมว.กลาโหม' เหมือนถูกสั่งให้ไปนั่งตบยุงเล่น

จตุพร วิเคราะห์ ‘เศรษฐา’ ดิ้นหลุดจริยธรรมเสื่อมยาก ชี้ส่อแววถูกสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่นายกฯ เหตุ สว. กับ สส. กังขาคุณสมบัติซื่อสัตย์สุจริต คาดอยู่รอดปี66 ก็เก่งแล้ว หยาม ‘สุทิน’ เป็น รมว.กลาโหมจริง ทำหน้าที่อะไรไม่ได้ เหมือนถูกส่งให้ไปนั่งตบยุงเล่น

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2566 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยมาก่อน ตอน “ไม่ง่าย” ระบุว่า นายเศรษฐา ทวีสิน มีชนักซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ติดหลังอยู่ จึงยากจะดิ้นหลุดเอาตัวรอดพ้นได้ ขณะที่ สว. กับ สส. จ้องตรวจสอบจริยธรรมย่อมทำให้ความชอบธรรมนายกฯ เสื่อมครั้งใหญ่ จนส่อแววไม่ง่ายที่จะประคองตัวให้พ้นปี 2566

ส่วนตำแหน่ง รมว.กลาโหม นายจตุพร กล่าวว่า แม้โผระบุนายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย ได้คุมกระทรวงกลาโหม แต่ขณะนี้โผ ครม.ยังไม่เบ็ดเสร็จ หากฝ่ายทหารและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการแล้ว คงต้องปรับเปลี่ยนกันใหม่ได้อีก เพราะที่มาของรัฐบาลนายเศรษฐา มาจาก สว.สาย พล.อ.ประยุทธ์ เทเสียงสนับสนุน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของนายเศรษฐา

“นายสุทิน มีเพียงนามสกุลคลังแสง ที่บ่งบอกความเกี่ยวพันกับการทหารและความมั่นคงของรัฐ อย่างไรก็ตาม หากได้เป็น รมว.กลาโหมจริง ย่อมไปทำหน้าที่อะไรไม่ได้เลย ซึ่งดูเหมือนถูกส่งให้ไปนั่งตบยุงเล่นเท่านั้น”

นายจตุพร กล่าวว่า หลังจากนายเศรษฐา นำ ครม. แถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนปฏิบัติหน้าที่ ช่วงนั้นจะเป็นห้วงเวลาเริ่มต้นการตรวจสอบคุณสมบัตินายกฯ ว่า มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ เพราะด่านนี้เกี่ยวพันกับจริยธรรมที่นักการเมืองจำต้องมี

ขณะนี้ สว. ให้ความสนใจกับจริยธรรมทางการเมืองที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้เปิดโปงไว้ ดังนั้น สว.จึงต้องหาความกระจ่างในเรื่องเก็บค่าผ่านทางสะพานพระโขนง และการตั้งนอมินีทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเอกชน ซึ่งนายเศรษฐา เคยเป็นผู้บริหารสูงสุดก่อนเข้าสู่ทางการเมือง

“การตรวจสอบจริยธรรมนายเศรษฐา จะมี 4 กลุ่มใหญ่ลงมือ คือกลุ่ม สว.มี 2 ชุด แล้วทีม สส. จะชำแหละ และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักร้องทางการเมืองจากพรรคพลังประชารัฐ โดยตามกระบวนการจะใช้ช่องทางส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ อีกช่องทางยื่นให้ ป.ป.ช. เพื่อส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งอยู่ที่จะถึงช่องทางไหนก่อนกัน แต่สิ่งสำคัญจะถึงขั้นต้องถูกสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่นายกฯหรือไม่”

นายจตุพร กล่าวว่า นายเศรษฐา เริ่มต้นเป็นนายกฯ ด้วยวิกฤตศรัทธาสูงสุด จึงยากจะมีประชาชนโอบอุ้ม ส่วนความหวังเป็นรัฐบาลสร้างผลงานไปกลบเสียงครหาตระบัตสัตย์ คงไม่ได้สร้างแน่นอน เพราะหน้าตา ครม. ตามที่ปรากฎสร้างผลงานได้ยากมาก ดังนั้น ปัญหาสำคัญเอาแค่ให้รัฐบาลอยู่รอดภายในปี 2566 โดยไม่ถูกสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่นายกฯ ก็ยากลำบากแล้ว

“นายเศรษฐา จะรอดพ้นด่านขวางกั้นนี้ได้อย่างไร อีกอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ให้ สว.เทเสียงยกตำแหน่งนายกฯ ให้นายเศรษฐานั้น มันง่ายเกินไปหรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาถึงบาดแผลทางการเมืองที่เรียงไว้รออยู่ จึงเห็นเส้นทางไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่นอน”

ผู้สื่อข่าวรายงาน ก่อนวันที่ 22 ส.ค. 2566 ที่จะมีโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี  นายจตุพร นักเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยรายนี้  เคยวิเคราะห์เอาไว้ว่า  นายเศรษฐา ทวีสิน จะพลาดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

‘ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร’ กุนซือทีมเศรษฐกิจเจ้าของแนวคิด เงินดิจิทัล 10,000

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557342

30 ส.ค. 2566

'ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร' กุนซือทีมเศรษฐกิจเจ้าของแนวคิด เงินดิจิทัล 10,000

ส่องเส้นทาง ‘ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร’ หลังกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง เป็นกุนซือทีมเศรษฐกิจเจ้าของแนวคิด เงินดิจิทัล 10,000 บาท ควบตำแหน่งรองนายกฯ กุมเก้าอี้กระทรวงการต่างประเทศ

จัดตั้งคณะรัฐมนตรีกันไปแล้วสำหรับ ครม.เศรษฐา 1 หลายที่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำกระทรวงอาจจะเป็นที่คุ้นเคยกันดี เพราะส่วนใหญ่มาจาก ครม.ประยุทธ์ หลายคน แต่อีกหนึ่งคนที่ไม่พูดพุงไม่ได้ คือ “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” ที่กลับเข้ามาทำงานในสนามการเมืองอีกครั้งหลังจากที่เคยเป็นทีมเศรษฐกิจในกับรัฐบาลมาแล้วหลายยุค การกลับมาครั้งนี้ของ “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” เป็นการกลับมาที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก เพราะ ดร.ปานปรีย์ กลับคุมเศรษฐกิจของ ครม.เศรษฐา 1 อีกทั้งยังเป็นคนคิดนโยบายแจก เงินดิจิทัล 10,000 บาท

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกรดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร

สำหรับ “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตผู้แทนการค้าไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ เริ่มทำงานเป็นข้าราชการ ที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำหน้าที่วิเคราะห์นโยบาย และเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และในสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกรดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร

ประสบการณด้านการเมืองและการทำงานของ “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” เรียกผ่านการทำงานด้านเศรษฐกิจมาอย่างมากมาย และได้รับตำแหน่งที่สำคัญๆ ทั้งสิ้น  

-ที่ปรึกษานายกฯ ด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ รัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ 

-สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ปี 2545 

-ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ปี 2546-2546 รัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร 

-ผู้แทนการค้าไทยปี 2548 

-รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (อันดับ 1) ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและเป็นกรรมการยุทธศาสตร์  2551-2553 

-ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปี 2556 

ครอบครัวของ ดร.ปานปรีย์ เป็นข้าราชการ มีคุณปู่(พระพหิทธานุกร) เคยเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศ และเป็นทูตในหลายประเทศ ส่วนคุณพ่อ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนกลับมาทำงานในกระทรวงต่างประเทศ

“ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” จบการศึกษาระดับปริญญาตรี – สำเร็จการศึกษาด้านนิติศาสตร์บัณฑิต ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาระดับปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริการะดับปริญญาเอก ด้านการบริหารจัดการภาครัฐ ที่ Claremont Graduate University(CGU) สหรัฐอเมริกา

“ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” ถือว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถด้านเศรษฐกิจและการเจรจาอย่างมาก โดยการทำงานที่ผ่านมายังเคยเป็นหัวหน้าคณะเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรี (ประเทศอินเดีย และกลุ่มประเทศ BIMST-EC) และเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม วางแผนแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่ออุตสาหกรรมใน Eastern Seaboard 

 ดร.ปานปรีย์ นั่งด้านซ้ายมือ เศรษฐา ทวีสินดร.ปานปรีย์ นั่งด้านซ้ายมือ เศรษฐา ทวีสิน

อย่างไรก็ตาม “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” ถือว่าเป็นคนสำคัญอย่างมากในการวางยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมอย่าง นโยบายแจกเงิน ดิจิทัล 10,000 บาท  โดย ดร.ปานปรีย์ เคยให้สัมภาษณ์กับ ฐานเศรษฐกิจ ถึงนโยบาย เงินดิจิทัล 10,000 บาท เอาไว้ว่า “นโยบายนี้ถือเป็นการคิดนโยบายที่เป็นนวัตรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งผ่านกระบวนการคิดกันมาอย่างละเอียด และที่ผ่านมาก็มีการทำนโยบายลักษณะนี้ในบางประเทศแล้ว เช่น ประเทศฟินแลนด์ คือ Universal Basic Income โดยนโยบายดังกล่าวมีแนวคิดการผลักดันนวัตกรรม ซึ่งเรื่องของการแจกเงินดิจิทัลก็ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย แม้ในช่วงแรกเมื่อประกาศไปแล้วจะทำให้คนเกิดความตกใจว่าจะมีวิธีการทำยังไง มีรูปแบบอย่างไร แล้วจะใช้เงินได้อย่างไรบ้าง  เบื้องต้นในการผลักดันนวัตกรรมการแจกเงินดิจิทัลออกมาถึงมือชาวบ้าน จะทำผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า บล็อกเชน (blockchain) และออกโทเคนดิจิทัล (Digital Token) 

‘เศรษฐา’ รับ ‘ชลน่าน’ คุยเรื่องลาออกแล้ว รอเจ้าตัวแถลงเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557328

30 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' รับ 'ชลน่าน' คุยเรื่องลาออกแล้ว รอเจ้าตัวแถลงเอง

‘เศรษฐา’ รับ ‘ชลน่าน’ คุยกับผู้ใหญ่ในพรรคปมลาออกแล้วรอเจ้าตัวแถลงเอง มอง ‘สุทิน’ เหมาะคุมกลาโหม เผย 11 โมง รทสช.เข้ามาคุยเรื่องนโยบาย

วันที่ 30 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ การจัดวางบุคคลไม่เหมาะสมกับตำแหน่งว่า ขอให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล และให้เกียรติคณะเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ยอมรับว่าสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ต้องให้เกียรติว่าที่รัฐมนตรีด้วย พร้อมมั่นใจว่ารัฐบาลมีภารกิจสำคัญมาก และมีเป้าหมายชัดเจน ขอวัดด้วยเรื่องตรงนี้ เพราะทุกคนต้องเริ่มงานกันแล้ว 

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกรณีที่สังคม และกองทัพ ตั้งคำถามหากมีพลเรือนเข้ามาคุมกองทัพจะถูกด้อยค่าว่านายสุทิน คลังแสงว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็น สส.หลายสมัย และเท่าที่รู้จักนายสุทินเป็นคนให้เกียรติคน เชื่อว่า การประสานงานกับกองทัพจะไม่มีปัญหา โดยตนเองจะเข้าไปช่วยดูด้วย ต้องให้แน่ใจว่าทุกสถาบันได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม สมฐานะ

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกระแสข่าวมีว่าที่รัฐมนตรีของพรรคร่วมบางคนคุณสมบัติไม่ผ่านว่า ยังไม่ทราบเรื่องรวมถึงเรื่องของนายณัฐพร โตประยูร ทำจดหมายเปิดผนึก เพื่อแจ้งว่ามีรัฐมนตรี 4 คน ที่มีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องยังไม่ถึงตนเอง แต่เชื่อว่าทั้ง 4 คน เป็นบุคคลที่เหมาะสมในการเข้าดำรงตำแหน่ง แต่ยังต้องรอเลขา ครม. แจ้งเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกระแสข่าวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว จะลาออกจากตำแหน่งว่า ได้ทราบแล้ว และคิดว่านายแพทย์ชลน่าน จะประกาศลาออกเอง ต้องให้เกียรติท่าน ยอมรับว่ามีการพูดคุยกันแต่นายแพทย์ชลน่านจะเป็นคนแถลงเอง ท่านเป็น สส.หลายสมัยทำประโยชน์ให้กับพรรคเพื่อไทยมานาน เป็นที่รักของ สส.ทุกคน ผมเข้ามาใหม่ท่านก็ให้การดูแลที่ดี เชื่อว่าไม่ว่านายแพทย์ชลน่านจะตัดสินใจอย่างไร ท่านยังคงอยู่ในพรรคเพื่อไทย ยังคงช่วยเหลือพรรคและดูแลประชาชนต่อไป พร้อมย้ำว่า ต้องให้เกียรติท่านในการแถลงเอง ส่วนที่ตนเคยบอกว่าจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่ใช่เรื่องที่นายแพทย์ชลน่านจะลาออกเรื่องการลาออกนายแพทย์ชลน่านได้ประกาศไว้นานแล้ว ว่าหากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยเมื่อเสร็จภารกิจก็จะประกาศลาออก 

เมื่อถามว่า ส่วนใครจะเป็นคนนำพรรคเพื่อไทยต่อ นายเศรษฐา ระบุว่า ต้องมีการประชุมพรรคเราเป็นพรรคที่มีสมาชิกเยอะต้องว่าไปตามกฎของพรรคการเมือง คงต้องมีการรักษาการไปก่อน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนด ขออย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้นให้รอฟังแถลงก่อน

นายเศรษฐา ยังมองคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป ว่า ในฐานะสมาชิกพรรคมองว่าต้องเป็นคนที่อยู่ในพรรคมานานพอสมควร มีความรู้ ความสามารถ รอบรู้ทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมส่วนคิดว่านายแพทย์ชลน่านจะกลับมานั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ เรื่องนี้ตนไม่ขอก้าวล่วงสิทธิของสมาชิกทุกท่าน ต้องให้เกียรติสมาชิก เราเองก็ 1 คน 1 เสียง เราเคารพในระบบพรรคการเมือง ส่วนนายเศรษฐาจะเป็นกรรมการบริหารพรรคเลยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ขอพูดเรื่องนี้

เมื่อถามถึง ความคืบหน้าการจัดทำนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา นายเศรษฐา ระบุว่า ตอนนี้คืบหน้าไปเยอะเมื่อวานนี้ได้คุยกับพรรคภูมิใจไทย นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นคนเจรจาและรวบรวมข้อมูลอยู่  และในเวลา 11.00 น.วันนี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ และหม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร มาคุยที่พรรคเพื่อไทยยืนยันมีความคืบหน้าตลอด ไม่ต้องห่วงเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เราอยากให้มีการแถลงนโยบายโดยเร็วหลังจากที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้วประเทศจะได้เดินไปข้างหน้าได้ มีหลายเรื่องที่ต้องทำ ภารกิจหนัก

เมื่อถามว่า ขั้นตอนหลังนำ ครม. ถวายสัตย์แล้วคาดว่าจะใช้เวลากี่วันถึงจะเข้าสู่กระบวนการแถลงนโยบายต่อสภาได้ นายเศรษฐา ระบุว่า ต้องขอไปดูก่อน ขึ้นอยู่กับจะได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อไหร่ก็หวังว่าภายใน 1 สัปดาห์

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงการตั้งเป้าภารกิจด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ว่า ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ พร้อมย้ำว่าการท่องเที่ยวเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นที่ดีที่สุด และในช่วงเดือนตุลาคมนี้จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และพังงา โดยได้พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบินและกระทรวงคมนาคมถึงแผน พัฒนา และการสนับสนุน รวมถึงพูดคุยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนพูดคุยกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เห็นชอบและสนับสนุนเรื่องนี้ โดยหวังว่าจะได้รับการตอบสนองที่ดีหลังมีแนวนโยบายจะใช้ท่องเที่ยวฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนตัวเลขทางเศรษฐกิจจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง 

‘ชลน่าน’ ตำนาน หมอ สู่ นักการเมือง ดาวสภา ย้อนที่มา วลีเด็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557330

30 ส.ค. 2566

'ชลน่าน' ตำนาน หมอ สู่ นักการเมือง ดาวสภา ย้อนที่มา วลีเด็ด

ย้อนเส้นทาง หมอ ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ สู่ นักการเมือง สมฉายา ‘ดาวสภา’ เจ้าของที่มา #ชลน่านลาออกกี่โมง และ ทุก วลีเด็ด

ดาวสภา สมกับฉายาที่สื่อมวลชนตั้งให้เมื่อปี 2552 สำหรับ “ชลน่าน ศรีแก้ว” หรือที่ใครๆ เรียกว่า “หมอชลน่าน” ด้วยทั้งลีลา และ วาทะกรรมเด็ดๆ ตลอดระยะเวลาของการเป็นนักการเมือง โดยเฉพาะกับสถานการณ์ล่าสุด การจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ที่เขาเคยประกาศชัด “ไม่จับมือกับพลังประชารัฐ ไม่จับมือกับลุงป้อม ถ้ามีจับมือ ผมลาออกจากหัวหน้าพรรค” จนเกิด #ชลน่านลาออกกี่โมง คมชัดลึก ย้อนเส้นทาง “ชลน่าน” จากหมอ สู่นักการเมือง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

เส้นทางหมอนักการเมือง ชลน่าน ศรีแก้ว

“นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” เกิดวันที่ 4 มิ.ย. 2504 ปัจจุบันอายุ 62 ปี มีชื่อเล่นว่า ไหล่ ที่ ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน จบการศึกษาแพทย์ศาสตรบัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี 2529 (ร่วมรุ่นกับ นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ และ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ และปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในปี 2542

จบหมอก็ต้องเริ่มทำงานด้วยการเป็นหมอ ซึ่งหลังเรียนจบ “หมอชลน่าน” ได้เริ่มเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน บ้านเกิด และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อ.ปัว จ.น่าน ระหว่างปี 2538 –2543 ก่อนจะพลิกผันชีวิตตัวเองด้วยลงสนามการเมือง หมอชลน่าน แต่งงานกับ หมอก้อย นวลสกุล บํารุงพงษ์ ผู้ซึ่งเป็นลมใต้ปีกให้กับหมอชลน่าน มาตลอดระเวลาที่ผ่านมา และมีบุตรด้วยกัน 2 คน

หมอชลน่าน-ภรรยาหมอชลน่าน-ภรรยา

เส้นทางนักการเมือง

  • ปี 2544 ชลน่าน ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.ครั้งแรก สังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งมาอีก 5 สมัยต่อกัน
  • ปี 2547 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • ปี 2548 เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเป็นกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) นอกจากนั้นแล้ว เขายังได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในระยะหนึ่งอีกด้วย
  • ปี 2552 สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ตั้งฉายานักการเมือง โดยให้ฉายา หมอชลน่านเป็น “ดาวสภาฯ” ด้วยบทบาทการอภิปรายโดยมุ่งเน้นข้อมูล มากกว่าการใช้วาทะศิลป์
  • ปี 2555 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 27 ต.ค. กระทั่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ในเดือน มิ.ย. 2556
  • ปี 2564 หมอชลน่าน ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
  • 23 ธ.ค. 2564 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
  • ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 พรรคเพื่อไทย มี สส.เขต คะแนนนำ 112 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 29 ที่นั่ง รวมมี สส.ทั้งหมด 141 ที่นั่ง ซึ่งได้เป็นหนึ่งพรรคที่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

เจ้าของวลีเด็ด

– “ปากกล้าขาสั่น” ในปี 2563 หมอชลน่าน กล่าวโจมตีรัฐบาลบิ๊กตู่ กรณีการตั้งทีมตอบโต้ของรัฐบาลและข่มขู่ฝ่ายค้าน ว่าเป็นเพียงการใช้สำนวนโวหาร หรือ ปั้นน้ำเป็นตัว แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรม “ปากกล้าขาสั่น” และต้องการปกปิดความผิดพลาดในการบริหารประเทศของรัฐบาล ที่ต้องตั้งคณะทำงานปกปิดความผิดตัวเอง น่าละอายมาก ถ้าเชื่อมั่นจริงว่าที่ผ่านมาทำงานจริงและทำดีจริงแล้วก็ไม่ต้องกลัว สิ่งที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย

– “ไล่หนู ตีงูเห่า” ก่อนหน้านี้ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย นำโดย “หมอชลน่าน” เคยประกาศแคมเปญคล้ายเปิดศึก กับพรรคที่กำลังสมานฉันต์กันดูดดื่ม ณ ตอนนี้อย่างภูมิใจไทย ไว้แบบไม่ไว้หน้า และอย่างชัดเจน ภายใต้วลี “ไล่หนู ตีงูเห่า” ซึ่งต่อมาประเด็นนี้ถูกนำไปพูดถึง พร้อมกับถ้อยคำตำหนิรุนแรง โดยเฉพาะกับการถูกตีความว่า แคมเปญดังกล่าวเป็นแค่เทคนิคการหาเสียง

– “ชกได้ ชกไปแล้ว” เป็นคำที่หลุดจากปาก หมอชลน่าน ในวันแถลงข่าวลงนาม MOU (22 พ.ค. 2566) ที่ น.ต. ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ตั้งคำถามให้ 8 พรรคร่วมเซ็นแอดวานซ์ เอ็มโอยู ได้หรือไม่ โดยชลน่าน ฟาดกลับไปว่า “เสียมารยาท เพราะไม่ได้เป็นสื่อ แต่กลับมาถามคาดคั้น ก่อนหลุดประโยคว่า “ชกได้ ชกไปแล้ว”

ภาพข่าวจัดตั้งรัฐบาลภาพข่าวจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ ก่อนหน้าการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 พรรคเพื่อไทยถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังจากนำพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมรัฐบาล ทำให้สังคมทวงถามสัญญาที่ชลน่านให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งว่า หากพรรคเพื่อไทย นำทั้ง 2 พรรคเข้าร่วมรัฐบาล จะลาออกจากหัวหน้าพรรค ส่งผลให้แฮชแท็ก #ชลน่านลาออกกี่โมง ติดอันดับในทวิตเตอร์ (X)  

“ผมตั้งใจที่จะประกาศแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ปฏิเสธว่าจะไม่ลาออก ยินดีลาออกแน่นอน แต่ภารกิจหัวหน้าพรรคเป็นกรรมการบริหารพรรค ต้องจัดตั้งรัฐบาลในส่วนของพรรคเพื่อไทยให้สำเร็จ วันที่เสนอชื่อคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทยเสร็จ ผมจะประกาศอย่างเป็นทางการทันที” หมอชลน่าน เคยประกาศย้ำ

ทุกถ้อยคำที่ประกาศไว้ จึงเป็นที่มา “ชลน่าน ศรีแก้ว” เตรียมประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในวันนี้ (30 ส.ค. 2566)

‘ชลน่าน’ ลาออกหัวหน้าพรรค ‘เพื่อไทย’ ในวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557320

30 ส.ค. 2566

'ชลน่าน' ลาออกหัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ในวันนี้

‘ชลน่าน’ ทิ้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค ‘เพื่อไทย’ ในวันนี้ หลังส่งเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี สำเร็จ เลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน

อดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  ยืนยันกับคมชัดลึกว่า  ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ในวันนี้ ตามที่เคย ปราศรัยไว้กับประชาชน หลังบรรลุภารกิจตั้งรัฐบาลและสามารถส่ง เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ

อดิศร เล่าว่า ชลน่าน เริ่มสมัคร สส. ไทยรักไทยครั้งแรกปี 2544 จำได้ว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่เป็นตัวหลักในการปราศรัยช่วย ชลน่าน ที่เป็นอดีต ผอ.โรงพยาบาล และเป็นที่น่าเสียดาย หลังจากนี้จะมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารเพื่อไทยใน 60 วัน เมื่อหัวหน้าพรรคลาออก

ในการประชุมสส.พรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แจ้งเจตจำนงค์ เรื่องการลาออกให้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบแล้ว

ฟังอดิศร เล่าเรื่องการลาออกของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ที่นี่

‘สมชัย’ สงสัย ‘พิชิต ชื่นบาน’ ขาดคุณสมบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557314

30 ส.ค. 2566

'สมชัย' สงสัย 'พิชิต ชื่นบาน' ขาดคุณสมบัติ

‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ สงสัย ‘พิชิต ชื่นบาน’ ขาดคุณสมบัติ ขอสำนักเลขา ครม. ตีความรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 อย่างเคร่งครัด

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะสงสัยว่า ชื่อ พิชิต ชื่นบาน  ที่เปิดเผยเป็นรายสุดท้ายในโผ ครม.เศรษฐา ว่าจะดำรงตำแหน่ง รมว. สำนักนายกรัฐมนตรีในโควต้าพรรคเพื่อไทย จะขาดคุณสมบัติ

เมื่อพลิกประวัติพิชิต ชื่นบาน พบว่าเคยโทษจำคุก 6 เดือน เมื่อปี 2551  ทำให้มีข้ออ้างว่านับถึงปัจจุบันเลย 10 ปีแล้ว สามารถมาเป็น รมต.ได้  เป็นเรื่องที่อาจเข้าใจผิด เพราะเรื่องเคยถูกจำคุกเลย 10 ปีแล้วมีคุณสมบัตินั้น เป็นคุณสมบัติของ สส. ตามมาตรา 98(7) ของรัฐธรรมนูญ

แต่กรณีเป็นรัฐมนตรีนั้นต้องดูที่ มาตรา 160(7) ซึ่งไม่ได้ระบุเวลา  เว้นแต่ประมาท ลหุโทษ หรือเรื่องหมิ่นประมาท
กรณี ละเมิดศาล นำถุงขนมใส่เงิน 2 ล้านมาให้เจ้าหน้าที่ธุรการศาล  ศาลลงโทษจำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา  ไม่ใช่ลหุโทษ (โทษไม่ถึง 1 เดือน) แน่นอน

จากข้อมูลดังกล่าว สมชัย เชื่อว่าชื่อนี้ น่าจะไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้  เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะแจ้งกลับไปยังพรรคอย่างตรงไปตรงมา  หรือถ้าเข้าใจผิด ก็ขอให้ช่วยอธิบายสิ่งที่ถูกด้วย