ปิดม่าน ทีม ‘โฆษกรัฐบาล’ ตำนาน โฆษก ‘สาว สาว สาว’ รัฐบาลลุงตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557429

31 ส.ค. 2566

ปิดม่าน ทีม 'โฆษกรัฐบาล' ตำนาน โฆษก 'สาว สาว สาว' รัฐบาลลุงตู่

เปิดประวัติ ทีม ‘โฆษกรัฐบาล’ สาว สาว สาว ‘รัชดา-ทิพานัน-ไตรศุลี’ ก่อนปิดตำนาน รัฐบาลลุงตู่ ทุกวันอังคาร นับจากนี้ ไม่มีอีกแล้ว

เป็นการอำลา การทำหน้าที่ทีม “โฆษกรัฐบาล” หรือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลลุงตู่ อย่างเป็นทางการ สำหรับทีมโฆษก ที่ได้ฉายาว่า “สาว สาว สาว” ประกอบด้วย พี่ใหญ่ “รัชดา ธนาดิเรก” น้องรอง “ทิพานัน ศิริชนะ” และ น้องเล็ก “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” และนับจากนี้ไป ทุกวันอังคาร ในการแถลงผลการประชุม ครม. เราคงได้เห็นโฉมหน้าโฆษกรัฐบาลชุดใหม่ คมชัดลึก พาไปรู้จัก ตำนานทีมโฆษก “สาว สาว สาว” รัฐบาลลุงตู่ 

ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ปิดม่านทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ทิพานัน ศิริชนะ โพสต์ข้อความซึ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงพี่และน้องทีม “โฆษกรัฐบาล” ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า #ขอบคุณพี่กานต์  ที่เป็นเหมือนพี่และเพื่อนร่วมงานที่ดี พี่กานต์ มีความเป็นพี่ใหญ่ใน สาว สาว สาว ที่จัดการงานแบบพี่คนโต พี่สามารถพูดแทนความในใจในวันอำลาลุงตู่ ได้ครบถ้วน ได้อย่างสุดซึ้ง และกลั้นความรู้สึกจนกล่าวจบได้ ทำให้เห็นว่า #พี่ยังไงก็มีความเป็นพี่เสมอ

ขอบใจน้องกวาง  ที่เป็นทั้งน้อง และเพื่อนร่วมงานที่คอยบอกในหลายเรื่องๆ  และมีของอร่อยๆ มาบ่อยๆ น้องกวางเป็นคนที่มีความตั้งใจและเก่ง 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราสามคน อาจจะเจอกันไม่นานมานี้ แต่อ้นก็รู้สึกใจหาย ที่อย่างน้อยเราก็เคยเจอกันทุกวันอังคาร ทั้งสองคน เป็นบุคคล ที่ควรค่าแก่การรับใช้ชาติ บ้านเมือง  ควรค่าต่อการเมืองไทยในอนาคต 

หลังจากนี้แม้เส้นทางของเราอาจจะต่างกัน  แต่ความฝันที่อยากเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้าจะไม่ต่างกันแน่นอน แล้วพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ

ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ตำนาน โฆษกรัฐบาล สาว สาว สาว

“รัชดา ธนาดิเรก” ปัจจุบันอายุ 48 ปี เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ อดีต สส. กทม. เขต 33 (บางพลัด บางกอกน้อย) พรรคประชาธิปัตย์ ติดต่อกัน 2 สมัย นับตั้งแต่ปี 2550 – 2556 และเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

รัชดา เริ่มเข้าสู่งานการเมืองในการเลือกตั้งในปลายปี 2550 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. กทม. เขต 12 (เขตบางกอกน้อย, บางพลัด, ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา) ในสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ และได้รับการเลือกตั้ง พร้อมกับ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และ นายชนินทร์ รุ่งแสง

ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” ทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ มีสถานะเป็นพรรคฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวในสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จึงประกาศจัดตั้ง คณะรัฐมนตรีเงา หรือ ครม.เงา ขึ้น เมื่อเดือน ก.พ. 2551 เพื่อติดตามตรวจสอบ และเสนอแนะการบริหารงานของรัฐบาล ตามรูปแบบที่มีในต่างประเทศ ดร.รัชดาได้รับเลือกจากทางพรรคให้ทำหน้าที่ รองโฆษกรัฐบาลเง หรือเท่ากับต้องทำงานประกบกับ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2554 รัชดา ธนาดิเรก ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. เขตบางพลัด – บางกอกน้อย อีกครั้ง จากการเลือกตั้งฯ วันที่ 3 ก.ค. 2554 และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ รองโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา ของพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในเดือน ส.ค. 2562 รัชดา ธนาดิเรก ได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 62

รัชดา ธนาดิเรกรัชดา ธนาดิเรก

ทิพานัน ศิริชนะ

ทิพานัน ศิริชนะ หรือชื่อเล่นว่า “อ้น” ปัจจุบันอายุ 35 ปี จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโท สาขาวิชากฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เป็นลูกสาวคนเล็กของ ดร.วันชัย ศิริชนะ อดีตปลัดทบวงมหาวิทยาลัย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ทิพานัน เคยทำงานเป็นผู้ดูแลงานด้านร่างกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัทเอกชน ทำงาน Law Firm ที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เช่น กฎหมายธุรกิจ กฎหมายพลังงาน กฎหมายเกี่ยวกับตลาดทุน

ด้วยความสนใจงานการเมือง อ้น ทิพานัน จึงสมัครเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ มาตั้งแต่ปี 2561 และลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งแรกในฤดูการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 ได้ฉายาว่า องครักษ์พิทักษ์ รัฐบาลลุงตู่

ทิพานัน ศิริชนะทิพานัน ศิริชนะ

ไตรศุลี ไตรสรณกุล

ไตรศุลี ไตรสรณกุล หรือ กวาง ปัจจุบันอายุ 34 ปี เป็นบุตรสาวของนายวิชิต ไตรสรณกุล นักการเมืองท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วน จ.ศรีสะเกษ จบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในระยะแรก ไตรศุลี ไม่ได้มีความสนใจในงานการเมือง แต่ต่อมาได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทย และการสนับสนุนจากบิดา จึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปปี 2562 ลำดับที่ 30 แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้งในการลงสมัครครั้งนี้ แต่ไตรศุลี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย

ไตรศุลี จึงมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น จากการเป็นผู้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี

ไตรศุลี ไตรสรณกุลไตรศุลี ไตรสรณกุล

พลเอก ‘ประวิตร’ เตรียม ‘ลาออก’ จาก สส. ขอทำหน้าที่หัวพน้าพรรคเท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557423

31 ส.ค. 2566

พลเอก 'ประวิตร' เตรียม 'ลาออก' จาก สส. ขอทำหน้าที่หัวพน้าพรรคเท่านั้น

สันติ พร้อมพัฒน์ เสียบแทน พลเอก ‘ประวิตร’ วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อเพียงหนึ่งเดียวของพรรค ที่เตรียม ‘ลาออก’ เร็วๆนี้

ก่อนการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ที่ พลเอกประวิตร นั่งเป็นประธาน ได้เรียกผู้สื่อข่าวให้มาถ่ายรูปร่วมกัน แต่ไม่ตอบคำถามว่าจะยังอยู่ในแวดวงการเมืองเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ได้ถ่ายรูปร่วมกับสื่อมวลชน ก่อนจะวางมือทางการเมืองไป 

พล.อ.ประวิตร ถ่ายรูปกับสื่อมวลชนก่อนลาออกจากสส.บัญชีราชื่อพล.อ.ประวิตร ถ่ายรูปกับสื่อมวลชนก่อนลาออกจากสส.บัญชีราชื่อ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เตรียมจะลาออกจาก สส.ในเร็วๆนี้ โดยจะไปทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอย่างเดียว และขอให้โชคดีทุกคน

หากพลเอกประวิตร ลาออกจาก สส. นายสันติ พร้อมพัฒน์  จะได้เลื่อนขึ้นมาในฐานะผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐมีสส.บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียว

หัวหน้าพรรคการเมืองที่ลาออกจากสส.ก่อนหน้านี้ คือ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีผล วันที่ 1 ก.ย. 2566

รองโฆษก ปชป. ติง ‘สนธิ’ ไม่เข้าใจ สถานการณ์การเมือง ในปัจจุบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557404

30 ส.ค. 2566

รองโฆษก ปชป. ติง ‘สนธิ’ ไม่เข้าใจ สถานการณ์การเมือง ในปัจจุบัน

รองโฆษก ปชป. ติง ‘สนธิ’ อยู่ในเรือนจำ 3 ปี วิเคราะห์ขาดตอน เป็นพวกแก่มะพร้าว เฒ่ามะละกอ ไม่เข้าใจสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ทำให้หมดเครดิตทางการเมืองไปนาน เผย คนรุ่นใหม่เข้าร่วม ประชาธิปัตย์ เพราะคนรุ่นเก่าเชิญชวน

น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล พูดพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โดยบอกว่า ถึงคนรุ่นเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ในรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นานนานนั้น

น.ส.ศิริภา กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นยืนยันว่าคนรุ่นเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้กินข้าวอย่างเดียว แต่ กินก๋วยเตี๋ยว กินขนมจีน กินหลายอย่าง ยกเว้นไม่กินสินบน

“เข้าใจว่าช่วงระยะเวลา 3 ปีที่คุณสนธิ ถูกจำคุกอยู่นั้นอาจะไม่ได้ติดตามตามข่าวสารว่าคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคแทบจะทั้งหมดเข้าร่วมผ่านการเชิญชวนของคนรุ่นเก่าที่คุณสนธิได้พูดถึง”

น.ส.ศิริภา กล่าวอีกว่า หากย้อนดูตัวผู้สมัครประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองหนึ่ง ที่มีผู้ลงสมัครเป็นคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ช่วงที่ คุณสนธิห่างหายไปอยู่ในเรือนจำ ทำให้การวิเคราะห์เรื่องต่างๆ ขาดตอน กลายเป็นพวกแก่มะพร้าว เฒ่ามะละกอ หมดเครดิตทางการเมืองไปนาน จากผลงานความขัดแย้งในอดีต จึงไม่แปลกที่จะไม่เข้าใจสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน

‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ลั่นรักษาคำพูด-ชูศักดิ์ นั่งแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557395

30 ส.ค. 2566

‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ลั่นรักษาคำพูด-ชูศักดิ์ นั่งแทน

‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ลั่นต้องรักษาคำพูดเผยไม่เสียใจ บอกภารกิจตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น หลังร่วมตั้งรัฐบาลพรรคลุงป้อม ตั้ง ‘ชูศักดิ์’ รักษาการหัวหน้าพรรค รอประชุมใหญ่เลือก กก.บห. ชุดใหม่ภายใน 60 วัน

ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 16.18 น.ของวันที่ 30 ส.ค.2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แถลงภายหลังประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยว่า ถ้าตนทำหน้าที่หัวหน้าพรรค พิจารณารับผิดชอบการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยเสร็จเรียบร้อย ตนก็จะประกาศเรื่องที่ตนเคยประกาศไว้ว่าจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตามที่ตนเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 28 เม.ย. บนเวทีดีเบตหาเสียง ซึ่งภารกิจเสร็จเรียบร้อย กก.บห. มีมติเห็นชอบคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย 18 ตำแหน่ง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แถลงลาออกจาก ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แถลงลาออกจาก ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

“เมื่อภารกิจสำเร็จ ผมขอทำตามที่เคยประกาศเอาไว้ เป็นสัจจะที่เคยได้ลั่นวาจาเอาไว้ว่า ถ้า กก.บห. พรรค มีมติจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ มีมติจับมือกับลุงป้อม ดีลกับลุงป้อม ผมพร้อมจะลาออก ผมขอลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตามที่ได้ประกาศเอาไว้ ณ บัดนี้”

นพ.ชลน่านกล่าวว่า โดยเหตุผลที่ตนต้องมาประกาศในเวลานี้ เป็นเหตุผลความจำเป็นในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นรัฐบาลในสถานการณ์พิเศษที่พรรคเพื่อไทยมีความจำเป็น ที่สมาชิกพรรคส่วนใหญ่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำชื่อรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้า ตนก็ขอลาออก

‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ลั่นรักษาคำพูด-ชูศักดิ์ นั่งแทน
‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ลั่นรักษาคำพูด-ชูศักดิ์ นั่งแทน

3 แกนนำพรรคเพื่อไทย ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลจนสำเร็จ3 แกนนำพรรคเพื่อไทย ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลจนสำเร็จ

“ผมต้องรักษาคำพูด ถามว่าผมรู้สึกอะไรหรือไม่ ผมไม่มีความรู้เสียใจ หรือโกรธเคือง เพราะมันเป็นหน้าที่ ผมต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ผมไม่ได้หนีไปไหน ก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีสุด เพื่อความเป็นสถาบันทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย”

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามข้อบังคับของพรรคเพื่อไทย เมื่อหัวหน้าพรรคลาออก กรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) จะหมดสภาพไปทุกคน แต่ต้องรักษาการตามตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ กกบ.บห. ชุดรักษา ได้เลือกนายชูศักดิ์ ศิรินิล มาเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ลั่นรักษาคำพูด-ชูศักดิ์ นั่งแทน
‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ลั่นรักษาคำพูด-ชูศักดิ์ นั่งแทน
‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ลั่นรักษาคำพูด-ชูศักดิ์ นั่งแทน

เสรีพิศุทธ์ ลาออกบัญชีรายชื่อ เสรีรวมไทย -โยนระเบิด ครม. มีนักโทษ คนติดคุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557391

30 ส.ค. 2566

เสรีพิศุทธ์ ลาออกบัญชีรายชื่อ เสรีรวมไทย -โยนระเบิด ครม. มีนักโทษ คนติดคุก

“เสรีพิศุทธ์” ลาออกจากตำแหน่งสส.บัญชีรายชื่อเสรีรวมไทย โลกอาจจจะไม่จำ ทิ้งบอมบ์ แต่งตั้งบุคคลในคณะรัฐมนตรี ” ครม.เศรษฐา 1 ” มีทั้ง อดีตนักโทษ คนที่เคยติดคุก คนที่ไม่มีประสบการณ์ แม้แต่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เคยถูกไล่ออกกจากราชการเพราะประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

ที่พรรคเสรีรวมไทย  แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงว่า  การลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย และมีผลในวันที่ 1 ก.ย.  เป็นความตั้งใจของตนหลังจากที่ช่วยเปิดทางให้พรรคเพื่อไทย สามารถตั้งรัฐบาลด้วยการจับมือกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และรวมเสียงสนับสนุนให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ ถือว่าภารกิจที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยเสร็จแล้ว  ได้ทำหน้าที่ทั้งสนับสนุนและยกมือโหวตให้นายเศรษฐา ในวันที่ 22 ส.ค.    จากนั้นวันที่ 23 ส.ค. ได้ยื่นลาออก เพื่อให้สมาชิกพรรคได้เป็นสส. และขอทำบทบาทของหัวหน้าพรรค เพื่อสร้างพรรคเสรีรวมไทย


“ตอนนี้ผมเป็นคนในระดับผู้นำสูงสุด คือ คนที่เสียสละ ทั้งนี้ผมไม่เคยมีสัญญากับพรรคเพื่อไทยว่ามาช่วยแล้วต้องมีตำแหน่ง แต่ตอนพรรคก้าวไกลยอมรับว่า เขาเสนอตำแหน่งให้ผมและดีกว่าพรรคเพื่อไทยอีก ทั้งนี้เมื่อไปไม่ได้เขาต้องยอมรับ ซึ่งเขาเล่นการเมืองเมื่อเขาไปไม่ได้ คนอื่นต้องไปไม่ได้ด้วย”  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า  ส่วนการลาออกครั้งนี้   ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องตำแหน่ง  

” ผมไม่ได้ผิดหวังอะไร แต่จากการเลือกคน ไปตั้งใครไม่รู้ ทั้งอดีตนักโทษ คนที่เคยติดคุกมา คนที่ไม่มีประสบการณ์ อย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่มีชื่อติดโผ เคยถูกไล่ออกกจากราชการเพราะประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ที่ทำหน้าที่แล้วมีคนตาย แม้ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเป็นหัวหน้าคสช.จะยกโทษให้ แต่ความผิดนั้นยังคงอยู่”

ส่วนกรณีที่ตนให้ทนายยื่นตรวจสอบพล.ต.อ.พัชรวาท เพราะเป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีที่มีลักษณะต้องห้ามนั้น  เหตุผลต้องยื่นเพื่อไม่ให้เลขาธิการสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)  ถูกดำเนินคดี  เนื่องจากเป็นผู้ที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี แต่หากเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบไม่ผิด ตนจะตรวจสอบต่อเอง หากกรณีนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขาดคุณสมบัติ เชื่อว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่กำกับ  สลค.ต้องรับผิดชอบ

กาง ‘รัฐธรรมนูญ 2560’ คุณสมบัติแบบไหนไม่มีสิทธิเป็น ‘เสนาบดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557386

30 ส.ค. 2566

กาง 'รัฐธรรมนูญ 2560' คุณสมบัติแบบไหนไม่มีสิทธิเป็น 'เสนาบดี'

เปิดหน้า ‘รัฐธรรมนูญ 2560’ มาตรา 98 ส่องข้อกำหนด คุณสมบัติ ความเป็น ‘รัฐมนตรี’ แบบไหน ต้องห้าม ไม่มีสิทธิเป็น ‘เสนาบดี’

การฟอร์มทีมรัฐบาล ภายใต้การนำของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากพรรคเพื่อไทย ดูเหมือนโผ ครม. ที่โผล่ออกมารายวัน จะกลายเป็นประเด็นดราม่า เพราะหน้าตาว่าที่รัฐมนตรีบางคน ถูกครหา มีมลทิน อาจผิดข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดคุณสมบัติ บุคคลที่จะเป็น “รัฐมนตรี” โดยเฉพาะกรณีของ “พิชิต ชื่นบาน” ทนายถุงขนม ที่ถูกวางตัวเป็น ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เคยถูกศาลสั่งจำคุก มีสิทธิเป็น “เสนาบดี” ได้หรือไม่

ภาพประกอบรัฐธรรมนูญภาพประกอบรัฐธรรมนูญ

กางรัฐธรรมนูญ 2560

ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160 ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ได้กำหนดคุณสมบัติของรัฐมนตรีไว้ 8 ข้อ ได้แก่

  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี
  3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
  4. มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
  5. ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  6. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
  7. ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
  8. ไม่เป็นผู้เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันแต่งตั้ง

ขณะที่มาตรา 98 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ไว้ดังนี้

  1. ติดยาเสพติดให้โทษ
  2. เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  3. เป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ
  4. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 96 (1) (2) หรือ (4)
  5. อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
  6. ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
  7. เคยได้รับโทษจำคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 10 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
  8. เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
  9. เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก เพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
  10. เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด ว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
  11. เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
  12. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง
  13. เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
  14. เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกิน 2 ปี
  15. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
  16. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
  17. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  18. เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144 หรือมาตรา 235 วรรคสาม

ประเด็นดังกล่าว เคยเกิดขึ้นกับ นายนครชัย ขุนณรงค์ หรือ ไอซ์ ระยอง อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ที่ถูกโจมตีว่า ขาดคุณสมบัติในการเป็น สส. หรือไม่ เนื่องจากเคยเป็นนักโทษ คดีลักทรัพย์ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ปี 2542-2543 ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ไอซ์ ระยอง แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการประกาศลาออก ทำให้ต้องมีการเลือกตั้ง สส.ระยอง ใหม่

ส่วนประเด็นของ “พิชิต ชื่นบาน” ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งจำคุก 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล หากพิจารณาจากมาตรา 98 (7) จะพบว่า นายพิชิต ถูกคำสั่งจำคุก 6 เดือนเมื่อปี 2551 ปัจจุบันผ่านมากว่า 15 ปีแล้ว ดังนั้น จึงพ้นโทษเกิน 10 ปี นั่นจึงทำให้เขาไม่ติดคุณสมบัติข้อนี้

แต่ก็อาจเป็นประเด็นที่ทำให้ถูกสังคม โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล วิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นรัฐมนตรี มีมลทิน ไม่ต่างจาก ไอซ์ ระยอง ที่ยังแสดงสปิริต ลาออก แม้ดูจากข้อกำหนด ก็อยู่ในเงื่อนเดียวกัน 

‘ราเมศ’ แย้ง ‘เดชอิศม์’ ให้พูดความจริง ย้ำทุกคนในพรรค ‘ไม่มีกาฝาก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557384

30 ส.ค. 2566

‘ราเมศ’ แย้ง ‘เดชอิศม์’ ให้พูดความจริง ย้ำทุกคนในพรรค 'ไม่มีกาฝาก'

‘ราเมศ’ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แย้ง ‘เดชอิศม์’ ป้องชวน ไม่เคยคิดจะขับใครออกจากพรรค ขอให้พูดความจริง ย้ำ ในปชป.ไม่มีกาฝาก ทุกคนมีคุณค่า แต่ทุกคนไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมาย ทำผิดต้องรับโทษ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเลขานุการประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวถึงกรณีที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง ได้ให้สัมภาษณ์มีบางช่วงบางตอนที่มีการพาดพิงนายชวน หลีกภัยว่า ข้อมูลที่ไม่ตรงความจริง ทำให้ขณะนี้สังคมเกิดความสับสน ถึงสถานการณ์ในพรรค โดยเฉพาะสมาชิกพรรคที่มีความเข้าใจข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง 

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ  อดีตประประธานสภา อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ อดีตประประธานสภา อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ก่อนวันเลือกนายกรัฐมนตรีที่ประชุม สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการพูดคุยกันถึงแนวทางในการลงมติ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีกันอย่างกว้างขวางจริง แต่ท้ายที่สุดมติที่ประชุมให้ “งดออกเสียง” 

ซึ่งโฆษกที่ประชุม สส. ได้แถลงด้วยตนเอง โดยมีนายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้ขอที่ประชุมลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ที่ประชุมก็ไม่ขัดข้อง ทั้งหมดคือความจริง

นายเดชดิศม์  ขาวทอง แกนนำ 16 สส. โหวตนายกฯ สวนมติพรรคประชาธิปัตย์นายเดชดิศม์ ขาวทอง แกนนำ 16 สส. โหวตนายกฯ สวนมติพรรคประชาธิปัตย์

“สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นการรับฟังเสียงของทุกภาคส่วนในพรรคจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งเสียงข้างน้อยไม่ได้มีเสียงดังกว่าเสียงข้างมาก และเสียงข้างมากก็ไม่ได้มีเสียงดังกว่าคนอื่นเช่นกัน ทุกคนเท่าเทียมกันแต่ต้องอยู่ในหลักการ กฎเกณฑ์กติกา ข้อบังคับพรรคอย่างเท่าเทียมกัน”

เช่นเดียวกันกับ กรณีที่มีมติให้ร่วมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคประชาธิปัตย์ จะดำเนินการตามมติที่ประชุม กรณีนายชวน หลีกภัย มาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฏร มีการมาขอร้องให้เป็น โดยนายชวนได้ปฎิเสธ โดยให้ความเห็นว่านายบัญญัติ บรรทัดฐาน ควรจะรับหน้าที่ประธานสภา 

แต่เมื่อมีการพูดคุย ก็ยังมีความต้องการให้นายชวนมาเป็นประธานสภา สุดท้ายนายชวนจึงตอบรับ และในการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น นายชวนไม่ได้ร่วมลงมติด้วยแต่อย่างใด นี่คือความจริง นายชวนเคยเป็นมาหมดแล้วทั้งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ประธานสภา ไม่ได้มีกิเลสแห่งความต้องการอยากเป็นขนาดนั้น

การที่กล่าวหาว่านายชวนเอาเรื่องอื่นๆ มาโยงใย เพื่อขับไล่นายเดชอิศม์ เพื่อให้คนเกลียดชังและพูดเพื่อให้ตนเองดูดีนั้น ก็คลาดเคลื่อนอีก นายชวนไม่คิดจะขับไล่ใครออกจากพรรค และไม่ได้พูดเพื่อให้มีการเกลียดชัง นายชวนพูดในเรื่องจริง และพร้อมรับผิดชอบทุกคำพูด ไม่มีเหตุผลใดต้องพูดให้ตัวเองดูดี เพราะสังคมทราบถึงการปฏิบัติตนในทางการเมืองมาตลอดชีวิต ไม่มีประวัติด่างพร้อย มีสติคิดทำสิ่งใดในสิ่งที่ถูกที่ควร
 

ส่วนเรื่องในพรรค คงไม่มีใครอยากได้ยินการด้อยค่าคนว่าเป็นกาฝาก เพราะทุกคนในพรรคมีคุณค่ามีความหมายเหมือนกันหมด ตั้งแต่ รปภ. แม่บ้าน ทุกคนมีคุณค่าและทำหน้าที่ของตัวเอง สิ่งเดียวที่อยากให้ทุกคนมีคือความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นเหมือนสังคมทั่วไป ที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งจะถูกคัดถูกกรองไปเรื่อยๆ สมาชิกพรรคที่ทำผิดกฎหมายติดคุกก็มี ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องรับในสิ่งที่ได้กระทำไป เพราะทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือความถูกต้อง ส่วนเรื่องเลียแข้งเลียขาผู้ใหญ่แล้วได้ดีมีตำแหน่ง ตนไม่ทราบ แต่ถ้าระบุชื่อมาเจ้าตัวน่าจะต้องเป็นผู้ตอบเอง ในส่วนของตนตอบแทนคนอื่นไม่ได้

“พรรคประชาธิปัตย์เกิดจากอุดมการณ์ในทางการเมืองที่ดี ประสบผลสำเร็จ พรรคมีหัวหน้าพรรคที่มีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี ไม่มีด่างพร้อย เป็นนายกรัฐมนตรีมาก็หลายคน เป็นประธานสภามาก็หลายคน ทุกหน้าที่ในทางการเมืองเราเดินไปไหนได้โดยไม่อายใคร เพราะเรามีหลักในการทำงานการเมือง

ความขัดแย้งในพรรคมีมาทุกสมัย ดังนั้นควรมีการพูดคุยกัน หากจะหวังชัยชนะที่เกิดจากการต่อสู้เพื่อชูธงชัยอยู่บนซากปรักหักพัง แล้วจะเหลืออะไร เมื่อพรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้ง พวกเราควรตั้งต้นร่วมกันช่วยกันคิดหาวิธีทำให้ดีขึ้น เชื่อว่าในอนาคตพรรคประชาธิปัตย์จะดีขึ้นได้อย่างแน่นอน”นายราเมศ กล่าว

‘โรม’ มอง ลาออกหัวหน้าพรรค ย้ายเป็น รมต. ‘ละครอ่ะครับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557376

30 ส.ค. 2566

'โรม' มอง ลาออกหัวหน้าพรรค ย้ายเป็น รมต. 'ละครอ่ะครับ'

‘โรม’ มอง ‘ละคร’ หลัง ‘นพ.ชลน่าน’ เตรียมลาออกหัวหน้าพรรค แต่มีชื่อเป็น รมต. แนะดูต่างประเทศเป็นตัวอย่าง ผู้นำผิดสัญญา ไม่ใช่แค่ลาออก แต่จบเส้นทางการเมือง

หลังนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เตรียมประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเพื่อรับผิดชอบในคำพูดไม่เอาพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ขณะเดียวกันล่าสุดมีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล มองเป็นการละครถึงกับกล่าวว่า “เดี๋ยวผมลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแน่นอน ​​​​​​แต่เดี๋ยวผมจะไปเป็นรัฐมนตรี ถ้าเป็นอย่างนั้น ละครอ่ะครับ นี่เป็นวงการบันเทิงหรือวงการการเมืองกันแน่”

นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะเป็นเรื่องภายในพรรคเพื่อไทย แต่เป็นเรื่องที่เขาต้องรับผิดชอบต่อประชาชนเอง นักการเมืองพูดอะไรก็ได้ จะทำให้การเมืองถอยหลัง ไม่มีคุณค่า เหมือนเป็นการเซ็นเช็คเปล่าให้กับอำนาจมืดที่จะเข้ามาภายหลังได้ 

ซึ่งการเมืองในต่างประะเทศให้ความสำคัญกับการรักษาสัญญามาก ผู้นำที่รักษาสัญญาไม่ได้ อย่าว่าแต่ลาออกจากตำแหน่งหนึ่งไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่อนาคตทางการเมืองควรจะจบ การเมืองไทยควรเป็นเช่นนั้น 

ส่วนจะแปลความหมายใดได้บ้างที่ นพ.ชลน่าน ลาออกจากหัวหน้าพรรค แต่อาจจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยากให้สะเด็ดน้ำก่อน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทีหลัง แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงประชาชนก็ตัดสินใจได้ ว่าตกลงแล้วเป็นการรักษาสัญญาจริงๆ หรือเป็นการเตรียมการไว้แล้ว 

ส่วนจะลดแรงกดดันหรือไม่ นายรังสิมันต์ ถอนหายใจและบอกว่า ให้ตนประเมินสังคมก็พูดยาก แต่สังคมคงให้น้ำหนักไปกับการรักษาสัญญาในเรื่องของนโยบายที่พรรคเพื่อไทยให้สัญญาไว้ ต่อให้ลาออกอีก 10 คน สุดท้ายถ้ารักษาสัญญาไม่ได้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนจะสมหวังแน่นอน และประชาชนก็คงจะผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น

นายรังสิมันต์ โรมนายรังสิมันต์ โรม

‘อนุทิน’ คว่ำปาก หลังถูกถามคุณสมบัติ ‘ชาดา’ โนคอมเมนต์ ‘เจี๊ยบ’ จี้ตรวจฉี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557363

30 ส.ค. 2566

'อนุทิน' คว่ำปาก หลังถูกถามคุณสมบัติ 'ชาดา' โนคอมเมนต์ 'เจี๊ยบ' จี้ตรวจฉี่

‘อนุทิน’ ถูกจี้ถามปมตรวจสอบคุณสมบัติและเสียภาษี ‘ชาดา’ โนคอมเมนต์ ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ โพสต์ขอให้ตรวจฉี่ รมต.บางคน

ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยิ้มและโบกมือไม่ให้สัมภาษณ์ เมื่อผู้สื่อข่าว สอบถามถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย 

แต่นายอนุทินทำท่า “คว่ำปาก” เมื่อถูกถามกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องเรียนเรื่องการเสียภาษีของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุว่า เขามีการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่ 

ส่วนที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล โพสต์บอกให้มีการตรวจปัสสาวะรัฐมนตรีบางคนก่อนเข้ารับตำแหน่ง นายอนุทิน กล่าวว่า “โน คอมเมนต์”

ผู้สื่อข่าวถามย่ำอีกครั้งถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่เราตรวจสอบ แต่เป็นสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ตรวจสอบ

ด่วน ‘เศรษฐา’ ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557366

30 ส.ค. 2566

ด่วน ‘เศรษฐา’ ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที

‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก จ่อ ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที ขอดูขั้นตอนอีกนิด หลังหารือ ‘สุพัฒนพงษ์’ บอกคุยประเด็นส่งไม้ต่อ

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และม.ล.ชโยทิต กฤดากร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพื่อหารือถึงการส่งไม้ต่อในการทำงานด้านเศรษฐกิจรวมถึงการจัดทำร่างนโยบายของรัฐบาลเพื่อแถลงต่อรัฐสภา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

จากนั้น เวลา 12.50 น. นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการหารือเรื่องของราคาพลังงาน รวมถึงประเด็นอื่นๆ ซึ่งนายสุพัฒนพงษ์ก็ได้ฝากฝังไว้หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือขั้นตอนในการลดราคาค่าไฟ กับ ค่าน้ำมันดีเซล โดยจะมีประกาศหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกแน่นอน

เมื่อถามย้ำว่า หลังการประชุมครม. นัดแรกจะสามารถลดได้ทันทีแน่นอนใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ทันทีครับทันที ประกาศทันทีและขอดูขั้นตอนนิดหนึ่ง” ก่อนจะย้ำว่าทำงานไม่หยุด เพราะต้องดูนโยบายอื่นๆด้วย และถือว่านายสุพัฒนพงษ์ให้ความกรุณา และยินดีส่งไม้ต่อให้ด้วยความราบรื่น

ด่วน ‘เศรษฐา’ ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที

ขณะที่นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการลดราคาพลังงาน ว่าเป็นเรื่องที่ต้องคุยกับหัวหน้าพรรค เมื่อถามถึง นโยบายหลักที่เสนอต่อพรรคเพื่อไทย ที่จะนำไปเป็นนโยบายร่วมของรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากกว่า ส่วนการพูดคุยอย่างเป็นทางการต้องให้ หัวหน้าพรรค รทสช. มาพูดคุยกันอีกครั้ง

“วันนี้เป็นการมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า มีอะไรจะส่งไม้ต่อไปถึงรัฐบาลใหม่ได้ การมาหารือวันนี้ เป็นโอกาสที่ดีของรัฐบาลรักษาการ จะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่ามีอะไรจะส่งมอบ หรือส่งต่อความคิดเห็นใด ๆ ไปถึงรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจที่รัฐบาลใหม่ได้ขอรับทราบสิ่งที่รัฐบาลรักษาการ หรือรัฐบาลที่ผ่านมาได้ทำอะไรไว้บ้าง”

ส่วนจะสานต่อเรื่องอะไร จะดัดแปลง หรือทำให้ดีขึ้นก็เป็นนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะพิจารณา และในการหารือ นายเศรษฐาก็รับทราบสิ่งต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ทำมาแล้ว ถือเป็นการให้ข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้รัฐบาลใหม่สามารถพิจารณานโยบายเดิมที่ทำอยู่แล้วไปพิจารณาต่อได้โดยไม่ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ โดยข้อคิดเห็นต่าง ๆมีการคุยกันครั้งนี้ก็คงจะมีการไปพิจารณาในรายละเอียดอีกที

เมื่อถามย้ำว่ามีการหารือเกี่ยวกับการจัดทำนโยบาย ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแถลงต่อรัฐสภา นายสุพัฒนพงษ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงแค่บอกว่า ไม่ได้คุยอะไรเป็นพิเศษในลักษณะของการหารือด้านนโยบาย เพราะคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่นำข้อมูลต่าง ๆ ไปพิจารณา

ด่วน ‘เศรษฐา’ ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าการลดราคาพลังงาน เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ก่อนการเลือกตั้ง2566 ว่าจะลดค่าไฟฟ้า ลดราคาน้ำมัน และลดราคาพลังงานอื่นๆ ในทันที่มีการประชุมครม.นัดแรกของรัฐบาลใหม่