แบ่งคณะกมธ.แล้ว ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’ ได้ ปธ. เท่ากัน 10 คณะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557478

31 ส.ค. 2566

แบ่งคณะกมธ.แล้ว 'ก้าวไกล-เพื่อไทย' ได้ ปธ. เท่ากัน 10 คณะ

‘พิเชษฐ์’ เผย แบ่งกมธ.แล้ว ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’ ได้ ปธ. เท่ากัน 10 คณะ เชื่อตกลงกันได้ ทุกพรรคเห็นพ้อง ไม่เลื่อนวันเลือก

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานประชุมตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อจัดสรรสัดส่วนกรรมาธิการสามัญ 35 คณะ เปิดเผยถึงข้อสรุปการประชุมว่า เบื้องต้นได้ข้อสรุปตามหลักการ พรรคก้าวไกลได้ 10 ประธาน พรรคเพื่อไทย ได้ 10 ประธาน พรรคที่เหลือก็เป็นการเรียงลำดับไป

ในที่ประชุมพรรคก้าวไกลได้ขอให้พ้นวันเลือกตั้งซ่อมเขต 3 จ.ระยอง วันที่ 10 ก.ย. ไปก่อนเพราะมีสัดส่วน ถ้าพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งซ่อม ก็จะได้ประธาน 11 คณะ แต่ถ้าแพ้ก็จะได้เท่าเดิม 

โดยทางตัวแทนทุกพรรคเห็นว่า เราควรอยู่กับปัจจุบันที่มีสมาชิก 499 คนตามสัดส่วน จึงตกลงกันว่าให้เดินตามหลักปัจจุบัน ทุกพรรคก็ได้สัดส่วนตามที่เราได้ประกาศไว้ ดังนั้นในช่วงนี้ทางพรรคก็ได้เจรจานอกรอบว่า พรรคไหนจะได้ประธานกรรมาธิการคณะไหน 

ส่วนในวันที่ 4 ก.ย. ให้ทุกพรรคมาประชุมอีกครั้ง เพื่อจะทราบความคืบหน้ามีสมาชิกคนไหนสังกัดอยู่ในกรรมธิการคณะไหนบ้าง สุดท้ายเราจะไปจบในวันที่ 13 ก.ย. เป็นวันสุดท้ายที่เราจะสรุปว่า สมาชิก 499 คน จะไปสังกัดในคณะ กมธ. ประธาน 35 คณะมีพรรคการเมืองไหนที่ได้คณะไหนบ้าง และในวันที่ 14 ก.ย. จะเป็นการประชุมนัดแรกของแต่ละกรรมธิการ ทั้งหมดคือไทม์ไลน์ที่วางไว้  

ส่วนวิธีการเลือกประธาน นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า เอาความต้องการของแต่ละพรรค ถ้าไม่ซ้ำกัน ทุกพรรคก็สามารถดำเนินการ แต่ถ้าซ้ำ ต้องมีการคุยกันรอบ 2 จากที่ดูมีโอกาสไม่ซ้ำกันเยอะ ซ้ำเพียงไม่กี่คณะ ก็คงสามารถตกลงกันได้ 

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลมองว่า ไม่อยากให้คนที่นั่งประธานกรรมาธิการซ้ำกับกระทรวงของรัฐบาล เพราะจะทำให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างยากลำบาก นายพิเชษฐ์ ระบุว่า ถ้าทุกพรรค เอาความต้องการมาแชร์กัน ถ้าไม่ซ้ำก็เอาไปเลย ถ้าซ้ำคงต้องหาวิธีการในรอบ 2 คงไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรีที่อยู่กระทรวงไหนแล้วจะได้ตามนั้น อยู่ที่ความต้องการของแต่ละพรรคที่จะถนัดตรวจสอบดำเนินการทางด้านไหนใน 35 คณะกมธ.

เมื่อถามย้ำ พรรคก้าวไกลเป็นพรรคเดียวหรือไม่ที่ขอให้ผ่านการเลือกตั้งซ่อมไปก่อน นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้ว กว่า กกต. จะรับรองไม่ใช่ภายใน 5-10 วัน อาจจะ 1-2 เดือน เราขอเอาปัจจุบันก่อน เพราะ สส. ทั้งหมดจะได้มีโอกาสทำงานในฐานะ กมธ.ที่จะไปพบประชาชน แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น จึงติดว่าต้องเดินหน้าและจบภายในวันที่ 14 ก.ย. หากพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งซ่อม เราก็มีวิปของแต่ละพรรค ประชุมกันแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงได้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มี 8 พรรคการเมืองที่จำนวน สส. ถึงเกณฑ์ได้รับตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ประกอบด้วย 

พรรคก้าวไกล 10 ตำแหน่ง

พรรคเพื่อไทย 10 ตำแหน่ง

พรรคภูมิใจไทย 5 ตำแหน่ง

พรรคพลังประชารัฐ 3 ตำแหน่ง

พรรครวมไทยสร้างชาติ 3 ตำแหน่ง

พรรคประชาธิปัตย์ 2 ตำแหน่ง

พรรคชาติไทยพัฒนา 1 ตำแหน่ง

พรรคประชาชาติ 1 ตำแหน่ง

สำหรับสัดส่วนกรรมาธิการสามัญ ทั้งหมด 525 ตำแหน่ง ประกอบด้วย

พรรคก้าวไกล 158 ตำแหน่ง

พรรคเพื่อไทย 138 ตำแหน่ง

พรรคภูมิใจไทย 45 ตำแหน่ง

พรรคพลังประชารัฐ 42 ตำแหน่ง

พรรครวมไทยสร้างชาติ 3 ตำแหน่ง

พรรคประชาธิปัตย์ 26 ตำแหน่ง

พรรคชาติไทยพัฒนา 11

พรรคประชาชาติ 10

พรรคไทยสร้างไทย 6

พรรคชาติพัฒนากล้า 2

พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2

พรรคเสรีรวมไทย 1

พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1

พรรคใหม่ 1

พรรคท้องที่ไทย 1

พรรคเป็นธรรม 1

พรรคพลังสังคมใหม่ 1

พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1

‘ทักษิณ’ ‘ขอพระราชทานอภัยโทษ’ ส่วนตัวแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557479

31 ส.ค. 2566

'ทักษิณ' 'ขอพระราชทานอภัยโทษ' ส่วนตัวแล้ว

รองนายกฯ วิษณุ ยอมรับว่า เรื่องการ ‘ขอพระราชทานอภัยโทษ’ ส่วนตัวของ ‘ทักษิณ’ ถึงมือแล้ว แต่ต้องใช้เวลาพิจารณาตามขั้นตอน

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ ของทักษิณ ชินวัตร ถึงมือแล้ว เป็นการขอพระราชทานอภัยโทษส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษส่วนรวมที่ขึ้นอยู่กับวันสำคัญ หรือมีเงื่อนไขว่าต้องรับโทษมาแล้วเท่าไหร่  ส่วนเรื่องอาการป่วย เป็นข้อมูลส่วนหนึ่ง ที่จะนำไปประกอบ

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

แต่ส่วนใหญ่จะอ้างถึงคุณงามความดี ที่เคยทำในอดีต หรือคุณงามความดีในในปัจจุบัน กรณีรับโทษในเรือนจำเช่น เป็นนักโทษชั้นดี หรือสอนหนังสือในเรือนจำ

ส่วนกระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษ จะเสร็จทันรัฐบาลนี้หรือไม่ ยังประเมินไม่ถูก และรัฐบาลชุดใหม่ก็ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เพราะยังตั้งรัฐบาลไม่เสร็จ แต่เมื่อเรื่องมาถึงรัฐบาลแล้วจะต้องใช้เวลาตามขั้นตอน

เมื่อถามว่าการขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณ ขอทั้ง 3 คดีเลยใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอไม่ตอบ เมื่อถามว่าในการขอพระราชทานอภัยโทษมีการระบุถึงการจะขอบวชหลังได้รับการอภัยโทษด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบ

เปิดคำวินิจฉัย ‘พัชรวาท’ คดีสลายชุมนุมพันธมิตร ชี้ชัด ขัดความเป็น รมต.?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557475

31 ส.ค. 2566

เปิดคำวินิจฉัย 'พัชรวาท' คดีสลายชุมนุมพันธมิตร ชี้ชัด ขัดความเป็น รมต.?

เปิดคำวินิจฉัยส่วนตัว ‘ชำนาญ รวิวรรณพงษ์’ องค์คณะชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ชี้ชัด ‘พัชรวาท’ ไม่ผิด คดีสลายชุมนุมพันธมิตรปี 51 หลังโดนร้อง ขาดคุณสมบัติเป็น รัฐมนตรี

เก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่คาดว่าจะตกเป็นของ “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” ดูเหมือนจะไม่ง่าย หลังจากถูกนายสิทธิชัย หอมศิริวรรณ ทนายความของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ที่เคยถูกคำสั่งให้ออกจากราชการ เมื่อปี 2552 เมื่อครั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ จากเหตุสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา ปี 2551 แต่ “พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” ได้อุทธรณ์คำสั่ง และต่อสู้จนได้รับการยกโทษ ปลดออกจากราชการ เมื่อปี 2557

พัชรวาท วงษ์สุวรรณพัชรวาท วงษ์สุวรรณ

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2560 ได้มีคำพิพากษาของศาลฎีกา ยกฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีกล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 รัฐบาลนายสมชาย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอคืนพื้นที่การชุมนุมจากกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา ซึ่งภายหลังการสลายการชุมนุมโดยมิชอบ ไม่เป็นไปตามหลักสากล กระทั่งมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และ บาดเจ็บ 471 คน

โดยมีประเด็นที่น่าสนใจในคำวินิจฉัย ของนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาและกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต) ในศาลฎีกา ในฐานะองค์คณะผู้พิพากษาในชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ในขณะนั้น ส่วนหนึ่งสรุปได้ว่า โจทก์อุทธรณ์ข้อกฎหมายว่า การแถลงนโยบายต่อรัฐสภานั้น สามารถดำเนินการเลื่อนวันประชุมรัฐสภา หรือเปลี่ยนสถานที่ประชุม เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนผู้ชุมนุมได้ จึงเห็นควรวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายก่อนว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะนายกรัฐมนตรี หรือนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา อาจเลื่อนการแถลงนโยบาย หรือเปลี่ยนสถานที่ประชุมได้หรือไม่ แม้โจทก์จะไม่ได้อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ทั้งไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษนายชัยมาด้วย แต่มีความจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัย เพราะนอกจากจะต้องวินิจฉัยถึงการกระทำความผิดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันความสูญเสียแก่ประเทศชาติ และประชาชนที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ชำนาญ รวิวรรณพงษ์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า การแถลงนโยบายเป็นหน้าที่เพื่อประเทศ จะได้มีคณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ แต่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้การว่า ได้ขอให้มีการเลื่อน หรือย้ายสถานที่แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีไป จำเลยที่ 4 แก้อุทธรณ์ว่า การเลื่อนหรือย้ายสถานที่แถลงนโยบายของจำเลยที่ 1 และคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 4 และบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 176 เป็นเงื่อนไขข้ออ้างสำคัญของฝ่ายการเมือง ว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลง หรือเลื่อนกำหนดการแถลงนโยบายเกินกว่า 15 วัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ได้

เห็นว่าตามมาตรา 176 ไม่มีบทกฎหมายใดกำหนดว่า การไม่แถลงนโยบายตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นความผิด ทั้งไม่ใช่เหตุตามกฎหมายที่จะมีผลให้จำเลยที่ 1 และคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง แม้จะกำหนดให้เป็นหน้าที่ต้องแถลงนโยบาย ก็มีผลบังคับเพียงให้ต้องดำเนินการแถลงนโยบาย โดยชี้แจงต่อรัฐสภาให้ชัดแจ้งว่าจะดำเนินการใด ในระยะเวลาใด เพื่อบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่มิได้บังคับว่าต้องทำภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ เพราะแม้ยังไม่ได้แถลงนโยบาย จำเลยที่ 1 และคณะรัฐมนตรีก็ยังมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วนไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นได้

ทั้งอาจมีเหตุสุดวิสัยเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคำฟ้องในคดีนี้ ที่อาจทำให้ไม่สามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายได้ การยืนยันหรือฝืนสถานการณ์ที่เล็งเห็นได้ว่าอาจเกิดความสูญเสียแก่ชีวิตร่างกายของประชาชนไม่แต่เฉพาะผู้มาชุมนุม แต่ยังรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนในสถานการณ์เผชิญหน้าเช่นนั้น จึงไม่ควรได้รับการรับรองว่าถูกต้อง

แม้รัฐธรรมนูญฯ 2550 มาตรา 176 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่การจะแถลงนโยบาย ณ สถานที่ใด กำหนดเวลาใดนั้น ย่อมอาจขยายหรือย่นระยะเวลาได้ตามความจำเป็น โดยต้องคำนึงถึงความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

การเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องช่วงค่ำวันที่ 6 ต.ค. 2551 ไม่มีเหตุที่จำเลยที่ 1 จะเชื่อว่า การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย จำเลยที่ 1 และคณะรัฐมนตรี รวมทั้งนายชัย ประธานรัฐสภา ซึ่งอาสาเข้ามาบริหารประเทศ มิได้ตระหนักถึงหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของบ้านเมือง และความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน การไม่หลีกเลี่ยงภยันตรายที่เล็งเห็นได้ว่า จะต้องขึ้นด้วยการไม่เลื่อนหรือย้ายสถานที่ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นเหตุให้มีการเผชิญหน้า ปะทะกัน เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน งบประมาณแผ่นดิน รวมทั้งเกิดความเกลียดชังกันระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จึงเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของฝ่ายการเมือง คือจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี และนายชัย ซึ่งเป็นประธานรัฐสภาในขณะนั้น แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ โดยขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 มาด้วย จึงไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ตามที่โจทก์ฟ้องได้ และการไม่หลีกเลี่ยงภยันตรา ยที่เล็งเห็นได้ว่าจะต้องเกิดขึ้น ด้วยการไม่เลื่อน หรือย้ายสถานที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงไม่ใช่ความผิดของจำเลยที่ 3 ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. และจำเลยที่ 4 ผบช.น.

ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าว ชี้ชัดได้ว่า “พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” ไม่ผิด และสามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้

 “ประยุทธ์”  สารภาพ อ่านวิจารณ์ในโซเชียลทีไร เกิดอาการปรี๊ด 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557469

31 ส.ค. 2566

 "ประยุทธ์"  สารภาพ อ่านวิจารณ์ในโซเชียลทีไร เกิดอาการปรี๊ด 

นายกรัฐมนตรีพูดคุยกับสื่อมวลชน ระหว่างรับประทานอาหารเที่ยง ตอบคำถามในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งชีวิตที่หายไป 9 ปี เพราะงานในหน้าที่ จากนี้ถึงเวลาอยู่กับครอบครัว ฝากข้อความไปถึงชาวเน็ต ให้มีสติอย่าเกลียดชังกัน เพราะการสร้างกระแส ส่วนเพลงเราจะทำตามสัญญา คิดไม่ถึงว่าจะมาไกล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งรับประทานอาหารร่วมกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล  ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นวันสุดท้าย​ โอกาสนี้  พล.อ.ประยุทธ์  ได้ตอบคำถามในหลาย ๆ  เรื่อง  อาทิ  ภารกิจประจำวันหลังจากนี้ไป   เมื่อหมดบทบาท)   โดย    พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ที่ผ่านมานั่งรถจากบ้านมาทำเนียบรัฐบาล​ทุกวัน  ทำให้ยังไม่ได้คิดกับ ​  “ชีวิตเราหายไป 9 ปี ก็อยากอยู่กับครอบครัว สถานการณ์มันก็เปลี่ยนไป ​ หลังจากนี้ก็จะปฏิบัติหน้าที่ยังบ้านพัก จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะถวายสัตย์ เรื่องจะเขียนหนังสือหรือไม่  ​ขอคิดดูก่อน​ ขอพักสมองบ้าง​ เพราะเจอกับหนังสือมา 9 ปี แล้ว”


ผู้สื่อข่าวถามว่า  จะฝากอะไรถึงชาวเน็ตหรือไม่ พล.อ.  ประยุทธ์ กล่าวว่า  ”   ฝากความรักความคิดถึง ไม่โกรธเคืองใคร​ ไม่ว่าจะชม จะรัก จะชอบหรือไม่ชอบ แต่คนในโซเชียล จะต้องมีภูมิคุ้มกัน บางทีไม่รู้จักกันแต่ฟังมาก ๆ ก็เกลียดตามเขา ต้องมีเหตุผล ไม่อย่างนั้น วันหน้าจะอยู่อย่างไร ถ้าทุกคนบิดเบี้ยวไปหมด กฎหมายอยู่ไหนไม่รู้ มันอันตรายสำหรับประเทศ…. ที่ผ่านมาอ่านในโซเชียลแล้วจี๊ดทุกเรื่อง แต่ไม่เป็นไร มันเป็นการแสดงความคิดเห็น ซึ่งจากนี้ไปก็คงไม่ดูแล้ว  ที่ดูเพราะที่ผ่านมา ทีมงานเป็นคนทำให้  ไม่เคยเล่นโซเชียล มีคนทำให้​  ” 

สำหรับการแต่งเพลง   ชอบทุกเพลงที่แต่ง เพราะมีความหมายถึงจะไม่ใช่กวี แต่ทำได้  “เพลงที่ชอบที่สุดคือเพลงสะพาน เนื่องจากได้แรงบันดาลใจมาจาก การข้ามสายน้ำที่เชี่ยวกราก  ส่วนเพลงเราจะทำตามสัญญา​  ​ ตอนนั้นก็คิดอย่างนั้นจริง ๆ    ไม่ได้คิดจะมาถึงตอนนี้หรอก ก็รู้ว่าเข้ามาอย่างไร​ สถานการณ์เป็นอย่างไร​ ถ้ามันเรียบร้อยก็ไปนานแล้ว ถ้ามันสงบเรียบร้อย​ ไม่มีปัญหา  ก็ไม่ได้ตั้งใจอยู่มาถึงขนาดนี้หรอก 4 ปี แรก 4 ปีหลัง อย่าลืมว่าเข้ามาด้วยอะไร ไม่ใช่พูดอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมเลิกสักที​ ต้องไปดูว่าตอนนั้นเกิดอะไร​ ขึ้นบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีการใช้ความรุนแรงต่อกัน เป้าหมายฉันมีแค่นั้น ”  พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

 "ประยุทธ์"  สารภาพ อ่านวิจารณ์ในโซเชียลทีไร เกิดอาการปรี๊ด 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เส้นทางการเมือง ‘มังกร ยนต์ตระกูล’ ดีลเลอร์ใหญ่ สู่ สส.แทน ‘เสรีพิศุทธิ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557463

31 ส.ค. 2566

เส้นทางการเมือง ‘มังกร ยนต์ตระกูล’ ดีลเลอร์ใหญ่ สู่ สส.แทน ‘เสรีพิศุทธิ์’

‘มังกร ยนต์ตระกูล’ นักการเมืองท้องถิ่น อดีตดีลเลอร์รถรายใหญ่ภาคอีสาน บุคคลที่จะขึ้นมาเป็น สส.แทน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หลังประกาศลาออก

ฉากทัศน์สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน หลัง 11 พรรคร่วมรัฐบาล สามารถจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และเตรียมรายชื่อครม.ชุดใหม่นำขึ้นทูลเกล้าฯในวันที่ 1 ก.ย. 2566 นี้ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า 1 ใน 11 พรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทยนั้น มี “พรรคเสรีรวมไทย” รวมอยู่ด้วยเพียง 1 เสียง และไม่ได้รับตำแหน่ง ‘รัฐมนตรี’ ในครม.เศรษฐา1 ค่อนข้างชัดเจน 100 %

บางกระแสเชื่อว่าอาจเป็นปมสำคัญที่ทำให้ ‘เสรีพิศุทธิ์’ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยตัดสินใจลาออก จาก สส. 

ว่ากันว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2566 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้แจ้งกับคนใกล้ชิด รวมถึงประธานสาขาภาคต่างๆ ของพรรคเสรีรวมไทย ว่าจะ “ลาออก” จาก สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อมีเวลาในการลงพื้นที่และเตรียมความพร้อมให้กับพรรค ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า และไม่มีประเด็นน้อยใจที่ไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวสพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

ตอกย้ำความชัดเจน เมื่อ นายวิรัตน์ วรศสิริน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ลาออกจริง โดยยื่นหนังสือไปยัง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 2566 และมีผลภายในวันที่ 1 ก.ย. 2566 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2566 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เปิดแถลงข่าว ยืนยัน ลาออก จาก สส. เป็นความจริง

‘เสรีพิศุทธิ์’ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แถลงลาออกจาก สส.ปาร์ตี้ลิสต์

ลำดับถัดไปของ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน คือ ‘เสี่ยมังกร’ มังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับ 2 และเลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลาออกเพียงตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ เท่านั้น แต่ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเหมือนเดิม

ทำความรู้จัก มังกร ยนต์ตระกูล

มังกร ยนต์ตระกูล ชื่อนี้ได้ถูกแสงสปอร์ตไลท์ทางการเมืองสาดเข้ามาแบบเต็ม ๆ ภายหลังจากที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 ของพรรคเสรีรวมไทย และเลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย ถูกดันขึ้นมาแทน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค ซึ่งได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเสรีรวมไทย(สร.)

ย้อนอดีตก่อนปรากฎชื่อของ “มังกร ยนต์ตระกูล” เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของ บรรดาลูกพรรคเสรีรวมไทยไม่น้อย

ว่ากันว่า “เสี่ยมังกร” ไม่เคยปรากฎการทำงานร่วมกับพรรคเสรีรวมไทยมาก่อน ไม่มีตำแหน่งใดในพรรค อีกทั้งถือเป็นสมาชิกหน้าใหม่ ที่เพิ่งยื่นใบสมัครเมื่อ 26 มีนาคม 2566 ทำให้ลูกพรรคบางคน ถึงกับตั้งคำถามกับการจัดลำดับ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ในครั้งนี้ว่าเหมาะสมหรือไม่

เส้นทางการเมือง ‘มังกร ยนต์ตระกูล’ ดีลเลอร์ใหญ่ สู่ สส.แทน ‘เสรีพิศุทธิ์’

เปิด รายชื่อปาร์ตี้ลิสต์พรรคเสรีรวมไทย

เบอร์ 1 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ 

เบอร์ 2 มังกร ยนต์ตระกูล

เบอร์ 3 วิรัตน์ วรศสิริน เลขาธิการพรรค 

เบอร์ 4 ดร.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองหัวหน้าพรรค 

เบอร์ 5 เพชร เอกกำลังสกุล รองหัวหน้าพรรค

เบอร์ 6 สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค 

เบอร์ 7 พล.ต.ท.พิศณุ ม่วงแพรศรี รองหัวหน้าพรรค 

เบอร์ 8 ศุภชัย นาคคสุวรรณ์ ประธานพรรคภาคใต้ 

เบอร์ 9 พล.ต.ต.เกษม สังขพันธ์ นายทะเบียนพรรค 

เบอร์ 10 พล.ต.ท.จุตติ ธรรมมโนวานิช อดีตนายตำรวจมือทำงานให้กับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

 มังกร ยนต์ตระกูล ปรากฏตัว พร้อม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มังกร ยนต์ตระกูล ปรากฏตัว พร้อม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

เสี่ยมังกร อดีตอบจ.-อดีตสส.ร้อยเอ็ด

ชื่อ “มังกร ยนต์ตระกูล” จึงถูกมองเป็นคนนอก ที่สอดแทรก และเบียดตำแหน่งเข้ามา โดยถูกมองว่า ไม่มีผลงาน มาก่อน

แม้ เสี่ยมังกร ไม่เคยทำงานการเมืองในพรรคเสรีรวมไทย และเพิ่งสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค แต่ไม่ใช่หน้าใหม่การเมือง เขาเคยเป็นอดีต สส.ร้อยเอ็ด ต่อมาเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย

และมาลงสนามการเมืองท้องถิ่น ในตำแหน่งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ได้รับเลือกตั้งติดต่อกัน 2 สมัย และ ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้อยู่ต่อ 4 ปี รวมเป็น 12 ปี และยังคงสมัครนายก อบจ. หลังจากลาออกจากพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2561

แม้การเลือกตั้งนายก อบจ. ร้อยเอ็ด ปี 2563 “เสี่ยมังกร” จะไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่คะแนนอันดับสองที่ได้รับ 215,694 ไม่ห่างกับเอกภาพ พลซื่อ ผู้ชนะ ที่ได้ 221,751 คะแนน ทำให้ ‘เสรีรวมไทย’ เชื่อมั่นในฝีมือ และไว้วางใจ

เมื่อประเมินดีกรีของ “มังกร” ในฐานะนักการเมืองท้องถิ่น ที่ยังมีขุมกำลังสะสมในพื้นที่ อีกทั้ง “ยนต์ตระกูล” ถือเป็นตระกูลการเมืองระดับท็อปในพื้นที่ คนยังรู้จัก เขาเป็นอดีตดีลเลอร์รถรายใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ภาคอีสานทั้ง 19 จังหวัด

อีกทั้งแม้ “เสี่ยมังกร” ร้างลาจากสนามการเมืองท้องถิ่นไปถึง 3 ปี แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ยังวางใจ วางตัวให้เป็นประธานเลือกตั้งภาคอีสาน พร้อมกับโควตาผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 2 และขึ้นมาเป็น สส. แทน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ลาออกไป มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2566

จับตา “มังกร ยนต์ตระกูล” ดีลเลอร์รถรายใหญ่ สู่ สส. แทน ‘เสรีพิศุทธิ์’ ผู้มีบทบาทในสภาตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่าน ‘เสรีพิศุทธิ์’ ได้สร้างชื่อให้พรรคได้ไม่น้อย กับบทบาทใหม่นี้ เขาจะลบคำสพประมาทจากลูกพรรคระดับคนทำงานในพรรคเสรีรวมไทย ได้หรือไม่ว่า “ไม่มีผลงาน”

‘นายกฯ’คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ 1 ก.ย.-ลุ้นกฤษฎีกาชี้ขาด ‘พิชิต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557445

31 ส.ค. 2566

‘นายกฯ’คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ 1 ก.ย.-ลุ้นกฤษฎีกาชี้ขาด ‘พิชิต’

เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ 1 ก.ย.-รอกฤษฎีกาชี้ขาดคุณสมบัติ ‘พิชิต’ บอกหากการตรวจสอบผ่าน หวังให้เป็นที่สิ้นสุด

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เข้าใจว่าพรุ่งนี้ (1 ก.ย. 2566) น่าจะแล้วเสร็จ และหวังว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เลย เมื่อถามถึงคุณสมบัตินายพิชิต ชื่นบาน ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่แม้อาจไม่ขัดต่อคุณสมบัติแต่อาจจะ มีการเราร้องเรียนเกี่ยวกับจริยธรรม ว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับว่าที่รัฐมนตรีทุกคน หากไม่ผิดข้อบทกฎหมาย และตรวจสอบคุณสมบัติผ่านแล้วก็ถือว่าไม่ผิดจริยธรรม

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

เมื่อถามว่ามีคนมองว่าเรื่องจริยธรรมนายกฯต้องช่วยพิจารณาเรื่องความเหมาะสมด้วย นายเศรษฐา กล่าวว่า ตอนนี้กำลังขอความเห็นด้านกฤษฎีกาที่จะมีความเห็นออกมาในวันพรุ่งนี้ หากมีความเห็นว่าคุณสมบัติสามารถผ่าน ตนก็หวังว่าจะเป็นที่สิ้นสุด 

เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงหรือไม่ว่าหากรายชื่อออกมา สังคมจะออกมาคัดค้านภายหลัง นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครถูกใจทั้งหมดกับทุกท่านที่สรรหาเข้ามา แต่ก็ต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลและว่าที่รัฐมนตรีทุกท่านที่จะอาสาเข้ามาช่วยเหลือประเทศชาติ ขอให้รอดูและวัดกันผลงานดีกว่า ทั้งนี้ คาดว่ากฤษฎีกาจะออกมาในวันพรุ่งนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของไทยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของไทย

เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ตั้งคำถามว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะอยู่ในการประชุม ครม. นัดแรกหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว คงมีอะไรหลายเรื่อง เช่น เรื่องการพักหนี้เกษตรกร ขอให้อดใจรอนิดหนึ่ง และวันนี้เวลา 10.00 น. ตนจะเจอกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.) หารือเรื่องของการพักหนี้ ซึ่งว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จะมาพูดคุยด้วยว่าขั้นตอนจะดำเนินการ ได้ทันทีหรือไม่ เพราะประชาชนเดือดร้อนหนี้สินเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกันเรื่องของการแถลงนโยบายก็สำคัญ โดยหลังจากถวายสัตย์ฯ เสร็จก็จะมีการแถลงนโยบาย และขณะนี้แผนกนโยบายก็กำลังทำและรวบรวมนโยบายจากพรรคต่างๆ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งขอให้รอดูอีกนิด ใกล้เคียงเกือบจะ 100% แล้วมีเวลาอีก 1 สัปดาห์น่าจะจบได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  หากรัฐบาลใหม่มีความพร้อม สามารถแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาได้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

เปิดประวัติ ‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ลาออก ‘ปลัดคลัง’ หลังมีชื่อติดโผรมช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557443

31 ส.ค. 2566

เปิดประวัติ 'กฤษฎา จีนะวิจารณะ' ลาออก 'ปลัดคลัง' หลังมีชื่อติดโผรมช.

ชัดเจนแล้ว ‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ปลัดกระทรวงการคลัง ยื่นเรื่องลาออกจากตำแหน่ง หลังมีชื่อติดโผรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลใหม่ ถูกวางให้เป็นมือทำงานขับเคลื่อน เงินดิจิทัล

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงการคลัง เข้าไปพบเพื่อหารือถึงแนวทางการทำนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของรัฐบาลเพื่อไทย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อ 31 ส.ค. 2566 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อ 31 ส.ค. 2566

โดยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานจากกระทรวงการคลังว่า นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ยื่นลาออกต่อ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้ว ซึ่งเป็นการลาออกก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2566 นี้ โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 2566 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง(รมช.คลัง) ในรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายรัฐมนตรี

โดยนายกฤษฎา ได้รับการทาบทามเข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในโควต้าบุคคลภายนอกของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็น 1 ใน 11 พรรคร่วมรัฐบาล ที่ได้รับโควต้ารัฐมนตรี จำนวน 4 ราย

เปิดประวัติ กฤษฎา จีนะวิจารณะ

เกิดเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2506 เป็นศิษย์เก่าวชิราวุธวิทยาลัย รุ่น “OV 53” จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโทบริษัทธุรกิจ (M.B.A.) จากมหาวิทยาลัยนิวเฮเวน (New Haven) ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชีวิตครอบครัวสมรสกับ “สิริมงคล โชติกเสถียร” มีทายาทร่วมกัน แต่ปัจจุบันสถานะ “หย่าร้าง”

ขณะเดียวกันนายกฤษฎา ยังเป็นญาติกับ “เฉลิมชัย จีนะวิจารณะ” อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคไทยรักไทยอีกด้วย

หลังจากเข้ารับราชการในกระทรวงการคลัง ชีวิตราชการก้าวหน้าต่อเนื่องเป็นลำดับ เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สำนักงานเศรษฐการคลัง (สศค.) ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการ สศค. เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง และ เป็นผู้อำนวยการ สศค. ในที่สุด

นายกฤษฎา เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต, อธิบดีกรมศุลกากร และ สุดท้าย เป็นปลัดกระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 ต่อจากนายประสงค์ พูนธเนศ ที่เกษียณอายุราชการ

อีกทั้ง ยังเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), กรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรรมการ บริษัท ท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน), กรรมการ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ อีกหลาย ๆ บริษัท และคาดการณ์ว่าจะเป็นมือทำงานด้านเศรษฐกิจอีกคนให้กับรัฐบาลใหม่

เปิดประวัติ 'กฤษฎา จีนะวิจารณะ' ลาออก 'ปลัดคลัง' หลังมีชื่อติดโผรมช.

‘เพื่อไทย’ ยื่นแก้กฎหมาย ‘ปปช.’ ให้ผู้เสียหายฟ้องคดีเองได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557440

31 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' ยื่นแก้กฎหมาย 'ปปช.' ให้ผู้เสียหายฟ้องคดีเองได้

วันมูหะมัดนอร์ มะทา เร่งบรรจุวาระ แก้กฎหมาย ‘ปปช.’ ที่ ‘เพื่อไทย’ เสนอ เปิดช่องให้ผู้เสียหายฟ้องคดีเจ้าหน้าที่รัฐเองได้

ชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและทีมสส.พรรคเข้าชื่อร่วมกันยื่นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือกฎหมายปปช.และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. 

ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณา อันจะเป็นการเปิดทางให้ผู้เสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมโดยการฟ้องคดีเพื่อพิสูจน์ความยุติธรรมได้

กฎหมาย 2 ฉบับ ที่เพื่อไทยยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสาระสำคัญคือเราอยากให้สิทธิผู้เสียหายในการที่จะฟ้องคดีได้เอง ในกรณีที่ 1 ปปช.สั่งไม่รับคำร้อง หรือ 2. กรณี ปปช.สั่งว่าคดีไม่มีมูล ซึ่งเราก็คิดว่าเรื่องไม่น่าจะจบที่ ปปช.เท่านั้น ควรส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดไปพิจารณา หากอัยการสูงสุดเห็นว่ามีมูลก็ให้สามารถสั่งฟ้องได้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ในกรณีไม่มีคดีที่จะนำสู่ศาลได้ โดยสั่งไม่ฟ้อง หรือสั่งไม่รับคำร้อง หรืออัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง

ควรจะให้สิทธิผู้เสียหายในการนำคดีขึ้นสู่ศาลได้ เพื่อพิสูจน์ความยุติธรรม แสวงหาความเป็นธรรม ซึ่งจะทำให้ผู้เสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมโดยการฟ้องคดีได้เอง ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะทำให้กระบวนการยุติธรรมคุ้มครองผู้เสียหาย ไม่ใช่เพียงแค่  ปปช. สั่งไม่ฟ้องหรือสั่งไม่มีมูลแล้วยุติหรือสิ้นสุดเลยโดยผู้เสียหายก็ไม่ได้รับการเยียวยาโดยประการอื่นใด

นอกจากนี้ยังเป็นการเสนอแก้ไขกฎหมายการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประกอบคู่กัน เมื่อให้สิทธิผู้เสียหายฟ้องคดีได้เองก็ควรให้สิทธิผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อได้รับร่างแก้ไขกฎหมายมาแล้ว ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความสมบูรณ์ของรายชื่อและข้อบังคับ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะเร่งบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม เป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

ปิดม่าน ทีม ‘โฆษกรัฐบาล’ ตำนาน โฆษก ‘สาว สาว สาว’ รัฐบาลลุงตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557429

31 ส.ค. 2566

ปิดม่าน ทีม 'โฆษกรัฐบาล' ตำนาน โฆษก 'สาว สาว สาว' รัฐบาลลุงตู่

เปิดประวัติ ทีม ‘โฆษกรัฐบาล’ สาว สาว สาว ‘รัชดา-ทิพานัน-ไตรศุลี’ ก่อนปิดตำนาน รัฐบาลลุงตู่ ทุกวันอังคาร นับจากนี้ ไม่มีอีกแล้ว

เป็นการอำลา การทำหน้าที่ทีม “โฆษกรัฐบาล” หรือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลลุงตู่ อย่างเป็นทางการ สำหรับทีมโฆษก ที่ได้ฉายาว่า “สาว สาว สาว” ประกอบด้วย พี่ใหญ่ “รัชดา ธนาดิเรก” น้องรอง “ทิพานัน ศิริชนะ” และ น้องเล็ก “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” และนับจากนี้ไป ทุกวันอังคาร ในการแถลงผลการประชุม ครม. เราคงได้เห็นโฉมหน้าโฆษกรัฐบาลชุดใหม่ คมชัดลึก พาไปรู้จัก ตำนานทีมโฆษก “สาว สาว สาว” รัฐบาลลุงตู่ 

ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ปิดม่านทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ทิพานัน ศิริชนะ โพสต์ข้อความซึ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงพี่และน้องทีม “โฆษกรัฐบาล” ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า #ขอบคุณพี่กานต์  ที่เป็นเหมือนพี่และเพื่อนร่วมงานที่ดี พี่กานต์ มีความเป็นพี่ใหญ่ใน สาว สาว สาว ที่จัดการงานแบบพี่คนโต พี่สามารถพูดแทนความในใจในวันอำลาลุงตู่ ได้ครบถ้วน ได้อย่างสุดซึ้ง และกลั้นความรู้สึกจนกล่าวจบได้ ทำให้เห็นว่า #พี่ยังไงก็มีความเป็นพี่เสมอ

ขอบใจน้องกวาง  ที่เป็นทั้งน้อง และเพื่อนร่วมงานที่คอยบอกในหลายเรื่องๆ  และมีของอร่อยๆ มาบ่อยๆ น้องกวางเป็นคนที่มีความตั้งใจและเก่ง 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราสามคน อาจจะเจอกันไม่นานมานี้ แต่อ้นก็รู้สึกใจหาย ที่อย่างน้อยเราก็เคยเจอกันทุกวันอังคาร ทั้งสองคน เป็นบุคคล ที่ควรค่าแก่การรับใช้ชาติ บ้านเมือง  ควรค่าต่อการเมืองไทยในอนาคต 

หลังจากนี้แม้เส้นทางของเราอาจจะต่างกัน  แต่ความฝันที่อยากเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้าจะไม่ต่างกันแน่นอน แล้วพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ

ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่ทีมโฆษกรัฐบาลลุงตู่

ตำนาน โฆษกรัฐบาล สาว สาว สาว

“รัชดา ธนาดิเรก” ปัจจุบันอายุ 48 ปี เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ อดีต สส. กทม. เขต 33 (บางพลัด บางกอกน้อย) พรรคประชาธิปัตย์ ติดต่อกัน 2 สมัย นับตั้งแต่ปี 2550 – 2556 และเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

รัชดา เริ่มเข้าสู่งานการเมืองในการเลือกตั้งในปลายปี 2550 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. กทม. เขต 12 (เขตบางกอกน้อย, บางพลัด, ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา) ในสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ และได้รับการเลือกตั้ง พร้อมกับ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และ นายชนินทร์ รุ่งแสง

ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” ทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ มีสถานะเป็นพรรคฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวในสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จึงประกาศจัดตั้ง คณะรัฐมนตรีเงา หรือ ครม.เงา ขึ้น เมื่อเดือน ก.พ. 2551 เพื่อติดตามตรวจสอบ และเสนอแนะการบริหารงานของรัฐบาล ตามรูปแบบที่มีในต่างประเทศ ดร.รัชดาได้รับเลือกจากทางพรรคให้ทำหน้าที่ รองโฆษกรัฐบาลเง หรือเท่ากับต้องทำงานประกบกับ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2554 รัชดา ธนาดิเรก ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. เขตบางพลัด – บางกอกน้อย อีกครั้ง จากการเลือกตั้งฯ วันที่ 3 ก.ค. 2554 และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ รองโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา ของพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในเดือน ส.ค. 2562 รัชดา ธนาดิเรก ได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 62

รัชดา ธนาดิเรกรัชดา ธนาดิเรก

ทิพานัน ศิริชนะ

ทิพานัน ศิริชนะ หรือชื่อเล่นว่า “อ้น” ปัจจุบันอายุ 35 ปี จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโท สาขาวิชากฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เป็นลูกสาวคนเล็กของ ดร.วันชัย ศิริชนะ อดีตปลัดทบวงมหาวิทยาลัย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ทิพานัน เคยทำงานเป็นผู้ดูแลงานด้านร่างกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัทเอกชน ทำงาน Law Firm ที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เช่น กฎหมายธุรกิจ กฎหมายพลังงาน กฎหมายเกี่ยวกับตลาดทุน

ด้วยความสนใจงานการเมือง อ้น ทิพานัน จึงสมัครเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ มาตั้งแต่ปี 2561 และลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งแรกในฤดูการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 ได้ฉายาว่า องครักษ์พิทักษ์ รัฐบาลลุงตู่

ทิพานัน ศิริชนะทิพานัน ศิริชนะ

ไตรศุลี ไตรสรณกุล

ไตรศุลี ไตรสรณกุล หรือ กวาง ปัจจุบันอายุ 34 ปี เป็นบุตรสาวของนายวิชิต ไตรสรณกุล นักการเมืองท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วน จ.ศรีสะเกษ จบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในระยะแรก ไตรศุลี ไม่ได้มีความสนใจในงานการเมือง แต่ต่อมาได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทย และการสนับสนุนจากบิดา จึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปปี 2562 ลำดับที่ 30 แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้งในการลงสมัครครั้งนี้ แต่ไตรศุลี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย

ไตรศุลี จึงมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น จากการเป็นผู้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี

ไตรศุลี ไตรสรณกุลไตรศุลี ไตรสรณกุล

พลเอก ‘ประวิตร’ เตรียม ‘ลาออก’ จาก สส. ขอทำหน้าที่หัวพน้าพรรคเท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557423

31 ส.ค. 2566

พลเอก 'ประวิตร' เตรียม 'ลาออก' จาก สส. ขอทำหน้าที่หัวพน้าพรรคเท่านั้น

สันติ พร้อมพัฒน์ เสียบแทน พลเอก ‘ประวิตร’ วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อเพียงหนึ่งเดียวของพรรค ที่เตรียม ‘ลาออก’ เร็วๆนี้

ก่อนการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ที่ พลเอกประวิตร นั่งเป็นประธาน ได้เรียกผู้สื่อข่าวให้มาถ่ายรูปร่วมกัน แต่ไม่ตอบคำถามว่าจะยังอยู่ในแวดวงการเมืองเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ได้ถ่ายรูปร่วมกับสื่อมวลชน ก่อนจะวางมือทางการเมืองไป 

พล.อ.ประวิตร ถ่ายรูปกับสื่อมวลชนก่อนลาออกจากสส.บัญชีราชื่อพล.อ.ประวิตร ถ่ายรูปกับสื่อมวลชนก่อนลาออกจากสส.บัญชีราชื่อ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เตรียมจะลาออกจาก สส.ในเร็วๆนี้ โดยจะไปทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอย่างเดียว และขอให้โชคดีทุกคน

หากพลเอกประวิตร ลาออกจาก สส. นายสันติ พร้อมพัฒน์  จะได้เลื่อนขึ้นมาในฐานะผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐมีสส.บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียว

หัวหน้าพรรคการเมืองที่ลาออกจากสส.ก่อนหน้านี้ คือ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีผล วันที่ 1 ก.ย. 2566