นายกรัฐมนตรี ‘สปป ลาว’ โทรสายตรง ‘เศรษฐา’ จองตัวเยือน ลาว ประเทศแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557204

28 ส.ค. 2566

นายกรัฐมนตรี 'สปป ลาว'  โทรสายตรง 'เศรษฐา' จองตัวเยือน ลาว  ประเทศแรก

สอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ” สปป ลาว”   โทรศัพท์สายตรงถึง “เศรษฐา ทวีสิน” ร่วมยินดีในโอกาสรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย ยกนิ้วความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ในโอกาสนี้ผู้นำลาว ออกปากเชิญชวนให้นายกรัฐตรีไทยเยือนลาวเป็นประเทศแรก

 วันที่   28 ส.ค. 2566  เวลา  14.45  น.  นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ( สปป ลาว ) ได้โทรศัพท์ถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความยินดีโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้    นายกรัฐมนตรี สปป ลาว   ชื่นชมต่อ นายเศรษฐา  ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์อย่างมาก โดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ และเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสองประเทศ จะพัฒนายิ่งขึ้นต่อไป พร้อมเชิญนายเศรษฐา   เยือน สปป ลาว ในโอกาสแรก  ทั้งนี้ ไทยและ สปป ลาวมีความใกล้ชิดในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง นับตั้งแต่สถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตมากว่า 73  ปี ซึ่ง ประชาชนสองฝ่ายก็มีความใกล้ชิด และมีการยกระดับ ความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืน 

นายกรัฐมนตรี สปป ลาว หวังว่าไทย   จะสานต่อความร่วมมือที่ได้ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ที่พระบรมวงศานุวงศ์ทรงให้ ความช่วยเหลือ สปป ลาว   นอกจากนี้ ไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจของ สปป ลาว เห็นว่า 1 ) ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันจะเพิ่มพูนขึ้น รวมถึงการร่วมกันแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของภูมิภาค    2 ) ด้านความเชื่อมโยงโดยเฉพาะ  ทางรถไฟสามฝ่าย ไทย-ลาว-จีน และ   สะพานมิตรภาพแห่งที่  5  จะแล้วเสร็จในโอกาสแรก และ  3 ความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งโครงการไฟฟ้าใน สปป ลาวหลายแห่งก็ได้เริ่มส่งไฟฟ้าให้ฝ่ายไทยแล้ว ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนการพัฒนา เศรษฐกิจของไทย จึงอยากเห็นโครงการอื่น ๆ มีความคืบหน้า

ในโอกาสนี้  นายเศรษฐา   ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ  ต่อนายกรัฐมนตรี  สปป .ลาว และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับสารแสดงความยินดี หวังว่า จะมีโอกาสเยือน สปป. ลาว ในโอกาสแรก เพื่อกระชับ ความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อการส่งเสริม ความสัมพันธ์กับ สปป ลาว ในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง และประสงค์ให้สอง ประเทศมีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น พร้อมทำงานกับฝ่าย สปป ลาว อย่างเต็มที่ให้เกิดความก้าวหน้าในทุกมิติ โดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ และหวังว่า จะได้พบกับ นายกรัฐมนตรีสปป ลาว ในโอกาสแรก พร้อมตั้งใจจะเยือน สปป ลาว อย่างเป็นทางการเป็น ประเทศแรกด้วย

นายกรัฐมนตรี 'สปป ลาว'  โทรสายตรง 'เศรษฐา' จองตัวเยือน ลาว  ประเทศแรก

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

‘โย พงศธร’ ชี้แจง ปมไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เข้าใจโจมตีทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557188

28 ส.ค. 2566

'โย พงศธร' ชี้แจง ปมไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เข้าใจโจมตีทางการเมือง

‘โย พงศธร’ ชี้แจง สาเหตุไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เพราะรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ไม่กังวล เป็นเรื่องปกติ กกต.รับรองแล้ว

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ หรือโย ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต3 พรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณีประกาศ กกต.ระยอง ที่ตนเองไม่ได้เสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเวลารับสมัครมีการให้กรอกอาชีพของผู้สมัคร สส. จะมีให้แนบ 2 แบบ คือ แบบที่เป็นของบุคคลที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ต้องแสดงเอกสารเสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง กับแบบที่สอง บุคคลที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี จะเป็นแบบ สส. 4/7 คือ เป็นใบรับรองตัวเองว่ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี 

นายพงศธร  ระบุว่า ตนใช้แบบที่สองในการยื่น คือ มีรายได้ไม่ถึง 220,000 บาทต่อปี และทาง กกต. ก็มีการประกาศรับรองปกติ ยืนยันรายได้ไม่ถึง และ ไม่ได้กังวล ถือเป็นกระบวนการตามปกติและมีเอกสารรับรองผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว ไม่กังวลคนจะเข้าใจผิดว่าไม่เสียภาษี หากเรียกไปชี้แจงก็สามารถชี้แจงได้
 

“นอกจากเรื่องหาเสียงก็มีข่าวเรื่องของการโจมตีตน ตนเข้าใจว่าเป็นเพราะการเมืองที่พรรคก้าวไกลพยายามทำในเรื่องการหาเสียงเชิงสร้างสรรค์และพูดถึงว่าเราจะทำนโยบายอะไร ดังนั้นฝ่ายที่โจมตี ตนขอให้พ่อแม่พี่น้องเข้มแข็ง รับฟังข่าวสารอย่างมีวุฒิภาวะ” นายพงศธร กล่าว 

เอกสาร กกต.เอกสาร กกต.

‘เพื่อไทย’ รับข้อเสนอ ‘ไอลอว์’ ย้ำสอดคล้องแนวทางพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557184

28 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' รับข้อเสนอ 'ไอลอว์' ย้ำสอดคล้องแนวทางพรรค

‘เพื่อไทย’ รับข้อเสนอ ‘ไอลอว์’ ปมคำถามประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ย้ำสอดคล้องแนวทางพรรค เชื่อใช้งบเลือกตั้ง สสร.ตอบโจทย์ประชาชน

วันที่ 28 ส.ค.  นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย รับหนังสือจาก   นางสาวจีรานุช เปรมชัยพรตัวแทนกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ ที่ขอให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจัดทำประชามติรัฐธรรมนูญด้วยคำถามที่ไม่มีเงื่อนไข โดยได้แนบคำถามที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ และตัวเลขแสดงจำนวนรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน 

พร้อมอ้างอิงแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยที่เคยประกาศตอนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหนึ่งในสาระสำคัญคือการเร่งแก้รัฐธรรมนูญโดยการจัดให้มีการทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตั้งแต่การประชุมครม.นัดแรก แม้ว่ากลุ่มประชาชนจะเห็นนิมิตหมายอันดีและเห็นความตั้งใจของพรรคการเมือง แต่ยังมีความกังวลว่าในการทำประชามติอาจมีการออกแบบคำถามที่มีเงื่อนไข หรือให้บุคคลที่จะยกร่างมาจากประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม อาจจะทำให้ไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนและไม่นำไปสู่กระบวนการเขียนรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง

โดยรวบรวมรายชื่อประชาชน 205,739 รายชื่อ แนบอ้างอิง เพื่อประสงค์ที่จะเสนอคำถามในการทำประชามติการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเขียนใหม่ได้ทั้งฉบับ และหากจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด โดยอ้างใช้สิทธิตามมาตรา 9(5) ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติปี 2564

ขณะเดียวกันนางสาวจีรานุช ยังอ้างว่าการอ้างอิงจากจำนวนประชาชนที่มากเช่นนี้เนื่องจากกลุ่มไม่มั่นใจว่าสำนักงาน กกต. จะตรวจสอบรายชื่อด้วยความรวดเร็วและเสนอไปยังสำนักงานเลขาธิการ ครม. ได้ทันการประชุม ครม. นัดแรกจึงนำคำถามมายื่นต่อพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคนใหม่เพื่อนำสู่การพิจารณาใน ครม.นัดแรก 

ทั้งนี้คำถาม ที่เสนอมานั้นระบุว่า ท่านเห็นชอบหรือไม่ ว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 

โดยนายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะใช้ช่องทางกฎหมายทำประชามติที่ผ่านกระบวนการสภาฯและขอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดำเนินการทำประชามติทันทีในการประชุมครั้งแรก หากผ่านได้ก็จะใช้มาตรา256 แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ส่วนข้อคำถามที่กลุ่มไอลอว์เสนอมา หากมีประโยชน์ก็จะนำไปพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงหากเป็นคำถามที่ชัดเจนก็จะทำให้คณะรัฐมนตรีทำงานได้ง่ายขึ้น พร้อมย้ำว่า แนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวคิดของพรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายชูศักดิ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยต้องการให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนตัวจึงได้เสนอพรรคไปว่าก่อนอื่นจะต้องทำประชามติเสียก่อน ว่า ประชาชนประสงค์จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพื่อเป็นหลักประกันว่าได้ถามประชาชนแล้ว ขณะเดียวกันจะถามประชาชนไปพร้อมกันว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ รวมถึงจะให้มี สสร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่  เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น

ส่วนที่หลายฝ่ายข้อกังวลว่าการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะใช้งบประมาณมากหรือไม่นั้น ส่วนตัวคิดว่าถ้าทำเพื่อประชาชน และสิ่งที่จะได้มา คือ รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่

‘เศรษฐา’ หารือ 8 สายการบินเตรียมรับนักท่องเที่ยว หลังเปิดแผน Free visa จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557182

28 ส.ค. 2566

‘เศรษฐา’ หารือ 8 สายการบินเตรียมรับนักท่องเที่ยว หลังเปิดแผน Free visa จีน

‘เศรษฐา’ ถกปัญหาร่วม 8 สายการบิน พร้อมเตรียมแผนรองรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน หลังเปิด Free visa จีน เชื่อทุกคนตอบรับนโยบาย

วันที่ 28 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ​​ที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์  เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทยน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและคณะทำงานด้านนโยบายการท่องเที่ยวพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทย นายจักรพล แสงมณี  คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย และนายทะเบียนพรรคเพื่อไทยนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม  คณะทำงานด้านการท่องเที่ยว พรรคเพื่อไทย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ​​กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย  ร่วมรับฟัง และหารือข้อเสนอแนะกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย  รวมทั้งผู้ประกอบการสายการบินของไทย รวม 8 สายการบิน เกี่ยวกับสถานการณ์การขนส่งคมนาคมทางอากาศที่จะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น ที่กำลังจะมาถึง 

สำหรับปัญหาที่ผู้ประกอบการสะท้อนมายังนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย  เช่น 

1.การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินให้ทันกับฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างน้อย 20%

2.การเพิ่มศักยภาพเครื่องบินให้ทันกับการปรับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้น

3.การเพิ่มโอกาสผลักดันนักท่องเที่ยวในตลาดขนาดใหญ่ เช่น จีน อินเดีย ให้มากขึ้น

4.การเพิ่มจำนวนเครื่องบินให้มีความเหมาะสมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ขอขอบคุณ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการช่วยกันส่งเสริมการทำงานกับรัฐบาลเพื่อไทยในการเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น  ซึ่งเป็นการส่งเสริมรายได้เข้าประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น (Quick win) ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการภายในสนามบิน การเพิ่มเที่ยวบิน การเพิ่มหรือขยายรันเวย์ เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี  กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอของสายการบินต่างๆ ถือว่าเป็นความร่วมมือที่ดีในการร่วมกันส่งเสริมและสร้างรายได้เข้าประเทศ  เป็นเรื่องดีที่ทุกสายการบินให้การตอบรับนโยบาย Free visa ในบางประเทศที่มีศักยภาพ เช่น จีน  ซึ่งคาดว่าทุกสายการบิน มีความต้องการขยายจำนวนเที่ยวบินรับนักท่องเที่ยวตอบรับนโยบายแน่นอน ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและต่างประเทศ  รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย มีแผนที่จะไปโปรโมทการท่องเที่ยวไทยในต่างประเทศในปีหน้าในเที่ยวบินที่มีความพร้อม  ซึ่งแต่ละสายการบินมีสัญญาณที่ดีว่าหากรัฐบาลสามารถเพิ่มความต้องการนักท่องเที่ยวไทยได้  สายการบินจะมีการแข่งขันกันโปรโมทการท่องเที่ยวร่วมกัน  ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงตั๋วโดยสารได้ในราคาที่เหมาะสม

สำหรับหน่วยงานและสายการบินที่มาร่วมหารือในวันนี้ ได้แก่ 

 1. ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)

2. นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อํานวยการสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

3. นายชาย เอี่ยมศิริ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน)

4. นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ท

5. นายสันติสุข คล่องใช้ยา   ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย

6. นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์

7. นายชัยยง รัตนาไพศาลสุข  รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จํากัด 

8.นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ  กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) 

9.นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยไลออนแอร์

10. นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สายการบินนกแอร์ จํากัด (มหาชน)

‘ไผ่ ลิกค์’ เชื่อมั่น นายกฯ จัดโผ ‘ครม.เศรษฐา 1’ จบลงด้วยดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557176

28 ส.ค. 2566

'ไผ่ ลิกค์' เชื่อมั่น นายกฯ จัดโผ 'ครม.เศรษฐา 1' จบลงด้วยดี

‘ไผ่ ลิกค์’ เชื่อมั่น นายกรัฐมนตรี จัดโผ ‘ครม.เศรษฐา 1’ จบลงด้วยดี ย้ำ ‘พล.อ.ประวิตร’ ยังเป็นเสาหลักให้ ‘พปชร.’ ต่อไป เป็นผู้ใหญ่ในพรรค ที่ไม่ยึดติดตำแหน่ง ย้ำไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งใดๆ ทั้งสิ้น

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะเสร็จภายในเร็ววันนี้ ประชาชนไม่ต้องกังวล และเชื่อว่าเราจะผ่านไปได้ด้วยดี ด้วยการนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและเชื่อว่าทุกตำแหน่งจะเป็นคนดีและเป็นคนมีคุณภาพเหมาะสมกับงาน

 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

สำหรับเก้าอี้พรรคพลังประชารัฐ เป็นไปตามกระแสข่าวเลยหรือไม่ นั้น นายไผ่ ลิกค์ กล่าวว่า ตนขอให้รอดูดีกว่า ถ้าตนพูดอะไรออกไปอาจจะไปนำนายกฯได้ ให้รอฟังนายกฯ เป็นคนสรุป แต่อยากให้มั่นใจว่าไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีการแย่งชิง เราจัดเก้าอี้เสร็จไปได้ด้วยดี

พล.อ.ประวิตร ยังเป็นเสาหลัก พปชร.

พร้อมกันนี้ นายไผ่ ลิกค์ ยังกล่าวถึงการไม่ปรากฏตัวหน้าสื่อของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และยังมีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประวิตร จะแยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่ได้มีการแยกตัว จะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ จะดูแลพรรคพลังประชารัฐและจะเป็นเสาหลักของพรรคพลังประชารัฐ จะใช้ความรู้ความสามารถ มาช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ส่วนตำแหน่งได้หรือไม่ได้ ก็ไม่เป็นเป็นปัญหาอะไร เพราะพล.อ.ประวิตร ไม่ได้ ยึดติด ไม่อยากให้มองตรงนี้ พร้อมย้ำว่า ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอะไรกัน

'ไผ่ ลิกค์' เชื่อมั่น นายกฯ จัดโผ 'ครม.เศรษฐา 1' จบลงด้วยดี

นายไผ่ ลิกค์  กล่าวอีกว่าส่วนที่ พล.อ.ประวิตร หายไปจากหน้าสื่อ ช่วงนี้นั้น จะใช้คำว่าปิดตัวไม่ได้เพราะเห็นไปกินอาหารญี่ปุ่นอยู่ วันนี้ต้องเข้าใจว่าทุกคนที่เป็นนักการเมือง ต้องอย่าสร้างข้อแม้ หรือออกหน้ามากเกินไปก็ไม่เหมาะสม เพราะพล.อ.ประวิตร เป็นผู้ใหญ่ อยากให้จัดรัฐบาลตั้งให้เรียบร้อยมากกว่า

ส่วนพล.อ.ประวิตร จะลาออกจากสส.จะทำหน้าที่เฉพาะหัวหน้าพรรคหรือไม่นั้น นายไผ่ ลิกค์  กล่าวว่าตนไม่สามารถตอบแทนได้ และไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้

สำหรับการตั้งกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐชุดใหม่นั้น เพื่อเอาคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ ความสามารถมาดำเนินการพรรคต่อไป ถ้าเปรียบพรรคเป็นบ้านก็เหมือนจะกำลังรีโนเวทเพื่อให้ทันยุคทันสมัยให้เข้าถึงประชาชน รวมถึงข้อมูลจาก สส.ก็เป็นข้อมูลที่ทันสมัย

'ไผ่ ลิกค์' เชื่อมั่น นายกฯ จัดโผ 'ครม.เศรษฐา 1' จบลงด้วยดี

เมื่อนักข่าวแซวว่าได้กรอกประวัติแล้วหรือไม่ นายไผ่ ลิกค์ กล่าวติดตลกว่า “ร้ายนะเราอะ” และเมื่อถามต่อว่าส่งชื่อหมดแล้วหรือไม่ นายไผ่ ก็ได้กล่าวว่า “ตามนั้น” 

จากนั้น นายไผ่ ลิกค์ ขอตัวแยกย้ายจากสื่อมวลชน

ไม่ได้หายไปไหน ‘เสรีพิศุทธ์’ เฉลยแล้วกำลังทำอะไร หลังชาวเน็ตตามหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557173

28 ส.ค. 2566

ไม่ได้หายไปไหน 'เสรีพิศุทธ์' เฉลยแล้วกำลังทำอะไร หลังชาวเน็ตตามหา

เคลื่อนไหวแล้ว หลังจากเน็ตตามหา “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” โพสต์ภาพในอริยบทสบายๆ พร้อมแคปชัน ที่ทำเอาหลายคนถึงกับหนาวกันยกแผง

28 ส.ค. 2566  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หรือเจ้าของฉายา “วีรบุรุษนาแก” ซึ่งได้เข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งหลังปรากฎตัวครั้งล่าสุด ในพิธีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็เงียบหายไป จนในโลกออนไลน์ หรือชาวเน็ตประกาศตามหาด้วยข้อความที่มีการส่งต่อกันว่า “เสรีหายไปไหน” 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ถูกชาวเน็ตตามหาหลังจบพิธีโปรดเกล้าฯนายกรัฐมนตรีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ถูกชาวเน็ตตามหาหลังจบพิธีโปรดเกล้าฯนายกรัฐมนตรี

ซึ่งล่าสุด  พล.ต.อ..เสรีพิศุทธ์  หรือ วีรบุรุษนาแก มีเคลื่อนไหวล่าสุดแล้ว โดยเพจเฟซบุ๊ก พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มีการโพสต์ภาพ พล.ต.อ.เสร๊พิศุทธ์ แต่งกายด้วยชุดสบายๆ เสื้อยืดสีเขียว ด้านหน้าอกติดคำว่า นาแก และสวมกางเกงขาสั้น นั่งตรวจเอกสารกองใหญ่  พร้อมโพสต์ข้อความว่า

“เร่งตรวจสำนวน…ก่อนส่งฟ้องฯหมายศาลถึงใครคงรู้เองครับ”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เคลื่อนไหวหลังชาวเน็ตตามหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เคลื่อนไหวหลังชาวเน็ตตามหา


พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  อดีต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เจ้าของฉายา วีรบุรุษนาแก และ มือปราบตงฉิน  เกิด 3 ก.ย. 2491 ชื่อเดิม เสรี เตมียเวส พื้นเพ เป็นคนฝั่งธนบุรี จบการศึกษาจากโรงเรียนทวีธาภิเศก หลังจากเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 8 (ตท.8) และ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่นที่ 24 (นรต.24)  เคยรับราชการอยู่ที่อ.นาแก จ.นครพนม ช่วง พ.ศ. 2515-2524 ได้ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างเด็ดเดี่ยว และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นที่ 5 และเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 1 

ต่อมาผู้ว่าฯ นครพนม ทำพิธีสถาปนาให้เป็นขุนพลของประชาชน ณ ศาลาประชาคม จังหวัดนครพนม ด้วยผลงานที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ จนได้รับการขนานนามว่า “วีรบุรุษนาแก” 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.พ.ศ. 2550 ถึง วันที่ 8 เม.ย. 2551  ต่อมาในปี 2555 พล.ต.เสรีพิศุทธ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่มพลังกรุงเทพ และได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับสาม ต่อจากพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค 

‘สุชาติ’ อำลาตำแหน่ง ‘รมว.แรงงาน’ ซึ้งใจขรก.-ผู้นำแรงงานให้กำลังใจเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557171

28 ส.ค. 2566

'สุชาติ' อำลาตำแหน่ง 'รมว.แรงงาน' ซึ้งใจขรก.-ผู้นำแรงงานให้กำลังใจเพียบ

‘สุชาติ’ อำลาตำแหน่ง ข้าราชการ-ชาวแรงงาน ให้กำลังใจล้น ชื่นชอบผลงาน ‘รมว.แรงงาน’ ขอคนใหม่สานต่อ พ.ร.บ.ประกันสังคม รพ.ประกันสังคม

เช้านี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน พร้อมอำลาตำแหน่ง 

โดยบรรยากาศ เต็มไปด้วยข้าราชการมอบดอกไม้และให้กำลังใจ รวมถึงกลุ่มตัวแทนชุมชนแฟลตดินแดง ได้เดินทางมามอบกระเช้าสิ่งของและดอกไม้ให้กำลังใจ เนื่องจากในช่วงโควิดนายสุชาติได้นำมาตรการต่างๆ จากรัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวชุมชนดินแดงได้ก้าวพ้นวิกฤต 

นายสุชาติ ชมกลิ่น อำลาตำแหน่งนายสุชาติ ชมกลิ่น อำลาตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มข้าราชการกระทรวงแรงงานอาวุโสเปิดเผยว่า ข้าราชการกระทรวงแรงงาน ต่างประทับใจในตัวท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น เป็นอย่างมาก เพราะท่านเป็นคนใจดี ถึงลูกถึงคน หัวใจนักเลงและเป็นรัฐมนตรีคนเดียวในประวัติศาสตร์กระทรวงแรงงานที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุด ปกติก็จะอยู่เพียงแค่ 1-2 ปี แต่ตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมาท่านทำงานหนักมาก จนทำให้กระทรวงแรงงานเป็นที่เชิดหน้าชูตาของสังคม

ส่วนกลุ่มข้าราชการสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า ข้าราชการประกันสังคมทุกคนต่างยกย่องชื่นชมท่านรัฐมนตรีสุชาติที่ท่านทำงานหนักเพื่อผู้ใช้แรงงานและเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ข้าราชการ โดยในช่วงวิกฤตโควิดท่านร่วมหัวจมท้าย เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันมา เพราะขณะนั้นประชาชนทุกข์ทุกร้อนกังวัลใจจากวิกฤติโควิด จนต้องเปิดสนามไทย – ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นจุดตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีน และในที่สุดท่านก็สามารถนำพาข้าราชการให้ผ่านพ้นสถานการณ์นั้นมาได้ 

ขณะที่นายสุชาติ รับดอกไม้และคำอาลัยจากข้าราชการ ถึงน้ำตาซึม ซาบซึ้ง พร้อมกล่าวว่า นโยบายที่ตนเคยทำเอาไว้ ต้องการให้มีการขับเคลื่อนต่อเพื่อพีาน้องชาวแรงงาน อาทิ การผลักดัน พ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ขอ ให้แล้วเสร็จ โรงพยาบาลประกันสังคม โรงพยาบาลประกันสังคมเพื่อความภาคภูมิใจของผู้ใช้แรงงาน เป็นต้น อะไรที่เป็นนโยบายที่ดีและเกิดประโยชน์กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานก็อยากให้ได้มีการได้สานต่อเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ใช้แรงงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป 

'สุชาติ' อำลาตำแหน่ง 'รมว.แรงงาน' ซึ้งใจขรก.-ผู้นำแรงงานให้กำลังใจเพียบข้าราชการกระทรวงแรงงานข้าราชการกระทรวงแรงงาน

‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ปัด ไม่รู้ นั่งตำแหน่งไหน แต่สื่อตั้งให้เป็น ‘มท.2’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557169

28 ส.ค. 2566

‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ปัด ไม่รู้ นั่งตำแหน่งไหน แต่สื่อตั้งให้เป็น ‘มท.2’

‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกไม่รู้นั่งตำแหน่งไหน บอกเห็นแค่สื่อตั้งให้เป็น ‘มท.2’ รมช.มหาดไทย แต่ย้ำพร้อมทำงานทุกบทบาท

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2566 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า โผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ปรากฎตามหน้าสื่อ โดยเฉพาะในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ถูกต้องตามที่คาดการณ์หรือไม่ นั้น  ต้องขออภัยด้วย ตนไม่ทราบเลย ขึ้นอยู่กับพรรคจะดำเนินการ

‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ปัด ไม่รู้ นั่งตำแหน่งไหน แต่สื่อตั้งให้เป็น ‘มท.2’

เมื่อถามว่า มีชื่อนายชาดา เป็น รมช.มหาดไทย หรือ มท.2 พรรคได้มีการทาบทามแล้วหรือไม่ นายชาดา  ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร ส่วนมากสื่อมวลชนตั้งให้

 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ปัด ไม่รู้ นั่งตำแหน่งไหน แต่สื่อตั้งให้เป็น ‘มท.2’

เมื่อถามย้ำว่า หากได้เป็น รมช.มหาดไทย พร้อมทำงานใช่หรือไม่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า นักการเมืองทุกคนพร้อมที่จะทำงาน อีกทั้ง สส.พรรคภูมิใจไทยทั้ง 71 คน เป็นรัฐมนตรีได้ทุกคน เพราะพรรคคัดกรองคนที่มีศักยภาพ พร้อมทำงานทุกคน และทุกตำแหน่ง

เมื่อถามว่า ส่วนตัวแล้วมีความถนัดงานด้านไหน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนถนัดแทบทุกด้าน แต่การทำงานก็ไม่มีใครเก่งคนเดียวในรัฐบาลได้

‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ปัด ไม่รู้ นั่งตำแหน่งไหน แต่สื่อตั้งให้เป็น ‘มท.2’

อดีต ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ขอ สส.ดันแก้ ‘กฎหมาย’ 2 ฉบับ ช่วย ‘คนเสื้อแดง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557166

28 ส.ค. 2566

อดีต ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ขอ สส.ดันแก้ 'กฎหมาย' 2 ฉบับ ช่วย 'คนเสื้อแดง'

อดีตผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊ก ขอ สส. ช่วยเสนอแก้ ‘กฎหมาย’ 2 ฉบับ ทวงความยุติธรรมให้ ‘คนเสื้อแดง’

เนื้อหาในโพสต์มีว่า ขอส่งความปรารถนาดี ถึงพี่น้องสส.พรรคเพื่อไทย ตามที่ได้ประกาศไว้บนเวทีปราศรัยหลายครั้ง ว่าเราจะรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย ทวงความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง โดยให้ญาติสามารถยื่นฟ้องผู้สั่งการต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้โดยตรง

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีต ผอ.ครอบครัวเพื่อไทยณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีต ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย

หลังเลือกตั้ง ที่ประชุมสส.ได้รับทราบเนื้อหา และการดำเนินการ จากการชี้แจงของฝ่ายกฎหมาย บัดนี้ถึงเวลานำเรื่องนี้เข้าสภาประสานงานกับเพื่อนและน้องๆสส.ส่วนหนึ่ง พรุ่งนี้จะรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องกัน ประกอบด้วย
1.พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
2.พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เราเคยร่วมภารกิจ ขอเสียงประชาชนทั้งประเทศให้พรรคเพื่อไทย แต่วันนี้ขอเสียงสส.พรรคเพื่อไทยให้ประชาชน ขอทั้งหมด 141 รายชื่อ เพื่อเป็นพลังอย่างสำคัญ แสดงความมุ่งมั่นว่าจะผลักดันจนสำเร็จให้ได้

ขอเชิญชวนอย่างมุ่งหวัง ต่อพี่น้องสส.พรรคก้าวไกล ให้ยกมือและร่วมสนับสนุนร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ในทุกขั้นตอน จนประกาศบังคับใช้

‘สำนักงบประมาณ’ เตรียมทำหนังเวียนแจ้งใช้ ‘งบประมาณ’ ตามกรอบปี66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557162

28 ส.ค. 2566

'สำนักงบประมาณ' เตรียมทำหนังเวียนแจ้งใช้ 'งบประมาณ' ตามกรอบปี66

‘งบประมาณ’ 2567 ทำไม่ทัน ‘สำนักงบประมาณ’ เตรียมทำหนังสือเวียนแจ้งหน่วยรับงบประมาณ ในการใช้งบฯตามกรอบปี 66 ไปพลางก่อน

ด้วยพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567จะประกาศใช้บังคับไม่ทัน ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคาดว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับได้ภายหลังเดือนพฤษภาคม 2567 ในกรณีนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตร1 141 บัญญัติว่า ในกรณีที่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลางก่อน

ประกอบกับ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 12กำหนดว่า ในกรณีที่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีออกใช้ไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณที่ล่วงแล้วไปพลางก่อนได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนดโดยอนุมัตินายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566

นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อนเพื่อหน่วยรับงบประมาณดำเนินการจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแพนการใช้จ่ายงบประมาณ สรุปได้ดังนี้

จัดทำแผนการปฏิบัติงานและเผนการใช้จ่ายงบประมาณตามความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพัน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 พฤษภาคม 2567 (8 เดือน) จำแนกเป็นรายเดือนภายใต้กรอบวงเงินของแผนงานและรายการ (งบกลาง) ตาม พ.ร.บ.งบประมาณ 2566โดยไม่เกิน 2 ใน 3 ของแต่ละแผนงาน ส่งให้สำนักงบประมาณ ภายในวันที่ 15 กันยายน 2566

ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณสามารถใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้อย่างต่อเนื่องโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการในระหว่างที่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ยังไม่ประกาศใช้บังคับ

โดยสำนักงบประมาณ จะเวียนแจ้งวิธีปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน แก่หน่วยรับงบประมาณโดยเร็วต่อไป

ประกาศสำนักงบประมาณเรื่องการใช้งบฯตามกรอบปี 2566ประกาศสำนักงบประมาณเรื่องการใช้งบฯตามกรอบปี 2566