รุกหนัก ‘ไทยภักดี’ บุก อสส. เร่งคดี 112 ฟัน ‘นช.ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557147

28 ส.ค. 2566

รุกหนัก ‘ไทยภักดี’ บุก อสส. เร่งคดี 112 ฟัน ‘นช.ทักษิณ’

พรรคไทยภักดี ยื่นอัยการสูงสุด เร่งรัด คดี 112 เอาผิด ‘ทักษิณ’ พร้อมฝากถึงนักโทษชาย ยังมีโอกาสเป็นรัฐบุรุษเหมือน ‘เนลสัน’ ต้องไม่ขอพระราชทานอภัยโทษ

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2566 – ที่สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) อาคารศูนย์ราชการ ถนนเเจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายทศพล พรหมเกตุ รองหัวหน้าพรรคไทยภักดี เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้เร่งรัดคดีมาตรา 112 ที่กองทัพบก ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ไว้เมื่อปี 2558

แกนนำพรรคไทยภักดี  บุก อสส. เร่งคดี 112 ฟัน นช.ทักษิณ ชินวัตรแกนนำพรรคไทยภักดี บุก อสส. เร่งคดี 112 ฟัน นช.ทักษิณ ชินวัตร

นายทศพล เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2552 ซึ่งมีเนื้อหาหมิ่นสถาบันฯ ต่อมาในเดือน พ.ค. 2558 ทางกองทัพบกได้แจ้งความดำเนินคดีนายทักษิณ กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จากกรณีที่มีการเผยแพร่คำสัมภาษณ์ของนายทักษิณ และได้มีการออกหมายจับ แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นการกระทำความผิดในต่างประเทศ อำนาจการสอบสวนดำเนินคดีจึงเป็นของอัยการสูงสุด

ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2560 ทางอัยการสูงสุดมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายทักษิณ 2 ข้อหา คือ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ขณะนั้นนายทักษิณหลบหนีอยู่ที่ต่างประเทศ จึงไม่สามารถนำตัวส่งฟ้องศาลได้ 

แต่ขณะนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแล้วว่านายทักษิณไดัเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ตัวแทนพรรคไทยภักดีมายื่นหนังสือเพื่อขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะโจทก์ เร่งรัดนำตัวนายทักษิณส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม

 นายทศพล พรหมเกตุ รองหัวหน้าพรรคไทยภักดี เข้ายื่นหนังสือ ออส.เพื่อขอให้เร่งรัดคดีมาตรา 112 ที่กองทัพบก ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร นายทศพล พรหมเกตุ รองหัวหน้าพรรคไทยภักดี เข้ายื่นหนังสือ ออส.เพื่อขอให้เร่งรัดคดีมาตรา 112 ที่กองทัพบก ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร

นอกจากนี้ นายทศพล ยังฝากไปถึงนายทักษิณว่า ยังมีโอกาสเป็นรัฐบุรุษเหมือนกับ นายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ จึงอยากให้มีพฤติกรรมทำตัวให้สมเกียรติยศกับที่มวลชนคนเสื้อแดงเคารพศรัทธา โดยการยอมถูกจำคุก 8 ปี โดยไม่ขอพระราชทานอภัยโทษ จะได้ไม่ต้องสร้างภาระให้กับหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และประวัติศาสตร์จะจารึกจดจำนายทักษิณในฐานะเป็นรัฐบุรุษต่อไป

“ข้อมูลปรากฎชัดเจน และการกระทำความผิดก็เป็นที่ประจักษ์ชัด และคนที่แจ้งความคือกองทัพบก ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ไทยภักดีธรรมจึงไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่เพื่อต้องเร่งรัดในดำเนินคดี เพื่อให้รักษานิติรัฐนิติธรรม อย่างเคร่งครัด” นายทศพล ระบุ

ภายหลังแกนนำพรรคไทยภักดี ได้ยื่นหนังสือให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดได้ลงเลขรับ เเละรายงานตามขั้นตอนต่อไป

แกนนำพรรคไทยภักดี เข้าร้อง อสส. จี้ดำเนินคดีม.112 แกนนำพรรคไทยภักดี เข้าร้อง อสส. จี้ดำเนินคดีม.112

แกนนำพรรคไทยภักดี เข้าร้อง อสส. จี้ดำเนินคดีม.112 อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร แกนนำพรรคไทยภักดี เข้าร้อง อสส. จี้ดำเนินคดีม.112 อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

เผย 10 รายชื่อ ครอบครัว ‘ทักษิณ’ พร้อมทีมทนาย เข้าเยี่ยม ที่ รพ.ตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557150

28 ส.ค. 2566

เผย 10 รายชื่อ ครอบครัว 'ทักษิณ' พร้อมทีมทนาย เข้าเยี่ยม ที่ รพ.ตำรวจ

เผย 10 รายชื่อ ครอบครัว “ทักษิณ ชินวัตร” พร้อมทีมทนายความ ลงชื่อเข้าเยี่ยม ที่ห้องพักบนชั้น 14 รพ.ตำรวจ ขณะโรงพยาบาลแจง ญาติเข้าเยี่ยมพร้อมกันได้ครั้งละไม่เกิน 2 คน

28 ส.ค.2566  ที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ  ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาว่าวันนี้ ซึ่งครบกำหนดการกักตัว 5 วัน ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2566 และถูกส่งตัวมาที่ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรักษาอาการป่วยกะทันหันในช่วงกลางดึกของวันเดียวกัน  และคาดว่า นายทักษิณ นอนพักรักษาตัวอยู่ห้องพักชั้น 14 ซึ่งเป็นห้องพักหรู ระดับ VVIP 

ซึ่งบริเวณด้านหน้าอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 84 พรรษา ยังไม่พบการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้ารักษาความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษในบริเวณพื้นที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด รวมถึงไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพหรือสังเกตการทำข่าวใต้อาคารดังกล่าว  แต่ให้อยู่บริเวณด้านหน้าอาคารเท่านั้น 

อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา รพ.ตำรวจ

ทั้งนี้ทางกรมราชทัณฑ์ เปิดให้บุคคลใกล้ชิด- ญาติ จำนวน 10 คน เข้าเยี่ยม นายทักษิณ ได้ในช่วงเวลา 08.30-15.00 น. โดยรายชื่อที่มีการแจ้งไว้ทั้งหมด 10 คน ดังนี้ 

1. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

2.นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร

3.บุตรสาวของ น.ส.แพทองธาร

4.น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม บุตรสาวคนโต

5.นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น สามีของ น.ส.พินทองทา

6.นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ

7.น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยาของนายพานทองแท้

และทนายความอีก 3 ราย

ห้องพักชั้น 14 ที่คาดว่า นายทักษิณ ชินวัตร จะนอนพักรักษาตัวอยู่ห้องพักชั้น 14 ที่คาดว่า นายทักษิณ ชินวัตร จะนอนพักรักษาตัวอยู่

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ครอบครัวของนายทักษิณ ได้แจ้งขอเลื่อนการเข้าเยี่ยมออกไปก่อน ส่วนทนายอีก 3 คน ยังไม่มีความชัดเจนว่าเดินทางเข้าเยี่ยมในวันนี้หรือไม่ ทั้งนี้ที่บริเวณมีชั้นใต้ดิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขอความร่วมมือไม่อนุญาตให้รถที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในชั้นใต้ดินเด็ดขาด 

รพ.ตำรวจแจงหลักเกณฑ์การเข้าเยี่ยมผู้ป่วย รพ.ตำรวจแจงหลักเกณฑ์การเข้าเยี่ยมผู้ป่วย

สำหรับ หลักเกณฑ์ในการเข้าเยี่ยมผู้ป่วยของโรงพยาบาลตำรวจ ผู้ป่วยห้องรวมทั่วไป จะเปิดให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ 2 ช่วงเวลาคือ 12.00-13.00 น. และช่วง 17.00-19.00 น. 

ส่วนการเข้าเยี่ยมผู้ป่วยในห้องพิเศษ ซึ่งตามปกติแล้วจะมีญาติเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมงนั้น จะค่อนข้างผ่อนผันระยะเวลาในการเข้าเยี่ยม

ส่วนกำหนดการเข้าเยี่ยมผู้ป่วยในห้องรวมอาจจะเข้าได้ครั้งละไม่เกิน 1-2 คน ไม่มากเกินไปตามที่ระเบียบของโรงพยาบาลกำหนด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยรายอื่นได้ แต่ไม่สามารถเข้าได้ครั้งละ 10 คน  ต้องแบ่งช่วงเวลาในการเข้าเยี่ยมครั้งละไม่เกิน 1-2 คน

‘ไชยชนก ชิดชอบ’ จาก เด็กติดเกม สู่ สส. รุ่นที่ 3 ‘ตระกูลชิดชอบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556705

28 ส.ค. 2566

'ไชยชนก ชิดชอบ' จาก เด็กติดเกม สู่ สส. รุ่นที่ 3 'ตระกูลชิดชอบ'

เปิดโปรไฟล์ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ผู้เดินตามรอย พ่อ ‘เนวิน’ จาก เด็กติดเกม สู่ สส. บุรีรัมย์ รุ่นที่ 3 แห่ง ‘ตระกูลชิดชอบ’

ชื่อของ “ไชยชนก ชิดชอบ” เป็นที่ฮือฮา เมื่อปรากฏรายนาม ติด “โผ ครม.” ในเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา “นก ไชยชนก” เริ่มเป็นกระแส นับตั้งแต่เปิดตัวลงสนามเลือกตั้ง สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นับเป็น เจเนอเรชั่น 3 ของ “ตระกูลชิดชอบ” ที่ก้าวลงสนามการเมือง คมชัดลึก ไล่เรียงประวัติ ความเป็นมา จาก “เด็กติดเกม” ผู้กุมบังเหียน ESports แห่งบุรีรัมย์ สู่นักการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ

ไชยชนก ชิดชอบไชยชนก ชิดชอบ

ไชยชนก ชิดชอบ หรือ “นก ไชยชนก” เกิดเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2532 อายุ 34 ปี ลูกชายคนโต หัวแก้วหัวแหวนของ “เนวิน ชิดชอบ” และ “กรุณา ชิดชอบ” ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และอดีต สส.บุรีรัมย์ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย เขาใช้ชีวิตในต่างแดน โดยศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ยาวนานถึง 17 ปี

หลังเรียนจบ เขากลับมาช่วยดูแลทีมฟุตบอล และสนามแข่งรถ Chang International Circuit ในฐานะรองผู้อํานวยการสายงานการตลาด และการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จํากัด ทั้งจัดการแข่งขัน สร้างระบบ และหาทีมมาแข่งขัน เขามีส่วนสําคัญ ในการพาทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก้าวกระโดดจากสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ มาสู่โลกของเกมส์ จัดตั้งทีม ESports โดยได้นําทีม ESports ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ประเทศไทย ทั้งยังได้เปิด Predator Arena ขึ้นที่บุรีรัมย์ เพื่อเป็นสนามแข่งขัน รวมทั้งเป็นอะคาเดมีให้ผู้มีใจรักในกีฬาอีสปอร์ตอีกด้วย

                    ไชยชนก ชิดชอบไชยชนก ชิดชอบ

การกระโจนเข้าสู่ธุรกิจอีสปอร์ต ในช่วงเรียก ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยความเป็นคนละ gen “ไชยชนก ชิดชอบ” ต้องฝ่าด่านหินคือผู้เป็นพ่อของตัวเอง ที่ไม่ศรัทธาใน “เด็กติดเกม” แต่ในที่สุด ก็ได้รับการอนุมัติ ให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โจนเข้าสู่ธุรกิจอีสปอร์ต โดยมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ และโอกาสที่จะนำทีมประสบความสำเร็จระดับแชมป์โลก

และที่เป็นกระแสโด่งดัง เมื่อครั้งหนึ่ง “ไชยชนก ชิดชอบ” เคยสมัครเป็นทหารเกณฑ์ ที่สวนกระแส เพราะหลายคนกลัวสุดๆ ก็คือการไปใช้ชีวิตในกรมทหาร

      เนวิน-ไชยชนก ชิดชอบเนวิน-ไชยชนก ชิดชอบ

กระโจนลงสนามการเมือง

เป็นที่รู้กันดีว่า “ตระกูลชิดชอบ” เล่นการเมืองระดับชาติ มาตั้งแต่ยุคปู่ คือ “ชัย ชิดชอบ” อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้เก๋าเกม ได้รับความชื่นชมอย่างมาก มาสู่รุ่นพ่อ “เนวิน ชิดชอบ” ที่ได้เป็นทั้ง รัฐมนตรีช่วยคลัง ,พาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาแล้ว ขณะที่แม่ คือ ซ้อต่าย “กรุณา ชิดชอบ” ก็เคยเป็น สส.บุรีรัมย์ 3 สมัย รวมถึงเป็นนายก อบจ.บุรีรัมย์ ด้วย

ไชยชนก ชิดชอบ เคยเปิดใจกับสื่อไว้เมื่อปี 2560 เรื่องเล่นการเมืองว่า “ผมเห็นคุณพ่อทุกข์ขนาดนั้น ผมก็ไม่อยากทุกข์ครับ พ่อพูดกับผมว่า มีคนถามพ่อเยอะมากเรื่องนี้ แกบอกว่าถ้าเอ็งไปตกนรก แล้วอยากให้ลูกไปตกนรกไหม”

ไชยชนก-กรุณา ชิดชอบไชยชนก-กรุณา ชิดชอบ

แต่ด้วยความตั้งใจ อยากจะพัฒนาให้ชาว จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งประเทศชาติให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 ชื่อของ “ไชยชนก ชิดชอบ” จึงปรากฎเป็นผู้สมัคร สส. ลงชิงชัย ในสนามเลือกตั้งบุรีรัมย์ เขต 2 ในนามพรรคภูมิใจไทย และได้รับการเลือกจากประชาชน เป็น สส.บุรีรัมย์ เขต 2 แถมในโผ ครม. กลับมีชื่อเขานั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ที่ว่าด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องมีอายุ 35 ปี

โผรายชั่วโมง ‘เพื่อไทย’ วาง ‘สุทิน’ คุมกลาโหม ครม.เศรษฐา1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557142

28 ส.ค. 2566

โผรายชั่วโมง ‘เพื่อไทย’ วาง ‘สุทิน’ คุมกลาโหม ครม.เศรษฐา1

แบ่งเค้กลงตัว เปิดโผ ครม.เศรษฐา 1 ‘เพื่อไทย’ วาง ‘สุทิน คลังแสง’ กลับมาคุมกลาโหม เตรียมตรวจสอบก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ

วันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ให้เลขาฯ ครม.ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ซึ่งรายชื่อ ครม.ล่าสุด ประกอบด้วย

  •  พรรคเพื่อไทย

เศรษฐา ทวีสิน 

นายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ภูมิธรรม เวชยชัย

รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ปานปรีย์ พหิทธานุกร 

รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

สมศักดิ์ เทพสุทิน 

รองนายกรัฐมนตรี

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 

ชลน่าน ศรีแก้ว 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

สุทิน คลังแสง 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ประเสิร์ฐ จันทรวงทอง 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กฤษฎา จีนะวิจารณะ 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

เกรียง กัลป์ตินันท์ 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ไชยา พรหมมา 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สุรพงษ์ ปิยะโชติ 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

จักพงษ์ แสงมณี 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 

พวงเพ็ชร ชุนละเอียด

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • ภูมิใจไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล 

รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เพิ่มพูน ชิดชอบ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ศุภมาส อิศรภักดี 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

ชาดา ไทยเศรษฐ์ 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ทรงศักดิ์ ทองศรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นภินทร ศรีสรรพางค์ 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

  • พรรคพลังประชารัฐ 

พัชรวาท วงษ์สุวรรณ 

รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ธรรมนัส พรหมเผ่า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สันติ พร้อมพัฒน์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ไผ่ ลิกค์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

  • พรรครวมไทยสร้างชาติ 

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 

รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

พิมภัทรา วิชัยกุล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

อนุชา นาคาศัย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

  •  พรรคชาติไทยพัฒนา

วราวุธ ศิลปอาชา 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

  •  พรรคประชาชาติ 

ทวี สอดส่อง 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

โซเชียลตามหา คนอธิบาย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ พรรค ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557140

28 ส.ค. 2566

โซเชียลตามหา คนอธิบาย 'ดิจิทัลวอลเล็ต' พรรค 'เพื่อไทย'

แม้นายกรัฐมนตรี จะยืนยันว่า นโยบาย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ จะเริ่มดำเนินโครงการในปีหน้า แต่ผู้คนในโลกโซเชียลพากันตามหาคนจากพรรค ‘เพื่อไทย’ อธิบายนโยบายนี้

ถือเป็นนักการเมือง พรรคเพื่อไทย ที่โซเชียล ตามหาอีกหนึ่งคน สำหรับ เผ่าภูมิ โรจนสกุล โฆษกคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ หลังจากมีบทบาทสำคัญ ในการอธิบาย นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ของพรรคตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งจนมาระยะหลังก่อนจัดตั้งรัฐบาล ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้าน

เขาเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ตอบโต้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเด็นปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และความล้มเหลวของ พ.ร.ก. เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ที่เรียกว่า กู้มาแจก เลยไปถึงความล้มเหลวในการบริหารสถานการณ์โควิด-19

เส้นทางการเมือง

เผ่าภูมิ โรจนสกุล อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 89 ของพรรคเพื่อไทย มีประสบการณ์ทำงานที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งว่ากันว่าเป็นคลังสมองของประเทศ

เผ่าภูมิ เข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทยจากการเชิญชวนของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ทำงานด้านการพัฒนา วิจัยและออกแบบนโยบาย ได้เป็น กรรมการและเลขานุการกรรมการนโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย

ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำหน้าที่สื่อสารกับสังคมในประเด็น ดิจิทัลวอลเล็ต หรือ นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท  คนไทยทุกคนที่อายุเกิน 16 ปี จะได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท ผูกกับบัตรประชาชน โอนเข้าอัตโนมัติ เต็มจำนวน งบประมาณทุกบาทใน 560,000 ล้านบาท โอนตรงถึงมือประชาชน ใช้จ่ายได้เต็มจำนวน ไม่มีการหักใดๆ

โดยทำระบบ Blockchain เป็นระบบที่สร้างโดยรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับภาคเอกชน ระบบการเงินที่ทันสมัยนี้จะเป็นสมบัติของประเทศหลังจากโครงการนี้เสร็จสิ้น ทั้งหมดเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาล ไม่ใช่โครงการ ประชานิยม แต่แต่เป็นการสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ  ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงทางการคลัง ทุกบาทที่ใช้ต้องมีผลตอบแทนสูง และย้อนกลับมาเป็นความมั่นคงทางการคลังในระยะยาว
 

ประวัติ เผ่าภูมิ โรจนสกุล
ชื่อเล่น ออฟ
เกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2526 อายุ 40 ปี

การศึกษา

ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

MBA : University of Massachusetts at Boston

MA. Economics : University of Illinois at Chicago

Ph.D. Economics : University of Illinois at Chicago

สองสัปดาห์ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยสำเร็จ เผ่าภูมิ ยังออกมาอรรถาธิบาย เรื่องเดียวกันนี้ และมีชื่ออยู่ในโผครม. เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ถูกถามหาให้มาอธิบายดิจิทัลวอลเล็ต โดยสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด รวมถึง สุทธิชัย หยุ่น ที่เข้าไปคอมเมนต์ ในเฟซบุ๊กของสมบัติ ด้วย

คาด 8 ก.ย. แถลงนโยบายฯ ‘วันนอร์’ เผยรอ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ประสานเปิดประชุมสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557139

28 ส.ค. 2566

คาด 8 ก.ย. แถลงนโยบายฯ ‘วันนอร์’ เผยรอ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ประสานเปิดประชุมสภาฯ

ประธานสภา ‘วันนอร์’ เผยรอ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ประสานเปิดรัฐสภา แถลงนโยบายรัฐาล คาด 8 ก.ย.นี้ ชี้จำเป็นต้องมี ผู้นำฝ่านค้านฯ ขอ ก้าวไกล แจ้งสละสิทธิเพื่อให้พรรคลำดับถัดไป

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2566 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เปิดเผย ถึงกรอบเวลาการประชุมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งเบื้องต้นมีรายงานกำหนดไว้ในวันที่ 8 กันยายนนี้ เพื่อให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำคณะเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติได้ทันในวันที่ 20 กันยายนนี้ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาว่า เบื้องต้น ตนเองยังไม่ได้รับการประสานใด ๆ แต่คิดว่า ในวันดังกล่าวคงมีความพร้อม

 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หากรัฐบาลชุดใหม่ แจ้งเรื่องมาแล้ว ก็จะเรียกประชุมคณะกรรมการประสานงานรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา หรือ วิปทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวัน และเวลาการอภิปรายฯ ซึ่งการกำหนดระยะเวลาการแถลงนโยบายรัฐบาลนั้น ก็จะต้องพิจารณาถึงการแถลงนโยบายฯ ครั้งที่ผ่านมาว่า ใช้เวลาเท่าใด และ สส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา ต้องการใช้เวลาเท่าใด และคณะรัฐมนตรี ต้องการเวลาในการชี้แจงเท่าใด จึงจะสามารถกำหนดกรอบเวลาได้

คาด 8 ก.ย. แถลงนโยบายฯ ‘วันนอร์’ เผยรอ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ประสานเปิดประชุมสภาฯ

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล(ก.ก.) ไม่ขอรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า ตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภาฯ จำเป็นต้องมีผู้นำฝ่ายค้านฯ หากพรรคก้าวไกล ต้องการทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ก็ขอให้แจ้งมายังตนเอง เพื่อให้สิทธิกับหัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่มีเสียง สส.มากที่สุดในลำดับถัดมา และไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาฯ ขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ

โดยควรจะต้องเร่งดำเนินการ แม้จะไม่ได้มีการกำหนดเวลาไว้ แต่หากมีความพร้อมเมื่อใด สภาฯ ก็จะนำชื่อทูลเกล้าฯ แต่งตั้งทันที เพราะถือเป็นตำแหน่งสำคัญ และยังเป็นกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ และยังเป็นคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ส่วนหากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ลำดับที่ 1 สละสิทธิ์ และพรรคการเมืองลำดับที่ 2 หัวหน้าพรรคฯ ไม่ได้เป็น สส.จะทำให้สิทธิ์ตกลงไปให้กับพรรคการเมืองในลำดับถัดลงไปอีกหรือไม่นั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า ก็จะต้องพิจารณาถึงพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในลำดับถัดไป แต่หากหัวหน้าพรรคฯ ไม่ได้เป็น สส. หรือ สส.ที่มี ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคฯ ก็ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ 

โดยเชื่อว่า พรรคการเมือง จะสามารถจัดการเรื่องดังกล่าวได้ เหมือนครั้งหนึ่งที่พรรคเพื่อไทย ที่พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคฯ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้เป็น สส. จึงให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีต สส.เชียงใหม่ มาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคฯ แทน เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร โดยคาดว่า ภายในสัปดาห์นี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 จะเรียกประชุมพรรคการเมือง เพื่อแบ่งสัดส่วนกรรมาธิการฯ และตำแหน่งประธานกรรมาธิการ โดยหวังว่า จะแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้กรรมาธิการฯ ได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนต่อไป

‘พล.อ.ประวิตร’ ประชุม กบฉ. เคาะขยายต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 3 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557128

28 ส.ค. 2566

‘พล.อ.ประวิตร’ ประชุม กบฉ. เคาะขยายต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 3 เดือน

‘พล.อ.ประวิตร’ ประชุม กบฉ. เคาะขยายต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.66 – 19 ธ.ค.66 นับเป็นการขยายระยะเวลา ครั้งที่ 73 เดินหน้าสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนใต้ กำชับเข้ม ตรวจโรงงานสารประกอบระเบิด

 เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2566 พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 3/2566 โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference System)

‘พล.อ.ประวิตร’ ประชุม กบฉ. เคาะขยายต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 3 เดือน

โดยที่ประชุม ได้รับทราบผลการปฎิบัติงานตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ช่วงวันที่ 20 มิ.ย.66 20 ส.ค. 2566 ซึ่งมีแนวโน้มของสถานการณ์ ที่มีความสงบเรียบร้อยมากขึ้นตามลำดับ และมีสถิติการก่อเหตุความรุนแรงลดลง สามารถพัฒนาไปสู่การปรับลดพื้นที่ออกจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้มากขึ้น

‘พล.อ.ประวิตร’ ประชุม กบฉ. เคาะขยายต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 3 เดือน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ให้เข้มงวดตรวจสอบโรงงานที่เกี่ยวข้องกับสารประกอบระเบิด พร้อมเร่งรัดการช่วยเหลือ ฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โรงงานพลุดอกไม้เพลิงระเบิด ที่ผ่านมาโดยเร็วด้วย

จากนั้น ที่ประชุม กบฉ.ได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ปรับลดพื้นที่ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ออกจากพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เพื่อนำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯมาใช้แทน และขอขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ยกเว้น อ.ศรีสาคร ,อ.สุไหงโก-ลก,อ.แว้งและ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส อ.ยะหริ่ง , อ.มายอ ,อ.ไม้แก่น และ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี อ.เบตง และ อ.กาบัง จ.ยะลา ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 เดือน 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2566 – 19 ธ.ค. 2566 โดยเป็นการขยายระยะเวลา ครั้งที่ 73 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน ป้องกัน ระงับ ยับยั้งเหตุการณ์ในพื้นที่ให้ได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษาความสงบ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ด้วย โดยให้ สมช. เสนอเรื่องไปยัง ครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบ ต่อไป

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณ คณะกรรมการฯ หน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และกำลังพลทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท และกล้าหาญ อย่างน่าภาคภูมิใจ สามารถแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้(จชต.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อยที่ผ่านมา และมีสถิติการก่อเหตุฯลดลง ตามลำดับ พร้อมทั้งได้ขอบคุณประชาชนในพื้นที่ ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

‘พล.อ.ประวิตร’ ประชุม กบฉ. เคาะขยายต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 3 เดือน

รวมทั้งได้กำชับ สมช.ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการเตรียมความพร้อมแก้ปัญหา จชต.ในระดับนโยบาย ที่ต้องขับเคลื่อนให้ต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน มีความเป็นมืออาชีพ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเตรียมรับนโยบายจาก ครม.ชุดใหม่ ที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ด้วย ต่อไป

‘พล.อ.ประวิตร’ ประชุม กบฉ. เคาะขยายต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 3 เดือน
‘พล.อ.ประวิตร’ ประชุม กบฉ. เคาะขยายต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 3 เดือน

‘ชลน่าน’ ย้ำไม่ว่าอยู่กระทรวงไหนต้องยึดนโยบาย พท.เป็นหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557126

28 ส.ค. 2566

'ชลน่าน' ย้ำไม่ว่าอยู่กระทรวงไหนต้องยึดนโยบาย พท.เป็นหลัก

‘ชลน่าน’ เผยจัด ครม.เกือบ 100% แล้ว ชี้ผลเจรจาอาจไม่เป็นไปตามที่หวัง ย้ำทุกกระทรวงต้องยึดนโยบายเพื่อไทยเป็นหลัก

วันที่ 28 ส.ค.   นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความคืบหน้าของโผคณะรัฐมนตรี ว่า อยู่ในขั้นตอนที่พรรคเพื่อไทยกำลังรวมรายชื่อจากพรรคร่วม เสนอต่อนายกฯ ในการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อส่งต่อให้สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้เกือบ 100% แล้ว 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า สส. อีสานไม่พอใจการแบ่งโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีเนื่องจากกระทรวงสำคัญหลุดมือไปนพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีสมาชิกเกือบทุกพื้นที่ ที่รับฟังปัญหาจากประชาชน เรารับรู้รับทราบมาตลอดว่าต้องการอะไร เรารับฟังข้อเสนอ แต่เราอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล การเจรจาต่อรองเพื่อเป้าหมายหลักร่วมกันต้องนำมาพิจารณาด้วยซึ่งอาจทำให้บางกระทรวงที่คาดหวังว่าจะได้ทำอาจจะไม่เป็นไปตามความต้องการทำให้ความประสงค์ของ สส.ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังนัก แต่ขอให้มั่นใจว่าจะใช้นโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก และเอาของพรรคอื่นมาเสริมเติมแกร่ง ซึ่งนโยบายต่าง ๆ ได้คุยกับพรรคร่วมไปแล้วว่าใช้ของเพื่อไทยเป็นหลัก แล้วจะเขียนเป็นนโยบายรัฐบาลซึ่งคาดว่าจะออกมาในเร็ว ๆ นี้โดยไม่ว่าจะอยู่กระทรวงไหน ก็ต้องยึดนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก

ส่วนโผ ครม. มีชื่อพลเรือนคุมกระทรวงกลาโหม จะส่งผลต่อการทำงานหรือไม่ นพ.ชลน่าน ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่สิ้นสุด ยังตอบไม่ได้ว่ามีพลเรือน หรือคนมียศมีตำแหน่งหรือไม่ แต่ในยุคใหม่ กลไกการบริหารราชการแผ่นดินไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดผู้บริหาร ก็สามารถบริหารราชการแผ่นดินในกระทรวงนั้น ๆ ได้ ให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล เชื่อว่าคงไม่เป็นประเด็นอะไร โดยเฉพาะนโยบายของเราที่สร้างขึ้นมา ในเรื่องความสมานฉันท์ปรองดอง ลดความขัดแย้ง เมื่อทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันแล้วก็ จะช่วยกันทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของประเทศ 

‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557121

28 ส.ค. 2566

'พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ' จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา 'ตระกูลชิดชอบ' สยายปีก

เปิดเส้นทาง ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ ติดโผ ครม. เศรษฐา จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก

โผ ครม.เศรษฐา แม้จะยังไม่นิ่ง แต่มีชื่อของ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. หนึ่งใน “ตระกูลชิดชอบ” ติดอยู่ในโผเสมา 1 คุมกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นธรรมดาของคนนามสกุล “ชิดชอบ” ย่อมจะได้รับการจับตามองจากสังคม ทุกย่างก้าว เพราะเขามีศักดิ์เป็นลูกของ “ชัย ชิดชอบ” และเป็นน้องชายของ “เนวิน และเป็นพี่ชายของ ศักดิ์สยาม”

ตระกูลชิดชอบตระกูลชิดชอบ

ครั้งหนึ่ง ปู่ชัย เคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่ง เมื่อนักข่าวถามว่า “อยากให้ลูกคนไหน เป็น สส.บ้าง” ปู่ชัยตอบว่า “ไม่มีแล้ว ไม่มีใครเป็นแล้ว เนวิน เขาก็ไม่เป็น สส.แล้ว มีแต่ใครจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เป็นแล้ว ส่วนอีกคน พล.ต.ท.เพิ่มพูล (ยศในขณะนั้น) ก็เป็นนายพล เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ใครจะรู้ว่า นายพลตำรวจ ที่พ่อเคยบอกไว้ว่า ไม่น่าจะมีใครแล้ว กลับปรากฎชื่อติดโผ ครม.เศรษฐา ในฐานะ (ว่าที่) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูเหมือนว่า ไม่น่าจะมีความเกี่ยวพันกันเลยแม้แต่น้อย

หากจะไล่เรียงประวัติ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” จบการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับราชการตำรวจ ตั้งแต่ปี 2527 ที่สำนักงานเลขานุการ กรมตำรวจ ขณะที่พี่ชาย-เนวิน ชิดชอบ ได้เป็น สจ.บุรีรัมย์ ช่วงที่เนวิน บารมีเบ่งบาน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ

  • ยุครัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 2 จต. (จเรตำรวจ)
  • ยุครัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง กทม. (ตม.)
  • ยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัฒน์” ถูกเด้งจาก ตม.ไปเป็นอำนวยการจเรตำรวจ 
  • ยุค “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นจเรตำรวจ (สบ.8) ก่อนขยับมารับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฤดูกาลโยกย้าย 2562
  • พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2564

พล.ต.อ.เพิ่มพูน มีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อครั้งคดี “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ที่อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะ พล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นผู้ลงนามแทน ผบ.ตร. ในการไม่เห็นแย้ง สรุปเป็นอันคดียุติ และเขาเป็นคนเดียวที่รอดพ้นข้อครหา หลังมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบ 

ครั้งนั้น “พล.ต.อ.เพิ่มพูน” ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีในการไม่เห็นแย้งว่า “ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำตามปกติ ไม่มีอะไรเลย”

เนวิน ชิดชอบเนวิน ชิดชอบ

เส้นทางการเมือง ตระกูลชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีกการเมือง ถึงแม้ว่า เนวิน ชิดชอบ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจน 2 ของตระกูล จะยุติบทบาท และหันไปลุยการบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วน ศักดิ์สยาม ก็ถูกศาลสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรี จากปมซุกหุ้น ก่อนหน้านี้ ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของเนวิน กลายมาเป็นเจน 3 ของ ตระกูลชิดชอบ ที่กระโดดลงเล่นการเมือง สานต่อปู่ และ พ่อ ได้เป็น สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย แถมคราแรก มีชื่อติด “โผ ครม.” เก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แต่ด้วยอายุไม่ถึงเกณฑ์การเป็นรัฐมนตรี ชื่อของ เพิ่มพูน เลยปรากฎแทน

ศักดิ์สยาม ชิดชอบศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ เริ่มเข้ามาสู่การเมือง ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2512 รุ่นแรกก็คือชัย ชิดชอบ มาถึงเจเนอเรชั่น 2 คือ เนวิน, ศักดิ์สยาม และ ไชยชนก ชิดชอบนับเป็นเจเนอเรชั่น 3 รวมทั้ง เมื่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั่นหมายความว่า ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก สนามการเมือง ไปง่ายๆ แน่นอน

‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ รอปีหน้า ขีดเส้นส่งชื่อ ‘ครม.’ วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557114

28 ส.ค. 2566

'ดิจิทัลวอลเล็ต' รอปีหน้า ขีดเส้นส่งชื่อ 'ครม.' วันนี้

ขีดเส้นส่งชื่อ ‘ครม.’ วันนี้ นายกรัฐมนตรี เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นก่อน เดินหน้า ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ไตรมาสแรกปีหน้า

นายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การจัด ครม. วันนี้นิ่งทั้งหมดแล้ว หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาพูดคุยกันจนดึก ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล โดยวันนี้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเข้ามารับรายชื่อทั้งหมด เพื่อตรวจสอบ คาดว่า จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาได้เร็วกว่าช่วงกลางเดือนกันยายน เพราะพรรคเพื่อไทยได้เตรียมการไว้หมดแล้ว

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ส่วนขั้นตอนการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณสมบัติ เข้าใจว่าอาจจะใช้เวลา 2-3 วัน

นายกรัฐมนตรี มองว่า การแต่งตั้งรัฐมนตรี ต้องมีทั้งคนสมหวัง และผิดหวัง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็พยายามเต็มที่ให้ทุกคนได้รับตำแหน่ง อีกทั้งยังมีตำแหน่งที่ปรึกษา เลขา ที่จะต้องมาร่วมกันทำงานจากทุกภาคส่วน เมื่อมีคนเยอะขึ้นเราก็จะทำงานได้ดีขึ้น

โดยในระยะสั้นรัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนด้วยการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว มีการประชุมหลายคณะ รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะ และหาแนวทางแก้ไขด้านการบิน เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวร่วมกับผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบิน 8 แห่ง เพื่อหารือถึงการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว

โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ไตรมาสที่ 4 จะเป็นการกระตุ้นให้ภาคเอกชนเตรียมตัว และในช่วงต้นเดือนตุลาคมจะเป็นวันชาติจีน เพื่อให้ภาคธุรกิจ และการท่องเที่ยวจับตลาดในเวลานี้ให้ได้

ส่วนนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสแรกของปีหน้า