ศรีสุวรรณ ถล่ม ‘กรมราชทัณฑ์’ พฤติกรรมช่วย ‘นช.ทักษิณ’พ้นคุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556883

24 ส.ค. 2566

ศรีสุวรรณ ถล่ม 'กรมราชทัณฑ์' พฤติกรรมช่วย  'นช.ทักษิณ'พ้นคุก

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดศึกกับ “กรมราชทัณฑ์” ส่งเรื่องผ่าน ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ ซัดพฤติกรรม เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิด เปิดทางให้ “นช.ทักษิณ” พ้นจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ไปอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล สับเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวกับสภาพทางกาย-สุขภาพ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อ.เมืองนนทบุรี  จ.นนทบุรี    นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่า ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ทั้งระบบ มีส่วนช่วย นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร “นช.ทักษิณ”  ที่ต้องโทษจำคุก 8 ปี ตามคำพิพากษาของศาลอาญา  โดยที่นักโทษไม่ได้อยู่ที่เรือนจำ แต่ไปอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลตำรวจแทน  โดยเห็นว่าอาจเป็นทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดกัน เข้าข่ายร่วมกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ


ในคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา  ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ระบุถึงความไม่เชื่อในสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องของกรมราชทัณฑ์อ้างถึง   ประกอบด้วย การจัดให้  “นช.ทักษิณ ” อยู่ในกลุ่มเปราะบาง เพราะอายุเกิน 70 ปี   อ้างถึงการป่วยถึง 4 โรคคือ โรคกล้ามเนื้อขาดเลือด , โรคปอดอักเสบเนื่องมาจากติดเชื้อโควิด-19 , โรคความดันโลหิตสูง  และ โรคกระดูกสันหลังเสื่อม ต้องเฝ้าระวังรักษาอย่างต่อเนื่องหลายโรค ที่ต้องดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง

 “การอ้างสุขภาพ ขัดหรือแย้งต่อพฤติกรรม อยู่ต่างประเทศออกมาโชว์ฟิตปั๋ง  เดินทางไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่เห็นแสดงอาการของคนป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพ แต่พอเข้าไปในรั้วของเรือนจำ กลับเป็นชายแก่อมโรค ที่กรมราชทัณฑ์ต้องดูแล และยังไม่ทันข้ามคืน ก็อนุมัติให้ไปนอนรักษาตัวบนเตียงนอนนุ่ม ๆ โรงพยาบาลตำรวจ” 

สับ นช.ทักษิณ สุดอภิสิทธิ์ไม่ต้อง “กล้อนผม” 

การอ้างเหตุผลมีอาการความดันขึ้นสูง    และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีพอรักษา  เป็นที่ครหาของสังคมและญาติผู้ต้องขัง  นอกจากนี้ ในส่วนของทรงผม   อ้างว่าไม่ต้องตัด ไม่ต้องกล้อนผมอย่างนักโทษทั่วไป เพราะเป็นผู้ใหญ่และเป็นผู้สูงอายุนั้น ถือได้ว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ขัดต่อระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการตัดผมผู้ต้องขัง พ.ศ.2565 ที่บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.65 เป็นต้นมาแล้ว โดยในระเบียบดังกล่าวกำหนดไว้ชัดเจนในข้อ 9 ว่า  “นักโทษเด็ดขาดชายให้ไว้ผมสั้น ด้านหน้าและด้านกลางศีรษะยาวไม่เกิน 5 ซม. ชายผมรอบศีรษะเกรียนชิดผิวหนัง” และระเบียบดังกล่าวไม่ได้มีข้อกำหนดเป็นข้อยกเว้นไว้ให้จะเลี่ยงไม่ตัดไม่ได้

พฤติการณ์และการกระทำของผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์ มีข้อพิรุธอีกมากมายที่สังคมไทยไม่ควรปล่อย ให้ระบบราชการของรัฐใช้อำนาจหรือดุลยพินิจที่อาจขัดต่อระเบียบ กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ 2560 ม.27 ประกอบ ปอ.ม.157 อันเกี่ยวกับการห้ามการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวกับสภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคมได้  ด้วยเหตุนี้องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความพร้อมพยานหลักฐานมายื่นร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง  นายศรีสุวรรณ ระบุ

ศรีสุวรรณ ถล่ม 'กรมราชทัณฑ์' พฤติกรรมช่วย  'นช.ทักษิณ'พ้นคุก

ศรีสุวรรณ จรรยา   ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่า ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์  มีส่วนช่วย  “นช.ทักษิณ” 

เครือข่ายนักศึกษาประชาชน ร้องกระทรวงยุติธรรม ทำงานรับใช้ครอบครัวชินวัตร

ที่กระทรวงยุติธรรม   ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร    กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย   ( คปท.  ) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล และ นายนัสเซอร์ ยีหมะ   พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง   ได้ยื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์   ระบุถึงการเลือกปฏิบัติต่อ นายทักษิณ   ชินวัตร หลังจากเข้ารับโทษในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ  โดยมี นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์   รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  เป็นตัวแทนมารับหนังสือ


นายพิชิต ระบุว่า สังคมมีคำถามถึงการปฏิบัติตัวต่อนายทักษิณ ในฐานะนักโทษชาย ( นช.) และก่อนหน้านี้ครอบครัวได้โพสต์รูปนายทักษิณ  ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลและการออกกำลังกาย   แสดงให้เห็นถึงสุขภาพที่แข็งแรงมาโดยตลอด แต่เมื่อมาแสดงตัวและถูกคุมขังไม่กี่ชั่วโมง  กรมราชทัณฑ์ก็นำตัวออกไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ    สังคมจึงตั้งคำถามว่าป่วยจริงหรือไม่ เป็นการทำเพื่อครอบครัวชินวัตรหรือไม่ เพราะคนที่ป่วยไม่ได้รับสิทธิเช่นนี้ จึงเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ 

กรมราชทัณฑ์   ควรบังคับใช้ระเบียบผู้ต้องขัง แบบไม่มีข้อยกเว้น เพราะนายทักษิณ ต้องโทษทุจริตคอรัปชั่น เป็นความผิดระดับประเทศ ไม่ได้ความผิดต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังนั้นระเบียบข้อบังคับจึงควรเท่าเทียมกับทุกคน  ถ้าเลือกปฏิบัติเฉพาะนายทักษิณ สังคมไทยจะรับไม่ได้             ” ถ้าอยากให้ชัดเจน ต้องทำให้ความจริงปรากฎ  ต้องมีความเป็นธรรม  และต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน กรณีที่อ้างว่า ตัดผม หากอายุเกิน70ไม่ตัดผม  ก็ต้องออกมาชี้แจงให้ชัดว่า นักโทษที่อายุเกิน 70  ปี ทุกคน ตัดหรือไม่”  นายนัสเซอร์ ยีหมะ    กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย   ( คปท.  )   กล่าวกับ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  จากนั้นมวลชน จึงแยกย้ายกันเดินทางกลับ

‘จุรินทร์’ ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น ‘ปชป.’ พร้อมทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556877

24 ส.ค. 2566

'จุรินทร์' ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น 'ปชป.' พร้อมทำหน้าที่ 'ฝ่ายค้าน'

‘จุรินทร์’ ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น ‘ปชป.’ พร้อมทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน ไม่ห่วงต้องทำงานกับ ‘ก้าวไกล’ แม้จุดยืนบางเรื่องไม่ตรงกัน แต่มีหน้าที่เดียวกัน

24 ส.ค. 2566 เวลา 16:00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงสถานการณ์การเมืองวันนี้ว่า ตนขอแสดงความยินดี กับ นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากนี้ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็ถือว่าจะทำหน้าที่ในฐานะ “ฝ่ายค้าน” เพื่อตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนให้ เต็มกำลังความสามารถต่อไป

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ ปชป.พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ ปชป.พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาธิปัตย์ได้มีการส่งสัญญาณที่จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า ตนได้พูดมาแต่ต้นในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันคำเดิมว่า ไม่เคยมอบหมายผู้ใดเป็นตัวแทนให้ไปเจรจาตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใด ซึ่งก็รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เมื่อคุณเศรษฐาได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ ก็แสดงความยินดีด้วย ต่อไปนี้เราก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน และจะทำหน้าที่ให้เต็มกำลังความสามารถให้ประชาชนได้มั่นใจว่าเราจะทำหน้าที่ของเราเต็มที่ 

ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบนั้น การทำงานจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของการที่จะต้องหารือกันต่อไปในอนาคต และแต่ละพรรคก็มีจุดยืนของตัวเอง มีสิทธิ์ในการที่จะทำหน้าที่ของตัวเอง ต่างกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่จะต้องไปในทางเดียวกัน เกือบจะเรียกว่าเต็ม 100% ตามหลักการของระบบรัฐสภา

'จุรินทร์' ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น 'ปชป.' พร้อมทำหน้าที่ 'ฝ่ายค้าน'

“แต่ฝ่ายค้านแต่ละพรรคก็มีจุดยืนของตัวเอง แต่หน้าที่หลักก็คือการตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนเหมือนกัน เพียงแต่ว่ารายละเอียดจุดยืนอะไรที่ต่างกันก็ต้องต่างกัน อันนั้นเป็นเรื่องที่ผมเข้าใจว่าประชาชนเข้าใจได้ จะให้ประชาธิปัตย์เหมือนก้าวไกล 100 % นั้นก็ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ เพราะจริงๆ บางเรื่องก็อาจจะไม่ตรงกัน แต่มีหน้าที่ตรงกัน คือตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน” นายจุรินทร์กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นใน ปชป. ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างไร นายจุรินทร์ ชี้แจงว่าเมื่อมีผู้ร้องมา ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ ไปตามข้อบังคับพรรค ซึ่งเป็นเรื่องภายใน หัวหน้าพรรคไม่สามารถทำเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อมีสมาชิกร้องมา ส่วนกรณีที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ตนไม่ขอให้ความเห็น แต่ทุกอย่างเป็นไปตามที่โฆษกของที่ประชุม สส.ได้ออกมาแถลงหลังการประชุม ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของกรรมการสอบสวนที่จะดำเนินการสอบสวนต่อไป

นายเดชอิศม์ ขาวทอง และ สส.กลุ่ม16 โหวต เห็นชอบ หนุน นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีนายเดชอิศม์ ขาวทอง และ สส.กลุ่ม16 โหวต เห็นชอบ หนุน นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า มติที่จะขับออกจากพรรค อยู่ที่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคและสส.ของพรรคใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า ตนไม่ขอพูดไปไกลขนาดนั้นเพราะจะกลายเป็นว่าพูดเลยก่อนที่คณะกรรมการสอบสวนจะสอบ ตนมีหน้าที่แค่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาสอบสวน ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามผลที่จะมีการสอบสวน 

'จุรินทร์' ยินดี เศรษฐา นั่งนายกฯ ลั่น 'ปชป.' พร้อมทำหน้าที่ 'ฝ่ายค้าน'

ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556870

24 ส.ค. 2566

ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ

ตัวแทนสาขาอีสาน ปชป. ยื่นหนังสือ จี้ ‘จุรินทร์’ หัวหน้าพรรคและ กก.บริหารพรรค ปชป. เร่งขับ 16 งูเห่า พ้นพรรค หลัง แหกมติไปโหวต เศรษฐา นั่งนายกรัฐมนตรี ชี้ ไม่ได้เกลียด แต่จะได้จากกันด้วยดี ไปอยู่พรรคที่เขาเป็นรัฐบาล

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2566 กลุ่มตัวแทนสาขา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ภาคอีสาน เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีมติขับ16 สส. ที่โหวตสวนมติพรรคที่ให้งดออกเสียง กรณีลงมติเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

หนังสือที่ยื่นให้นายจุรินทร์ระบุว่า พวกเราในฐานะตัวแทนสาขา และเขตเลือกตั้งจากหลายจังหวัดภาคอีสาน ต่างได้รับการสอบถาม และตำหนิถึงพฤติกรรมของ สส.กลุ่มนี้ แต่พวกเราไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคาดหมายได้ว่าเขาต้องการยึดพรรคเพื่อร่วมรัฐบาล เราจึงได้แสดงถึงจิตสำนึกที่จะปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมในครั้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม พวกเราแม้จะเจ็บจากพฤติกรรมของบุคคลกลุ่มนี้ แต่ไม่ได้โกรธหรือเกลียดในทางที่พวกเขาเลือก แต่รู้สึกยินดีที่จะสนับสนุนให้เขาได้เดินไปในแนวทางที่เขาต้องการ 

ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ขับ 16 สส.พ้นพรรคตัวแทนปชป.อีสาน จี้ขับ 16 สส.พ้นพรรค

ทั้งนี้ มีวิธีการเดียวคือ ใช้มติกรรมการบริหารพรรคขับบุคคลกลุ่มนี้ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสไปอยู่กับพรรคใหม่ที่เป็นรัฐบาลได้ ซึ่งจะเป็นการจากกันด้วยดี

พวกเราซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคอีสานกลุ่มหนึ่ง จะขอทำหน้าที่ช่วยกันฟื้นฟู เพื่อรักษาพรรคให้เป็นพรรคที่เป็นทางเลือกให้สังคมต่อไป

ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ
ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ
ตัวแทนปชป.อีสาน จี้ ‘จุรินทร์’ ขับ 16 สส. พ้นพรรค ปมโหวตนายกฯ

ปดิพัทธ์   แบ่งรับแบ่งสู้   ‘ก้าวไกล’  ส่งต่อ ‘ประชาธิปัตย์’ ผู้นำฝ่ายค้าน 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556868

24 ส.ค. 2566

ปดิพัทธ์   แบ่งรับแบ่งสู้   'ก้าวไกล'  ส่งต่อ 'ประชาธิปัตย์' ผู้นำฝ่ายค้าน 

รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในโควตาเดิม “ก้าวไกล” ปดิพัทธ์ สันติภาดา ระบุตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในขณะนี้ อาจจะมีสูตรที่พรรคก้าวไกล ส่งไปให้อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์ รอการตกผลึกของพรรคว่าจะเลือกอย่างไร ส่วนตัวเองได้หมดหากพรรคว่าอย่างไรก็ตามนั้น

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า  ข่าวที่พรรคก้าวไกล จะสละสิทธิ์ตำแหน่ง  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร “ผู้นำฝ่ายค้าน”  ให้กับพรรคประชาธิปัตย์   อันจะทำให้เหลือบทบาทในส่วนของ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร” ที่ตนทำหน้าที่  เรื่องนี้เป็นกระบวนการตัดสินใจของพรรคก้าวไกลที่จะหารือกัน  ทั้งนี้ตนไม่ได้อยู่ในคณะเจรจา และไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการบริหารพรรค  กระบวนการตัดสินใจจึงอยู่ที่พรรคก้าวไกลโดยตรง 

เป้าหมายของตนต่อการทำหน้าที่ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร”    แต่แรกเริ่มเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และสภาผู้แทนราษฏร  ตามวิสัยทัศน์ที่ตนต้องการคือทำให้สภา SMART  ( น่าเชื่อถือ)   และ OPEN    (เปิดกว้าง)   หรือหากจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยน หลังพรรคก้าวไกลมีการชั่งน้ำหนักระหว่างตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน”   ก็พร้อมยอมรับตามที่พรรคก้าวไกล  มีมติออกมา 

เขา กล่าวว่า   ปัญหาการท้วงติงที่เกิดขึ้นกับตน  ทั้งการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงหมูกะทะแก่แม่บ้านรัฐสภา และการแต่งกาย   มองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ไม่ได้มีประเด็นใด ๆ และไม่ได้มองเป็นเรื่องทางการเมือง เพราะ สส.ก็มีสิทธิที่จะประท้วงได้ และตราบใดที่ยึดข้อบังคับการประชุมสภา และปฏิบัติตามระเบียบก็ไม่มีความกังวลใด ๆ ส่วนการทำงานของตน แม้พรรคก้าวไกลจะต้องเป็นฝ่ายค้าน แต่การทำหน้าที่ของรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเป็นกลาง อำนวยการประชุมทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล   เขา กล่าว

ปดิพัทธ์   แบ่งรับแบ่งสู้   'ก้าวไกล'  ส่งต่อ 'ประชาธิปัตย์' ผู้นำฝ่ายค้าน 

ปดิพัทธ์ สันติภาดา   สส. พิษณุโลก พรรคก้าวไกล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ( คนที่1)

‘ณัฐชา’ แฉ ดีลลับไฟเขียว สว.โหวต ‘เศรษฐา’ บ่ายโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556850

24 ส.ค. 2566

'ณัฐชา' แฉ ดีลลับไฟเขียว สว.โหวต 'เศรษฐา' บ่ายโมง

‘ณัฐชา’ เชื่อดีลลับส่งสัญญาณให้ สว. โค้งสุดท้ายก่อนโหวต ‘เศรษฐา’ จับตา 35 รมต. เห็นภาพชัดใครต่อรองตำแหน่งบ้าง ส่วนรองปธ.สภาฯ ‘หมออ๋อง’ ทำต่อ แต่งง ‘ก้าวไกล’ อยู่สถานะไหน ขออะไรไม่เคยได้

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล เชื่อเลือก นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น สว. มีการเจรจากันช่วงสุดท้ายก่อนโหวต เนื่องจากเช้าวันนั้น ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ สว. ที่รู้จักหลายคน ยังไม่มีสัญญาณมา จนกระทั่ง 11.00น. ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะโหวตให้นายเศรษฐาหรือไม่ หรือ สว.บางคนยังคงอภิปรายในลักษณะที่ไม่เห็นชอบนายเศรษฐา มาโค้งสุดท้ายประมาณ 13.00น. มีสัญญาณไฟเขียวจะโหวตให้นายเศรษฐา ดังนั้นระหว่าง 11.00-13.00 น. เกิดอะไรขึ้น เชื่อว่าจะต้องมีการเจรจารอบนอกแน่นอน และปฏิเสธไม่ได้ว่า การจับมือของพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติมีเรื่องของ สว. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน

ส่วนการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ นายณัฐชา กล่าวว่า มอบอำนาจไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร แต่ครั้งนี้ถือเป็นอำนาจใหม่ที่ประชาชนเคลือบแคลง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจมาจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และได้ยึดครองอำนาจมานานกว่า 9 ปี ก่อนจะส่งมอบให้กับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง จึงยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยในหลายๆขั้นตอน 

ส่วนการอ้างนิมิตรใหม่ที่ดีของพรรคขั้วตรงข้ามมาอยู่ในรัฐบาลเดียวกัน นายณัฐชา มองว่า คำว่าสมานฉันท์ปรองดองเป็นความหมายที่ดี แต่ต้องดูเบื้องหลังการสมานปรองดองของ คนที่ขัดแย้งกันมานานกว่า 10 ปี สุดท้ายจับมือกันและบอกทลายความขัดแย้ง ซึ่งมองว่า ต้องมีข้อเจรจาที่ตกลงกันได้ แต่คืออะไร ประชาชนยังไม่ทราบ

ทั้งนี้ขอให้ดูหน้าตารัฐมนตรีทั้ง 35 คน ออกมาก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้นว่า มีการเจรจาต่อรองตำแหน่งใดใดบ้าง ส่งผลกระทบกับประชาชนอะไรบ้าง และจะเป็นคำตอบให้กับประชาชนว่า รัฐบาลชุดนี้วางอยู่บนความไว้วางใจของประชาชนได้หรือไม่

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เคยประกาศไว้ว่าจะตั้ง สสร. มาแก้ไขทั้งฉบับนั้น ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่เคยบอกว่า จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วาระแรก แต่จะทำได้อย่างแน่นอน ถ้ามีความตั้งใจ แต่ความจริงใจต้องพิสูจน์จากที่มาของสสร. ที่ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% 

ส่วนตำแหน่งของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 นั้น นายณัฐชา กล่าวว่า ยังต้องให้นายปดิพัทธ์ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เนื่องจากเป็นกลไกที่ได้มาโดยชอบ การเลือกตั้งของที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนกติกาที่ว่าพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถเป็นประธานหรือรองประธานสภาได้นั้น

ฉะนั้นตอนนี้พรรคก้าวไกลอยู่ในสถานะก้ำกึ่ง จะพูดว่าเป็นฝ่ายค้านก็ไม่ได้เต็มปาก เพราะได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ขอประธานสภาฯก็ถูกกีดกัน ขอนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ ล่าสุดขอเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้เป็น ต่อมาจะขอเป็นฝ่ายค้านก็ยังโดนกฎกติกาต่างๆ สถานการณ์ต่อจากนี้พรรคก้าวไกลคงจะเป็นฝ่ายค้านโดยการกระทำ หรือ พฤตินัย แต่นิตินัยยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากยังคงสนับสนุนให้นายปดิพัทธ์ ทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มความสามารถ เพราะเคยแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและต่อการพัฒนาสภาผู้แทนราษฎรในส่วนของผู้นำฝ่ายค้านนั้นเราเห็นว่าเป็นเรื่องลำดับรองลงไป ประกอบกับหัวหน้าพรรคที่จะต้องมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายค้านก็ยังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่อีก เพราะฉะนั้นเรายังคงไม่ได้เรียกว่าเป็นหนังเต็มรูปแบบโดยนิตินัย 

เมื่อถามว่าอาจจะต้องยกตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านให้พรรค รองลงมา คือ พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ โดยกฎกติกา ไม่สามารถทำได้ ต้องเป็นพรรคอันดับ1 และตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ก็มีการแสดงออกที่หลากหลาย ส่วนจะต้องคุยกันหรือไม่ ฝ่ายค้าน ไม่ต้องประกาศจัดตั้งอยู่เป็นทางการ หรือลงนาม และยังไม่วางตัวบุคคลจัดสรร พรรคใดได้กรรมธิการชุดใด หลังจากนี้จะเลือกและสรรหา เบื้องต้นได้ 12 คณะ จากจำนวน สส.ก้าวไกล 151 เสียง 

‘สมศักดิ์’ เผย ‘ครม.เศรษฐา1’ กระทรวงใหญ่มากๆ นิ่งหมดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556842

24 ส.ค. 2566

'สมศักดิ์' เผย ‘ครม.เศรษฐา1’ กระทรวงใหญ่มากๆ นิ่งหมดแล้ว

‘สมศักดิ์’ เผย ‘ครม.เศรษฐา1’ แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี กระทรวงใหญ่มากๆ นิ่งหมดแล้ว ยังเหลือกระทรวงขนาดกลาง ที่หลายพรรคอยากได้ตรงกัน คาดต้นสัปดาห์หน้า จัด โผครม. เสร็จ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หรือ ‘ครม.เศรษฐา1’ ว่า เท่าที่ได้ฟังจากนายเศรษฐา ทราบว่าาการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเสร็จสิ้นในต้นสัปดาห์หน้า เพราะขณะนี้แต่ละพรรคการเมืองยังไม่นิ่ง ยังไม่จบ 100%

“นายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะไปนั่งคุมแต่ละกระทรวงเพื่อขับเคลื่อนงาน ตอนนี้กระทรวงใหญ่มากๆ นั้น นิ่งแล้ว ส่วนกระทรวงขนาดกลางๆ ที่ยังไม่นิ่ง เพราะมีหลายพรรคที่อยากได้ตรงกัน”นายสมศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงความชัดเจนที่จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีนายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบเลย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กระทรวงใหญ่ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์ ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาล  และมีโผครม.ออกมาอย่างต่อเนื่อง

‘พรรคเป็นธรรม’ หนุน ‘ก้าวไกล’ กอดเก้าอี้  ‘รองประธานสภาผู้แทนราษฎร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556844

24 ส.ค. 2566

'พรรคเป็นธรรม' หนุน 'ก้าวไกล' กอดเก้าอี้  'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'

กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม    แนะ “พรรคก้าวไกล”   สถานการณ์ในขณะนี้ควรรักษาโควตาที่ยังคงมีอยู่ในฐานะ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร”   เชื่อเอื้อต่อการทำงานในระบบมากกว่า เมื่อเทียบกับตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร”  

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม    เปิดเผยว่า    ภายหลังจากมีพระบรมราชโองโปรดเกล้าฯ ให้นายเศรษฐา  ทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี   ทำให้การทำงานของพรรค “ก้าวไกล ” ที่มาอยู่ในซีกของฝ่ายค้านคงเหลือเพียง  ตำแหน่ง  “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร”     ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้   และอีกหนึ่งตำแหน่งคือ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร   ดังนั้นสิ่งที่พรรคก้าวไกล ต้องพิจารณานับจากนี้ก็คือ  จะรักษาตำแหน่งใดไว้  ระหว่าง “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร”  กับ  “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” 


ทราบว่าขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลกำลังพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่ง    อย่างไรก็ตามความเห็นส่วนตัว   ตนมองว่าบทบาทของ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร” น่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า  เพราะเป็นการทำงานในฐานะของฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร     ก็จะมีบทบาทในการเสนอญัตติต่างๆ    ดังนั้นต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ระหว่างผู้นำฝ่ายค้านกับ ตำแหน่งรองประธานสภาฯ  ว่าตำแหน่งใดจะทำงานได้มากน้อยกว่ากัน เพียงแต่ในมุมของตนเชื่อว่า  การรักษา  “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร” น่าจะดีที่สุดต่อพรรคก้าวไกล 

'พรรคเป็นธรรม' หนุน 'ก้าวไกล' กอดเก้าอี้  'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'

ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  ขณะนี้ทำหน้าที่ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ( คนที่ 1 )

เดือด ‘ชวน’ กรีด ‘กลุ่ม 16’ ดิ้นรนอยาก ‘ร่วมรัฐบาล’ แอบไปเจรจา แต่เขาไม่รับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556834

24 ส.ค. 2566

เดือด 'ชวน' กรีด 'กลุ่ม 16' ดิ้นรนอยาก 'ร่วมรัฐบาล' แอบไปเจรจา แต่เขาไม่รับ

ประชาธิปัตย์ ลุกเป็นไฟ ‘ชวน หลีกภัย’ กรีด ‘กลุ่ม 16’ ดิ้นรนอยากเป็นรัฐมนตรี อยากเข้า ‘ร่วมรัฐบาล’ แอบไปเจรจาแต่เขาไม่รับ ซัดกลับ ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ ตัวการเป็นผู้ประกาศ “ใครฝ่าฝืนมติพรรค จะให้ลาออก”

ปรากฏการณ์ ‘16 สส.ปชป.’ โหวตหนุน นายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี กลายเป็นปมร้อนในพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ทำให้แกนนำเรียงหน้าออกมาซัดกันนัว ล่าสุด แกนนำระดับเสาหลักของปชป.ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

โดยเมื่อ วันที่ 24 ส.ค. 2566 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านรายการ มุมการเมือง ทางไทยพีบีเอส โดยยืนยันว่านายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา “กลุ่ม16” เป็นผู้ประกาศว่า ผู้ใดฝืนมติพรรคจะให้ลาออกจากพรรค ซึ่งเชื่อว่ามีเจตนามุ่งมาที่ตน เพราะไม่เห็นด้วยที่จะให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล ต่างกับจุดยืนของ “กลุ่ม16” ที่ต้องการร่วมรัฐบาล 

และในการประชุมพรรค ก่อนการโหวตนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา 1 ใน กลุ่ม16 เป็นผู้แจ้งต่อที่ประชุมเองว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เข้าร่วมรัฐบาล ก่อนจะมีมติพรรคให้งดออกเสียง แต่เมื่อถึงวันโหวตกลับมีสส.ประชาธิปัตย์ที่โหวตให้นายเศรษฐา ซึ่งนายชวน ยอมรับว่า ไม่รู้ว่ามีการเจรจากันอย่างไร เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิ์โหวตภายหลัง

นายเดชดิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา แกนนำ กลุ่ม16 ยุคใหม่ปชป.นายเดชดิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา แกนนำ กลุ่ม16 ยุคใหม่ปชป.

“ความดิ้นรนอยากเป็นรัฐบาล ต้องผ่านพรรค เป็นมติพรรค ไม่ได้เป็นปัญหา อยากร่วมรัฐบาลก็ทำได้ ไม่ใช่แอบไปเจรจาแล้วเขาไม่รับ” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมพรรค ตนพูดว่าไม่อายหรือที่ไปเสนอตัว เพราะนายเศรษฐา เคยประกาศแต่แรกว่าจะไม่เชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล แต่ยังไปติดต่อด้วยตัวเอง ไปเจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร ด้วยตัวเอง ซึ่งความดิ้นรนนี้ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของพรรคเสียหาย

นายชวน กล่าวอีกว่า ได้สอบถามจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้ ซึ่งนายจุรินทร์ ยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงเชื่อว่ามีการเจรจาโดยแกนนำกลุ่มไม่กี่คน ซึ่งมีความดิ้นรนอยากเป็นรัฐมนตรี และอยากเข้าร่วมรัฐบาล

‘เพื่อไทย’ ยันโครงการ ‘เงินดิจิทัล 10,000’ ทำจริง คาดทันใช้สงกรานต์ปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556815

24 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' ยันโครงการ 'เงินดิจิทัล 10,000' ทำจริง คาดทันใช้สงกรานต์ปีหน้า

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ทำแอปฯปลอม อ้างให้ลงทะเบียนรับ “เงินดิจิทัล 10,000 บาท ยืนยัน ทำจริงคาดให้ประชาชนทันใช้สงกรานต์ปีหน้า

24 ส.ค. 2566  นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีนโยบายกระเป๋าเงิน ดิจิทัล 10,000 ของพรรคเพื่อไทย หาที่มีมิจฉาชีพ ทำแอปพลิเคชันแอบอ้าง ลงทะเบียนเงินดิจิทัล 10000 บาท ว่า ช่วงนี้มีการแชร์ข้อความยกเลิกนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท และเผยแพร่แอปพลิเคชันปลอมให้ลงทะเบียนรับเงิน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 

ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

จึงอยากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เนื่องจากนช่วงนี้ยังอยู่ระหว่างเริ่มจัดตั้งรัฐบาล และรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้เข้าไปบริหารประเทศตามกฎหมาย จึงยังไม่ได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว แต่จะผลักดันนโยบายนี้แน่นอน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยโดยเร็วทันทีเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ เข้าไปบริหารประเทศ ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมความพร้อมในการผลักดันนโยบายให้เป็นจริงโดยเร็ว

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

ดังนั้น การที่ผู้ไม่หวังดีพยายามปล่อยข่าวปลอมว่าจะยกเลิกนโยบายดิจิทัลวอเล็ต จึงไม่เป็นความจริง เป็น Fake News ที่ต้องการทำลายความหวังของประชาชน เช่นเดียวกับที่มีผู้จัดทำแอปพลิเคชันอ้างลงทะเบียนเพื่อรอรับเงินดิจิทัล 10,000 บาทในขณะนี้ ที่อาจเป็นความพยายามที่จะหลอกลวงประชาชนหลงเข้าใจผิด

จึงขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการกระทำของมิจฉาชีพที่อาศัยจังหวะการจัดตั้งรัฐบาล มาทำร้ายประชาชน ที่มุ่งหวังจะดึงเอาข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จ้องจะดูดเงินในบัญชี

พรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000พรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากรัฐบาล ที่จะรายงานความคืบหน้าการผลักดันนโนบายเป็นระยะ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความโปร่งใส รวมทั้งเป็นการระวังป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ และขอเตือนไปยังแก๊งคอลเซนเตอร์และมิจฉาชีพให้หยุดการกระทำผิดกฎหมาย หยุดพฤติกรรมหากินบนความเดือดร้อนของประชาชน เพราะรัฐบาลใหม่ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มีแนวทางในการจัดการมิจฉาชีพเด็ดขาด จะไม่ปล่อยให้ลอยนวลต่อไปอีก รวมทั้งขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อจัดการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินคดีเอาผิดอยู่

พรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000พรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

ทั้งนี้ หากผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว กระบวนการโอนเงินนั้นจะโอนให้ประชาชนโดยตรง ไม่ผ่านกระบวนการใดๆ โดยจะเริ่มต้นนโยบายนี้ในต้นปีหน้า เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ก่อนสงกรานต์ ซึ่งขณะนี้กำลังดูเรื่องงบประมาณควบคู่ไปด้วย จึงขอให้ประชาชนรอฟังข่าวจากรัฐบาลทางเดียว
 

ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย  เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เตือนมิจฉาชีพ หลอกลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม ’20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556825

24 ส.ค. 2566

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม '20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

‘เดศอิศม์ นำทีม ’20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ แถลงโต้ ยันปมโหวต หนุน ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ ทำเพื่อประชาชน ชี้ไม่ใช่แหกมติพรรค ลั่นมีศักดิ์ศรี-เป็นฝ่ายค้านเต็มตัว ไม่กระเหี้ยนกระหือรือเป็นรัฐบาล ส่วนปมขับออก โว ถือเสียงส่วนใหญ่ “ใครขับใครกันแน่”

ที่รัฐสภา นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณี 16 สส.ปชป. กลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ลงมติเห็นชอบนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เริ่มไม่มีเอกภาพ ตั้งแต่การประชุมใหญ่วิสามัญ 2 รอบ ที่มีเจตนาให้องค์ประชุมล่มทั้ง 2 ครั้ง ทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรค และองค์ประชุมที่ต้องเดินทางมาจากทั้งประเทศ เกิดความเสียหายจากความเสียหายจากพรรคต้องเสียค่าใช้จ่าย 3-4 ล้านบาทต่อครั้ง

นายเดชอิศม์ ขาวทอง  นำทีม 20 สส.พันธุ์ใหม่ ปชป. แถลงโต้ปมโหวตหนุนนายเศรษฐา ทวีสินเป็นนายกฯนายเดชอิศม์ ขาวทอง นำทีม 20 สส.พันธุ์ใหม่ ปชป. แถลงโต้ปมโหวตหนุนนายเศรษฐา ทวีสินเป็นนายกฯ

นายเดชอิศม์ ยังกล่าวว่าการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2566 ในที่ประชุมพรรค มีความเห็นออกเป็น 3 เรื่อง

1.ไม่เห็นชอบ เราได้ซักถามถึงสาเหตุซึ่งส่วนใหญ่จะบอกว่าความขัดแย้ง ความโกรธในอดีตทำให้มีการโต้แย้งโดยเฉพาะกลุ่มส.ส.ใหม่ ที่โต้แย้งว่า อยากให้แยกหน้าที่ของส.ส.ปัจจุบันกับความแค้นในอดีตออกจากกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดการอคติ จนมีผู้ใหญ่บางคนได้วอร์กเอ้าเดินออกจากห้องประชุมไป

2.เห็นว่าควรเห็นชอบเนื่องจากประเทศเดินมาถึงทางตัน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกิดสุญกาศทางการเมืองนานไม่ได้

3.จำนวนมากมากบอกงดออกเสียง โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับการโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แต่ครั้งนั้นเรามีเงื่อนไขคือไม่สนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112

หลังจากนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงลุกขึ้นเสนอว่าอย่าโหวตกันเลยจริงๆ มันเป็นเอกสิทธิ์ สส.ซึ่งวันนั้นไม่ได้มีมติพรรค ก่อนปิดประชุมไป

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม '20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

ปชป.ยุคใหม่ ไม่รับ มรดกความขัดแย้ง คนยุคเก่า

นายเดชอิศม์ ยังกล่าวว่า ในวันที่ 22 ส.ค. 2566 หลังจากที่ได้ฟังการอภิปรายในภาพรวมเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายเศรษฐา ทวีสินเกือบ 100% รับได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับการบริหารประเทศ

เมื่อถึงการลงมติ 3 คนแรก คือนายจุรินทร์ลงมติ “งดออกเสียง” นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ และนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ “ไม่เห็นชอบ”

3 เสาหลักของพรรคซึ่งลงคะแนนไม่เหมือนกัน เราจึงเห็นว่า เช่นนี้จะเป็นมติพรรคหรือไม่เพราะคำว่ามติพรรคจะข้อยกเว้นไม่ได้

“เราจึงแยก1.พรรค 2.ประเทศชาติและประชาชนเราควรเลือกข้างไหน เราเอาทั้ง 2 ข้างแต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกเราจึงเห็นตรงกันว่าเราควรเลือกประชาชนไว้ก่อน ยิ่งเวลานี้พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงได้เกิน 250 และเป็นรัฐบาลสมานฉันท์กลุ่มกปปส.เคยขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กลุ่มเพื่อเนวินเคยเป็นงูเห่าออกจากพรรคแล้วไปจับมือท่านอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ เขายังสมานฉันท์กันได้

แล้วพวกเราเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่ทั้งหมดไม่เคยใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดงไม่เคยมีความขัดแย้งเราไม่ควรรับมรดกความขัดแย้งจากรุ่นเก่าๆ

ทุกคนจึงมีความเห็นว่าเพื่อให้ชาติเดินหน้าได้ควรสนับสนุนนายกรัฐมนตรีแต่ตัวพวกเรายังเป็นฝ่ายค้าน ย้ำว่าเป็นการโหวตเพื่อให้เขาเข้ามาทำหน้าที่ นั่นเป็นเหตุผลในการโหวตนายเศรษฐาเป็นนายกฯ”

ปชป.เป็นฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ

เมื่อถามว่าวันนี้ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านนายเดชอิศม์ กล่าวว่าณ วันนี้เราเป็นฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ เต็มตัว

ยืนยันว่าทั้งตัว สส. และศักดิ์ศรีความเป็นประชาธิปัตย์เราไม่กระเสือกกระสน กระเหี้ยนกระหือรือจะอยากไปเป็นรัฐบาล

หลักการประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมคือ1.เขาต้องเทียบเชิญ 2.ตัวพวกเราตัดสินใจเองไม่ได้ต้องเป็นมติกรรมการบริหารพรรคลงมติมติว่าอย่างไรทุกคนต้องปฏิบัติตาม

ส่วนที่มีการเสนอให้พรรคมีการลงโทษกรณีเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี นายเดชอิศม์ กล่าวว่า โทษในการที่ไปพบใครตนเป็น สส.รุ่นใหม่ เราคบทุกพรรคมีเพื่อนทุกพรรคระหว่างหน้าที่กับความรักความผูกพันธ์ หน้าที่กับความแค้นความชิงชังในอดีตเราแยกกันโดยเด็ดขาด พวกเราสนิทกับทุกพรรคถ้าการไปพบกันมีความผิดผมก็คงโดนประหารชีวิตไปนานแล้ว

“ต้องยอมรับพรรคประชาธิปัตย์ความเป็นเอกภาพไม่มีตั้งแต่องค์ประชุมล่ม 2 ครั้ง วันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้เมื่อไหร่ก็ต้องไปถามกลุ่มคนบางกลุ่มที่ทำให้องค์ประชุมล่มว่าเขาต้องการอะไร”

เมื่อถามต่อว่าการที่ลงมติเห็นชอบนายเศรษฐา เป็นการสร้างความเสียหายให้กับพรรค และยังมีเรื่องการไปพบกับพรรคการเมืองอื่นด้วย ซึ่งพรรคอาจจะมีการตั้งกรรมการสอบ ถึงขั้นขับออกจากพรรค นายเดชอิศม์ กล่าวว่า การขับออกจากพรรคต้อง สส.ร่วมกับกรรมการบริหารพรรคโดยใช้เสียง 3 ใน 4 ดูไปดูมาก็มาอยู่ตรงนี้หมดแล้ว ไม่รู้ใครจะขับใครกันแน่เสียงส่วนใหญ่อยู่นี่เกือบทั้งหมด

ยืนยันว่าเราไม่คิดที่จะขับใครออกจากพรรคมีแต่จะมีการพูดคุยเจรจา แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครที่คิดที่จะมาพูดคุยเจรจาไม่ว่าจะเป็นการเลือกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่หรือทิศทางใดๆเรายินดีพูดคุยบนพื้นฐานความเป็นเหตุเป็นผล แต่อย่างที่บอกเราไม่ใช่มรดกความขัดแย้งของใคร

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม '20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

“เราพร้อมที่จะออกจากความเป็น สส.ของพรรค พรุ่งนี้ มะรืนนี้ยังได้เลย หากเรามีความรู้สึกว่าเราทรยศประชาชน ฉะนั้นไม่ว่าคนใต้หรือคนทั้งประเทศ เราไม่เคยคิดทรยศ เราซื่อสัตย์ ทำงานให้กับประชาชน เรามาจากการเลือกตั้ง สิ่งที่เราแคร์ที่สุดคือชาติ ประชาชน ”นายเดชอิศม์กล่าว

นายเดชอิศม์กล่าว พรรคต้องเริ่มต้นจากการประชุมวิสามัยเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ได้ จึงอยากฝากไปถึงฝ่ายที่ทำให้องค์ประชุมล่มว่าจะทำอย่างไรให้องค์ประชุมครบ ส่วนจะแข่งขันก็เป็นปกติของพรรคประชาธิปัตย์ พวกเรายินดีที่จะร่วมด้วย ถึงแม้พวกตนแพ้ไม่ได้เป็นกรรมการบริพรรคเราก็ยินดีให้ความร่วมมือ สมัยที่แล้วปี 2562 ตนไม่ได้เลือกนายกจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรค แต่เมื่อมติที่ประชุมใหญ่เลือกนายจุรินทร์และคณะมาเป็นกรรมการบริหารพรรค พวกตนก็ทำหน้าที่ลูกพรรคที่ดี หลายครั้งที่มีขบวนการจะล้มนายจุรินทร์ แต่พวกตนไม่ยอมปกป้องมาตลอด แสดงให้เห็นว่าพวกตนยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย

‘เดชอิศม์’ กร้าว นำทีม '20 สส.ปชป.ยุคใหม่’ ลั่น ไม่รับมรดกขัดแย้ง คนยุคเก่า

เมื่อถามว่าพูดได้หรือไม่ว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์แตกแล้ว นายเดชอิศม์กล่าวว่า ยังไม่ถึงกับแตกหัก อาจจะมีความเห็นยังไม่ตรงกัน ยังมีเวลาและคิดว่าต้องลดทิฐิต้องมารับฟังกัน เพราะทุกคนมาจากประชาชน กว่าจะฝ่าฝันมาได้เป็นเรื่องยากมาก