กลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ แจง ‘งดออกเสียง’ ไม่ใช่มติพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556821

24 ส.ค. 2566

กลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ แจง 'งดออกเสียง' ไม่ใช่มติพรรค

กลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ ชี้แจงเหตุผล โหวต ‘เศรษฐา’ เผย ‘งดออกเสียง’ ไม่ใช่มติพรรค สส.ยุคใหม่ ไม่เอาความขัดแย้งในอดีตมาเป็นอคติ ยินดีลาออกทันที หากรู้สึกทรยศ ปชช.

กลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ รวมตัวแถลงข่าวชี้แจงกรณีโหวตสวนมติให้ เห็นชอบ “นายเศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคใต้ ระบุว่า ในที่ประชุม สส.พรรค เมื่อวันที่ 21 ส.ค. มีทั้งความเห็นไม่เห็นชอบ เห็นชอบ และงดออกเสียง 

ส่วนที่ “ไม่เห็นชอบ” สส.อาวุโส เห็นว่าเป็นเพราะความขัดแย้งในอดีต แต่ สส.รุ่นใหม่ ได้โต้แย้ง เพื่อขอให้แยกหน้าที่ สส.และความแค้นในอดีต เพื่อไม่ให้เป็นอคติตลอดไป จน สส.รุ่นใหญ่ออกจากห้องประชุม 

ส่วนหนึ่งให้ความ “เห็นชอบ” เพราะปัจจุบัน ประเทศประสบปัญหา ที่ไม่สามารถปล่อยให้เกิดสูญญากาศทางการเมืองได้ 

และยังมีกลุ่มที่ส่วน “งดออกเสียง” ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ จึงขอให้ที่ประชุมลงมติ เพื่อเป็นมติพรรคฯ ก่อนจะปิดประชุมไป

สำหรับการประชุมรัฐสภา 22 ส.ค. ได้ฟังภาพรวมการอภิปรายแล้ว ก็สามารถยอมรับในเศรษฐศาสตร์ได้เพราะมีปัญหาเพียงเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และได้พิจารณาการลงมติของนายจุรินทร์ ที่งดออกเสียง นายชวน และนายบัญญัติ ที่ไม่เห็นชอบ ซึ่งแตกต่างกัน จึงเห็นว่าการลงมติดังกล่าวไม่ใช่มติพรรคแล้ว เพราะหากเป็นมติพรรค จะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่สามารถขอยกเว้นได้ 

พวกตนได้พิจารณาถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน อีกทั้งพรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงข้างมากได้ และมีแนวคิดการเป็นรัฐบาลสมานฉันท์ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ไม่ควรรับมรดกความขัดแย้งในอดีต ประเทศชาติต้องเดินหน้า จึงสนับสนุนนายเศรษฐา ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน 

นายเดชอิศม์ ยืนยันว่า กลุ่มที่โหวตสวนมติพรรค ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศ หากรู้สึกทรยศประชาชน พร้อมลาออกทันที

แม้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ยังมีศักดิ์ศรีความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่เปิดโอกาสให้นายเศรษฐา เข้ามาทำหน้าที่ไม่กระเหี้ยนกระหือรือไปร่วมรัฐบาล เพราะต้องมีเทียบเชิญอยากทางการก่อน

ส่วนการขอให้ตรวจสอบตน กรณีทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตรที่ต่างประเทศ มองว่า เป็น สส. ยุคใหม่ แยกหน้าที่กับความโกรธแค้น ไม่ผูกพันกับความรัก เพื่อไม่ให้เกิดความลำเอียงกับอคติ หากการเดินทางไปพบคนต่างพรรค ตนคงมีโทษประหารไปแล้ว เพราะตนสนิทกับหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค 

ส่วนโทษการสวนมติพรรคจะถึงขั้นขับออกหรือไม่นั้น จะต้องใช้เสียง 3 ใน 4 ของ สส. ร่วมกับ กรรมการบริหารพรรค ก็ไม่มั่นใจ ใครขับใครกันแน่ เพราะเสียงส่วนใหญ่อยู่แถลงข่าวตรงนี้เกือบทั้งหมด 

นายเดชอิศม์ ระบุ ส่วนตัวตนเองไม่ได้คิดจะขับใครออกจากพรรค พร้อมเจรจาพูดคุยบนเหตุผลและความเป็นไปได้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีการพูดคุยใดๆ พร้อมยอมรับพรรคไม่มีความเป็นเอกภาพ ล่มตั้งแต่การเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทำให้เกิดความเสียหายและไม่ทราบจะเลือกอีกเมื่อไร ต้องไปถามกลุ่มคนบางกลุ่มที่ทำให้องค์ประชุมล่ม 

สำหรับสถานการณ์พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาทำงานร่วมกันเหมือนเดิมได้หรือไม่  ต้องเริ่มจากการประชุมวิสามัญฯ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ได้ ประชุมครบองค์และแข่งขัน ถือเป็นเรื่องปกติของพรรค แม้พวกตนจะแพ้ ก็ยังพร้อมให้ความร่วมมือเป็นลูกพรรคที่ดี เหมือนการเลือกเมื่อปี 2562 ตนไม่ได้เลืแกนายจุรินทร์ แต่พร้อมร่วมงานด้วย ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก เพียงแต่ความคิดเห็นยังไม่ตรงกัน ยังพอมีเวลาที่พูดคุย ลดทิฐิ รับฟังกัน 

หวานฉ่ำ ‘บิ๊กตู่’ มอบดอกไม้ต้อนรับ ‘เศรษฐา’ เข้าทำเนียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556823

24 ส.ค. 2566

หวานฉ่ำ 'บิ๊กตู่' มอบดอกไม้ต้อนรับ 'เศรษฐา' เข้าทำเนียบ

‘ประยุทธ์’ มอบดอกไม้ต้อนรับ พา’เศรษฐา’ ทัวร์ทำเนียบก่อนหารือกันเกือบชั่วโมง พร้อมจับมือ โบกมือทิ้งท้ายก่อนกลับ

วันที่ 24 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เดินทางมาที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หลังเพื่อหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นการส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 55 นาที 

โดยนายเศรษฐา เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยชุดสูทสีกรม และเนกไทด์สีเหลือง โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เพียงแต่โบกมือทักทายจากในรถเท่านั้น 

นอกจากนี้ มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ พานายเศรษฐา ทัวร์ทำเนียบรัฐบาลด้วย ก่อนนายเศรษฐาขึ้นรถพล.อ.ประยุทธ์ได้เดินมาส่ง พร้อมกับจับมือกัน และขณะที่นายเศรษฐาขึ้นรถ พล.อ.ประยุทธ์ได้โบกมือให้นายเศรษฐาด้วย 

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า ได้เผยภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ มอบช่อดอกไม้เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและต้อนรับกับนายเศรษฐา รวมไปถึงภาพจับมือและนั่งหารือภายในตึกไทยคู่ฟ้า 

หวานฉ่ำ 'บิ๊กตู่' มอบดอกไม้ต้อนรับ 'เศรษฐา' เข้าทำเนียบ
หวานฉ่ำ 'บิ๊กตู่' มอบดอกไม้ต้อนรับ 'เศรษฐา' เข้าทำเนียบ
หวานฉ่ำ 'บิ๊กตู่' มอบดอกไม้ต้อนรับ 'เศรษฐา' เข้าทำเนียบ

ปชป.ร้าวลึก ‘สามารถ’ จี้ ’16 สส.ปชป.’ ออกมาประกาศว่า “พร้อมเป็นฝ่ายค้าน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556813

24 ส.ค. 2566

ปชป.ร้าวลึก 'สามารถ' จี้ '16 สส.ปชป.' ออกมาประกาศว่า “พร้อมเป็นฝ่ายค้าน”

‘สามารถ’ จี้ ‘16 สส.ปชป.’ ออกมายืดอก ประกาศว่าพรรคไม่ใช่อะไหล่ ไม่ได้ต้องการรัฐมนตรี ‘พร้อมเป็นฝ่ายค้าน’ เพื่อเรียกศักดิ์ศรีของพรรคกลับคืนมา ย้ำต้องเป็นฝ่ายค้านทรงพลัง-สร้างสรรค์ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน

24 ส.ค. 2566 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ปชป. ไม่ใช่พรรคอะไหล่ ” ระบุว่า เศร้าใจยิ่งนักที่มีการเสนอข่าวว่า “16 สส.ปชป.” ที่โหวต “เห็นชอบ” ให้นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พร้อมเป็นอะไหล่ให้พรรคเพื่อไทยหากมีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่งต่อรองมากเกินไป จนทำให้พรรคเพื่อไทยไม่อาจยอมได้ ก็จะตัดพรรคนั้นออกไป แล้วเอา “16 สส.ปชป.” เข้ามาเสียบแทน โดยมีตำแหน่ง รมต. ให้

ปชป.ร้าวลึก 'สามารถ' จี้ '16 สส.ปชป.' ออกมาประกาศว่า “พร้อมเป็นฝ่ายค้าน”

ผมไม่รู้ว่ามีการเจรจาต่อรองระหว่าง “16 สส.ปชป.” กับผู้บริหารพรรคเพื่อไทยในทำนองดังกล่าวจริงหรือไม่ ? ถ้าจริง ก็ถือว่าเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของ ปชป. อย่างย่อยยับ ไม่เหลือความเป็นสถาบันทางการเมืองอยู่เลย

ถ้าเปรียบ ปชป. เป็นนักมวย ปชป. เคยเป็นมวยคู่เอกมาก่อน หากยอมเป็นอะไหล่ก็เท่ากับว่า “ยอม” ลดตัวเป็นมวยชกก่อนเวลา อนิจจา !

เราน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่ทำให้เรามี สส. แค่เพียง 25 คนเท่านั้น แต่จำนวน สส. 25 คน รวมกับอดีต สส. สมาชิกพรรค และ FC ปชป. ก็สามารถทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชนได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นฝ่ายรัฐบาล

ผมเชื่อว่า 16 สส. ยังคงมีความรักพรรค ปชป. ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคำว่า “อะไหล่” จะหมดไป และ “ศักดิ์ศรี” จะกลับคืนมาได้ก็ต่อเมื่อ “16 สส.ปชป.” ออกมายืดอก และประกาศก้องโดยเร็วที่สุดว่า…

“ปชป. ไม่ใช่พรรคอะไหล่ เราโหวตเห็นชอบ เพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้า มีรัฐบาลบริหารประเทศโดยเร็ว เราไม่ต้องการตำแหน่ง รมต. แต่เราจะเป็นฝ่ายค้านที่ทรงพลังและสร้างสรรค์ พร้อมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลทุกกระทรวงเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน”

ทั้งหมดนี้ ด้วยความรักและยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่มั่นคงตลอดมาเป็นเวลายาวนานกว่า 77 ปี รวมทั้งความรักต่อพี่น้อง ปชป. และ FC ปชป. ทุกท่านครับ

CR: ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

เปิดประวัติ ‘พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์’ ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 43

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556804

24 ส.ค. 2566

เปิดประวัติ 'พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์' ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 43

เปิดประวัติ “ผู้บัญชาการทหารบก” คนที่ 43 “พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์” ตท.23 เพื่อนร่วมรุ่น “พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง” จาก ผช.ผบ.ทบ. ขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ.

การประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายชั้นนายพล ของกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณาบัญชีการปรับย้ายนายทหารประจำปี 2566 ซึ่งมีนายทหารที่จะเกษียณอายุราชการ ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ก่อนหน้านี้มีกระแสของตัวเต็งที่จะได้นั่งเก้าอี้ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. คนที่ 43 ระหว่างพล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รอง ผบ.ทบ. กับ พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท. 23 

พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก คนล่าสุดพล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก คนล่าสุด


ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายชั้นนายพล เคาะชื่อ ผู้บัญชาการทหารบก คนล่าสุดคือ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ หรือ บิ๊กต่อ  โดย พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ขึ้นป็น รอง ผบ.ทบ.

สำหรับประวัติของ ผู้บัญชาการทหารบก คนล่าสุด พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์

เกิดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2507 ที่ จ.ลพบุรี บิดาเป็นทหารปืนใหญ่อยู่ที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี

การศึกษา

-โรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 23 (ตท.23)

-โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 34 (จปร.34)

-โรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่น 74

– รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยบูรพา 

ประวัติรับราชการ

– เป็นผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์

– ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์,

– รองแม่ทัพภาคที่ 1

– แม่ทัพน้อยที่ 1 

– แม่ทัพภาคที่ 1

– ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 

– รองผู้บัญชาการทหารบก


นอกจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก แล้ว ยังมีตำแหน่งที่ได้รับการพิจารณาเห็นชอบ ดังนี้ 

– พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.23) ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็น รอง ผบ.ทบ.

– พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี เตรียมทหารรุ่น 24 (ตท.24) เป็น ผบ.ทหารสูงสุด

– พล.ต.พนา แคล้วปลอดทุกข์ (ตท.26) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. 

‘หมอมิ้งค์’ จากขุนพลคู่กาย ‘ทักษิณ’ มาช่วยงานเศรษฐา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556799

24 ส.ค. 2566

'หมอมิ้งค์' จากขุนพลคู่กาย 'ทักษิณ'  มาช่วยงานเศรษฐา

เพื่อไทย ส่ง ‘หมอมิ้งค์’ อดีตนายกฯน้อยและขุนพลคู่กายนายกฯ ‘ทักษิณ’ ทำแฮททริกบนเก้าอี้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือ หมอมิ้งค์  จบคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเป็นข้าราชการประจำในตำแหน่งสูงสุดคือหัวหน้าฝ่ายแผนงานสาธารณสุข กองแผนงานสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ก่อนจะลาออกมาร่วมงานกับเครือชินวัตรของอดีตนายกฯทักษิณ

ตั้งแต่ ปี 2536 ในตำแหน่ง ผู้จัดการอาวุโสพัฒนาธุรกิจ บมจ. อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น  ตำแหน่งสุดท้ายคือซีอีโอ ของบริษัทชินแซทเทิลไลท์ คอมมิวนิเคชั่นส์ในปี2544

หมอมิ้งค์ ถูกพรรคพวกเครือข่ายคนเดือนตุลาที่ไปช่วยงาน ทักษิณ ชินวัตร แนะนำให้ดึงตัวเข้ามาช่วยงานด้านกลยุทธ์ เพราะเคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมีชื่อจัดตั้งว่า สหายจรัส จากเหตุการณ์ เดือนตุลา 2519  เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญการรณรงค์ทางการเมืองให้กับ ทักษิณ ชินวัตร ภายใต้คำขวัญ พลิกเมืองไทยให้แข่งกับโลก จนพรรคไทยรักไทย ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

ตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการในสังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมืองและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ถือเป็นด่านหน้าในการนำเรื่องราวขึ้นสู่การพิจารณาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่ง

หมอมิ้งค์ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาแล้วสองครั้งในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – ตุลาคม พ.ศ. 2545 และ  มีนาคม พ.ศ. 2548 – กันยายน พ.ศ. 2549 กระทั่งถูกรัฐประหารโดยคมช. และยังเคยดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมาแล้ว ถือเป็นบุคคที่อดีตนายกฯทักษิณ
ให้ความไว้วางใจอย่างมาก

‘โผครม.’ ‘เศรษฐา ‘1 ยังไม่นิ่ง แต่สมศักดิ์ – พวงเพชร มีเก้าอี้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556792

24 ส.ค. 2566

'โผครม.' 'เศรษฐา '1 ยังไม่นิ่ง แต่สมศักดิ์ - พวงเพชร มีเก้าอี้แล้ว

โคล้านตัวได้ไปต่อ สมศักดิ์ ได้เก้าอี้รองนายกฯ พวงเพชร ได้ดี นั่งรัฐมนตรีช่วยฯ หมอมิ้งค์ ได้เป็นนายกฯน้อย ‘โผครม.’ ‘เศรษฐา’ 1

ความคืบหน้าการจัดทำโผครม. เศรษฐา 1 ยังต้องใช้เวลาอีกระยะ เพราะพรรคร่วมยังต่อรองกันอย่างหนัก มีทั้งขอแลกเปลี่ยนกระทรวง และขอโควต้ารัฐมนตรีเพิ่ม  โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทย มีความชัดเจน อีกสองเก้าอี้ ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการฯให้กับแกนนำของพรรค

จากโผครม.ก่อนหน้านี้ ที่ไม่ปรากฏรายชื่อ นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มวังน้ำยม นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ล่าสุด นาย สมศักดิ์ ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่ต้องการขับเคลื่อน อย่างโครงการโคล้านตัว ที่เคยริเริ่มในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย 

ส่วนแกนนำอีกคนที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลการเลือกตั้งสส.กทม. ของพรรค อย่าง พวงเพชร ชุณละเอียด แม้จะพาผู้สมัคร สส. กทม. เขตลาดกระบัง ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ เข้าวินได้เพียงรายเดียว ก็จะได้นั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง และถูกจับตาว่าอาจเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ที่ก่อนหน้านี้ เป็นชื่อของ ธีรรัตน์ 

ส่วนตำแหน่งสำคัญ ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นตำแหน่งนายกฯน้อยในโผครม. เศรษฐา 1 เพราะมีบทบาทสำคัญในการจัดการแทนนาย ได้แก่ตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีการวางตัว นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือ หมอมิ้งค์ ขุนพลคู่กาย อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย จองเอาไว้แล้ว

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ว่าที่ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ว่าที่ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

หากหมอมิ้งค์ ได้เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จะถือเป็นการทำแฮททริก ในช่วงระยะเวลานับจากปี2544 – ปัจจุบันและจะเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย  ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกฯน้อยมาสองครั้งเท่ากัน คือนาย นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์

คืนดีกันแล้ว ‘อนุทิน-เศรษฐา’ คุยกันชื่นมื่น ปิดฉาก ‘ไล่หนู ตีงูเห่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556779

23 ส.ค. 2566

คืนดีกันแล้ว ‘อนุทิน-เศรษฐา’ คุยกันชื่นมื่น ปิดฉาก 'ไล่หนู ตีงูเห่า'

คืนดีกันแล้ว ‘อนุทิน-เศรษฐา’ คุยกันชื่นมื่น สวมกอดย้ำความสัมพันธ์ดี หลังเคยปะทะคารมช่วงหาเสียง ปิดฉาก ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ แค่กลยุทธ์พรรคเพื่อไทย

ที่พรรคเพื่อไทย ภายหลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว นายเศรษฐา ได้มีการถ่ายรูปร่วมกับทางพรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรค  314 เสียง ที่บริเวณหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ 

พรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรค 314 เสียงพรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรค 314 เสียง

โดยมีจังหวะหนึ่งที่ทางนายอนุทิน ชาญ​วี​ร​กุล​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้หันไปไหว้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30

คืนดีกันแล้ว ‘อนุทิน-เศรษฐา’ คุยกันชื่นมื่น ปิดฉาก 'ไล่หนู ตีงูเห่า'

และหลังจบพิธีรับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ปรากฏว่า ‘หนู อนุทิน-นิด เศรษฐา’ ทั้งคู่ ได้มีการพูดคุยกันอย่างชื่นมื่น จับอาการได้ว่า มีความสุข มีการหัวเราะต่อกระซิก​ 

คืนดีกันแล้ว ‘อนุทิน-เศรษฐา’ คุยกันชื่นมื่น ปิดฉาก 'ไล่หนู ตีงูเห่า'

และบางช่วงบางตอน ‘หนู-นิด’ ได้สวมกอดกันด้วย โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งถือเป็นการย้ำความสัมพันธ์ ที่กลับมาคืนดีกัน

คืนดีกันแล้ว ‘อนุทิน-เศรษฐา’ คุยกันชื่นมื่น ปิดฉาก 'ไล่หนู ตีงูเห่า'
คืนดีกันแล้ว ‘อนุทิน-เศรษฐา’ คุยกันชื่นมื่น ปิดฉาก 'ไล่หนู ตีงูเห่า'
คืนดีกันแล้ว ‘อนุทิน-เศรษฐา’ คุยกันชื่นมื่น ปิดฉาก 'ไล่หนู ตีงูเห่า'

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง 2566 แกนนำทั้งพรรคภูมิใจไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทย มีการปะทะคารมไม่ลงรอยกันมาก่อน แต่ ณ วันนี้ ปิดฉาก แคมเปญ ‘ไล่หนู ตีงูเห่า’  เป็นแค่กลยุทธ์หาเสียงพรรคเพื่อไทย เด้อ

ขอบคุณที่มาภาพ : พรรคเพื่อไทย

กลั่นจากใจ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ 4 ปี ต่อจากนี้ จะเป็น 4 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556777

23 ส.ค. 2566

กลั่นจากใจ  'เศรษฐา ทวีสิน'  4 ปี ต่อจากนี้ จะเป็น 4 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลง

เศรษฐา ทวีสิน รับ รับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งเป็น “นายกรัฐมนตรี” ประกาศทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ มั่นใจ 4 ปี จากนี้ จะเป็น 4 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลง  ชูทำงานหนักบำบัดความทุกข์ สร้างความสุข

วันที่ 23 สิงหาคม 2566 มีพระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา  จึงแต่งตั้งให้ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

.

ประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
ประธานสภาผู้แทนราษฎร
 

.


หลังจากรับสนองพระบรมราชโองการเสร็จสิ้น  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า   เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กระผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  นับเป็นศุภสิริมงคล แก่ชีวิตและขวัญกำลังใจอันสูงสุด แก่กระผมและครอบครัว อย่างหาที่สุดมิได้ กระผมมีความปลื้มปิติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ทั้งจักมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความ วัฒนาสถาพร ของประเทศชาติ สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ 

กลั่นจากใจ  'เศรษฐา ทวีสิน'  4 ปี ต่อจากนี้ จะเป็น 4 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลง

ในวาระที่ผมได้เข้ามาดำรงตำแหน่งในวันนี้ ผมขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่ทำหน้าที่ที่ผ่านมา ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานทุกภาคส่วน ขอขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลที่สนับสนุน ตลอดจนภาคประชาสังคม เอกชน สำหรับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้ผมได้มีโอกาสในการบริหารราชการแผ่นดิน

.

พี่น้องประชาชนคนไทยที่เคารพ ผมขอยืนยันว่าผมจะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ผมมั่นใจว่า 4 ปีต่อจากนี้ จะเป็น 4 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง 

.

ประเทศไทยวันนี้อยู่ท่ามกลางจุดเปลี่ยนสำคัญ เรามีวิกฤตและปัญหาที่ต้องการทางออกอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ รายได้ รายจ่าย ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ความมั่นคง สังคม การต่างประเทศ สิ่งแวดล้อม กฎหมาย และ กระบวนการยุติธรรม การทุจริตประพฤติมิชอบ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ล้วนก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียม ความยากลำบาก

.

ผมมีความประสงค์ที่จะดำเนินนโยบายต่าง ๆ ที่ได้เตรียมไว้เพื่อแก้ไขวิกฤต บรรเทาปัญหา สร้างการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาค ไปจนถึงในภาคของครัวเรือน ขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า บริหารงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ สร้างความร่วมมือเชิงบวกกับภาคเอกชน ภาคการต่างประเทศ ทำให้ทั้งภาคประชาชนและราชการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน

กลั่นจากใจ  'เศรษฐา ทวีสิน'  4 ปี ต่อจากนี้ จะเป็น 4 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลง

ผมมีความตั้งใจที่จะประสานประชาชนคนไทยทุกภาคส่วน สร้างสังคมที่เคารพอัตลักษณ์  เคารพความแตกต่างทางความคิด และเคารพกฎกติกาในกรอบระเบียบและกฎหมาย สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงและตรงไปตรงมา 

.

ในฐานะของตัวแทนรัฐบาล ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ร่วมกันเป็นพลังที่จะคอยผลักดัน ร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาลเพื่อนำพาประเทศไทยของเราไปข้างหน้า 

.

พี่น้องประชาชนที่เคารพ ผมขอให้คำมั่นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย จะทำงานอย่างหนักเพื่อบำบัดความทุกข์ สร้างความสุข นำพาความเจริญให้กับประชาชนคนไทยและคนทุกกลุ่ม อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งความหวังของคนรุ่นใหม่ เป็นดินแดนแห่งความสุขของคนทุกวัย เป็นประเทศที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีในเวทีนานาชาติอีกครั้งหนึ่ง

.

ผม นายเศรษฐา ทวีสิน จะขอทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เป็นรัฐบาลที่จะทุ่มเท ทำงานหนัก รับฟังเสียงของประชาชน นำความสามัคคีกลับคืนสู่คนในชาติ นำพาประเทศไทยไปข้างหน้า และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของพวกเราทุกคน  นับจากวันนี้เป็นต้นไป

.

ขอบคุณครับ
 

กลั่นจากใจ  'เศรษฐา ทวีสิน'  4 ปี ต่อจากนี้ จะเป็น 4 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลง

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็น นายกฯ คนที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556776

23 ส.ค. 2566

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'เศรษฐา ทวีสิน' เป็น นายกฯ คนที่ 30

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ประกาศ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” แล้ว หลังที่ประชุมร่วมรัฐสภา ลงมติเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่าโดยที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายเศรษฐาทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'เศรษฐา ทวีสิน' เป็น นายกฯ คนที่ 30

จึงแต่งตั้งให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

‘เพื่อไทย’ จอง กระทรวงการคลัง – ไชยชนก ลูกชายเนวิน ส่อหลุดรมว.ท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556774

23 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' จอง กระทรวงการคลัง - ไชยชนก ลูกชายเนวิน ส่อหลุดรมว.ท่องเที่ยว

เลขาธิการพรรค “เพื่อไทย” ประเสริฐ จันทรรวงทอง ตอบชัดจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี อยู่ในขั้นตอนพูดคุย แต่ที่แน่นอนที่สุด “กระทรวงการคลัง” พรรคเพื่อไทย จะกำกับดูแลเอง ส่วนข่าวที่พาดพิงถึงทายาท เนวิน ชิดชอบ “ไชยชนก” มีชื่อในโผ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีแนวโน้มว่าหลุด

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง   เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เปิดเผยว่า    เรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ยังอยู่ระหว่างการพูดคุย  ยังไม่ทราบว่าใครอยู่ส่วนไหน  พรรคเพื่อไทยกำลังพิจารณาอยู่ทุกตำแหน่ง อย่างไรก็ตามยอมรับว่ากระทรวงการคลัง พรรคเพื่อไทย พร้อมที่จะกำกับดูแลเอง เพราะมีนโยบายที่ตรงกัน  และเป็นไปได้ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  จะเป็นผู้ดูแลงานในกระทรวงนี้เอง 


ขณะที่นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย  ที่มีข่าวว่า จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ( ตำแหน่งเดิมเป็นของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ  พรรคภูมิใจไทย :  รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา   )  ล่าสุดในกรณีของนายไชยชนก     อาจจะไม่สามารถรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  เนื่องจากนายไชยชนก อายุยังไม่ครบ 35 ปี   กล่าวคือ อายุ 34 ปี

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ  กล่าวว่า  ไม่ทราบกระแสข่าวที่มีชื่อรายชื่อตัวเอง อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ขณะนี้ทราบเพียงว่า  นโยบายที่รัฐบาลจะแถลง มีนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติรวมอยู่ด้วย 

'เพื่อไทย' จอง กระทรวงการคลัง - ไชยชนก ลูกชายเนวิน ส่อหลุดรมว.ท่องเที่ยว
'เพื่อไทย' จอง กระทรวงการคลัง - ไชยชนก ลูกชายเนวิน ส่อหลุดรมว.ท่องเที่ยว
'เพื่อไทย' จอง กระทรวงการคลัง - ไชยชนก ลูกชายเนวิน ส่อหลุดรมว.ท่องเที่ยว
'เพื่อไทย' จอง กระทรวงการคลัง - ไชยชนก ลูกชายเนวิน ส่อหลุดรมว.ท่องเที่ยว

โผรายชื่อที่ถูกระบุถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี