‘เชาว์’ โพสต์ถึง 16 สส. แหกมติปชป.‘ปล่อยมือเถอะครับ แล้วจากกันด้วยดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556762

23 ส.ค. 2566

‘เชาว์’ โพสต์ถึง 16 สส. แหกมติปชป.‘ปล่อยมือเถอะครับ แล้วจากกันด้วยดี’

สุดทน ‘เชาว์ มีขวด’ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ถึง 16 สส. แหกมติพรรค หมดความชอบธรรม เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้าหวังร่วมรัฐบาล ทำพรรคตกต่ำ อาจถึงขั้นสูญพันธุ์ “ปล่อยมือเถอะครับ แล้วจากกันด้วยดี”

23 ส.ค. 2566 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อ 16 สส.ปชป.โหวตนายกรอบ3 แหกมติพรรค ในหัวข้อว่า “ปล่อยมือเถอะครับ แล้วจากกันด้วยดี”

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ในการโหวตให้ความเห็นชอบนายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปากว่าประชาธิปัตย์เละเป็นโจ๊ก เนื่องจากมี สส.กลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค จำนวน 16 คน ได้โหวตสวนมติพรรคที่ให้ งดออกเสียง เป็นเห็นชอบ

ที่ผมโฟกัสเฉพาะ สส.16 คน ไม่พูดถึง 2 อดีตหัวหน้าพรรคฯ ที่โหวตสวนมติเหมือนกัน แต่เป็นการลงคะแนนไม่เห็นชอบนั้น ก็เพราะทั้งคู่ได้แจ้งต่อที่ประชุมแล้ว ถึงจุดยืนที่ขอใช้เอกสิทธิ์ สส.ในกรณีนี้ แต่ สส. 16 คน ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับที่เคยตกเป็นข่าวว่า นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา ใช้ต่อรองกับนายทักษิณ ชินวัตร ดีลร่วมรัฐบาลที่ฮ่องกง

เหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นสถาบันหลักในทางการเมืองมายาวนานกว่า 78 ปี และยังมีจุดยืนทางการเมืองคนละขั้วกับพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน ในการต่อต้านระบอบทักษิณ ต่อสู้ห้ำหั่นกันมากว่าสองทศวรรษ ถึงขนาดนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค กล่าวภายหลังการประชุมรัฐสภาว่า ไม่น่าเชื่อว่า สส.ของพรรคจะโหวตออกมาอย่างนี้ ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากสมาชิกพรรคที่มีความห่วงใย ในอนาคตของพรรคว่าถึงคราวจะสูญพันธุ์ตามที่หลายคนได้พูดถึงหรือไม่

จนถึงเวลานี้ ยังไม่มีคำชี้แจงจากกลุ่ม สส. ทั้ง 16 คน ถึงเหตุผลใดที่ให้พวกท่านตัดสินใจทำเช่นนั้น แต่ผมคิดว่าการฝ่าฝืนมติพรรคที่ตัวเองเป็นผู้กำหนดขึ้นเองคล้อยหลังเพียงหนึ่งวัน จากงดออกเสียงเป็นเห็นชอบ จะชี้แจงแก้ตัวอย่างไรคงฟังไม่ขึ้น เพราะการกระทำของพวกท่านหมดความชอบธรรม ที่จะยกเหตุผลใดมาอธิบาย นอกจากเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้าจากการเข้าร่วมรัฐบาล 

โดยที่พวกท่านลืมหลักการไปว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือในการแสวงหาอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงอุดมการณ์และความรู้สึกของประชาชนที่เป็นผู้สนับสนุนพรรคมาอย่างยาวนาน ผมเข้าใจดีว่าในวันที่พรรคอ่อนแอ หลายคนคิดแค่กอบโกยให้ได้มากที่สุด ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง เพราะไม่คิดที่จะอยู่ต่อแล้วในอนาคต แต่อยากให้ตระหนักสักนิดว่ายังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่คิดทิ้งพรรค หวังที่จะกอบกู้ สู้ไปด้วยกันแม้ในวันที่พรรคอ่อนล้าโรยแรง มีใมเดลที่พรรคพลังประชารัฐเคยทำ เมื่อครั้งมีความเห็นต่างจนไม่อาจหาข้อยุติได้ สุดท้ายร้อยเอกธรรมนัส เดินจากไป

“ปล่อยมือเถอะครับ แล้วจากกันด้วยดี”

รองนายกฯออกรับแทน แจง’ทักษิณ’ กินดีอยู่ดีมาตลอด- เข้าเรือนจำป่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556756

23 ส.ค. 2566

รองนายกฯออกรับแทน  แจง'ทักษิณ' กินดีอยู่ดีมาตลอด- เข้าเรือนจำป่วย

รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม อธิบายตรรกะ ว่าด้วย “ทักษิณ ชินวัตร” ถูกส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เข้าข่าย เป็นธรรมดาของคนที่กินดีอยู่ดี นอนสะดวกอยู่สบาย เมื่อมาอยู่ในที่คุมขัง   เจอเรื่องการจำกัดอิสรภาพ ทำให้เกิดอาการป่วยตามมา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะรักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  เปิดเผยว่า  การส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร  จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ   เรื่องนี้ได้รับข้อมูลทางไลน์ ในเวลา 01.00 น.    แจ้งด่วนว่า นายทักษิณ  มีอาการแน่นหน้าอก และหายใจไม่ออก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางเรือนจำต้องตัดสินใจเอง  และวานนี้ ( 22 ) ตนได้ไปกำชับกับแพทย์ของทางเรือนจำแล้ว  ต่อการดูแลหลังรับตัวเข้ามา 

 “เป็นธรรมดาของคนที่กินดีอยู่ดี นอนสะดวกอยู่สบาย เมื่อมาอยู่ในที่คุมขัง   เรื่องการจำกัดอิสรภาพ  เรื่องการไม่สะดวกสบาย เหมือนอยู่โฮเทลหรือคอนโด ดังนั้น การที่นักโทษจะมีปฏิกิริยากินไม่ได้นอนไม่หลับ ประสบโรคประจำตัวที่มีอยู่แล้ว มันเป็นไปได้ทั้งนั้น ต้องคิดถึงเขาและคิดถึงเรา ถ้าเจอก็มีโอกาสเป็นไปได้อยู่ที่ว่าจะหายช้าหรือหายเร็วเท่านั้น  และเมื่อวานผมได้ไปขอดูหลักฐานทางการแพทย์ ซึ่งประวัติ 17 ปี ที่ผ่านมา ก็พบถึงอาการ ” 

นายวิษณุ  กล่าวว่า  ขั้นตอนในการดูแลนายทักษิณ เป็นหน้าที่ของแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ    ส่วนที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน จะไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีการอำนวยความสะดวกให้นายทักษิณ เป็นกรณีพิเศษ   ถือเป็นสิทธิของผู้ร้อง ที่จะดำเนินการ   “เรื่องที่นายทักษิณจะขออภัยโทษ สามารถทำได้ตั้งแต่มาถึง จะโดยเจ้าตัวหรือญาติก็ได้ กฎหมายเขียนไว้ในมาตรา 259 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ว่าผู้ต้องคำพิพากษา ที่สุดหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถที่จะยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้ ซึ่งถ้าจบแค่นี้ก็แปลว่าเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จะต้องมอบตัวเข้าสู่กระบวนการก่อน”  นายวิษณุ ระบุ

สส.ก้าวไกล สมุทรสงคราม อาการดีขึ้นแล้ว หลังเป็นลมหมดสติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556740

23 ส.ค. 2566

สส.ก้าวไกล สมุทรสงคราม อาการดีขึ้นแล้ว หลังเป็นลมหมดสติ

สส.ก้าวไกล เป็นลมในห้องประชุมรัฐสภา อาการปลอดภัยแล้ว วันมูหะมัดนอร์ ส่งตัวแทนประธานรัฐสภาเข้าเยี่ยมอาการ

จากกรณีเกิดเหตุวุ่นในการประชุมรัฐสภาวานนี้ ( 22ส.ค.) และถูกระบุว่า มีสส.พรรคก้าวไกล เกิดอาการเป็นลม ก่อนจะถูกช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุด โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มอบหมายให้ นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะ เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.พรรคก้าวไกล ที่เข้ารับการรักษาตัวนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มอบหมายให้ นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะ เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.พรรคก้าวไกล ที่เข้ารับการรักษาตัว

มอบหมายให้ นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะ เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.พรรคก้าวไกล ที่เข้ารับการรักษาตัวเนื่องจากหมดสติในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มอบหมายให้ นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะ เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.พรรคก้าวไกล ที่เข้ารับการรักษาตัวนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มอบหมายให้ นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะ เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.พรรคก้าวไกล ที่เข้ารับการรักษาตัว

ในขณะที่มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภารัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งได้เยี่ยมและให้กำลังใจแก่ นายราชิต  สุดพุ่ม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้เข้ารับการรักษาตัวเมื่อวานนี้เช่นกัน โดยมี นางอัจฉรา จูยืนยง ผู้อำนวยการสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา ร่วมเยี่ยมด้วย

เยี่ยมและให้กำลังใจแก่ นายราชิต  สุดพุ่ม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้เข้ารับการรักษาตัวเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ นายราชิต  สุดพุ่ม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้เข้ารับการรักษาตัว

‘เศรษฐา’ รับตื่นเต้นก่อนเข้าพิธีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556738

23 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' รับตื่นเต้นก่อนเข้าพิธีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ

‘เศรษฐา’ ยิ้มแย้มทักทายแฟนคลับ รับตื่นเต้นเข้าพิธีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี ก่อนขึ้นไปซักซ้อมและลองชุดปกติขาว

วันที่ 23 ส.ค. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เวลา 13.50 น. บรรยาการก่อนการจัดพิธีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่ทำการพรรค ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส พร้อมกับทักทายบรรดาผู้สนับสนุนที่มาต้อนรับ และ ยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตื่นเต้นไหม นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นปกติครับ พร้อมยิ้มแย้มให้

เมื่อถามต่อว่า เตรียมชุดปกติขาวไว้หรือยัง นายเศรษฐา กล่าวว่ากำลังจะขึ้นไปลองข้างบน เตรียมไว้แล้วครับ

ก่อนที่จะเดินขึ้นลิฟต์ไปซักซ้อมเพื่อเข้าพิธีที่จะเริ่มต้นในเวลา 18.00 น.

ทั้งนี้ มีรายงานว่าภายหลังพิธีเสร็จสิ้นจะมีการแถลงเปิดใจนายเศรษฐา อีกครั้ง

‘เพื่อไทย ‘ตบปาก สส.’ก้าวไกล’ ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เรียก ‘ประธานหมูกะทะ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556730

23 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย 'ตบปาก สส.'ก้าวไกล' ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เรียก 'ประธานหมูกะทะ'

ประชุมสภาผู้แทนราษฎร   โดยมี  “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” ทำหน้าที่ประธานการประชุม   กลายเป็น   สส.ปทุมธานี  พรรคก้าวไกล ใช้คำเรียก  ประธานที่ประชุม ว่า “ประธานหมูกะทะ” งานนี้ทำเอา สส. “เพื่อไทย “อยู่ไม่ติด สอนเชิง   ควรให้เกียรติสถานที่ และควรคำนึงว่าเป็นตำแหน่งโปรดเกล้า 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ( รองประธานคนที่ 1 พรรคก้าวไกล )   ระหว่างการพิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจแผ่นดิน หรือ สตง. ประจำปีงบประมาณ 2565   จากนั้น ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ สส.อภิปรายอย่างกว้างขวางตามที่มีการลงชื่อขอใช้สิทธิอภิปราย โดยนายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล ได้ใช้สิทธิการอภิปราย พร้อมกล่าวถึง นายปดิพัทธ์ ว่า “กราบเรียนท่านประธานหมูกะทะ เอ้ย! ท่านประธานสภาที่เคารพ”

ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาการอภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการใช้พระราชกำหนดการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ พ.ร.ก.เงินกู้โควิด-19 ที่เห็นว่า ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการใช้จ่ายเงินกู้ล่าช้า ไม่เป็นไปตามที่กำหนด และการเบิกจ่าย ไม่เป็นไปตามกฎหมาย การเยียวยาไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เกิดความไม่เป็นธรรม 

ต่อมา  นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และ นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงนายประสิทธิ์ ที่เรียกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุมฯ เป็น “ท่านประธานหมูกะทะ”  โดยระบุว่า เป็นการไม่เคารพประธานในที่ประชุม เพราะสถานที่ประชุมคือ สภาผู้แทนราษฎร สส.จะต้องเคารพประธานในที่ประชุม ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมาทำหน้าที่ หากจะเป็นประธานหมูกะทะ ก็ควรไปทำหน้าที่ที่ร้านหมูกะทะ และรัฐสภา คือสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงเรียกร้องให้นายประสิทธิ์ ถอนคำพูด เพราะรัฐสภาไม่ใช่เรื่องเล่น  และขอให้รักษาภาพลักษณ์ของประธานในที่ประชุม ให้เป็นที่เคารพของสส.

โดย นายประสิทธิ์ ได้ลุกขึ้นเพื่อขอถอนคำพูด พร้อมขออภัยไปยังเพื่อน สส.ร่วมสภาด้วย ก่อนที่นายปดิพัทธ์ จะกล่าวปิดท้ายติดตลกว่า สส.ท่านใด อยากจะไปรับประทานกับตนเอง ก็สามารถเข้าชื่อได้

'เพื่อไทย 'ตบปาก สส.'ก้าวไกล' ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เรียก 'ประธานหมูกะทะ'

ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร (คนที่1)

‘ศาล รธน.’ อนุญาต ‘พิธา’ ขยายเวลาชี้แจงปมถือหุ้นสื่ออีก 30 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556724

23 ส.ค. 2566

'ศาล รธน.' อนุญาต 'พิธา' ขยายเวลาชี้แจงปมถือหุ้นสื่ออีก 30 วัน

“ศาลรัฐธรรมนูญ” อนุญาต “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ขยายเวลาชี้แจงปมถือหุ้นสื่อ ITV อีก 30 วัน พร้อมเลื่อนพิจารณาปมนโยบายแก้ ม.112 ล้มล้างการปกครองหรือไม่

23 ส.ค. 2566 ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดีที่ นายธีรยุทธ สุวรรณกษร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ …)พ.ศ….  เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งและยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาต พิธา ขยายเวลาแจงปมหุ้นไอทีวี 30 วัน ศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาต พิธา ขยายเวลาแจงปมหุ้นไอทีวี 30 วัน

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า ศาลได้อนุญาตให้ผู้ถูกร้องทั้งสองขยายระยะเวลา ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ครั้งที่ 2 ไว้ จึงให้เลื่อนการพิจารณาในนัดต่อไป

ศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาตให้พิธา ขยายเวลาชี้แจงปมถือหุ้นสื่ออีก 30 วันศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาตให้พิธา ขยายเวลาชี้แจงปมถือหุ้นสื่ออีก 30 วัน

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ยังได้พิจารณาคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ผู้ร้อง ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ถูกร้อง เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อสารมวลชนใดๆ อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) 
 

ศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาต พิธา ขยายเวลาแจงปมหุ้นไอทีวี 30 วัน ศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาต พิธา ขยายเวลาแจงปมหุ้นไอทีวี 30 วัน

ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องว่างลงนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2)

โดยระหว่างการพิจารณา ผู้ถูกร้องยื่นคำร้อง ลงวันที่ 21  ส.ค. 2566 ขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ครั้งที่ 2 ออกไปอีก 30 วัน นับถัดจากวันครบกำหนดขยายระยะเวลาครั้งแรกแล้ว

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตตามขอ

‘บิ๊กตู่’ ยินดี ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯคนที่ 30 อวยพรขอให้ประสบความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556723

23 ส.ค. 2566

'บิ๊กตู่' ยินดี 'เศรษฐา' นั่งนายกฯคนที่ 30 อวยพรขอให้ประสบความสำเร็จ

‘บิ๊กตู่’ แสดงความยินดี ‘เศรษฐา’ อวยพรขอให้ประสบความสำเร็จบริหารแผ่นดิน เผยรอกระบวนการจัดตั้งให้เสร็จก่อน ถึงหมดหน้าที่ ปัดตอบเสียง สว. แตก เพราะหักกับ ‘บิ๊กป้อม’

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะนายกฯและคณะรัฐมนตรี (ครม.)รักษาการอยู่ขณะนี้ ขอแสดงความยินดีกับนาย เศรษฐา ทวีสิน ที่ได้รับการพิจารณาในกระบวนการรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือยังมีกระบวนการต่อไป วันนี้ได้นายกฯ รอโปรดโปรดเกล้า ซึ่งเป็นพระราชอำนาจและพระราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อไปเรื่องของการจัดครม.ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และเสนอทูลเกล้าฯขึ้นไป เมื่อทรงพิจารณาโปรดเกล้าฯ ก็กำหนดวันถวายสัตย์ รัฐบาลนี้ก็จะหมดหน้าที่

ย้ำแสดงความยินดีกับนายเศรษฐาอีกครั้ง ขอให้ประสบความสำเร็จในการบริหารแผ่นดินในโอกาสต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุต่อว่า ขอให้ใจเย็นกันนิดนึง ผมไม่มีปัญหา และอย่าเอาปัญหาไปใส่ใครทั้งสิ้น เรารับกติกาทั้งหมด กระบวนการประชาธิปไตยทั้งหมดก็เป็นเรื่องของสภา เรื่องของการเมืองรัฐบาลต่อไป 

เมื่อถามถึงการเริ่มประเพณี เชิญนายกฯใหม่เข้ามา หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์ วันนี้แสดงความยินดีแล้ว 

ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อันไหนทำได้ก็ทำ อยู่ที่กฎหมาย อยู่ที่ พ.ร.บ. หลายๆอย่างอาจจำเป็นต้องทำ ระยะเวลาจำกัด ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาต่อไปในอนาคต อันไหนที่ทำไม่ได้ ก็รอรัฐบาลใหม่ ทราบดีอยู่แล้ว 

ส่วนจะฝากอะไรรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ ไม่ต้องฝาก งานทั้งหมดอยู่ในครม.ในหน่วยงานทั้งหมด แผนงานแผนปัจจุบัน ทำใหม่ ทำต่อ สุดแล้วแต่รัฐบาลใหม่พิจารณา 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง นายอนุทินชาญ วีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถามแบบนี้ ผมไม่ตอบ ไม่มีอะไรตอบ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเสียง สว. มีทั้งโหวตและไม่โหวตให้นายเศรษฐา เป็นการหักกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ โบกมือ และเดินออกจากโพเดี้ยมทันที

กลุ่ม 16 สส.ประชาธิปัตย์ ย้ำชัด โหวต ‘เศรษฐา’ ทางออกประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556722

23 ส.ค. 2566

กลุ่ม 16 สส.ประชาธิปัตย์ ย้ำชัด โหวต 'เศรษฐา' ทางออกประเทศ

รองเลขาธิการประชาธิปัตย์ ย้ำชัดเจน 16 สส. ไม่ใช่งูเห่า อยากหาทางออกให้ประเทศ ประเมิน เศรษฐา มีความเหมาะสมนั่งนายกฯ

ความเคลื่อนไหว 16 สส.พรรคประชาธิปัตย์ โหวตเห็นชอบ นายเศรษฐา ทวีสิน ว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ล่าสุด ที่อาตคารรัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีโหวตสวนมติพรรคว่า ในการลงพื้นที่สอบถามความเห็นประชาชนก็บอกว่าอยากหาทางออกให้ประเทศ และเห็นว่า หากเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน หรือบุคคลที่ไม่มีความคิดล้มล้างสถาบันหรือแก้ไข ม.112 ก็ต้องโหวตให้ เพราะพรรคเพื่อไทยก็แถลงว่าไม่แก้ไข ม.112 และแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

นายชัยชนะ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าได้สอบถามนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือ นายชวน หลีกภัย หรือไม่ ซึ่งนายชัยชนะตอบว่า เวลากระชั้นชิดจึงไม่ได้คุยกัน ซึ่งได้คุยกันในกลุ่มก่อนการเริ่มโหวตไม่นาน นอกจากนี้ ขอเป็นตัวแทน สส.ทั้ง 16 คน กราบขออภัยแฟนคลับพรรคประชาธิปัตยที่คาดหวังว่า จะไม่โหวตหรืองดออกเสียง
 

รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า ขอให้มองพวกตนไม่ใช่งูเห่า เพราะงูเห่าต้องมีจำนวนน้อย แต่พวกตนทำตามที่มีการไปการที่โหวตเมื่อวานนี้(22 ส.ค.) เป็นการหาทางออกให้กับประเทศ และพร้อมที่จะทำงานในฐานะฝ่ายค้าน เราไม่ใช่พรรคอะไหล่ของใคร ย้ำจุดยืนเสมอว่า การที่โหวตเมื่อวานจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราพร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน 

พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์

ส่วนพล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาประชุมสภาผู้แทนราษฎรทันทีที่มาถึง ผู้สื่อข่าวได้วิ่งเข้าไปสอบถามกรณี 16 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่โหวตเห็นชอบนายเศรษฐา ทวีสิน ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ (22 ส.ค.)

โดย พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าวว่า เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปได้ ส่วน สส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 15 คนที่โหวตเห็นชอบรวดเดียวช่วงท้ายสุด ตนไม่ทราบ แต่ย้ำว่าเราทำเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 15 คน ที่เหลือไม่สามารถติดต่อได้ บางรายไม่รับสาย บางรายปิดเครื่อง และยังไม่มีใครออกมาชี้แจงถึงกรณีแหกมติพรรค

‘ปชป’ เตรียมสอบ 16 สส. แหกมติพรรค โทษหนักสุดขับออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556720

23 ส.ค. 2566

'ปชป' เตรียมสอบ 16 สส. แหกมติพรรค โทษหนักสุดขับออก

‘จุรินทร์’ สั่งกลุ่ม 16 สส. โหวตสวนมติพรรค เข้าชี้แจงพร้อมเตรียมสอบสวนหากสมาชิกพรรคร้องขอ ด้าน ‘สาธิต’ ซัดทำพรรคเสื่อมเสีย-แตกแยก โทษหนักสุดขับออก

สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นขอให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบ 16 สส. ที่โหวต “เห็นชอบ” นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ซึ่งเป็นการสวนมติพรรค ที่เห็นพ้องจะ “งดออกเสียง”

นายจุรินทร์ ยอมรับสั่งให้ สส. กลุ่มดังกล่าวชี้แจงในที่ประชุม สส. ในการประชุมครั้งหน้า และหากมีสมาชิกเข้าชื่อกันร้องให้ตรวจสอบ หรือสอบสวนตามข้อบังคับพรรค ตนก็จะดำเนินการตามนั้น แม้ว่าการโหวตเลือกนายกฯ จะเป็นเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่ข้อบังคับพรรคก็มีอยู่ และ 16 สส. ไม่ได้แจ้งเหตุผลล่วงหน้า และตนเองก็ไม่ทราบ 

พร้อมยืนยันในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค ในนามพรรคไม่เคยมอบใครไปเจรจาเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้นจนถึงขณะนี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

นายจุรินทร์ ขอให้ไปถาม 16 สส. ที่โหวตเห็นชอบ ต้องการเข้าร่วมรัฐบาลหรือโหวตให้เฉยๆ แต่อย่างไรก็ตามต้องไปชี้แจงในที่ประชุม สส. หรือถ้ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนก็ต้องไปชี้แจงกับกรรมการว่าเป็นอย่างไร 

“สิ่งหนึ่งที่ผมขอเรียนตรงนี้ ก็คือ ประชาธิปัตย์มีศักดิ์ศรี เราเคยเป็นทั้งรัฐบาล เคยเป็นทั้งฝ่ายค้าน จะเป็นอะไรก็เป็น ไม่มีปัญหา แต่เราไม่เคยไปเป็นพรรคอะไหล่ ผมคิดว่าเราชัดเจนในเรื่องนี้” รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 

ส่วนจะส่งผลต่อการเลือกหัวหน้าพรรคหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตอบล่วงหน้าไม่ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็จะต้องอยู่ สำหรับตนนั้นความเป็นพรรคสูงสุด นอกเหนือไปจากหน้าที่ที่เราจะต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน พรรคก็ต้องอยู่เพราะพรรคเป็นองค์กร

นายสาธิต ปิตุเตชะ นายสาธิต ปิตุเตชะ

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก กล่าวว่า การดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติที่ทำให้พรรคเสื่อมเสีย หรือ ไม่เป็นไปตามจรรยาบรรณพรรค ก่อให้เกิดการแตกแยก ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกมากกว่า 20 คน เตรียมส่งหนังสือขอให้นายจุรินทร์ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพราะชัดเจนพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีการตั้งบุคคลไปเจรจาร่วมรัฐบาล การเข้าร่วมรัฐบาลจะต้องมีการทำหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการจากพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 

ดังนั้นการดำเนินการของพรรคการเมืองมีขั้นตอนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือรักษาการที่ไม่ใช่ตำแหน่งโดยตรงและได้รับมอบหมายจากพรรค ถ้าไปปฏิบัติอื่นอำนาจหน้าที่และทำให้พรรคเสื่อมเสีย เพราะขณะนี้ตามระบบ พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านไปแล้วเพราะรัฐบาลได้มีการประกาศจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรคไปเป็นที่เรียบร้อย สิ่งเหล่านี้ต้องจัดการภายในของพรรค 

ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจาก ผู้โหวตเห็นชอบนายเศรษฐาส่วนใหญ่เป็นกรรมการบริหารพรรค นายสาธิต ระบุว่า ในข้อบังคับพรรคมีเขียนระบุไว้อยู่แล้วว่าใครจะเป็นผู้ทำอะไรอย่างไร เมื่อเห็นว่าความประพฤติของสมาชิกบางท่าน เช่นการเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตอนแรกบอกไม่ได้ไป แต่กลับยอมรับในรายการทีวีว่าเดินทางไปจริง ถือว่าทำให้เกิดความเสียหายกับพรรค พฤติการณ์แบบนี้เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามจริยธรรม 

นายสาธิต ยอมรับว่า การโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นเอกสิทธิ์สส. ตามรัฐธรรมนูญ แต่มติของพรรคก็ถือว่ามีความสำคัญ ไม่ผิดในแง่ สส. แต่ผิดทำให้พรรคเสื่อมเสีย 

ทั้งนี้นายสาธิตเป็น 1 ในคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ 16 สส. เมื่อถามว่าจะเป็นผู้ริเริ่มให้ตรวจสอบหรือไม่นั้น ขณะนี้มีคนทำแล้ว มีคนเข้าชื่อเกิน 20 คนแล้ว เพราะเห็นว่า การนำ สส. ใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ไปร่วมด้วยจะมีปัญหา เป็นสิทธิของสมาชิกพรรคที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งมีข้อมูลอยู่แล้วว่าใครเป็นแกนนำ ทั้งเรื่องพูดขากลับไปกลับมา ปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ได้รับมอบหมาย 

ส่วนที่ 16 สส. โหวตให้นายเศรษฐา ถือเป็นการเข้าร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า จะต้องผ่านที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคร่วมกับ สส.ก่อน เมื่อวานนี้ เป็นการโหวตนายกรัฐมนตรี แต่มติในการเข้าร่วมรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุกคนเข้าใจถึงข้อบังคับดี

เมื่อถามว่าสรุปแล้วมติพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นเอกสิทธิ์หรืองดออกเสียง นายสาธิต ระบุว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นเอกสิทธิ์ แต่ในขั้นตอนของพรรคเมื่อมีการประชุมและเป็น มติ สส. ก็ควรจะปฏิบัติตาม 

ถ้าถามว่าผิดหรือไม่ ก็ไม่ผิดเพราะมีรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดคุ้มครอง แต่การกระทำที่เมื่อมีการประชุมแล้ว กลับไปลงมติอีกอย่าง ก็สร้างความแตกแยกและความเสียหายต่อพรรค ส่วนจะถึงขั้นขับออกจากพรรคหรือไม่ ก็พิจารณาตามความหนักเบา แต่ส่วนตัวมองว่า “หนักมาก” ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคและ สส. และข้อบังคับว่าว่าจะต้องทำอย่างไร 

ในที่ประชุมพรรค สส. 25 คน แต่มี 16 สส.ไม่ยึดตามมติพรรค ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ เพราะที่ผ่านมาพรรคมี สส. เยอะในอดีต แต่พอได้ สส. ลดลง ข้อบังคับจึงไม่ทันสมัย สอดคล้องกับที่ตนเคยเสนอสัดส่วน 70:30 เพราะพรรคเล็กทำให้ สส. มีอำนาจมากกว่าองค์ประชุม แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่า กรรรมการบริหารส่วนใหญ่น่าจะเข้าใจความเสียหาย

สำหรับการทำงานฝ่ายค้าน ที่พรรคก้าวไกลอาจจะไม่ได้รับเป็นผู้นำฝ่ายค้านนั้น ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนั้นก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและต้องเป็นไปตามข้อบังคับของสภาว่าผู้นำฝ่ายค้านจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ถ้าจำไม่ผิด เข้าใจว่าต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้าน แล้วก็จะต้องไม่มีสมาชิกไปเป็นประธานสภา หรือรองประธานสภา

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐตรี คนที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556710

23 ส.ค. 2566

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐตรี คนที่ 30

โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผย ในหลวงทรงมีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 แล้ว 6โมงเย็นววันี้จัดพิธีพระ

 ความคืบหน้าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ล่าสุด บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวต่อประเด็นนี้ว่า ตามที่เมื่อวานนี้ (22 ส.ค.) ได้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐตรี คนที่ 30

เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
 

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐตรี คนที่ 30

จะดำเนินการจัดทำเอกสารเพื่อให้ประธานรัฐสภาลงนามเพื่อกราบบังคมทูลผลการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อได้ทราบข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงนามโปรดเกล้าฯ แล้วนั้น ในช่วงเช้าวันนี้ (23 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะไปรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มายังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อประทับตราพระราชลัญจกรแล้วนำพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กลับมายังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  จากนั้น เวลา 18.00 น. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะนำพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ไปยังพรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคเพื่อไทย เตรียมพร้อมในการรับสนองพระบรมราชโองการ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปดูแลความเรียบร้อยต่อไป