‘ไชยชนก ชิดชอบ’ จาก เด็กติดเกม สู่ สส. รุ่นที่ 3 ‘ตระกูลชิดชอบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556705

23 ส.ค. 2566

'ไชยชนก ชิดชอบ' จาก เด็กติดเกม สู่ สส. รุ่นที่ 3 'ตระกูลชิดชอบ'

เปิดโปรไฟล์ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ผู้เดินตามรอย พ่อ ‘เนวิน’ จาก เด็กติดเกม สู่ สส. บุรีรัมย์ รุ่นที่ 3 แห่ง ‘ตระกูลชิดชอบ’

ชื่อของ “ไชยชนก ชิดชอบ” เป็นที่ฮือฮา เมื่อปรากฏรายนาม ติด “โผ ครม.” ในเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา “นก ไชยชนก” เริ่มเป็นกระแส นับตั้งแต่เปิดตัวลงสนามเลือกตั้ง สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นับเป็น เจเนอเรชั่น 3 ของ “ตระกูลชิดชอบ” ที่ก้าวลงสนามการเมือง คมชัดลึก ไล่เรียงประวัติ ความเป็นมา จาก “เด็กติดเกม” ผู้กุมบังเหียน ESports แห่งบุรีรัมย์ สู่นักการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ

ไชยชนก ชิดชอบไชยชนก ชิดชอบ

ไชยชนก ชิดชอบ หรือ “นก ไชยชนก” เกิดเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2532 อายุ 34 ปี ลูกชายคนโต หัวแก้วหัวแหวนของ “เนวิน ชิดชอบ” และ “กรุณา ชิดชอบ” ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และอดีต สส.บุรีรัมย์ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย เขาใช้ชีวิตในต่างแดน โดยศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ยาวนานถึง 17 ปี

หลังเรียนจบ เขากลับมาช่วยดูแลทีมฟุตบอล และสนามแข่งรถ Chang International Circuit ในฐานะรองผู้อํานวยการสายงานการตลาด และการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จํากัด ทั้งจัดการแข่งขัน สร้างระบบ และหาทีมมาแข่งขัน เขามีส่วนสําคัญ ในการพาทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก้าวกระโดดจากสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ มาสู่โลกของเกมส์ จัดตั้งทีม ESports โดยได้นําทีม ESports ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ประเทศไทย ทั้งยังได้เปิด Predator Arena ขึ้นที่บุรีรัมย์ เพื่อเป็นสนามแข่งขัน รวมทั้งเป็นอะคาเดมีให้ผู้มีใจรักในกีฬาอีสปอร์ตอีกด้วย

                    ไชยชนก ชิดชอบไชยชนก ชิดชอบ

การกระโจนเข้าสู่ธุรกิจอีสปอร์ต ในช่วงเรียก ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยความเป็นคนละ gen “ไชยชนก ชิดชอบ” ต้องฝ่าด่านหินคือผู้เป็นพ่อของตัวเอง ที่ไม่ศรัทธาใน “เด็กติดเกม” แต่ในที่สุด ก็ได้รับการอนุมัติ ให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โจนเข้าสู่ธุรกิจอีสปอร์ต โดยมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ และโอกาสที่จะนำทีมประสบความสำเร็จระดับแชมป์โลก

และที่เป็นกระแสโด่งดัง เมื่อครั้งหนึ่ง “ไชยชนก ชิดชอบ” เคยสมัครเป็นทหารเกณฑ์ ที่สวนกระแส เพราะหลายคนกลัวสุดๆ ก็คือการไปใช้ชีวิตในกรมทหาร

      เนวิน-ไชยชนก ชิดชอบเนวิน-ไชยชนก ชิดชอบ

กระโจนลงสนามการเมือง

เป็นที่รู้กันดีว่า “ตระกูลชิดชอบ” เล่นการเมืองระดับชาติ มาตั้งแต่ยุคปู่ คือ “ชัย ชิดชอบ” อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้เก๋าเกม ได้รับความชื่นชมอย่างมาก มาสู่รุ่นพ่อ “เนวิน ชิดชอบ” ที่ได้เป็นทั้ง รัฐมนตรีช่วยคลัง ,พาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาแล้ว ขณะที่แม่ คือ ซ้อต่าย “กรุณา ชิดชอบ” ก็เคยเป็น สส.บุรีรัมย์ 3 สมัย รวมถึงเป็นนายก อบจ.บุรีรัมย์ ด้วย

ไชยชนก ชิดชอบ เคยเปิดใจกับสื่อไว้เมื่อปี 2560 เรื่องเล่นการเมืองว่า “ผมเห็นคุณพ่อทุกข์ขนาดนั้น ผมก็ไม่อยากทุกข์ครับ พ่อพูดกับผมว่า มีคนถามพ่อเยอะมากเรื่องนี้ แกบอกว่าถ้าเอ็งไปตกนรก แล้วอยากให้ลูกไปตกนรกไหม”

ไชยชนก-กรุณา ชิดชอบไชยชนก-กรุณา ชิดชอบ

แต่ด้วยความตั้งใจ อยากจะพัฒนาให้ชาว จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งประเทศชาติให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 ชื่อของ “ไชยชนก ชิดชอบ” จึงปรากฎเป็นผู้สมัคร สส. ลงชิงชัย ในสนามเลือกตั้งบุรีรัมย์ เขต 2 ในนามพรรคภูมิใจไทย และได้รับการเลือกจากประชาชน เป็น สส.บุรีรัมย์ เขต 2 แถมในโผ ครม. กลับมีชื่อเขานั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ที่ว่าด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องมีอายุ 35 ปี

อัปเดตอาการ สส. ‘ก้าวไกล’ หมดสติกลางสภาตอนโหวตนายกฯ พร้อมเผยสาเหตุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556701

23 ส.ค. 2566

อัปเดตอาการ สส. 'ก้าวไกล' หมดสติกลางสภาตอนโหวตนายกฯ พร้อมเผยสาเหตุ

อัปเดตอาการล่าสุด ‘อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย’ สส. ‘ก้าวไกล’ หมดสติกลางสภา ระหว่างโหวตนายกฯ ต้องปั๊มหัวใจช่วยชีวิต พ่อเผยสาเหตุ

จากที่ “อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย” สส.สมุทรสงคราม “ก้าวไกล” เกิดหน้ามืดวูบหมอสติระหว่างร่วมประชุมที่รัฐสภา ระหว่างโหวตนายกฯ รอบที่ 3 วันที่ 22 ส.ค. 2566 ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าทำซีพีอาร์ และหามตัวส่ง รพ.วชิระ


ล่าสุด “อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย” สส. “ก้าวไกล” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อัปเดตอาการป่วย โดยเขียนแคปชั่นระบุว่า “ปลอดภัยนะครับ เปลี่ยนที่นอน ขอพักผ่อนก่อนครับ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงครับ” 

ก้าวไกลก้าวไกล

ทั้งนี้ นายอำนวย ลิขิตอำนวยชัย พ่อของ “อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย” เปิดเผยว่า ลูกชายออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ส.ค. บอกว่าจะไปประชุมพรรคฯ เพื่อซักซ้อมเรื่องการโหวตนายกฯ โดยต้องไปนอนข้างคืนที่โรงแรมในกรุงเทพฯ ส่วนที่เกิดอาการเป็นลม

อาจเพราะไม่มีเวลาพักผ่อน ซึ่งแปลกที่เขาจะนอนไม่ค่อยหลับ คาดว่าหลังเข้าประชุมทั้งวันคงเครียด และกังวลที่ต้องโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งลูกชายมีรายชื่ออยู่ลำดับที่ 700 ทำให้ต้องลุ้น จึงทำให้เกิดอาการหน้ามืดได้

หลังจากทราบข่าว ตกใจมาเพราะปกติลูกชายเป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคภัยร้ายแรงกลัวว่าอาการจะเป็นหนัก จึงโทรศัพท์ติดต่อจนได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากแพทย์ที่ รพ.วชิระ ผู้ที่ทำการรักษา ล่าสุดยืนยันว่าลูกชายอาการปลอดภัยแล้ว และก็ให้พี่สาวและน้องชาย ที่อยู่กรุงเทพฯไปช่วยดูแล 

ก้าวไกลก้าวไกล

ด้าน “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” สส.บัญชีรายชื่อพรรค “ก้าวไกล” ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “ผมไปเยี่ยมคุณอานุภาพ ที่ รพ.วชิรพยาบาลมาแล้วนะครับ ตอนนี้ได้สติ และพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากคุณหมออย่างต่อเนื่อง รายละเอียดให้ติดตามได้ที่เพจของคุณอานุภาพได้โดยตรงครับ”

ก้าวไกลก้าวไกล

‘ทักษิณ ชินวัตร’ ความดันขึ้นสูง ถูกย้ายไปโรงพยาบาลนอกเรือนจำกลางดึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556699

23 ส.ค. 2566

'ทักษิณ ชินวัตร' ความดันขึ้นสูง ถูกย้ายไปโรงพยาบาลนอกเรือนจำกลางดึก

“ทักษิณ ชินวัตร” ความดันขึ้นสูง ถูกย้ายด่วน จากเรือนจำไปที่โรงพยาบาลตำรวจกลางดึก มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

จากที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อรับโทษในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเปราะบาง เนื่องจากมีโรคประจำตัว 4 โรค กรมราชทัณฑ์จึงได้แยกตัวไปอยู่แดนพยาบาล

หรือต้องไปอยู่ในโรงพยาบาลภายนอกหรือไม่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่า โรคหัวใจเป็นประเด็นน่าห่วงที่สุด แต่ไม่ถึงขั้นต้องไปนอนในโรงพยาบาลภายนอก

ทักษิณ ชิณวัตรทักษิณ ชิณวัตร

ผอ.กรมราชทัณฑ์ สถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เผยอาการป่วยของ “ทักษิณ ชินวัตร” มีเอกสารการรักษาอาการป่วย จำนวน 4 โรค

  1. โรคกล้ามเนื้อขาดเลือด ซึ่งต้องรับประทานยาอยู่ตลอดเวลา
  2. ปอดอักเสบ เนื่องมาจากติดเชื้อโควิด-19 จึงทำให้เกิดพังผืดในปอด มีความผิดปกติของออกซิเจน
  3. ความดันโลหิตสูง ซึ่งมีความดันผิดปกติ ต้องรับประทานยาตลอดเวลา
  4. กระดูกสันหลังเสื่อม เกิดจากภาวะเสื่อมตามอายุ ขณะนี้นายทักษิณ มีอายุ 74 ปี จึงเกิดกระดูกสันหลักเสื่อม กดทับเส้นประสาทปวดเรื้อรัง ทำให้การทรงตัวผิดปกติ

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ดาวแปดแฉก ได้เปิดเผยว่า “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ป่วยความดันสูงกลางดึก ย้ายจากเรือนจำมาที่โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อช่วงกลางดึก 01.00 น. ที่ผ่านมา ภายใต้การรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ทางกรมราชทัณฑ์เตรียมออกมาแถลงชี้แจงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

ฮือฮา’โผครม.’ใหม่ ลูก ‘เนวิน’ผงาด รมว.ท่องเที่ยว ‘ชลน่าน’คุมกระทรวงหมอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556698

23 ส.ค. 2566

ฮือฮา'โผครม.'ใหม่ ลูก 'เนวิน'ผงาด รมว.ท่องเที่ยว 'ชลน่าน'คุมกระทรวงหมอ

‘โผครม.’ เศรษฐา 1 พลิก ฮือฮาลูก ‘เนวิน’ ผงาด รมว.ท่องเที่ยว สมศักดิ์ เทพสุทิน กินแห้ว – ‘ชลน่าน’ ได้ดีขึ้นว่าการกระทรวงคุณหมอ

มีความเคลื่อนไหว การจัดทำบัญชีรายชื่อครม.หรือโผครม.เศรษฐา 1 ล่าสุด เช้าวันนี้ เป็นที่ฮือฮาเมื่อปรากฏชื่อ นาย ไชยชนก ชิดชอบ บุตรชายนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งอายุไม่ถึงเกณฑ์ เป็นรัฐมนตรี มีชื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แทน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งถูกโยกไปเป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแทน นาย วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ถูกย้ายไปนั่งว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   

ไชยชนก ชิดชอบ บุตรชาย เนวิน ชิดชอบไชยชนก ชิดชอบ บุตรชาย เนวิน ชิดชอบ

ขณะที่นาย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  ได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.คมนาคม 

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ปรากฏชื่อของ นายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคซึ่งไม่มีรายชื่ออยู่ในโผครม.ก่อนหน้านี้ รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่ นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ถูกคาดหมายว่าจะได้เก้าอี้ รมว. เกษตรฯเพื่อผลักดันโครงการโคล้านตัว กลับไม่ปรากฏชื่อเป็นรัฐมนตรี ในโผครม.ล่าสุดนี้ 

แต่ สส.กทม. หนึ่งเดียวของเพื่อไทย อย่าง ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ มีชื่อเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  โดยมีทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นาย ดนุพร ปุณณกันต์  น.ส.จิราพร สินธุไพร และ น.ส. ขัตติยา สวัสดิผล

โผครม. เศรษฐา 1 ล่าสุด ประกอบไปด้วย

  • นายกรัฐมนตรี นาย เศรษฐา ทวีสิน
  • รองนายกรัฐมนตริ (ความมั่นคง) พล ต.อ. พัชรวาท วงษ์สวรรณ
  • รองนายกรัฐมนตริ (กฎหมาย) นาย ชูศักดิ์ ศิรินิล
  • รองนายกรัฐมนตรี นาย ภูมิธรรม เวชยชัย
  • รองนายกรัฐมนตริ (เศรษฐกิจ) นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง
  • รองนายกรัฐมนตรี นาย อนุทิน ชาญวีรกูล
  • รองนายกรัฐมนตรี นาย สพัฒนพงษ์ พันธ์มิเชาว์

     
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาง นลินี ทวีสิน
  • รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นาย นายสทิน คลังแสง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล ต.อ. พัชรวาท วงษ์สวรรณ
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นาย เผ่าภูมิ โรจนสกุล
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นาย ไชยชนก ชิตชอบ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นาย วราวุธ ศิลปอาชา
  • รัฐมนตริว่าการกระทรมการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมศาสตราจารย์ ดร. กิตติ ลิ่มสกุล
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นาย สรอรรถ กลิ่นประทุม
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นาง มนพร เจริญศรี
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นาย อนุทิน ชาญวีรกูล
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นาย ทรงศักดิ์ ทองศรี
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • นาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นาย สุพัฒนพงษ์ พันธ์มิเชาว์
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร. ปานปรีย์ พหิทธานุกร
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ม.ล. ชโยทิต กฤตากร
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นาย ภมิธรรม เวชยชัย
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นาย สันติ พร้อมพัฒน์
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นาย ชาดา ไทยเศรษฐ์
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นาย สชาติ ชมกลิ่น
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาว ตรีนช เทียนทอง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาว ณหทัย ทิวไผ่งาม
  • รัฐมนตริช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาว ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นาย ชลน่าน ศรีแก้ว
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นาย เกื้อกุล ด่านชัยวิจิตร
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นาย สุริยะ จึงร่งเรืองกิจ
  • โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นาย ดนุพร ปณณกันต์
  • โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาว จิราพร สินธุไพร
  • โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาว ขัตติยา สวัสดิผล

ด่วน แจ้งเลื่อน พิธีรับ ‘พระบรมราชโองการฯ’ ให้ ‘เศรษฐา’ เป็น ‘นายกรัฐมนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556686

22 ส.ค. 2566

ด่วน แจ้งเลื่อน พิธีรับ 'พระบรมราชโองการฯ' ให้ 'เศรษฐา' เป็น 'นายกรัฐมนตรี'

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้ง สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เลื่อนพิธี รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็น นายกรัฐมนตรี ออกไปก่อน วันเวลาใดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อช่วงเย็น วันนี้(22 ส.ค. 2566) ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประสานแจ้งว่าจะมีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ในวันนี้ (22 ส.ค. 2566) หลังผ่านการลงมติของที่ประชุมรัฐสภา เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ด้วยคะแนน เห็นชอบ 482 เสียง ส่วนไม่เห็นชอบ 165 และงดออกเสียง 81 เสียง

นายเศรษฐา ทวีสินนายเศรษฐา ทวีสิน

ล่าสุด ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีการแจ้งผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลทุกสถานีว่า พิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ในวันนี้ (22 ส.ค. 2566) เลื่อนออกไปก่อน ส่วนจะเป็นวันและเวลาใด จะรีบแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ด่วน แจ้งเลื่อน พิธีรับ 'พระบรมราชโองการฯ' ให้ 'เศรษฐา' เป็น 'นายกรัฐมนตรี'
ด่วน แจ้งเลื่อน พิธีรับ 'พระบรมราชโองการฯ' ให้ 'เศรษฐา' เป็น 'นายกรัฐมนตรี'
ด่วน แจ้งเลื่อน พิธีรับ 'พระบรมราชโองการฯ' ให้ 'เศรษฐา' เป็น 'นายกรัฐมนตรี'
ด่วน แจ้งเลื่อน พิธีรับ 'พระบรมราชโองการฯ' ให้ 'เศรษฐา' เป็น 'นายกรัฐมนตรี'

ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556684

22 ส.ค. 2566

ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด

ครั้งแรก ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ว่าที่ นายกฯ คนที่30 เปิดแถลง ขอบคุณ คนไทย พรรคร่วมรัฐบาล ‘สส.-สว.’ ที่โหวตหนุน พร้อมให้คำมั่นจะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด เดินหน้ายกระดับ ความเป็นอยู่ประชาชนคนไทยทุกคน

ที่พรรคเพื่อไทย ทันทีที่แกนนำพรรคเพื่อไทย แฟนคลับ และคนเสื้อแดง ทราบผลโหวตนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 17.40 น. จากการขานชื่อลงคะแนน ปรากฎว่า นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกรัฐสภา ทั้ง สส.-สว. เห็นชอบ 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 165 เสียง และงดออกเสียง 81 เสียง ส่งผลให้นายเศรษฐา กลายเป็น ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทยทันที

นายเศรษฐา ทวีสิน แถลงครั้งแรกหลังรู้ผลโหวตนายกฯนายเศรษฐา ทวีสิน แถลงครั้งแรกหลังรู้ผลโหวตนายกฯ

นายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” แถลงเป็นครั้งแรก ภายหลังทราบผลการลงมติของรัฐสภาว่า “ผมนายเศรษฐา ทวีสิน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ผมขอขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคน พรรคร่วมรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ วุฒิสมาชิกทุกท่านที่ร่วมในการโหวตในวันนี้ ผมจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ลืมความเหน็ดเหนื่อย ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ขอบคุณครับ”

ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด
ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาที่นายเศรษฐา ทวีสิน แถลงผลโหวตถึงชัยชนะได้รับเลือกเป็น “นายกคนที่30” นั้น ปรากฏว่ามีบรรดาแกนนำพรรค สส.เพื่อไทย และมวลชนคนเสื้อแดง เข้าร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคึกคัก อาทิ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย,นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฯลฯ

รอยยิ้มของผู้ชนะโหวตนายกฯคนที่30รอยยิ้มของผู้ชนะโหวตนายกฯคนที่30

ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด
ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด
ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด
ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด

นายเศรษฐา ทวีสิน ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพสื่อมวลชน และ มวลชนคนเสื้อแดงนายเศรษฐา ทวีสิน ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพสื่อมวลชน และ มวลชนคนเสื้อแดง

ครั้งแรก ‘เศรษฐา’ แถลงให้คำมั่น จะทำหน้าที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ ให้ดีที่สุด

เปิดรายชื่อ สส. ‘ประชาธิปัตย์’ แหกมติพรรค ยกมือหนุน ‘เศรษฐา’นั่ง นายกคนที่30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556681

22 ส.ค. 2566

เปิดรายชื่อ สส. ‘ประชาธิปัตย์’ แหกมติพรรค ยกมือหนุน ‘เศรษฐา’นั่ง นายกคนที่30

เกือบตกขบวน ‘ประชาธิปัตย์’ ประสาน เพื่อไทย วินาทีสุดท้าย ก่อนยกมือหนุน ‘เศรษฐา’ เป็น นายกคนที่30 แสดงจุดยืน หวังร่วมรัฐบาล ‘ชวน-บัญญัติ-สรรเพชญ’ โหวตไม่เห็นชอบ-เช็คชื่อ16 สส. แหกมติพรรค ได้ที่นี่

ที่ประชุมรัฐสภา ในการลงมติโหวตเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า สส. พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จำนวน 16 คน โหวตสวนมติพรรค ที่ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมพรรคมีมติให้ “งดออกเสียง” ซึ่งนายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส. บัญชีรายชื่อ นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา ได้ขอในที่ประชุมพรรคว่าจากขอโหวต “ไม่เห็นด้วย”

สส.ประชาธิปัตย์ โหวตหนุน นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมรัฐสภาวันนี้ว่าให้เอกสิทธิ์ สส. ในการโหวตแต่ส่วนตัวจะ “งดออกเสียง”

โดยเมื่อถึงเวลา ขานชื่อลงคะแนน สส. พรรคประชาธิปัตย์ กลับไม่แสดงตัว มีเพียง พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาราเล่ สส.สงขลา และ นางอำนวยศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช ที่ โหวต “เห็นชอบ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ประธานรัฐสภาสั่งพักการประชุม เนื่องจากมี สส.พรรคก้าวไกล เป็นลมหมดสติในห้องประชุม จึงได้กลับมาเริ่มต้นโหวตต่อ ทำให้ สส. พรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ลงคะแนนในตอนต้น กลับมาโหวต “เห็นชอบ” ให้นายเศรษฐา อีก 14 คน รวมเป็น 16 คน

เปิดรายชื่อ 16 สส.ประชาธิปัตย์ โหวตหนุน ‘เศรษฐา’ เป็นนายกฯ

1. นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา

2. นายศักดิ์สิทธ์ ขาวทอง สส.สงขลา

3. น.ส.สุภาพร กำเนิดผล สส.สงขลา

4. นายยูนัยดี วาบา สส. ปัตตานี

5. นายชัยชนะ เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช

6. นายพิทักษ์เดช เดชเดโชว์ สส. นครศรีธรรมราช

7. นายทรงศักดิ์ มุสิกอง สส. นครศรีธรรมราช

8. ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สส. นครศรีธรรมราช

9. นางสุพัชรี ธรรมเพชร สส.พัทลุง

10. นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง

11. นายสมบัติ ยะสินธุ์สส. แม่ฮ่องสอน

12. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร สส.อุบลราชธานี

13. นายชาตรี ล้าพรหม สส. สกลนคร

14. นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส. ประจวบคีรีขันธ์

15. พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาราเล่ สส.สงขลา

16. นางอำนวยศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช

ขณะที่ นายร่มธรรม ธรรมเพชร สส. พัทลุง , น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส. ตรัง ,นายสมยศ พรายด้วง สส. สงขลา ,และ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส. ประจวบคีรีขันธ์ ล่วงหน้าซึ่งทั้ง 4 โหวต “งดออกเสียง” ไปแล้วทำให้ ไม่สามารถกลับมติได้

ส่วนนายราชิต จิตพุ่ม สส. นครศรีธรรมราช มาลงชื่อเข้าประชุมรัฐสภา แต่ไม่ได้ร่วมโหวตนายกฯ เนื่องจากป่วย

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า สส.พรรคประชาธิปัตย์ จะโหวตสนับสนุนนายเศรษฐา จำนวน 21 คน จาก สส.ทั้งหมด 25 คน แต่ที่ลงมติ สนับสนุนเพียงแค่ 16 คน เนื่องจากที่เหลือลงมติไปก่อน ในขณะที่การประสานงานกับพรรคเพื่อไทยยังไม่แล้วเสร็จ และเพิ่งมาสรุปได้ ในวินาทีสุดท้าย ก่อนปิดโหวตเลือกนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโหวตเห็นชอบของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ถือว่า สอดคล้องกับที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เคยระบุว่า หากมี สส.พรรคใดจะเข้าร่วมรัฐบาลเพิ่มเติม ขอให้แสดงจุดยืนในโหวตนายกรัฐมนตรี

เช่นเดียวกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายต่อสภาฯว่า อาจจะมีพรรคร่วมรัฐบาล มากกว่า 11 พรรค และมีพรรคที่ 12, 13 ,14 ตามมา

ทั้งนี้ ไม่เกินความคาดหมาย เนื่องจาก ‘นายกชาย’ เดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  มีความพยายามจะเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทยมาตลอด และได้แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านสื่อหลายสำนักข่าว

ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ‘ชลน่าน’ ลั่นกลางสภาฯ คิดผิด จับมือ ‘ก้าวไกล’ ตั้งรบ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556668

22 ส.ค. 2566

ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ 'ชลน่าน' ลั่นกลางสภาฯ คิดผิด จับมือ 'ก้าวไกล' ตั้งรบ.

ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรคเพือ่ไทย ลั่นกลางสภา คิดผิดจับมือ ‘ก้าวไกล’ จัดตั้งรัฐบาล จนล้มเหลว เหตุดื้อหัวชนฝา บางกลุ่มสุ่มเสี่ยงเป็นอันตรายต่อสถาบัน แจงจับมือจัดตั้งรัฐบาลสลายขั้ว อ้างเพื่อแก้วิกฤตประเทศ

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 14.50 น. ในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นชี้แจง และตอบข้อซักถาม ในนามของพรรคเพื่อไทยที่เสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ในนามพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค ต้องขอบคุณสมาชิกรัฐสภาที่มีความเห็น และข้อห่วงใย โดยซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวบุคคล และลักษณะต้องห้ามของบุคคล เพื่อตัดสินใจเลือกผู้นำประเทศไปเป็นนายกฯของคนไทยทุกคน ตนมี 3 ประเด็นที่จะชี้แจงในฐานะพรรคการเมืองที่เสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ คือ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

1.ข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม จากการประกอบอาชีพภาคเอกชนในบริษัทมหาชน โดยการประกอบกิจการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โดยยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ในการตรวจสอบคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ เราไม่ได้ละเลยเรื่อง เพราะถือเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ต่อพี่น้องประชาชน ข้อสงสัยเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษี การซื้อขายที่ดินที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการแต่งตังบุคคล ตัวแทน นอมินี มารองรับนั้น ในมุมของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ละเลยเรื่องดังกล่าว

ขอยืนยันว่า เราตรวจสอบข้อกฎหมายทุกอย่าง ล่วงเลยไปถึงจริยธรรมความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โดยยืนยันว่าไม่มีเรื่องใดที่ผิดกฎหมาย ไม่มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ หลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่านายเศรษฐาไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีแต่ข้อกล่าวหาที่โน้มเอียงเป็นลักษณะการเชื่อมโยงหลักฐาน แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ จึงยังถือว่านายเศรษฐาเป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมรัฐสภานพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมรัฐสภา

2.สมาชิกรัฐสภาหลายท่านอาจจะแสดงความเห็นในฐานะพรรคการเมือง ว่าไม่สามารถให้ความเห็นชอบนายเศรษฐาได้ ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม แต่เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมือง และพฤติกรรมการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตนขอชี้แจงว่า พรรคเพื่อไทยเคารพเสียงของพี่น้องประชาชนทุกเสียง ขีดเส้นใต้คำว่าทุกเสียง ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติย์เป็นประมุข จริงอยู่ว่าในพฤติกรรมการแสดงออกในบ้านนี้เมืองนี้ อาจมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ว่ากลุ่มนั้นเสรีนิยม กลุ่มนี้อนุรักษ์นิยม แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรล้วนแต่เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้น สิ่งที่พรรคเพื่อไทยยึดมั่นคือระบอบการปกครอง สำคัญที่สุดคือระบบรัฐสภา สส.ที่ถูกเลือกมาในสภาที่ขณะนี้มี 499 คน ล้วนมาจากการเลือกของพี่น้องประชาชน ที่ทุกคนถือว่าเป็นปวงชนชาวไทย เขาเหล่านั้นเป็นผู้ให้สิทธิ์ให้เสียงตัวแทนของเขาเข้ามา เขาเป็นประชาชนในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้เป็นเผด็จการ และจริงอยู่ว่าพฤติกรรรมที่ผ่านมา เรามีการแบ่งแยกทางความคิดกันอย่างสิ้นเชิงในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย มีประสบการณ์เรื่องนี้อย่างเจ็บปวด

แต่คนที่เจ็บปวดที่สุดคือพี่น้องประชาชนคนไทย ถามว่าเราขัดแย้งกันสู้กันแล้วได้อะไรขึ้นมา นี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทย เราเห็นความย่อยยับ สูญเสีย โอกาสของประชาชนที่เสียหายไป เพียงเพราะมีความคิดต่างกันบนพื้นฐานความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน แน่นอนว่าถ้ามีความเชื่อแบบนี้ฝ่ายที่บอกว่าต้องการปกป้องรักษาบ้านเมือง สถาบันหลักของชาติ เขาก็ต้องปกป้องต้องแสดงออกเต็มที่ ถ้าคุณมีพฤติการณ์ พฤติกรรม ที่สุ่มเสี่ยงจะเป็นอันตรายต่อสถาบันหลักของชาติย่อมมีการต่อสู้ทำลายล้าง นั่นคือเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราจะปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปอย่างนั้นหรือ พรรคเพื่อไทยนำเรื่องนี้มาคิดหนัก จริงอยู่ที่เรายินดี และส่งเสริมในสิ่งที่เป็นอำนาจประชาชน

เราเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พรรคก้าวไกลเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเราเป็นพรรคอันดับสองมีความยินดีร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล และถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พรรคเพื่อไทยไม่มีทางจับมือกับพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นพรรคอันดับสองสามารถที่จะแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้ากลไกการเมือง และรัฐธรรมนูญมันปกติ แต่ด้วยสภาพบังคับของรัฐธรรมนูญแบบนี้เราไม่ร่วมมือกันไม่ได้ แต่เราก็คิดผิดเพราะว่ายิ่งเราจับมือกันยิ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้

ไทยรักไทย พลังประชาชน เราเอาหัวชนฝามาเราเจ็บ เราเกิดก่อนเรามีประสบการณ์ แล้วเราจะเอาหัวไปชนฝาทำให้ประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน เสียหายไปเราไม่ทำ สิ่งที่ดีที่สุด เราหันหน้ามาจับมือดุลอำนาจ ประนีประนอมอำนาจให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมือง น่าจะเป็นแนวคิดที่ดีที่สุดในโอกาสเปลี่ยนผ่านนี้ เราต้องปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของชาติ ทุกคนพูดเหมือนกัน แต่วิธีการทำไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะวิธีการที่มีความคลางแคลงสงสัยมันทำให้เกิดความขัดแย้ง

ดังนั้น พรรคเพื่อไทยอาสาเข้ามาสลายความขัดแย้งตรงนี้ จัดตั้งรัฐบาลในนามของทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันได้ วันนี้เราได้ 11 พรรค และมั่นใจว่าพรรคอื่นๆจะตามมาอีก เพื่อสร้างความเข้มแข็งของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน นี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล เราเชื่อมั่นว่าแนวทางจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้วิกฤตของประเทศ และถ้าจะสลายความขัดแย้งได้ต้องอาศัยกลไกนี้เท่านั้น

ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ 'ชลน่าน' ลั่นกลางสภาฯ คิดผิด จับมือ 'ก้าวไกล' ตั้งรบ.

3.ข้อห่วงใยเรื่องนโยบายโดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้เป็นเพียงนโยบายที่เราใช้รณรงค์หาเสียง ส่วนนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ตรงนั้นท่านวิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่ เพราะจะถูกนำไปใช้ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องดีที่ท่านวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเป็นข้อห่วงใย ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องจำเป็น เราแก้เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการที่จะทำแบบนี้ได้ต้องผ่านกระบวนการทำประชามติ เราจึงประกาศว่าถ้าเราเป็นรัฐบาลเรื่องที่จะทำเร่งด่วนคือแก้ปัญหาปากท้อง ส่วนอีกเรื่องเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป เพราะต้องใช้เวลาจะล่าช้าไม่ได้ จึงจะทำประชามติว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และจัดทำโดยใคร ถ้าได้รับมติจากพี่น้องประชาชนก็จะเข้าสู่กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ ความตั้งใจของเราคือจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมา ซึ่งรายละเอียดต้องคุยกันอีกครั้งโดยที่ทุกฝ่ายมั่นใจว่าจะทำงานด้วยกันได้ บนพื้นฐานเริ่มต้นเป็นรัฐบาลแห่งความปรองดอง หันหน้าเข้ามากัน มาเริ่มต้นตรงนี้

ผมเชื่อว่าทุกคนมีจิตปรารถนาดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองแน่นอน ความเห็นต่างเป็นสีสันสวยงามในระบอบประชาธิปไตย แต่เราจะแปลงความเห็นต่างตรงนั้นมาเป็นความเห็นร่วมอย่างไรขึ้นอยู่กับพวกเรา 750 คน โอกาสนี้ถ้าท่านมอบความไว้วางในให้นายเศรษฐาผู้ที่ถูกเสนอชื่อ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการนำความเห็นต่างมาเป็นความเห็นร่วมเพื่อหันหน้าเข้าหากัน มาทำงานร่วมกันในนามพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค เราหวังว่าจะได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่หวังมันไม่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะมิติสังคมไทยที่มีความแตกต่างหลากหลาย เราต้องรับความแตกต่างหลากหลาย และรับมาบริหารจัดการให้เป็นโอกาสที่ดีต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุด ตนขอบคุณสมาชิกที่จะขานชื่อนายเศรษฐาให้สมควรเป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น เวลา 15.10 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้ปิดการอภิปรายเลือกนายกรัฐมนตรี และเข้าสู่ขั้นตอนการลงคะแนนโหวตนายกรัฐมนตรี แบบเปิดเผย โดยวิธีการเรียกชื่อสมาชิกรัฐสภา (สส.-สว.) ตามลำดับอักษร และออกเสียงลงคะแนนเป็นรายบุคคล 

ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ 'ชลน่าน' ลั่นกลางสภาฯ คิดผิด จับมือ 'ก้าวไกล' ตั้งรบ.

มติโหวต นายกคนที่30 ‘เศรษฐา’ลอยลำ 482 เสียง

กระทั่งเวลา 17.40 น. จากการขานชื่อลงคะแนน ปรากฎว่า ในส่วนของสว. ลงคะแนนเห็นชอบให้นายเศรษฐา เป็น นายกฯคนที่30 เกิน 61 คะแนน เมื่อรวมกับเสียงของ สส.พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีแตกแถว ที่มีอยู่ 314 เสียง ถือว่าได้เสียงเกิน 375 คน และเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา (สส.-สว.) ที่มีจำนวน 747 คน ถือได้ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน มีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เพราะได้รับความไว้วางใจมีสส.-สว. เห็นชอบ 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 165 เสียง และงดออกเสียง 81 เสียง

‘วิโรจน์’ เสียใจ หลัง ‘ชลน่าน’ บอก แก้รธน.ของประชาชนแค่ ‘หาเสียง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556682

22 ส.ค. 2566

'วิโรจน์' เสียใจ หลัง 'ชลน่าน' บอก แก้รธน.ของประชาชนแค่ 'หาเสียง'

‘วิโรจน์’ ใจกว้าง ‘ชลน่าน’ ยอมรับผิดพลาดร่วมมือ ‘ก้าวไกล’ ตั้งแต่แรก แต่เสียใจ บอก ‘แก้ไขรัฐธรรมนูญ’ ฉบับประชาชน สุดท้ายบอกแค่ ‘หาเสียง’ จี้ ‘ผู้ลี้ภัย’ ทุกคนควรได้รับความยุติธรรมเหมือน ‘ทักษิณ’

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยอมรับเสียใจ หลัง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวก่อนปิดโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมสภา ว่า ตัดสินใจผิดพลาดที่มาร่วมกับพรรคก้าวไกลตั้งแต่แรกนั้น

นายวิโรจน์ ระบุ หากเป็นการพาดพิงถึงพรรคก้าวไกล ส่วนตัวคงใจกว้าง ไม่คิดมาก เพราะมีวุฒิภาวะ และความเป็นผู้ใหญ่พอ แต่ในส่วนที่ตนรู้สึกเสียใจและสะดุ้ง ในเรื่องนโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นร่างของประชาชน เนื่องจากตอนแรกระบุว่า จะให้เป็นร่างของประชาชน แต่สุดท้ายระบุว่าเป็นเพียงการหาเสียงเท่านั้น ซึ่งรัฐธรรมนูญอนาคตก็จะต้องมาจากประชาชน ที่เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรัฐไทยต้องเป็นรัฐเดียวแบ่งแยกไม่ได้ 

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าประชาชนไม่ได้รู้สึกผิดหวัง เพราะเราพูดอะไรเราก็พร้อมทำตามที่พูด ไม่ใช่เลือกไปแล้วพูดอย่างทำอย่าง ถ้าเป็นแบบนั้นอาจจะทำให้ประชาชนผิดหวังได้ 

ส่วนการเดินทางกลับของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มองว่า หากจะพูดไม่มีนัยยะทางการเมืองอะไรเลย ก็ยังพูดไม่ได้ แต่มองว่าสิ่งที่คุณทักษิณถูกกระทำเมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นการไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งคุณทักษิณเองก็ควรที่จะได้รับความยุติธรรม

แต่ในส่วนความยุติธรรมที่คุณทักษิณได้รับนั้น ผู้ลี้ภัยหรือผู้ที่โดนกระทำเหมือนกันต้องได้รับ หากได้รับเพียงแค่บางคน ไม่ใช่ความยุติธรรม แต่มันเป็นสิทธิพิเศษ 

‘ก้าวไกล’ ประกาศเป็นฝ่ายค้าน ทำงานเชิงรุก เตรียมพร้อมเลือกตั้งหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556680

22 ส.ค. 2566

'ก้าวไกล' ประกาศเป็นฝ่ายค้าน ทำงานเชิงรุก เตรียมพร้อมเลือกตั้งหน้า

‘ก้าวไกล’ ประกาศเป็นฝ่ายค้าน พร้อมทำงานเชิงรุกสุดความสามารถร่วมกับประชาชนทั้งในและนอกสภา หวังเป็นฝ่ายบริหารในเลือกตั้งหน้า ซัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ต่อลมหายใจให้ขั้วรัฐประหาร

หลังผลการโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับคะแนนเห็นชอบ 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 165 เสียง งดออกเสียง 81 เสียง 

สส.พรรคก้าวไกล  นำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค แถลงว่า ประกาศเป็นฝ่ายค้าน ทำงานแบบเชิงรุก ซึ่งวันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้และการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากวันนี้ มิได้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง

พรรคก้าวไกลขอย้ำว่า การจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ มิใช่การสลายขั้วลดความขัดแย้ง โดยเอาวาระของประเทศและประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่เป็นการสยบยอมและต่อลมหายใจให้แก่ระบบการเมืองที่สถาปนาขึ้นมาโดยการรัฐประหาร เป็นการทำลายความหวัง ความศรัทธา และอำนาจของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

นายชัยธวัช กล่าวว่า แน่นอนต่อจากนี้ไป พักก้าวไกลจะต้องทำงานในฐานะฝ่ายค้าน โดยเราจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ทุกเสียงที่พี่น้องประชาชนได้มอบให้พรรคก้าวไกลจะต้องมีความหมาย ผู้แทนราษฎรทุกคนของพรรคก้าวไกลจะทำงานอย่างสุดความสามารถ ทั้งในด้านการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ด้านการผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า ด้านการผลักดันวาระของประชาชนผ่านกลไกต่างๆ ของสภา รวมทั้งการทำงานร่วมกับประชาชนนอกสภาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยร่วมกันอย่างไม่ท้อถอย

เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า แม้ในวันนี้ ผู้มีอำนาจจะพยายามทำให้อำนาจของประชาชนไม่มีความหมาย แต่พรรคก้าวไกลจะยังยืนอยู่อย่างมั่นคงกับประชาชน ด้วยความเชื่อมั่นว่าพลังของพี่น้องประชาชนจะสามารถสร้างอนาคตแบบใหม่ให้แก่สังคมไทยได้ในที่สุด สักวันหนึ่งเราจะมีประชาธิปไตยที่แท้จริง สักวันหนึ่งเราจะมีระบบเศรษฐกิจที่ก้าวหน้า เท่าทันโลก และเป็นธรรม สักวันหนึ่งเราจะมีสังคมที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย เคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ยึดถือความมั่นคงของประชาชนเป็นความมั่นคงของชาติ ด้วยความเคารพในประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ

เมื่อถามว่าบทบาทการตรวจสอบรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้าน นายชัยธวัช กล่าวว่า การทำงานในฐานะฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลจะทำอย่างสร้างสรรค์ ยึดหลักการและเหตุผลเป็นตัวตั้ง คนคิดว่าสิ่งที่จะล้มรัฐบาลชุดนี้ได้คือ ศรัทธาของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ แม้เราเป็นฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะบริหารประเทศให้ดีที่สุดในการเลือกตั้งครั้งหน้า นี่คือเป้าหมายของเรา