ไม่เอาสู้ๆ เศรษฐา ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ พร้อมแจงศาล มั่นใจทำหน้าที่ถูกต้อง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575293

23 พ.ค. 2567

16:28 น.

ไม่เอาสู้ๆ เศรษฐา ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ พร้อมแจงศาล มั่นใจทำหน้าที่ถูกต้อง

นายกฯ พร้อมแจ้ง ศาลฯ รธน. ขอเวลาศึกษาคำวินิจฉัยก่อน ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ ยืนยันทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ ไม่ขอวิจารณ์ สว. เล่นเกมต่อรองทางการเมือง

วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยรับคำร้องกรณีการแต่งตั้งนายพิชิตชื่นบานเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ไว้พิจารณาพิจารณาแล้วแต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ว่า มีเวลา 15 วัน เมื่อเสร็จภารกิจวันนี้แล้ว จะโทรศัพท์หารือกับฝ่ายกฎหมาย ว่าจะเตรียมคำชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร ถือเป็นเรื่องธรรมดาในการเข้าสู่การเมือง ต้องสามารถตรวจสอบได้ หากฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายตุลาการมีความข้องใจ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องไปชี้แจง

ซึ่งตอนนี้ยัง ไม่ทราบว่าจะต้องชี้แจงในประเด็นอะไรบ้าง เพราะอยู่ระหว่างการหารือกับภาคเอกชน ของประเทศญี่ปุ่น แต่ยืนยันว่าเป็นธรรมดาของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องรับฟัง และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ พร้อมย้ำว่า ต้องให้เวลาศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณา ตนเองไม่อยากกดดัน ศาลฯ และตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำคำชี้แจง เมื่อกลับประเทศไทยไปแล้วจะไปพิจารณาร่วมกัน 

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ในระหว่างการปฎิบัติภารกิจอยู่ในต่างประเทศขณะนี้ ไม่มีผลกระทบกับการเจรจาและการพูดคุยกับนักธุรกิจในวันนี้ เพราะไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องแยกแยะให้ถูก เรื่องปัญหาในประเทศไทยก็ต้องแก้ไขกันไป มีทีมงานที่ช่วยดูแลอยู่แล้ว 

นายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่อยากมองเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่เป็นเรื่องที่ต้องรับทราบ และให้ความกระจ่างกับสังคม  มั่นใจว่าตนเองปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งต้องดูรายละเอียดคำวินิจฉัยอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร และเชื่อว่าคนที่จะทำหน้าที่ในการตัดสินจะต้องพิจารณาอย่างดี

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า สว. เล่นเกมต่อรองทางการเมือง นั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่ทราบ ว่าต้องการต่อรองอะไร และต้องไม่คิดไปในแง่ลบ เพราะ สว. ก็มีหน้าที่เป็นของตัวเอง ซึ่งส่วนตัวมีหลายคนบอกว่า เมื่อสว. หมดวาระไปแล้วก็ไม่ควรเสนอ หรือร้องเรียนอะไรอีก แต่ หากกฎหมายให้สิทธิ์ในการเสนอ ก็สามารถทำได้ และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เพราะกฎหมายระบุเอาไว้อย่างชัดเจน และไม่อยากมองลึกไปถึงการเล่นเกมเพื่อต่อรองอะไรบางอย่าง เชื่อว่าทุกคนมีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ และต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใสและชอบธรรม 

ส่วนนายกรัฐมนตรีจะพูดอะไรกับคนที่เห็นต่างนั้น  หรือไม่นั้น มองว่าการเข้าสู่การเมืองแล้วทำให้ทุกอย่างถูกใจทุกคนเป็นไปไปได้ลำบาก แต่ขอให้มั่นใจรัฐบาล ว่ายึดมั่นกับความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก และตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเรื่องการตรวจสอบก็เป็นเรื่องธรรมดา พร้อมชี้แจงทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติหรือไม่ลงมติก็ตาม และมีองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปโดยชอบธรรม ส่วนจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเบื้องหน้าเป็นหน้าที่ที่จะต้องให้ความกระจ่าง อย่าไปมองว่ามีใครอยู่เบื้องหลังมีใครอยู่เบื้องหลังเบื้องหน้าบ้าง 

จะรับมืออย่างไร สถานการณ์การเมืองที่จะพุ่งเป้ามาที่ตัวนายกรัฐมนตรีมากขึ้นในอนาคต นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องพร้อมตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังเหมือนกันทุกวัน มีภารกิจที่ต้องทำ มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบกับการกระทำ ดังนั้นจึงขอยืนยันความตั้งใจจริง และไม่ท้อถอย เป็นธรรมดาที่จะต้องเจอเรื่องแบบนี้ ทำได้อยู่แล้ว 

ส่วนจะให้กำลังใจตัวเองและผู้ที่สนับสนุนอย่างไร  นั้นนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สำหรับตัวเองไม่ต้องให้กำลังใจอะไร เพราะผ่านวิกฤตมามากมาย ผ่านการเลือกตั้งที่ชอบทำมาแล้ว ตั้งรัฐบาลมาแล้ว 9 เดือน ไม่มีปัญหา ทุกวันมีความหมาย และมีหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยปัญหาที่เข้ามาไม่ว่าจะจะเป็นปัญหาส่วนตัว หรือเรื่องทางการเมือง ต้องเป็นเป็นผู้ใหญ่พอที่จะสามารถแบ่งแยกให้ถูก ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาและเข้าไปชี้แจง ไม่ได้ต้องการกำลังใจอะไรเป็นพิเศษ

สำหรับคนที่สนับสนุน ขอให้มั่นใจว่าตนเองทำด้วยความ และทุกคนก็ทราบดี ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องตอบทุกข้อสงสัย ไม่อยากให้คิดลึกหรือคิดเป็นอย่างอื่น เพราะอาจจะทำให้ไม่สบายใจได้ และเชื่อว่าทุกคนมีความปรารถนาดีกับประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

“เศรษฐา” ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575280

23 พ.ค. 2567

14:41 น.

"เศรษฐา" ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

“เศรษฐา” ยกหูคุยโทรศัพท์ ฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง ชี้ขาดคุณสมบัติ ยังคงเดินหน้าปฎิบัติภารกิจที่กรุงโตเกียว

23 พ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความเคลื่อนไหวของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการปฎิบัติภารกิจที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม ในการเข้าร่วมประชุมการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29  ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา 48 คนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า

ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)ประกอบมาตรา 160(4) และ (5) หรือไม่

จากกรณีนายเศรษฐา ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า นายพิชิต ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเศรษฐา ยังคงมีท่าทีปกติ และได้มีการตรวจสอบ ทั้งมีการโทรศัพท์สอบถามกับคณะทำงานอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรี ยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ตาม กำหนดการปกติที่ได้วางแผนไว้

ทั้งนี้ เวลา 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม One-on-one ที่โรงแรม Peninsula Tokyo จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น.นายกรัฐมนตรีพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Mipsui&Co.,Ltd. ณ โรงแรมที่พัก เวลา 14.25 น พบผู้บริหาร Ajinomopo Co.,Inc. ก่อนจะพบและหารือกับ ผู้บริหารบริษัท Sony Grpup Crporation ในเรื่องอุตสาหกรรมเป้าหมาย

\"เศรษฐา\" ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

จากนั้นพบหารือกับผู้บริหารบริษัทMUFGผ&Softbank(สถาบันการเงิน) และ พบหารือกับผู้บริหารบริษัท Nidec Corporation และเวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีพบและหารือกับดาโต๊ะ เซอร์ อันวาร์ อิบบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่โรงแรม The Imperial tokyo

จากนั้นเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ กับผู้เข้าร่วมการประชุมการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค.ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น,ซึ่งภายในงานนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นร่วมงานพร้อมกล่าวสุนทรพจน์

ชมคลิป

‘เปิดรายชื่อ’ ตุลาการ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา’

23 พ.ค. 2567

14:40 น.

'เปิดรายชื่อ' ตุลาการ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา’

‘เปิดรายชื่อ’ ตุลาการ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายกฯเศรษฐา

วันที่23พ.ค.2567 กรณี ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง รับคำร้อง กลุ่ม 40สว. ที่ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา 160 (4)และ(5) หรือไม่ โดยมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3

ตุลาการเสียงข้างมาก 6 คน คือ นายปัญญา อุดชาชน , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬ แสงเทียน , นายจิรนิติ หะวานนท์ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ตุลาการได้ให้ นายเศรษฐา ยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับสำเนาคำร้อง

ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

กรณีที่นายพิชิต ผู้ถูกร้องที่ 2 ลาออกจากตำแหน่งแล้ว มติ ศาลรัฐธรรมนูญ 8 ต่อ 1 มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ในส่วนผู้ถูกร้องที่ 2 ไว้วินิจฉัย

กรณี นายเศรษฐา ผู้ถูกร้องที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 5 ต่อ 4 ว่านายเศรษฐา ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ตุลาการเสียงข้างมาก 5 คน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต , นายสุเมธ รอยกุลเจริญ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ตุลาการเสียงข้างน้อย 4 คน คือ นายปัญญา อุดชาชน , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์

ด่วน ศาลรธน. ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575262

23 พ.ค. 2567

12:22 น.

ด่วน ศาลรธน. 'รับคำร้อง' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ด่วน ศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สั่งแจงแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน ส่วน พิชิต ไม่รับคำร้อง เหตุชิงลาออก

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ รับคำร้อง กลุ่ม 40 สว. พี่ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบกับมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่หนึ่ง และนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่สอง สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบกับมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

โดย ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก  6:3  มีคำสั่ง รับคำร้อง กรณีนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกฟ้องที่หนึ่งร้อง และให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน และ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก  5:4 ให้นายกรัฐมนตรีไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย ซึ่งตุลาการ  โดยตุลาการเสียงข้างน้อย ที่มีความเห็นให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ประกอบไปด้วย ประกอบ นายปัญญา อุดชาชน, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายนายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมากข้าง 8 ต่อ 1 ไม่รับคำร้องกรณี นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในคำร้องเนื่องจากนายพิชิตได้ลาออกออกจากตำแหน่งแล้วซึ่งศาลเห็นว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (2) กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยคดีต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาพิจารณาคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2561 มาตรา 51 ซึ่งเสียงข้างน้อยให้รับคำร้องคือนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม

ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว 10 ปีรัฐประหาร 22 พ.ค. หวังเห็น รธน.ใหม่ปชช.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575200

22 พ.ค. 2567

13:46 น.

‘ยิ่งลักษณ์' โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว 10 ปีรัฐประหาร 22 พ.ค. หวังเห็น รธน.ใหม่ปชช.

“ยิ่งลักษณ์” โพสต์วันครบรอบรัฐประหาร 22 พ.ค.57 เริ่มมีความหวังประเทศจะกลับสู่ประชาธิปไตย มี รธน.ใหม่เขียนโดยประชาชน

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว

22 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X : Yingluck Shinawatra @PouYingluck โดยระบุเนื้อหา ดังนี้

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นับเป็นเวลา 10 ปีแล้วจากวันที่เกิดการรัฐประหาร เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จนมาถึงวันนี้เป็นเวลาที่ยาวนาน แต่ดิฉันเริ่มมีความหวังค่ะ ก็คือการที่เห็นประเทศกลับคืนสู่หนทางแห่งประชาธิปไตย โดยจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เขียนโดยประชาชน เพื่อประชาชน ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนไปพร้อมๆกัน

รอความหวังที่จะเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่นำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงค่ะ

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575193

22 พ.ค. 2567

11:59 น.

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจต่อผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต เหตุเครื่องบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ส SQ321 ตกหลุมอากาศ ย้ำทางการไทยพร้อมให้ช่วยเหลือเต็มที่ทุกด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ321 เส้นทางฮีทโธรว์-ชางงี ประเทศสิงคโปร์ ขอลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เนื่องจากประสบเหตุตกหลุมอากาศ โดยมีรายงานผู้บาดเจ็บรวมและเสียชีวิต

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่าน X ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าผ่าน Srettha Thavisin ว่า “ผมได้รับทราบเกี่ยวกับเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สที่ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วครับ ทางการไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน และกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งดูแล และประสานเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยครับ”

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

พร้อมยืนยันว่า ทางการไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน และกระทรวงคมนาคม กำลังเร่งดูแลและประสานเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย

เช่นเดียวกับ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือ และประสานงานทุกประการที่จำเป็นแก่ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลงจอดอย่างฉุกเฉินของเที่ยวบินดังกล่าว ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

น้องชายธนาธรแจงปมคดี จับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575186

22 พ.ค. 2567

11:06 น.

น้องชายธนาธรแจงปมคดี จับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง?

น้องชายธนาธร ออกจดหมายแจงปมติดสินบน 20 ล้าน ลั่นจับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง ? กรณีเกี่ยวข้องกับข่าวการเช่าที่ดินสำนักงานทรัพย์สินฯ

สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

จากกรณีที่ ศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบกลางอ่านคำพิพากษาสั่งจำคุก นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คดีติดสินบน 20 ล้าน เกี่ยวกับการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 6 เดือนไม่รอลงอาญา ก่อนจะมีการยื่นหลักทรัพย์ ประกันตัวออกไป

ล่าสุด มีการออกจดหมายชี้แจงเพิ่มเติมระบุว่า ผมเป็นผู้แจ้งเบาะแสทุจริต แต่กลับกลายเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริต?

เอกสารชี้แจงเอกสารชี้แจง

สรุปใจความสำคัญ ดังนี้

1. การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเช่าที่ดินของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนตามกฎหมายตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งมา ต่อมาภายหลังทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว

2.  เมื่อทราบเรื่องจึงแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยรีบแจ้งข้อเท็จจริง จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าว จนศาลพิพากษาลงโทษ และคดีถึงที่สุดแล้ว

3. ปี 2562 ยังได้ไปให้การในฐานะผู้เสียหายในกรณีดังกล่าว แตเนื่องจากในขณะนั้นติดภารกิจสำคัญอยู่ต่างประเทศจึงไม่ได้ไปให้การเป็นพยานกับพนักงานสอบสวน

4. ในช่วงระหว่างการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงปลอมแปลงเอกสารสำนักงานทรัพย์สินฯกลุ่มนี้ ตั้งแต่ในชั้นสอบสวนกระทั่งถึงในชั้นศาล พนักงานสอบสวนไม่เคยดำเนินคดีใด ๆกับผมทั้งสิ้น

5. แต่กลับมี “นักร้อง.” ไปร้องให้ดำเนินคดีกับผม กล่าวหาว่ารู้เห็นเป็นใจกับบุคคลนี้ และเป็นผู้ใช้ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวไปกระทำการทุจริต

ปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามว่าหากลองพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม ว่าผมมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดจริง เหตุใดต้องไปแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหลอกลวง เพื่อให้ตนเองถูกดำเนินคดีไปด้วย  

ผมคือผู้เสียหายจากการหลอกลวงของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่จำเลย การที่ผมเป็นผู้เริ่มคดีขึ้นเสียเองด้วยการแจ้งเบาะแสการทุจริตไปยังสำนักงานทรัพย์สิน ก็เพราะไม่อยากให้สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้รับความเสื่อมเสียจากการที่มีบุคลากรแอบแฝงกระทำการหลอกลวงผู้อื่นเช่นที่ผมพบเจอด้วยตนเอง


ผมเคารพในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ผมขอใช้สิทธิต่อสู้คดีจนถึงที่สุด และพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ความสุจริตใจของผมตามครรลองของกระบวนการยุติธรรมต่อไป


สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ
21 พฤษภาคม 2567”

เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิชิต ชื่นบาน’ ชิง ‘ลาออก’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575168

21 พ.ค. 2567

18:32 น.

เปิดเหตุผล ทำไม 'พิชิต ชื่นบาน' ชิง 'ลาออก'

เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิชิต ชื่นบาน’ ถึงชิง ‘ลาออก’ ก่อนวันนัดพิจารณาของ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ชี้ครั้งนี้เสี่ยงสูง ต่อสถานภาพ นายกฯเศรษฐา หลังกฤษฎีกาตอบข้อหารือ

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

กรณี 40สว. ยื่นคำร้อง ขอ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1 และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อวันที่ 15พ.ค.2567

สืบเนื่องจาก การแต่งตั้ง นายพิชิต  ชื่นบาน เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ นายพิชิต เคย ถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เมื่อวันที่10มิ.ย.2551 กรณีพยายามนำถุงขนมใส่เงินสด2ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาคดีแผนกอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ คุณหญิงพจมาน ภรรยา (ขณะนั้น) ตกเป็นจำเลย และถูกเรียกขานกันว่า คดีถุงขนม2ล้านบาท

และยังเคยถูกสภาทนายความ ถอดชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความเป็นเวลา 5 ปี

โดย ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่า จะมีมติรับคำร้องหรือไม่ ในวันที่23พ.ค.2567

และหาก ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องไว้พิจารณาว่า ทั้งนายกเศรษฐา และ นายพิชิต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่

อย่างไรก็ดี ในการตรวจสอบคุณสมบัติ รัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี เฉพาะตามมาตรา 160(6) ประกอบกับมาตรา 98 (7) และมาตรา 160 (7) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือลงวันที่1ก.ย.2566 ตอบกลับเลขาธิการคณะรัฐนตรี ถึงคุณสมบัติบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี ในมาตรา 160 (6) ระบุว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรี ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท

ขณะที่ มาตรา 160 (7)  บัญญัติชัดเจนว่า รัฐมนตรี ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่สิ้นสุด หรือมีการรอลงโทษ เว้นแต่ในความผิดนั้นได้กระทำโดยประมาทความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่รวมถึงคำสั่งให้จำคุก ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จึงต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก

หนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทิ้งท้ายด้วยว่า ข้อหารือนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันเป็นหน้าที่ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดเป็นที่สุดย่อมเป็นหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นในกรณีนี้จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น

ดังนั้น กรณี การชิง ลาออก จากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ของ นายพิชิต ชื่นบาน ในวันที่ 21 พ.ค.2567 ก่อนการนัดพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 23 พ.ค.2567

จึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อรักษาสถานภาพ นายกรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน เอาไว้

‘ราเมศ’ เผยแม้ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ลาออก ‘นายกฯ’ หนีไม่พ้น คนเสนอชื่อเป็น รมต.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575165

21 พ.ค. 2567

18:26 น.

'ราเมศ' เผยแม้ 'พิชิต ชื่นบาน' ลาออก 'นายกฯ' หนีไม่พ้น คนเสนอชื่อเป็น รมต.

‘ราเมศ’ แนะ ‘นายกฯ’ ลาออกตาม ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็นผู้เสนอชื่อขึ้น รมต. คือ ความผิดสำเร็จ ลุ้น 23 พ.ค. ศาลรธน.รับคำร้องหรือไม่

หลังจากที่ นายพิชิต ชื่นบาน ยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณี 40 สว.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน และ ความเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 23 พ.ค.นี้ 

ขณะที่ทางด้าน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงประเด็นที่ต้องตามต่อคือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมีความผิดตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเป็นผู้เสนอติดตั้งนายพิเชษฐ์เป็นรัฐมนตรีหรือว่าเป็นการกระทำที่สำเร็จแล้ว

ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต้องได้รับคำตอบจากกระบวนการยุติธรรม คำร้องของ สว. กรณีนายพิชิต ก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะจำหน่ายคดีหรือไม่ แต่กรณีของนายเศรษฐา ก็จะยังคงเป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อจากการกระทำที่สำเร็จแล้ว ซึ่งต้องย้อนกลับมาดูต้นเหตุว่า 

กรณีนายพิชิต ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160 หรือไม่ ที่เกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริตและเรื่องจริยธรรม โดยส่วนตัวเชื่อว่า การลาออกของนายพิชิตจะยังไม่จบ เพราะตัวนายกรัฐมนตรียังคงต้องรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญอยู่

นายราเมศ รัตนะเชวงนายราเมศ รัตนะเชวง

ส่วนประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรม เป็นเรื่องที่ประชาชนยังให้ความสนใจและต้องการคำตอบในมาตรฐานความซื่อสัตย์สุจริตจริยธรรมของนักการเมืองในระบบประชาธิปไตย ความรุ่งเรืองของบ้านเมืองยังคงต้องพึ่งหลักสุจริต 

ถ้านายกรัฐมนตรีจะให้จบเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีก็ต้องลาออก คดีอาจจะไปได้ยาก เพราะความเป็นรัฐมนตรีได้สิ้นสุด ไม่มีประเด็นให้ต้องวินิจฉัย เหตุเพราะประเด็นในการพิจารณาคดีคือความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อลาออกก่อนก็ถือว่าสิ้นสุดก็จะจำหน่ายคดี 

สุดท้ายต้องรอดูคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าจะรับคำร้องไว้หรือไม่ และจะจำหน่ายคดีกรณีนายพิชิตรายเดียวหรือไม่ ทั้งหมดเป็นดุลพินิจไม่สามารถก้าวล่วงได้

เปิดที่มาฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575154

21 พ.ค. 2567

16:12 น.

เปิดที่มาฉายา 'ทนายถุงขนม' ของ 'พิชิต ชื่นบาน'

เปิดที่มาของ ฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’ จากทนายความ ที่อยู่เคียงข้าง ‘ตระกูลชินวัตร’ ถึงวันขึ้นแท่น รมต.และ วันที่ต้องโบกมือลา

พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

กลายเป็นประเด็นร้อน สำหรับการยื่นหนังสือ ลาออก ของ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค.2567

หลังจากถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่าด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

โดยศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ในวันที่ 23 พ.ค.2567 และหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับไว้พิจารณา ก็อาจส่งผลให้ ทั้งนายเศรษฐา และ นายพิชิต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทันที

แม้ว่าช่วงเช้าวันที่ 21พ.ค.2567 นายพิชิต จะยืนกรานว่าไม่ลาออกแน่นอน แต่เมื่อพิจารณาจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง จึงตัดสินใจลาออกในบ่ายวันเดียวกัน

งานนี้แม้ว่า นายพิชิต ชื่นบาน จะสนิทสนมกับ ตระกูลชินวัตร มากแค่ไหนก็ต้องยอมถอย

ทำความรู้จัก นายพิชิต ชื่นบาน ใครๆก็รู้จัก ในฉายา ทนายถุงขนม

ทั้งคนวงในและวงนอก ต่างรู้ดี เขาได้รับความไว้วางใจจาก ตระกูลชินวัตร ให้เป็นทีมทนายความสู้คดีดังที่

พิชิต ชื่นบาน เป็นหัวหน้าทีมกฎหมายตระกูลชินวัตร ดีกรีการศึกษาเรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาจบการศึกษา ในระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สาขากฎหมายมหาชน เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 34 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

จบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาจึงมีดีกรีเป็นดอกเตอร์

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี พิชิต ชื่นบาน ทำงานเป็นทนายความ และที่ปรึกษากฎหมาย มาตลอด ก่อนกระโดดลงเล่นการเมือง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคไทยรักษาชาติ

ส่วนที่มาฉายา ทนายถุงขนม

มาจากคดีที่ พิชิต ชื่นบาน เป็นทีมทนายความของครอบครัวชินวัตร สู้คดีดังที่ปรากฎไปทั่วประเทศ แต่คดีที่ยังจำได้ จนเป็นที่มาให้ได้รับฉายาว่า ทนายถุงขนม คือกรณีที่เขาหิ้วถุงขนม ใส่เงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย และศาลมีคำสั่งจำคุก พิชิต ชื่นบาน 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล

จากนั้น สภาทนายความ มีมติเสียงข้างมาก 9 ต่อ 3 เสียง ให้ลงโทษหนักสุด ลบชื่อ พิชิต ชื่นบาน ออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ จนทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความได้เป็นเวลา 5 ปี

จากนั้นไม่นาน พิชิต ชื่นบาน จึงลงสนามการเมือง ได้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีบทบาทอย่างแข็งขันในการสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม

ต่อมาในยุค รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากเขาจะมีบทบาทในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยแล้ว เขายังทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ สู้คดีจำนำข้าว ให้กับ ยิ่งลักษณ์ ด้วย

ด้วยความแนบแน่น และได้รับความไว้วางใจ จากบ้านใหญ่ ทำให้ พิชิต ชื่นบาน ได้เป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ มีชื่อ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในยุค นายเศรษฐา ทวีสิน