‘ศิธา’ โพสต์ยินดี ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน แต่ไม่เห็นด้วยจัดตั้งรัฐบาล2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556439

19 ส.ค. 2566

‘ศิธา’ โพสต์ยินดี ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน แต่ไม่เห็นด้วยจัดตั้งรัฐบาล2566

‘ศิธา’ ยินดี ‘ทักษิณ’ ประกาศกลับบ้าน แต่ไม่เห็นด้วยจัดตั้งรัฐบาล2566 ไม่เห็นหัวประชาชน ควรแยกแยะกับการให้ความเป็นธรรมกับอดีตนายกฯ

วันที่ 19 ส.ค. นต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกระแสการกลับบ้านของ นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า

ขอแสดงความยินดีกับครั้งแรก ในรอบ 16ปี 

ที่อดีตนายกทักษิณ จะได้กลับเมืองไทย

      “Clear to Land Runway 21L ครับ”

ถึงแม้สภาพอากาศข้างหน้าจะขมุกขมัว 

แต่เมื่อบินมาถึง #PointOfNoReturn

นักบินย่อมไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องรักษา

เส้นทางบิน และตารางเวลาที่กำหนดไว้ 

เส้นทางการเมือง และนิสัยส่วนตัว ทำให้ผมต้องแยกแยะ #จุดยืนทางการเมือง กับการให้ความเป็นธรรมกับอดีตนายกทักษิณ ออกจากกันโดยสิ้นเชิง 

ผมไม่เห็นด้วย 100% และคัดค้านตลอดเวลา 

กับแนวทางการเมือง #จัดตั้งรัฐบาล2566 

แบบ #ไม่เห็นหัวประชาชน ซึ่งผู้บริหาร 

พรรค #เพื่อไทย กำลังทำอยู่ ณ ขณะนี้ 

แต่เรื่อง #ทักษิณกลับบ้าน และการให้ความเป็นธรรมกับอดีตนายกฯ ที่เคยทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ผมสนับสนุน และแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมาโดยตลอด 

โพสต์นี้ว่ากันในเรื่อง การแสดงความยินดี 

กับอดีตผู้บังคับบัญชา ด้วยความจริงใจ 

เรื่องอื่นค่อยว่ากันในโพสต์หน้าครับ

‘ชูวิทย์’ โต้กลับหลังถูกแฉ ทำนาย ‘เศรษฐา’ ชวดนายกฯ – ‘ทักษิณ’ ไม่ได้กลับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556432

19 ส.ค. 2566

‘ชูวิทย์’ โต้กลับหลังถูกแฉ ทำนาย ‘เศรษฐา’ ชวดนายกฯ - ‘ทักษิณ’ ไม่ได้กลับ

‘ชูวิทย์’ โต้กลับหลังถูกแฉกลับปมให้ ‘แสนสิริ’ ซื้อที่ดิน 2,000 ล้านเพื่อปิดปาก พร้อมทำนาย ‘เศรษฐา’ ชวดนายกฯ – ‘ทักษิณ’ ไม่ได้กลับบ้าน

วันที่ 19 ส.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโต้กรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ออกมาแฉกลับว่าถูกติดต่อให้ซื้อที่ดินของนายชูวิทย์ ราคา 2,000 ล้าน เพื่อแลกกับการให้เลิกแฉ ระบุว่า

ทักษิณกลับไทย เศรษฐาเป็นนายกฯ จริงหรือ ? 

.

คุณอุ๊งอิ๊งแจ้งว่า นายทักษิณจะกลับเมืองไทย วันที่ 22 สิงหาคม 2566 เวลา 9.00 น.

.

ในวันเดียวกัน เวลา 10.00 น. จะมีการโหวตนายกฯ ที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายเศรษฐา

.

ทั้งสองเรื่องโยงมาให้เกิดขึ้นภายในวันเดียว แต่อย่าสับสน

.

ทักษิณกลับไทยเป็นเรื่องส่วนตัว เมื่อกลับก็รับโทษเข้าเรือนจำ ไม่ใช่เรื่องของประชาชน

.

แต่เศรษฐาจะโหวตผ่านหรือไม่? 

.

เป็นเรื่องของส่วนรวม เพราะเป็นผู้นำประเทศ

.

หากมีพฤติการณ์ซ่อนเร้น พูดไม่รับผิดชอบ ก่อนเลือกตั้งบอกไม่เอาพรรค 2 ลุง 

.

แต่เมื่อโหยหาอยากเป็นนายกฯ ก็กลับคำพูดเอาดื้อๆ แบบนี้จะเป็นนายกฯ ไหวหรือ?

หากเศรษฐาได้เป็นนายกฯ ก็เป็นเพียง “นายกฯ หุ่นเชิด” อีกคนของทักษิณเท่านั้น 

.

ที่นายเศรษฐาออกแถลงการณ์เมื่อวานโทษว่า “ผมโกธรแค้นที่แสนสิริไม่ซื้อที่ดิน”

.

ขอย้ำว่า “ที่ดินผมขายไปแล้ว” รับมัดจำไปนานแล้ว และสัญญามีการขยายมาโดยตลอด จนจะสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2566

.

หากผมไปขายอีกย่อมเท่ากับทำสัญญาซ้อนสัญญาเดิม

.

ผมก็จะถูกฟ้องว่า “ฉ้อโกง” เอา 

.

นายเศรษฐาได้เชิญผมไปที่ออฟฟิศแสนสิริเอง ซึ่งผมก็ไป 

.

แต่ได้ตอบปฏิเสธการขาย และขอบคุณที่เชิญผมมาพูดคุยอันเป็นเรื่องปกติทางการค้าที่ได้รู้จักกัน

.

โดยนายเศรษฐาได้ชี้แจงถึงข้อดีสารพัดหากให้แสนสิริทำ และให้เปลี่ยนโรงแรมผมเป็นแบรนด์โรงแรม เดอะสแตนดาร์ด อันเป็นของแสนสิริด้วย 

.

ต่อมายังมาตื๊อเจรจาซื้อที่ดินผมที่โรงแรมอีกครั้ง

.

ในวันที่มาพบผมนั้นมี นายทศพงษ์ จารุทวี หรือนายเบ้ง ที่เศรษฐาแถลงบอกว่าเป็น “ผู้มีอุปการคุณ” มาด้วย

.

นายทศพงษ์เป็นใคร? ทำอะไร?

.

มีความเกี่ยวโยงกับนายเศรษฐาในเรื่องราว พฤติการณ์ที่ไม่ได้ทำมาหากินอย่างสุจริตอย่างไร?

.

ผมแสดงหลักฐานผู้ที่จะขึ้นเป็นนายกฯ ว่าไม่เหมาะสม แต่คนจะเป็นนายกฯ มาพูดปากเปล่า โจมตีโกหกเรื่องส่วนตัวของผม

.

เออ โลกมันกลับตาลปัตรไปแล้ว ผมไม่ได้เป็นคู่แข่งนายเศรษฐา การเมืองก็ไม่ได้เล่น 

.

เพียงแต่ผมรู้ทันพฤติการณ์แย่ๆ ของนายเศรษฐา และนำมาพูดให้เห็นพร้อมหลักฐานอย่างครบครัน 

.

ต่อไปประเทศไทยจะได้นายกฯ ประเภทที่โกหกได้ทุกอย่าง แม้แต่บอกว่า “จะไม่ร่วม พรรค 2 ลุง” ก็กลับคำเอาดื้อๆ 

วันจันทร์รอ EP “ตอกฝาโลง” เรื่องราวที่ผมตามไปถึงต่างประเทศเพื่อค้นหาความจริง

จะได้ทราบถึงพฤติการณ์ ซ่อนเร้น อำพราง

.

หลักฐานขนาด  “เปลือยกายธาตุแท้นายทุนที่อยากเป็นนายกฯ นอมินี”

ทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยังแสดงความเห็นต่อใต้โพสต์ระบุว่า ผมยืนยันได้ว่า ทั้งสองเรื่องไปไม่ถึง คือ 

ทักษิณไม่ได้กลับ (ถูกหลอก)

และเศรษฐา ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ (ถูกหลอกอีก)

ส่วนโพยรัฐมนตรีก็ถูกหลอกด้วย

ของเก๊ทั้งนั้น

‘วิษณุ’ เผยยังไม่ได้รับการประสานกลับไทยจาก ‘ทักษิณ’ ชี้ใช้แผนเดิมได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556428

19 ส.ค. 2566

‘วิษณุ’ เผยยังไม่ได้รับการประสานกลับไทยจาก ‘ทักษิณ’ ชี้ใช้แผนเดิมได้

‘วิษณุ’ ยังไม่ได้การประสานปม ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน ชี้หากกลับมาก็ใช้แผนเดิม ย้ำหากไม่ได้รับการอภัยโทษต้องจำคุก 2 ปีแล้วยื่นขอใหม่

วันที่ 19 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความระบุว่า จะเดินทางไปรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สนามบินดอนเมือง ในวันที่ 22 สิงหาคม ว่ายังไม่ได้รับรายงานจากกระทรวง ยังไม่ได้รับแจ้งอะไรอย่างเป็นทางการเลย

เมื่อถามต่อว่าถ้ามีการประสานหรือแจ้งมาในวันจันทร์ที่ 21 สิงหาคมนี้ จะทันหรือไม่เพราะจะเดินทางเข้ามาวันที่22 สิงหาคมนี้แล้ว นายวิษณุ ตอบว่าทัน เพราะเราเตรียมไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ประกาศว่าจะกลับมา เราก็ใช้แผนเดิม 

ทั้งนี้ นายวิษณุยังกล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการ ว่าทันทีที่นายทักษิณเดินทางกลับถึงประเทศไทย ลงเครื่องที่ดอนเมือง จะเป็นการดำเนินคดีตามปกติ เหมือนผู้ต้องหาทั่วไป โดยนายทักษิณจะต้องไปรับหมายขังที่ศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปที่กรมราชทัณฑ์ เพื่อเข้าเรือนจำคลองเปรม

เมื่อถามถึงการขอพระราชทานอภัยโทษนายทักษิณ จะได้รับสิทธิพิเศษหรือไม่เพราะเข้ากลุ่มนักโทษอายุเกิน 70 ปี นายวิษณุระบุว่าไม่มีเงื่อนไขอะไรเพราะเป็นการขอเฉพาะตัว ซึ่งการเขียนขอพระราชทานอภัยโทษ เจ้าตัวจะเขียนเอง หรือคนอื่นขอให้ก็ได้ เช่น คู่สมรส หรือลูก 

นายวิษณุ ยังอธิบายต่อว่าขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษถ้าขอแล้วไม่ได้ ต้องรออีก 2 ปีถึงจะขอพระราชทานอภัยโทษใหม่ได้ และในช่วงระหว่าง 2 ปีก็ต้องถูกจำคุกตามกฎหมาย

ส่วนกังวลหรือไม่ ว่าจะเกิดความวุ่นวายจากการที่นายทักษิณ ถึงจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันโหวตนายกรัฐมนตรี นายวิษณุกล่าวว่าตนก็ไม่แน่ใจว่าจะกลับวันที่ 22 จริงหรือไม่ ต้องถามเจ้าตัว ว่าเขาดูฤกษ์ดูยามอะไรหรือไม่ ตนไม่มีความรู้ด้านโหราศาสตร์

‘ศิธา’ โพสต์ถามเจ็บ จะเอาคนที่เคยอภิปรายซักฟอกเรื่องทุจริตมาร่วมรัฐบาล?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556423

19 ส.ค. 2566

‘ศิธา’ โพสต์ถามเจ็บ จะเอาคนที่เคยอภิปรายซักฟอกเรื่องทุจริตมาร่วมรัฐบาล?

‘ศิธา’ โพสต์ถามเจ็บ ‘เพื่อไทย’ จะเอาคนที่ตัวเองเคยอภิปรายเรื่องทุจริตคอรัปชั่นมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล2566 จริงเหรอ?

วันที่ 19 ส.ค. นต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 

เพื่อให้การ #จัดตั้งรัฐบาล66 ดูดี 

เป็นที่พึ่ง ที่หวัง ให้กับพี่น้องประชาชนได้ 

และ เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลขั้วผสม 

มีมาตรฐานสูงกว่า ครม.ลุงตู่ 9 ปีที่ผ่านมา 

อยากฝากสื่อมวลชน ตั้งคำถามไปยัง 

#พรรคเพื่อไทย แกนนำในการจัดตั้งฯ ว่า 

หากพรรคร่วมฯ ส่งรายชื่อบุคคลที่เคยโดน 

#เพื่อไทย อภิปรายถึงการบริหารงานล้มเหลว 

และเคยกล่าวหาถึงการทุจริตคอรัปชั่น

ของบุคคลดังกล่าวมาก่อน 

พรรคเพื่อไทย จะแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้มาเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลเดียวกัน หรือไม่? 

และจะแก้ข้อกล่าวหา ที่ตนเองเคยอภิปราย

บุคคลดังกล่าวเอาไว้ อย่างไร?

รองปธ.สภางานชุก ศรีสุวรรณ  ร้อง ป.ป.ช. ‘ปดิพัทธ์’ ใช้งบฯเลี้ยงแม่บ้าน 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556420

19 ส.ค. 2566

รองปธ.สภางานชุก ศรีสุวรรณ  ร้อง ป.ป.ช. 'ปดิพัทธ์' ใช้งบฯเลี้ยงแม่บ้าน 

รองประธานสภาสภาผู้เเทนราษฎร  จากพรรคก้าวไกล ”  ปดิพัทธ์ ” งานเข้าอีกระลอก   ฝั่ง “ศรีสุวรรณ จรรยา”  ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน   เตรียมเข้าร้อง “ป.ป.ช.”  ขอให้สอบกรณี ใช้งบรับรองเเขกสภาผู้เเทนราษฎร เลี้ยงหมูกะทะ เเม่บ้าน 370 คน เข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า  ในสัปดาที่จะถึงนี้  จะเข้ายื่นเรื่องต่อ 
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ( ป.ป.ช. ) เพื่อขอให้สอบการใช้งบประมาณ ของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้เเทนราษฎร คนที่1   ที่ใช้งบประมาณรับรองเเขก ของสภาผู้เเทนราษฎร เลี้ยงอาหาร (หมูกะทะ)  เเม่บ้าน 370 คน   เพราะเชื่อว่าเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ที่ห้าม   สมาชิกสภาผู้แทนราฏร (สส. ) เเละ  สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) กระทำการใดที่ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แม้ว่าจะเป็นงบที่ทางสภาผู้แทนราษฎรจัดให้ใช้รับรอง ก็ต้องใช้รับรองแขก แต่กรณีนี้แม่บ้านเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา เเม้เว่าแม่บ้านจะเป็นพนักงานของบริษัทภายนอก เเต่ก็เป็นเงินที่รัฐสภาจ้าง  

งบประมาณที่จัดให้  นายปดิพัทธ์  ควรใช้ทั้งปี เเต่ตัวนายปดิพัทธ์ มีโอกาส ที่จะอยู่ในตำเเหน่งรองประธานสภาอีกไม่กี่วัน งบให้ใช้ทั้งปี เเต่เอามารีบใช้    จึงตั้งคำถามว่านำมาใช้เพื่อโฆษณาตัวเอง ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองหรือไม่ เพราะหากทางพรรคก้าวไกล ยอมรับที่จะให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน นายปดิพัทธ์ จะต้องลาออกอยู่ดี ดังนั้นหากขัดกันเเห่งผลประโยชน์ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของหลักจริยธรรม ซึ่งมีผู้ตรวจสอบได้อยู่สองหน่วยงาน คือ รัฐสภา  โดยประธานจริยธรรม ซึ่งหากไปร้องก็จะเป็นการลูบหน้าปะจมูกกันได้ จึงจะไปร้องต่อ ป.ป.ช.   เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องนี้ 

รองปธ.สภางานชุก ศรีสุวรรณ  ร้อง ป.ป.ช. 'ปดิพัทธ์' ใช้งบฯเลี้ยงแม่บ้าน 

ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้เเทนราษฎร คนที่1  


ก่อนหน้านี้ นายศรีสุวรรณ    ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด นายปดิพัทธ์  หลังจากที่ปรากฎเป็นการทั่วไปว่า ได้โพสต์ภาพและข้อความและคลิปวิดีโอลงสื่อออนไลน์หลายประเภท   ระบุถึงดราฟต์เบียร์(  ประเภทของเบียร์ ที่ใช้ระยะเวลาหมักน้อยกว่าแบบขวด และไม่ผ่านกรรมวิธีในการผ่านความร้อนเพื่อฆ่าแบคทีเรีย) ยี่ห้อหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก  เข้าข่ายเป็นการโฆษณา ต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

เรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ม.234(1) ประกอบพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ในการไต่สวนและมีความเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมฯ 2561 ว่าการกระทำของนายปดิพัทธ์  เข้าข่ายการฝ่าฝืน พรบ.ว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 ประกอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฯ หรือไม่ หากวินิจฉัยว่าเข้าข่าย ก็จะต้องส่งเรื่องให้อัยการฟ้องต่อศาลฎีกา  เพื่อพิพากษาลงโทษตามครรลองของกฎหมาย


มาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรงที่นายปดิพัทธ์ อาจฝ่าฝืนมีหลายข้อ อาทิ ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 21 ประกอบข้อ 27 ที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะการไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน การก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นต้น  ” การกระทำของนายปดิพัทธ์ อาจทำให้เยาวชนของชาติจำนวนมาก   มีพฤติกรรมลอกเลียนแบบนายปดิพัทธ์ ซึ่งเป็นผู้นำของพรรคก้าวไกลคนหนึ่ง  เป็นเรื่องที่อันตรายต่ออนาคตของชาติ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดเกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามครรลองของกฎหมาย ” นายศรีสุวรรณ  ระบุ

เปิดคดี ‘ทักษิณ’ หาก ‘กลับไทย’ ต้องรับโทษ 3 คดี จำคุกรวม 10 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556404

19 ส.ค. 2566

เปิดคดี 'ทักษิณ' หาก 'กลับไทย' ต้องรับโทษ 3 คดี จำคุกรวม 10 ปี

เปิดคดี ‘ทักษิณ’ หาก ‘กลับไทย’ ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รับโทษ 3 คดี ‘หวย 2-3 ตัว-ปล่อยกู้ EximBank-หุ้นชินฯ’ โทษจำคุกรวม 10 ปี

19 ส.ค. 2566 หลังจากก่อนหน้านี้ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี แจ้งว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยในวัน 10 ส.ค. 2566  หลายหน่วยงานก็เตรียมความพร้อมในการรับตัว เนื่องจาก “ทักษิณ” ยังมีคดีติดตัวที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่เมื่อถึงเวลา “ทักษิณ” ไม่ได้เดินทางกลับไทยแต่อย่างใด

ล่าสุด ( 19 ส.ค. 2566) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของทักษิณ  ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัวอีกครั้งถึงความคืบหน้าในการเดินทางกลับประเทศของ “ทักษิณ” โดยระบุว่า “อังคารที่ 22 ส.ค. 9.00 น. ณ ดอนเมือง จะไปรับคุณพ่อทักษิณ”

สอดคล้องกับก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน  พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมรับ “ทักษิณ” กลับประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานเข้าประชุม อาทิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, เจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์, เจ้าหน้ากองการต่างประเทศ, เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), หน่วยต่อต้านก่อการร้ายสากล, กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.), กองบังคับการตำรวจนครบาล 1  (บก.น.1), กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่อยู่ในเส้นทางที่ขบวนรถที่คุมตัว “ทักษิณ” วิ่งผ่านเพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ หาก “ทักษิณ” กลับไทยจริงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษมี 3 คดี

1. คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่รู้จัก ในคดี “หวยบนดิน”    

-คดีดังกล่าว ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุก “ทักษิณ” 2 ปี ไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2562 และให้ออกหมายจับนำตัวมาบังคับคำพิพากษา รวม 2 หมายจับ 

2. คดี “ทักษิณ” สั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) อนุมัติเงินกู้สินเชื่อจำนวน 4,000 ล้านบาท แก่รัฐบาลเมียนมา โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน เพื่อนำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้ในการซื้อสินค้าและบริการของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) อันเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น 

-คดีดังกล่าว ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2562 และให้ออกหมายจับนำตัวมาบังคับคำพิพากษา รวม 2 หมายจับ 

3. คดีให้บุคคลอื่น (นอมินี) ถือหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แทน โดยบริษัท ชินคอร์ปฯ เป็นคู่สัญญาต่อหน่วยงานของรัฐ และเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นในกิจการโทรคมนาคม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 

-คดีดังกล่าว ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา

ภาพจากอินสตราแกรม อุ๊งอิ๊งภาพจากอินสตราแกรม อุ๊งอิ๊ง

นอกจาก “ทักษิณ” ยังมีคดีอื่นๆทั้งที่คดีถูกยกฟ้อง ไม่ชี้มูล และรอรื้อคดี รวม 6 คดี

1. คดี “ทักษิณ” อนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าไปบริหารจัดการแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPI 

-คดีดังกล่าว ศาลฎีกาฯได้ยกฟ้อง จากนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ผู้เป็นโจทก์ยื่นอุทธรณ์ แต่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ยืนยกฟ้องตามเดิม

2. คดีธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร วงเงิน 11,585 ล้านบาท 

-ศาลฎีกาฯ ตัดสินยกฟ้อง “ทักษิณ” จำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้สั่งการคือ “ทักษิณ” พร้อมทั้งเพิกถอนหมายจับในคดีนี้ ขณะที่จำเลยคนอื่น ๆ ถูกตัดสินจำคุกรวมกว่า 860 ปี

3. คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) อีก 4 สัญญา สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือที่เรียกว่าคดีข้าวจีทูจีล็อต 2 โดย ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา “ทักษิณ” เพิ่มเติม โดยกล่าวหาว่า “ทักษิณ” มีบทบาทและอยู่เบื้องหลังในการสั่งการให้มีโครงการระบายข้าวจีทูจี โดยอ้างหลักฐานเป็นการสนทนาผ่านวิดีโอลิงก์ ที่โรงแรม เอส.ซี.ปาร์ค แต่เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2565 

-คดีดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช. มีมติไม่ชี้มูลความผิด “ทักษิณ” และยกคำร้อง

4. คดีกล่าวหา “ทักษิณ” กับพวกอนุมัติสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส แบบ A340-500 และ A340-600 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2545-2547 ทำให้การบินไทยมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น 

-คดีดังกล่าว ป.ป.ช.มีมติไม่ชี้มูลความผิด “ทักษิณ” และยกคำร้อง

5. คดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่มีการกล่าวหาคุณหญิงพจมาน ชินวัตร (นามสกุล ณ ขณะนั้น) ภริยาทักษิณ ในการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก จำนวน 33 ไร่ 78 ตารางวา  ราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2551 

-คดีดังกล่าว ก่อนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะตัดสินโทษ “ทักษิณ” ไม่มารับฟังคำตัดสินและได้หลบหนีออกนอกประเทศโดยอ้างว่าเดินทางไปดูการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน 

-ศาลฯจึงอ่านคำพิพากษาลับหลัง สั่งตัดสินจำคุก “ทักษิณ” 2 ปี และออกหมายจับเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2551 เพื่อให้นำตัวมาบังคับตามคำพิพากษา ขณะนี้คดีดังกล่าวหมดอายุความแล้ว 

6. คดีกองทัพบก ยื่นฟ้อง “ทักษิณ” หมิ่นประมาท กรณีเมื่อวันที่ 19-20 พ.ค. 2558 ซึ่งได้มีการเผยแพร่คำสัมภาษณ์ของ “ทักษิณ” จากประเทศเกาหลีใต้ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและการยึดอำนาจการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งกระทบถึง กองทัพบก 

-คดีนี้ศาลอาญาออกหมายจับ “ทักษิณ” เนื่องจากไม่มาศาลเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2558 และจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว หากได้ตัวมาดำเนินคดีแล้วจะขอรื้อคดีขึ้นมาใหม่

อย่างไรก็ตามหาก “ทักษิณ” กลับประเทศไทยจริงในวันที่ 22 ส.ค. 2566 “ทักษิณ” จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยต้องรับโทษ 3 คดี ซึ่งถูกตัดสินจำคุกรวม 10 ปี

‘ปกป้อง’ นักเคลื่อนไหวเพื่อ LGBTQ+ โบกมือลา ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556402

19 ส.ค. 2566

‘ปกป้อง’ นักเคลื่อนไหวเพื่อ LGBTQ+ โบกมือลา ‘เพื่อไทย’

‘ปกป้อง’ นักเคลื่อนไหวเพื่อ LGBTQ+ ลาออก ‘เพื่อไทย’ เหตุเส้นทางที่พรรคเลือกทำให้ตนไม่สามารถผลักดันอะไรได้เลย

วันที่ 18 ส.ค. ปกป้อง ชานันท์ ยอดหงส์ นักประวัติศาสตร์และนักเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ อดีตผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 62 พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า

“ ป้องอยากจะขอแจ้งกับทุกท่านว่า ป้องได้ยุติการทำงานกับพรรคเพื่อไทยแล้วตั้งแต่วันนี้ 

ป้องขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสและผลักดันนโยบายที่ป้องได้นำเสนอไปตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมา 

ป้องหวังว่า หนทางที่พรรคเพื่อไทยเลือกสู้จะยังคงเป็นหนทางที่ทำให้พรรคทำนโยบายที่ได้ประกาศกับสาธารณะชนไว้ ทั้งนี้แนวทางที่พรรคเพื่อไทยเลือกเป็นแนวทางที่ป้องไม่สามารถร่วมช่วยเหลือหรือผลักดันอะไรได้ ป้องจึงได้ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และขอยุติกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยไว้นับตั้งแต่บัดนี้ 

ป้องขอโทษบางท่านที่การตัดสินใจในครั้งนี้ อาจทำให้นโยบายหลายอย่างที่ป้องพยายามผลักดัน ไม่สามารถดำเนินได้ต่อเนื่อง แต่มั่นใจว่าใครๆก็สามารถผลักดันเรื่องเหล่านี้ต่อได้ครับ 

แต่ปกป้องยังขอยืนยันว่า จะยังคงยึดมั่นหลักประชาธิปไตย ขออยู่เคียงข้างประชาชน พร้อมต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และสวัสดิการ ต่อไปครับ”

โดยที่ผ่านมา ปกป้อง ชานันท์ ได้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศชาติพันธุ์ และประชาธิปไตยเชิงอัตลักษณ์ เป็นหนึ่งในกำลังหลักจัดทำนิทรรศกี ของพรรคเพื่อไทย แต่คาดว่าการตัดสินใจลาออกในครั้งนี้เป็นผลจากการสลายขั้วรวมเสียงพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ มีรายงานว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทยเริ่มทยอยลาออก หลังการฉีก MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาลเดิมไปแล้ว เช่น แชมป์ ธีรชัย ระวิวัฒน์ หรือ แชมป์ ราชบุรี ที่ลาออกไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ที่มักเห็นบทบาทการเป็นพิธีกรในเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยก่อนการเลือกตั้ง

‘อุ๊งอิ๊ง’ แจ้งข่าว ‘ทักษิณ’ กลับไทย วัน ‘โหวตนายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556400

19 ส.ค. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' แจ้งข่าว 'ทักษิณ' กลับไทย วัน 'โหวตนายกฯ'

ทวิตแจ้งข่าวจาก ‘อุ๊งอิ๊ง’ ‘ทักษิณ’ ถึงดอนเมือง 09.00 น. วันที่ 22 ส.ค. 66 ก่อนประชุมรัฐสภา เพื่อ ‘โหวตนายกฯ’ คนที่ 30 เพียงหนึ่งชั่วโมง

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @IngShin หรือ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก ของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ทวิตข้อความเมื่อ 09.00 น. ที่ผ่านมา มีเนื้อหา แจ้งวันเวลาที่จะไปรับ คุณพ่อ กลับบ้านโดยระบุสถานที่ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 09.00 น. ซึ่งตรงกับวันโหวตนายกฯรัฐมนตรี 

อุ๊งอิ๊งทวิต กำหนดการ ทักษิณกลับไทยอุ๊งอิ๊งทวิต กำหนดการ ทักษิณกลับไทย

วันที่ 22 สิงหาคม 2566 ประธานรัฐสภา วันมูหะหมัด นอร์ มะทา กำหนดประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกฯ ในเวลา 10.00 น. เท่ากับ กำหนดกลับถึงประเทศไทย ของอดีตนายกฯทักษิณ เกิดขึ้นก่อนการประชุมเพียง 1 ชั่วโมง 

นักวิเคราะห์มองกันว่า เงื่อนไขการกลับมาของอดีตนายกฯทักษิณ เกี่ยวพันกับการโหวตนายกฯ บนเงื่อนไข ในการสร้างหลักประกัน ไม่ทรยศต่อกลุ่มอำนาจเก่า เมื่อคนของเพื่อไทย ได้เป็นนายกรัฐมนตรี โอกาสที่จะใช้อำนาจนายกฯปรับครม.ในลักษณะเขี่ยนั่งร้าน จะทำไม่ได้ เมื่อมีอดีตนายกฯทักษิณ เป็นตัวประกัน

สัปดาห์ที่ผ่านมา อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร โพสต์อินสตราแกรม เดินทางไปเยี่ยมทักษิณ ผู้เป็นบิดา ที่ดูไบพร้อมบุตรสาว  มีคำอธิบายสั้นๆ ว่าเพื่อพาไปพบแพทย์ 

ภาพจากอินสตราแกรม อุ๊งอิ๊งภาพจากอินสตราแกรม อุ๊งอิ๊ง

เปิดโผครม. ‘เพื่อไทย’ ยึด 19 ที่นั่ง พลังประชารัฐ พัชรวาท ควบรองนายกฯ- กลาโหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556392

18 ส.ค. 2566

เปิดโผครม. 'เพื่อไทย' ยึด 19  ที่นั่ง  พลังประชารัฐ  พัชรวาท  ควบรองนายกฯ- กลาโหม

สะพัดบัญชีคณะรัฐมนตรี ภายใต้พรรคเพื่อไทย พรรคแกนนำ “เพื่อไทย” 19 ตำแหน่ง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี , แพทองธาร ชินวัตร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง ด้าน ภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ส่วน พลังประชารัฐ พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม

บัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรี  ภายใต้พรรคเพื่อไทย ได้ถูกเผยแพร่ออกไปสู่สื่อมวลชน  โดยระบุถึงตำแหน่งที่แต่ละพรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ได้รับการจัดสรรตำแหน่ง ซึ่งโครงสร้างที่ออกมาเป็นดังนี้ พรรคเพื่อไทย 19  ตำแหน่ง  ตำแหน่งสำคัญประกอบด้วย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี , น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พรรคภูมิใจไทย  9 ตำแหน่ง นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  

พรรคพลังประชารัฐ   5 ตำแหน่ง  พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  พรรครวมไทยสร้างชาติ 5  ตำแหน่ง นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน   ทั้ังนี้ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยังรักษาตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไว้ได้ เว้นตำแหน่งในกระทรวงคมนาคม จากรัฐมนตรีว่าการ เหลือเพียงรัฐมนตรีช่วย   ขณะเดียวกันในส่วนของพรรคเพื่อไทย น่าสนใจว่า ไม่มีชื่อ ของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อยู่ในบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรี   สำหรับ  พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เป็นน้องชาย ของ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (รองนายกรัฐมนตรีรักษาการ) 

เปิดโผครม. 'เพื่อไทย' ยึด 19  ที่นั่ง  พลังประชารัฐ  พัชรวาท  ควบรองนายกฯ- กลาโหม
เปิดโผครม. 'เพื่อไทย' ยึด 19  ที่นั่ง  พลังประชารัฐ  พัชรวาท  ควบรองนายกฯ- กลาโหม

‘อดิศร’ เชื่อ ‘คนเสื้อแดง’ ยังหนุน ‘เพื่อไทย’ ลั่น ปชช. ไม่ใช่ของก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556389

18 ส.ค. 2566

'อดิศร' เชื่อ 'คนเสื้อแดง' ยังหนุน 'เพื่อไทย' ลั่น ปชช. ไม่ใช่ของก้าวไกล

‘อดิศร’ เชื่อ ‘คนเสื้อแดง’ ยังหนุน ‘เพื่อไทย’ แต่เข้าใจหากเปลี่ยนใจเป็น ‘ด้อมใจ’ เตือน ‘ก้าวไกล’ หยุดประดิษฐ์วาทกรรมโจมตี ลั่นปชช. ไม่ใช่ของก้าวไกล

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดถึงวิธีการดึงมวลชนที่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทยกลับมาว่า ไม่ได้หนีไปไหน ยังอยู่ 11 ล้านคน เขาเห็นบทบาทวิธีการเป็นรัฐบาลของไทยรักไทยมา เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ยังอยู่ นโยบายอะไรที่พูดไว้ก็ทำได้ ประชาชนคนเสื้อแดงยังอยู่กับเรา มาแสดงตัวทุกวัน แต่ยอมรับบางส่วนที่ไปใส่เสื้อสีส้มก็เป็นเรื่องธรรมดา มองเป็น “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” แต่จะพิสูจน์ด้วยการทำงาน ซึ่งก็เสียดายที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นนายกฯ เพราะตนพูดอยู่เสมอว่า ไก่ต้องมีขน คนต้องมีเพื่อน ไก่ต้องแต่งหน้าถึงสวย แต่ไม่ได้ว่านายพิธาไม่มีเพื่อน เพียงมีเพื่อนไม่ถึงครึ่งที่จะเป็นนายกฯเท่านั้น 


ส่วนที่เคยให้สัมภาษณ์ หากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติ จะย้ายไปเป็น สส.อิสระ นายอดิศร ชี้แจงว่า สถานการณ์ช่วงนั้นพูดเพื่อต้องการให้สังคมและพรรคได้สำเนียงคิดถึงตอนที่หาเสียงไว้ ไม่ต้องการร่วมกับรัฐบาลซึ่งสืบทอดอำนาจ จากเป้าหมายเดิมของพรรคเพื่อไทยต้องการที่จะให้เกิดการแลนสไลด์ แต่ไม่สำเร็จ กลายเป็นพรรคอันดับที่ 2 และเมื่อพรรคอันดับ 1 อย่างก้าวไกล ที่มีนายพิธา ไม่สามารถนำเรือ 312 เสียงไปสู่ฟากฝั่ง คือ โหวตนายกฯไม่สำเร็จ เราจึงรับไม้ต่อ 

หากใช้แนวทางเดิมที่พรรคก้าวไกลทำ ก็จะได้ 324 เสียงเหมือนเดิม พรรคเพื่อไทย จึงรับอำนาจจาก 8 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ให้ไปพูดกับ สส. สว. ผ่าทางตันอุปสรรคทางรัฐธรรมนูญทางการเมือง เราจำเป็นต้องหาวิธีการให้ทุกพรรคมาร่วมไม้ร่วมมือ ให้ได้คะแนน 375-376 เสียง และให้มีความมั่นใจ


หากไม่ทำแบบนี้ ต้องปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีไปอีก 10 เดือน “โห อันตราย ภยันอันตรายต่างๆที่เกิดแก่ประเทศชาติ” เราถึงมาจัดรูปแบบใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าแยกกันไป และพรรคเพื่อไทยจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่นโยบายเคยหาเสียง ถ้าไม่สามารถเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรีหรือฝ่ายบริหารได้
 

นายอดิศร กล่าวต่อว่า เท่าที่ทราบพรรคก้าวไกลเองก็เคยโทรศัพท์ติดต่อกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ เช่น คุณศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่บอกว่ามีเสียง สว. ร้อยกว่าคนมาสนับสนุนผ่านฉลุย แต่พอโหวตได้มา 13 เสียง ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะไม่ทำอย่างนั้น เราต้องมั่นใจ เราทำแบบใหม่ แน่นอนอาจจะมีคนบอกว่า กลืนน้ำลายแต่ผมเขียนกลอนไว้ว่า “เตือนตนตลอดเวลา ที่ผ่านมาเห็นอย่างไร เจ็บเนื้อลึกในๆ เจ็บใจไม่อยากทำ” ในโลกนี้ไม่มีใครจะได้อะไรทั้งหมด ถ้าเราไม่ปรับประเทศชาติก็เดินไม่ได้แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะสาเหตุ คือ รัฐธรรมนูญมรดกบาปของคสช. ที่ทิ้งไว้ให้ สว. มีสิทธิ์โหวตนายกรัฐมนตรี 2 ครั้ง ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วเสร็จ ตอนนี้ สว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งใหญ่ แต่กว่า สส. ใหญ่กว่าทุกพรรคการเมือง ถ้าคิดแบบพรรคก้าวไกลไปไม่ได้ 

“เค้าก็ประดิษฐ์วาทกรรมโจมตีพวกเราท่านก็หยุดเถอะ ท่านก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านของท่านให้ดีที่สุด เพราะประชาชนไม่ใช่ประชาชนของก้าวไกลทั้งหมดของผม 11 ล้าน รวมทั้งหมดยังมากกว่า ผมถามว่า พรรคการเมืองอื่นที่ได้เป็น สส. ไม่เป็นประชาธิปไตยเลยหรือ เอาแมวที่ไหนมาเลือก ต้องเอาคนมาเลือก ดังนั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่น ก็มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน ดังนั้นพูดอะไรให้ระมัดระวัง ประชาชนไม่ใช่ของก้าวไกล” นายอดิศรกล่าว 

ส่วนที่เคยบอกว่าจะไปเป็น สส.อิสระ นั้น ตนมาคิดแล้ว ว่า ตลอดเวลาผม 17 ปี ที่ไม่ได้เป็น สส. แต่เมื่อเข้ามาทำหน้าที่เดือนกว่า ตนทำได้ดี เข้าตาพี่น้องประชาชน พูดจาอภิปรายสนับสนุนคุณพิธา เป็นคนพูดเรื่องต่างๆ เชื่อว่า ตนทำหน้าที่ได้ดี ตนรักที่จะทำหน้าที่นี้ และจะตรวจสอบทุกคนในสภา ไม่ว่าจะฝ่ายบริหาร 

“ผมจึงอ้อนว่า เลี้ยงผมไว้สักคนเถอะ เป็นหมาเฝ้าบ้าน เห่าหอนเรื่องต่างๆแทนที่น้องประชาชนแน่นอน หากอดิศรเป็นฝ่ายค้านฝ่ายอิสระก็ไม่รู้จะอิสระตรงไหน ก้าวไกลเขาจะรับผมหรือไม่ ก็ต้องดูกันต่อไป หน้าที่ผู้แทนราษฎรผมถือว่าผมมีประสบการณ์มาก เป็นงานถนัดที่สุด” นายอดิศรกล่าว