‘โรม’ จี้ สภาทบทวนโหวตนายกฯซ้ำ เผยเล่นงาน ‘พิธา’ สำเร็จ แต่อย่าทำลายหลักการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556344

18 ส.ค. 2566

'โรม' จี้ สภาทบทวนโหวตนายกฯซ้ำ เผยเล่นงาน 'พิธา' สำเร็จ แต่อย่าทำลายหลักการ

‘โรม’ ยืนยัน ยื่นสภาทบทวนโหวตนายกฯซ้ำ เป็นโอกาสแก้ความผิดพลาด ขอ ‘อย่าเผาบ้านไล่หนู’ เผยเล่นงาน ‘พิธา’ สำเร็จ แต่อย่าทำลายหลักการ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ยืนยัน การประชุมรัฐสภา จะยังคงเสนอญัตติทบทวนมติรัฐสภาในการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2  เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตอบสั้นๆคือไม่วินิจฉัย ให้เหตุผลทางเทคนิค จริงเนื้อหาสาระไม่ได้มีการพิจารณาเลย ดังนั้นสภาสามารถทบทวนได้ 

ซึ่งวันนี้ตนก็จะนำเสนอต่อประธานรัฐสภาว่า เราสามารถกำหนดเวลาได้ว่าในญัตติที่จะทบทวนไม่มีความจำเป็นที่จะใช้เวลายืดยาว เพื่อให้โอกาสในการพิจารณาสิ่งที่ตัวเองทำพลาดไป คงไม่ต้องลงรายละเอียดว่าผิดพลาดอะไรบ้าง ตนคิดว่า มีความประจักษ์ชัดเจนอยู่แล้ว

ส่วนทิศทางโหวตจะชนะหรือไม่นั้น หวังอยากให้ชนะ แต่สุดคงไม่ใช่เราเป็นคนตัดสิน คงดูกันหน้างาน แต่พูดกันตรงไปตรงมา “อย่าเผาบ้านไล่หนู”

ถ้าเราทำลายหลักการกันไปสุดท้ายเกิดเป็นบรรทัดฐานจริงๆจะเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องตำแหน่งนายกฯ แต่มีอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ถ้าเล่นงานนายพิธา ไม่ให้เป็นนายกฯก็ทำสำเร็จไปแล้ว แต่ทำไมถึงทำลายหลักการ ทำลายรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากโหวตไม่ผ่านครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่าสมัยประชุมนี้ มีบรรทัดฐานเป็นแบบนี้ เดี๋ยวในอนาคตเราว่ากันใหม่ 

เมื่อถามว่า พรรคพร้อมจะไปเป็นฝ่ายค้านเลยหรือไม่ หากกระบวนการโหวตนายกฯสำเร็จ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีฝ่ายรัฐบาลก่อน ซึ่งต้องรอดูในวันที่ 22 ส.ค. ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคก้าวไกลจะมีมติในการโหวตอย่างไร นายรังสิมันต์ ระบุว่า เรื่องนี้พรรคก้าวไกล ยังไม่ได้มีการประชุม แต่จะมีการนัดประชุม ย้ำจุดยืนพรรคยังเหมือนเดิม จะไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่านายเศรษฐา หรือใครก็ตาม เพราะยืนยันไปหลายครั้งว่า “มีลุง ไม่มีเรา”

ส่วนในวันโหวตจะถึงขั้นวอร์คเอ้าท์ หรือไม่ ยังไม่ได้คิด เบื้องต้นต้องทำหน้าที่การประชุม และอยู่ในกลไกปกติ แต่อย่างไรคงต้องประชุมในพรรคอีกครั้ง 

ส่วนความรู้สึกของ สส. ในพรรคตอนนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ที่สัมผัสกับประชาชน เราก็ได้รับความรู้สึกจากประชาชนว่ามีผิดหวังเยอะ และเราก็รู้สึกแบบเดียวกัน ว่าประเทศเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทำไมกลับมาสู่จุดเดิม 

เพิ่มเติมคือ พรรคการเมืองซึ่งน่าจะเป็นพันธมิตรกับเราต้องยอมรับว่าเราไม่อยากเห็นภาพแบบนี้ นำมาซึ่งความผิดหวัง แต่ไม่เป็นไรเราต้องมูฟออน เดินหน้าต่อ เราต้องทำหน้าที่อย่างดีที่สุดอย่างตรงไปตรงมาให้ได้

เมื่อถามว่าในอนาคตจะสามารถทำงานร่วมกันกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของกระบวนการในสภา เพราะกฎหมายที่เสนอไปหลายฉบับ ก็ต้องขอเสียงจากทุกฝ่าย ต้องว่ากันเป็นเรื่อง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนทุกคน คงขอเสียงสนับสนุนปกติอยู่แล้ว

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ โรม กล่าวถึงนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะต้องลาออก ตามที่เคยประกาศหรือไม่ หากร่วมงานกับพรรคว่า ลุงหาเสียงก่อนการเลือกตั้งว่า พรรคก้าวไกลไม่ต้องทำบทบาทนั้นก็ได้ ให้เป็นเรื่องภายในของพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องของประชาชนที่สนับสนุนพรรค ทางเราก็จะทำหน้าที่ของเรา ถ้ามีความชัดเจนว่าเป็นฝ่ายค้าน ก็จะทำ และถ้าจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องรอดูก่อนว่าจะเป็นอย่างไร หวังว่าจะไม่ไปถึงจุดที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ ไม่น่าเชื่อ เราฝันตั้งรัฐบาลประชาชน แต่กลายเป็นรัฐบาลลุง เป็นเรื่องยากที่สังคมจะรับไหว

‘เศรษฐา’ ออกตัวโต้ ‘ชูวิทย์’ พร้อมแฉกลับแลก 2,000 ล้านเพื่อปิดปาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556345

18 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' ออกตัวโต้ 'ชูวิทย์' พร้อมแฉกลับแลก 2,000 ล้านเพื่อปิดปาก

‘เศรษฐา’ เปิดหน้าชน ‘ชูวิทย์’ โต้ปมตั้งนอมินีซื้อที่ดิน พร้อมแฉกลับขอแลกซื้อที่ดิน 2,000 ล้านแลกปิดปาก ยัน ‘แสนสิริ’ ยึดหลักธรรมาภิบาล

วันที่ 18 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อโต้แย้งการออกมาแฉกรณีการตั้งบริษัทนอมินีเพื่อซื้อขายที่ดิน โดยระบุว่า

สวัสดีครับ 

ผมเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และอดีตผู้บริหารบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) 

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ในการทำธุรกิจของผม  เป็นที่รับทราบและยอมรับของสังคมมาโดยตลอด วันนี้ผมออกมาพูดในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารบริษัทแสนสิริ   และในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

บริษัทแสนสิริผ่านพ้นวิกฤตมาหลากหลายรูปแบบ  ทีมงานทุกคนบริหารงานอย่างโปร่งใส

ในรูปแบบของคณะกรรมการ  ตามข้อบังคับของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์  เราทำงานตามหลักธรรมาภิบาล  แสนสิริเติบโตในวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างมั่นคงเข้มแข็ง  ไม่เคยถูกตั้งข้อกล่าวหา หรืแม้กระทั่งตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ในการทำงานและการประกอบการของบริษัทแต่อย่างใด 

ผมออกมาวันนี้เพื่อให้ข้อเท็จจริง  และตอบคำถามของสังคมในกรณีการจัดซื้อที่ดินของแสนสิริและเรื่องนอมินี   ในขณะที่ผมเป็นผู้บริหาร ผมยืนยันว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การซื้อขายที่ดินเพื่อประกอบการบริษัท  เราดำเนินการด้วยความถูกต้องตามกฎหมายในทุกขั้นตอน  ไม่เคยมีวิธีการนอกระบบกฎหมาย เพื่อเบียดบังผลประโยชน์ของรัฐ  หรือแสวงหาประโยชน์เป็นการส่วนตัว  และขอปฏิเสธข้อกล่าวหาในทุกกรณีที่คุณชูวิทย์นำมากล่าวอ้าง   ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนให้เกิดความเสียหาย  

ในทุก Episode ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ นำมาสร้างกระแสนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ดินแปลงสารสิน หรือที่ดินซอยทองหล่อ เป็นเรื่องเเบบเดียวกัน   คุณต้องยอมรับว่าแสนสิริในฐานะผู้ซื้อ ทำธุรกรรมกับผู้ขายรายต่างๆ โดยชำระค่าที่ดินตามราคาตลาดที่สมเหตุสมผล  สัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้ซื้อและผู้ขายมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ซึ่งกันและกัน  รวมทั้งหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทแสนสิริ คือ ผู้ซื้อ  ซึ่งไม่สามารถที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ  กระบวนการบริหารภายในของฝ่ายผู้ขายได้ในทุกขั้นตอน  ฝั่งผู้ซื้อ ไม่มีนอมินี ไม่มีการปล่อยกู้ให้ผู้ขาย  ความจริงเป็นการจดจำนองเพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญาและห้ามผิดสัญญาของบริษัทผู้ขาย  และประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเป็นจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาท  มีหลักฐานชัดเจน    ผมยืนยันไม่มีการทำสัญญากู้ครับ  อีกทั้ง  ไม่มีการสมคบคิดใดๆ  และไม่เคยมีเงินทอนใดๆกลับมาที่ผม  หรือพนักงานแสนสิริคนไหนทั้งสิ้น  แปลงโครงการคุณ บาย ยู มูลค่าที่ดินราคา 1,100,000 บาทต่อตารางวา เป็นราคาที่ถือว่าดีมาก   ราคานี้ไม่มีเงินทอนให้ใครหรอกครับ  ขอย้ำอีกครั้งว่า คุณชูวิทย์ต้องแยก ผู้ขาย กับ ผู้ซื้อให้ได้  อย่าบิดเบือน  และแสนสิริไม่มีนอมินีแน่นอน     หลังจากนี้คุณจะพูดเรื่องที่ดินอีกกี่แปลงก็ได้   คุณต้องแยกผู้ขาย กับผู้ซื้อให้ชัดเจน 

คุณชูวิทย์ต้องใช้ความจริงที่ไม่บิดเบือน  คุณโกรธเคืองที่บริษัทไม่ซื้อที่ดินคุณที่ซอย สุขุมวิท 24 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เราตกลงกันจากราคา 2,000 ล้านเหลือ 1,800 ล้าน  แต่ที่ดินคุณมีเงื่อนไขติดพันธ์กับบริษัทไรมอนแลนด์   แสนสิริไม่สามารถซื้อที่ดินที่มีนิติกรรมซ้อนได้   คุณไม่พอใจ แต่เพราะเงื่อนไขของที่ดินคุณเองแสนสิริเป็นบริษัทมหาชน ผมทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด 100%  และไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย  และรวมถึงไม่ผิดจริยธรรมใดๆ 

ผ่านมา 10 เดือน ตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว จนมาถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  ในวันที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล  หลังจากที่ข่าวออกเรื่องมติพรรคเสนอชื่อผมในสภาเพื่อเป็น นายกรัฐมนตรี  ผมโดนข่มขู่   คุณฝากข้อความผ่านคนใกล้ชิดของคุณมาสั่งให้ผมมัดจำเงิน  เพื่อซื้อที่ดินของคุณ และทำ MOU แบบไม่มีเงื่อนไขในการซื้อขายที่ดินกับคุณ  ผมไม่ได้ทำอะไรผิด คุณไม่มีสิทธิ์มาข่มขู่ผม 

คุณติดต่อผู้ใหญ่มากมายให้มาบอกผมว่าคุณจะแฉผม  และทำทุกอย่างเพื่อให้ผมไม่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี  แต่ถ้าจะให้ไม่แฉ  ให้ผมตกลงซื้อที่ดินราคา 2,000 ล้านทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข  ไม่งั้นคุณชูวิทย์จะเดินหน้า Discredit และด้อยค่าผมต่อไป   

คุณชูวิทย์บิดเบือนไปถึงเรื่อง Digital Wallet  ทำให้ประชาชนเข้าใจว่านโยบายนี้จะเป็นการฟอกเงินผ่านทางcoin อะไรเลอะเทอะไปหมด   ผมขอให้คุณชูวิทย์ อย่าได้เอาเรื่องนโยบาย Digital Wallet ของพรรคเพื่อไทยมาโจมตีอย่างไม่มีหลักการ  โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี  มีผลประโยชน์ต่อประเทศอย่างมาก สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้เป็นจำนวนมากกว่า 50 ล้านคน  และเป็นนโยบายสำคัญที่สุดอันหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทันที ทำให้ประเทศนั้นสามารถพลิกฟื้นกลับมาอีกครั้ง และงบประมาณทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยังประชาชนทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป 

การที่ผมพูดความจริงในครั้งนี้  ผมรู้ว่าคุณชูวิทย์ต้องไม่พอใจและอาจจะไปฟ้องศาล  ผมก็พร้อมที่จะนำพยานหลักฐานไปสู้คดีกับคุณชูวิทย์ในศาลต่อไป  

ผม เศรษฐา ทวีสิน  ชีวิตผมตรวจสอบได้หมดทุกอย่าง  ลูกผมมีงานที่ดีทำทุกคนผมไม่มีอะไรต้องห่วง         

ทุกคนเตือนผมว่าอย่าลงการเมือง  มันเปลืองตัว  ผมขอบคุณในความหวังดีของทุกคน

แต่ผม  เศรษฐา ทวีสิน วันนี้ผมตัดสินใจเอง  ผมเข้ามาตรงนี้เพราะอยากทำให้ประเทศชาติ  และเศรษฐกิจให้ดีขึ้น  เพิ่มรายได้ให้ประเทศ  ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  จากวันแรกที่ผมตัดสินใจจะทำ  จนถึงวันนี้   ผมมั่นใจที่จะทำเพื่อประเทศชาติเหมือนเดิม 

ผมย้ำอีกครั้ง….   ศัตรูของผม….คือความยากจน และความไม่เสมอภาคของประชาชน  เป้าหมายของผม คือความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน  

ขอบคุณครับ

มติวิป 3 ฝ่าย เปิดให้ ‘สส.-สว.’ อภิปรายฯ ‘โหวตนายกรอบ3’ 5 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556343

18 ส.ค. 2566

มติวิป 3 ฝ่าย เปิดให้ ‘สส.-สว.’ อภิปรายฯ ‘โหวตนายกรอบ3’ 5 ชม.

มติวิป 3 ฝ่าย เคาะ ‘โหวตนายกรอบ3’ 22 ส.ค. นี้ ให้ ‘สส.-สว.’ อภิปรายฯ 5 ชม. ก่อนลงมติบ่าย 3 ชี้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพราะ รธน. ไม่ได้กำหนดไว้ ส่วนญัตติด่วนของ ‘โรม’ ที่ขอทบทวนเสนอชื่อพิธาซ้ำ เสนอมาได้

ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้นัดหมายตัวแทนวิป 3 ฝ่ายหารือ ประกอบด้วย ประธานรัฐสภา ตัวแทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา และตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณารายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 22 ส.ค. 2566

หลังการหารือ 2 ชั่วโมง นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยว่า การประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 22 ส.ค. 2566 จะเริ่มเวลา 10:00 น. โดยกรอบระยะเวลาการอภิปรายเกี่ยวกับ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯรัฐมนตรี ใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง(ชม.) แบ่งเป็น สว. 2 ชม. และ สส. ไม่เกิน 3 ชม. พร้อมลงมติไม่เกินเวลา 15.00 น. โดยคาดว่า 17.30 น. ก็คงจะเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ต้องเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยประธานฝ่ายกฎหมายของสภาได้นำเสนอว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อจะต้องเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ 

อีกทั้งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ก็ไม่มีข้อกำหนดว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อ จะต้องเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ ประกอบกับที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการในการร่างข้อบังคับรัฐสภาปี 2563 มีการแสดงเจตนารมณ์ว่า ไม่ต้องเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งรายละเอียด มีในบันทึกการประชุมเมื่อ 19 ก.ค. 2563 และมีมติของที่ประชุมเมื่อ 24 ก.ค. 2563 สมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นประธานในที่ประชุม ดังนั้นประธานรัฐสภาก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนการเสนอญัตติด่วนที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาของ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล ที่ให้มีการทบทวนมติที่ประชุมเมื่อ 19 ก.ค. 66 เรื่องเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั้น ที่ประชุมเห็นควรให้นายรังสิมันต์ ได้แสดงเจตนารมณ์ ถึงการเสนอญัตติ แต่ก็เห็นว่าตามข้อบังคับที่ 151 ไม่สามารถนำมาทบทวนได้ เพราะหากมีการทบทวนจะเกิดปัญหา ว่ามติของสภาที่ออกไปสามารถทบทวนได้เรื่อยๆ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในการลงมติและมีปัญหา ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าให้ใช้อำนาจของประธานตามรัฐธรรมนูญมาตรา 80 และข้อบังคับข้อที่ 5 และ 151 ประกอบ คือไม่รับว่าเป็นญัตติด่วน แต่นำเสนอได้ เพราะจะมีผลกระทบต่อญัตติที่ลงไปแล้ว และญัตติอื่นที่มีการทบทวนก็จะเกิดประเด็นปัญหาขึ้นมาใหม่ ประกอบกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 16 ส.ค. 2566 ก็ไม่ได้บอกว่าต้องทบทวนในสิ่งที่พิจารณาไปแล้ว ดังนั้นก็จะดำเนินการตามนี้

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภานายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ศาลฎีกาฯนัดชี้ชะตา ‘สุเทพ’ กับพวก ทุจริตก่อสร้างโรงพัก-เเฟลตตร. 22 ส.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556341

18 ส.ค. 2566

ศาลฎีกาฯนัดชี้ชะตา 'สุเทพ' กับพวก ทุจริตก่อสร้างโรงพัก-เเฟลตตร. 22 ส.ค.นี้

ศาลฎีกาฯนักการเมือง นัดชี้ชะตาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ อดีตรองนายกฯ กับพวก คดีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน-เเฟลตตำรวจ 22 ส.ค. นี้ หลังเคยยกฟ้องเมื่อ ก.ย. ปี 65

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 22 ส.ค. 2566 เวลา 10.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ศาลฎีกา อม.) ศาลกำหนดนัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อม.อธ.11/2565 ที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และนายวิศณุ วิเศษสิงห์ เป็นจำเลยที่ 1-6 กรณีร่วมฮั้วประมูลโครงการสร้างโรงพักทดแทนโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก (แฟลตตำรวจ)

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2565 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาเเล้วเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิด ยกฟ้องจำเลยทั้ง 6 คน

ต่อมา ป.ป.ช.โจทก์ยื่นอุทธรณ์คดีต่อก่อน ที่จะนัดอ่านคำพิพากษาในวันอังคารที่่ 22 ส.ค. 2566 นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ ป.ป.ช.โจทก์ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 9 มิ.ย. 2552-18 เม.ย. 2556 จำเลยที่ 1 และที่ 2 เปลี่ยนแปลงแนวทางจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง จากราคาภาคแยกสัญญามาเป็นการรวมจัดจ้างก่อสร้างไว้ที่ส่วนกลางสัญญาเดียว จำเลยที่ 5 เป็นผู้ชนะการประกวดราคา 

โดยจำเลยที่ 6 ยื่นเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาได้เสนอราคาต่ำอย่างผิดปกติ จำเลยที่ 3-4 ในฐานะคณะกรรมการประกวดราคาไม่ตรวจสอบราคาที่ผิดปกติดังกล่าว และได้นำเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคานั้นไปใช้ในการขออนุมัติจ้างและใช้ประกอบเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา

ต่อมา จำเลยที่ 5 ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญาเป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1, 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ลงโทษจำเลยที่ 3, 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10, 12 กับลงโทษจำเลยที่ 5, 6 ในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำผิด

‘ดำรง พุฒตาล’ จากตำนาน ‘คู่สร้างคู่สม’ สู่ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556338

18 ส.ค. 2566

'ดำรง พุฒตาล' จากตำนาน 'คู่สร้างคู่สม' สู่ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา

‘ดำรง พุฒตาล’ จากตำนาน ‘คู่สร้างคู่สม’ สู่ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา (กิตติมศักดิ์) หลัง วันมูหะหมัดนอร์ มะทา ลงนามแต่งตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา ได้ลงนามประกาศแต่งตั้ง ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา (กิตติมศักดิ์) ลงวันที่ 16 ส.ค. 2566 โดยมีใจความระบุว่า

เพื่อช่วยให้การปฎิบัติหน้าที่ด้านต่างๆ ของประธานรัฐสภา ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย จึงแต่งตั้ง นายดำรง พุฒตาล เป็นที่ปรึกษาประธานรัฐสภา (กิตติมศักดิ์) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2566 เป็นต้นไป

หนังสือแต่งตั้ง ดำรง พุฒตาล เป็นที่ปรึกษาประธานรัฐสภาหนังสือแต่งตั้ง ดำรง พุฒตาล เป็นที่ปรึกษาประธานรัฐสภา

สำหรับ “ดำรง พุฒตาล” เป็นบุคคลในแวดโทรทัศน์ และสื่อมวลชน ที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะกับการเป็นผู้บุกเบิกนิตยสาร “คู่สร้างคู่สม” ก่อนที่จะปิดตำนานไป

ดำรง พุฒตาล เกิดเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2487 ปัจจุบันอายุ 79 ปี เป็นชาวไทยมุสลิมที่มีเชื้อสายเปอร์เซีย โดยบรรพบุรุษได้เดินทางเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย เมื่อกว่า 400 ปีก่อน ในสมัยอยุธยา ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ เกิดที่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนน้องชาย “มาโนช พุฒตาล” ก็เดินตามรอยกันมา เป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญในแวดวงดนตรี และนักวิจารณ์เพลงที่มีชื่อเสียง

               วันนอร์-ดำรง พุฒตาลวันนอร์-ดำรง พุฒตาล

ดำรง พุฒตาล เริ่มงานในแวดวงสื่อสารมวลชน มาตั้งแต่ปี 2510 ผลงานที่มีชื่อเสียง คือการเป็นพิธีคู่กับ ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ รวมถึงการเป็นพิธีในรายการเจาะใจ ทางช่อง 5 อย่างยาวนานหลายปี คู่กับสัญญา คุณากร และ รายการโทรทัศน์ สู้แล้วรวย โดยเฉพาะกับบทบาทสำคัญ คือการเป็นผู้ผลิตนิตยสารคู่สร้างคู่สม ที่ครองอันดับ 1 บนแผงมาต่อเนื่องเกือบ 40 ปี ถึงขั้นเคยมียอดขายสูงถึงเดือนละ 1,000,000 ฉบับเลยทีเดียว ก่อนปิดตัวไปนานกว่า 5 ปี

จากนั้น ดำรง พุฒตาล เริ่มเข้าสู่แวดวงการเมือง โดยเป็นสมาชิกวุฒิสภา และงานด้านอื่นๆ อาทิ เป็นประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิเมาไม่ขับ, ประธานมูลนิธิดำรงพุฒตาล (อนุรักษ์ภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย), กรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ, กรรมการมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ,มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา รวมทั้ง เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อที่มีประสบการณ์ ให้กับสถาบันการศึกษาและองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน

ดำรง พุฒตาลดำรง พุฒตาล

ปัจจุบัน ดำรง พุฒตาล อาศัยอยู่ในบ้านพักที่ใช้ชื่อว่า บ้านเวียงเหล็ก ริมถนนอู่ทอง ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยอยู่ตรงข้ามกับวัดพุทไธศวรรย์ และห่างจากสถานที่เจ้าตัวเกิดไม่เกินกว่า 2 กิโลเมตร และล่าสุด ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประธานรัฐสภา (กิตติมศักดิ์)

‘พรรคเป็นธรรม’ ย้ำอุดมการณ์ อีกครั้ง ไม่เอา ‘พรรคลุง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556337

18 ส.ค. 2566

‘พรรคเป็นธรรม’ ย้ำอุดมการณ์ อีกครั้ง ไม่เอา ‘พรรคลุง’

‘กัณวีร์ สืบแสง’ เลขาฯ พรรคเป็นธรรม ย้ำอุดมการณ์เข้มข้นขึ้นทุกวัน ยืนยันอีกครั้ง จะเป็น 1 ลุง 2 ลุง ก็ไม่เอา ‘พรรคลุง’ ทุกลุง ถ้าต้องเป็นไม้พะยุงให้เผด็จการ

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย จับมือพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) จัดตั้งรัฐบาล โดย ยืนยันว่า การตอกย้ำทางอุดมการณ์ของตนเองจะเข้มข้นขึ้นทุกวัน จากการตอบรับการเข้าร่วมของ รทสช. ที่จะยืนยัน 1 เสียงศักดิ์สิทธิ์ของพี่น้องประชาชนจะยืนข้างฝั่งประชาธิปไตย เพื่อจะสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ต้องมีความตรงไปตรงมา และทำให้ระบอบประชาธิปไตยไม่บิดเบี้ยว

“ถึงแม้เสียงนี้เสียงเดียวคงไม่สามารถคัดค้านความปรารถนาของการรีบจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้นำในสภาได้ แต่จะขอยืนยันการไม่เข้าร่วมรัฐบาลที่มีพรรคการเมืองที่จะสืบทอดอำนาจเผด็จการอย่างแน่นอน แต่เสียงนี้จะขอทำให้ดังกึกก้องในหัวใจประชาชนว่าเราต้องการการเมืองตามกฏ กติกาที่เป็นธรรมตามระบอบประชาธิปไตย ที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางครับ”

นายกัณวีร์ กล่าวย้ำด้วยว่า นักข่าวถามกันมาเยอะ มาแล้ว 1 ลุง พี่นลคิดยังไง  เลยต้องมาย้ำอีกครั้ง จะ 1 ลุง 2 ลุง ก็ไม่เอาทุกลุง ถ้าเป็นไม้พะยุงให้เผด็จการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเป็นธรรม ที่มีสส.เพียงคนเดียว ได้ประกาศต่อสาธารณชนมานานถึงการไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่มี’พรรค2ลุง’ เข้าร่วมรัฐบาล นั้นหมายถึง พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ

โซเชียลทวงความรับผิดชอบ หมอ ‘ชลน่าน’ ลาออกหัวหน้าพรรค ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556325

18 ส.ค. 2566

โซเชียลทวงความรับผิดชอบ หมอ 'ชลน่าน' ลาออกหัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย'

โซเชียลรุกหนัก หมอ ‘ชลน่าน’ ลาออกหัวหน้าพรรค ‘เพื่อไทย’ หลังเคยดีเบตก่อนเลือกตั้ง ไม่มีดีลลับ กับพลังประชารัฐ ไม่จับมือลุงป้อม

#ชลน่านลาออกกี่โมง ได้รับความนิยมในโลกโซเชี่ยลอย่างยิ่ง หลังจากพรรครวมไทยสร้างชาติประกาศร่วมจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคเพื่อไทย เมื่อวานนี้  ผู้ใช้ทวิตเตอร์  พากันทวงถามความรับผิดชอบจากนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ประกาศ บนเวทีดีเบต ก่อนการเลือกตั้งเวทีหนึ่ง ว่า

พรรคเพื่อไทยไม่มีดีลกับพลังประชารัฐ ไม่มีดีลกับลุงป้อม ถ้ามีจับมือจะลาออกตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ยังพากันขุด เทปการดีเบตก่อนเลือกตั้ง ของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  มาเผยแพร่  พร้อมทวงถามความรับผิดชอบต่อคำพูด บนเวทีดังกล่าว

หมอชลน่าน ดีเบตก่อนเลือกตั้ง

นอกจากนายแพทย์ ชลน่านแล้ว อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยังเป็นอีกราย ที่ถูกทวงถามความรับผิด ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า จะไปทำหน้าที่ สส.อิสระ ตรวจสอบทุกฝ่ายหากพรรีคเพื่อไทย ไปจับมือกับพรรคลุง  ซึ่งขณะนี้ รอความชัดเจนจากพรรคพลังประชารัฐอีกพรรคเดียวเท่านั้น

โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนนามหน่วยและการเรียกนามหน่วย ทหารรักษาพระองค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556305

17 ส.ค. 2566

โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนนามหน่วยและการเรียกนามหน่วย ทหารรักษาพระองค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนนามหน่วย และเปลี่ยนการเรียกนามหน่วยทหารรักษาพระองค์

ราชกิจจานุเบกษา หน้า 1-2 เล่ม 140 ตอนพิเศษ 195 ง ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2566 เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนนามหน่วย และเปลี่ยนการเรียกนามหน่วยทหารรักษาพระองค์ ระบุ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนนามหน่วยและ เปลี่ยนการเรียกนามหน่วยทหารรักษาพระองค์

ราชกิจจานุเบกษา หน้า 1-2 เล่ม 140 ตอนพิเศษ 195 ง ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2566 เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนนามหน่วย และเปลี่ยนการเรียกนามหน่วยทหารรักษาพระองค์ ระบุ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนนามหน่วยและ เปลี่ยนการเรียกนามหน่วยทหารรักษาพระองค์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนนามหน่วยและเปลี่ยนการเรียกนามหน่วยทหารรักษาพระองค์ จำนวน 7 หน่วย  เพื่อให้การเรียกนามหน่วยทหารรักษาพระองค์ของกองทัพบกมีความเป็นปัจจุบันและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ดังนี้

โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนนามหน่วยและการเรียกนามหน่วย ทหารรักษาพระองค์

1. กองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เป็น กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์

2. กองพันทหารช่างที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เป็น กองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์

3. กองพันทหารม้าที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็น กองพันทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

4. กองพันทหารม้าที่ 30 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็น กองพันทหารม้าที่ 30 รักษาพระองค์ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนนามหน่วยและการเรียกนามหน่วย ทหารรักษาพระองค์

5. กองพันทหารช่างที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็น กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

6. กองพันทหารม้าที่ 27 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น กองพันทหารม้าที่ 27 รักษาพระองค์ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

7. กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ เป็น กองพันทหารปีนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2566
ประกาศ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อโนชา ชีวิตโสภณ’ เป็นประธานศาลฎีกาคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556304

17 ส.ค. 2566

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อโนชา ชีวิตโสภณ'  เป็นประธานศาลฎีกาคนใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นางอโนชา ชีวิตโสภณ เป็นประธานศาลฎีกาคนใหม่

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ   พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งประธานศาลฎีกา ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า โดยที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมได้ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง นางอโนชา ชีวิตโสภณ ข้าราชการตุลาการ ตำแหน่ง ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกา แทน นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ที่จะพ้นจากตำแหน่งประธานศาลฎีกา ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางอโนชา ชีวิตโสภณ ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกา

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2566 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อโนชา ชีวิตโสภณ'  เป็นประธานศาลฎีกาคนใหม่

‘รวมไทยสร้างชาติ’ จบสวย ผูกข้าวต้มมัด ‘เพื่อไทย’ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556301

17 ส.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' จบสวย ผูกข้าวต้มมัด 'เพื่อไทย' 

สิ้นสุดการรอคอย ” รวมไทยสร้างชาติ” ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ป่าวประกาศให้เป็นที่รับรู้กัน ลงเอย รวมไทยสร้างชาติ ตอบรับไมตรีจากพรรคเพื่อไทย ด้วยการเข้าร่วมสนับสนุนเป็นรัฐบาล คิดเพียงเรื่องเดียว ถึงเวลาปรองดองสามัคคี ส่วนตำแหน่ง หรือ โควตารัฐมนตรี ยังไม่ได้คิด

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า  วันนี้ตนและ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์   เลขาธิการพรรคได้รับการติดต่อจาก พรรคเพื่อไทย เรื่องการร่วมกันทำงานให้กับบ้านเมือง ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาที่ควรจะมีความสามัคคีปรองดองและร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่ความสงบสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน   การพูดคุยกันเป็นการพูดคุยในหลักการทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสำคัญ ไม่ได้มีการพูดคุยกันในรายละเอียดอื่น ๆ 

ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่มีข้อต่อรองหรือข้อเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น  ขณะเดียวกันทางพรรค เพื่อไทย ยืนยันว่า ไม่มีนโยบายหรือการดำเนินการใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์และแนวทางทางการเมืองของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะในเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยจะช่วยกันสร้างความเข้มแข็งมั่นคงของสถาบันหลักทั้งสามต่อไป  ขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้เกียรติและเห็นถึงศักยภาพของพรรครวมไทยสร้างชาติ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก   เช่นกันว่า
ทั้ง 2 ฝ่าย มีข้อสรุปร่วมกันว่า จะเร่งจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศ จะร่วมกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยความปรองดองสมานฉันท์ ทั้งนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่มีการตั้งเงื่อนไขเรื่องกระทรวงในการพูดคุยหารือกันแต่อย่างใด  พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมจะให้การสนับสนุนและให้เกียรติพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล