‘พปชร.’ เปิดเกมรุก ตั้ง 23 กรรมการยุทธศาสตร์ ‘บิ๊กป้อม’ นั่งประธาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556296

17 ส.ค. 2566

'พปชร.' เปิดเกมรุก ตั้ง 23 กรรมการยุทธศาสตร์ 'บิ๊กป้อม' นั่งประธาน

พลังประชารัฐ เกิดเกมรุกสู้กลเกมการเมือง ‘บิ๊กป้อม’ เซ็นแต่งตั้ง 23 กรรมการยุทธศาสตร์พรรค มีผลตั้งแต่ วันที่ 16 ส.ค. 66 เช็ครายชื่อ แบบละเอียดได้ที่นี่

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2566  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้ลงนามในคำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 115/2566 แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ

เนื้อหาในคำสั่งระบุว่า โดยเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงยุทธศาสตร์ นโยบายและแนวทางการดำเนินงานของพรรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง โดยเฉพาะสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอันเนื่องมาจากวิกฤตทางด้านต่างๆ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี สารสนเทศที่ส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก และนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในการเรียนรู้ ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ การครอบงำทางความคิด การสร้างทัศนคติ และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นปัจจัยสำคัญทางการเมือง

'พปชร.' เปิดเกมรุก ตั้ง 23 กรรมการยุทธศาสตร์ 'บิ๊กป้อม' นั่งประธาน

ทั้งนี้อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. 2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 5 พ.ศ.2566 ข้อ 17(1) (จ) (ช) จึงให้ยกเลิกคำสั่งพรรคพลังประชารัฐตามบัญชีแนบท้าย และให้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ดังนี้ 1.พล.อ.ประวิตร ประธานกรรมการ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

กรรมการประกอบด้วย 2.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 3.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 4.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 5.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 6.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 7.นางสาวตรีนุช เทียนทอง 8.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ 9.พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ 10.นายอภิชัย เตชะอุบล 

11.นายสกลธี ภัททิยกุล 12.พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ 13.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ 14.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล 15.นายอุตตม สาวนายน 16.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ 17.พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ 18.นายนพดล พลเสน 19.นายคณิศ แสงสุพรรณ 20.หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี21.นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 22.นายวราเทพ รัตนากร และ23.นายบุรินทร์ สุขพิศาล

'พปชร.' เปิดเกมรุก ตั้ง 23 กรรมการยุทธศาสตร์ 'บิ๊กป้อม' นั่งประธาน
'พปชร.' เปิดเกมรุก ตั้ง 23 กรรมการยุทธศาสตร์ 'บิ๊กป้อม' นั่งประธาน

‘ปธ.สภาฯ’ หวังเลือกนายกฯ จบ 17.30 น. วันที่ 22 ส.ค.นี้ เตรียมแจ้งวิป 3 ฝ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556291

17 ส.ค. 2566

'ปธ.สภาฯ' หวังเลือกนายกฯ จบ 17.30 น. วันที่ 22 ส.ค.นี้ เตรียมแจ้งวิป 3 ฝ่าย

‘ปธ.สภาฯ’ วอนเร่งได้ข้อสรุปญัตติ ‘รังสิมันต์ โรม’ ให้ทบทวนเสนอชื่อซ้ำ ก่อนเข้าสู่วาระเลือกนายกฯ คาดเริ่มโหวต 15.00 น. และจบ 17.30 น. เตรียมแจ้งกำหนดให้วิป 3 ฝ่าย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เปิดเผยถึงการประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งที่ 3 ที่ได้กำหนดวันที่ 22 ส.ค. นี้ เริ่มประชุมในเวลา 10.00 น. ซึ่งจะแจ้งให้ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายทราบในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.)

ส่วนญัตติของนายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถึงพิจารณาทบทวนเสนอชื่อนายกฯซ้ำนั้น ยังคงค้างอยู่ในวาระการประชุมของรัฐสภา และยังไม่มีข้อยุติ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้วินิจฉัยมติรัฐสภาแล้ว จึงจะขอให้ที่ประชุมรัฐสภา ดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไปได้

โดยขอให้ได้ข้อสรุปญัติดังกล่าวโดยเร็ว เนื่องจากยังมีวาระสำคัญในการเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย 

ประธานรัฐสภา หวังว่า ผู้เสนอจะใช้เวลาไม่มาก และเชื่อว่าทุกฝ่ายน่าจะเข้าใจว่าขณะนี้เวลาล่วงเลยกว่า 3 เดือนแล้ว ยังไม่มีรัฐบาลมาบริหารประเทศ อีกทั้งยังมีเรื่องงบประมาณ กฎหมายต่างๆ ที่ยังรอพิจารณาอยู่อีกจำนวนมาก แต่จะหารือกับวิป 3 ฝ่ายในวันพรุ่งนี้ด้วยว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาเท่าไหร่ หรือจะเปิดให้ลงมติชี้ขาดเลยหรือไม่ เนื่องจากฝ่ายกฎหมายต้องการให้โหวตนายกรัฐมนตรีในเวลา 15.00 น. และจบได้ในเวลา 17.30 น.

ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้รอความพร้อมจากพรรคเพื่อไทยก่อนแล้วค่อยนัดวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ประธานรัฐสภา กล่าวว่า พรรคการเมืองจะเสนออย่างไรให้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง แต่เมื่อมีการนัดประชุมพรรคการเมืองก็ต้องมีความพร้อม และขณะนี้ยังไม่มีใครประสานมาว่าให้รอความชัดเจนในการรวบรวมเสียงจากพรรคเพื่อไทยก่อน และมองว่าฝ่ายการเมืองน่าจะต้องมีความพร้อม เพราะประชาชนรอรัฐบาลใหม่อยู่ 

‘ภูมิธรรม’ ปาดเหงื่อ เจรจา ‘รวมไทยสร้างชาติ’ -มั่นใจ เศรษฐา เคลียร์ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556292

17 ส.ค. 2566

'ภูมิธรรม' ปาดเหงื่อ เจรจา 'รวมไทยสร้างชาติ'  -มั่นใจ เศรษฐา เคลียร์ได้

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย “ภูมิธรรม เวชยชัย” ตอบคำถามสื่อ การเจรจาเพื่อดึงความร่วมมือ จาก”รวมไทยสร้างชาติ” เข้ามาสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ถึงที่สุดแล้วขอเวลาบ้าง เร่งทำงานกันอยู่ ย้ำคุยกันเฉพาะหน้าว่าด้วยกรอบการทำงาน ยังไม่ลึกไปถึงประเด็นการวางตัวในคณะรัฐมนตรี

นายภูมิธรรม เวชยชัย  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ในการเจรจากับพรรครวมไทยสร้างชาติ  ที่มี 36  เสียง  เพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล อยู่ในขั้นตอนการประสานงานเรื่องนี้ต้องใช้    การเจรจาเป็นการสื่อสารกันภายใน เอาวาระของประเทศเป็นสำคัญ หารือว่าจะร่วมมือกันอย่างไร  ยังไม่เคยลงลึกไปถึงเรื่องกระทรวงต่าง ๆ เพียงแค่คุยว่าทั้งหมดจะร่วมกันจับมือ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตกันไปได้อย่างไร ที่สำคัญคือวิกฤตที่เป็นปัญหาของประชาชน รวมถึงการสลายความขัดแย้ง ถ้าหากได้ทำงานร่วมกันก็จะเป็นสิ่งที่ดี 

ส่วนประเด็นจัดสรรแบ่งกระทรวง ให้จบก่อนจะโหวตนายกรัฐมนตรี  ได้ประสานงานทางโทรศัพท์ กับตัวแทนพรรคร่วม  ไม่ได้มีอะไรที่น่ากังวล    “เรื่องความร่วมมือกับ “รวมไทยสร้างชาติ “ ผมคิดว่าทุกอย่างเป็นไปในทางบวก ทุกคนรู้ว่าปัญหาสั่งสมมา จะต้องรีบแก้ไข ที่ผมยืนยันคือเราคุยกันในกรอบใหญ่ ๆ ว่ามองเห็นวิกฤตเหมือนกันหรือไม่ และการมาร่วมมือกัน จะทำงานร่วมกันได้อย่างไร เรื่องที่เคยไม่เข้าใจกัน มีปัญหากัน ควรจะคลี่คลายไป เพราะวิกฤตที่เป็นความขัดแย้งอยู่มานานเกือบ 2 ทศวรรษแล้ว  ถ้าทำใจให้กว้าง มองปัญหาประเทศเป็นหลัก การแก้วิกฤตต่าง ๆก็จะมีโอกาสแก้ได้ แต่ถ้ายังติดขัดอยู่ที่ความรู้สึกว่า เราไม่ชอบเขา เขาไม่ชอบเรา คนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี ก็ทำให้การแก้ปัญหายากลำบากมากขึ้น วันนี้คนไทยเดือดร้อนมามากแล้ว ถ้าเปิดใจเอางานของประชาชน ประเทศเป็นหลัก  ทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้” 

ส่วนความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา ( สว. )ที่ระบุว่าอยากให้  นายอนุทิน ชาญวีรกูล  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย   ได้รับการเสนอชื่อโหวตนายกรัฐมนตรี  เพราะว่ามีความสดกว่านายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย    เรื่องนี้  อย่าไปคิดอะไรที่มันข้ามขั้นตอน ยังเชื่อว่านายเศรษฐาไม่มีปัญหา ความกังวลเรื่องคุณสมบัติของนายเศรษฐา เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันจนกว่าจะถึงวันโหวต  ( 22 ส.ค.)   ทางนายเศรษฐา ก็พร้อมที่จะชี้แจงตรงนี้ ยืนยันไม่น่ากังวล

“22  ส.ค.  ยังเชื่อมั่นว่าดุลยพินิจของสว.  และ  สส. ถ้าเห็นความตั้งใจและความพยายามของพรรคเพื่อไทยในการที่จะทำงาน ก็คิดว่าจะให้ความไว้วางใจ พรรคเพื่อไทยก็ได้ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่าเรามาครั้งนี้ พร้อมจะแก้ไขปัญหาวิกฤตประเทศ  ”  นายภูมิธรรม ระบุ

‘เพื่อไทย’ ยังดีล ‘รทสช.’ ไม่จบ หลังเกลี่ยเก้าอี้ ‘รัฐมนตรีพลังงาน’ ไม่ลงตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556287

17 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' ยังดีล ‘รทสช.’ ไม่จบ หลังเกลี่ยเก้าอี้ 'รัฐมนตรีพลังงาน' ไม่ลงตัว

‘เพื่อไทย’ ยังดีล ‘รวมไทยสร้างชาติ’ไม่จบ เหตุเกลี่ยเก้าอี้ รัฐมนตรีพลังงาน ไม่ลงตัว ย้ำต้องเคลียร์ให้จบได้กระทรวงไหน ก่อนโหวตนายกฯ เพื่อไทย ล่าสุด 18.25 น. ประกาศจับมือร่วมรัฐบาลแล้ว

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) โดยพรรครทสช. ได้แจ้งแถลงข่าวด่วนในเวลา 17.30 น. ซึ่งนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรค จะเป็นผู้แถลงข่าว ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังมีกระแสข่าวว่าในวันเดียวกันนี้พรรคเพื่อไทยได้นัดพูดคุยกับแกนนำพรรค นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พีระพันธุ์ หัวหน้าพรรครทสช. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เป็นต้น ที่อาคารสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเช้าที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในวงการพูดคุยมีการพูดคุยถึงเรื่องโควตารัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรครทสช.โดยพรรครทสช. ต้องการให้พรรคเพื่อไทยระบุสัดส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีจำนวน 4 เก้าอี้ที่พรรครทสช.จะได้ว่าจะได้ในกระทรวงใดบาง


โดยในสัปดาห์นี้การพูดคุยจะยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากยังไม่ลงตัวในส่วนเก้าอี้รมว.พลังงานที่ยังเป็นปัญหา โดยพรรครทสช.มีความต้องการอยากให้คนของพรรคเข้าไปสานงานต่อตามเดิม แต่พรรคเพื่อไทยมองว่าเก้าอี้รมว.พลังงานควรเป็นของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตามคาดว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนใกล้วันโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค. 2566 

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับโควตารัฐมนตรีสายใต้โดยสายของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ต้องการสนับสนุนนายชุมพล กาญจนะ รองหัวหน้าพรรค นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่โดนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค คัดค้านชื่อนายชุมพล

ต่อมาเมื่อเวลา เมื่อเวลา 18.25 น. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แถลงข่าว กรณีมีข่าวว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำว่า ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ให้มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน

“ส่วนเรื่องโควตา รมต. ยังมีเวลาพูดคุย พรุ่งนี้ผมเป็นตัวแทนพรรคไปพูดคุยประชุมวิป 3 ฝ่าย เป็นการประชุมหารือกรอบแนวทางโหวตนายกฯ ใน 22 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งยังมีเวลาจะพูดคุยกันอยู่ ทั้งหมดขึ้นอยู่หัวหน้าพรรค เลขาพรรค ไปเจรจา ยันยันยังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งทั้งสิ้น” โฆษก รทสช. กล่าว

‘รวมไทยสร้างชาติ’ จี้แคนดิเดตนายกฯ ‘เพื่อไทย’ แสดงวิสัยทัศน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556255

17 ส.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' จี้แคนดิเดตนายกฯ 'เพื่อไทย' แสดงวิสัยทัศน์

ฟาด ‘เพื่อไทย’ ตั้งแต่ยังไม่ร่วมงานกัน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ จี้ว่าที่นายกฯพรรคแกนนำ ควรมาแสดงวิสัยทัศน์ วันโหวตนายกฯ

นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มองว่าการพูดคุยเรื่องตั้งรัฐบาล ต้องพูดถึงนโยบาย ที่ทุกพรรครับได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องการแบ่งงาน แบ่งภารกิจ เพราะการจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แต่เป็นรัฐบาลผสม ดังนั้น ต้องหาที่ยืนในระดับที่เป็นเสียงข้างมาก รวมถึงการมอบหมายงานระหว่างกัน

ภารกิจตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยต้องทำให้จบ เพื่อให้การโหวตนายกฯ จบที่ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีเวลาทำภารกิจให้บรรลุภายในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ หากถึงวันโหวตนายกฯ แล้วไม่จบจะยุ่ง การเมืองจะเปลี่ยน เนื่องจากหากแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เสนอจนหมด แต่มีปัญหา ชื่อนายกฯ อาจไหลไปที่พรรคอันดับสามได้

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ควรมาแสดงวิสัยทัศน์ในวันโหวตนายกฯ ถ้ามีเวลาจริง ๆ ไม่ถึงกับเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะการจะปลุกเสกใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี หากไม่เห็นรูปลอย ก็จะไม่ศักดิ์สิทธิ์

ส่วนการส่งสัญญาณร่วมรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทย รู้จากสื่อที่รายงานว่าจะหารือกันที่สภาฯ จึงอยากให้รอฟังข่าวจากหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค หากพูดคุยหรือ มีข้อสรุปอย่างไร คงทราบในวันที่ 21 สิงหาคม เนื่องจากพรรครวมไทยสร้างชาตินัดประชุมพรรคในวันดังกล่าว

ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการเจรจานัดคุยและนัดแถลงข่าว แล้วดื่มกาแฟโชว์ เพราะรู้สึกรำคาญ ส่วนในการทำงานร่วมกันกับพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติมีหลักของเราและยืนยันตลอดว่า หากยอมรับในกรอบหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติได้ก็ทำงานร่วมกันได้

ชูวิทย์ร้อง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ตรวจสอบนอมินีซื้อขายที่ดินแสนสิริ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556254

17 ส.ค. 2566

ชูวิทย์ร้อง 'บิ๊กโจ๊ก' ตรวจสอบนอมินีซื้อขายที่ดินแสนสิริ

ชูวิทย์ นำเอกสารร้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี ‘ซื้อขายที่ดินฟอกเงิน’

วันที่ 17 สิงหาคม เวลา 10 .00 น. ที่สโมสรตำรวจ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นกล่าวโทษต่อคณะกรรมการบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินีซื้อขายที่ดิน ในข้อข้อหาทำเอกสารอันเป็นเท็จ จัดตั้งบริษัทนอมินี และ ฟอกเงิน  ชูวิทย์ กล่าวว่า เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีใจความสำคัญอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือที่ดินถนนสารสิน ขอให้มีการตรวจสอบว่ามีการกระทำการหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ ในส่วนนี้ตนมีรายละเอียดว่าการโอนที่ดินดังกล่าวมีการแยกโอน 12 คน 12 วัน ใช้เวลารวมสาเหตุ 3 อาทิตย์ เพื่อเป็นการเลี่ยงจ่ายภาษีแบบกลุ่มบุคคล   ที่ผ่านมากรมที่ดิน,กรมสรรพากรและคำพิพากษาล้วนมีการตัดสินพฤติการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้ว แต่การที่ตนนำข้อมูลที่สำคัญมาให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อให้เรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบสวน ว่าพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการหลบเลี่ยงภาษี ไม่ใช่การวางแผนภาษี

ส่วนข้อมูลที่นำมายื่นอีกส่วน คือประเด็นที่ดินบนถนนทองหล่อ ส่วนนี้ชูวิทย์ กล่าวว่า มีการจัดตั้งนอมินีขึ้น 3 รายเป็นแม่บ้าน 1 ราย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1 รายเข้ามาแสดงชื่อซื้อขายที่ดิน ซึ่งคำถามที่สังคมสงสัยคือ นอมินีทั้ง3 คนนี้เป็นของใคร แต่ตนจะขออธิบายว่า คำถามนี้สามารถสังเกตได้คือวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 บุคคลทั้ง 3 ได้เงินมาจากใคร และในวันเดียวกันพบว่ามีการทำ 3 นิติกรรม คือเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท เอ็น แอนด์ เอ็น แอสเซ็ท จำกัด กู้เงิน 1 พันล้านบาทจากบริษัท อาณาวรรธน์ จำกัด และการปลดจำนองหนี้กับธนาคาร 465 ล้านบาท

นายชูวิทย์ ยังบอกอีกว่า ตนขอให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เรียกตัวในส่วนผู้ขายที่ดินที่มีตัวตนชัดเจนเป็นนายแพทย์โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มาสอบถามว่าในการเจรจาขายที่ดินได้เจรจากับใครตนเชื่อว่าหมอไม่กล้าโกหก หมอก็กลัว และคิดว่าหมอไม่ได้เจรจาซื้อที่ดินหลักร้อยล้านกับแม่บ้านหรือรปภ.แน่นอน ท่านรองผบ.ตร.ต้องเรียกแม่บ้าน รปภ. ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยวข้องในการซื้อที่ดิน มาสอบถามว่า สรุปแล้วใครเป็นผู้ไปทำนิติกรรมซื้อขาย ใครเข้าประชุมบริษัท ใครไปที่กรมที่ดินเพราะในเมื่อ บุคคลทั้ง 3 ปรากฎชื่อเป็นผู้รับซื้อที่ดิน และกู้ยืมเงินจากบริษัทแสนสิริ ส่วนตัวไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องประเด็นการเมือง จึงขอรบกวนท่านรองผบ.ตร.เพราะท่านเป็นคนตรงไปตรงมาและชัดเจนหวังว่าบ้านเมืองนี้จะมีคนที่ชัดเจนตรงไปตรงมา แค่สอบแม่บ้าน สอบรปภ. สอบเจ้าของที่ดินเก่า ก็ถือว่าจบแล้ว

ด้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ที่ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบตนจะรับเรื่อง ไว้ดำเนินการทั้งหมดและจะตรวจสอบทุกกรณีเพื่อจะทำให้ความจริงปรากฏ เรื่องนี้จะต้องทำความจริงให้ปรากฏต่อสังคมอย่างตรงไปตรงมา จากนี้ก็จะมีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด หากพบการกระทำผิดส่วนไหนก็จะดำเนินการในส่วนนั้น 

โดยหลังจากรับเอกสารแล้วตนจะขอพูดคุยกับชูวิทย์ถึงประเด็นต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการดำเนินการต่อไป เรื่องนี้จะพยายามเร่งรัดดำเนินการให้เร็ว การสอบพยานบุคคลต่างๆ ถ้าเข้าข่ายความผิดก็ต้องดำเนินการไป ตามอำนาจหน้าที่ แต่ถ้าไม่ผิด ก็ต้องไม่ผิด บ้านเมืองมีระบบตรวจสอบใครจะโกหกใครทำไม่ได้ต้องทำอย่างตรงไปตรงมา

เบื้องลึก ‘เพื่อไทย’ เปิดศึกใน จับตา ‘สุริยะ’ แย่งชิง เก้าอี้รัฐมนตรีคมนาคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556239

17 ส.ค. 2566

เบื้องลึก ‘เพื่อไทย’ เปิดศึกใน จับตา ‘สุริยะ’ แย่งชิง เก้าอี้รัฐมนตรีคมนาคม

เปิดเบื้องลึก ‘เพื่อไทย‘ ส่อวุ่น ’สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ‘ เปิดศึกชิงเก้าอี้รมว.คมนาคม ต่อสายตรงคนแดนไกล ใช้เสียง สว. แลกหนุน ’เสี่ยนิด‘ เบียดโควตาเดิมของ ’ประเสริฐ’ ดับความหวังของภูมิใจไทย

นับถอยหลังใกล้วันโหวตนายกฯเพื่อไทย จับตาความเคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการรวบรวมเสียงจากบรรดาการพรรคการเมืองต่างๆ พบว่าขณะนี้มีการแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรีของบรรดาแกนนำในพรรคเพื่อไทย โดยกลุ่ม 2 ส.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน พยายามวิ่งต่อรองขอตำแหน่งรมว.คมนาคม จากนายใหญ่คนแดนไกล

ซึ่งเดิมเก้าอี้รมว.คมนาคม เป็นโควตาของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โดย 2 ส.ให้เหตุผลว่า สามารถรวบรวมเสียงจากสว.เพื่อโหวตให้  ‘เสี่ยนิด’เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีวันที่ 22 ส.ค.2566

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสส.ในก๊วนทั้งในและนอกพรรคของ 2 ส.ซึ่งสามารถสร้างเสถียรภาพรัฐบาลเพื่อไทยได้ การวิ่งต่อรองตำแหน่งของนายสุริยะ ยังเบียดความหวังในการต่อรองตำแหน่งรมว.คมนาคมของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ขอนั่งในกระทรวงคมนาคมจากนายใหญ่คนแดนไกล เพราะเป็น1ใน 4 กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยต่อรองขอเก้าอี้คมนาคมด้วย

อย่างไรก็ตามก่อนนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายพิเชษฐ สถิรชวาล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมช.คมนาคม ,นายทนง พิทยะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บมจ.การบินไทย และนายกนก อภิรดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัสแบบ A340-500 และแบบ A340-600 จำนวน 10 ลำ ในช่วงปี 2546-2547 ทำให้ บมจ.การบินไทย ได้รับความเสียหาย

ขณะที่นายสุริยะ ซึ่งดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคมขณะนั้นไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและนายสุริยะเคยตอบคำถามนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2566 ว่า “ก็ ป.ป.ช.ชี้มูลไว้แบบนั้น จะมาถามอะไรผมอีก” แต่นายสุริยะไม่ได้ตอบคำถามในประเด็นที่นายพิเชษฐตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงไม่ถูกแจ้งข้อหา

สำหรับคดีนี้ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา ป.ป.ช.ยังไม่ได้สรุปผลชี้มูลความผิดเป็นทางการแต่อย่างใด ดังนั้น ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ทุกรายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

ทั้งนี้ หากยึดตามแผนฟื้นฟูพรรคเพื่อไทย โอกาสของ ‘สุริยะ รุ่งเรืองกิจ’ จากลุ่ม 2 ส. อาจจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ด้วยคนแดนไกลหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่าต้องตบรางวัลให้กับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิ การพรรค หนึ่งในแม่ทัพภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานเสียงส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย แต่การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรอง ทุกอย่างอาจจะปรับเปลี่ยนได้เสมอ

‘สมศักดิ์’ มั่นใจ ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ ปัดปลุกกลุ่มวังน้ำยมต่อรอง รมต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556237

17 ส.ค. 2566

'สมศักดิ์' มั่นใจ 'เศรษฐา' นั่งนายกฯ ปัดปลุกกลุ่มวังน้ำยมต่อรอง รมต.

‘สมศักดิ์’ โต้ข่าวลือปลุกก๊วนวังน้ำยมต่อรอง รมว.เกษตร เชื่อดีลตั้งรัฐบาลจบใน 1-2 วันนี้ มั่นใจเสนอชื่อ ‘เศรษฐา’ ม้วนเดียวจบไร้แผน 2

วันที่ 17 ส.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีสื่อมวลชนแห่งหนึ่งวิเคราะห์ว่านายสมศักดิ์ เดินสายเปิดตัวกลุ่มวังน้ำยมภาคใหม่ เพื่อหวังนั่งเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ว่า ได้เห็นการวิเคราะห์ของสื่อมวลชนแห่งหนึ่ง ถึงประเด็นการรื้อกลุ่มวังน้ำยมกลับมา ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากเพราะการวิเคราะห์ที่พยายามเชื่อมโยงว่า ตนกำลังรวบรวมขุมกำลัง เพื่อต่อรองตำแหน่ง ไม่เป็นข้อเท็จจริงและอาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในพรรคเพื่อไทยได้ รวมถึงมีการนำรายชื่อ สส.ที่ได้ร่วมลงพื้นที่ในหลายจังหวัด มานำเสนอให้ดูมีน้ำหนักว่า รวมกลุ่มกันต่อรองตำแหน่ง ซึ่งอาจส่งผลให้ สส.ได้รับความเสียหายเพราะคณะยุทธศาสตร์การเกษตร พรรคเพื่อไทย ตั้งใจลงพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหา และนำไปสู่การแก้ไข โดยไม่ใช่เป็นการตั้งก๊ก หรือ รวมกลุ่มแต่อย่างใด 

“การลงพื้นที่รับฟังปัญหาเกษตรกรของผม กับคณะยุทธศาสตร์การเกษตร พรรคเพื่อไทย ส.ส.ทุกคนมีความตั้งใจมากที่จะทำงานให้กับพรรคและสังคม ขณะที่ผมก็เป็นคนไม่เคยหยุดนิ่งตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งยันเลือกตั้งจบก็ทำงานรับฟังปัญหาของประชาชนมาตลอด จนเวลานี้จากการลงพื้นที่ก็สามารถทำให้ประชาชนรับทราบว่าพรรคเพื่อไทย มีความใส่ใจในความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นอย่างมาก จึงรีบลงพื้นที่ เพื่อรวบรวมปัญหาและเตรียมนำเสนอต่อรัฐบาล ให้แก้ปัญหาต่างๆอย่างเร่งด่วน แต่การถูกนำไปวิเคราะห์ทางการเมืองในลักษณะนี้ ผมมองว่า ไม่เป็นผลดี เพราะจะเป็นการทำให้คนทำงานในพื้นที่ต่างๆ เสียกำลังใจ ผมจึงขอปฏิเสธตรงนี้และขอยืนยันว่า ไม่เคยไปตั้งกลุ่มตั้งแก๊งรวมก้อน เพื่อไปต่อรองตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ช่วยกันลงพื้นที่พบปะกับประชาชนเท่านั้น” นายสมศักดิ์ กล่าว 

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ที่มีการนำเสนอข่าวและเรื่องราวดีๆของตนมาโดยตลอด แต่การวิเคราะห์ของสื่อมวลชนครั้งนี้ ทำให้ต้องรีบออกมาอธิบาย เพราะอาจจะส่งผลเสียให้กับเพื่อนสมาชิก สส. ที่ตั้งใจทำงานอย่างหนัก ซึ่งการวิเคราะห์ที่พยายามเชื่อมโยงต่างๆ ขอย้ำว่าไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย เพราะไม่เคยไปต่อรองตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งการแต่งตั้งรัฐมนตรี ก็เป็นอำนาจของพรรคการเมือง ที่ต้องสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถพร้อมทำงาน จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของพรรค ตนไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ แต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือทำงานในนามพรรคให้หนัก ในเรื่องที่ถนัดคือการเกษตร เพื่อหวังว่าเกษตรกรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงขออย่านำความตั้งใจดีของ สส. ไปเชื่อมโยงทางการเมือง ให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีขึ้น เพราะเหมือนจะเป็นการด้อยค่าการตั้งใจทำงานของเรา ที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของเกษตรกรเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อตัวเราเอง

เมื่อถามย้ำว่า สถานะของกลุ่มวังน้ำยมตอนนี้มีจริงหรือไม่ นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าไม่มีกลุ่มดังกล่าว การเขียนข่าวแบบนี้ไม่ทันสมัย และเหมือนวู่วามไปหน่อย

ถามต่อว่า ส่วนตัวสนใจเก้าอี้กระทรวงเกษตรฯ หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เก้าอี้รัฐมนตรีเป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมือง ทุกคนอยากทำงานในส่วนที่ตัวเองคิดว่าช่วยประชาชนได้ คงไม่ใช่แค่ตนหรือคนใดคนหนึ่งทุกคนล้วนอยากทำงานที่ตัวเองถนัด ไม่อยากทำแล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องงาน และตนก็ไม่ใช่คนอยู่นิ่งอย่างรัฐบาลที่แล้ว ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คนก็ตั้งข้อสังเกตว่าตนจะทำได้ไหม แต่เมื่อทำตนก็ไม่อยู่นิ่ง จะต้องทำให้เดินหน้าให้ได้ 

ส่วนจำเป็นหรือไม่ที่เก้าอี้กระทรวงเกษตรฯ จะต้องอยู่กับพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่สามารถตอบได้ แต่ดูเหมือนว่าหลายพรรคอยากได้ แต่ในการจัดตั้งรัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าอะไรจำเป็น ไม่จำเป็น ขอให้ดูความต้องการ แต่คนต่างจังหวัดอยากได้กระทรวงเกษตรฯ คนในเมืองอาจจะไม่เห็นความสำคัญเท่ากระทรวงอื่น เพราะคนต่างจังหวัดผูกพันกับเรื่องของเกษตรกรรมมาก

ส่วนความคืบหน้าการดีลจัดตั้งรัฐบาล และจัดสรรตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น นายสมศักดิ์ ระบุว่า เมื่อมีการกำหนดวันโหวตเลือกนายกฯ 22 ส.ค. 66 ก็เชื่อว่าการตกลงเก้าอี้รัฐมนตรีจะจบภายใน 1-2 วันนี้

เมื่อถามว่า มีการดีลไม่ลงตัวหรือไม่ นายสมศักดิ์ บอกว่า ไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้อยู่ในทีมเจรจา และข่าวที่ออกมาแต่ละวัน ก็สร้างความสับสนให้กับผู้คน แต่มองว่าดีลจะจบก่อนโหวตเลือกนายกฯ เพราะพรรคร่วมต้องการอย่างนั้น พรรคแกนหลักก็ต้องตอบสนองในส่วนที่ทำได้

ส่วนความชัดเจนพรรครวมไทยสร้างชาติจะมาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ หลังจากนายสมศักดิ์ไปพูดคุยกับ นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ นั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปเชิญมาร่วมรัฐบาล เพียงแค่เจอกันก็พูดคุยกัน แต่ใน 1-2 วันนี้ ไม่มีความคืบหน้า

เมื่อถามว่าในวันที่ 22 ส.ค.นี้มั่นใจไหมว่า นายเศรษฐา จะได้รับความเห็นชอบให้นั่งนายกฯ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคเสนอชื่อเดียวและไม่มีแผนสอง เจ้ามือพนันคงแทงผิดกันหลายคน

จับตา ‘เพื่อไทย’ นัด ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ถกร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556227

17 ส.ค. 2566

จับตา ‘เพื่อไทย’ นัด ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ถกร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ วันนี้

เดินหน้า ‘จัดตั้งรัฐบาล’ เพื่อไทย นัดคุย ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ถึงแนวทางร่วมรัฐบาลวันนี้ ที่รัฐสภา ‘ชลน่าน-ภูมิธรรม-ประเสริฐ’ นำทีมคุย ‘พีระพันธุ์-เอกนัฏ’ แย้มอาจตั้งโต๊ะแถลงเข้าร่วมรัฐบาล

ที่รัฐสภา วันนี้(17 ส.ค. 2566) มีรายงานจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า ในวันนี้ทีมเจรจา “จัดตั้งรัฐบาล” ของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นัดหารือกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวทางการเข้าร่วมรัฐบาล โดยนัดหมายกันที่รัฐสภา

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า จะเป็นการพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปด้วยกัน ส่วนจะแถลงข่าวร่วมกันเลยหรือไม่ ขอประเมินความคืบหน้าในการพูดคุยอีกครั้ง

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำ “จัดตั้งรัฐบาล” เคยประกาศจับมือรวม 9 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย  พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 9 เสียง พรรคเพื่อไทยรวมพลัง (พทล.) 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 2 เสียง ส่วนพรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคละ 1 เสียง รวมกับพรรคเพื่อไทย ที่มี 141 เสียง รวมเป็น 238 เสียง

ศรีสุวรรณ ชง ป.ป.ช. วินิจฉัย ปดิพัทธ์ โพสต์โชว์เบียร์ เข้าข่ายผิดจริยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556205

16 ส.ค. 2566

ศรีสุวรรณ  ชง ป.ป.ช. วินิจฉัย ปดิพัทธ์ โพสต์โชว์เบียร์ เข้าข่ายผิดจริยธรรม

“ก้าวไกล” รายวัน คราวนี้ ศรีสุวรรณ “องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน” ร้องให้สอบ “ปดิพัทธ์ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์สื่อสังคมออนไลน์ผลิตภัณฑ์เบียร์ ชี้เข้าข่ายเโฆษณา พ่วงฝ่าฝืนมาตรฐานทางด้านจริยธรรม ระบุก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน   เปิดเผยว่า   ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ( สส. ) พรรคก้าวไกล และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 หลังจากที่ปรากฎเป็นการทั่วไปว่า ได้โพสต์ภาพและข้อความและคลิปวิดีโอลงสื่อออนไลน์หลายประเภท   ระบุถึงดราฟต์เบียร์(  ประเภทของเบียร์ ที่ใช้ระยะเวลาหมักน้อยกว่าแบบขวด และไม่ผ่านกรรมวิธีในการผ่านความร้อนเพื่อฆ่าแบคทีเรีย) ยี่ห้อหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก  เข้าข่ายเป็นการโฆษณา ต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

เรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ม.234(1) ประกอบพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ในการไต่สวนและมีความเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมฯ 2561 ว่าการกระทำของนายปดิพัทธ์  เข้าข่ายการฝ่าฝืน พรบ.ว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 ประกอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฯ หรือไม่ หากวินิจฉัยว่าเข้าข่าย ก็จะต้องส่งเรื่องให้อัยการฟ้องต่อศาลฎีกา  เพื่อพิพากษาลงโทษตามครรลองของกฎหมาย

มาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรงที่นายปดิพัทธ์ อาจฝ่าฝืนมีหลายข้อ อาทิ ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 21 ประกอบข้อ 27 ที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะการไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน การก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นต้น  ” การกระทำของนายปดิพัทธ์ อาจทำให้เยาวชนของชาติจำนวนมาก   มีพฤติกรรมลอกเลียนแบบนายปดิพัทธ์ ซึ่งเป็นผู้นำของพรรคก้าวไกลคนหนึ่ง  เป็นเรื่องที่อันตรายต่ออนาคตของชาติ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดเกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามครรลองของกฎหมาย ” นายศรีสุวรรณ กล่าว

อนึ่ง ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 มาตรา 32 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า  “ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือทางอ้อม”   บทบัญญัติในกฎหมายดังกล่าว กำหนดบทลงโทษไว้ในมาตรา 43 สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 32 คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่ เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษแล้ว ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง อีกทั้งยังฝ่าฝืนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ 2563 อีกด้วย