‘วิโรจน์’ ไม่เชื่อ ‘เพื่อไทย’ หักหลังดึง ‘อนุทิน-ประวิตร’ นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554991

01 ส.ค. 2566

'วิโรจน์' ไม่เชื่อ 'เพื่อไทย' หักหลังดึง 'อนุทิน-ประวิตร' นั่งนายกฯ

‘วิโรจน์’ เตือน ‘เพื่อไทย’ หลีกทาง ‘อนุทิน-ประวิตร’ นั่งนายกฯ จะโดนปชช. ด่าหนัก ทิ้งคนเสื้อแดง เตรียมคุย สส.ก้าวไกล อย่าเพิ่งต่อว่า ‘เพื่อไทย’ รอมีมูลก่อน

จากท่าที สว. ล่าสุดที่อาจจะไม่โหวตเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพราะเคยหาเสียงจะแก้ไขมาตรา 112 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า คราวนี้มาเล่นนายเศรษฐาแล้ว “มาเล่นพี่นิดของผมอีกแล้ว” ผมถึงบอกไงว่า ปล่อยวางเถอะ คนเหล่านี้ ขวางเสียงประชาชน พออ้างเรื่องหนึ่งแล้วก็อ้างเรื่องสองไม่รู้จักจบจักสิ้น อย่างไปหวังพึ่งใคร หวังพึ่งพ่อผมดีกว่า ง่ายกว่า จุดธูปอธิฐานถึงพ่อผมเยอะๆ เดี๋ยวพ่อผมก็ช่วย 

ส่วนที่ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. ระบุว่าคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีมีเพียง 2 คนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายวิโรจน์ ถอนหายใจ ก่อนจะตอบว่า ไม่เชื่อเพื่อไทยจะทำแบบนั้น สมมติว่าพรรคเพื่อไทยให้ภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเอารวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐมาร่วม โดยสบโอกาสอ้างว่าจำใจต้องร่วม ตนคิดว่าอย่างไรก็โดนด่าอยู่ดี ประชาชนดูออกว่ามีการเตรียมการและไหลไปรวมกันภายหลัง สุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็จะไม่ได้นายกรัฐมนตรี กระทรวงสำคัญก็จะไม่ได้ และยังโดนประชาชนด่าหนักกว่าเดิม

โดยถ้าทำแบบนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วดึง2ลุงมาร่วมให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะเท่ากับว่าทิ้งคนเสื้อแดงที่เป็นเพื่อนแท้ เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ให้กับคุณมานับ10ปี ไม่มีใครรักพรรคเพื่อไทยเหนียวแน่นเท่ากับคนเสื้อแดงอีกแล้ว ยากมากคุณเฉือนเพื่อนคุณเพื่อเข้าสู่อำนาจ จะอ้างว่าเพื่อชาติอะไรก็แล้วแต่ ผมว่าฟังไม่ขึ้นอยู่แล้ว

ส่วนหากพรรคเพื่อไทยดึงเอาพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนา มาร่วมรัฐบาลแต่ไม่มีพรรค2ลุง พรรคก้าวไปลจะร่วมได้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ก็ต้องมาพูดคุยกัน เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ซึ่งเราก็ต้องยอมรับ MOU ยังต้องตัดบางเรื่องออกไปเลย มันก็ต้องยืดหยุ่นกัน เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ไม่หรอก แต่หากพรรคเพื่อไทยเอา 2 ลุงมาร่วมรัฐบาล เราก็ต้องถามให้ชัดว่าจะอธิบายประชาชนอย่างไร “ไม่ใช่ลุงมาฉันจะไป ลุงมาฉันก็จะอยู่ไล่ลุง”

นายวิโรจน์ ย้ำว่า หากเป๋ไปเป๋มาก็จะทำให้อีกฝ่ายตีกินได้ ทำแบบผมสิ ยักไหล่ รอได้ เราเองก็ทำงาน และในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุม สส.ก้าวไกล ก็คงมีการหารือกันถึงประเด็นที่จะมีการปิดสวิตซ์ก้าวไกล ซึ่งตนก็ขอร้อง การวิเคราะห์อะไรต่างๆก็เป็นสิทธิของประชาชน แต่ก็ยังไม่มีมูลความจริงอะไร ที่เราต้องไปต่อว่าพรรคเพื่อไทย

เราเองก็ต้องปกป้องพรรคเพื่อไทยด้วย หลายคนครั้นเนื้อครั้นตัวอยากจะด่ามาก ก็ขอให้เก็บไว้ก่อนก็ได้ รอให้มีมูลก่อนแล้วด่าก็ยังไม่สาย หลายคนออกตัวล้อฟรี นอกจากนี้ 14 ล้านเสียงของก้าวไกล กับ 11ล้านเสียงของเพื่อไทย ก็มีอุดมการณ์ที่ใกล้เคียงกันมากๆ อยู่ดีๆจะไปเลือกพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องถามว่า ภูมิใจไทยมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันจริงๆหรือ ซึ่งตนคิดว่า อุดมการณ์พรรคเพื่อไทยใกล้เคียงกับพรรคก้าวไกล

‘วิโรจน์’ ขอให้ใจเย็น รอ ‘เพื่อไทย’ นัดประชุม 8 พรรค หลังเงียบไร้การติดต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554988

01 ส.ค. 2566

'วิโรจน์' ขอให้ใจเย็น รอ 'เพื่อไทย' นัดประชุม 8 พรรค หลังเงียบไร้การติดต่อ

‘วิโรจน์’ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ‘เพื่อไทย’ นัดประชุม ขอให้ใจเย็นก่อน เตือนฝ่าย 8 พรรคร่วมอย่าเร่งตัวเองจนเกินไป เชื่อตั้งรัฐบาลข้างน้อยปล้นอำนาจประชาชนยาก

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการนัดประชุมแกนนำ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในวันที่ 2 ส.ค. นี้ ว่า เดี๋ยวคงจะได้รับแจ้ง เพราะเป็นการประชุมสำคัญจะไม่แจ้งได้อย่างไร ตอนนี้ขอให้ใจเย็นๆ กินหวานเย็น กินกาแฟไป คิดมาแล้วมันเครียด โดยเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่ทำอะไรบ้าๆ

ส่วนการนัดแบบกระชั้นชิด เป็นการมัดมือชกหรือไม่ นายวิโรจน์ มองว่า ทุกอย่างกระชั้นชิดจะไปว่าเขาก็ไม่ได้ ทุกคนทำงานแข่งกับเวลาหมด ตนถึงบอกว่าทุกวันนี้อย่างเร่งตัวเองจนเกินไป พร้อมยกตัวอย่างฝ่ายขัดขวางยังไม่เห็นจะเร่งตัวเองเลย เวลาเดินหน้า มันก็หมดอำนาจไปเรื่อยๆ เขายังไม่เห็นเร่งเลย เราเร่งตัวเองเกินไป ดูอย่างประเทศสเปน เยอรมัน เบลเยียม ผมเชื่อว่า8พรรคร่วม เวลาผ่านไปอำนาจต่อรองเพื่อขึ้นเรื่อยๆ ส่วนอีกฝ่ายก็ลดลงเรื่อยๆ รอวันสูญสิ้นอำนาจ

เมื่อถามว่าคาดหวังในการประชุมวันพรุ่งนี้อย่างไรบ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า 8 พรรคร่วม แม้จะรวมกันได้ 312 เสียง ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ2560 ที่สืบทอดอำนาจเผด็จการมันเป็นไปได้ยาก แต่หากลองจินตนาการดู หากพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลแพ็คกันแน่น การจัดตั้งรัฐบาลสูตรอื่น หรือการไฮแจ็ค หรือการปล้นอำนาจประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือข่าวลือว่าจะมีการทรยศหักหลังประชาชน ตั้ง “รัฐบาล กร๊วกๆ” 262 เสียง เป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก เป็นไปไม่ได้เลย

รัฐบาล 260 เสียงจะอยู่อย่างไร จะได้กระทรวงอะไร การเจรจาถูกต่อรองหนักอยู่แล้ว จะได้กระทรวงที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ เผลอๆเศรษฐกิจแย่กว่านี้อีก ทำให้เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่พาตังเองไปสู่มุมอับทางการเมืองแบบนั้น และที่ตนคิดแบบนี้เพราะตนเป็นแฟนคลับพรรคเพื่อไทยมาก่อน การอภิปรายหรือท่าทีทางการเมืองในวันนี้ ตนมีปูชนียบุคคลนักการเมืองที่มาจากพรรคเพื่อไทยหลายคนที่เป็นแบบอย่าง

นายวิโรจน์ ยังย้ำอีกว่า ภายใน 8 พรรคร่วมหากมีการกระทบกระทั่งกันบ้างก็ให้ลืมๆกันไป เรื่องเล็กๆก็ทำเป็นไม่มีซะ หากจุดยืนเรามั่งคง เชื่อว่าจะมีแรงหนุนของประชาชนและแรงกดดันทางการเมืองที่อยู่บนความชอบธรรมของ 8 พรรคร่วม ขอให้วางอคติต่อกัน เชื่อว่าไม่กี่สัปดาห์เราจะตั้งรัฐบาลได้

‘ณัฐวุฒิ’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ ไม่เอี่ยวยึดอำนาจ 2557 เผยสาเหตุ นปช. แยกทางเดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554978

01 ส.ค. 2566

'ณัฐวุฒิ' เชื่อ 'ทักษิณ' ไม่เอี่ยวยึดอำนาจ 2557 เผยสาเหตุ นปช. แยกทางเดิน

‘ณัฐวุฒิ’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ ไม่เอี่ยวยึดอำนาจ 2557 เผยประวัติ นปช. ถูกบิดเบือน แยกทางเดินกัน เพราะ คุยนอกวงร่วมพรรคการเมืองอื่นไม่บอกพวกพ้อง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ” ระบุว่า ผมและพี่น้องแกนนำนปช.ที่ยังคิด คุยร่วมกันอยู่ เห็นตรงกันและเชื่อว่า ดร.ทักษิณไม่มีส่วนรู้เห็นกับการยึดอำนาจ ปี 2557

มุมวิเคราะห์ที่แกนนำหลัก “ทุกคน” เห็นตรงกันตลอด คือแผนการยึดอำนาจนี้ ก่อตัวมาตั้งแต่ช่วงต้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประยุทธ์พูดเองว่าเตรียมการมา 3 ปี กปปส.ชุมนุมไปสักพัก พวกเราก็พูดตรงกันแล้วว่าจะเกิดรัฐประหาร  ทฤษฎีสมคบคิดแบบเดิมจากการยึดอำนาจปี 49 ไล่ลำดับเหตุการณ์เป็นแบบเดียวกัน 
 

ชุมนุมต่อเนื่อง ยุบสภา บอยคอตเลือกตั้ง ขัดขวางการเลือกตั้ง เลือกตั้งโมฆะ เรียกร้องรัฐบาลนอกกติกา สร้างเงื่อนไขปิดทุกทางออก และยึดอำนาจ 

ความขัดแย้งระหว่างบุคคลเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ประวัติศาสตร์องค์กร นปช. กำลังถูกอธิบายด้านเดียว และถูกบันทึกไปเช่นนั้น ทั้งที่หลายอย่างคลาดเคลื่อนไม่ตรงกัน 

นปช.ไม่ได้ดำรงสภาพหลายปีแล้ว 
เหตุแยกทางคือการไม่ได้ยึดถือแนวปฏิบัติที่เราทำกันมา มีการตกลงตั้งพรรคการเมืองกับบุคคลอื่น โดยไม่ได้หารือในที่ประชุม 

ไม่มีใครหลอกได้ ถ้าเราคุยในที่ประชุม ตามที่ผมและอ.ธิดาเรียกร้องหลายรอบ เรื่องพรรคไทยรักษาชาติมาทีหลัง ไม่เกี่ยวกับช่วงเวลาตั้งพรรคเพื่อชาติ ที่ไปตกลงนอกวง ไม่บอกพี่น้องที่สู้มาด้วยกัน

นายณัฐวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊กนายณัฐวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊ก

‘เศรษฐา’ แสดงจุดยืน ไม่แก้ ‘มาตรา112’ ชี้ ต้องถอดสลัก ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554981

01 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' แสดงจุดยืน ไม่แก้ 'มาตรา112' ชี้ ต้องถอดสลัก ม.112

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แสดงจุดยืน ไม่แก้ไข ‘มาตรา112’ ชี้ ต้องถอดสลัก ม.112 และเดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจปัญหาปากท้องประชาชนต้องมาก่อน

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ให้สัมภาษณ์ถึงหลายฝ่ายโดยเฉพาะที่ สว. ออกมาแสดงความเห็นว่าก่อนหน้านี้เคยเห็นข่าวและคลิปการให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนในการแก้ มามาตรา 112 ว่ายังคงยืนยันเรื่อง มาตรา 112 ต้องไม่อยู่กับพรรคการเมืองที่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งถัดไป ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. และอีกหลายพรรคการเมือง

“หากเพื่อไทยเสนอชื่อผมในวันโหวตนายกฯครั้งถัดไป แน่นอนต้องไม่มีแก้ มาตรา112 เพื่อไทยชัดเจนว่าจะไม่แก้ไข ไม่ยกเลิก แน่นอน”

นอกจากนั้นนายเศรษฐา ยังกล่าวว่า หากต้องการให้ประเทศเดินหน้า และให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ ก็จำเป็นที่จะต้องถอดสลักและวางเรื่อง มาตรา 112 เอาไว้ก่อน ในวันนี้เรื่องเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนสำคัญที่สุด เรื่องใดที่ทำให้ประชาชนอิ่มท้อง และทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น วันนี้ต้องทำก่อน

'เศรษฐา' แสดงจุดยืน ไม่แก้ 'มาตรา112' ชี้ ต้องถอดสลัก ม.112

‘วราวุธ’ ย้ำจุดยืน ห้ามแตะ ‘มาตรา112’ ยินดี โหวตนายกฯให้เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554979

01 ส.ค. 2566

‘วราวุธ’ ย้ำจุดยืน ห้ามแตะ ‘มาตรา112’ ยินดี โหวตนายกฯให้เพื่อไทย

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ แสดงจุดยืน ห้ามแตะ มาตรา 112 ยินดี โหวตนายกรัฐมนตรี ให้เพื่อไทย หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่คุยกันเอาไว้ แต่รอความชัดเจนก่อนตัดสินใจอีกครั้ง

1 ส.ค. 2566 นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ภายหลังการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตนยังรอฟังข่าวและความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง อย่างไรก็ดีตนเห็นใจพรรคเพื่อไทยในภารกิจสำคัญ ที่ต้องรับฟังเสียงทุกฝ่ายและหาเสียงเพิ่มเติมเพื่อให้การโหวตนายกฯ วันที่ 4 สิงหาคมนี้ ผ่านไปได้ด้วยดี

“พรรคชาติไทยพัฒนาขอย้ำจุดยืนด้วยว่าหากพรรคเพื่อไทยเสนอแคนดิเดตนายกฯ ยินดีสนับสนุน หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้พูดคุยเมื่อ 23 กรกฏาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พรรคชาติไทยพัฒนาไม่เกี่ยงที่จะได้ทำงานเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่การทำงานต้องมีทัศนคติและนโยบายที่ตรงกัน”

ทั้งนี้ ไม่ว่าสูตรตั้งรัฐบาลจะสูตรใด ตนขอย้ำจุดยืนของพรรคที่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแนวทางการทำงานและนโยบาย ทัศนคติ อุดมการณ์ต้องทิศทางเดียวกัน และพรรคชาติไทยพัฒนายืนยันในจุดยืนเรื่องไม่แตะต้องการแก้ไขมาตรา 112 เทิดทูลสถานบันพระมหากษัตริย์ไม่เปลี่ยนแปลง

“ส่วนสูตรที่ระบุว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นฝ่ายค้านนั้น ผมมองว่าการเมืองอาจจะเปลี่ยนแนวความคิดได้ แต่พรรคการเมืองไม่รู้จะเปลี่ยนแปลงแนวคิด แนวทางหรือไม่ หาเปลี่ยนแนวคิด ก็ทำงานกันได้ แต่หากยึดแนวทางเดิมก็ยาก อย่างไรก็ดีสูตรตั้งรัฐบาลในความเห็นของพรรคชาติไทยพัฒนา คือ ไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนที่ใครจะเอาใคร ไม่เอาใคร นั้นต้องคำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย เพราะการลงคะแนนเลือกนายกฯ นั้นต้องใช้เสียง 750 เสียงไม่ใช่ 500 เสียง ดังนั้นต้องคำนวณว่าหากไม่มีลุงหรือไม่มีเรา การลงคะแนนโหวตนายกฯเป็นอย่างไร” นายวราวุธ กล่าว

ส่วนคลิปไวรัลของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยระบุแนวคิดแก้มาตรา 112 นั้น นายวราวุธ กล่าวว่า “ผมต้องรอฟังความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยในวันโหวตนายกฯ ว่าจะเสนอชื่อบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรี และมีแนวทางร่วมรัฐบาล กับจับมืออย่างไร ซึ่งขอให้พรรคเพื่อไทยชัดเจนก่อน จนถึงขณะนี้พรรคยังไม่ได้รับสัญญาณว่าจะโหวตอย่างไร เพราะแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยมี 3 คน ดังนั้นคนที่จะเสนอชื่อต่อรัฐสภาต้องชี้แจงกับสังคม แต่เมื่อยังไม่ถึงจุดยืนผมไม่ตีตนก่อนไข้”

จับท่าที ‘เศรษฐา’ ก่อน ‘โหวตนายกรอบ3’ กับปมแก้ไข ‘มาตรา 112’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554976

01 ส.ค. 2566

จับท่าที ‘เศรษฐา’ ก่อน ‘โหวตนายกรอบ3’ กับปมแก้ไข ‘มาตรา 112’

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นบุคลที่คาดหวังว่าจะถูกเสนอชื่อชิง ‘โหวตนายกรอบ3’ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้หากกลเกมการเมืองไม่พลิกขั้ว และดูเหมือนท่าที่ของเขาต่อปมแก้ ‘มาตรา 112’ เปลี่ยนไป สวนทางกับคลิปไวรัลก่อนการเลือกตั้ง66

ดูเหมือนเงื่อนปมเวลาบีบให้ 8 พรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตย ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ บนความรู้สึกของประชาชนที่เลือกทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยเข้ามา จนมีคะแนนเป็นอันดับ1และอันดับ2 ตามลำดับ และชายร่างสูง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิดเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ก็เป็นหนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่เรียกเรดติ้งของพรรคเพื่อไทยได้เป็นอย่างดีก่อนการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566

ชื่อของ ‘เศรษฐา’ เหงียบหายไปในการ ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ ครั้งแรก 13 ก.ค. 2566 แต่การโหวตนายกรอบ 2 เมื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในวันที่ 19 ก.ค. 2566 ถูกตีตกไป ด้วยเงื่อนไขที่ยังเป็นปมปริศนา ‘ข้อบังคับที่ 41’ ของสภามีศักดิ์สูงกว่ากฏหมายรัฐธรรมนูญ หรือไม่?

ว่ากันว่า ตั้งแต่ช่วยบ่ายของวันที่ 19 ก.ค. 2566  หลังการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องสิ้นสุดลง พร้อมกับการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ กลเกมการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะที่ชื่อของ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ถูกสังคมโฟกัสมากขึ้น เมื่อพรรคเพื่อไทยรับไม้ผลัดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีของ ‘พิธา’ ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ด้วยเหตุผลการเสนอขอแก้ไข มาตรา112 ของพรรคก้าวไกล สื่อสัมภาษณ์ ‘เศรษฐา’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย กล่าวอย่างชัดเจนในวันนั้นว่า “การโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไปก็ต้องคิดให้ดี ต้องเจรจาให้เหมาะสม และส่วนตัว ยอมรับการแก้ มาตรา 112 ถือเป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญ และหากครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย มีโอกาสตั้งรัฐบาล และมีสิทธิเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เข้าไปโหวต จะเป็นที่ชัดเจนว่า พรรคที่จะเสนอนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไป ต้องไม่มีเรื่องการแก้ไข หรือ ยกเลิก มาตรา112 ไม่งั้นจะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก สว. และจากหลายๆ พรรค”

ท่ามกลางกระแสค่อนข้างชัดเจนว่า ‘เศรษฐา’ เป็นบุคลที่ ‘นายใหญ่’ ไว้วางใจมากที่สุด และวาดหวังว่าจะถูกเสนอชื่อในการโหวตนายกรอบ3 ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ แม้แกนนำดีลจัดตั้งรัฐบาลร่วม 8 พรรค ยังไม่ประกาศชัดเจนก็ตาม 

แต่ข้อกังวล 8 พรรคร่วมฯ เกิดขึ้น เมื่อปรากฏคลิปไวรัลของ ‘เศรษฐา’ ว่อนโซเชียล เขาประกาศท่าทีต่อปมแก้ไขมาตรา 112 ชัดเจนว่าจะมีการปรับแก้ ส่งแรงส้่นสะเทือนถึงการเสนอชื่อ ‘โหวตนายกรอบ3’ ยังจะเป็นเสนอเจ้าพ่ออสังหาฯ คนนี้หรือไม่ เมื่อเงื่อนไขของ สว. และพรรคการเมืองขั้วเดิม 188 เสียง ค้านหัวชนฝา ไม่เอามาตรา 112 และอาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือน ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็เป็นไปได้สูง

จับท่าที ‘เศรษฐา’ ก่อน ‘โหวตนายกรอบ3’ กับปมแก้ไข ‘มาตรา 112’

‘ประภัตร’ แจงสาเหตุร่วมงานวันเกิด ‘ทักษิณ’ เปิดทามไลน์บินกลับไทยไปไหนต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554975

01 ส.ค. 2566

'ประภัตร' แจงสาเหตุร่วมงานวันเกิด 'ทักษิณ' เปิดทามไลน์บินกลับไทยไปไหนต่อ

‘ประภัตร’ ชี้แจงบินร่วมงานวันเกิด ‘ทักษิณ’ ที่ฮ่องกงในฐานะเพื่อน ยืนยันไม่มีดัลลับ เผยทามไลน์บินถึงไทย ไปศาลฏีกาต่อ

นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ชี้แจงกรณีร่วมงานครบรอบวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ฮ่องกง ว่า ตนไปคนเดียวในฐานะเพื่อน เพื่อนเก่าที่มีความผูกพันเท่านั้น ไปเยี่ยมและให้กำลังใจ พูดคุยกันประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่มีการพูดถึงดีลการเมืองใดๆ 

นอกจากนี้นายทักษิณพูดถึงสถานการณ์ที่จะกลับมาเยี่ยมหลาน โดยจะเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ลงที่สนามบินดอนเมือง หลังจากนั้นก็จะเดินทางไปต่อที่ศาลฎีกา และยินดีรับโทษ 

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ในอดีตนายทักษิณ ได้ทำงานร่วมกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย จนถึงรุ่นนายวราวุธ ในแต่ละช่วงตนก็เป็นเลขาธิการพรรคฯ มาตลอด จึงถือว่ามีความสัมพันธ์แนบแน่น และในช่วงที่นายทักษิณ มีปัญหาทางการเมืองก็ได้มาพักผ่อนที่สุพรรณบุรี 

ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำภาพนายประภัตรเดินทางไปฮ่องกงมาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นการดีลลับทางการเมืองนั้น นายประภัตร กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบ เพราะไม่ได้ดูข่าว และไม่เห็นภาพข่าวดังกล่าวด้วย แต่ยอมรับว่า ตนเองและนายชูวิทย์ สนิทสนมกัน เพราะนายชูวิทย์เป็นเขยสุพรรณบุรี และได้เจอกันล่าสุดเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว มีการพูดคุยกันดีไม่มีปัญหาและไม่เคยโกรธ เนื่องจากชีวิตตนเองไม่เคยโกรธใคร นอกจากโกรธตัวเองที่ไปไม่ทันเขา พร้อมกล่าวติดตลกที่ไปไม่ทันเขานั้นเป็นเพราะ “ไปฮ่องกงไปก่อนเขา” 

ส่วนกรณีในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ การโหวตเลือกนายกฯ ไม่มั่นใจว่า จะผ่านฉลุยหรือไม่ เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคเล็ก สส. 10 เสียง ดังนั้นต้องฟังพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะตกลงอย่างไร และแนวทางต่าง ๆ ของพรรคชาติไทยพัฒนานั้น นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคฯ จะเป็นผู้เรียกหารือในพรรคฯ และตัดสินใจ 

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไปหรือไม่นั้น นายประภัตร ระบุว่า ยังไม่ทราบและจะทราบก็ต่อเมื่อมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว เพราะเป็นประเพณีทางการเมือง ที่เมื่อพรรคฯ ใดได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะเชิญพรรคอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งจะไม่มีใครที่ยกมือลงมติ โดยไม่ได้รับการเชื้อเชิญ เพราะการเมืองต้องมีการเจรจา ส่วนสูตรการจัดตั้งรัฐบาล 8+2 นายประภัตร กล่าวว่า เรื่องทางการเมืองสามารถเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงว่า ใครสามารถทำงานใดได้หรือไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่ต้องสนใจว่าจะมีสูตรใด 


ทั้งนี้ต้องรอฟังแนวทางและข้อสรุปจากพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่จะประชุมร่วมกัน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลก่อน เพื่อนำมาหารือต่อในที่ประชุมภายในพรรคชาติไทยพัฒนา 

‘ไผ่ ลิกค์’ เผย สภาฯบรรจุญัตติด่วน ตั้งกมธ.พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554970

01 ส.ค. 2566

'ไผ่ ลิกค์' เผย สภาฯบรรจุญัตติด่วน ตั้งกมธ.พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้า

คืบหน้า สภาฯ บรรจุญัตติ ตั้ง กมธ.พิจารณาบุหรี่ไฟฟ้า ‘ไผ่ ลิกค์’ แนะวางมาตราการควบคุมให้เข้มงวด เพราะยังไม่มีวิจัยข้อดี-ข้อเสีย หวั่นกระทบสุขภาพ

ความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลประโยชน์ของการมีกฎหมายควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ตามที่เคยเสนอในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขณะนี้ได้บรรจุญัตติด่วนแล้ว 

นายไผ่ ลิกค์ ระบุว่า ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มีกฎหมายรองรับและวิธีรับมือกับการบริโภค การนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า แต่สภาพความเป็นจริงเราสามารถพบเห็นการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย นำเข้าและจำหน่ายผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต โดยไม่มีการเสียภาษี ทำให้รัฐเสียประโยชน์ 
 

ในส่วนเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างได้รับผลกระทบจากปริมาณการรับซื้อลดลงอย่างมาก ทั้งจากมาตรการด้านสุขภาพและการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า จนทำให้ราคาใบยาสูบตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งข้อมูลข้อดีข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า โทษต่อสุขภาพของบุหรี่ไฟฟ้า ยังเป็นที่สงสัยว่าเป็นโทษต่อร่างกายมากน้อยเพียงใด 

“จึงเสนอให้สภาฯมาศึกษา และวางแนวทางเพื่อออกกฎหมายในการกำกับดูแลบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้เด็กและเยาวชนมีการใช้การอย่างแพร่หลาย ทั้งที่แนวทางบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย ยังไม่มีงานวิจัยที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนหรือไม่ มีแต่การกล่าวอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้าส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า จึงต้องมีการออกมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น”นายไผ่ กล่าว

‘พิธา’ ป่วย แจ้งงดภารกิจพบชาวบ้านและเวียนเทียนวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554966

01 ส.ค. 2566

'พิธา' ป่วย แจ้งงดภารกิจพบชาวบ้านและเวียนเทียนวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี

‘พิธา’ โพสต์เฟซบุ๊ก ป่วย แจ้งงดภารกิจ ลงพื้นที่พบชาวบ้านและเวียนเทียนวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี หลังมีดราม่าเจ้าอาวาสชี้แจง ไม่เคยเชิญนักการเมืองร่วมกิจกรรม

กำหนดการนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาใน จ.สระบุรี และเตรียมเวียนเทียนที่วัดพระพุทธฉายในช่วงเย็น ได้เกิดเปลี่ยนแปลงขึ้น หลังเฟซบุ๊ก “Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แจ้งของดภารกิจ เนื่องจากป่วย 

“ไม่ค่อยสบาย
ของดภารกิจ 1 วัน (1 สิงหา)
ขออภัยทุกท่านครับ 🙏”

นายพิธา โพสต์นายพิธา โพสต์
 

จากนั้นเพจ “พรรคก้าวไกลสระบุรี” แจ้งว่าผู้ที่จำทำหน้าที่แทนนายพิธา คือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ระบุว่า 


“ทางเราได้พี่วิโรจน์ ลักขณาอดิศร มาทำหน้าที่แทนคุณพิธาที่ป่วยกะทันหัน
และไม่สามารถมาตามแผนได้ในวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค. 66)
 
ในส่วนงานรับเรื่องหนองยาวสูงยังคงมีการดำเนินงานตามกำหนดการเดิม

ส่วนงานเวียนเทียนที่วางแผนไว้ตอนแรกต้องขอยกเลิกไปนะครับ 

ต้องขออภัยทุกท่านอีกครั้งนะครับ🙏”
 

ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากเฟซบุ๊ก “ราชธีร์ อินทร์” ได้โพสต์รูปภาพพระราชธีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย ชี้แจงกรณีนายพิธาเตรียมเดินทางไปเวียนเทียนที่วัดพระพุทธฉาย ช่วงหนึ่งระบุข้อความว่า ทางวัดโดยเจ้าอาวาสไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ประกาศออกไปตามที่เป็นข่าว และขอแจ้งเพิ่มเติมว่า ทางวัดไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอด ไม่เคยเชิญนักการเมือง ไม่ว่าพรรคใดเข้าร่วมกิจกรรม จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน

เฟซบุ๊กพรรคก้าวไกลสระบุรีโพสต์เฟซบุ๊กพรรคก้าวไกลสระบุรีโพสต์


เฟซบุ๊ก "ราชธีร์ อินทร์"  โพสต์เฟซบุ๊ก “ราชธีร์ อินทร์” โพสต์

‘อี้ แทนคุณ’ จี้ กกต. ฟ้อง ‘พิธา’ เซ็นรับรองอดีต สส.ระยอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554961

01 ส.ค. 2566

'อี้ แทนคุณ' จี้ กกต. ฟ้อง 'พิธา' เซ็นรับรองอดีต สส.ระยอง

‘อี้ แทนคุณ’ จี้ กกต. ฟ้องเรียกคืน ‘ภาษีประชาชน’ ค่าเลือกตั้ง​ซ่อมเขต 3 ระยอง หลังพบมีประวัติอาชญากรรม พร้อมฟ้อง ‘พิธา’ ผู้เซ็นรับรองลงสมัคร สส.

นายแทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​ รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​พรรค​ประชา​ธิปัตย์​ เรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการ​การเลือกตั้ง​ (กกต.) เร่งจัดการเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 ใหม่และฟ้องดำเนิน​คดีกับนายนครชัย ขุนณรงค์ อดีตสส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล 

หลังพบประวัติเค​ยเป็น​ผู้ต้องขังในคดีอาญา จนต่อมาประกาศลาออก ขาดคุณสมบัติในการเป็น สส. โดยขอให้นำเงินที่เป็​นภาษีประชาชน​ หรือ “ภาษีกู” มาชดใช้​งบประมาณ​แผ่นดิน​ที่ต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้ง​ซ่อม รวมทั้ง​ฟ้องผู้เกี่ยวข้อง​โดยเฉพาะ​นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า​พรรค​ก้าวไกล​ ที่เป็​นคนเซ็นรับรองให้นายนครชัย ลงสมัคร สส. 

แม้จะอ้างว่าได้ตรวจสอบ​ประวัติ​อาชญากรรม​อย่างดีแล้วแต่ดูจากมาตรฐานก้าวไกลแล้ว ตนเชื่อ​ว่า​พี่น้อง​ประชาชน​เริ่มตาสว่าง เพราะ สส.ก้าวไกล ไม่ตรงปกได้ทำกรรมทำผิดกฎหมาย​ไว้เยอะมากจนหลายคนขนานนามว่า “พรรคเก้ากรรม” 

กรรมแรก ​การบ่อนเซาะสถาบันหลัก  
กรรมสอง หมกหมุ่น​หนักเปลี่ยน​วันชาติ​ 
กรรมสาม โง่เขลาขลาดใช้เยาวชน​เป็น​เครื่องมือ​ 
กรรมสี่ ทำไขสือรับคนผิดเป็น​ ส.ส.  
กรรมห้า หลอกลวง​จ้อเชิงนโยาย​ 
กรรมหก คอยทำร้าย​ผู้หญิง​และกดเหยียด​เพศ     
กรรมเจ็ด ทำทุเรศเมาแล้วขับ  
กรรมแปด ​หัวหน้าดับเพราะผิดกฏ​หมาย​ 
กรรมเก้า กร้าวกร่างร้ายสร้างศัตรู​รอบทิศ  

นายแทนคุณ​ ยังเรียกร้อง​ให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบคุณสมบัติ สส.ก้าวไกล คนอื่น ๆ ที่ทั้งขาดคุณสมบัติ ขัดจริยธรรม​ เช่น ไอซ์ รักชนก ที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในปี 62 และนายสิริน ทำร้ายผู้หญิงอันเป็นการละเมิดสิทธิสตรีอย่างร้ายแรง​ควรลาออกได้แล้ว โดยหาก สส. อีกหลายคนต้องสิ้นสภาพเพราะทำกรรมไม่ดีต่อประเทศ​ชาติไว้และค่าใช้จ่าย​ทั้งหมดที่เกิดขึ้น​ต้องคิดจากนายพิธาและพรรคก้าวไกล​

รวมถึง กกต.ต้องเร่งดำเนินการไปตามขั้นตอนตามความผิดของกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งมาตรา 151 ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งฯ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สภาฯ 

นอกจากนี้นายแทนคุณชวนคนไทยร่วมฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียเวลาและ​ค่าใช้จ่าย​เดินทางไปเลือกตั้ง​ซ้ำๆหลายรอบกับนายพิธาและพรรคก้าวไกลต่อไปด้วย