‘ชูวิทย์’ เปิดอีก ‘สูตรตั้งรัฐบาล’ เพื่อไทย หักหลังถ้วนหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554944

31 ก.ค. 2566

'ชูวิทย์' เปิดอีก 'สูตรตั้งรัฐบาล' เพื่อไทย หักหลังถ้วนหน้า

ปูดรายวัน ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ เปิดอีก ‘สูตรตั้งรัฐบาล’ เพื่อไทย หักหลังถ้วนหน้า แถม คนเดินทางไกล อาจไม่ได้กลับบ้าน

ดูเหมือนการ “จัดตั้งรัฐบาล” พรรคเพื่อไทย จะยังไม่ลงตัวได้ง่ายๆ หลังมีการผุดสูตรตั้งรัฐบาล ออกมาหลายสูตร ในขณะเดียวกัน การออกมาเคลื่อนไหวรายวันของ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” อดีตนักการเมืองชื่อดัง ทำให้หลายคนจับจ้อง โดยก่อนหน้านี้ ชูวิทย์ เปิดสูตร “มีลุง ไม่มีเรา” ปิดสวิตช์ก้าวไกล ดันไปเป็นฝ่ายค้าน โดยให้พรรครวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ ของสองลุงไปเป็นฝ่ายค้านด้วย แต่ไม่สำเร็จ

ล่าสุด “ชูวิทย์” โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สูตรตั้งรัฐบาล “หักหลังถ้วนหน้า” เสมือนยาน้ำที่ต้อง “เขย่าก่อนกิน” แต่ดันไม่อ่านฉลากข้างขวดยาให้ดีเสียก่อน เพราะสูตรยานี้มีส่วนผสม “สารอันตราย“ เข้าไปด้วย และกำลังถูกนำเสนอในวันที่ 2 และวันที่ 4 ส.ค. 2566 โหวต “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกฯ

โดยชูวิทย์ ระบุว่า สูตรตั้งรัฐบาล ที่คนปรุงคือ พรรคเพื่อไทย ที่เดินสายสลายขั้ว เจรจาผสมสูตรใต้ดิน จนตกผลึกสัดส่วนได้ที่ คนที่กินล้วนออกอาการ “หลังหัก” ทันที โดยนำเสนอทดลองยาให้ดู โดยมีส่วนผสม ดังนี้

เพื่อไทย, ภูมิใจไทย, ประชาธิปัตย์, ชาติไทยพัฒนา, ประชาชาติ, ชาติพัฒนากล้า, เสรีรวมไทย และพรรคเล็ก รวมแล้วได้ 264 เสียง ซึ่งสูตร “รัฐบาลหักหลังถ้วนหน้า” นี้ กำลังถูกนำเสนอในวันที่ 2 และวันที่ 4 ส.ค. 2566 ส่วนคนที่กิน ล้วนออกอาการ “หลังหัก” ทันที เป็นเพราะ

  1. ต้องฉีก MOU เก่า บรรดาพรรคที่ขึ้นไปไขว้มือวันประกาศจับขั้วกลายเป็นถูกหักหลัง
  2. เพื่อไทยแยกกับก้าวไกล แล้วไปอยู่กับภูมิใจไทยผูกติดกันกลายเป็น “ข้าวต้มมัด” คู่ใหม่
  3. ให้ก้าวไกลเป็น “ฝ่ายค้าน” ล้านเปอร์เซ็นต์ สมเจตนารมณ์นายทุนใหญ่ ก้าวไกลถูกหักหลังหลายรอบ ตั้งแต่ประธานสภา นายกฯ จนถึงจัดรัฐบาล
  4. สองพรรคลุง พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ เป็น “ฝ่ายค้าน” ถูกหักหลังดังเป๊าะ
  5. ก้าวไกลชนะเลือกตั้งอันดับ 1 แต่ต้องไปเป็นฝ่ายค้านพร้อมพรรคสองลุง ที่เกลียดนักหนา ขนาดบอกตอนหาเสียง “มีลุง ไม่มีเรา” ตอนนี้เลยได้ไปอยู่ร่วมกันเป็นฝ่ายค้านเสียเลย
  6. ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านแต่ก็ยัง “โชว์พระเอก” โหวตให้เพื่อไทย เพื่อไม่ให้เอาพรรคลุงไปร่วมรัฐบาลด้วย อันนี้เป็นตัวยา “หักหลังสามต่อ” ไม่เอาทั้งลุง ไม่เอาทั้งเรา โดนสามเด้ง พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ก้าวไกล ไปเป็นฝ่ายค้านด้วย 221 เสียง กลายเป็นฝ่ายค้านที่อ่อนแอ เพราะเป็น 2 กลุ่มค้านกันเองที่ไปกันไม่ได้ แต่ต้องไปอยู่ด้วยกัน ถูกหักหลังกลางทาง จึงไม่มีความแข็งแกร่งพอจะไปทำอะไรรัฐบาลในอนาคตได้
  7. หักหลัง สว. ปิดสวิตช์อัตโนมัติ เพราะเสียงเกินแล้ว 264 เสียง ได้ก้าวไกลช่วยอีก 151 เสียง รวมเป็น 415 เสียง ไม่ต้องง้อ สว. ที่หนักสุด คือ หักหลังประชาชนที่ลงคะแนน 26 ล้านเสียง ให้ฝั่งประชาธิปไตย

ดังนั้น ขืนมีใครกินเข้าไปก็เสี่ยงเต็มทน เพราะหลังหักหมด ยาสูตรนี้กำลังโปรโมทโฆษณาอยู่ทั่วไป แต่มีฉลากติดไว้ข้างขวดว่า

“ยาอันตราย หากกินเข้าไปจะเกิดอาการเจ็บหลัง ลำไส้ปั่นป่วน และอาจทำให้คนเดินทางไกลไม่ได้กลับบ้านด้วย”

ชูวิทย์โพสต์สูตรตั้งรัฐบาลชูวิทย์โพสต์สูตรตั้งรัฐบาล

นพดล ฟันธง ‘เศรษฐา’ เข้าวิน โหวตนายกรัฐมนตรี เสียงหนุนทะยาน 375

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554942

31 ก.ค. 2566

นพดล ฟันธง 'เศรษฐา' เข้าวิน โหวตนายกรัฐมนตรี เสียงหนุนทะยาน 375

“ไม่เห็นน้ำอย่าตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกอย่าโก่งหน้าไม้ “แต่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย “นพดล ปัทมะ ” ขอสวมบทมองการเมืองขาด มั่นใจโหวตนายกรัฐมนตรี ศุกร์ที่ 4 ส.ค. จบสวยลงเอยด้วยดี เศรษฐา ทวีสิน จากเพื่อไทย ขึ้นนายกรัฐมนตรีแบบมาเหนือเมฆ ด้วยเสียงโหวตสนับสนุนแตะ 375 เสียง

นายนพดล ปัทมะ  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย    เปิดเผยว่า  ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันศุกร์ที่    4  ส.ค.  เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี   เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย   คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ให้รัฐสภาโหวต  แม้ขณะนี้จะยังไม่เป็นมติพรรค แต่ทางคณะกรรมการบริหารพรรค ได้มอบอำนาจให้กับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ตัดสินใจ ขณะเดียวกันแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร  ก็เคยประกาศไปแล้วว่าจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ด้วย

สำหรับการโหวตนายกรัฐมนตรี  ที่จะมีขึ้นเชื่อว่ากระบวนการต่าง ๆ  จะลุล่วง   กล่าวคือได้รับเสียงสนับสนุนจากทางพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล  รวมทั้งเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.)  ครบ 375  เสียง เพราะการเลือกนายกรัฐมนตรีสามารถเลือกได้เพียงหนึ่งคนต่อหนึ่งครั้ง ดังนั้นต้องมีความมั่นใจ และเท่าที่รับทราบมา มั่นใจว่าจะได้  การเสนอชื่อนายเศรษฐา   พรรคเพื่อไทยจะมีเสียงเพิ่มมากขึ้นและเพียงพอ

ในเรื่องของการดำเนินการเพื่อให้ได้เสียง คณะเจรจาที่นำโดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน  ศรีแก้ว จะมาสรุปผลการหารือเพื่อขอเสียงสนับสนุนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ในการประชุมพรรควันพฤหัสที่  3 ส.ค. ซึ่งจะมีการประเมินอีกครั้งในวันนั้น ส่วนกรณีที่ สว.และพรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย กับแนวทางของพรรคก้าวไกลโดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 112   จนอาจจจะทำให้มีปัญหาต่อการโหวตนายกรัฐมนตรี  หากยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ในพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล   ประเด็นสูตรการจัดตั้งรัฐบาลจะมีพรรคใดบ้าง จะเสียงสนับสนุนจากไหนบ้าง  หรือเสียงจาก สว. จะได้จำนวนเท่าไหร่   จะสรุปผลการหารือในวันที่ 3 

“ตอนนี้ทุกคนต้องตัดสินใจแล้ว เพราะท่าทีทางการเมืองก็มีการแสดงความเห็นออกมาชัดเจน หลังพรรคเพื่อไทยมีการเชิญพรรคการเมืองอื่น  ๆ มาหารือ และเชื่อว่า ประชาชนรอที่จะมีรัฐบาลใหม่ คงไม่สามารถรอได้ไปถึง 10 เดือน เพื่อให้ สว.หมดอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งขณะนี้ผ่านมา 2 เดือนแล้ว  ต้องมีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อจัดทำงบประมาณ และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ” นายนพกล  ระบุ

รองโฆษกก้าวไกล เดือดแทน’ พิธา ‘ ออกโรงชน ‘ ธนกร’ กรีด ตรรกะวิบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554928

31 ก.ค. 2566

รองโฆษกก้าวไกล เดือดแทน'  พิธา '  ออกโรงชน ' ธนกร' กรีด  ตรรกะวิบัติ

อดรนทนไม่ไหว สส.หญิงจากบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะรองโฆษกพรรค ออกมาสวน รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ธนกร วังบุญคงชนะ เหตุวิจารณ์การลงพื้นที่พบปะประชาชนของ “พิธา” แจงเป็นการทำหน้าที่รับฟังปัญหาจากประชาชน ย้อน “รวมไทยสร้างชาติ” ลงพื้นที่บ้างจะได้ตาสว่าง

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  และรองโฆษกพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า  การที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ    วิพากษ์วิจารณ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ต่อประเด็นที่นายพิธา ออกไปพบปะกับประชาชน โดยระบุว่าควรหลีกเลี่ยงการไปพบปะกับมวลชน  ทั้งยังควรห้ามปรามผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ที่ออกมาเคลื่อนไหว    เนื่องจากการเคลื่อนไหวของมวลชนเหล่านี้ จะกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ  มองว่าการแสดงความเห็นของ นายธนกร  สะท้อนถึงตรรกะวิบัติ   เพราะการออกไปรับฟังปัญหาประชาชน คือจิตสำนึกพื้นฐานของนักการเมือง  ในทางกลับกันทางพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ควรเอาอย่างบ้างจะได้เรียนรู้ที่จะรับฟังเสียงประชาชน

นักการเมืองที่มาจากประชาชน  การเข้าไปหาประชาชนคือหน้าที่   นายธนกร หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของของพรรครวมไทยสร้างชาติ ควรออกไปรับฟังเสียงของประชาชนบ้างว่าอยากได้อะไร อยากให้ประเทศเดินหน้าไปแบบไหน เผื่อว่าจะเกิดความละอายแก่ใจ ในการขัดขวางผลการเลือกตั้งที่มาจากประชาชนทั่วประเทศ และเลิกดูถูกเสียงของประชาชน   นายธนกรซึ่งปัจจุบันเป็นสส.   ควรจะลดเวลาให้ความเห็นแปลก ๆ กับสื่อมวลชน  แล้วเอาเวลาไปรับฟังสิ่งที่ประชาชนต้องการ  ตนเชื่อว่านายธนกรและพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็จะเกิดสติปัญญามากขึ้น

“ที่งงที่สุดคือตรรกะวิบัติ ที่บอกว่าการออกมาส่งเสียงของประชาชนให้ “เคารพผลการเลือกตั้ง”  เป็นสิ่งที่จะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ทั้งที่ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ สมาชิกวุฒิสภา 
 (สว. ) ร่วมกับพรรคการเมืองของกลุ่มอำนาจเก่า ขัดขวางเสียงข้างมากในระบอบประชาธิปไตย ขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยที่มีเสียงถึง 312 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร  แล้วพยายามสร้าง สูตรการจัดตั้งรัฐบาลแบบพิสดาร   เชื่อว่าไม่มีประเทศประชาธิปไตยไหนในโลกที่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้  ”  รองโฆษก พรรคก้าวไกล ระบุ 

‘จำคุก-ตัดสิทธิการเมือง’ 3 สส. ภูมิใจไทย ‘ราชกิจจานุเบกษา’ ประกาศแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554918

31 ก.ค. 2566

'จำคุก-ตัดสิทธิการเมือง' 3 สส. ภูมิใจไทย 'ราชกิจจานุเบกษา' ประกาศแล้ว

‘ราชกิจจานุเบกษา’ ประกาศ คำพิพากษา ฉบับเต็ม ‘จำคุก – ตัดสิทธิการเมือง’ 3 สส. พรรคภูมิใจไทย คดี ‘เสียบบัตรแทนกัน’

“ราชกิจจานุเบกษา” ได้เผยแพร่คำพิพากษาฉบับเต็ม ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นคำพิพากษาคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง 3 สส. ภูมิใจไทย ได้แก่

นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย, นายภูมิศิษฏ์ คงมี อดีต สส. พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย และ นางนาที รัชกิจประการ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นจำเลย ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีเสียบบัตรแทนกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยสั่ง จำคุก-ตัดสิทธิการเมือง

จำเลยทั้ง 3 คน ถูกกล่าวว่า ยินยอมให้บุคคลอื่นเสียบบัตรแทนกัน ในการลงมติเรียงตามรายมาตรา ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เมื่อวันที่ 10-11 ม.ค. 2563 เป็นเหตุให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 วาระที่ 2-3 ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ สส. เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีโทษตามกฎหมาย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาตรา 172 ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ไต่สวนพยานหลักฐานเเล้วเห็นว่า จำเลยกระผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุก สส. พรรคภูมิใจไทย 3 ราย จำคุกคนละ 1 ปี แต่ไต่สวนแล้วมีเหตุให้บรรเทาโทษ จึงลดโทษ 1 ใน 4 คงจำคุกคนละ 9 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เเละสั่งให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งทางการเมือง พร้อมตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

ต่อมาจำเลยทั้ง 3 ยื่นหลักทรัพย์พร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ศาลพิจารณา เเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 1 ล้านบาท

ราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็ม

‘ภูมิธรรม’ สรุปความผลเจรจา สส.-สว.ไม่เอา ‘ก้าวไกล’ โต้ข่าวลือฟังหูไว้หู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554914

31 ก.ค. 2566

'ภูมิธรรม' สรุปความผลเจรจา สส.-สว.ไม่เอา 'ก้าวไกล' โต้ข่าวลือฟังหูไว้หู

‘เพื่อไทย’ สรุปความเห็น สส.-สว. ส่วนใหญ่หนุนแคนดิเดตแต่ต้องไม่มี ‘ก้าวไกล’ พร้อมนัดประชุม 8 พรรค 2 ส.ค.นี้ แนะข่าวลือมากมายขอ ปชช.ฟังหูไว้หู

วันที่ 31 ก.ค. ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผย นัดประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล วันพุธที่ 2 ส.ค.นี้ ก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากการพูดคุยกับทั้ง สว. และ สส. จากพรรคการเมืองต่างๆจนถึงขณะนี้ ทั้ง สส. และ สว. ยังแสดงความเห็นตรงกันว่า พร้อมจะยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย แต่ต้องไม่มีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะหากยังมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ พวกเขาก็ยังยืนยันว่า จะไม่ให้เสียงสนับสนุน นี่คือสภาพปัญหาที่เรายังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็คงต้องได้นำไปหารือกันในที่ประชุมพรรคร่วมฯ ต่อไป

นายภูมิธรรม ระบุด้วยว่า พรรคเพื่อไทยจะได้นัดประชุม สส. ในวันที่ 3 ส.ค. ที่รัฐสภา ก่อนที่จะโหวตผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่านายภูมิธรรม ได้ทวีตข้อความถึงกระแสข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะกรณีเลื่อนวันกลับของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และการสลายขั้วดึงอำนาจเก่ามาร่วมรัฐบาล โดยระบุว่า “กระแสข่าวลือมากเหลือเกินขนาดนี้…ฟังหูไว้หู..โปรดใช้วิจารณญาณ..”

‘ไผ่ ลิกค์’ เผย ไม่มีดีล ‘เพื่อไทย-พลังประชารัฐ’ ย้ำคิดกันไปเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554902

31 ก.ค. 2566

'ไผ่ ลิกค์' เผย ไม่มีดีล 'เพื่อไทย-พลังประชารัฐ' ย้ำคิดกันไปเอง

‘ไผ่ ลิกค์’ ยืนยันไม่มีดีลลับ ‘เพื่อไทย-พลังประชารัฐ’ ถามผู้ใหญ่ยังไม่ชัดเจน ส่วนทิศทางโหวตนายกฯ รอดูมี ‘พรรคก้าวไกล’ หรือไม่

ใกล้การประชุมรัฐสภาครั้งที่ 3 เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี 4 ส.ค.นี้ ภายใต้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ท่ามกล่างกระแสดีลกับพรรคต่างๆ เพื่อหาเสียงสนับสนุนเพิ่ม

นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐนั้น “ไม่มี” ถ้าดีลกันเรียบร้อยจริง คงต้องมีการแถลงข่าว คิดว่าข่าวที่ออกมาเป็นการคิดไปเองหรือวิเคราะห์ตามความน่าจะเป็นมากกว่า ตนคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคหลายคน ก็ยังไม่มีความชัดเจน 

ส่วนทิศทางการโหวตนายกฯที่จะถึงนี้ พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่มติเรื่องนี้ เพราะยังไม่ทราบว่า มีการเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ หรือมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ต้องดูก่อนถึงจะตัดสินใจได้ หากเป็นแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยก็ต้องมีข้อแม้ว่ามีพรรคก้าวไกลหรือไม่ คงต้องมีการพูดคุยในวันนั้น

นายไผ่ ลิกค์ เชื่อว่าหากมีการเสนอชื่อในวันนั้น ก็จบ เพราะพรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์จัดตั้งรัฐบาล มีความพร้อม ไม่เช่นนั้นก็ต้องเสียแคนดิเดตนายกฯ ไปหนึ่งคน ซึ่งคงเป็นแบบนั้นไม่ได้

สว. วันชัย ปักใจ ‘เพื่อไทย ‘ถอด ก้าวไกล โหวต ‘เศรษฐา’ ขึ้นนายกฯฉลุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554906

31 ก.ค. 2566

สว. วันชัย ปักใจ 'เพื่อไทย 'ถอด ก้าวไกล  โหวต 'เศรษฐา' ขึ้นนายกฯฉลุย

สว. วันชัย สอนศิริ มองการโหวตนายกรัฐมนตรี ภายใต้การเสนอชื่อจาก “เพื่อไทย” คาดทุกอย่างจะลงตัว หากไม่มี “ก้าวไกล” อยู่ในสมการพรรคร่วมรัฐบาล เพราะสว. พร้อมที่จะเปลี่ยนท่าที ด้วยการหันมาเทเสียงสนับสนุน ส่วนกรณียังมีก้าวไกลอยูในสูตรตั้งรัฐบาล ความมั่นใจอยู่ที่ 50-50

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (  สว. ) เปิดเผยว่า   ในลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3   ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่  4 ส.ค.  นี้ มองว่าหากการจัดตั้งรัฐบาลของพรรค“เพื่อไทย”  ไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย  จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลประสบผลสำเร็จ  หรือโหวตนายกรัฐมนตรีผ่าน  เพราะจะได้เสียงสนับสนุนจาก สว.จำนวนมาก    กล่าวคือจากที่ไม่โหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล เปลี่ยนท่าทีมาเป็นการโหวตให้ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็คือนายเศรษฐา ทวีสิน 


ทั้งนี้หลักการเดิมของตน  ต่อการโหวตนายกรัฐมนตรีคือ สนับสนุนพรรคการเมืองที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้   ดังนั้นหากพรรค เพื่อไทย สามารถรวมเสียงได้    และเสนอชื่อนายเศรษฐา 
 ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา ตนก็พร้อมลงมติให้ความเห็นชอบ   ขณะเดียวกันหากการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย  ก็เชื่อว่าจะยิ่งทำให้การจัดตั้งรัฐบาลประสบผลสำเร็จ เพราะจะได้เสียงสนับสนุนจาก สว.


เขา  กล่าวว่า หากพรรคก้าวไกล ยังคงอยู่ร่วมรัฐบาลด้วย แต่ลดเงื่อนไขการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  เชื่อว่า การลงมติของ สว. จะเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะสำเร็จได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะแค่การเปลี่ยนแปลงพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล   ขณะเดียวกันหากเทียบศักยภาพเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย มีศักยภาพมากกว่าพรรคก้าวไกล ทั้งการประสานติดต่อพรรคการเมือง และ สว. จึงเชื่อว่า จะทำให้มีกลุ่มสว.  ที่พร้อมให้ความร่วมมือมากกว่า

“มั่นใจว่า ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีใน นายเศรษฐา จะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. มากกว่า 13 เสียง คือมากกว่าเมื่อครั้งโหวตให้กับนายพิธา   และหากไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วย  ก็เชื่อว่าสว.ไม่มีปัญหา  คือพร้อมสนับสนุนเพื่อไทยนั่นเอง” นายวันชัย ระบุ

‘ไอติม’ เดินหน้าหาเสียง ‘ปิดสวิตช์ สว.’ เผย ‘ภท.-ปชป.’ เคยเห็นชอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554886

31 ก.ค. 2566

'ไอติม' เดินหน้าหาเสียง 'ปิดสวิตช์ สว.' เผย 'ภท.-ปชป.' เคยเห็นชอบ

‘ไอติม’ หาเสียงเพิ่มหนุน ‘ปิดสวิตช์ สว.’ เตรียมเจรจาแต่ละพรรค ยกตัวอย่าง ‘ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์’ เคยเห็นชอบ พร้อมขอโฟกัสปัจจุบัน หลังถูกยกเป็นผู้นำพรรค GEN 3

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการแก้ไขม.272 เพื่อ “ปิดสวิตช์ สว.”  ในวันที่ 4 ส.ค. จะผ่านในวาระแรกหรือไม่ เนื่องจากต้องใช้เสียง 1 ใน 3 ยอมรับเป็นภารกิจที่ท้าทายเพราะเคยมีการเสนอร่างไปแล้ว 3-4 ครั้งที่ผ่านมา แต่มีเสียง สว. ที่ออกสนับสนุนยกเลิก ม.272 มาแล้ว 63 คน ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบถึง 84 คน จึงจำเป็นที่จะหาเสียง สว. เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม 

ทั้งนี้จะนำร่างดังกล่าวหารือพรรคเพื่อไทยและทุกพรรคด้วย เพราะที่ผ่านมาหากดูจุดยืนในซีก 8 พรรค หรือ อีกซีกหนึ่ง ก็จะเห็นว่า การยกเลิก ม.272 เป็นวาระที่ได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายพรรคการเมือง อย่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยลงมติเห็นชอบมาก่อน

ส่วนความมั่นใจจับมือ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายพริษฐ์ ยังคาดหวังเช่นนั้น และคิดว่าเป็นความต้องการของประชาชนที่สะท้อนผ่านการเลือกตั้ง โดยขอให้คณะเจรจาที่มีการพูดคุยเป็นผู้ชี้แจง

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการนำรูปโพสต์โซเชียลระบุว่า จะเป็นผู้นำพรรคGEN 3 ว่า อย่าเพิ่งไปคิดถึงตรงนั้น โฟกัสที่ปัจจุบัน เพราะพรรคก้าวไกล ทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุนายพริษฐ์ วัชรสินธุ

‘รวมไทยสร้างชาติ’ นัดคุย โหวต ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 2 ส.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554870

31 ก.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' นัดคุย โหวต 'จัดตั้งรัฐบาล' 2 ส.ค. นี้

ติงพิธา เอาเวลาไปแก้ปัญหาภายในพรรคก้าวไกล ดีกว่าเดินสาย ปลุกมวลชน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ นัดคุยโหวต ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 2 ส.ค.นี้

นายธนกร  วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 16.00น. นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคได้นัดหมายสส.ของพรรค ประชุมเพื่อกำหนดทิศทางการโหวตจัดตั้งรัฐบาลที่จะประชุมรัฐสภากันในวันที่  4 ส.ค. ให้ไปในแนวทางเดียวกัน

จากนั้นวันที่ 3 ส.ค. เตรียมจัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยจะเริ่มพิธีในเวลา 10.00 น. มีพิธีทางศาสนาอิสลาม 10.30น.เป็นพิธีทางพุทธศาสนา ถวายภัตตาหารเพล  พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวัน


รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึง พิธาและพรรคก้าวไกลยังคงเดินสายพบประชาชนต่างจังหวัดและมีมวลชนจัดชุมนุมเพื่อกดดันพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลต่อเนื่องนั้น นายธนกร กล่าวว่า  ส่วนตัวมองว่านายพิธาและพรรคก้าวไกลควรใช้เวลานี้ ตรวจสอบข้อกฎหมายและหาทางช่วยสส.ที่จะถูกดำเนินคดี

การใช้เวลาไปเดินสายพบมวลชน สะท้อนให้เห็นว่านายพิธาไม่ได้ห้ามปรามแต่กลับเห็นด้วยในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของแฟนคลับกลุ่มผู้สนับสนุน ยังเห็นแกนนำของพรรคก้าวไกลเอง ยังออกมาแสดงความเห็นกดดันไปยังพรรค ที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลทั้งที่พรรคก้าวไกล ประกาศให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว

เตือน ‘เพื่อไทย’ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ร่วมกับใคร คิดให้ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554864

31 ก.ค. 2566

เตือน 'เพื่อไทย'  'จัดตั้งรัฐบาล' ร่วมกับใคร คิดให้ดี

อดีตผู้สมัครสส.เสรีรวมไทย เตือน ‘เพื่อไทย’ คิดให้ดีจะดึงพรรคการเมืองใดมาร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ต้องคำนึงถึงอดีตด้วย

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัครสส.พรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก  เตือนการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยแกนนำของพรรคเพื่อไทย ให้ทบทวนความหลัง เมื่อครั้งการลงมติ ในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 มีเนื้อหาว่า พรรคพลังประชารัฐ คือ พรรคการเมืองเดียว ที่ลงมติไม่เห็นชอบ ในการลงมติญัตติดังกล่าว

ตัดอำนาจ สว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 ภูมิใจไทย คือ พรรคการเมือง ที่ หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และบุคคลสำคัญในพรรค  ไม่ปรากฏตัวในห้องประชุมในวันนั้น

เพื่อไทย คิดดีแล้วใช่ไหม ที่จะจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่ส่งเสริมแนวคิดคงให้ สว. มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมเผยบันทึกลงคะแนน แก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2565 ประกอบด้วย

ส.ส.ออกเสียงรับหลักการรวม 333 คะแนน
ส.ว.ออกเสียงรับหลักการรวม 23 คะแนน
ส.ส.ที่ไม่รับหลักการ 102 คะแนน (พลังประชารัฐ)
ส.ว.ที่ไม่รับหลักการ 151 คะแนน
ส.ส. งดออกเสียง 8 คะแนน
ส.ว. งดออกเสียง 45 คะแนน



ขณะที่แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเปิดแคมเปญลงชื่อสนับสนุนให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจับมือกันอย่างมั่นคง  จนกว่า สว.จะหมดอำนาจเลือกนายก พร้อมคำอธิบายว่าขึ้นชื่อว่าตัวแทนประชาชน ก็ต้องฟังเสียงประชาชน

ลงชื่อสนับสนุนให้ 8 พรรคฝ่ายประชาธิปไตยไม่โอนอ่อน ไม่ข้ามขั้ว จับมือกันอย่างเหนียวแน่น จน ส.ว.หมดอำนาจเลือกนายก ในเดือน พฤษภาคม 2567 หรืออีกเพียง 10 เดือนเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยซึ่งเป็นเจตจำนงของประชาชนสามารถเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

่ร่วมลงชื่อกับแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่นี่

นอกจากนี้ ในวันที่ 2  ส.ค. 2566 ในช่วงเย็น กลุ่มเดียวกันนี้ ยังนัดจัดกิจกรรม คาร์ม็อบ ที่บริเวณ แยกอโศก เพื่อรณรงค์ในจุดยืนดังกล่าวด้วย