เลขาธิการ’เพื่อไทย’ การันตีความสัมพันธ์ ‘ก้าวไกล’ ยังหวาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554599

26 ก.ค. 2566

เลขาธิการ'เพื่อไทย' การันตีความสัมพันธ์ 'ก้าวไกล' ยังหวาน

เลขาธิการพรรค “เพื่อไทย” ย้ำความสัมพันธ์กับพรรค “ก้าวไกล” อ้างอิงวันเวลา  ทุกอย่างยังอยู่บนพื้นฐานของบรรยากาศที่ดี มองการเลื่อนหารือ 8 พรรค ออกไป ทำให้มีเวลามากยิ่งขึ้นในการเตรียมการ  ย้ำทุกอย่างที่ดำเนินการอยู่ภายใต้การรับรู้ร่วมกันของ 8  พรรค ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ยังราบรื่นด้วยดี   ทั้งนี้วันอังคารที่ 25 ก.ค.     ตนได้โทรศัพท์ปรึกษาหารือกับ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล   หารือกันในหลายเรื่อง  รวมทั้งการกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่ 8  พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะนัดหมายการประชุมร่วมกันในครั้งต่อไป 

ทั้งนี้การเจรจาเพื่อหาทางเพิ่มเสียง เพื่อรองรับการโหวตนายกรัฐมนตรี   ขณะนี้สมาชิกวุฒิสภา (  สว. ) บางส่วนได้ตัดสินใจแล้ว   แต่สว.บางส่วนก็ยังติดเงื่อนไขบางเรื่อง ที่ได้เคยพูดกันแล้วก่อนหน้านี้  ขณะเดียวกันก็ได้หารือ สส.ทุกพรรคแล้ว กำลังพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นไปตามมติที่ 8 พรรคได้มอบหมายภารกิจมา ซึ่งการเลื่อนการประชุม 8 พรรคออกไป  ก็ทำให้  “เพื่อไทย” มีเวลาในการทำงานมากขึ้น 


“การที่พรรคเพื่อไทยพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ  ที่ผ่านมานั้นก็เป็นการดำเนินการตามมติ 8 พรรค ที่มอบหมายให้ไปพูดคุยปรึกษาหารือ ไม่ใช่การตกลงเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด เป็นเพียงการสอบถามความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย ต่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ และหลังจากนี้ก็ต้องนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมาเข้าสู่ที่ประชุม 8 พรรคร่วมตามที่ได้รับมอบหมาย   พรรคเพื่อไทย มั่นใจในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะไม่ประสบปัญหา เพราะมีคุณสมบัติพร้อม  เราหวังว่าจะผ่านการโหวตผ่านได้ในการเสนอชื่อเพียงครั้งเดียว แต่อย่างไรก็ตามคงต้องขอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำร้องไปให้วินิจฉัย และขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมต่อไป”  นายประเสริฐ   ระบุ

เลขาธิการ'เพื่อไทย' การันตีความสัมพันธ์ 'ก้าวไกล' ยังหวาน

ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  

ศาลรธน. อนุญาตขยายเวลา ‘ก้าวไกล’ ชี้แจงคดี ‘ล้มล้างการปกครอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554596

26 ก.ค. 2566

ศาลรธน. อนุญาตขยายเวลา 'ก้าวไกล' ชี้แจงคดี 'ล้มล้างการปกครอง'

เฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล เผย ศาลรธน. อนุญาตขยายเวลาชี้แจงคดี ‘ล้มล้างการปกครอง’ ภายใน 30 วัน แจงเสนอแก้ม.112 แก้ไขไม่ใช่ล้มล้าง

ความคืบหน้ากรณีนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและพรรคก้าวไกล เสนอกฎหมายยกเลิกมาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่ 

โดยคดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้พรรคก้าวไกล ชี้แจงภายใน 15 วัน ครบกำหนด 28 ก.ค.นี้ 

ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า เปิดคำร้องแบบเต็ม พรรคก้าวไกลถูกกล่าวหา “ล้มล้างการปกครอง” เพราะเสนอแก้ 112

“แก้ไขไม่ใช่ล้มล้าง” ประโยคนี้กำลังถูกท้าทายจากบรรทัดฐานทางกฎหมายแบบไทยๆ อีกครั้ง เมื่อพรรคก้าวไกลถูกยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในข้อหาล้มล้างการปกครอง โดยคำร้องมีความยาวเกือบ 20 หน้า บรรยายมาอย่างละเอียดโดยอ้างถึงพฤติกรรมที่ว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้แก่ การที่หัวหน้าพรรค และ สส. ของพรรคก้าวไกล มีจุดยืนและการแสดงออกต่อสาธารณะในการเสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

คำร้องนี้ยกความคิดเห็นและการตีความพฤติกรรมของพรรคก้าวไกล จากบุคคลหลากหลายที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา คุ้นจุดยืนกันดี เช่น แก้วสรร อติโพธิ, สนธิ ลิ้มทองกุล, สมเกียรติ อ่อนวิมล รวมถึงมีการยกคำให้สัมภาษณ์ที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้กับสำนักข่าวบีบีซี โดยมีการตัดทอนบทสัมภาษณ์ คัดเอาเฉพาะบางประโยคบางท่อนมาต่อกันเพื่อให้ดูสมกับข้อหาล้มล้างการปกครองมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

คดีนี้เดิมพรรคก้าวไกลจะต้องยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ แต่ศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงอีก 30 วัน เป็นวันที่ 27 สิงหาคม 2566

พรรคก้าวไกลยืนยันว่า เราสามารถชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหาได้อย่างมั่นใจ โดยยึดหลักการว่าการแก้ไขมาตรา 112 เป็นสิ่งที่กระทำมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และจะต้องทำได้ต่อไป

เราเชื่อว่าการแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ ไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง ในทางตรงกันข้าม จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

‘ทักษิณ ‘ส่งสัญญาณ ‘แพทองธาร’ดูแลงาน’เพื่อไทย’ – ‘เศรษฐา” คุมทำเนียบรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554598

26 ก.ค. 2566

'ทักษิณ 'ส่งสัญญาณ  'แพทองธาร'ดูแลงาน'เพื่อไทย' -  'เศรษฐา" คุมทำเนียบรัฐบาล

ยังไม่ถึงประเทศไทย แต่ “ทักษิณ” อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ทรงอิทธิพลของ “เพื่อไทย” ส่งสัญญาณชัดในการมอบภารกิจ บัญชาการ ” แพทองธาร ชินวัตร” ดูแลงานให้กับพรรค ส่วน”เศรษฐา ทวีสิน” ไปอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล” ทายาทผู้นำทางจิตวิญญาณย้ำบิดา กลับไทยเพราะสายใยของครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ภายหลังปิดการประชุมสส.พรรคเพื่อไทย   ผู้เข้าประชุมได้มีการวิดีโอคอลอวยพรวันเกิดให้กับ  นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  โดยนายทักษิณ ได้กล่าวกับผู้มาร่วมงานว่า  จะเดินทางกลับมาประเทศไทย วันพฤหัสที่ 10 ส.ค.  ทั้งนี้อยากกลับมาเลี้ยงหลาน แล้วให้  น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มาช่วยงานที่พรรคเพื่อไทย  ส่วนนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล


น.ส.แพทองธาร ชินวัตร  หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย   เปิดเผยว่า ห่วงเรื่องของความปลอดภัยของบิดา เพราะไม่ทราบว่า  จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในการเดินทางกลับ ซึ่งนายทักษิณ   เป็นผู้จัดการเองทั้งหมด  ตนนั้นมีหน้าที่แจ้งให้ประชาชนรับทราบ   มั่นใจว่ากำหนดการไม่น่าจะเลื่อนไปจากที่แจ้งไว้ ส่วนเหตุผลที่เลือกลงเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง เนื่องจากเป็นการเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว


“กำหนดเดินทางกลับวันที่ 10  ส.ค.  คุณพ่อ อาจจะประเมินสถานการณ์การเมืองไว้แล้วว่า การโหวตนายกรัฐมนตรี หรือสถานการณ์การเมืองทุกอย่างน่าจะจบลง เป็นเวลาที่ค่อนข้างสงบ เชื่อว่าจะเป็นเหตุผลนั้น  เจตนาของพ่อที่ต้องการกลับประเทศไทย เป็นเหตุผลของครอบครัวไม่ใช่เหตุผลทางการเมือง  และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ” 

น.ส.แพทองธาร  ระบุว่า    นายทักษิณ ตั้งใจจะเดินทางกลับมาไทย  ในเดือนก.ค. แต่เนื่องด้วยตรงกับวันหยุด จึงหาวันที่เหมาะสม  ส่วนกระแสข่าวแกนนำ คณะก้าวหน้า  คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินทางไปพบกับบิดาที่ฮ่องกง เรื่องนี้ไม่ทราบความเป็นมา
.

หมายเหตุภาพประกอบ เป็นแฟ้มภาพโดย  NATION PHOTO

ป.ป.ช.ไม่มีมูลพอ ส่งผลให้ ‘ทักษิณ’ รอดอีกคดี ปมซื้อแอร์บัสปี 2545-47

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554597

26 ก.ค. 2566

ป.ป.ช.ไม่มีมูลพอ ส่งผลให้ ‘ทักษิณ’ รอดอีกคดี ปมซื้อแอร์บัสปี 2545-47

ป.ป.ช.ยอมรับไม่มีมูลเพียงพอ ปม ‘ทักษิณ’ ถูกกล่าวหาจัดซื้อ เครื่องบินแอร์บัสปี 2545-47 ทำให้ การบินไทย มีหนี้สินเพิ่ม ส่วน ‘พิเชษฐ-ทนง-กนก’ พ้นข้อกล่าวหายกชุด

‘ทักษิณกลับไทย’ 10 สิงหาคม นี้ กลายเป็น ทอล์คออฟเดอะทาวน์ สื่อไทยและสื่อต่างประเทศประโคมข่าวไปทั่วโลก ควบคู่กับสายขุดไล่เรียงตรวจสอบมีคดีไหนบ้างที่ยังไม่ถึงข้อยุติ มีคดีไหนบ้างที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่23 ยังเสี่ยงจะถูกดำเนินคดี หรือไม่นั้น

ล่าสุด นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผย ถึงคดีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังมีคดีค้างอยู่ในชั้นไต่สวนหรือชั้นตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. นั้นว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ดู เพราะว่าข้อมูลไม่แน่ใจเหลืออีกกี่คดี เพราะคดีล่าสุดรู้สึกจะตกไป กรณีการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส แบบ A340-500 และ A340-600 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2545-2547 ทำให้การบินไทยมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีการแจ้งข้อกล่าวหานายทักษิณ กับพวกคดีดังกล่าว แสดงว่าตีตกข้อกล่าวหาไปหมดแล้วหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ช.  อธิบายว่า ต้องดูรับรองรายงานก่อน แต่เข้าใจว่าน่าจะวินิจฉัยไปทั้งหมดแล้ว เดี๋ยวดูอีกที

“อย่าไปพูดว่าตีตก คำว่าไม่มีมูลไม่ได้หมายความว่าตีตก คำว่าตีตกคือมีมูลแต่เราตีตกซะ แต่นี่คือพยานหลักฐานอาจไม่พอรับฟังได้ว่ากระทำความผิด ส่วนจะตีตกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเลยหรือไม่ น่าจะประมาณนั้น เดี๋ยวรอแถลงเร็ว ๆ นี้ มีอีกหลายคดี” นายนิวัติไชย อธิบาย

ทั้งนี้ คดีนี้นายทักษิณ กับพวก ถูกกล่าวหาว่าอนุมัติสั่งซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 และ A340-600 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2545-2547 ทำให้การบินไทยมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น โดยปรากฏชื่อของนายทักษิณ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม และนายพิเชษฐ สถิรชวาล อดีต รมช.คมนาคม  ซึ่ง 3 นักการเมืองชื่อดังเป็นผู้ถูกกล่าวหาร่วมกับ นายทนง พิทยะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และนายกนก อภิรดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

แอร์บัสแอร์บัส

ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ตั้งองค์คณะไต่สวนชุดใหญ่เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในคดี และมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดแล้ว ยกเว้นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

 นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2566 นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เปิดเผยกับ ‘เนชั่นทีวี’ ว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ชุดใหญ่ มีมติ 4 ต่อ 2 ยกคำร้องคดีทุจริตจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A 340-500 ของการบินไทย ทำให้ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล, นายทนง พิทยะ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตประธานบอร์ดการบินไทย และ นายกนก อภิรดี อดีต ดีดี การบินไทย พ้นข้อกล่าวหา ยกล็อต

ขอบคุณที่มาข้อมูล : เนชั่นทีวี .พีพีทีวี

ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 3 ส.ค ตัดสิน รับ-ไม่รับ ปมมติรัฐสภาห้ามเสนอชื่อ  ‘พิธา’  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554594

26 ก.ค. 2566

ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 3 ส.ค ตัดสิน รับ-ไม่รับ ปมมติรัฐสภาห้ามเสนอชื่อ  'พิธา'  

ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดนัดพฤหัสที่  3  ส.ค.  ประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องของ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ไว้วินิจฉัยหรือไม่ จากประเด็น รัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐนนตรี ในการเสนอชื่อครั้งที่สองว่าจะ ” ขัดหรือแย้ง” ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสที่  3  ส.ค.   เวลา 09.30 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาว่า จะรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ไว้วินิจฉัยหรือไม่  หลังขอให้  “ศาลรัฐธรรมนูญ” พิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213  ประเด็นรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเสนอชื่อครั้งที่สองว่า ” ขัดหรือแย้ง” ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำร้องทางธุรการเรียบร้อยแล้ว 

สำหรับผลการวินิจฉัยของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ในเบื้องต้น จะออกได้ 3 แนวทาง คือ
1.ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง
2.ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง แต่ไม่มีคำสั่งให้ชะลอการโหวตนายกรัฐมนตรี  
3.ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และมีคำสั่งให้ชะลอการโหวตนายกรัฐมนตรีไว้ก่อน 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเห็นว่า การดำเนินการให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี  เป็นการกระทำตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ไม่ใช่กรณีเสนอญัตติ ตามข้อ 41 เพราะการเสนอรายชื่อบุคคลได้รับการให้ความเห็นชอบนายกฯ กำหนดไว้เฉพาะตามรัฐธรรมนูญ และในข้อบังคับเป็นคนละหมวดกัน

ดังนั้น การดำเนินการของรัฐสภา  เมื่อวันที่ 19 ก.ค. มีการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 มาตรา 159 และ มาตรา 172 และก่อนที่ “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะมีคำวินิจฉัย หากปล่อยให้คัดเลือกเห็นชอบ บุคคลที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ยากต่อการเยียวยา จึงมีมติขอให้ศาลกำหนดมาตรการวิธีการชั่วคราว โดยขอให้สั่งชะลอการให้ความเห็นชอบ บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน

‘เพื่อไทรวมพลัง’ ชู 312 เสียงของจริง เร้า 8 พรรค เดินหน้าไปด้วยกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554582

26 ก.ค. 2566

'เพื่อไทรวมพลัง'  ชู 312 เสียงของจริง เร้า 8  พรรค เดินหน้าไปด้วยกัน

หัวหน้าพรรค “เพื่อไทรวมพลัง ” วสวรรธน์ พวงพรศรี ย้ำ 312 เสียง ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล คือ สมการที่ดีสุด ต่อการเดินหน้าจัตั้งรัฐบาลปรัชาธิปไตย ที่มาจากปีะชาชน วอนอย่าผลัก ” ก้าวไกล ” ออกไปจากความร่วมมือ เพราะนี่คือพรรคที่มีเสียงหนุนจากประชาชน 14 ล้าน เสียง

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง  1 ใน 8  พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล   โดยมีสส. ได้รับเลือกเข้ามา 2 ที่นั่ง  เปิดเผยว่า   ตัวเลขสส.รวม  312 เสียงของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล คือทางออกที่ดีที่สุดของประเทศไทย ดังนั้นต้องจับมือกันอย่างเหนียวแน่น  เพื่อการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย แก้ไขปัญหาให้ประชาชน   ในนามของพรรคเพื่อไทรวมพลัง  จะไม่ทิ้งพรรค “ก้าวไกล ” และ 8 พรรคร่วม  และไม่อยากให้มีการพูดว่าผลักพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน การกระทำเช่นนั้นก็เหมือนผลักประชาชนไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะก้าวไกลคือ พรรคที่ประชาชนเลือกมา 14 ล้านเสียง


สถานการณ์ในขณะนี้เห็นว่าทั้ง 8  พรรคร่วม จัดตั้งรัฐบาล  ต้องมาระดมสมองว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร 
ต้องทำยุทธศาสตร์ในการหาคะแนนเสียงเพิ่ม จะเป็นเสียงจาก สว.  หรือ สส. ก็ดี   นี่คือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน  “ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเดินเกมเร็ว  เข้าใจว่ามีข้อจำกัดทางเวลา ก็ให้กำลังใจทางพรรคเพื่อไทย  ทั้ง 8 พรรค ไม่ควรจะเลือกข้างกันเชียร์ เพราะจะเป็นจุดอ่อนและมีการฉวยโอกาสจากฝั่งตรงข้ามเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย  ช่วงนี้ผมเดินสายเข้าเจรจากับ สว.  โดยหลายคนรับปากว่า จะช่วยโหวตแคนดิเดนนายกรัฐมนตรีจากฝั่ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในครั้งถัดไป  ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลตอบรับที่ดีที่มีมาถึง 8  พรรค ”   วสวรรธน์ กล่าว

'เพื่อไทรวมพลัง'  ชู 312 เสียงของจริง เร้า 8  พรรค เดินหน้าไปด้วยกัน

วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง  1 ใน 8  พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

ย้อนนาที ประวัติศาสตร์ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ก้ม กราบแผ่นดินไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554576

26 ก.ค. 2566

ย้อนนาที ประวัติศาสตร์ 'ทักษิณ ชินวัตร' ก้ม กราบแผ่นดินไทย

15 ปี ที่ลี้ภัย ย้อนภาพนาทีประวัติศาสตร์ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ก้มกราบแผ่นดินไทย 10 ส.ค. 2566 ภาพนั้น จะฉายซ้ำหรือไม่

การประกาศกลับประเทศไทย ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ในวันที่ 10 ส.ค. 2566 ที่สนามบินดอนเมือง ทำให้ภาพความทรงจำ ที่นับเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถูกย้อนกลับมา เมื่อครั้งที่ “ทักษิณ” ก้มกราบพื้น สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อได้กลับบ้านครั้งแรก และเป็นครั้งเดียว หลังเหตุรัฐประหาร 2549

“หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทย เฉกเช่นคนไทยทุกคนครับ” เป็นประโยคที่ “ทักษิณ” เคยแถลงไว้ คมชัดลึก ย้อนรอยเหตุการณ์ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องลี้ภัยไปต่างแดน นานหลายสิบปี ภาพประวัติศาสตร์ ก้มกราบแผ่นดินไทย กำลังจะถูก replay กลับมาอีกครั้งหรือไม่

    ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะ ทำการรัฐประหารระหว่างที่เขา เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 61 ที่สหรัฐฯ

การทำรัฐประหาร ทำให้ “ทักษิณ ชินวัตร” พ้นจากตำแหน่ง และคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) คณะรัฐประหาร ซึ่งแปรสภาพมาจาก คปค. เป็นผู้แต่งตั้ง ทำการอายัดทรัพย์ของทักษิณ และครอบครัวในประเทศไทย รวม 76,000 ล้านบาท โดยอ้างว่า เขาร่ำรวยผิดปกติขณะอยู่ในตำแหน่ง ก่อนถูกถอดยศ “พ.ต.ท.” ในปี 2558

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เขาต้องลี้ภัยอยู่ต่างประเทศนานกว่า 1 ปี และได้เดินทางกลับประเทศไทยครั้งแรก วันที่ 28 ก.พ. 2551 ซึ่งภาพที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ก้มกราบแผ่นดินไทยในครานั้น กลายเป็นภาพหน้า 1 ของสื่อทุกสำนัก และถูกจารึกเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทย

    ภาพทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดินภาพทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดิน

โดยวันนั้น “ทักษิณ ชินวัตร” เดินทางด้วยเครื่องบิน TG 603 จากฮ่องกง มายังสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 09.45 น. เมื่อมาถึง เจ้าตัวได้เข้าสวมกอดครอบครัว และทักทายบุคคลที่มารอต้อนรับ ก่อนคุกเข่า และก้มกราบพื้น 1 ครั้ง ที่หน้าห้องรับรองพิเศษ พร้อมหยุดนิ่งท่าเดิม ก่อนเงยหน้าขึ้นมา ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

แต่เวลาแห่งความสุข ผ่านไปเพียง 5 เดือน 3 วัน “ทักษิณ ชินวัตร” ขออนุญาตศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเดินทางออกนอกประเทศในวันที่ 31 ก.ค. 2551 อ้างว่า ต้องการไปชมมหกรรมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ซึ่งครั้งนั้น เขาให้คำมั่นสัญญาว่า จะกลับเข้าประเทศในวันที่ 11 ส.ค. 2551 แต่นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่ได้กลับเข้าประเทศไทยอีกเลย และในวันที่ 14 พ.ย. 2551 ทักษิณ ตัดสินใจจดทะเบียนหย่ากับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่สถานกงสุลใหญ่ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง หลังจากสมรส 32 ปี

  ภาพข่าวทักษิณ ชินวัตรภาพข่าวทักษิณ ชินวัตร

หากนับตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2551 จนถึงขณะนี้ เป็นเวลา 15 ปีแล้ว ที่ ทักษิณ ชินวัตร ไม่เดินทางกลับประเทศไทย เพื่อรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก โดยเขาส่งแถลงการณ์จากประเทศอังกฤษ อ้างเหตุผลที่ไม่กลับประเทศไทย เพียงเพราะหวังว่าจะมีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ และได้รับความเป็นธรรม

ย้อนคดีลี้ภัยต่างแดน

คดีซุกหุ้น ปี 2544

  • คดีนี้ ทักษิณ ชินวัตร พ้นผิด ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยด้วยเสียง 8 ต่อ 7 ว่า ทักษิณ ไม่ได้มีเจตนาในเรื่องดังกล่าว

คดีขายหุ้นกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปี 2549

  • วันที่ 23 ม.ค. 2549 ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ของ “ทักษิณ” ครอบครัวชินวัตรและดามาพงศ์ ขายหุ้นของ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ที่ครอบครองอยู่ทั้งหมด ให้แก่บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จำกัด (พีทีอี) ซึ่งทักษิณชี้แจงว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่กลับมีบุคคลบางกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เนื่องจากเห็นว่า การแก้ไขกฎหมายที่ว่าด้วยการขายหุ้นในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกรณีดังกล่าว รวมทั้งการไม่ต้องเสียภาษีรายได้จากผลกำไรในการขายหุ้น
  • ในปี 2563 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ให้จำคุก 5 ปี ฐานแปลงสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจของตน

คดีที่ดินรัชดาฯ

  • เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2551 ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวต่อศาลคดีการเมืองในคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงออกหมายจับ ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ในความผิดฐานประพฤติมิชอบ ในการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท และตั้งสินบนนำจับทันที โดยคดีของ ทักษิณ มีอายุความ 15 ปี ถึงวันที่ 12 ส.ค. 2566 ส่วนคดีของคุณหญิงพจมาน มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 12 ส.ค. 2561

คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัทกฤษดามหานคร

  • คดีหมายเลขแดงที่ อม. 55/2558 ศาลออกหมายจับในวันที่ 26 ส.ค. 2558

ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร

วันที่ 10 ส.ค. 2566 จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตา ก้าวแรกที่ ทักษิณ ชินวัตร เหยียบผืนแผ่นดินไทย ภาพประวัติศาสตร์ กราบแผ่นดิน เมื่อปี 2551 จะย้อนกลับมาอีกครั้งหรือไม่

‘อธิบดีราชทัณฑ์’ เปิดขั้นตอนรับตัว ‘ทักษิณ’ กลับไทย ชี้เข้าเกณฑ์สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554569

26 ก.ค. 2566

'อธิบดีราชทัณฑ์' เปิดขั้นตอนรับตัว 'ทักษิณ' กลับไทย ชี้เข้าเกณฑ์สูงอายุ

‘อธิบดีราชทัณฑ์’ เปิดขั้นตอนรับตัว ‘ทักษิณ’ กลับไทย 10 ส.ค. ทำตามขั้นตอนปกติ นำตัวส่งเข้าเรือนจำฯ กักตัว ชี้ “ทักษิณ” เข้าเกณฑ์เป็นผู้ต้องขังสูงอายุ

หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ทักษิณ ชินวัตร”  อดีตนายกรัฐมนตรี  จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยรายละเอียดข้อความคือ “เนื่องในวันเกิดว่า 26 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของลูกเสมอ แต่ปีนี้ลูกยังไม่อยากเชื่อตัวเอง ในสิ่งที่ลูกกำลังจะพิมพ์ พ่อจะกลับมาแล้ว วันที่ 10 สิงหาคมนี้ ที่สนามบินดอนเมือง” 

หลังข่าวจะเดินทางกลับไทยของนายทักษิณ ชินวัตร เผยแพร่ออกมา ทำให้ในโลกออนไลน์ มีผู้เข้ามาแสดงความเห็น และแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปอย่างมากมาย

น.ส.แพธารทอง อุ๊งอิ๊ง โพสต์ พ่อจะกลับไทยวันที่ 10  ส.ค. นี้ น.ส.แพธารทอง อุ๊งอิ๊ง โพสต์ พ่อจะกลับไทยวันที่ 10 ส.ค. นี้

ล่าสุด นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมของกรมราชทัณฑ์ ในกรณีการรับตัวนายทักษิณ ภายหลังเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ว่าเบื้องต้นคาดว่าเมื่อนายทักษิณเดินทางกลับเข้าประเทศไทยโดยลงที่สนามบินดอนเมือง ขั้นตอนแรกจะเป็นในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่จะรับตัวและทำบันทึกการจับกุมต่างๆตามขั้นตอน

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

ในส่วนของกรมราชทัณฑ์จะต้องว่าไปตามหมายศาล โดยรอดูว่าจะมีคำสั่งหรือหมายศาลคดีใดแจ้งมายังกรมราชทัณฑ์เพื่อเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้เดินทางไปยังเขตพื้นที่ของศาลนั้นๆ จากนั้นเมื่อนายทักษิณเข้าสู่ขั้นตอนของศาลเสร็จสิ้น หากเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะควบคุมตัวมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทางราชทัณฑ์ยังไม่ได้รับหมายศาลใดๆ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดขั้นตอนรับทักษิณ กลับไทย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดขั้นตอนรับทักษิณ กลับไทย

สำหรับกระบวนการจำแนกคัดกรองผู้ต้องขัง ถึงแม้นายทักษิณ จะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ราชทัณฑ์ก็ดำเนินการตามขั้นตอนทั่วไป เป็นไปตามระเบียบการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง โดยจะมีการตรวจสอบประวัติ ทำทะเบียนประวัติ

อย่างไรก็ตาม นายทักษิณ ถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ หากเจ้าตัวมีโรคประจำตัวที่จะต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง ทางราชทัณฑ์จะมีแพทย์ประจำเรือนจำฯ ที่จะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการจำแนกผู้ต้องขัง โดยจะนำตัวไปยังห้องกักโรคของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทำการกักโรคเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ประมาณ 10 วัน

ถัดไปจึงเข้าสู่กระบวนการรักษาโรค ย้ายไปยังหอผู้ป่วย คล้ายกรณีของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ส่วนกรอบระยะเวลาของการรักษาโรคไม่ได้มีกำหนดไว้ จะเป็นในส่วนของแพทย์ประจำเรือนจำที่จะเป็นผู้ประเมินอาการของผู้ต้องขัง และให้ความเห็นเรื่องการรักษาว่าในระหว่างกระบวนการดังกล่าว เจ้าตัวควรแก่การเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาแล้วหรือไม่ อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ เมิน ทักษิณ กลับไทย – ยิ่งลักษณ์ อวยพรขอให้ได้อยู่กับครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554573

26 ก.ค. 2566

พล.อ.ประยุทธ์  เมิน ทักษิณ กลับไทย - ยิ่งลักษณ์ อวยพรขอให้ได้อยู่กับครอบครัว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับต่อข่าวการเดินทางกลับไทยยของ อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” ตั้งข้อสงสัยกลับจริงหรือ เห็นพูดอยู่หลายครั้ง ย้ำถ้ามาจริงก็ต้องเข้าสู่กระบวนกฏหมาย ด้าน ยิ่งลักษณ์ ใช้พื้นที่สื่ออวยพรวันเกิดพี่ชาย

พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​   เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวที่มีการระบุ นายทักษิณ ​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี​  ซึ่งมีการระบุว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค. นี้​   ข้อมูลที่เป็นทางการในขณะนี้  ยังไม่ได้รับรายงาน ​ ​”ก็รอดูสิกลับหรือเปล่า ก็ออกมาหลายครั้งแล้วล่ะ”  หากนายทักษิณ ชินวัตร มาไทย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีกระบวนการอยู่แล้ว  ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย มาเมื่อไหร่ก็มีกระบวนการดำเนินการอยู่แล้ว


“เรื่องการมาไทยของนายทักษิณ  ​  ตำรวจเขาทำหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ใครจะไปจะมา ไม่ใช่เฉพาะรายหนึ่งรายใด ก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยวิธีการเดียวกันนี่แหละ  ส่วนการเดินทางไทยในช่วงที่มีการจัดตั้งรัฐบาล​
ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้  มองเพียงว่าเมื่อมาถึงก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย”  พล.อ.ประยุทธ์  ระบุ 

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ใช้พื้นที่สื่อสังคมออนไลน์  โพสต์ข้อความอวยพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด นายทักษิณ ชินวัตร   ระบุว่า 

.


วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 74ปี และเป็นปีที่พิเศษของพี่ น้องขอให้พี่มีแต่ความสุข สมหวัง ประสบความโชคดีตามที่พี่ปรารถนา  น้องหวังว่าพี่จะมีความสุขในชีวิต และประสบความสำเร็จ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองให้พี่มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโอกาสได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวตามที่พี่รอคอยมานาน และอยู่กับลูกหลานที่พี่คิดถึง  

.

เวลาที่พวกเราเฝ้ารอคอยมาถึงแล้วค่ะ น้องรักพี่และขอบอกว่า ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่พี่ดูแลน้อง ตั้งแต่น้องจากประเทศไทยมา ถ้าน้องไม่มีพี่ น้องคงไม่สามารถที่จะยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็งแบบนี้ พี่ยังคงเป็นพี่ชายสุดที่รัก เป็นพี่ที่น้องเคารพ และเป็นบุคคลต้นแบบของน้องตลอดไปนะคะ 

.

อยากจะบอกว่าน้อง รักพี่ที่สุดค่ะ สุขสันต์วันเกิดค่ะพี่

.

พล.อ.ประยุทธ์  เมิน ทักษิณ กลับไทย - ยิ่งลักษณ์ อวยพรขอให้ได้อยู่กับครอบครัว

ชัดเจน ‘ธนาธร’ บินดีลลับ ‘ฮ่องกง’ จริงหรือไม่ (มีคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554564

26 ก.ค. 2566

ชัดเจน 'ธนาธร' บินดีลลับ 'ฮ่องกง' จริงหรือไม่ (มีคลิป)

มีคำตอบแล้ว กระแส ‘ธนาธร’ บินด่วน ‘ฮ่องกง’ ดีลลับ ‘ทักษิณ’ ยอมถอยมาตรา112 เพื่อจัดตั้งรัฐบาล จริงหรือไม่ ล่าสุดปรากฎตัวแล้ว

ตามที่มีกระแสข่าวแกนนำพรรคก้าวไกล เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เพื่อสุขสันต์วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 74 ปี รวมถึงพูดคุยเจรจาเดินหน้าต่อต้านรัฐบาล โดยจะยอมถอยมาตรา 112

ซึ่งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นชื่อที่ถูกโยง แต่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ยืนยันนายธนาธร อยู่ประเทศไทยและอยู่ในกรุงเทพมหานคร

ล่าสุดเมื่อประมาณ 14.40 น. ผู้สื่อข่าวพบ นายธนาธร เดินทางเข้ามาที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกลโดยลงจากรถที่บริเวณอาคารจอดรถชั้น 2 และเดินเข้าอาคารทันทีด้วยความรวดเร็ว 

มีรายงานว่านายธนาธรไม่ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรคประมาณ 4-5 วันแล้ว