จดหมายเปิดผนึกวอน ‘สว.’ ‘โหวตนายกฯ’ ตามเสียงข้างมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553173

09 ก.ค. 2566

จดหมายเปิดผนึกวอน 'สว.' 'โหวตนายกฯ' ตามเสียงข้างมาก

นักวิชาการส่งจดหมายเปิดผนึกเรียกร้อง ‘สว.’ เปลี่ยนประชาธิปไตยแบบมีอารยะ ‘โหวตนายกฯ’วันที่ 13 ก.ค. ให้โอกาส พิธา

นักวิชาการส่งจดหมายเปิดผนึก ถึงสมาชิกวุฒิสภา วิงวอนให้สว.เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เปลี่ยนผ่านสู่ยุคประชาธิปไตยแบบอารยะ ในการโหวตนายกฯวันที่ 13  ก.ค. 66 โดยเนื้อหาในจดหมายเปิดผนึก ของ รศ.ดร. นันทนา นันทวโรภาส วิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก มีดังนี้

เรียน ท่านสมาชิกวุฒิสภา ( สว.) ที่นับถือ
วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ คือวันที่ท่านจะได้ใช้อำนาจโหวตนายกฯตามตำแหน่ง ชี้ชะตาประเทศไทย การตัดสินใจลงมติของท่าน จะส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ ประชาชน และตัวท่านเอง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน14.,438.851 คะแนน ได้สส. รวม 151
คน เป็นพรรคที่ชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นความชอบธรรม ที่จะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามฉันทามติ
ของประชาชน

ข้อกล่าวหาทั้งหลายต่อตัวนายพิธา ล้วนเป็นเพียง ข้อกล่าวหา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน มาตรา 29 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้น เสมือนเป็นผู้กระทำผิดมิได้

กรณีนายพิธา ยังไม่มีศาลใดพิพากษา หรือแม้แต่ประทับรับฟ้อง ย่อมถือว่า นายพิธา เป็นผู้บริสุทธิ์ จึงเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ที่จะได้รับการลงมติให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี


หากท่านสว.เลือกที่โหวตนายกฯ ตามเจตจำนงของมหาชน โดยเห็นชอบให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศก็จะเดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตยต่อไป ประชาชนย่อมยินดี ที่เสียงของพวกเขาได้รับการตอบสนอง ในฐานะเจ้าของประเทศ บ้านเมืองก็จะสงบสุข ไม่มีการเมืองบนท้องถนน


ตัวท่านเอง ก็จะได้รับการยกย่องว่าเป็นสว.ผู้กล้าหาญ มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย เป็นอิสระจากระบบอุปถัมภ์ทั้งปวง ครอบครัวของท่านก็จะได้รับการยอมรับนับถือจากสังคม
ผิดจากนี้ ท่านอาจตกเป็นจำเลยของสังคม

ในข้อหา เป็นผู้ขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยของประชาชน
ท่านเลือกได้ ที่จะให้ประวัติศาสตร์ จะจำชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของท่าน ในฐานะ วีระบุรุษประชาธิปไตย ที่สังคม
จะยกย่องสรรเสริญตลอดไป หรือจะเป็นโมฆบุรุษ ที่จะถูกสังคมประณาม ตราบชีวิตจะหาไม่


ท่านสว.ทั้งหลายโปรดตระหนักว่านี่คือช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย สู่ยุคประชาธิปไตยแบบอารยะ เป็นช่วงเวลา ประวัติศาสตร์ ที่ท่นร่วมสร้างให้แก่ชาวไทยทั้งประเทศ การลงมติของท่าน จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่ถูกหลานจะ กล่าวขาน แซ่ซ้องตราบนานเท่านาน

จดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกวุฒิสภาจดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกวุฒิสภา

ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา
รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส
9 กรกภาคม 2566

อลงกรณ์ถอย ไม่ชิง หัวหน้า’พรรคประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553170

09 ก.ค. 2566

อลงกรณ์ถอย ไม่ชิง หัวหน้า'พรรคประชาธิปัตย์'

ศึกชิงหัวหน้า’พรรคประชาธิปัตย์’ อลงกรณ์ พลบุตร ถอยไม่เข้าร่วมประชุมพรรค เท่ากับถอนตัว ลุ้น อภิสิทธิ์ รีเทิร์น

ลุ้นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รีเทิร์นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประชุมพรรควันนี้ มี นราพัฒน์ แก้วทอง  มัลลิการ์ บุญมีตระกูล มหาสุข เป็นคู่ชิง ขณะที่ อลงกรณ์ พลบุตร ไม่เข้าร่วมประชุม  ชวดเก้าอี้ไปโดยปริยาย เพราะต้องแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุม

การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีของพรรคฯ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มี สส. อดีต สส., อดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และอดีตผู้สมัคร สส. เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ, นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคฯ,

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคฯ, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม., นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  นางสาววทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กรุงเทพมหานคร  เป็นต้น

บรรยากาศประชุมเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บรรยากาศประชุมเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ อดีต สส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า จะสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง เพื่อกอบกู้ฟื้นฟูพรรค

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานด้วยว่า นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะถูกเสนอชื่อลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในครั้งนี้ โดยจะมี นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคฯ ร่วมเป็นทีมงานในตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ

นอกจากนี้ ยังมีนางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศตัวลงชิงตำแหน่งเป็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันนี้ ด้วย


ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมฯ ด้วย ซึ่งตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ กำหนดให้สมาชิกพรรคฯ ที่จะเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องแสดงวิสัยทัศน์การเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคด้วย

ดังนั้น เมื่อนายอลงกรณ์ ไม่มาเข้าร่วมการประชุม จึงไม่สามารถแสดงวิสัยทัศน์ได้ จึงถือว่า นายอลงกรณ์ สละสิทธิ์การลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้

‘นิพิฏฐ์’ ทวงจดหมายให้กำลังใจคืนจาก ‘ธาริต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553166

09 ก.ค. 2566

'นิพิฏฐ์' ทวงจดหมายให้กำลังใจคืนจาก 'ธาริต'

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ‘นิพิฏฐ์’ อินทรสมบัติ ทวงคืนจดหมายให้กำลังใจ ‘ธาริต’ เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รัฐบาลอภิสิทธิ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ขอจดหมายที่เคยเขียนถึง ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอคืน หลังเจ้าตัวเล่าเบื้องหลัง รัฐประหารปี 57ร่วมรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 มีเนื้อหาว่า

ได้ดูข่าวคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกมาแถลงข่าว เรื่องการสลายการชุมนุม ในปี 2533 และคุณธาริต เรียกร้องรัฐบาลใหม่ ให้คืนความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง

เรื่องนี้ ปปช.และ ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ว่า การชุมนุมกลุ่มนปช.ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากผู้ชุมนุมมีอาวุธและใช้อาวุธในการชุมนุม รัฐบาลจึงจำเป็นต้องรักษาความสงบ และขอพื้นที่ชุมนุมคืน

เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลเป็นพรรคเพื่อไทย จากเดิมที่คุณธาริตฟ้องกลุ่มนปช.และคนเสื้อแดง  ในข้อหาก่อการร้าย, ปล้นทรัพย์,ฆ่าผู้อื่น,วางเพลิงเผาทรัพย์ ,ทุบรถและทำร้ายเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจนเกือบเสียชีวิตในกระทรวงมหาดไทย ,และ อื่นๆ หลายข้อหา เป็นเหตุให้คนเสื้อแดงติดคุกไปหลายคน

คุณธาริตกลับเปลี่ยนดุลพินิจ มาฟ้องคุณอภิสิทธิ์-คุณสุเทพ ว่า สลายการชุมนุมโดยมิชอบ ชนิดกลับลำ 180 องศา จึงถูกคุณอภิสิทธิ์ฟ้อง ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จนศาลอุทธรณ์ จำคุกคุณธาริต 2 ปี และศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาคดีนี้ ในวันที่ 10 กรกฏาคมนี้

น่าเสียดายเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล  ดุลพินิจของคุณธาริตก็เปลี่ยนไป คุณธาริต จึงพบกับวิบาก จนติดคุกไปหลายคดี
ถ้าจำไม่ผิด คุณธาริต ถูกศาลฎีกาจำคุกมาแล้ว 2 คดี ฐานหมิ่นประมาทคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ 1 ปี และฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการย้ายข้าราชการอีก 1 ปี

ในบั้นปลายชีวิต คุณธาริตจึง เข้าๆออกๆ เรือนจำมาหลายครั้ง
ข้าราชการที่จิตใจไม่มั่นคง ไม่ยึดหลักความถูกต้อง ก็อาจพบกับความวิบัติในชีวิตได้ อยากให้ข้าราชการทั้งหลาย ดูคุณธาริตเป็นตัวอย่าง แต่อย่าเอาอย่าง

ทั้งนี้ส่วนตัวเคยเขียนจดหมายส่วนตัว ด้วยลายมือ ถึงคุณธาริต ให้กำลังใจคุณธาริต ให้คุณธาริต เข้มแข็ง และยึดความถูกต้อง
เป็นหลัก คิดว่า น่าจะเป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่ผ่านเหตุการณ์ชุมนุมที่ดุเดือดมา ที่เขียนจดหมายให้กำลังใจคุณธาริต

นิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า ชีวิตธาริต พลาดและหักเห ตรงที่มีเงินโอนเข้าบัญชีภรรยา ก่อนจะถูกปปช.มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ 346 ล้านบาท  แม้รู้สึกเห็นใจ แต่เมื่อเห็นข่าวออกมาแถลงข่าว เรียกร้องรัฐบาลใหม่ให้คืนความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง จึงคิดว่าธาริต กลับไป-กลับมา และ พลาดอีกแล้ว

ประวัติศาสตร์บางเรื่อง เขาสอนให้เรียนรู้เพื่อจำ แต่ประวัติศาสตร์บางเรื่องเขาให้เรียนรู้เพื่อลืม แต่น่าเห็นใจธาริต วันนี้ เรื่องจำกลับลืม เรื่องลืมกลับจำ จนหมดความน่าเชื่อถือ กลายเป็นคนหลงๆลืมๆ ไปเสียแล้ว ถ้าคุณธาริตยังพอจำได้ ขอจดหมายที่เคยเขียนชื่นชมคุณธาริตคืน

เปิดขั้นตอน’โหวตนายกฯ’ในที่ประชุมร่วม’รัฐสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553164

09 ก.ค. 2566

เปิดขั้นตอน'โหวตนายกฯ'ในที่ประชุมร่วม'รัฐสภา'

‘โหวตนายกฯ’13 ก.ค. นี้ มีขั้นตอนอย่างไร ใครมีคุณสมบัติถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เข้าสู่ที่ประชุมร่วม’รัฐสภา’บ้าง

การให้ ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนโหวตนายกฯ มาตรา159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 376 เสียง

สำหรับรายชื่อนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เสนอไว้ตอนสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยพรรคการเมืองที่จะเสนอรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ในขั้นตอนโหวตนายกฯ ได้ต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 5 % หรือ  25 คน

ซึ่งประกอบไปด้วย พิธาจากพรรคก้าวไกล  เศรษฐา, แพทองธาร ,ชัยเกษม จากพรรคเพื่อไทย อนุทินจากพรรคภูมิใจไทย  พล.อ.ประวิตรจากพรรคพลังประชารัฐ  พล.อ.ประยุทธ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และ จุรินทร์จากพรรคประชาธิปัตย์


หากที่ประชุมรัฐสภา ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี จากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองได้ ให้สมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน จํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา

ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 (นายกฯคนนอก)ได้

ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ทั้งสองสภา ให้ยกเว้นได้ จึงกลับไป เริ่มดําเนินการ ตามขั้นตอนโหวตนายกฯใหม่  

โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้  นายกฯคนที่ 30 ของไทย จึงอาจพลิกจาก พิธา เป็นคนอื่นได้
 

โดยการเลือกนายกรัฐมนตรี จะใช้วิธีขานชื่อลงคะแนนโดยเปิดเปิดเผย ส่วนจะเริ่มจากสส.ก่อน หรือดำเนินการพร้อมกับ สว.ก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมรัฐสภา จะหารือกัน 

‘นิด้าโพล’ เชื่อ’จัดตั้งรัฐบาล’ พิธา ได้เป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553160

09 ก.ค. 2566

'นิด้าโพล' เชื่อ'จัดตั้งรัฐบาล' พิธา ได้เป็นนายกฯ

กลุ่มตัวอย่าง ‘นิด้าโพล’ เชื่อ 8 พรรคร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ดัน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ สองพรรคได้ประโยชน์จากวันนอร์

นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง ความจริงใจในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค ระหว่างวันที่ 5-7 ก.ค. 2566   จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความจริงใจในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค  เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ 

จสำรวจนิด้าโพล เมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนต่อ 8 พรรคที่กำลังร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลว่าจะร่วมมือกันอย่างจริงใจ พบว่า

  • ร้อยละ 38.40 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ
  • ร้อยละ 29.54 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ
  • ร้อยละ 16.87 ระบุว่า เชื่อมาก
  • ร้อยละ 14.43 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย



ความเชื่อของประชาชนต่อ 8 พรรคที่กำลังร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลจะสามารถผลักดันให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า ร้อยละ 38.62 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ

  • ร้อยละ 26.18 ระบุว่า เชื่อมาก
  • ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ
  • ร้อยละ 10.69 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย

นิด้าโพลยังถามเรื่องความพึงพอใจของประชาชนต่อการที่สภาฯ เลือก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

  • ร้อยละ 45.50 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ
  • ร้อยละ 37.40 ระบุว่า พอใจมาก
  • ร้อยละ 9.54 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ
  • ร้อยละ 6.34 ระบุว่า ไม่พอใจเลย



ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับพรรคการเมืองที่จะได้รับประโยชน์จากการที่สภาฯ เลือก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

  • ร้อยละ 58.93 ระบุว่า ทั้งสองพรรคได้ประโยชน์พอ ๆ กัน 
  • ร้อยละ 23.13 ระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์มากกว่า
  • ร้อยละ 7.94 ระบุว่า พรรคก้าวไกลได้ประโยชน์มากกว่า
  • ร้อยละ 6.95 ระบุว่า ทั้งสองพรรคไม่มีใครได้ประโยชน์เลย 
  • ร้อยละ 3.05 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องความจริงใจ ร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องความจริงใจ ร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค

‘พิธา’ ใจชื้น สว.ท่าทีอ่อน – ยันมีแผนเดียว สุดซอย โหวตนายกรัฐมนตรี ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553146

08 ก.ค. 2566

'พิธา' ใจชื้น  สว.ท่าทีอ่อน - ยันมีแผนเดียว สุดซอย โหวตนายกรัฐมนตรี  ก้าวไกล

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ประเมินสถานการณ์นับถอยหลัง “โหวตนายกรัฐมนตรี” บรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย เมื่อสว.ออกมาแสดงท่าทีตอบรับ ส่วนประเด็นมาตรา 112 ที่เป็นเหมือนสายล่อฟ้า ระบุ “สัญญากับประชาชนไว้ต้องทำ” ด้านการโหวตจะกี่ครั้งก็พร้อมรับมือ

นายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงวันนี้ ( 8  ก.ค. ) ความมั่นใจว่าจะได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.)  ในการ “โหวตนายกรัฐมนตรี “  มีความมั่นใจมากขึ้นตามลำดับ ได้เห็นสว.หลายท่าน  ทำจดหมายเปิดผนึกออกมาแสดงจุดยืน ซึ่งแม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อตน และชื่อพรรค แต่มองว่าเป็นโอกาสที่จะคืนความปกติให้กับระบบการเมืองไทย และให้โอกาสประเทศไทย ที่ไม่ปกติมานาน ที่มีการล้มล้างทางการเมือง และรัฐประหาร นิติสงคราม มีการยุบพรรค เป็นสิ่งที่ไม่ปกติตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญปี 60

เชื่อว่าสส.และสว. มีโอกาสที่จะคืนความปกติให้การเมือง โดยเลือกมติของรัฐบาลเสียงข้างมาก 312 เสียงถือเป็น 75% ของ สส.ทั้งหมด   “โหวตนายกรัฐมนตรี “ เป็นวาระสำคัญของประเทศที่จะบอกว่า จะไปทิศทางไหน  ส่วนเงื่อนไขของสว. เรื่องมาตรา  112  ถือเป็นเงื่อนไขที่อ่อนลงเรื่อย ๆ  เมื่อได้รับฟังคำชี้แจง และคำอธิบายถึงเหตุผล จะเห็นว่าสว. หลายท่านเริ่มเข้าใจ  เรื่องนี้ไม่ได้อิงกับพรรคการเมืองหรือนโยบายของพรรค แต่เป็นเรื่องหลักการที่จะทำให้ระบบกลับมาปกติ   ที่เหลือก็ต้องใช้สภาซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางความคิด และไม่มีใครผูกขาดนโยบายทางความคิดได้

ขณะเดียวกันก็ยังมีกรรมาธิการเพื่อขับเคลื่อนงานในสภา เมื่ออธิบายให้สว. หลายท่าน ก็มีความเบาใจและเข้าใจมากขึ้น ว่าการอนุรักษ์หรือรักษา คือทำให้เกิดการพัฒนา  เมื่อมีการพูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะก็เข้าใจกันมากขึ้น เมื่อถามย้ำว่ายืนยันจะเดินหน้าการแก้ไขมาตรา 112 ตามที่หาเสียงไว้กับประชาชนใช่หรือไม่  นายพิธา กล่าวว่า  “ครับ สัญญากับประชาชนไว้ ยังไงก็ต้องทำ”  เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะสามารถได้รับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านตั้งแต่ครั้งแรก  นายพิธา  กล่าวว่า “คิดว่าพยายามเต็มที่ที่สุด”


นายพิธา กล่าวว่า กรณีการโหวตนายกรัฐมนตรีจะกี่ครั้ง   ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้  กรณีของประธานสภาสหรัฐโหวตมากถึง 15 ครั้ง  แต่ตนไม่ได้บอกว่าจะมากน้อย หรือตัวเลขควรจะเป็นเท่าไหร่ แต่ในมุมมองของตนมองว่า ควรจะยึดมติของประชาชนเป็นหลักถ้าประชาชนไม่ถอยตนก็ไม่ถอย

“การโหวตครั้งนี้ไม่ได้โหวตให้ผม เป็นการโหวตเพื่อคืนความปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น  ไม่ได้คิดว่าเป็นการโหวตของฝ่ายค้านให้ผมแล้ว จะเป็นการสนับสนุนผมหรือนโยบายของพรรค ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน แต่เป็นหลักการของระบอบประชาธิปไตยในสภาเสียงข้างมาก  รัฐบาลผสม นี่คือหลักการที่สำคัญ เพราะเฉพาะนั้นสิ่งที่เขาจะให้คือหลักการไม่ใช่ผม “


เมื่อถามว่าคิดว่าจะต้องโหวตกี่ครั้ง ถึงจะเปลี่ยนไปเป็นการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากพรรคอันดับสอง นายพิธา  ย้ำว่า ยังไม่มีแผนสอง ทำตามแผนแผนแรกที่พรรคร่วมได้พูดคุยกันไว้ก่อน    ในช่วงท้ายผู้สื่อขาวได้ถามว่า  มานครราชสีมา จะขอพรอะไรจากย่าโม  ” ขอให้ภัยแล้งไม่หนักมาก” เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้ขอให้ตนเองเป็นนายกฯหรือ นายพิธากล่าวว่า “ไม่หรอกครับต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง  ขอให้โคราชผ่านภัยแล้งและการท่องเที่ยวดีขึ้น”  นายพิธา  กล่าว 

.

ขอขอบคุณภาพจาก พรรคก้าวไกล

พริษฐ์ ‘ก้าวไกล’ สุดมั่น จบ 376 เสียง ส่ง ‘พิธา ‘ผงาด นายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553139

08 ก.ค. 2566

พริษฐ์ 'ก้าวไกล' สุดมั่น จบ 376  เสียง ส่ง 'พิธา 'ผงาด นายกรัฐมนตรี

 สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล “พริษฐ์ วัชรสินธุ” มองโลกในแง่ดี “โหวตนายกรัฐมนตรี” 13 ก.ค. จบแบบสวย สรุป “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ขึ้นนายกรัฐมนตรี วอนสังคมอย่าเพิ่งตระหนกเพราะกลุ่มที่ปฏิเสธ ยังเป็นเพียงแค่สว.ส่วนน้อย ถึงที่สุดปักใจเชื่อ ทุกฝ่ายจะเคารพเจตจำนงประชาชน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล   ให้สัมภาษณ์ว่าการ “โหวตนายกรัฐมนตรี”  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสที่ 13  ก.ค.   พรรคก้าวไกลคาดหวังว่าจะมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) เพียงพอสนับสนุน ด้วยหลักการนายกรัฐมนตรีตามเสียงข้างมากของสส.   เชื่อมั่นว่าสว.จะอยากเห็นประเทศเดินหน้า ตามเจตจำนงของประชาชนที่แสดงออกมาผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งจำนวนเสียงสว.จะมีเพียงพอ ที่จะสนับสนุนนายพิธา   

ในการเตรียมการเรื่อง “โหวตนายกรัฐมนตรี”   พยายามสื่อสารกับสว.  เป็นวงกว้างให้มากที่สุด ซึ่งยังยืนยันหลักการเดิมว่า คาดหวังให้ สว. ลงมติให้กับนายพิธา ใช่ว่าต้องชอบนายพิธา หรือชอบพรรคก้าวไกลเป็น แต่ในฐานะของแคนดิเดตของพรรคการเมืองที่มีสส.มากที่สุด และรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง ของ สส. ตามครรลองประชาธิปไตย  และเชื่อว่าจะมี สว.จำนวนเพียงพอที่จะลงมติตามหลักการนั้น 

“จะมี จำนวน สว.เท่าไหร่เดี๋ยวก็รู้ในวันที่ 13 ไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกต่อความเห็นของ สว.บางคนมากเกินไป ด้วย 2 เหตุผล คือ  1. มีสว. ที่ออกมาแสดงความเห็น หลากหลายมากทั้งที่สนับสนุน  ,ไม่สนับสนุน และสงวนท่าที แต่เมื่อรวบรวมจำนวน สว. ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งหมด ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยมาก คงไม่สามารถคาดการณ์ตัวเลขจากความเห็นของคนไม่กี่คนได้  2.การที่ขอให้ สว.มาโหวตให้กับนายพิธา ไม่ได้อยู่ในฐานคิดว่า สว.ต้องเห็นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล หรือคิดว่าพรรคก้าวไกล ตอบโจทย์ของประเทศมากที่สุด เพียงขอแค่ว่าให้โหวตตามหลักการประชาธิปไตย คือหากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวบรวมเสียง สส.ได้เกินกึ่งหนึ่ง ก็ต้องให้ความเห็นชอบตามนั้น เราขอแค่ให้มี สว.เพียงพอที่เคารพหลักการแต่นั้นพอ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรวบรวมเสียงได้ไม่ถึง 376 เสียง จะทำอย่างไร นายพริษฐ์  กล่าวว่า อย่าเพิ่งคาดการณ์ไปถึงตรงนั้น ยังมีความเชื่อมั่นและคาดหวังว่า สว.จะมีเพียงพอ  ที่เคารพเสียงข้างมากของ สส.  และโหวตสนับสนุนนายพิธา  “ผมเชื่อมั่นและคาดหวังว่าโหวตครั้งเดียวจะจบ เพราะในมุมของพรรคก้าวไกล  ให้ความชัดเจนมากใน 2 ส่วน คือ 1.เรื่องจำนวนเสียงซึ่งมี 312 เสียง ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสส.ไปพอสมควร 2.ความชัดเจนในเรื่องของรัฐบาล 8 พรรคที่จะร่วมขับเคลื่อนด้วยกัน อย่างน้อยก็มีการระบุอยู่ในบันทึกข้อตกลง  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเราจะจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและเอกภาพได้ และคาดหวังว่า สว.จะโหวตตามเสียงข้างมากของสส.”  นายพริษฐ์  ระบุ

‘เพื่อไทย’ เหนื่อย ก้าวไกล เอาใจแฟนคลับ – เดิมพัน สว. โหวต พิธา นายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553138

08 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย'  เหนื่อย ก้าวไกล เอาใจแฟนคลับ -  เดิมพัน สว. โหวต พิธา นายกรัฐมนตรี

สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย สะท้อนผ่าน “เนชั่นทีวี” โหวตนายกรัฐมนตรี บรรยากาศไม่ต่างไปจาก พรรคก้าวไกล ท้าชน สว. ชี้สถานการณ์จะง่ายกว่านี้ หากพรรคอันดับหนึ่งเปิดทางดึงพรรคอื่นเข้ามา เพื่อให้มีเสียงมากพอ แต่เป็นเพราะคำนึงถึงมวลชนที่สนับสนุน กลายเป็นว่าทำอะไรไม่ได้เลย

นายพัฒนา สัพโส   สส. สกลนคร พรรคเพื่อไทย    ให้สัมภาษณ์กับ “เนชั่น ทีวี” ว่า   การ โหวตนายกรัฐมนตรี  วันพฤหัสที่ 13 ก.ค.  บรรยากาศไม่ต่างไปจากการที่พรรคก้าวไกล   ต้องสู้กับสมาชิกวุฒิสภา (สว.)   เห็นว่าในกระบวนการหาก พรรคก้าวไกล ไม่ปฏิเสธพรรคการเมืองต่าง ๆ การรวบรวมเสียงน่าจะง่ายกว่าที่เป็นอยู่ เพราะการสู้กับเสียง สว. ต้องผนึกกำลังด้วยเสียงจากสส.  อยากให้ พรรคก้าวไกล ลดเงื่อนไขตรงนี้ เพราะการทำงานในสภาผู้แทนราษฏร  จะฟังเพียงกลุ่มผู้สนับสนุน(แฟนคลับ) อย่างเดียวไม่ได้  กรณีพรรคเพื่อไทย   กลุ่มผู้สนับสนุน  ก็อยากให้เพื่อไทยเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล แต่การทำงานในสภา เพื่อไทย ต้องเคารพให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่ง  คือก้าวไกล


“การโหวตนายกรัฐมนตรี ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะลงคะแนนให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล แต่สิ่งที่คาดเดาไม่ถูกคือการลงคะแนนของ สว. ว่าเขาจะคิดเห็นอย่างไร เราจึงยังไม่ได้ต่อไปถึงแผนสองว่าจะดำเนินการอย่างไร  หลังการลงคะแนน คงต้องรอดูคะแนนเสียงของ สว.ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาทางพรรคเพื่อไทย ก็ได้ช่วยพูดคุยเจรจากับบรรดา สว. อยู่แล้ว”  นายพัฒนา  ระบุ  

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์  แกนนำภาคเหนือ  พรรคเพื่อไทย   กล่าวกับ “เนชั่นทีวี”  อยากขอร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง สส.และ ส.ว. เห็นแก่บ้านเมือง คืนความหวังให้ประชาชน เพราะจากการลงพื้นที่พบประชาชนสะท้อนชัดเจนว่าอยากให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล  เป็นนายกรัฐมนตรี   โดยมีพรรคร่วมอื่นอีก รวม 8 พรรค  พร้อมสนับสนุนการทำงาน   

” ขณะนี้ประเทศอยู่ในภาวะสุญญากาศ มีรัฐบาลรักษาการก็เหมือนไม่มี ข้าราชการก็ละเลย  เป็นมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง จึงอยากให้การเลือกนายกรัฐมนตรีจบภายในวันที่ 13 ก.ค. เพื่อให้ได้รัฐบาลเข้ามาขับเคลื่อนงาน ไม่เช่นนั้นประเทศจะขับเคลื่อนไปไม่ได้ โดยเฉพราะเรื่องเศรษฐกิจที่นักลงทุนต่างรอความชัดเจนของรัฐบาลใหม่” นายวิสาร   ระบุ 

.

ขอขอบคุณภาพจาก พรรคก้าวไกล 

ระทึก 8 พรรรคร่วมนัดถก หงายไพ่เสียง สว. โหวต ‘พิธา’ ขึ้นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553133

08 ก.ค. 2566

ระทึก 8 พรรรคร่วมนัดถก หงายไพ่เสียง สว. โหวต 'พิธา' ขึ้นนายกฯ

ได้เวลาเอาให้ชัด 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นำโดยเลขาธิการพรรคก้าวไกล นัดคณะกรรมการประสานพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลหารือ เตรียมความพร้อม ” โหวตนายกรัฐมนตรี ” โดยประเด็นสำคัญที่จะหารือ คือการคาดการณ์ถึงจำนวนเสียง “สว.” ที่จะหนุนหลัง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขึ้นนายกรัฐมนตรี

 มีรายงานจาก 8 พรรคร่วมรัฐบาล ว่า นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ประสานงานมายังพรรคร่วมต่าง ๆ ทั้ง 8 พรรค เพื่อนัดหมายหารือวันอังคารที่ 11 ก.ค. เวลา 09.30น. ที่รัฐสภา เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการ  “โหวตนายกรัฐมนตรี”  ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสที่ 13 ก.ค.  โดยวาระสำคัญคือความมั่นใจ ต่อเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ซึ่งสิ่งที่พรรคร่วมอยากได้ความชัดเจนจากพรรคก้าวไกล คือจำนวนเสียงสว. ที่จะสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี  

เนื่องจากที่ผ่านมา แกนนำพรรคก้าวไกลยืนยันมาโดยตลอดว่าได้เสียงสว.เพียงพอ   จึงต้องการความชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมในการ  “โหวตนายกรัฐมนตรี” ในกรณีที่อ่อนไหวจะได้ประเมินในการหาทางดึงเสียงเข้ามาเพิ่ม   ขณะเดียวกันจะมีการหารือ เพื่อเตรียมตัวรับมือเกมในสภาผู้แทนราษฏร  หากฝ่ายรัฐบาลเดิมจะเดินหมากในเรื่องนี้เช่นกัน 

 ที่ห้องอเนกประสงค์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ จัดเสวนาหัวข้อ  “ออกจากกะลาไปหารัฐธรรมนูญใหม่”  โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย  นายมุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  , นายสามชาย ศรีสันต์  อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   , น.ส.ณัฐพร อาจหาญ  คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคอีสาน  และ  นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 

นายจตุภัทร กล่าวว่า   ขณะนี้ปัญหาที่เห็นชัดเจนคือการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนเลือกแล้วว่าจะให้ใครบริหารประเทศ เจตจำนงของประชาชนจบแล้วตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ไม่ใช่ชัยชนะของพรรคก้าวไกลหรือพรรคเพื่อไทย แต่เป็นชัยชนะของประชาชน เป็นชัยชนะของ 24 ล้านเสียง ซึ่งทุกคนอยากเห็น พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย 8 พรรค อย่าหลงกลเขา (ขั้วอำนาจเดิม )  อย่าทะเลาะกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต  หรือ สว.จะโหวตสวน ขอให้ยึดประชาชนเป็นจุดร่วม ทั้ง 8 พรรค ต้องจับมือกันให้แน่นปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชน

เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สติ สว. ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ อย่าทำตามอำเภอใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553127

08 ก.ค. 2566

เลขาธิการพรรคประชาชาติ  ให้สติ สว.  'โหวตนายกรัฐมนตรี'  อย่าทำตามอำเภอใจ

สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ ” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ให้มุมมองไปถึงสว. ที่ตั้งธงต้าน ” โหวตนายกรัฐมนตรี” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ย้ำ  หลักการเลือกนายกรัฐมนตรี  ไม่ใช่การเลือกตามอำเภอใจ ต้องเลือกตามหลักจริยธรรม เมื่อสส. เสียงข้างมากมีมติ ก็ควรเคารพ

พ.ต.อ.ทวี สองส่อง   เลขาธิการพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ  เปิดเผยว่า  การ “โหวตนายกรัฐมนตรี ”  ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสที่  13 ก.ค.  เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังสมาชิกวุฒิสภา( สว. )หลายคนออกมาสนับสนุน  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล   ขณะเดียวกันขอฝากไปถึงสว.บางฝ่ายว่า ”  หลักการเลือกนายกรัฐมนตรี  ไม่ใช่การเลือกตามอำเภอใจ ต้องเลือกตามหลักจริยธรรม ตามครรลองในการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งสำคัญ”      ท้้งนี้หาก สส. เสียงข้างมากมีมติเลือกบุคคลใดแล้วนั้น หน้าที่ของสว. ก็ควรมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบตามเสียงส่วนใหญ่

ขณะนี้สว.หลายคน ออกมาแสดงท่าที พร้อม ” โหวตนายกรัฐมนตรี “ ให้กับบุคคลที่มาจากพรรคการเมืองเสียงข้างมาก และเชื่อว่าคงไม่มีใครเลือกจากเสียงข้างน้อย เพราะจะส่อให้เห็นเจตนาว่าไม่ต้องการให้เป็นประชาธิปไตย  สำหรับการเตรียมความพร้อมโหวตนายกรัฐมนตรี ของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ในวันอังคารที่ 11 ก.ค.  คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะมีการหารือกัน

โดยยืนยันมติเดิมว่าจะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามร่าง  ที่ตกลงกันก่อนหน้านี้  “ส่วนข้อเสนอของบางฝ่ายที่ระบุว่า หากรอบแรกชื่อนายพิธา ไม่ผ่าน ก็ไม่ควรเสนอชื่อซ้ำ  เรื่องนี้โดยแท้จริงไม่มีข้อกฎหมายกำหนดไว้  จะเห็นว่ากรณีการเลือกกรรมการ ขององค์กรอิสระก็มีการเลือกได้หลายครั้ง “เขา  กล่าว