‘สุชาติ’ เข้ากระทรวงวันแรก พร้อมทำงานด้าน ‘พาณิชย์’ เจรจาการค้ากับ ตปท.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574365

09 พ.ค. 2567

11:39 น.

'สุชาติ' เข้ากระทรวงวันแรก พร้อมทำงานด้าน 'พาณิชย์' เจรจาการค้ากับ ตปท.

‘สุชาติ’ ถือฤกษ์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเริ่มงาน ‘รัฐมนตรีช่วย’ ไร้กังวลย้ายจาก ‘แรงงาน’ มา ‘พาณิชย์’ ลั่นพร้อมเป็นตัวแทนเจรจาการค้า เพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ขณะที่ สส.รทสช. แห่ยินดี เชื่อฝีมือ ‘เสี่ยเฮ้ง’

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถือฤกษ์งามยามดีเข้าสักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และผู้บริหาร ข้าราชการ ประจำกระทรวงให้การต้อนรับ 

เริ่มจากถวายพวงมาลัยและสักการะ ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าแม่ทุ่งน้อย พระอนุสาวรีย์ฯกรมพระจันทบุรีนฤนาถ รับประทานพร พระรูปฯกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน หลวงพ่อโอภาสี จากนั้นเวลา 07.45 น. นายสุชาติ ได้เข้าห้องทำงานประจำตำแหน่ง ก่อนที่ช่วงสายจะประเดิมงานแรกประชุมสภาธุรกิจร่วมซาอุดี-ไทย

\'สุชาติ\' เข้ากระทรวงวันแรก พร้อมทำงานด้าน \'พาณิชย์\' เจรจาการค้ากับ ตปท.

นายสุชาติ กล่าวว่า การเข้ารับตำแหน่งในวันนี้มาด้วยความตั้งใจ มาทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งได้รับมอบหมายงานจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดูแล กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ , สำนักนโยบายแผนและยุทธศาสตร์ , สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) 

เมื่อถามว่าพึงพอใจกับงานที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นงานที่ตนถนัดอยู่แล้วตั้งแต่สมัยที่เคยอยู่กระทรวงต่างๆ ตนก็เราทำ เรื่องของการเจรจา การทำข้อตกลง 

เมื่อถามว่ามีความน้อยใจหรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าจะเหมือนกรณีของ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง หลังน้อยใจเกี่ยวกับการแบ่งงาน นายสุชาติ ระบุ “ดีใจสิครับ ต้องดีใจ” ตรงนั้นต้องแล้วแต่ผู้บริหารแต่ละท่าน ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ตนเองตั้งใจที่จะมาทำงานให้กับนายภูมิธรรมอยู่แล้ว รวมถึงสิ่งสำคัญข้าราชการทุกคนตั้งแต่ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดีทุกท่านมีความรู้มีความสามารถสูงมากเช่นกัน 

ส่วนได้หารือกับนายกฤษฎาหรือไม่ นายสุชาติก็ยอมรับการตัดสินใจของนายกฤษฎา เพราะเป็นพี่อีกคนที่สนิทกัน  ท่านเป็นพี่ที่ดี มีความสามารถ เป็นปลัดกระทรวงการคลังมา 3 ปีและเคยร่วมงานกันช่วงโควิดระบาด  

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

ส่วนการมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวกับงานด้านเศรษฐกิจนั้น จะต้องปรับเปลี่ยนหน้าที่และบทบาทการทำงานมากน้อยเพียงใด เนื่องจากก่อนหน้าที่เคยดูแลกระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ระบุว่า ทั้ง 2 สิ่งสัมพันธ์กัน สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตนก็ไปเปิดตลาดต่างประเทศในเรื่องของแรงงาน วันนี้ตนอยู่กระทรวงพาณิชย์ก็ทำเรื่องการค้าการขายกับต่างประเทศให้สนใจสินค้าไทย ต้องต่อรองตกลงกัน ไม่ให้เสียเปรียบเขา ซึ่งเราจะมีกรอบพูดคุยให้อยู่ในขอบเขต ไม่ใช่เจรจาโดยคิดเอง ต้องเอาหลักความเป็นจริงเป็นหลัก รวมถึงมองว่าการจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กัน แรงงานแข็งแรง มีคุณภาพ สินค้าเกษตร การค้าขายพรีเมี่ยม เราก็เป็นพ่อค้าได้ ขายสินค้าไปยังต่างประเทศได้ 

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ เมื่อได้ทำงานร่วมงานกับรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย นายสุชาติ ยืนยัน ไม่มีหนักใจ ไม่กังวลใจเลย เพราะนายภูมิธรรมเป็นผู้ใหญ่ ตนติดตามผลงานมาตั้งแต่สมัยปี 2548 มองว่า ท่านเป็นคนเก่ง มีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน เป็นคนที่จริงจัง ที่สำคัญที่สุดคือ ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งท่านได้กำชับกับตนว่าทำอย่างไรก็ได้ เพื่อปากท้องประชาชน

ส่วนจะขับเคลื่อนการทำงานอย่างไร นายสุชาติ ยอมรับว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงใหญ่ ต้องใช้เวลาศึกษานิดนึง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือทำอะไรก็ได้ที่ประชาชนได้ประโยชน์ตามที่ตนมีโอกาสได้พระมหากรุณาธิคุณเข้าถวายสัตย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้โอวาทไว้ ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน 

เมื่อถามถึงการส่งออกทุเรียนไปยังต่างประเทศ เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูการทุเรียน นายสุชาติ ยืนยันว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพต้องได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบสินค้าที่ส่งออก ต้องพรีเมี่ยมจริงๆ ไม่ใช่ทุเรียนอ่อน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องดูแลอยู่แล้ว รวมถึงสั่งการให้ตนดูเรื่อง สินค้ารองที่จะส่งออกด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ส่งสินค้าหลักเท่านั้น ต้องมีสินค้ารองพ่วงด้วย 

ด้านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยัน พร้อมทำงานร่วมกับนายสุชาติ โดยนายภูมิธรรมมอบนโยบายชัดเจนว่าให้รัฐมนตรีแต่ละท่านดูแลอะไร ข้าราชการก็เตรียมข้อมูลไว้หมดแล้วพร้อมภารกิจที่สำคัญ โดยสกิลของนายสุชาติ เรื่องกระทรวงแรงงาน ท่านก็เคยดูแลมาหมด ฉะนั้นการทำงานเกี่ยวกับการค้า ก็คล้ายๆกัน 

สส.พรรครวมไทยสร้างชาติแสดงความยินดีสส.พรรครวมไทยสร้างชาติแสดงความยินดี

ขณะเดียวกันวันนี้ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และ กลุ่ม สส.จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจ 

เมื่อถามว่า พึงพอใจกับตำแหน่งของนายสุชาติหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เรื่องความพอใจ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ หลังจากที่เราตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ทุกตำแหน่งมีความสำคัญกันหมด  พรรคก็สนับสนุนนายสุชาติ เพราะท่านเองก็เป็นคนที่มีประสบการณ์ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาก่อน เพราะฉะนั้นเชื่อว่าสวมหมวกใบใหม่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ยังสามารถทำงานบรรลุลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนโยบายของกระทรวงและนโยบายของรัฐบาล ที่สำคัญจะเป็นกำลังสำคัญของพรรคต่อไป 

ส่วนการที่นายสุชาติได้รับตำแหน่งนั้น สส.และสมาชิกของพรรค พึงพอใจหรือไม่ ขออย่าไปคิดมาก การบริหารพรรคการเมืองหรือการเสนอชื่อคนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตนมองว่า ต้องดูที่ความสามารถ ความเหมาะสมหรือที่ประสบการณ์ ใครที่จะสามารถทำประโยชน์ให้กับกระทรวง รัฐบาล ประเทศ ยืนยันไม่ได้มาบริหารความพึงพอใจของคนในพรรค และวันนี้ก็เห็นแล้วว่า มี สส. ในพรรคจำนวนมากมาแสดงความยินดี เพราะทุกคนรักท่าน เป็นนักเลง ใจใหญ่ เป็นพี่ชายเขาเรียกกัน “พี่เฮ้ง”

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

\'สุชาติ\' เข้ากระทรวงวันแรก พร้อมทำงานด้าน \'พาณิชย์\' เจรจาการค้ากับ ตปท.

นายกฯ สั่ง ยาบ้า 1 เม็ด – กัญชา เป็นยาเสพติด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574364

09 พ.ค. 2567

11:30 น.

นายกฯ สั่ง ยาบ้า 1 เม็ด - กัญชา เป็นยาเสพติด

นายกฯ สั่ง ยาบ้า 1 เม็ด เป็นยาเสพติด ดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด อนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญสรุป ดังนี้ 

นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายว่า ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ได้ยินทุกครั้งในการไปลงพื้นที่ ชาวบ้านประชาชนในหลายชุมชนรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุหนึ่งก็เกิดมาจากการที่ยังเห็นคนที่ติดยาหรือกำลังบำบัดเดินอยู่ในชุมชน ซึ่งคนติดยาเหล่านี้ก็หยุดยาเองทำให้การบำบัดไม่สำเร็จ และทำให้พวกเขากลับมาอยู่ในวงจรยาเสพติดอีกครั้ง วันนี้จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันทำงานให้หนักยิ่งขึ้นไปอีกให้สมกับที่เราประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ยาเสพติดหมดไป โดยจัดการผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อยให้ราบคาบ และบำบัดลูกหลานที่ติดยาให้สำเร็จไปด้วยกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทำงานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยึดทรัพย์ให้มากขึ้นทั้งรายใหญ่รายย่อย

ส่วนเรื่องปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎหมายเรื่องปริมาณยาบ้า และความผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจนในการจับผู้เสพ ผู้ค้า ขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ด แทนที่จะเขียนว่าปริมาณเล็กน้อย เพื่อเป็นหลักการให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำตามได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และขอให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมียาเสพติดกี่เม็ดก็ผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นผู้เสพ จะถูกแจ้งข้อหาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงขอฝากถึงพนักงานสอบสวนทํางานให้หนักขึ้น เพื่อดูเจตนาอีกครั้งว่าเป็นผู้เสพ หรือผู้ค้า 

ส่วนเรื่องกัญชาขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขประกาศกระทรวง โดยดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น สำหรับเรื่องการบําบัด ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม ยกระดับประสิทธิภาพงานบําบัดยาเสพติด ทั้งในศูนย์บำบัด เรือนจํา และระบบคุมประพฤติ พร้อมฝากให้ร่วมกันจับผู้ที่หลบหนีการบําบัด หรือบําบัดไม่ผ่านมาดําเนินคดี 

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องการใช้ค่ายทหาร หรือฝ่ายปกครองตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ หากมีผู้ต้องเข้ารับการบำบัดจำนวนมากจะต้องร่วมมือกับทางกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีความชัดเจนในแง่ของการใช้พื้นที่ในค่ายทหาร โดยให้ใช้ค่ายทหารหนึ่งแห่งเป็นต้นแบบในการทดลองบำบัด และให้มีคณะกรรมการบำบัดเข้าควบคุมดูแลในระยะเวลา 3 – 6 เดือน แล้วนำผลการนำร่องไปเผยแพร่ว่าสามารถดำเนินแนวทางในค่ายทหารจังหวัดอื่น ๆ ได้หรือไม่ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงสาธารณสุขให้แก้ไขกฎหมาย ประกาศ รวมถึงอนุญาตให้ใช้วัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ หากพบปัญหาขอให้รายงานโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาที่สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เนื่องจากยาเสพติดเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานให้หนักขึ้น ร่วมกันตรวจ จับ ปราบปราม ยึดทรัพย์ให้มากขึ้นและบำบัดให้ทั่วถึง โดยการดำเนินการของแต่ละหน่วยงานจะต้องมีความคืบหน้าที่ชัดเจนรายงานกลับภายใน 90 วัน อีกทั้งสิ่งที่น่ากังวลคือ เรามีการจับกุมยาเสพติดได้มากกว่าเดิมถึง 4 – 5 เท่า แต่ราคายาเสพติดกลับไม่สูงขึ้น ซึ่งเราต้องใช้ทุกวิธีในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

ศึกในอก ‘พีระพันธุ์’ พท.ถอดเขี้ยว ‘กฤษฎา’ ปมท่อน้ำเลี้ยงมีปัญหา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574346

08 พ.ค. 2567

18:58 น.

ศึกในอก ‘พีระพันธุ์’ พท.ถอดเขี้ยว ‘กฤษฎา’ ปมท่อน้ำเลี้ยงมีปัญหา

พรรคลุงตู่ป่วน พีระพันธุ์ นั่งบนภูดูเพื่อไทย ถอดเขี้ยวกฤษฎา โยงปมร้าวลึกสปอนเซอร์-นักเลือกตั้ง ชี้ชะตาอนาคตรวมไทยสร้างชาติ

งตุ๋ย พีระพันธุ์ เหนื่อย เจอศึกใน-ศึกนอก ยุคเศรษฐา 2งตุ๋ย พีระพันธุ์ เหนื่อย เจอศึกใน-ศึกนอก ยุคเศรษฐา 2

พรรคลุงตู่ป่วน พีระพันธุ์ สงบนิ่ง กฤษฎา คิดลาออก รมช.คลัง โยงปมร้าวลึกสปอนเซอร์-นักเลือกตั้ง ชี้ชะตาอนาคตรวมไทยสร้างชาติ

ส่องรวมไทยสร้างชาติ กฤษฎา คนนอกในโควตาพรรค พีระพันธุ์-เอกนัฏ น้ำท่วมปาก ยิ่งนานวัน ยิ่งแปลกแยก สปอนเซอร์ส่อแยกทาง

ข่าวใหญ่ช่วงบ่ายวันที่ 8 พ.ค.2567 กฤษฎา จีนะวิจารณะ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง กับพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง

ถัดมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้นๆว่า “ผมได้โทรศัพท์ไปหานายกฤษฎา โดยบอกว่าขอระงับใบลาออกไว้ก่อน ซึ่งนายกฤษฎา หัวเราะ พร้อมบอกว่าขอคิดดูก่อน”

มีกระแสข่าวว่า นายกฯเศรษฐา ให้เวลา รมช.กฤษฎา กลับไปนอนคิดเป็นเวลา 1 คืน ก่อนตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์กรณี กฤษฎา ลาออกจาก รมช.คลัง ด้วยน้ำเสียงปกติ  

ลุงตุ๋ย-พีระพันธุ์ ยังย้ำว่า กฤษฎาลาออก แต่โควตารัฐมนตรี 1 เก้าอี้ก็ยังเป็นของพรรค รทสช. และทางพรรคพร้อมหาคนใหม่ไปนั่งแทน

อย่างที่รู้กัน ปลัดตู่-กฤษฎา จีนะวิจารณะ เข้ามาเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลเศรษฐา 1 โควตาพรรค รทสช.ก็จริง แต่มาทางสปอนเซอร์ใหญ่ จึงไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับ สส.พรรคลุงตู่มากนัก

เมื่อมีการปรับ ครม.เศรษฐา 2 บ้านใหญ่จันทร์ส่องหล้า มีแนวคิดจะให้กระทรวงการคลังอยู่ในมือพรรคเพื่อไทยทั้งหมด 

ตามแผนเพื่อไทย หวังจะดันเผ่าภูมิ โรจนสกุล มานั่ง รมช.คลัง แทนกฤษฎา แล้วโควตารัฐมนตรีเดิม ที่เป็นของ รทสช.นั้น ทางนายใหญ่เสนอให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ จะมานั่ง รมช.กลาโหมแทน

ฝั่ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ไม่มีปัญหาต่อข้อเสนอของเพื่อไทย แต่ฝั่งสปอนเซอร์ใหญ่ของ รทสช. ดึงเกมยื้อ ไม่ยอมให้กฤษฎาพ้นจาก รมช.คลัง

สุดท้ายนายใหญ่ต้องยอมให้มี รมช.คลัง 3 คนคือ จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ,เผ่าภูมิ โรจนสกุล และกฤษฎา จีนะวิจารณะ

ถอดเขี้ยวกฤษฎา

เมื่อพรรคเพื่อไทยต่อรองให้พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) สละเก้าอี้รมช.คลัง ไปรับโควตา รมช.กลาโหมแทนไม่สำเร็จ จึงต้องมี รมช.กฤษฎา อยู่ในทีมกระทรวงการคลัง รัฐบาลเศรษฐา

พลันที่ขุนคลังคนใหม่ พิชัย ชุณหวชิระ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แบ่งงานให้ 3 รมช. สร้างความน้อยใจให้กับ รมช.กฤษฎา จนต้องยื่นใบลาออก

ลองมาดูเนื้อในการแบ่งงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กำกับดูแล กรมศุลกากร กรมสรรพากร และ กรมสรรพสามิต มินับรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานรัฐเกรดเอ

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กำกับดูแลสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ กรมธนารักษ์ พร้อมกำกับรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐอีกมาก

ตรงกันข้ามกับ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง กำกับดูแลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพียงหน่วยงานเดียว ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานรัฐ ก็มีการยาสูบแห่งประเทศไทย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ฯลฯ


ขณะที่พิชัย กำกับกรมบัญชีกลาง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) 

การแบ่งงานสไตล์ขุนคลังพิชัย จึงเรียกว่าเป็นปฏิบัติการถอดเขี้ยวกฤษฎา โทษฐานขอแล้วให้ถอนตัวจาก รมช.คลัง แต่สปอนเซอร์ไม่ยอมถอย

พรรคลุงตู่ยังแกว่ง

อีกด้านหนึ่ง ในพรรครวมไทยสร้างชาติ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ได้มีหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค แต่วงในแจ้งว่า ไม่มีความขัดแย้งใดๆ 


ก่อนหน้านี้ เคยมีกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างพีระพันธุ์-เอกนัฏ แต่ภายหลัง มีการเคลียร์ใจกัน และเอกนัฏ ก็ประกาศจะอุ้มลุงตุ๋ยให้สืบทอดดีเอ็นลุงตู่ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อไม่นานมานี้ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ได้เปลี่ยนตัว ผอ.พรรค รทสช.แบบเงียบๆ จากมาดามออย-พิชชารัตน์ เลาหะพงศ์ชนะ เป็นหิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาลุงตุ๋ย

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้มาดามออย ลาออกจากรองเลขาธิการพรรค รทสช. และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีรอยร้าวระหว่างสปอนเซอร์กับฝั่งลุงตุ๋ย และพลพรรคนักเลือกตั้ง

นายกฯ ระงับใบลาออก ‘กฤษฎา’ ให้กลับไปนอนคิด 1 คืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574340

08 พ.ค. 2567

16:53 น.

นายกฯ ระงับใบลาออก ‘กฤษฎา’ ให้กลับไปนอนคิด 1 คืน

นายกฯ ระงับใบลาออก ‘กฤษฎา’ รมช.คลัง ให้กลับไปนอนคิด 1 คืน ยอมรับปัญหาน่าจะมาจากการแบ่งงาน หวังว่าจะได้ยินข่าวดี เพราะรู้จักกันมานาน

นายเศรฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวยื่นใบลาออกของนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังว่า ได้โทรไปสอบถาม ซึ่งนายกฤษฎีกาบอกว่าใบลาออกกำลังเดินทางมา จึงให้กลับไปคิดก่อน 1 คืน แล้วค่อยว่ากันใหม่ ซึ่งนายกฤษฎีกาก็หัวเราะ จึงบอกให้คิดดูก่อน ยังไม่รับ นายกฤษดาก็เป็นน้อง รู้จักมานาน 

นายกฯ บอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นมากกว่า ต้องมีการพูดคุยกัน ตนได้บอกว่าหากท่านมีความไม่สบายใจในการแบ่งงาน ก็ยังมีโปรเจ็คอีกมากในกระทรวงการคลัง ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีได้ และทาง รมว.คลัง ก็พร้อมที่จะมอบหมายงานเพิ่มเติมให้

เมื่อถามถึงเหตุผลที่นายกฤษฎา ได้ยื่นลาออก  นายกฯ ยอมรับว่า ก็คงเป็นเรื่องการแบ่งงานมั้งครับ นายพิชัย ชุนหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง จะโทรหาท่านกฤษดา แต่ท่านไม่รับสาย ผมจึงโทรหาแทน

ส่วนนายกฯ จะพิจารณาการแบ่งงานในกระทรวงการคลังใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าต้องให้ให้เกียรติรัฐมนตรีท่านแบ่งงานไว้ ซึ่งมันมีงานเพิ่มอีกเยอะ งานบางอย่างไม่ได้ระบุไว้ทั้งหมด มีโปรเจคเยอะไปหมดที่ต้องช่วยกัน เชื่อว่า รมว.คลัง เหลือขอบเขตงานไว้ใช้และแบ่งให้กับรัฐมนตรีช่วยฯ กฤษกา ซึ่งท่านก็เป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง ที่สามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ได้ดี และคงไม่มีปัญหา เพราะการแบ่งงานมีแพลนอยู่แล้ว คุยกันล่วงหน้าอยู่แล้ว ว่าทำไมถึงแบ่งงานอย่างนี้ และทำไมจึงต้องเหลือบางพื้นที่ให้นายกฤษดาได้ทำงาน ในแง่ของโปรเจ็คที่มีมีอยู่อีกจำนวนมาก ที่สามารถทำได้ 

ส่วนที่นายกฯ เคยระบุว่าจะเรียกคุยภายในหลังปรับ ครม. เพราะอาจมีรัฐมนตรีบางคนน้อยใจอยู่ แต่ยังไม่ออกอาการอะไร นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่ได้เรียน มันก็มีคนพอใจ ไม่พอใจ มีความสุข ไม่มีความสุข เป็นธรรมดาของการที่เราจะต้องตัดสินใจอะไรออกไป โดยยึดโยงกับงานเป็นหลัก ก็มีการคุยตลอด คุยกันตั้งแต่เช้าตนก็ไม่ได้ไปไหน 

เรื่องนี้ส่งผลการทำงานกับรัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากมีรัฐมนตรีที่ยื่นลาออกไป 2 คน นายกฯ ระบุว่า ไม่มีครับ ที่ลาออกไปก็มีการแต่งตั้งแล้วไม่ใช่หรือ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร  ซึ่ง รมว.ต่างประเทศคนใหม่ ท่านเป็นอดีตทูต 

ส่วนจะต้องเคลียร์ใจกับนายกฤษดาหรือไม่ เพราะว่าเหมือนจะน้อยใจที่ถูกลดเป็นรัฐมนตรีช่วยอันดับ 3 นายกฯ ระบุว่า โทรไปหาแล้วเมื่อสักครู่ ก็ต้องรอคำตอบพรุ่งนี้ เบรกไว้ก่อนพูดไปแล้วชัดเจน เมื่อถามว่า การเบรกจะสำเร็จหรือไม่  นายกฯ ระบุว่า “ก็หวังว่าจะสำเร็จนะครับ เพราะกับท่านก็รู้จักกันมานาน”

‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ลาออก รมช.คลัง เหตุแบ่งงานไม่แฟร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574335

08 พ.ค. 2567

16:19 น.

‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ลาออก รมช.คลัง เหตุแบ่งงานไม่แฟร์

‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ลาออก รมช.คลัง เหตุแบ่งงานไม่แฟร์ ได้กำกับ สบน.หน่วยงานเดียว คาดถูกลดบทบาทเพราะไม่ใช่โควตาเพื่อไทย ไม่ค่อยออกหน้าเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต

มีรายงานว่า นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ลาออกจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (โควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ) ถือเป็นรัฐมนตรีคนที่ 2 ที่ลาออกเอง หลังจากปรับคณะรัฐมนตรี ได้เพียงหนึ่งสัปดาห์เศษ

สำหรับสาเหตุเกิดจากการแบ่งงานกันในบรรดารัฐมนตรีในกระทรวงการคลัง โดยนายกฤษฎา ที่มีประสบการณ์เป็นถึงอดีตปลัดกระทรวงการคลัง แต่ได้กำกับดูแลส่วนราชการหลักเพียงที่เดียวคือ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังที่ได้กำกับ ได้แก่ การยาสูบแห่งประเทศไทย , สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) , บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) , สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) , สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ.

ขณะที่ รมช.คลัง อีก 2 คน ได้กำกับส่วนราชการหลักคนละ 3 หน่วยงาน โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กำกับดูแล กรมศุลกากร , กรมสรรพากร , กรมสรรพสามิต ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังที่ได้กำกับ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร , องค์การสุรา , โรงงานไพ่ , กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ส่วนนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กำกับดูแล สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ , กรมธนารักษ์ ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังที่ได้กำกับ ได้แก่ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด , ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย , กองทุนการออมแห่งชาติ , บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

มีการวิเคราะห์กันถึงสาเหตุ นอกจากจะเป็นรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากโควตาพรรคเพื่อไทยแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าที่ผ่านมานายกฤษฎา ในฐานะรมช.คลัง ไม่ได้แสดงบทบาทชัดเจนต่อการสนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตต่อสาธารณะ จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ถูกปรับบทบาทการทำงานในกระทรวง และนำมาสู่การลาออกครั้งนี้

‘ส.ต.ต.พิจักษณ์’ ขอบคุณ ‘พีระพันธุ์’ ช่วยสานฝันต่อนายร้อย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574328

08 พ.ค. 2567

15:29 น.

‘ส.ต.ต.พิจักษณ์’ ขอบคุณ ‘พีระพันธุ์’ ช่วยสานฝันต่อนายร้อย

‘ส.ต.ต.พิจักษณ์’ มอบพวงมาลัยขอบคุณ ‘พีระพันธุ์’ ช่วยเข้าเรียนต่อนายร้อย จากปัญหาพิสูจน์สถานะครอบครัว ยืนยันพ่อเป็นคนไทย

ส.ต.ต.พิจักษณ์ ทองใสเกลี้ยง เข้ามอบพวงมาลัยเพื่อขอบคุณ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ที่ช่วยติดต่อประสานงาน กรณีขาดคุณสมบัติและเอกสารในการเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจ

สูติบัตรของผม ไม่ปรากฏบิดาโดยกำเนิด จึงไม่มีเอกสารเอาไปยื่นต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งต้องเข้ารายงานตัว วันที่ 10 พ.ค. 67 และรายตัวต่อโรงเรียนเตรียมทหาร 12 พ.ค. 67 ซี่งท่านพีระพันธุ์ ได้ให้ความช่วยเหลือ ประสานกับทางโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง ให้พิจารณาคุณสมบัติของผมอีกที“

ส.ต.ต.พิจักษณ์ กล่าวต่อว่า ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทางครอบครัวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก็อาจทำให้ขาดเอกสารแบบตน ซึ่งก็จะเป็นการปิดกั้นโอกาสเด็กรุ่นใหม่ ในการเป็นทหาร ตำรวจ ทั้งนี้ ตนอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก เพราะมีความชอบ และมีญาติเป็นตำรวจด้วย จึงตั้งใจเข้าสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร

นายพีระพันธุ์ รับพวกมาลัย พร้อมกล่าวอวยพรและให้สัมภาษณ์ว่า น้องได้มาขอความช่วยเหลือหลังจากที่เป็นนักเรียนนายสิบแล้ว ก็ไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้ แต่ก็มาเกิดปัญหาตามที่เป็นข่าว จึงได้เชิญแม่มาพูดคุย และให้คนไปตรวจสอบพื้นที่ ก็เชื่อว่าพ่อ ของน้องเป็นคนไทยแน่นอน มีตัวตนจริง เพียงแต่ตามตัวไม่เจอ แต่คนที่อยู่ตรงพื้นที่รู้จัก จึงเชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริง และให้หน่วยงานต่างๆไปช่วยดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

ก็ต้องขอบคุณอธิบดีกรมราชทัณฑ์ซึ่งเป็นต้นทางในการให้ข้อเท็จจริง รวมถึงรักษาการ ผบ.ตร. ที่ดูแลเป็นอย่างดี ส่วนหน่วยงานต่างๆก็ให้ความเป็นธรรมที่ถูกต้อง จึงขอให้น้องประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดูแลประชาชน เมื่อตัวเองเคยผ่านเรื่องเดือดร้อนมาเยอะ วันนี้จะมีโอกาสดูแลคนอื่น ก็ขอให้ทำหน้าทีให้ดี พร้อมยืนยันว่าจากกรณีนี้ไม่จำเป็นจะต้องมีการแก้กฎหมายหรือกฎระเบียบ เพราะหน่วยต้นสังกัดคือตำรวจ ได้ตรวจสอบหมดแล้ว

‘จิรัฏฐ์’ รับทราบข้อหา ยืนยัน สด.43 ของจริง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574322

08 พ.ค. 2567

14:40 น.

‘จิรัฏฐ์’ รับทราบข้อหา ยืนยัน สด.43 ของจริง

‘จิรัฏฐ์’ สส.ก้าวไกล รับทราบข้อกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารคัดเลือกทหาร ยืนยัน สด.43 ของจริง ผ่านตามขั้นตอนกฎหมาย รายละเอียดให้เป็นเรื่องในสำนวน

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล พร้อมทนายความ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ของ สน.ประชาชื่น ข้อหาปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม กรณีการได้มาซึ่งใบผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือ สด.43 ที่พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้มอบหมายให้นายทหารพระธรรมนูญ เข้าแจ้งความดำเนินคดี นายจิรัฏฐ์

นายจิรัฏฐ์ ให้สัมภาษณ์ ก่อนพบพนักงานสอบสวน ระบุว่า วันนี้รับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ส่วนรายละเอียดเป็นไปตามสำนวนเพราะเป็นคดีความแล้ว แต่วันนี้ได้เตรียมพยานหลักฐานมาแสดงข้อเท็จจริงกับตำรวจด้วย ส่วนจะเอาเอกสารตัวจริงมาให้ดูหรือไม่ ขอไม่ตอบให้เป็นส่วนของทนายดำเนินการ แต่ไม่กังวลใจ ยืนยันว่าเอกสารที่นำมาแสดงในวันแถลงข่าวเป็นเอกสารที่ได้รับมาจากทางราชการ ไม่ได้ปลอม เป็นหลักฐานเอกสารที่ใช้ยืนยันว่า ตนเองผ่านกระบวนการในอดีตมาแล้ว ไม่ได้มีผลทางกฎหมายอะไร 

ส่วนกรณีที่ไม่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือและเป็นข้อสงสัยอยู่นั้น นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า ขอให้เป็นรายละเอียดที่จะให้การในสำนวน เพราะเป็นคดีความแล้ว และมั่นใจว่าสามารถต่อสู้ในประเด็นนี้ได้เพราะเป็นเอกสารที่ถูกต้อง

ส่วนได้สอบถามไปทางกองทัพบ้างหรือยังตั้งแต่มีประเด็น นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า  ทางกรรมาธิการทหารได้พูดคุยกับกองทัพแล้วแต่ก็ไม่ได้รายละเอียด และไม่ได้คำตอบอะไร และกรรมาธิการทหาร ก็ยังไม่ได้เอกสารอะไรจากกองทัพ เพราะเป็นสำนวนต้นขั้วที่กองทัพไม่ได้ให้ 

นักข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีการมาแจ้งความดำเนินคดี นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า “เอกสารที่ตนเองนำมาแสดงเป็นเอกสารที่ยืนยันว่า ในอดีตผมเคยผ่านกระบวนการทางราชการมาแล้ว และผมคิดว่าหน่วยงานราชการไม่ได้มีหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารทางราชการที่ปรากฎตามสื่อออนไลน์ เพราะไม่งั้นก็ต้องตรวจทุกคน และเอกสารนี้เป็นเอกสารที่หมดอายุความไปแล้วไม่ได้มีผลทางกฎหมาย การกระทำแบบนี้จึงมองว่าเป็นการดิสเครดิตกันเฉยๆ”

ทั้งนี้ทางกรรมาธิการทหารได้ตรวจสอบคนเซ็นต์เอกสารหรือไม่ นั้นมองว่า ไม่ใช่หน้าที่ของตนเองในการไปตรวจสอบว่าใครเป็นคนเซ็นต์ และไม่ใช่หน้าที่ตนเองในการทำเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาด้วย

ส่วนที่มีรายงานว่ากองทัพบก ระบุ ไม่มีต้นขั้วใบ สด.43 ของนายจิรัฏฐ์ นั้น นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า เขาบอกว่าไม่มีต้นขั้วของ “นวรินทร์” ไม่ได้บอกว่าไม่ได้มีต้นขั้วของ “จิรัฏฐ์” คงต้องไปถามกองทัพด้วยว่าได้มีการตรวจสอบใบ สด.43 ของประชาชนที่โพสต์ลงสื่อออนไลน์หรือไม่ว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอม ตนเองคงไม่ไปก้าวก่าย พร้อมยืนยันย้ำว่า ‘ใบสด.43 เป็นของจริง’ ตนเองไม่ไปปลอมแปลงอยู่แล้ว เพราะเป็นใบเอกสารตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้วไม่รู้จะปลอมแปลงขึ้นมาทำไม และจริงๆ เรื่องมันไม่มีอะไร แต่ทำให้งานที่ตนเองทำอยู่มันช้าลง

นักข่าวถามว่า ที่มองเป็นการดิสเครดิตเป็นเพราะว่าเป็นการออกมาจี้เรื่องปฏิรูปกองทัพหรือไม่ นายจิรัฏฐ์ยอมรับว่า มีส่วน แต่ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ มีอีกหลายเรื่อง มีกระบวนการไอโอ มีกระบวนการที่จะขัดขวางกระบวนการทำงานตลอดอยู่แล้ว    

จากนั้นนายจิรัฏฐ์ พร้อมกับทนายความ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและให้ปากคำ บริเวณชั้น 3ของ สน.ประชาชื่น โดยตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบันทึกภาพ

สหายใหญ่สมชื่อ ‘ภูมิธรรม’ เงาอำนาจ ‘ทักษิณ’ ทาบทับไทยคู่ฟ้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574312

08 พ.ค. 2567

13:25 น.

สหายใหญ่สมชื่อ ‘ภูมิธรรม’ เงาอำนาจ ‘ทักษิณ’ ทาบทับไทยคู่ฟ้า

ส่องเส้นทางสหายใหญ่ ภูมิธรรม จากวนาสู่นาคร จากเอ็นจีโอสู่กงสีชินวัตร ขยับคุมกลาโหม-ศอ.บต. เงาอำนาจทักษิณทาบทับไทยคู่ฟ้า

อีเวทน์กินข้าว 10 ปี หากไม่ใช่ อ้วน ภูมิธรรม ไม่มีใครกล้าทำอีเวทน์กินข้าว 10 ปี หากไม่ใช่ อ้วน ภูมิธรรม ไม่มีใครกล้าทำ

ใหญ่สมชื่อ ภูมิธรรม เบอร์สองขยับคุมกลาโหม-ศอ.บต. เงาอำนาจทักษิณทาบทับไทยคู่ฟ้า สะท้อนตะวันดวงที่สองแสงแรงกล้า

ส่องเส้นทางสหายใหญ่ ภูมิธรรมจากวนาสู่นาคร จากเอ็นจีโอสู่กงสีชินวัตร รับใช้ทักษิณ อัศวินคลื่นลูกที่สาม ปั้นไทยรักไทยมากับมือ 

โฉมหน้า ครม.นิด 2 เศรษฐา ทวีสิน นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ไม่มีควบกระทรวง แถมจัดสรรอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีเต็มที่ ทำให้นายกฯเศรษฐา เหมือนคนถูกบีบให้ลดน้ำหนัก

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ยังนั่งเบอร์สองรองจากนายกฯเศรษฐา พร้อมกับได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานความมั่นคงอย่าง กระทรวงกลาโหม และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

อย่างไรก็ตาม นายกฯเศรษฐา ยังดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)

หลายคนอาจแปลกใจ รองนายกฯภูมิธรรม ควบ รมว.พาณิชย์ เหตุใดจึงถูกมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงกลาโหม

ภูมิธรรม กล่าวติดตลกกับนักข่าวทำเนียบว่า “…ผมรัฐมนตรีเป็ด อาจ จะเป็นเป็ดกองก็ได้ ซึ่งไม่หนักใจ เขาให้มาทำงาน มีงานให้ทำ ก็ทำ”

แท้จริงแล้ว รองนายกฯอ้วน ไม่ใช่รัฐมนตรีเป็ด หากแต่เป็นนักการเมืองสไตล์ทำได้ ใจถึง จึงเป็นที่ชื่นชอบของเถ้าแก่ใหญ่ บ้านจันทร์ส่องหล้า

อ้วน ภูมิธรรม รับใช้ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่ปี 2538 เริ่มร่างพิมพ์เขียวพรรคการเมืองใหม่ และคลอดพรรคไทยรักไทย ขยับเป็นขุนศึกคู่กายนายใหญ่ จนมาถึงทุกวันนี้

ยาสามัญประจำบ้าน

วันแรกที่ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ได้มีทีมงานข้างกายอยู่จำนวนหนึ่ง ภายใต้การดูแลของ หมอมิ้ง-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และอ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย 

ทั้งหมอมิ้ง-อ้วน ต่างรับใช้นายใหญ่แบบถวายหัว จึงเปรียบคนวงในศูนย์กลางอำนาจบ้านจันทร์ส่องหล้า ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย จนมาถึงเพื่อไทย

หมอมิ้ง มีบุคลิกแบบนักคิด นักวางยุทธศาสตร์ ในรัฐบาลเศรษฐา จึงได้รับตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ หรือนายกฯน้อย

อ้วน เป็นนักปฏิบัติการ มีสไตล์นักบู๊มาแต่สมัยเป็นผู้นำนักศึกษาในรั้วจุฬาฯ และช่วงเข้าป่า อ้วนหรือสหายใหญ่ ได้รับมอบหมายให้ทหารองครักษ์พิทักษ์สหายนำ ระดับเบอร์หนึ่งของ พคท.

เมื่อสหายใหญ่คืนเมือง กลายร่างเป็นพี่อ้วน ของเอ็นจีโอ ก็มีลักษณะผู้นำคนจริงใจถึง ได้รับการยอมรับจากพี่น้องมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสัง คม (มอส.)

ด้วยบุคลิกและสไตล์การทำงานดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงถูกอกถูกใจนายใหญ่ และได้รับมอบหมายให้เป็นแม่ทัพใหญ่ สู้ศึกจัดตั้งรัฐบาลพลิกขั้วจนสำเร็จ

มีข้อน่าสังเกต รองนายกฯภูมิธรรม กำกับดูแลกระทรวงกลาโหม และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในวันที่ทักษิณ กำลังเดินเกมใต้ดิน พูดคุยกับตัวแทนกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในเมียนมา และมีข่าวว่า ทักษิณดอดพบปะกับผู้นำมาเลย์ที่ภูเก็ต


จับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับชายแดนตะวันตก และชายแดนใต้ ของทักษิณในชั่วโมงนี้ จึงไม่น่าประหลาดใจเลยที่รองอ้วนฯ จะดูแลความมั่นคง


อีเวนท์จำนำข้าวโชว์

ต้นสัปดาห์นี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ มีอีเวนท์ใหญ่กินข้าวที่เมืองสุรินทร์ กลายเป็นดราม่าข้าว 10 ปี สนั่นโซเชียล

กรณีรองฯภูมิธรรม โชว์กินข้าวจากโครงการรับจำนำข้าว ที่นำมาหุง ซึ่งข้าวส่วนนี้เก็บรักษาไว้นานถึง 10 ปี 

ดราม่าข้าว 10 ปีกินได้ของรองฯอ้วน เกิดขึ้น 2 ครั้งคือครั้งแรก 14 มี.ค.2567 ภูมิธรรม มาตรวจโกดังสินค้าของ บจก.พูนผลเทรดดิ้งหลัง และคลังกิตติชัยหลัง 2 อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยเจ้าของโกดังนำข้าวที่หุงใหม่มากินโชว์สื่อท้องถิ่น

ครั้งที่ 2 ภูมิธรรม ขนกองทัพสื่อลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ไปจัดอีเวนต์กินข้าว 10 ปี โดยนำข้าวในโกดังทั้ง 2 แห่งมาล้างน้ำและหุงกินกัน เพื่อให้สื่อตีข่าวว่า ข้าวในโครงการจำนำข้าว ก็ยังกินได้ 

อีเวนท์กินข้าว 10 ปี เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย รวมถึงอีเวนท์นี้ ถูกมองว่าเป็นแผนการปูทางสร้างความชอบธรรมให้ยิ่งลักษณ์กลับไทยในปลายปีนี้

‘ทักษิณ’ คุยชนกลุ่มน้อยพม่า ผิดเงื่อนไขพักโทษ? หากผิดส่งกลับเรือนจำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574311

08 พ.ค. 2567

12:58 น.

'ทักษิณ' คุยชนกลุ่มน้อยพม่า ผิดเงื่อนไขพักโทษ? หากผิดส่งกลับเรือนจำ

‘อธิบดีกรมราชทัณฑ์’ เผยยังไม่ทราบ ‘ทักษิณ’ พบชนกลุ่มน้อยพม่า ผิดเงื่อนไขพักโทษหรือไม่ คาด ‘กรมคุมประพฤติ’ กำลังตรวจสอบ

กรณีสำนักข่าว VOA หรือ วอยซ์ออฟอเมริกา ภาคภาษาพม่า เปิดเผยตลอดเดือน มี.ค.  เม.ย. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการพบกับผู้นำกลุ่มกองกำลังชนกลุ่มน้อยในพม่าหลายกลุ่ม เช่น สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) สภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) พรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (KNPP) และองค์การแห่งชาติกะฉิ่น (KNO) ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะผิดเงื่อนไขระหว่างการพักโทษหรือไม่ 

นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์

นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ต้องไปตรวจสอบจากข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นต้องไปดูเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ ตนยังไม่สามารถสรุปได้ว่า กระทำได้หรือไม่ คาดว่าทางกรมคุมประพฤติอาจอยู่ระหว่างพิจารณาว่า ตรงไหนที่อดีตนายกรัฐมนตรีสามารถกระทำได้หรือกระทำไม่ได้ คงต้องมีการพูดคุยและทำความเข้าใจกับอดีตนายกฯ ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ 

ส่วนความประพฤติใดของผู้ที่อยู่ระหว่างการพักโทษที่ไม่ถูกต้อง ทางกรมคุมประพฤติก็จะเป็นผู้แจ้ง และให้ผู้ถูกคุมประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจะต้องส่งผู้ถูกคุมประพฤติกลับเรือนจำ ต้องเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไข ซึ่งถ้าผิดเงื่อนไข แต่ไม่ได้รุนแรงก็สามารถทำความเข้าใจ บอก หรือตักเตือนได้ 

ซึ่งจำนวนครั้งของการตักเตือนค่อนข้างมีความยืดหยุ่น เพราะบางครั้งผู้ที่อยู่ระหว่างพักโทษอาจจะไม่ทราบ หรือเข้าใจว่าทำได้ ดังนั้นกรมคุมประพฤติจะต้องทำความเข้าใจ เป็นดุลพินิจของนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุมประพฤติ

‘พิชิต’ ปรับโฉม​ ’ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์‘ เป็น ‘ทำเนียบช่วยได้‘

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574307

08 พ.ค. 2567

11:47 น.

‘พิชิต’ ปรับโฉม​ ’ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์‘ เป็น ‘ทำเนียบช่วยได้‘

‘พิชิต’ ปรับโฉม​ ’ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์‘ เป็น ‘ทำเนียบช่วยได้’ เป็นมือไม้ให้นายกฯ ให้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่พึ่งพาได้

นายพิชิต​ ชื่นบาน​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบาย หลังเข้ารับตำแหน่ง​ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวตอนหนึ่ง​ว่า ในระบบราชการเข้าใจว่าท่านทำงานเป็นความสามารถโดยศักยภาพของสำนักนายกรัฐมนตรี แต่วัตถุประสงค์ และบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป มีภาพเอกชน และมีหลายหน่วยงานที่ร่วมกันตรวจสอบและรับเรื่องราวร้องทุกข์ และหลายหน่วยงานกำลังทำการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน​

พร้อมกับระบุว่า การที่เข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามากำกับ แต่เข้ามาเสมือนเป็นเพื่อน และสิ่งที่ตนพูดต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องตำหนิ​ ขอขีดเส้นใต้​ 100 ครั้งว่าไม่ใช่การตำหนิ​ ท่านทำดีอยู่แล้ว​  แต่เราจะมาทำให้ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลเป็น​ “ทำเนียบช่วยได้” ตนจะเป็นมือไม้ให้นายเศรษฐา​ ทวีสิน นายกรัฐมนตรี​ เพราะปัญหาของประชาชนมีมาก​ ดังนั้นเราจะทำให้ศูนย์นี้​ รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน อยากทำงานแข่งกันให้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่พึ่งพาได้ ส่วนภาคเอกชนที่มีการรับเรื่องราวมาตรวจสอบก็ให้เขาทำไป 

นายพิชิต​ ยังระบุอีก วันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ซึ่งวัตถุประสงค์ของตนนอกจากจะเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์แล้ว ยังจะเป็นศูนย์รับข้อมูลการกระทำความผิดทางอาชญากรรมทุกประเภท​ที่พัฒนาขึ้น ทั้งเว็บพนันออนไลน์ และสื่อโซเชียลต่างๆ ที่หลอกลวง​